[E-bookฟิคคริสสิง]ปลอกคอ(Omegaverse)[จบ]

ตอนที่ 37 : Special : หัตถาราชา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62




หัตถาราชา 1

 

 

 

ทุกยุคสมัยของความสำเร็จ ทุกย่างก้าวของบุรุษผู้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยชัยชนะ ย่อมมีบุคคลที่เคียงข้าง ให้การสนับสนุนอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจมาในรูปแบบใดก็ได้ แม้แต่ราชาก็ไม่ต่าง จากตกต่ำจนไปสู่จุดสูงสุด ลูกน้องคู่บุญผู้ไม่เคยทอดทิ้ง

 

 

 

มือซ้าย มือขวา ดั่งอาวุธเคียงข้าง

 

 

 

ลีโอนิกแฟมิลี่ แก๊งมาเฟียศูนย์รวมเหล่าอัลฟ่าอันตราย ถูกปกครองโดยหัวหน้าสายพันธุ์อัลฟ่าที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากคนทั้งโลกให้เป็น คิงอัลฟ่าก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งชนชั้นพีระมิด ไม่มีใครยืนอยู่เหนือ มีแต่มองต่ำลงมองมนุษย์เบื้องล่างที่ยอมศิโรราบให้กับพลังอำนาจมากมายถึงขนาดพรรณนาตัวตนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปิศาจเสียด้วยซ้ำ

 

 

แน่นอน..ทุกเรื่องเล่าขานเป็นตำนานคือเรื่องจริง

เต ตะวัน รู้ดีแก่ใจในฐานะ มือซ้ายของชายผู้เป็นราชา

 

 

 

“ผมจัดการตามที่บอสสั่งแล้วครับ” เตรายงานผลหลังได้รับมอบหมายงานไปกับบุรุษผิวสองสีหน้าคมเข้มรับผมสีดำดั่งปีกอีกาซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเลือดหมูหลังโต๊ะทำงานสีดำ สิงโต ปราชญา พยักหน้ารับฟัง แววตาพึงพอใจปรากฏในดวงเนตรที่ยากจะอ่านความคิด

เย็นนี้ไปเยี่ยมหลุมศพนิวใช่ไหม” แต่แล้วจู่ๆ อีกฝ่ายกลับถามถึงผู้จากจรไปหลายเดือนก่อน อัลฟ่าหนุ่มหน้าไทยพยักหน้าตอบเจ้านาย

“ฉันจะไปด้วย”

 

.

.

.

 

 

 

สายลมจางพัดผ่านจนหญ้าพลิ้วไหว พัดพากลิ่นหอมดอกลิลลี่สีขาวจางจัดช่อสวยหน้าป้ายหลุมศพของคริสตจักรสลักชื่อลูกน้องที่สาบานตนรับใช้นายจนวาระสุดท้ายของชีวิต เหลือเพียงตำนานและชื่อเสียงเล่าขานที่จารึกเอาไว้ในควาททรงจำของทุกคน เตมองโอเมก้าเพียงหนึ่งในชุดคลุมท้องสีขาวนั่งคุกเข่า เจ้าของช่อดอกลิลลี่สำหรับเคารพศพ

 

 

 

สุสานหลังโบสถ์สีขาว

นิว ฐิติภูมิ มือขวาแห่งลีโอนิกแฟมิลี่ นอนหลับอย่างสงบเป็นนิรันดร์

 

 

 

ภรรยาของบอสแห่งลีโอนิก..คริส พีรวัส ตั้งท้องแก่จูงมือลูกสาวคนโตอย่างหวานน้อยมาเยี่ยมผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องพิทักษ์เขาและลูก ยึดมั่นในหน้าที่จนลมหายใจสุดท้ายด้วยแววตาแสนเศร้า สิงโตเดินเข้ามาประคองภรรยาให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จนเต็มขาทั้งสองข้าง ฝ่ามือแกร่งโอบกระชับไหล่ของผู้ชายที่ค่อนข้างผอมบางกว่าเอาไว้

“ผมขอโทษนะครับคุณนิว..” คริสกล่าว จมจ่อมอยู่กับการสำนึกผิด สิงโตรับฟังพลางบีบไหล่คนรักเบาๆ

 

 

 

กล่าวอำลา กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษ

 

 

 

“ผม..ไม่ควรหนี”

“ฉันก็ไม่ควรให้นายไป”

 

เตยืนฟังเงียบๆ ถึงบทสนทนาของนายเหนือหัวกับโอเมก้าของนาย ผลลัพธ์ของการตัดสินใจอันพลาดพลั้งด้วยอารมณ์ ด้วยความไม่สมประกอบของความทรงจำ ทุกอย่างทำให้เสียลูกน้องมือดีและซื่อสัตย์คนหนึ่งไป คำกล่าวของสิงโตออกมาทั้งเสียงเรียบเย็นและใบหน้านิ่งเฉย ตรงข้ามกับคริสที่น้ำตาคลอและเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นกับความหนักอึ้งในใจ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังหวานน้อยเดินเข้าไปกอดป้ายหลุมศพแน่น..ไม่ต่างจากที่วิ่งเข้าไปกอดนิวครั้งมีชีวิต

 

 

 

ไร้ร่างไออุ่น เหลือเพียงแผ่นหินเย็นเชียบ

 

 

 

“คราวหน้าหวานน้อยจะมาเยี่ยมลุงนิวใหม่นะคะ” เธอโบกมืออำลาคนตายไปแล้วทั้งที่ยังสะอื้นไม่หาย ก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปกอดพ่อกับแม่ ซุกหน้าลงขอการปลอบโยนจากทั้ง 2 คน ครอบครัวของเจ้านายทยอยขึ้นรถลีมูซีนสีดำ ขับออกไปพร้อมขบวนรถสีดำตามอารักขา เหลือเตที่ขออยู่ต่อเพียงลำพังกับหลุมศพเพื่อนร่วมงาน เพื่อนคู่คิด คู่หู และเพื่อนรัก เขานั่งลงกับพื้น วางแก้วเหล้า 2 แก้วแล้วรินวิสกี้ในปริมาณเท่ากัน ก่อนหยิบแก้วของตนเองมาชนแก้วที่วางไว้หน้าป้ายหลุมศพนิว

“บอสโตขึ้นเยอะ คิดแล้วก็เหลือเชื่อว่ะไอ้นิว มีครอบครัว มีลูก เป็นบอสที่ดีและไปไกลกว่าบอสลีโอนิกรุ่นก่อนๆ” เตหัวเราะเบาๆ ดื่มวิสกี้แล้ววางลงกับพื้น ปลายนิ้วเรียวยาวลูบขอบแก้วเล่นไปมา “มึงอยู่บนนั้น ถ้าเจอคุณปราบแล้ว ฝากทักทายคุณปราบด้วย บอกไม่ต้องห่วง กูดูแลหลานชายกับครอบครัวของเขาอย่างดี”

 

 

 

เจ้านายคนแรกของพวกเขา

ปราบพยัคฆ์ เรืองโรจน์ บอสลีโอนิกรุ่นที่ 7

 

 

 

“ถ้าไม่มีมึง..กูคงไม่มีวันนี้ ไอ้นิว..

 

 

 

.

.

.

 

 

ย้อนกลับไปในห้วงความทรงจำ เตลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แค่ขยับก็ปวดไปทั้งกระบอกตา ขยับตัวนิดหน่อยก็ร้าวไปถึงกระดูก แต่จำต้องฝืนหยัดกายขึ้นมานั่งในห้องมืดสนิทที่ไม่มีแสงไฟใดส่องถึงจนกว่าประตูเหล็กที่ปิดกั้นเด็กชายสายพันธุ์อัลฟ่าวัย 15 ปีเปิดออกโดยคนข้างนอก

 

 

 

ชื่อของเขาคือ เต ตะวันไม่ทราบนามสกุล

 

 

 

ชีวิตเกิดมาพร้อมสายเลือดที่ DNA ระบุไว้แน่ชัดว่าเป็นอัลฟ่า พ่อแม่คือใครไม่อาจรู้ แต่ที่รู้คือชื่อที่ สมาพันธ์นักฆ่าตั้งให้ สถานที่ชุบเลี้ยงเขาให้เติบใหญ่มาตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ สัญญาณเสียงปลดล็อคบานประตูดังขึ้น เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ประตูเปิดออกเผยลำแสงสีขาวพร้อมคนในชุดคลุมสีแดง  

 

 

 

แสงสว่างอันน่าสะพรึง

 

 

 

“มึงมันอ่อนแอ”

 

 

พลั่ก!!!!

 

ฝ่าเท้ากระทืบท้องเด็กหนุ่มอายุเพียง 15 ปี ซ้อมจนเลือดออกปากแตก เพิ่มรอยฟกช้ำที่รังแต่จะเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน เตกลั้นเสียงร้องเอาไว้ ขบฟันจนกรามขึ้นสัน หากเขาร้องจะยิ่งโดนหนักมากขึ้น

“กูบอกให้มึงเชือดให้ตายในทีเดียว มึงเห็นไหมเป้าหมายยังหายใจ” ฝ่ามือจิกขยุมเกศาสีดำ ตาเขียวคล้ำปูดบวมพยายามลืมมองร่างของเหยื่อที่ไม่อาจทราบว่ามาจากไหน นอนชักกระตุกเลือดทะลักออกจากลำคอด้วยคมมีดในมือของเขา

 

 

 

สอบไม่ผ่าน จำต้องมีบทลงโทษ

 

 

 

“อ่อนแอ อ่อนแอ อ่อนแอ สิ้นดี!!!

 

 

ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!!

 

 

 

ซ้อมอยู่ยาวนานหลายชั่วโมง เจ็บช้ำจนระบมไปทั้งร่างกาย เตเดินประคองตัวเองมายังโรงอาหารคับแคบที่มีเหล่าเด็กอัลฟ่าอายุในรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งเบียดรับอาหารจากแม่ครัวหน้าตึงหลังฝึกเสร็จ ข้าวโอ๊ตเละเทใส่ชามพร้อมขนมปังปิ้ง 1 แผ่น อาหารที่เขากินประจำตั้งแต่จำความได้ ตาบวมปูดมองไปรอบๆ ไม่มีใครที่ไม่โดนซ้อม มีแต่โดนมากหรือโดนน้อย แต่ถ้าคนไหนเก่ง สามารถทำคะแนนได้ดีตรงตามโจทย์ที่เหล่าคนชุดแดงสั่ง ก็จะไม่โดนลงโทษอะไร

 

 

“อ๊อก!!!

 

 

อัลฟ่าหญิงคนหนึ่ง สำลักไอเป็นเลือดแล้วฟุ่บหน้าจุ่มในชามข้าวโอ๊ต แน่นิ่งไป..

“เอมิเลีย..ตายแล้ว..” เธอมีถูกซ้อมหนักมากในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทำผลงานได้ไม่ดี ทุกคนหวาดกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้นต่อหน้าเรื่องแบบนี้เกิดบ่อยเสมอ เด็กหลายคนตายเพราะช้ำในหรือไม่ก็ตายระหว่างฝึกและศพก็ถูกเหล่าอัลฟ่าชุดแดงนำออกไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

โอเมก้าโดนลักพาตัวและนำออกขายมากที่สุดก็จริง

แต่ อัลฟ่า สูงสุดแห่งชนชั้น..ก็ใช่ว่าจะรอด

 

 

 

 

โอเมก้ามักถูกขายไปในฐานะของบำเรอความใคร่ ส่วนอัลฟ่ามักถูกขายในฐานะกองทหารเสียมากกว่า ด้วยศักยภาพกายกับสัญชาติญาณสัตว์ป่าใน DNA ของพวกเขา แข็งแกร่งเปรียบดั่งอาวุธดีๆชิ้นนึงก็ว่าได้ เตรับรู้ในวันหนึ่งหลังได้เรียนวิชาศึกษาโลกภายนอก เขาคือหนึ่งในเหยื่อแห่งความโหดร้ายที่อัลฟ่าเจอ เกิดมาจำความได้ก็ถูกขังในห้องมืดสีดำ จริงอยู่ที่พวกชุดแดงสอนให้รู้จักว่าข้างนอกมีอะไร แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่มองด้วยตา ไม่สามารถจับต้องได้ ทั้งชีวิตเขาสัมผัสได้เพียงมีด ปืน ระเบิด ทักษะการต่อสู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้เพื่อ ฆ่า

“เต” เสียงทักเริ่มแตกหนุ่มจากชายผิวขาวผมสีทองตาสีฟ้า ใบหน้าตกกระ “ได้ยามาแล้ว กินข้าวเสร็จเราไปทำแผลกัน”

 

 

 

ปฏิสัมพันธ์ในที่แห่งนี้ มีเพียงอัลฟ่าอายุเท่ากัน

พวกเรารักใคร่กัน สนิทสนม แชร์ความเจ็บปวดกันและกันเสมอ

 

 

“โอเควิล” เตพยักหน้ายิ้มรับเพื่อนที่โดนต่อยปากแตกวันนี้ ในบรรดาอัลฟ่าทั้งหมดเขาสนิทกับ วิลเลี่ยมที่สุด วิลเลี่ยมเป็นคนอังกฤษนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เหล่าคนชุดแดงบอกให้รับรู้ เหมือนที่เตรู้ว่าจริงๆเขาเป็นคนไทย  เรา 2 คนคุยเล่นกันยามว่างในช่วงเวลาโดนจับขังในห้องมืด ห้องของเขากับวิลติดกันเลยตะโกนคุยกันบ่อยจนสนิท และคอยฝึกซ้อมไปด้วยกัน ยามเจ็บก็คอยปฐมพยาบาลกันและกัน

 

 

“ถ้าเราเก่ง เราจะไม่โดนพวกผู้ใหญ่ทำร้าย ต้องเก่งๆเข้าไว้นะเต นี่คือสิ่งที่ทุกคนรับรู้ คือสิ่งที่ทุกคนพร่ำท่องเอาไว้

 

 

 

พวกเราไม่อยากเจ็บตัว พวกเราไม่อยากโดนซ้อม

เพียงเท่านี้ที่พวกเราต้องการ

 

 

จนกระทั่ง..

 

 

 

 

ติ๊ด!!!!

 

 

“ตื่น!!!! ประตูปลดล็อค เปิดอ้าออกพร้อมกับเสียงทุ้มคำรามปลุกให้เตตื่นขึ้นมา คนของสมาพันธ์ในชุดคลุมสีแดงเข้ามากระชากลากถูเขาออกไปจากห้องขังมืดมิด ก่อนแล้วเหวี่ยงโยนไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟในห้องโถงกว้างสีขาวสะอาดขนาดใหญ่ ประตูที่นำพาเตออกมาปิดล็อคเช่นเดียวกับประตูบานอื่นๆที่เหลืออีก 49 บาน เหล่าเด็กอัลฟ่าในชุดสีขาวมองรอบกายอย่างงุนงงกับสถานที่ไม่เคยเข้ามา สิ่งแรกที่เตทำคือมองหาเพื่อนสนิท

“วิลเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆพวกชุดแดงก็มาปลุกแล้วก็ลากมาที่นี่” วิลเลี่ยมสับสนไม่ต่าง อัลฟ่าวัย 15 ปี รวมทั้งสิ้น 50 ชีวิตได้แต่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่จู่ๆเหล่าคนชุดแดงก็เลิกสอนพวกเขา หายตัวไปราวกับกลีบเมฆ แล้วปล่อยให้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามสบายจนแผลฟกช้ำหายสนิทกันทุกคน

 

 

 

มาวันนี้กลับปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมสถานที่แปลกตา

 

 

 

“วันนี้กูมีข่าวดี พวกมึงจบการศึกษาแล้ว ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องซ้อม ไม่ต้องฝึกฆ่าใครแล้ว”  แต่แล้วเสียงประกาศก้องจากลำโพงที่ติดล้อมห้องโถงสีขาวขนาดใหญ่ดังไปทั่ว  ไม่ต้องแปลกใจ พวกมึงจะได้ออกไปข้างนอก”

  

 

..ข้างนอก..คำเดียวสั้นๆ แต่ยิ่งกว่าได้ทองคำ

 

 

 

ทุกคนแย้มยิ้มดีใจ หัวเราะร่วน กอดกันกลมกิ๊ก ตาของเด็กวัยรุ่นอัลฟ่าล้วนเปล่งประกายระยิบระยับ การได้ออกไปข้างนอกเท่ากับไม่จำเป็นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป

“ฉันจะไปเดินนิวยอร์ก เขาว่าที่นั้นมีเสื้อสวยๆหลายสีนอกจากชุดขาว”

“เราจะกินเบอร์เกอร์ก่อนเลย เห็นแต่ในรูป อยากกินมานานแล้ว”

ทุกคนมีความฝัน มีความหวัง โลกภายนอกที่รู้จากตำรา ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า จะได้ออกไปเรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างที่วาดฝันกันเสียที  เตจับมือกับวิลเลี่ยมด้วยความตื่นเต้น พวกเขาเคยคุยกันว่าจะมีสถานที่ใดน่าท่องเที่ยวบ้าง พวกเขาจะออกเดินทางไปให้ทั่วทุกหนแห่งจนหนำใจ

 

 

 

โลกภายนอกที่เห็นผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายจะเป็นเช่นไรนะ?

โลกที่ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องกลัว

โลกไม่ต้องทำร้ายใครอีกแล้ว

 

 

 

แต่..  

 

 

ทว่า..เสียงเพรียกจากลำโพงแทรกขึ้นขัดบรรยากาศเริงร่า 

 

 

มีแค่คนเดียวที่จะได้ไป คนเดียวที่รอด

 

 

กำแพงบนสุดเลื่อนเปิดออกเผยห้องกระจกบนชั้นลอย เต็มไปด้วยคนของสมาพันธ์นักฆ่าทั้งหมดยืนเรียงกัน ทอดสายตาลงต่ำมองเหล่าเด็กวัยรุ่นอัลฟ่าในชุดขาวทั้งหลายเบื้องล่างห้องโถงสีขาวไฟสว่างจ้า

 

 

คนเดียวที่จะรอด หมายความว่า..

 

 

 

กำแพงรอบด้านพลิกกลับเผยให้เห็นอาวุธมากมายทั้งปืนหลายรุ่นหลายชิด ทั้งของมีคมหลายขนาดและระเบิดน้อยหน่าจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนติด

 

 

อาวุธมีให้แล้ว พวกมึงเลือกกันเอาเอง จะเอากี่ชิ้นก็แล้วแต่ หรือไม่เอาเลยก็ได้ เชิญตามสบาย”  

 

 

 

เตกลืนน้ำลายลงคอ เข้าใจสถานการณ์หลังได้รับคำสั่งสุดท้าย เขาหันหน้าไปสบตาเพื่อนสนิทที่สั่นไหวด้วยความหวาดกลัวไม่แพ้กัน เสียงหัวเราะหายไป รอยยิ้มค่อยๆมลายหายไป จังหวะลมหายใจของแต่ละคน เริ่มช้าลงและช้าลงจนน่าขนลุกซู่..

“ทุกค-

 

 

 

 

ฉึก!!!!!!!!!!!!

 

 

 

1 ใน 50 คนจากมุมไกลลงมือสังหารคนใกล้ตัวด้วยมีด ปักทะลุคอแล้วกระชากออก โลหิตสีแดงพุ่งกระฉูดกระจายตัวก่อนล้มลงแน่นิ่ง ทุกสายตาสบมองกันไปมา..แล้วเริ่มวิ่ง!!!!

ความสับสนอลหม่านชุลมุนวุ่นวายไปหมด ทุกสิ่งอย่างที่ร่ำเรียนถูกนำมาใช้เพื่อ ล่าและ เอาตัวรอด บนเวทีสีขาวในห้องโถงแต่งเต็มไปด้วยเลือดและซากศพ เพื่อนรักไม่มีอยู่จริง มิตรภาพมันก็แค่เรื่องปั้นแต่ง จวนตัวแล้วไซร้ พวกเขาล้วนรักตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

 

 

 

ขวนขวายหาโลกภายนอก..อิสรภาพ

 

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกก” 

 

 

กรีดร้องระงม ถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า  เตมองรอบกาย เขาจำหน้าทุกคนได้ดี อยู่กันมาแต่จำความ แต่เหมือนไม่รู้จักกันในวินาทีนี้และตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากทำร้ายใคร แต่ทุกคนที่รู้จักกลับพุ่งมาหมายทำร้ายเขารอบด้าน

 

 

แค่ ป้องกันตัว

 

 

 

กระสุนหมด ระเบิดไม่เหลือ เวทีถูกย้อมด้วยเลือดจนไม่เหลือสีขาว เตหายใจหอบโยนหลังใช้มีดสั้นปาดคออัลฟ่าชายที่จะเข้ามาแทงจนดับคาที่ ร่างกายชโลมเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้าเงยหน้าขึ้นเชื่องช้า

“วิล..  มองอีกหนึ่งที่เหลือรอดในสภาพไม่ต่าง

 

 

 

เหลือเพียง 2

 

 

 

“วิล..

“.....”

“วิล..มึงฟังกูนะ..พวกเราโดนพวกมันปั่นหัว..เตพยายามเตือนสติเพื่อนสนิทที่เอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อก้มมองศพบนพื้น

“กู..ฆ่าแดน ฆ่าเอมิลี่ ฆ่าหยกวิลเลี่ยมเอ่ยเสียงสั่นเพื่อนกูทั้งหมด...”

 

 

 

นิยามของคำว่า เพื่อน คืออะไรกันแน่ ?

 

 

 

“ไอ้วิล..”  เตร้องเรียกอีกฝ่ายทั้งเสียงอ่อนล้า เขาส่ายหัวมองอัลฟ่าชาวอังกฤษค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเชิดสูง ตาสีฟ้าเลื่อนลอยแล้วตวัดมาสบมอง มือโชกเลือดหมุนมีดเข้าจับกระชับมือแล้ววิ่งพุ่งเข้ามา เตจำต้องกำมีดแน่นยกขึ้นฟันรับมีดจากอีกฝ่าย

 

 

 

แคร้ง!!! แคร้ง!!! แคร้ง!!!

 

 

 

ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มจริงใจ ไม่มีอีกแล้วความไว้วางใจ ไม่มีอีกแล้วความเห็นอกเห็นใจ หลงเหลือเพียงคนไม่รู้จักกันที่ต้องจัดการเพื่อถีบตัวเองขึ้นไปสู่ชัยชนะก็เท่านั้น พวกเขาสู้กันจนมีดตกกระเด็น แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทำให้ไร้พิษสงวิลย่อตัวลงตวัดขาเตะเข้าซี่โครง เตสำลักน้ำลายกระอักเลือดแต่สติยังดีล็อคขาเอาไว้แล้วต่อยเข้าที่คางวิลเต็มเหนี่ยว

ร่างกายของนักฆ่าที่ฝึกปรือ แข็งแกร่งมากกว่าอัลฟ่าทั่วไป แค่นี้ไม่ทำให้วิลเลี่ยมน็อคได้ วิลใช้แขนหยัดพื้นแล้วดีดตัวถีบหน้าเตเข้าจนกระเด็น

 

 

 

โครม!!!!!

 

 

 

การต่อสู้อย่างยาวนาน 50 ชีวิตมาถึงจุดสิ้นสุดลงในอีกไม่ช้า

ไม่เตก็วิลเลี่ยม มีเพียง 1 ที่จะได้ไปต่อ สู้กันไปมาตั้งใจเอาให้ ตาย

 

 

 

ในที่สุดการตึงมือสูสีมานานระหว่างอัลฟ่าวัยหนุ่มที่เหลือเพียง 2  ย่อมมีคนพลาดพลั้งเข้าจนได้ วิลเลี่ยมคือคนที่พลาดท่าถูกเตจับล็อคคอเอาไว้ ตาคมแดงก่ำจดจำแน่นถึงไอร้อนอุ่นบนผิวกายของเพื่อนสนิท ร่างในอ้อมแขนกำลังดิ้นพล่าน ดีดดิ้นตะเกียกตะกายหมายพลิกสถานการณ์ตลอดเวลา เขาจำ..จำได้ดี..โดยเฉพาะทุกความสนิทสนมใกล้ชิดกับวิลเลี่ยมในฐานะเพื่อนรัก ทุกสิ่งอย่าง..

 

 

 

กร๊อบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

พังทลายลงหมดสิ้นหลังเตจำใจต้องหักคอเพื่อนที่เคยสนิทที่สุดในชีวิตตั้งแต่ลืมตาดูโลก วิลเลี่ยมแน่นิ่งไป ตายในอ้อมแขนเพื่อนที่เคยสนิทที่สุดเช่นกัน เขาได้แต่นั่งล็อคร่างไร้ชีวิต..น้ำตาไหลจนไม่มีเหลือให้ไหล รู้ดีว่าเพื่อนแต่ปล่อยไม่ได้ ถ้าพลาดเพียงแค่เสี้ยววินาที

 

 

 

คนที่ตายอาจเป็นตัวเขาเอง

 

 

ประตูใหญ่สุดปลดล็อคเปิดออก เผยแสงสว่างที่หาใช่แสงไฟนีออน แต่เป็นแสงตะวันสาดส่องจากโลกภายนอกที่ทุกคนเฝ้าฝันอยากออกไปพบเจอ ทว่า..มีเพียงคนเดียวที่จะออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บจนด้านชา ไม่มีชิ้นดี..ไม่มี..

 

 

 

“เต นายไปได้

 

 

อารมณ์ ความเชื่อใจ ศรัทรา ไม่มีอีกแล้ว

เป็นเพียง เต ตะวัน คนไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก

สิ่งสุดท้ายที่ 'นักฆ่า' ต้องมี คือการรู้ซึ้งถึง ความตายยิ่งกว่าใคร

 

 

 

สำเร็จการศึกษา..สุดยอดนักเรียนดีเด่นแห่งรุ่น

 

 

.

.

.

 

 

3 ปีต่อมา..

 

 

โลกภายนอกยามต้องแสงตะวันและแสงจันทร์หรือแม้กระทั่งแสงดาว งดงามกว่าแสงไฟสว่างในสมาพันธ์นักฆ่านัก เพื่อนพ้องไม่มีวันได้เห็น มีเพียงเตที่ออกมา ตาคู่คมทอดมองวิวจากดาดฟ้าตึกร้างสูงเสียดฟ้าอันไร้ผู้คน เบื้องหน้าถัดไปราว 4 กิโลเมตรเป็นตึกริอัลโต้ ลำกล้องเล็งไปที่ศีรษะของ CEO ของธนาคารชื่อดังแห่งออสเตรเลียที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารบนโต๊ะจนเสร็จแล้วยื่นส่งให้เลขานุการรับต่อ

 

 

ลั่นไก ไม่มีเสียง เงียบเชียบ ดับชีวิตเป้าหมายตายคาที่

 

 

ในอีกไม่กี่ชั่วยามในตึกริอัลโต้เต็มไปด้วยเสียงหวีดร้องตกใจ กว่าตำรวจจะมาถึง นักฆ่าอย่างเขาก็หายตัวไปในกลีบเมฆไม่เหลือร่องรอยใดๆให้แกะรอยตาม ลุล่วงสำเร็จไปด้วยดีตามงานที่ได้รับตามคำสั่งจากสมาพันธ์นักฆ่า เขากลับมาพักผ่อนในห้องเช่ารายวันเก่าโทรมที่ชานเมือง

 

 

ก๊อก..ก๊อก..

 

 

เคียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มคนไทยหน้าคมขยับเดินเข้าไปใกล้บานประตูอย่างเงียบเชียบ แผ่นหลังแนบติดกำแพงข้างประตูในมือถือปืนสั้นกำชับไว้ด้านหลัง ส่วนอีกมือแง้มเปิดประตู ไม่ทันได้เห็นหน้าค่าตา ซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นแทรกผ่านเข้าช่องแง้มประตู

“งานใหม่”  ผู้มาเยือน..คนของสมาพันธ์นักฆ่ากล่าว สัญลักษณ์บนเอกสารทำให้เตขมวดคิ้ว

“ผมพึ่งรับระดับ SS ไปเดือนที่แล้ว”

“นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธงาน” คำสั่งเสียงเฉียบขาด เยือกเย็น ไร้ปราณี เตจึงจำใจต้องรับซองมาโดยไม่อาจเลี่ยงได้ ประตูปิดลงพร้อมกับฝีเท้าที่จากไปอย่างเงียบเชียบไม่ต่างจากเขาที่ผ่านการฝึกฝนทักษะย่องเบาของนักฆ่ามาอย่างดี เขาเปิดซองเอกสารที่มีรูปถ่ายและประวัติส่วนตัวโดยคร่าวๆในนั้น หยิบรูปแอบถ่ายจากมุมสูงในสนามบิน ชายวัยชราแต่ยังแข็งแรงดี ผมหงอกหวีเสยเรียบตัดผิวสีเข้มในสูทสีดำลายทางเดินอยู่ใจกลางเหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวในสูทดำจำนวนมากมายลายล้อม

 

 

 

ภารกิจระดับ SS

ลอบสังหาร ปราบพยัคฆ์ เรืองโรจน์ หัวหน้าแก๊งลีโอนิก

 

 

 

เตกลับไปนั่งลงกับขอบหน้าต่าง อ่านเอกสารงานใหม่ที่ได้รับจากผู้ส่งงาน คราวนี้เป็นบอสมาเฟียแก๊งขนาดใหญ่ อิทธิพลสูงในระดับชั้นแนวหน้าของโลก เขาพ่นลมหายใจแรง ยิ่งนานวัน งานก็ยิ่งยาก สำหรับนักฆ่าที่จบการศึกษาเพียง 1 คนต่อ 1 รุ่น ก็ไม่อาจค้นพบอิสระอย่างแท้จริง ชีวิตของเขาต้องทำงานที่ได้รับจากสมาพันธ์โดยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง

 

 

หน้าที่ของนักฆ่าคือทำงานให้ลุล่วงไปก็พอ

 

 

TBC



+++++++++++++++++++++++++




เราจะเริ่มขยายสเปที่เหลือในเด็กดีต่อแระน่อ 

คราวนี้เป็นอดีตของมือซ้ายและมือขวา เตกับนิว และปู่ของบอสค่ะ ทามไลน์ย้อนอดีตไปนู้นนนนน คาดว่าไม่เกิน 4-5 ตอนน่าจะจบสเปหัตถาราชา


ขอชี้แจงกันสับสน ในส่วนของสเปที่ลงหลัง my queen เป็นต้นไป ยังไม่อยู่ในรวมเล่มที่เปิดให้พรีออเดอร์นะคะ เนื่องจากแต่งมาหลังเปิดพรีออเดอร์



อนาคตจะมีรวมเล่มสเปลอตหลังนี้ไหม?

อาจจะมีนะคะ ยังไงจะแจ้งอีกทีน่อ



ไปก่อนนะคะ บายจ้า 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,342 ความคิดเห็น

  1. #2318 Uooota (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 14:38

    สงสารมากๆๆ

    #2,318
    0
  2. #2122 nupammie (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:08

    มาไล่ตามอ่านสเปล่ะจร้าาาา อ่านฉากบู้แล้วกลั้นหายใจด้วยอะ งงตัวเอง 55555 บลัดบรรยายได้ดีมาเลย ชอบๆๆๆ

    #2,122
    0
  3. #1819 Namfon🍃🌈 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 10:39
    คือดีชอบภาษาคุนบลัดมันสะท้อนสังคมมากสุดท้ายทุกคสพ.เราก้อเลือกตัวเองตายแทนกันได้ไม่มีจิง
    #1,819
    2
    • #1819-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      22 มกราคม 2562 / 16:47
      ของคุณค่ะ อ่านแล้วต้องได้อะไรกลับไปบ้างอ่ะเนอะ อยากให้อ่านฟิคเราแล้วได้อะไร
      #1819-1
  4. #1797 Chowa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 06:14
    อ่านแล้วสงสารเลยโหดร้ายมากกว่าจะมีชีวิตรอดต้องผ่านเรืีองราวที่โหดร้ายมากมาย ชีวิตเปลี่ยนไปหลังเจอบอส รอออว่าจะผลิกผันยังไง
    #1,797
    1
    • #1797-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:06
      โลกนี้มันโหดอ่ะเนอะ ฆ่าเพื่อนเพื่อรอด มาดูกันต่อเด้อ อัพแล้วจ้า
      #1797-1
  5. #1796 imsft. (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:58
    เข้าใจฟีลเตนะ แต่แบบ อยากบอกว่าถึงเตจะทำให้ทุกคนมีสติขึ้นมาได้จริงๆ บอกว่ากำลังโดนปั่นหัว ก็ไม่มีอะไรมารับประกันอยู่ดีว่าจะรอด ในเมื่อแบบทดสอบสุดท้ายคือการเอาตัวรอดให้ได้เพียงหนึ่ง ถ้าทำไม่ได้...ก็แปลว่าไม่มีคนสอบผ่าน สิ่งที่เตทำได้ก็มีแค่ฆ่าเพื่อเอาตัวรอดจริงๆอะ แล้วแบบ แบบทดสอบสุดท้ายนี่คือปิดใจจริงๆนะ คนที่โตมาด้วยกัน เห็นกันมาตั้งแต่จำความได้ยังฆ่ากันได้ ใครที่ไหนก็ทำได้ เป็นหลักสูตรที่อำมหิตดี แต่ถ้าน้อยกว่านี้ สำหรับนักฆ่าก็ถือเป็นอันตรายล่ะนะ ส่วนควีนกับบอส จะไม่บอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอหรืออะไรแบบนั้นนะ เพราะก็รู้ด้วยกันหมดอะว่าทำแล้วอาจจะไม่ปลอดภัยแต่ก็ยังเลือกที่จะทำทั้งอารมณ์ชั่ววูบ คนนึงเจ็บร้าวจนอยากจะหนี อีกคนก็รู้สึกผิดจนไม่กล้ามองหน้า ลืมไปหมดว่าข้างนอกรั้วสีดำก็ยังมีสัตว์ร้ายเยอะแยะไปหมด คิดว่าทำแล้วจะสร้างความสบายใจให้กันและกันได้มากกว่า แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด อย่าเอาแต่โทษตัวเองนะคะ
    #1,796
    1
    • #1796-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:08
      ใช่เลย ฟิลลิ่งเตคือตามเม้นนี้เลย แบบทดสอบสุดท้ายนี่แลวัดสุดเลย เพราะถ้าฆ่าคนสำคัญได้ ก็ไม่ลังเลจะฆ่าใครอีกแล้ว ใจนิ่งด้านชาไปเลย หลักสูตรหฤโหด สมเป็นสมาพันธ์นักฆ่าเลยค่ะ

      ส่วนคริสกับสิงนี่ก็ใช่เลย แบบนั้นเลยอ่ะ ตอนนั้นบอสก็ความจำเสื่อม ความระมัดระวัง ความคิดรอบก็ลดลง คริสก็อารมณ์นำซึ่งมันก็สุดๆแล้วอ่ะเจอนั้น ทนมา 8 ปี พอจะเปิดใจเจอคำว่าตัวแทนไปอีก
      #1796-1
  6. #1795 ooiieeeeyy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:18
    ขอบคุณค่า
    #1,795
    1
    • #1795-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:08
      จ้า มาต่อแล้วนะ
      #1795-1
  7. #1794 nuying88 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:45
    ดำดิ่ง ลึกลงไปกับเรื่องราวแต่ละคน
    #1,794
    1
    • #1794-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:09
      เราจะค่อยๆปูกันไป
      #1794-1
  8. #1793 PraewShiny (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:36
    ถ้าปลอกคอคือการไร้ซึ่งอิสรภาพตัวละครทุกตัวมีปลอกคอเป็นของตัวเองหมดเลยอยู่ที่ว่าปลอกคอนั้นมาในรูปแบบใหน
    #1,793
    1
    • #1793-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:09
      ชอบการตีความนี้มาก จะว่าอย่างนั้นก็ได้เลยค่ะ เป๊ะ เฉียบ
      #1793-1
  9. #1792 hidenutsu (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:58
    ดีใจที่เอามาขยายในเด็กดี รออ่านเลยจร้าาา
    #1,792
    1
    • #1792-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      21 มกราคม 2562 / 15:09
      จ้า มาต่อแล้วเด้อ
      #1792-1
  10. #1791 BlackWolf-T (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:52
    เอาตรงๆนะคะ.ตั้งแต่อ่านมาทุกตัวละครไม่เคยมีเส้นทางที่โรยกลีบกุหลาบเลยค่ะ.แต่ละคนโดน-ช้ำใจกันหมดเลยTT.แต่เราชอบนะมันคือบทเรียนของพวกเขาที่ทำให้มาเป็นตัวเขาอย่างทุกวันนี้.คิดถึงเรื่องนี้เลยอ่ะ.ฮรึก.ไปย้อนอ่านแปบ
    #1,791
    1
    • #1791-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      20 มกราคม 2562 / 14:55
      เจ็บมาเยอะ โดนมาแยะกันทุกคนอ่ะค่ะ ดีใจที่ชอบน้า
      #1791-1
  11. #1790 Hare-Akira (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:23
    ชอบที่บลัดแต่งเกี่ยวกับปลอกคอ สนุกหมดทุกคาแรคเตอร์
    #1,790
    1
    • #1790-1 blood_hana(จากตอนที่ 37)
      20 มกราคม 2562 / 14:32
      ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ขยายสเปอื่นๆในฟิคสดหลังมายควีนแล้วนะ ลองอ่านดูเด้อ
      #1790-1