[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 13 : Under red 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    21 ก.ค. 63

 

 

 

Under red 13

 

 

"......สิงโต"

 

 

นามเรียกเพียงสั้นๆกลับนำพาทุกอย่างดำดิ่งสู่เรื่องน่าพิศวง พวกเขา 2 คนใช้เวลาเนิ่นนานเกินกว่าจะจบเพียงแค่อาบน้ำ ห้องน้ำเย็นร้อนระอุ แผดเผาดั่งไฟจากบุรุษเพศต่างสีผิว ต่างสถานะ ต่างฝั่ง ต่างอุดมการณ์ เวลานี้กลับสอดประสานเป็นหนึ่ง แนบชิดหลังติดพื้นกระเบื้อง เก้าอี้เล็กระเกะระกะล้ม ฟักบัวยังเปิดน้ำพุ่งเป็นสายละอองเล็กๆลงบนร่างที่ขยับ...ขยับ...ขยับ...และ...ขยับ

"มึง..กู..จุก" คริสไหวไหล่ขึ้นสูง สูดลมหายใจลึกกลั้นใจกับความแทรกกายเข้ามาในตัว ดวงหน้ากลมตะแคงพื้น แก้มแนบพื้นหลับตาปี๋ 

"ชื่อ" เสียงทุ้มแหบพร่ากดจูบใบหูแดงพร้อมกระแทกเอวสอบใส่สะโพกขาวนุ่มเนื้อ

 

 

ปึก!!!ปึกปึกปึกปึกปึก

 

 

 

ถี่ยิบ

 

 

 

ปึกปึกปึกปึก!!

 

 

 

"สิงโต...ส...สิงโต..." ไม่เข้าใจตัวเอง สับสนไปหมด เหตุไฉนจึงยินยอมให้ทหารชั่วเข้ามาล่วงเกินกาย แกนนำหัวขบถต่อเผด็จการบ้าอำนาจกลับโอนอ่อนราวกับคนใจง่าย ท้องขาวแอ่นเกร็ง รู้สึกได้ถึงความใหญ่ยาวอัดมามิดลำ ลึก แรง ไปเสียดวูบในท้องน้อย เหมือนทุกราตรี ทุกครั้ง ทุกคราวที่พันเอกสิงโตต้องการ ทว่าในทุกครั้งเหล่านั้นคริสไม่เคยยินยอม

ต่างจากครั้งนี้..

"คริส" พร่ำเรียกชื่อไม่ต่างจากวอนขอให้เอ่ยนามของทหาร ผู้พันหนุ่มร่างกำยำกับผิวเข้มกร้านแดดแบกหน้าไปอาสาช่วยเพื่อนทหารกลับมาตัวดำมอมแมม ได้แผล บางจุดยังไม่แห้งสนิทดีด้วยซ้ำ โดนน้ำโดนสบู่ไปคงจะแสบน่าดูชม แต่ทหารกลับไม่คิดแสดงสีหน้าออกมา ไม่ปริปากบ่น เขาเมินเฉยรอยแผลเหล่านั้นจดจ่อเพียงใบหน้ากลมขาวแป้นเปียกปอนน้ำ 

"....."

ปลายนิ้วยาวด้านจากจับปืนเกลี่ยเส้นผมสีดำอมน้ำตาลออกไปทัดหู

"อ...อ้ะ!!!"

ขยับสะโพกไม่หยุด แถมยังแรงขึ้น คริสเหลือบมองไปยังทหารด้านบน สบเข้ากับดวงตาที่สะท้อนเพียงหน้าตน แววตายังคงเป็นแบบเดียวกับจ่าเจียมยามมองพิมพ์ภากับลูกสาว 

อกกระเพื่อมขึ้นลง..หอบโยน..ช่วงล่างเหนียวเหนอะสะสมเกือบ 3 รอบได้ พันเอกสิงโตเสร็จกิจก็แช่ค้างทิ้งไว้และเริ่มต่อ ไม่คิดหยุดพัก ตักตวงเด็กรับใช้กลางห้องน้ำทุกตารางพื้นที่กระทั้งอุ้มกระเตงย้ายร่างไปยังเตียงกว้าง

 

 

 

ตุบ!

 

 

หยดน้ำกระเซ็นเปรอะผ้าปู ไม่ทันได้พักหายใจทั่วท้อง คริส..จำต้องสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่กับลมหายใจอุ่นร้อนกระทบซอกคอ เสียงจ๊วบจ๊าบดูดดื่มทิ้งรอยแดงหลายต่อหลายครั้ง ก็ยังไม่อาจเข้าใจตนเองที่โอนอ่อนอีกครั้ง แน่นิ่ง ปล่อยว่างให้เขาได้ไซ้คอตามใจชอบ 

 

 

เพราะอะไร?

 

 

เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!!

 

ขาเตียงสั่นหวิดหัก ร่างกำยำโถมสะโพกอัดกระแทกเข้ามาในช่องทางสีหวาน เงาร่างทอดยาวบนกำแพงผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แสงตะวันส่องผ่านยาวนานจนเที่ยงวัน คริสปรือตามองทหารสลบไปทั้งหน้าซุกคอและนอนทับตัวเองก่อนเลื่อนสายตาไปยังกองเสื้อระเกะระกะคาพื้น


 


 


 

สับสน
 


 


 

พอพันเอกสิงโตตื่นก็เริ่มทำการ..นัวเนียคอ ขยับตัวต่อ

 

 

ปึก!!ปึก!!!ปึก!!!ปึก!!!!

 

 

ชีวิตที่เดินบนความเสี่ยงเพื่อชาติและคนในประเทศ ใครจะอยากเสียสละทำ ทหารและตำรวจไม่ได้เกิดมาปกป้องครอบครัวอย่างเดียว..นี่คือนิยามแท้จริงของอาชีพนี้ ยังมีอยู่จริงหรือ? การเป็นคนของทหารจำต้องร่วมนิยามนั้นเช่นกัน เหมือนตาสี เด็กแฝด พิมพ์ภาและผิง..


 


 

ไม่เป็นกลับมาก็ไร้วิญญาณ
 


 


 

"พอได้แล้ว..มึง..กูหิว.." คริสปรามเสียงแหบหลังอีกฝ่ายตื่นมาระบายอีกรอบ 

"....." หยุดนิ่ง ยอมถอนตัวออก สิงโตยังรักษาสัญญาเสมอ พวกเขาแต่งเสื้อผ้าเพียงเสื้อยืดกางเกงเรียบง่าย ส่วนทหารก็เป็นเพียงเสื้อยืดทหารสีเขียงขี้กากับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกพับขาเต่อ มานั่งกินข้าวต้มทะเลที่ทางบ้านพักตากอากาศทำไว้ตามปกติ 
 

 

 

แคร้ง..แคร้ง..

 

 

ช้อนกระทบชามข้าวต้มเป็นระยะ เด็กหนุ่มเชื้อสายจีนลอบมองทหารตรงหน้านั่งกินข้าวท่าทางหิวโซยิ่งกว่า น่าแปลกที่พึ่งผ่านความเป็นความตาย เจ้าตัวกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอันใด ยังคงใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกินข้าวเช้าวันหนึ่งทั่วไป ขณะที่ตัวคริสเองก็ได้แต่นิ่งทำเฉยตาม..ทั้งที่ใจนึกสับสน..

 

 

2 ครัวนั้นจะรู้สึกเช่นไร มื้อเช้าที่ไม่มีลูกชายกับพ่อนั่งร่วมโต๊ะอีกแล้ว..

 

 

ก๊อกๆ


 


 

"น้องฝากให้ผู้พันด้วยนะ"

"อันนี้ด้วยจ้ะ"

"ของยายด้วยนะ"

ชาวบ้านแห่ทำของกินมาให้ถึงบ้านพัก คาวหวานเต็มไปหมด จนนั่งติดโต๊ะกินข้าวไม่อยู่สุขและเป็นหน้าที่ของเด็กรับใช้ที่จำต้องหอบหิ้วสารพัดของยกมาวางบนโต๊ะ แต่ละอย่างล้วนน่ากินทั้งนั้น ไม่ว่าจะขนมกล้วย ขนมตาล ขนมสอดไส้ ข้าวแกงเขียวหวาน ข้าวเหนียวไก่ย่าง ผัดหมูกระเทียม พริกแกงปลาดุกและอีกมากมาย ดูทรงข้าวต้มเป็นหม้ายแล้ว
 


 


 

คำขอบคุณจากชาวบ้าน


 

 

เยอะจนไม่รู้จะจัดจานยังไงดี ที่สำคัญ..ไม่ใช่เรื่องของคริสด้วยซ้ำต้องบากหน้าไปรับของแทน เขาควรจะปล่อยคนเจ็บเดินไปเอา แต่..ดันเกิดมีน้ำใจประหลาด รู้ตัวอีกทีก็ลุกไปเปิดประตูเสียแล้ว

"นี่พ่อหนุ่ม" ยายคนสุดท้ายกวักมือเรียกคริสหลังให้ขนมเม่าเสร็จ"ถ้าเย็นนี้สะดวก ยายอยากชวนผู้พันไปกินข้าวบ้านยาย เชิญนะจ้ะ"

"ครับ ผมจะถามให้นะ" คริสยิ้มรับ

 

 

ปัง..

 

 

"!!!"

"ขนมเม่า อยากกิน" เสียงทุ้มดังขึ้นระยะประชิดต้นคอ วงแขนแกร่งสวมกอดคริสหลังยายคนนั้นจากไป

"ของมึง บนโต๊ะก็ของมึง" ขยับตัวขืนดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขนกำยำ ไม่กล้าที่จะหันไปสบตาด้วยซ้ำ เขารู้..รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายจ้องอยู่

"เรียกชื่อฉัน แบบเมื่อคืนสิ"

"...."

ทางทหารก็จ้องเขม็ง รอคอย รอนานมากแต่รอแค่ไหนคนในอ้อมแขนก็ไม่ปริปาก

"..ที่ยอมเรียกเพราะสงสารเหรอ?"ทหารยศพันเอกถาม คริสเลือกที่จะเงียบตอบ ไม่สบตา ในที่สุดก็ยอมปล่อยมือจากเอวหนาของเด็กนักศึกษาดึงขนมเม่ากลับถือเอง

"ยายแขกชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน" คริสรับปากแล้วก็ต้องบอกให้รู้ สิงโตพยักหน้าเงียบๆ กินของที่ชาวบ้านทำมาให้ 
 

จากนั้น..ไม่มีคุยอะไรกันต่ออีกเลย
 

 

 

.

.

.

 

ตกเย็นพวกเขา 2 คนแต่งตัวสบายๆด้วยเสื้อยืดกับกางเกงเรียบง่ายออกจากบ้านพักไปร่วมกินข้าวบ้านยายแขกตามคำเชิญ บ้านยายแขกเป็นเรือนไทยเล็กในสวนปาล์ม ต้องเดินเท้าเข้าถนนดินแดงต่อไปอีกจากถนนใหญ่สักระยะหนึ่งก็ถึง

"เชิญจ้ะๆ"

วางสำรับอาหารภาคใต้โดยหลานสาวยายแขก วัยเพียง 15 ปี หน้าสวยคมผิวน้ำผึ้งสวย ฟันเกนิดหน่อยแต่โดยรวมแล้วก็น่ารักสมวัย

"นี่ยัยขวัญหลานยายเองจ้ะ นี่ผู้พันสิงโต ประจำการอยู่กรุงเทพ มาพักร้อนที่นี่และนั่นพี่คริส เป็นน้องชายผู้พัน"

"สวัสดีค่ะผู้พัน ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยปราบพวกแดง"

"ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของทหาร"
 

คริสมองสลับสิงโตและเด็กสาวอายุน้อย ในที่สุดเขาก็ถึงบางอ้อ ไอ้ชวนกินข้าวเป็นข้ออ้างหาเรื่องแนะนำหลานสาว ตามค่านิยมสาวไทย คนเฒ่าคนแก่ การได้เป็นเมียทหาร เมียตำรวจ นับหน้าถือตา ต่อให้เสี่ยงก็ยังได้เกียรติแต่งลอดซุ้มกระบี่ 

"ผู้พันลองชิมน้ำพริกอ่องดูนะจ้ะ ยัยขวัญทำเองกำมือเลยนะ น้ำพริกฝีมือยัยขวัญอร่อยขึ้นชื่อในตำบลเลยนะ"
 

​​​​​ทุกคนเอาใจสิงโตชัดมาก ยายแขกก็ขายหลานสาวไม่หยุดปาก ส่วนหลานสาวก็นั่งยิ้มกระมิดกระเมี้ยนเอียงอายตามประสา ส่วนคริสมาในฐานะน้องชาย เด็กรับใช้ เอาใจไปจะไปได้อะไรอย่างนั้นสินะ เหอะ..

"เปิดเทอมน้องขวัญ ม.ปลาย เลือกสายยัง" คริสเปิดเรื่องคุย

"โอ๊ยๆ ยัยขวัญไม่เรียนแล้ว" ยายแขกตอบ

"อ้าว ทำไมล่ะครับ?"

"อายุ 15 โตแล้ว ออกมาช่วยทำมาหากินยังจะดีกว่า นี่ยังว่ายัยขวัญแก่ไปด้วยซ้ำสมัยยายสาวๆ เอาผัวตั้งแต่ 13"

คนต่างจังหวัดสังคมอีกแบบไม่คุ้นชินสำหรับชาวกรุง คริสแอบรู้สึกกระดากอายหน่อยๆ

"อีกอย่างนะ รร. ดีๆ ก็กระจุกที่กรุงเทพ คนสวนอย่างเราจะไปหาเงินที่ไหนส่ง แล้วไปเข้ามหาลัยก็มีแต่เพี้ยนๆ ดูข่าว 14 ตุลาซิ มีแต่พวกเพี้ยนทั้งนั้น ทำคนเดือดร้อนไปหมด จะทำมาหากินก็ลำบาก"

คนผู้เป็นอดีตแกนนำคันปากยิบๆ อยากเถียงสู้ แต่ทหารยศพันเอกกระแอมเสียงดังแทรกก่อนอะไรจะเลยเถิด

"ขอน้ำ"

"ได้จ้ะผู้พัน ขวัญหาให้นะจ้ะ" ขันน้ำใส่มะลิส่ง สิงโตก็รับมา จังหวะนั้น..มือแตะต้องกันเล็กน้อย

"....."

"ขอบใจ" ทหารยศนายพันกล่าว หลานสาววัย 15 เหนียมอายดึงมือกลับก่อนจะสะดุ้งเมื่อปะทะสายตากับเด็กรับใช้ข้างกายทหาร

"พ..พี่คริสเอาอะไรไหมจ้ะ?"

"ไม่ พี่อิ่มแล้ว" วางช้อนลง ขอตัวลุกไปจากวงกับข้าว ทิ้งสะโพกนั่งจ่อมตีนบันไดหน้าบ้านใต้ท้องฟ้ามืดสนิท พันเอกสิงโตไม่มาตาม แถมยังนั่งกินและคุยต่อ

"ผู้พัน บางกอกเป็นเช่นไรบ้างจ้ะ?"

คุยได้ยาว เล่าเป็นเรื่องราวหลายชั่วโมง! สนุกสนานเฮฮากันอยู่ได้!!

14 ตุลา เพี้ยนงั้นเหรอ? พูดมาได้ยังไง ถ้าไม่มีพวกเขาออกมาดาหน้า ทุกคนจะได้สิทธิเสรีภาพมากขึ้นไหม จะนั่งกินข้าวสบายใจเฉิบแบบนี้อยู่รึเปล่าก็ไม่รู้ 

"โง่จริง" คริสกัดฟันกรอด ด่ายายแก่ที่ไม่ได้รู้อะไรเลยว่าพวกเขาเสียสละแค่ไหน มีคนตายมากมาย คนที่ควรจะจบไปทำงานดีๆ เพื่อชาติ กลับต้องเตลิดหนีเข้าป่า โดนตามล่า โยนคดีใส่

แล้วตัวเองทำอะไรบ้างนอกจากเคี้ยวหมากไปวันๆ ไม่ออกมาเคลื่อนไหว ถึงได้โดนเอาเปรียบไปเรื่อย เพราะพวกเขายอมสู้ ผู้นำบ้าอำนาจถึงได้บินหนีไปต่างประเทศ


 


 

คิดอะไรตื้นเขิน


 


 

คริสอารมณ์เสีย ไม่อยากทนฟัง หัวร้อนแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดเห็นคนเสนอหน้าทำดีใส่ทหาร เห็นขวัญอี๋อ๋อพันเอกสิงโต เขายิ่งไม่ชอบใจ


 


 

รำคาญ!!


 


 

กระทืบเท้ากับบันไดไม้หน้าบ้านเสียงดัง ก็ไม่มีใครคิดสนใจ แสงห้องกินข้าวยังสว่างคลอเสียงคุยเจี๊ยวจ๊าวตรงข้ามกับตีนบันไดใต้เงามืดกว่าจะกินเสร็จปาไป 3 ทุ่ม เดินทางกลับถึงบ้านพัก 4 ทุ่ม จวบจนเวลาก็ไม่คุยกัน

"นายไม่ควรทำแบบนั้น" สิงโตตัดสินใจเปิดเรื่องด้วยการตำหนิมารยาททางสังคม

"ทำอะไรวะ?"

"ลุกออกจากโต๊ะกินข้าว"

"ก็กูอิ่ม กูไม่หิว!!" คริสขึ้นเสียงใส่ทหารพันเอก นายทหารชักสีหน้าดุดัน

"อายุ 22 แล้ว หัดทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่บ้าง หัดอดทนและเรียนรู้ที่จะมองอะไรเป็นสีเทาบ้าง"

"มึงผู้ใหญ่มากงั้นสิ!! เอาหมวกหนักๆ สวมหัวให้โง่แล้วหันปืนยิงพวกกู!!!!นี่เหรอสีเทาของมึง!!!!!พอเห็นต่าง พวกมึงก็โยนเป็นฝั่งตรงข้ามแล้วก็ยิงทิ้ง!!!!!!" ตากลมแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า เจ็บแค้น หยดน้ำตาไหลออกมาอาบหน้าเกรี้ยวกราดกลางถนนระหว่างเดินกลับบ้านพัก พูดออกมาได้ให้เป็นผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอที่ทำประเทศฉิบหายจนเด็กต้องออกมาตะโกนแทน เส็งเคร็งสิ้นดี


 

 

"คิดว่าฉันอยากทำเหรอ?"


 


 

เป็นครั้งแรก..ที่คริสได้ยินเสียงทุ้มเย็นเจือไปด้วยความเจ็บปวด พวกเขาเอาแต่มองกันและกันนิ่ง น่าประหลาดเหลือเชื่อ เด็กนักศึกษาผู้สูญเสียมีอันสะอึก ไม่ทันได้อ้าปากถาม พันเอกสิงโตกลับก้มหน้าลงต่ำชิงสวนผ่านเข้าบ้านไปเฉยชิบ


 

 

 

สัญญาจะไม่ทะเลาะกัน 
 

สุดท้ายก็รักษาไม่ได้

 

 

 

TBC

+++++++++++++

พร้อมที่จะโตหรือยัง?

โลกนี้มีกี่สี?

#ฟิคผู้พัน

ไปก่อนนะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #52 071727 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 11:14

    น้องใจเย็นๆ หนักแน่นเข้าไว้ ถ้าทำผิดคำสัญญา หนูก็แค่ขอโทษ พี่เขาคงเข้าใจและให้อภัย สงสารน้องนะ สงสารผู้พันด้วย

    #52
    1
  2. #51 3653768 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 05:22
    หึงนะจ๊ะ..สะกดเป็นมั้ยคริส
    ไรท์มาต่อเร็วๆนร้า
    #51
    1
  3. #50 AumKMT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 00:29
    ทะเลาะกันอีกแล้ว
    #50
    1
  4. #49 Areerat_KS (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 17:10
    คริสหึงผู้พันนะรู้ตัวมั๊ย
    #49
    1