Hades Slave...พันธะฮาเดส (ตอนพิเศษ)

ตอนที่ 36 : Chapter 22: “ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีผู้ใดลงโทษนางได้” [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    14 ก.ค. 62



สิบวันต่อมางานเลี้ยงฉลองครบรอบวันที่เทพฮาเดสขึ้นครองนรกภูมิก็เริ่มต้นขึ้น โดยจัดบนภูเขาที่สูงเฉียดฟ้าใต้หมอกเมฆทะมึน บนภูเขาถูกถางเป็นที่ราบกว้างใหญ่และปูพื้นด้วยหินสีดำ ตกแต่งด้วยเถาวัลย์และดวงวิญญาณสีเรื่อเรือง เหล่านางไม้คอยบินบนฟากฟ้าและโรยกลีบดอกไม้สีม่วงเข้มและแดงสดลงมา บันดาลให้สถานที่แห่งนี้ดูสวยงามและน่ากลัวตามสไตล์ปรโลก
ฉันกำลังยืนอยู่บนยอดเขา มองรถม้าศึกตะลุยขึ้นเนินมาหยุดที่หน้าทางเข้าที่ตกแต่งด้วยซุ้มดอกไม้สีทึม ฉันหวนนึกถึงงานฉลองวันครบรอบสิบห้าปีที่จัดขึ้นที่วังไทริน ฉันในตอนนั้นยืนต้อนรับแขกพร้อมกับท่านแม่ รู้สึกสนุกและตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด แต่ฉันในตอนนี้... กลับรู้สึกอ้างว้าง แห้งแล้ง ไม่ต่างจากต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา แต่ฉันก็จำต้องฝืนฉีกยิ้มต้อนรับเทพองค์แล้วองค์เล่าที่ฉันแทบไม่รู้จัก ต้องให้แลมพีช่วยกระซิบบอก
เทพีองค์ต่อมา แลมพีไม่ต้องช่วยบอกฉัน เพราะฉันรู้จักนางเป็นอย่างดี
“โอ้ บราวนี่ เจ้าช่างงดงามนัก งามยิ่งกว่าครั้งล่าสุดที่ข้าพบเจ้า”
เทพีเฮร่าพูดเสียงแหลมอย่างเย้ยหยัน วันนี้นางอยู่ในชุดสีน้ำตาลทอง สีเดียวกับเรือนผมหยักศก ตกแต่งด้วยหมวกตาข่ายสีดำพอให้ดูเข้ากับงาน
นางพูดต่อ “อย่างว่า มันคนละชุดและคนละฐานะกันนี่เนอะ ว่าแต่เจ้าชอบชุดไหนมากกว่ากันล่ะ แต่ถึงเจ้าจะชอบชุดเจ้าหญิงแสนไร้เดียงสา เจ้าก็คงไม่มีวันกลับไปได้แล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“คนเราย่อมต้องเปลี่ยนแปลงบ้างเจ้าค่ะ หาใช่ควรจะดีหรือเลวตลอดไป”
เสียงต่ำของฉันทำเอานางไม้แลมพีที่ลอยอยู่ข้าง ๆ สะดุ้ง นางพยายามสะกิดฉัน แต่ฉันไม่สนใจ
รอยยิ้มของเทพีเฮร่าหายวับไป “เจ้าว่าข้างั้นรึ”
ฉันไม่ตอบ แต่สายตาที่จ้องอย่างเด็ดขาดก็น่าจะเป็นคำตอบได้ดีแล้ว
“ถึงเจ้าจะเป็นราชินีของเทพฮาเดส แต่อย่าลืมว่าเจ้ายังเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น เจ้าพูดจาดูหมิ่นข้าผู้เป็นเทพ เจ้าต้องโดนลงโทษ!” เทพีเฮร่าพุ่งมาหาฉัน แต่ยังไม่ทันถึงตัวฉัน หมอกสีดำกลุ่มใหญ่ก็ลอยมาบังหน้าฉันจนมิด แล้วแปลงร่างเป็นเทพฮาเดส
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีผู้ใดลงโทษนางได้” น้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคงดุจขุนเขา
เทพีเฮร่ายิ้มกระตุกเหมือนคนที่กำลังโกรธแต่ต้องระงับอารมณ์ไว้
“เจ้าควรขอบใจข้าที่ข้าช่วยพูดกับเทพซูสให้ยกโทษให้เจ้า เรื่องที่เจ้าบังอาจทำร้ายเทพซูสในคราวนั้น”
“ข้าไม่ได้ร้องขอท่าน”
“ดี! หากคราวหน้าเจ้าก่อเรื่องอีก อย่าหวังว่าข้าจะช่วย!”
ก่อนที่การทะเลาะกันระหว่างพี่สาวกับน้องชายจะบานปลายไปกว่านี้ เสียงใส ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านบน
“แต่ท่านควรขอบใจเทพีเฮร่านะ หาไม่คงได้เกิดสงครามวุ่นวายจนข้าอดมาร่วมงานเลี้ยงที่น่าสนุกเช่นนี้”
ฉันเงยหน้าขึ้น พบว่าเจ้าของเสียงคือเทพเฮอร์มีส ท่านเป็นบุตรแห่งซูสและนางไม้นามเมยา เป็นเทพหนุ่มที่สวมชุดชิตอนสีไข่ หมวกสัมฤทธิ์ทรงกลมที่มีปีกสีทองสองข้าง รองเท้าสานมีปีกสีทองเช่นกัน ถืออาวุธประจำกายไม้เท้าสีขาว ก้านไม้เท้ามีงูสองตัวเลื้อยพันกัน ส่วนที่หัวไม้เท้ามีปีกสองข้างสยายอยู่ เขาลอยลงมายืนเยื้องกลางระหว่างเทพีเฮร่าและเทพฮาเดส
น้ำเสียงอันรื่นรมย์ของเทพเฮอร์มีสช่วยขจัดบรรยากาศขุ่นข้องระหว่างสองพี่น้องเทพกรีกโดยทันที สมแล้วที่เขาเป็นเทพแห่งการสื่อสาร เป็นทูตผู้ส่งสารระหว่างทวยเทพและมนุษย์
“ราชินีบราวนี่ เจ้าช่างงามนัก หากเทพฮาเดสไม่ได้จองตัวเจ้าแต่แรก เจ้าคงเป็นของข้าไปแล้ว” เทพเฮอร์มีสยิ้มให้ฉัน แล้วเบนไปหาเทพฮาเดส “ท่านนี่ช่างตาแหลมจริง ๆ”
คำเยินยอนั่นทำให้เทพฮาเดสถึงกับยิ้มมุมปาก ส่วนเทพีเฮร่าก็เบ้หน้า
เทพเฮอร์มีสยังคงพูดเยินยอฉันเพื่อเอาใจเทพฮาเดส และกล่าวชมเทพีเฮร่าในความงามของนางจนนางกลับมาเบิกบาน สมเป็นเทพผู้มีศิลปะแห่งการเจรจา
บางทีฉันน่าจะขอให้เทพเฮอร์มีสลองเกลี้ยกล่อมให้เทพฮาเดสยอมปล่อยฉัน แต่เขาคงไม่ช่วยฉันหรอกเพราะเขาทำงานอยู่ฝ่ายเทพฮาเดส เขาคือผู้นำดวงวิญญาณหลังจากที่เจ้าของร่างตายแล้ว เดินทางไปส่งที่ริมแม่น้ำสติกซ์เพื่อส่งให้ชารอนพาข้ามเรือมายังโลกนรก
“ระวังเถอะเฮอร์มีส ขืนชมราชินีบราวนี่มากเข้า เทพฮาเดสจะเปลี่ยนจากจัดงานฉลองเป็นงานศพให้เจ้าแทน”
น้ำเสียงหนาแต่แฝงด้วยความขบขันดังลอยมา พร้อมกับเจ้าของร่างที่ก้าวลงจากรถศึกสีดำที่เทียมด้วยม้าพ่นไฟสี่ตัว เป็นเทพหนุ่มที่รูปร่างกำยำพอ ๆ กับท่านพ่อของฉัน เขาสวมชุดเกราะสีดำ หมวกเกราะที่หล่อขึ้นด้วยทรงนกแร้งที่กำลังสยายปีกราวกับพร้อมจะบินไปจิกซากศพตรงหน้า ข้างลำตัวคือหอกแหลมที่เปื้อนสีแดงคล้ายเลือด กลางหลังคือโล่ทรงกลมที่มีสัญลักษณ์ของหมูป่าเขี้ยวยาว
ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายคลึงกับกษัตริย์ไดโอมีดีส หรือหากจะพูดให้ถูก ต้องพูดว่ากษัตริย์ไดโอมีดีสต่างหากที่มีใบหน้าคล้ายกับเทพผู้นี้ เพราะเขาคือเทพอาเรส...เทพแห่งสงคราม บิดาของกษัตริย์ไดโอมีดีส
เทพอาเรสก้าวลงจากรถม้าศึกแล้วเดินมายังวงสนทนา เทพีเฮร่ายิ้มให้เขาอย่างรักใคร่ ไม่แปลกที่นางจะรักเขาเพราะเขาคือบุตรของนางและเทพซูส
“เทพฮาเดสไม่ฆ่าข้าหรอก เพราะเทพฮาเดสไม่ปรารถนาสงครามและความรุนแรง หน้าที่นั้นให้เป็นของท่านคนเดียวก็พอแล้ว” เทพเฮอร์มีสพูดยิ้ม ๆ เทพอาเรสหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหันมาทักทายฉัน
“แต่เจ้าก็งามนัก สมกับที่เทพเฮอร์มีสชมไม่หยุดปาก”
เทพีเฮร่าถอนหายใจเสียงดัง หงุดหงิดที่พวกเทพไม่ยอมเปลี่ยนหัวข้อสนทนาสักที “ต๊าย! พวกเจ้าไม่คิดจะให้เกียรติชายาของพวกเจ้าหน่อยหรือไง ดูซิ หน้าหงิกหน้างอกันหมดแล้ว”
นอกจากเหล่าเทพจะมาร่วมงานแล้ว ยังพาบรรดาชายามาอีกมากมาย โดยเฉพาะเทพเฮอร์มีสที่พาชายามาถึงห้าคน เทพอาเรสพามาเจ็ดคน พวกนางกำลังมองฉันอย่างอิจฉา ไหนจะเทพององค์อื่นอีก รวม ๆ แล้วมีชายาเกือบร้อยคน
ฉันพูดยิ้ม ๆ “สตรีแต่ละคนมีความงามในแบบของตัวเอง พวกเจ้าก็งาม ไม่เช่นั้นคงไม่ต้องตาต้องใจเหล่าเทพหรอก จริงหรือไม่”
คำพูดของฉันทำให้พวกนางยิ้มอย่างลำพอง เชิดหน้าสะบัดผมใส่กัน
เทพอาเรสหัวเราะแล้วชมฉัน “ดูซิ เหมือนเราจะได้เทพีแห่งการทูตองค์ใหม่แทนเจ้าเฮอร์มีสแล้ว”
“อย่าเลยน่า ข้ายังไม่อยากตกงานตอนนี้” เทพเฮอร์มีสส่ายหน้า วกกลับมาชมฉันให้เทพฮาเดสฟังอีก “ท่านนี่โชคดีจริง ๆ ได้ราชินีที่ทั้งงามและฉลาด”
“ข้าไม่ฉลาดเท่าเทพเฮอร์มีสหรอกเจ้าค่ะ ข้าขออยู่แบบนี้ก็พอแล้ว” ฉันพูดอย่างถ่อมตัว
เทพีเฮร่าหัวเราะเสียงแหลม “ดูท่าเจ้าจะชื่นชอบกับการเป็นราชินีที่นี่ เสียแรงที่เฮอร์คิวลีสกับเอแคลร์เอาแต่เป็นห่วงเจ้า เอาไว้ข้าจะกลับไปบอกพวกเขาให้ว่าไม่ต้องห่วงเจ้า เพราะเจ้าน่ะเต็มใจจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ฮ่าฮ่าฮ่า”
ฉันเม้มปากแน่น ข่มอารมณ์เอาไว้ เทพอาเรสหันมาพูดกับฉัน “อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเสียหน่อย จริงหรือไม่ ราชินีบราวนี่”
“เจ้าค่ะ” ฉันฝืนตอบ เทพีเฮร่ามองค้อนลูกชายที่พยายามปกป้องฉัน
เทพเฮอร์มีสเปลี่ยนเรื่อง “ข้าว่าเราไปดูเทพไดโอนีซูสหน่อยดีกว่า ดูท่าเขาจะเมาจนพังงานของท่านแล้ว”
พวกเรามองไปในงาน เห็นเทพไดโอเนซัส เทพเจ้าแห่งไวน์และงานรื่นเริง กำลังดื่มด่ำกับการกรอกไวน์จอกแล้วจอกเล่าลงคอ มือไม้เลื้อยไปมาสัมผัสตัวเหล่าชายาสิบกว่าองค์ที่ขนมา
“เห็นทีคงจะมีแต่เทพีเฮร่าที่กำราบเทพไดโอเนซัสได้” เทพเฮอร์มีสพูดอย่างให้เกียรติ เทพีเฮร่าเหยียดยิ้ม เชิดคอตรงแล้วเดินเข้าไปในงาน เทพเฮอร์มีสและเหล่าชายาเดินตามเข้าไป
“ข้าขอควงราชินีคนงามของท่านสักวันได้หรือไม่ กลับขึ้นไปข้าคงไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว” เทพอาเรสเอ่ยขอ เหล่าชายามองค้อนให้เช่นกัน พากันสะบัดหน้าเข้าไปในงาน
เทพฮาเดสยิ้มอนุญาต ดูท่าวันนี้เขาจะอารมณ์ดี หรืออาจเพราะเขากับเทพอาเรสสนิทกันมากทีเดียว เทพอาเรสยื่นแขนให้ฉันคล้อง ฉันควงแขนเทพอาเรสแล้วเดินเข้าไปในงานที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและเสียงคุยจอแจ บางคนไปยืนออที่ริมเขาเพื่อดูการแข่งขันของเหล่าวิญญาณด้านล่าง พวกเขาถูกจับมารวมกันแล้วให้ต่อสู้กับอสูรกาย เทพฮาเดสให้รางวัลว่าหากใครสามารถอยู่รอดได้จนจบงาน จะได้รับโอกาสไปเกิดใหม่
“เจ้ากลัวข้าหรือไม่” เทพอาเรสชวนฉันคุย
“ถ้าท่านไม่คิดจะฆ่าข้า ข้าก็ไม่กลัวเจ้าค่ะ”
“ข้าเป็นเทพแห่งสงคราม ชอบเห็นผู้คนเข่นฆ่ากัน ข้าชอบเสพความรุนแรง ชอบสูดกลิ่นคาวเลือด ชอบได้ยินเสียงกรีดร้องทรมาน มันช่างกระตุ้นหัวใจข้ายิ่งนัก เจ้าล่ะชอบหรือไม่”
ฉันรู้สึกขนลุกกับน้ำเสียงของเขา ได้แต่ยิ้มแหย ๆ “ข้าไม่ชอบเจ้าค่ะ ข้าชอบความสงบมากกว่า”
“จริงหรือ ข้าคิดว่าเจ้าชอบเสียอีก ถึงได้คิดแผนปลดปล่อยพวกไททันเพื่อสังหารหมู่เหล่าเทพโอลิมปัส”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

239 ความคิดเห็น