[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 14 : Under red 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

 

UNDER RED 14

 

รั้วบ้านพักข้าราชการทหารเปิดต้อนรับการกลับมาของนายทหารชั้นผู้พันและเด็กรับใช้คนสนิท แม่กวางเข้ามาช่วยคริสยกสัมภาระทั้งหมดกลับมาวางในบ้าน เธอสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวระหว่างคนทั้ง 2 ยังปกคลุมความอึมครึมไม่คลายทั้งที่ดูจะดีขึ้นมาบ้างแล้วตั้งแต่มีเปียโนตัวนั้นตั้งในบ้าน 

ท่าทางพักร้อนไม่ราบรื่น อย่างไรเสียก็ไม่ใช่กงการที่แม่บ้านเช่นเธอควรยุ่งเกี่ยวจึงตัดสินใจก้มหน้าทำหน้าที่ ไม่รู้ไม่เห็นแทน

 

 

ช่องว่างเหมือนเดิม

 

 

หลังช่วยขนของเสร็จก็รับของฝากจากพันเอกสิงโตไปเก็บ โถงทางเข้าจึงเหลือเพียงคนพึ่งกลับจากหัวหิน โดยปกติหากไม่พอใจพันเอกสิงโตจะจู่โจม บีบบังคับคริสให้หมดแรงข้าวต้มครั้งนี้กลับเมินเฉย ก็นับเป็นเรื่องที่ดี เด็กนักศึกษาอดีตแกนนำลอบถอนหายใจโล่งอก

..แต่ก็ไม่สุด..

คำพูดของพิมพ์ภายังคงวนเวียน ปฎิเสธความจริงไม่ได้ว่าเธอพูดถูกเรื่องทหาร

"....." กัดปากแน่น รู้สึกผิดทั้งที่ไม่ควร บางทีคนที่มองแต่สีดำและสีขาวในวันนั้น อาจเป็นฝั่งนักศึกษาเองด้วยก็เป็นได้ ณ เวลานั้นคริสมองไม่เห็นข้อดีของทหารเลย แค่หางตาเห็นคนในเครื่องแบบก็ตีค่าเหมารวมว่าสารเลว เอารัดเอาเปรียบและควรหายไปจากโลก

กระทั่งเสื้อลายพรางเสี่ยงเข้าป่า ปราบพวกแดง หากไม่สำเร็จแถบหัวหินคงมิแคล้วโดนยึด..

 

 

ก๊อกแก๊กๆ

 

 

เสียงเครื่องครัวดังกระทบกันในครัวหลังบ้าน แม่กวางหันหลังไปเจอเด็กรับใช้เกาะขอบประตูไม้ ก้มหน้าหลบตาแม่บ้านวัยกลางคน เม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นนึกชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนขยับพูด

"ผมเข้าครัวเอง.." คริสบอกแม่บ้าน แม่บ้านอุทานคำว่า 'คุณพระ' เบาๆ ก่อนหลีกทางให้อีกฝ่ายเข้าไปจัดการ แผ่นหลังกว้างแบบผู้ชายผิวขาวคว้าผ้ากันเปื้อนสีเขียวมาสวมใส่ ผูกเชือกโบว์ลวกๆที่ด้านหลัง 

"ให้ป้าช่วยอะไรไหมคะ" แม่กวางถามไถ่

"ช่วยหั่นผักก็ได้ครับ" 

เธอยิ้มและตรงไปหยิบผักตามที่คริสบอกรายการวัตถุดิบที่หมายจะทำมื้ออาหาร เสียงก๊อกแก๊กในครัวดังเป็นระยะอยู่นานเกือบชั่วโมงกว่าจนในที่สุดก็ได้กลายเป็นหุงข้าวสวยเม็ดสวย แกงมัสมั่นไก่ ผัดถั่วลันเตากุ้งและไข่เจียวใส่หอมแดงตั้งวางบนโต๊ะพร้อมน้ำดื่มในเหยือก

"ผู้พันคะ สายจากท่านนายพล"

ทว่า..กลิ่นหอมอาหารกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าโทรศัพท์บ้าน..ทหารหนุ่มเดินผ่านโต๊ะกินข้าวไป ไม่คิดชายตามองเด็กรับใช้ที่รออยู่

"ครับ" สิงโตขานรับสุภาพ "ได้ครับ ผมจะรีบไป" 

 

 

กริ๊ก!

 

 

วางสายลง รีบร้อนแต่งชุดทหาร ติดกระดุมลวกๆนั่งรถประจำตำแหน่งออกไป ทิ้งคริสไว้กับข้าว 2 จานที่เขาทำตามข้อตกลง ณ ริมน้ำตก

 

 

กินคนเดียว

 

 

"คุณคริส ไหวไหมคะ.."

"ผมเฉยๆ ผมทำตามสัญญาที่พนันไว้แล้ว กินไม่กินก็เรื่องของมัน" คริสนั่งหัวโต๊ะตักข้าวกิน ทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สา ทั้งที่ลึกลงไปแอบชาจนลิ้นด้านแข็งไปหมด ชิมในครัวว่าอร่อย พอตอนนี้กินไปกลับไร้รสชาติ

 

 

ไม่อยากกิน

 

 

 

"คุณคริส ผู้พันอาจมีเรื่องด่วน-"

"ป้า! เลิกเซ้าซี้เถอะ ผมไม่ได้สนใจ"

แม่บ้านหุบปากและหนีเด็กหนุ่มหน้าถมึงตึงเข้าสวนแทน คริสกระแทกช้อนส้อมลงจาน มองขนมที่ซื้อมาฝากผู้ใหญ่คนนั้นคนนี้ บรรดาเพื่อนและในนั้นมีสำหรับพ่อของคริสด้วยเงินของพันเอกสิงโตทั้งหมด เป็นความตั้งใจของทหารผู้นั้น ไม่ใช่อดีตแกนนำผู้สาบสูญ

เมื่อก่อนคงไม่แคล้วคิดลบ เอาหน้าเอาตา

แต่..

 

 

จากนิสัย..น้ำใจ..เสียสละ

 

 

"เหี้ยแม่ง" สบถคำรามอย่างเดียวดาย

 

.

.

.

 

"จากนี้ไปจะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่มีข่าวกลิ่นไม่ค่อยดีนัก" พลเอกณรงค์เอ่ยขึ้นกับทหารลูกน้องยศพันเอกในสายผู้ขึ้นตรงกับเขา ครั้นกลับมาจากพักร้อนไม่ทันคลายก็จำต้องเจอปัญหาใหม่ดั่งคลื่นมหาสมุทรใต้ผิวน้ำพร้อมปั่นป่วนได้ทุกเมื่อ แม้ทะเลวินาศกระแทกสาดจนใบไม้ร่วงในวันที่ 14 ตุลาจะผ่านพ้นไปแล้ว เราต่างรู้ดีว่าความสงบมิใช่สิ่งยั้งยืน มันเป็นเพียงการพักรบเพื่อยุติความรุนแรงไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่าเดิมก็เท่านั้น 

 

 

สีเทา กึ่งกลางระหว่างขาว-ดำ

​​​​​​

 

พันเอกสิงโตรับฟังหัวหน้าอย่างตั้งใจ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใต้ความรับผิดชอบของเขาเช่นกัน 

"เหมือนเดิม มหาลัยเก่าของเด็กคนนั้นมีข่าวว่า เอาอีกแล้ว" และอีกเรื่องที่เจาะจงเรียกทหารคนนี้มาคุย

"ผมขอยืนยันว่าพีรวัสอยู่ในการดูแลของผมอย่างดี เขาไม่มีสิทธิ์ออกไปปลุกปั่นหรือเข้าร่วมการชุมนุมใดๆครับ"

"แต่เขาก็เคยเป็น 1 ในแกนนำ"พลเอกณรงค์กล่าวเสียงดุดัน จำต้องก้มหน้าลงในฐานะผู้น้อย

​​​​​"ถ้าเกิดเขากลับไป คุณจะทำยังไง ผู้พันปราชญา"

"....."

"หัวรุนแรงก็คือหัวรุนแรง ผ่านมาจะปีแล้วนะ คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณกับเด็กคนนั้นทะเลาะกันแทบทุกวัน"

คำเตือนให้รู้ซึ้ง คริส พีรวัส ไม่ใช่เด็กธรรมดา การมีอยู่ของตัวการถือเป็นเนื้อร้ายสำหรับฝ่ายทหารตามหน้าที่ 

"กัน..ฟังพี่นะ" เสียงทุ้มแปรเปลี่ยนสู่อ่อนโยน เสียง..ที่ทำพันเอกสิงโตตาสั่นไหว ท่านนายพลณรงค์ลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งเดินมาใกล้ทหารหนุ่มผิวสีเข้ม วางฝ่ามือบนไหล่หนา จ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกัน

 

 

แววตาแบบนี้..เสมอมา

 

 

"ถอนตัวตอนนี้ยังทัน พี่ยินดีใช้เส้นเรียกสิทธิ์บำนาญบำเหน็จทั้งหมดของกันคืนได้ ไม่คุ้มหรอกที่เอาสิทธิ์นี้มาแลกกับชีวิตเด็กคนนึง" พยายามเจรจาต่อรองให้ลูกน้องเปลี่ยนใจ

"ถ้าผมขอคืนสิทธิ์ คริสจะติดคุก.." 

 

 

การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม

 

 

"ผมขอไม่คืนสิทธิ์ครับ ขอบคุณท่านนายพลที่เป็นห่วง" คนยศพันเอกโค้งเคารพทหารยศพลเอก แสดงความจริงใจต่อเรื่องหวังดีแต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งที่โอกาสได้คืนอยู่ตรงหน้า

"เด็กคนนั้นมีอะไร กันถึงยอมขนาดนี้..พี่ไม่เข้าใจ.."พลเอกณรงค์บีบไหล่อีกฝ่ายแน่น แววตาคมของชายอายุวัยกลางคน 54 ปีส่งทอมา ระลอกไหววูบต้องแสงไฟสีส้มสลัวในห้องจนทหารอายุน้อยกลืนน้ำลายลงคอ แต่เขายังคงแสร้งตีหน้านิ่งต่อหน้าหัวหน้าไว้ได้

มือสีเข้มหยาบกร้านจากจับอาวุธ..กำลังจะเอื้อมไปแตะเอว

"......" แหวนทองวงสวยบนนิ้วนางซ้ายของเจ้านาย เขาเอาแต่จ้องแหวนวงนั้นนิ่ง จนพลเอกรู้สึกตัว ใบหน้ามีริ้วรอยประปรายไว้หนวดตัดทางเหนือปากฉายแววสำนึกผิดและเป็นฝ่ายปล่อยมือจากบ่าทหารยศนายพันผู้กล้าที่เติบโตอยู่ใต้การบังคับบัญชาเขา

"งานเลี้ยงวันเกิดที่จะถึง น้องนีร์ หลานสาวของคุณหญิงกลับมาจากนอก ผมอยากให้ผู้พันช่วยดูแลน้องนีร์ พาเธอไปชมเมืองและก็ถ้าเป็นไปได้ ไปรับเธอมางานเลี้ยงที่บ้านด้วยจะได้ไหม"

เปลี่ยนบทสนทนาไปยังงานเลี้ยงที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พันเอกสิงโตขมวดคิ้วเป็นปม สีหน้าอึดอัดใจเห็นได้ชัด พลเอกณรงค์ถอนหายใจ ระบายยิ้มบางไม่คิดถือสา

"ไม่เป็นไร ค่อยๆคิดไป ถ้าไม่อยากทำก็บอกผมได้ ผมจะไปบอกคุณหญิงเอง"

"ขอบคุณครับท่านนายพลและก็ขอโทษด้วยครับ" เป็นคำกล่าวหนักแน่น ฉะฉาน ดังออกจากปากคนในเครื่องแบบทหารที่ต่อให้ไม่สวม ก็ยืนยันจะตอบด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

 

.

.

.

 

พันเอกสิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ นวดขมับไปมาทบทวนเรื่องที่คุยถกกันกับเจ้านายตั้งขึ้นรถกลับบ้าน เขาเองก็หิวมากด้วย โดนเรียกพบตั้งแต่เช้าสายจนตอนนี้ปาไปบ่าย 3 ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ หากเป็นปกติจะต้องนั่งรถต่อไปรับ-ส่งคริสที่มหาลัย ด้วยความที่ยังอยู่ในช่วงปิดเทอมจึงสามารถตรงดิ่งกลับบ้านได้เลย

"ผู้พันครับ คุณหนูนีร์เขาว่ากันว่าสวยมากเลยนะครับ" 

"ท่านนายพลสั่งให้จ่ามายุฉันงั้นเหรอ?" พันเอกสิงโตขมวดคิ้ว ตาขุ่นเคืองหนัก ทหารยศน้อยที่ได้เลือกรับใช้ให้เป็นคนขับรถของนายทหารยศใหญ่กลืนน้ำลายลงคอเสียวไส้ ทหารมีระบอบสังคมที่ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อนและหัวสั่งอะไร ลูกน้องไม่มีสิทธิ์เถียง นั่นคือการปกครองกองทัพ ฟังดูเผด็จการ แต่ในสังคมที่หากมีสงครามและต้องส่งคนเป็นกองพันไปตาย การมีความคิดรังแต่จะทำให้ความสามัคคีแตกแยกและอาจแพ้สงคราม

 

 

ทุกอย่างล้วนมีเหตุผล เหมาะควรในแบบของมัน จงใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา

 

 

 

"ไม่เกี่ยวกับท่านนายพลหรอกครับ ผม..เห็นเด็กคนนั้นค่อนข้างหัวรุนแรงและดื้อดึง ที่สำคัญเด็กคนนั้นเป็นผู้ชาย"

"....." พันเอกสิงโตเงียบใส่ ไม่ได้เถียงแต่ก็ไม่ได้ตำหนิ ทหารยศจ่ามองผ่านกระจกรถ นายของตนเอาแต่นั่งเหม่อมองไปยังวิวนอกหน้าต่าง พวกเขาขับผ่านอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย สัญลักษณ์แห่งกระบวนการยุติธรรมสะท้อนกฏหมายอันสูงสุด แต่น่าขัน..มันกลับถูกดึงมาฉีกเล่นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของหลายฝ่ายในทุกยุคสมัยตั้งแต่ พ.ศ.2475 เรื่อยมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเป็นแค่ดอกไม้ในแจกัน มีดีแค่ตั้งโชว์

"ชายคู่หญิง มีลูก มีครอบครัว สร้างทายาทสืบสกุล นั่นคือสิ่งที่ควรนะครับ" เรื่องเด็กรับใช้ พวกเขาไม่คิดเผยแพร่ รู้กันในหมู่ทหารและปิดเป็นเรื่องลับไว้ ทว่ามันเป็นเรื่องไม่นิรันดร์ในสังคม วันนึงก็ต้องเติบใหญ่ไปอีกขั้นเพื่ออนาคต

ไร้บทสนทนา เงียบไปจนถึงปลายทางรถจอดสนิทส่งนายถึงที่ได้ปลอดภัย ทหารมองประตูบ้านที่ได้มาด้วยอาชีพข้าราชการพลเรือนที่รักษาชาติ มันเป็นสิ่งตอบแทนที่รัฐมอบให้ ใหญ่ไปตามยศฐาบรรดาศักดิ์เติบโตตามผลงาน 

 

แอ๊ด..

 

"คริสล่ะ?"

"นอนหลับบนห้องค่ะ" แม่กวางอธิบายพร้อมเปิดประตูต้อนรับเจ้านายเข้ามา"กินอะไรมายังคะ ถ้ายัง คุณคริสทำกับข้าวไว้ ป้าเก็บไว้ให้ในตู้กับข้าวนะคะ"

"......"

 

 

ก๊อกแก๊กๆ

 

 

เสียงโลหะกระทบกันดังจากชั้นล่างทำเอาเด็กนักศึกษาตื่น ช่วงปิดเทอมคริสอยู่ในชุดเสื้อกล้ามอากงสีขาวกับขาสั้นสีดำ นึกครุ่นสงสัยจึงเดินเกาหัวกระเซิงยุ่งลงมาชั้นล่าง จ้องมองทหารกลับมาบ้านกำลังนั่งกินกับข้าวที่เขาทำไว้ให้ 

"คุณคริสยิ้มอะไรคะ?" ป้าแม่บ้านหิ้วตะกร้าซักผ้าร้องทักพร้อมเลิกคิ้วงงเห็นเด็กหนุ่มขาวโบ๊ะเกาะราวบันได พอมองตามถึงบางอ้อจนอดอมยิ้มเสียไม่ได้

"ผมไม่ได้ยิ้ม!"

"เห..." เธอทำท่าหรี่ตา เย้าแหย่เด็กหนุ่มให้เลิ่กลั่กเล่นก่อนทำเป็นไม่รู้ไม้ชี้เดินจากไปหลังบ้าน เหลือคริสและพันเอกสิงโต ทหารหนุ่มเงยหน้าประสานสายตากันพอดี จะหลบก็ไม่พ้นและไม่ใช่เรื่องที่คริสควรหลบในเมื่อไม่ได้ทำผิดอะไรเสียหน่อย 

"ข้อตกลง" คริสพูดอย่างรวดเร็ว

"อืม อร่อยดี" อีกฝ่ายกินต่อ ข้าวดูเหมือนจะเบิ้มข้าวด้วย คริสรู้สึกใจพองโตขึ้นมาหน่อยได้อย่างน่าประหลาดก่อนจะเกาหัวแรงไปมาอย่างนึกฉงนมุมปากที่เหมือนจะกระตุกขึ้นจนต้องเกร็งสีหน้าไว้ 

"มัสมั่นก็อร่อย ไข่เจียวกับผัดถั่วลันเตากุ้งก็ดี สมเป็นลูกชายเจ้าของร้านข้าวมันไก่" 

คำชมพาลนึกถึงพ่อ คนไทยเชื้อสายจีนร่างท้วมผู้ส่งลูกในไส้มาที่นี่ เป็นเรื่องที่แย่มากและไม่น่าให้อภัยและก็ทำให้เห็นทหารในอีกบทบาทหนึ่งที่ควรเป็น

 

 

"คิดว่าฉันอยากทำเหรอ?"

 

 

ประโยคจากทหารด้วยน้ำเสียงแสนเจ็บปวดก้องชัดในความทรงจำ

 

 

บางที..คุยกับพ่อดีๆอาจได้คำตอบ

 

 

"จะไปไหน?" สิงโตโพล่งถามโดยพลันเมื่อเห็นอีกฝ่ายใส่รองเท้าแตะ

"กูจะไปหาพ่อ"

"รอฉันกินให้เสร็จแล้วจะพาไป"

จำยอมเพราะให้ตายสิงโตก็ไม่คิดปล่อยให้เดินทางคนเดียว คริสก็พอรู้ มันไม่แปลกเลยที่จะเข้มงวดเพราะเขาเป็นแกนนำผู้ถูกลบชื่อ พฤติกรรมยังชี้ชัดว่ามีเลือดของหัวขบถเต็มตัว

"ฉันไม่ได้เฝ้า" ทหารอ่านใจออก ทหารที่คริสดูถูกว่าโง่..หน้ากลมซีดเผือดแต่ยังขืนแววตารั้นสู้ จ้องตอบกลับคนที่คนนั่งกินข้าวไม่รู้สึกรู้สา 

"แต่อยากไปรับไปส่งนาย"

แก้วน้ำบนโต๊ะยกดื่ม ใส่น้ำแข็งเย็นต่างจากแก้มเด็กนักศึกษาที่เห่อร้อนชอบกลนัก

 

 

 

TBC

 

++++++++++++++++

เพิ่มมุมผู้พัน นี่แล จุดที่จะไม่มีในฟิคสด ตอนสดพูดน้อยมากเลย

#ฟิคผู้พัน

ไปก่อนนะ บายจ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #63 Nick (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 14:08

    ท่านณรงค์อาจจะชอบผู้พัน แต่ผู้พันไม่เล่นด้วย จึงไปแต่งงานกับคนอื่น แต่อีกใจก็ยังรักผู้พัน

    #63
    1
  2. #56 mimmii_boo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 10:40
    พี่ทำให้ขนาดนี้เมื่อไหร่น้องจะรู้
    #56
    1
  3. #55 3653768 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 20:30
    เมื่อไหร่จะรักกันสักที..มันจะดีรึไม่ดีคบกันให้รุ้ๆชักช้าจะเ-่ยวตาย
    #55
    1
  4. #54 CharinKaenkong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 17:20
    เมื่อไหร่น้องจะรู้ วู้ว ลุ้น
    #54
    1
  5. #53 071727 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 11:40
    คริสจะยอมสักนิดมันคงจะดีขึ้นนะลูกพี่เค้า เอาเกียรติและฐานะบำเหน็จบำนาญ เป็นข้อแลกเปลี่ยน ถ้า คริสจะลองเปิดใจสักนิด ลองดูนะ เอาใจช่วย อย่าให้พี่เขาเปลี่ยนใจ แต่กลับ ท่านณรงค์ คงจะมีอะไร ที่ เป็นความลับ อาจจะมีความสัมพันธ์กัน ไม่รู้สิ คิดว่านะ
    #53
    4
    • #53-1 209090(จากตอนที่ 14)
      25 กรกฎาคม 2563 / 11:18
      น่าจะใช่มั้ง
      #53-1