[EXO] ฟิคเหนียวไก่ [Chan x Kai]

ตอนที่ 10 : เหนียวไก่น่องที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ก.พ. 58





เหนียวไก่น่องที่ 9

 


 

 

“ไอ้จงอินโว้ยยย”

 

“รู้แล้วเจ้ๆๆ” ผมรีบวิ่งตึกๆออกมาจากบ้านตัวเองหลังจากที่เผลอหลับไปบนโซฟากับไอ้กางตอนไหนก็ไม่รู้ พอรู้สึกตัวอีกทียัยเจ้นี่ก็มายืนตะโกนอยู่หน้าบ้านแล้ว

 

“กลับบ้านเร็ว”

 

“เออๆ ทำไมรีบจังล่ะเจ้” จัดผมเผ้าตัวเองให้เป็นปกติยัยเจ้มองสภาพผมด้วยสายตาแปลกๆนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

 

“ป๊ากลับมาแล้ว รีบกลับบ้านเหอะน่า”

 

“อือๆ รอเป๊ป กาง ไปก่อนนะ”

 

“อื้อๆ กลับดีๆนะคุณ กลับดีๆนะครับนูน่า”

 

“อื้ม”

 

“จ้ะ” โบกมือลากันสักพักก่อนที่เจ้จะเดินนำขึ้นรถไป

 

“แฮปปี้ไหมล่ะ?”

 

“อะไรเจ๊แฮปปี้ไร?”

 

“ได้มาหาชานยอลเนี่ยแฮปปี้ไหม?”

 

“เฉยๆ”

 

“หราาาาาา”

 

“เออ!” พอขึ้นรถมาก็ชวนคุยอะไรน่าปวดหัวเลยยัยเจ้บ้านี่ เปิดเพลงฟังดีกว่าเดี๋ยวยัยเจ๊นี่พ่นอะไรออกมาถามให้ร้อนอีก

 

 

It must be L.O.V.E 200 percent, sure of that

(นี่มันต้องเป็น L.O.V.E 200 เปอร์เซ็นต์ชัวร์ๆ)

 

I want you really I mean really

(ฉันต้องการเธอจริงๆ ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ)

 

정말이야 좋아하는데

(จริงๆนะ ฉันชอบเธอ)

 

빨갛게 익은 얼굴이 그걸 증명해

(ใบหน้าฉันแดงซ่านไปหมดแล้วนี่คือหลักฐาน)

200 % : AKMU

 

 

โว้ยยย นี่มันเพลงอะไรเนี่ย ทำไมมันฟรุ้งฟริ้งหวานแหววสีชมพูแบบนี้นะ แค่หน้าแดงนี่แปลว่าชอบเลยหรือไง วุ้ย! เปลี่ยนเพลง!!!

 

 

 

    이리 눈부셔 하게

(ดวงตาของฉันทำไมเป็นแบบนี้ไปนะ รู้สึกทุกอย่างสะท้อนเข้ามาไปหมด)

 

심장이 이리 미친 뛰게

(หัวใจของฉันทำไมเป็นแบบนี้ไปนะ เต้นรัวราวกับจะเป็นบ้าไป)

 

가빠 오지만 내겐 너무 소중해 잊지마

(หายใจก็จะไม่ออก แต่นี่คือสิ่งที่มีค่ามากสำหรับฉัน โปรดอย่าลืม)

 

BABY : EXO

  

 

“หื้ม มีแต่เพลงอินเลิฟฟฟฟฟฟ”

 

“เบื่อเจ๊ว่ะ ฟังเพลงไปเงียบๆได้ป้ะเนี่ย”

 

“ทำไมๆๆ เพลงมันทิ่มแทงหัวใจหรือไงยะ กำลังอินเลิฟก็ยอมรับดิ”

 

“วู้ว พูดมากจริง” มีเพลงอื่นไหมเนี่ย กดๆๆๆ กดหามันไปเรื่อยดูสิว่ามันจะอินเลิฟกันทุกช่องหรือไง!

 

 

 

     아는데 자꾸 숨겨

(ผมรู้หมดแล้วน่า จะแอบทำไมล่ะครับ)

 

네가 좋아하는게 이미 얼굴에 쓰여있어

(คุณชอบผมไม่ใช่เหรอ แหม มันก็เขียนอยู่บนหน้าคุณหมดแล้วนี่ครับ)

 

에이 나를 보다 눈을 돌려

(มองผมสิครับ จะหันไปไหนกันล่ะ)

 

아는데 에이 에이

(รู้หมดแล้วน่า)

 

 

 

 

“เห้ยๆๆ เพลงนี้โดนว่ะ ห้ามเปลี่ยนนะเว้ย!!!

 

 

 

        마음을 모를거라

(ชอบผมใช่ไหมนะ? ใจผมอยากจะรู้จริงๆนะ)

 

믿고 있는 모습이 귀여워서 (So Cute)

(เชื่อผมสิว่าคุณก็น่ารัก (So Cute))

 

모른 해주고 싶지만

(อย่าแกล้งหลอกผมเล่นเลยนะ)

 

이상은 참겠어

(ผมไม่อยากจะทนอีกแล้วนะ)

 

         

(ผมรู้หมดทุกอย่างแล้วล่ะ ว่าคุณมาที่นี่ทำไม)

 

              .

(อย่าหนีผมไปไหนอีกเลยนะ)

 

썸을 피하지 말고 나와

(อย่าหนีผมไปง่ายๆแบบนั้นสิ)

 

함께 나를 이렇게 수줍음

(ออกมาด้วยกันเถอะนะ มองมาที่ผมสิ ทำไมต้องเขินผมหน้าแดงแบบนั้นล่ะ)

 

뭐가 무서워 나도 못하지만

(กลัวอะไรอยู่ล่ะครับ? ถึงผมจะดูเป็นคนไม่ดีมากเท่าไหร่ แต่ว่า)

 

                

(ถ้าเราสองคนเป็นแฟนกัน ต้องเป็นคู่ที่ฮอตมากแน่ๆเลย)

 

A: GOT7

 

 

 

 

 โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 




 

 

======================

 

 


 

 

“อ้าวเจ๊ วันนี้ทำงานเหรอ?” พอเดินลงมาจากบ้านก็เห็นยัยเจ๊กำลังจะเดินออกจากบ้านไปด้วยชุดที่ทะมัดทะเมงสุดๆ

 

“อือดิ มีงานบริษัทอ่ะป๊าให้ฉันไปช่วย”

 

“อ่อ โชคดีนะ”

 

“เออ อย่าป่วนจนบ้านพังนะเว้ย”

 

“ใครจะไปเหมือนเจ๊”

 

“เลว”

 

“รักนะจุ๊บๆ 55555555555

 

“ถุ้ย!” ถึงปากจะถุ้ยแต่ก็โบกมือหยอยๆมาให้ เจ๊นี่มันเจ๊จริงๆเลย หลายคนคงสยสัยสินะครับว่าทำไมเจ๊ถึงได้ไปทำงานที่บริษัทป๊าทั้งๆที่เป็นผู้หญิงส่วนผมเอาแต่นั่งๆนอนๆ บอกได้คำเดียวเลยครับว่าผมขี้เกียจ 55555555555

 

ไม่หรอกครับ ผมกับเจ๊ก็ช่วยป๊าดูแลบริษัทมาตลอดแหละ แต่ว่าถ้าเกิดมีงานประชุมหรืออะไรที่สำคัญป๊าจะส่งเจ๊ไปมากกว่าเพราะผมเคยหลับที่ห้องประชุมมาครั้งนึง โดนบ่นยาวเลย แต่ว่างานอื่นๆผมก็เป็นคนทำนะ ขนาดตอนที่ไปขายไก่ผมยังช่วยป๊าดูแลเลย ให้ตายเถอะผมนี่มันลูกกตัญญูจริงๆ

 

ว่าแต่วันนี้ไม่มีคนอยู่บ้านเลยเหรอ? -_-

 

มองไปรอบบ้านแล้วเพิ่งจะนึกได้ว่าตอนนี้ผมกำลังยืนเปลี่ยวในบ้านคนเดียว เจ๊ไปประชุมแทนป๊า แต่ว่าป๊านี่มีธุระอะไรอีกหรือไง??

 

 

 

จงอินลูก วันนี้ม๊าออกไปเที่ยวกับเพื่อนวันเกิดนะ ม๊าคงกลับเย็นๆนะจ้ะจุ้บๆ รักลูกนะ

 

-          ม๊า   -

 

 

ผมหยิบโพสอิทที่แปะบนตู้เย็นมาอ่าน เที่ยววันเกิดม๊า?? เท่าที่จำได้ม๊าไม่ได้เกิดวันนี้นี่หว่า? หรือยังไง??

 

!!!

 

พอเปิดตู้เย็นออกก็เห็นว่ามีโพสอิทอีกอันนึงถูกแปะอยู่ ไม่ต้องถามว่าใครเขียน ป๊านี่มันป๊าจริงๆเลยให้ตายเหอะ

 
 

 
 

ฉันว่าแกต้องงงแน่ไอ้ลูกบ้า วันนี้วันเกิดของม๊าแก เกิดอยากจะไปเที่ยว โอเค๊? เข้าใจตรงกันนะ

 

-          พ่อแกไง   -


 

 

 

แลบลิ้นใส่กระดาษไปหนึ่งที พ่อใครน่าขย้ำพุงชะมัด....เดินหาอะไรใส่ท้องเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนตัวเอง โว้ย...พออยู่คนเดียวแล้วน่าเบื่อชะมัด ไม่เห็นจะมีอะไรทำเลย

 

“ไง”

 

“เฮ้ยยยยย” ผมรีบลุกจากโซฟามามองหน้าแขกที่เข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง

 

“ไอ้บ้านี่!! นึกว่าผีหลอก!! เดี๋ยว..หรือว่าฉันฝันวะ แกจะมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ” ผมตบหน้าตัวเองแรงๆเผื่อว่าจะตื่นแต่ก็รับรู้ว่ามันเจ็บจริง ทำไมไอ้กางโผล่มาอยู่ในห้องนอนผมได้อ่ะ!!

 

“....แบบนี้นี่ฝันป้ะ??” ไม่พูดปล่าว มันเดินเข้ามาแล้วมาจูบที่หน้าผากผมอีก...ไอ้..ไอ้...คนฉวยโอกาส!

 

“ชานยอล!

 

“ครับ??” ยัง ยังจะทำหน้าตาระรื่นอีก

 

“เข้ามาได้ไง?”

 

“เดินเข้ามา”

 

“กวนส้น”

 

“จงอิน”

 

“ห๊ะ?” พอหันไปตามเสียงที่เรียกก็เห็นว่าหน้าของชานยอลอยู่ใกล้หน้าผมมากแค่ไหน...ใกล้ระดับ HD จนเห็นสิวเสี้ยนเลยทีเดียว

 

“...”

 

“ยิ้มบ้าอะไร กลับบ้านไป๊” ผมรีบผลักมันออกเมื่อเห็นว่ามันเอาแต่นั่งยิ้มแป้นแล้นน่าตบอยู่แบบนั้น

 

“ไม่เอาไม่กลับ”

 

“เดี๋ยวพ่อฉันกลับมาเห็นทำไง”

 

“กลัวเหรอ?”

 

“ขี้เกียจอธิบาย” เอาจริงป๊าคงไม่กลับมาตอนนี้หรอก ก็พูดไปงั้นแหละ

 

“อ้อเหรอๆๆ” อีกละ มันทำเสียงแบบนี้อีกละ

 

“แล้วที่พ่อฉันคุยกับนายมันเรื่องอะไรวะ? ทำไมอยู่ๆฉันก็ถูกขังไว้ในบ้านไปขอป๊ากลับก็ไม่ให้กลับไปอ่ะ?”

 

“อ้าว นี่คุณไปขอพ่อคุณกลับไปหาผมเหรอ?”

 

“กลับไปขายไก่โว้ยยย” อย่าพูดจาเหมือนรู้ทันได้ไหมเนี่ย

 

“อ้อออ เหรออออ”

 

=_____=” ผมเกลียดมัน

 

“ไม่มีอะไรหรอก แต่ว่าหลังจากนี้ผมก็มาหาคุณได้แล้วแหละ”

 

“เห้ยอะไรวะฉันงง”

 

“ไม่บอก ปล่อยให้งง”

 

“ไอ้กาง”

 

“ครับผม?”

 

“....” ผมยกมือขึ้นมาปาดคอคนที่นั่งตรงหน้า แน่นอนว่ารีแอคชั่นหมอนั่นต้องไม่ธรรมดา

 

“โอ่ย...” แล้วก็ลงไปชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้น นี่มือผมมันฝังคมมีดไว้ข้างในหรือไง ทำจะเป็นจะตาย

 

“ไอ้เว่อร์”

 

“คิดถึงคุณเว่อร์มาก”

 

“เอ้ะ...” ทำมันชอบพูดจาให้ผมรู้สึเสียเปรียบนะ

 

“งั้นคุณกลับไปอยู่กับผมป้ะ??”

 

“ไปพูดกับป๊าฉันนู่น”

 

“ได้เหรอ?”

 

“กล้าพอก็ไป อ้าวเฮ้ยๆๆ แกจะไปไหน?”

 

“หาพ่อ”

 

“แหม เรียกพ่อเต็มปากเต็มคำเลยนะ”

 

“แน่นอน”

 

“โอ๊ยยย บ้านนี้ต้องมีลูกสะใภ้ชื่อฮยอนอาเว้ย ไม่ใช่แก ไม่ต้องมาเรียกป๊าว่าพ่อเลยนะ”

 

“ก็ไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ นี่ลูกเขย”

 

“แกจะจีบเจ๊เหรอ...โคตรใจเด็ด”

 

“จีบคุณดิ”

 

“....”

 

“....” ยิ้มทะเล้นอีกแล้ว...

 

“โว้ย เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดชะมัด”

 

“เอ้า”

 

“...อยากไปเที่ยว” ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตัวเองแล้วก็บ่นพึมพำขึ้นมาเบาๆ อยู่ๆก็รู้สึกว่าอยากออกไปเที่ยว ไปหาอะไรทำ อยู่บ้านคนเดียวมันเหงาอ่ะ

 

“งั้นไปเที่ยวกัน”  โอ๊ย ไม่ได้อยู่คนเดียวสิ อยู่กับไอ้กางชานยอลเนี่ย

 

“เที่ยวไหนอ่ะ?”

 

“งั้นขับรถเล่นก่อนก็ได้ แกขับนะ” พูดเสร็จก็ลุกจากเตียงเดินออกไปนอกห้องทันที ไม่รู้แหละ ตอนนี้อยากออกจากบ้านไปไหนก็ได้ ถึงจะไปกับมันแล้วหงุดหงิดก็เหอะ ดีกว่าอยู่บ้านแล้วมีไอ้นี่ตาแป๋วจ้องผมตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

================

 





 

“เฮ้ยๆ ป้ายอะไรอ่ะ?” ผมสะกิดชานยอลให้มันชะลอรถอ่านป้ายสีดำมีหยดเลือดสาด หื้ออออโหดมากสไตล์ป๊าผมเลย แต่คือมันอ่านยากมากด้วยไง

 

“ระ..รันอะไรวะ ภาษาอังกฤษอ่ะชานยอล อ่านดิ้ๆ”

 

Run For Live 2015 นี่คุณอ่านไม่ออกจริงอ่ะ?”

 

“แกขับเร็วจนฉันอ่านไม่ทันต่างหาก!

 

“อ่อ..”

 

“มันคืออะไรอ่ะ วิ่งหนีผี?”

 

“อยากรู้ก็ต้องไปดูแหละ” ไม่พูดปล่าว แขนยาวๆของชานยอลค่อยๆหักพวงมาลัยเข้าไปใน เอ่อ..เรียกว่าอะไรดี หมู่บ้านเก่าหมูบ้านนึงที่มีป้ายแปะหราอยู่ละกัน

 

“เสียค่าเข้าคนละ 150” เสียงทุ้มๆของมันเอ่ยออกมาขณะที่สายตาก็เพ่งไปยังป้ายเลือดสาดหน้างาน

 

“เห้ย เสียเงินไม่เข้าๆ”

 

“เดี๋ยวสิคุณ มาถึงที่แล้วก็เล่นสักหน่อย ผมเลี้ยงเอง”

 

“จริงดิ” คือเอาจริงๆผมโคตรอยากเล่นเลยอ่ะ มันน่าเล่นมาก พอมาอ่านกติกาวิธีเล่นแบบนี้ยิ่งอยากเล่นเข้าไปใหญ่ ผมอยากมานานแล้วไอ้วิ่งหนีผี วิ่งหนีซอมบีน่ะ สายลุยครับบอกเลย

 

“ไม่ได้โม้” ยกนิ้วนิ้วขึ้นปากจมูกก่อนจะทำหน้าน่าหมั่นไส้เดินไปจ่ายเงิน เดี๋ยวนี้มันกวนขึ้นทุกวันนะ

 

“เชรดดดด ไม่เสียแรงที่คบกันมาจริงๆเลยนะนายเนี่ย”

 

“หื้อ????” หันาทำตาแพรวพราวคำกับพูดข้างบน มันคงไม่คิดอะไรแปลกๆใช่ไหม?

 

“คบเป็นเพื่อนพอ!” นอกจากกวนตีนขึ้นแล้วมันยังเต๊าะบ่อยกว่าเดิมอีก เป็นบ้าอะไร

 

“โห คนเยอะจัง” ผมกับกางค่อยๆลากกันเข้าไปในงาน หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าแถวยาวๆอะไรไม่รู เห็นเค้ายืนกันเลยยืนบ้างเป็นกระแส

 

เอาจริงๆผมหลอนตั้งแต่สต๊าฟแล้วอ่ะ แต่ละคนแต่งหน้าแบบผีจัดเต็ม ยิ้มก็เหมือนไม่เต็มใจยิ้ม ตากก็เหลือไปเหลือกมาจนผมสงสัยว่าพวกเขาเป็นคนจริงๆหรือเปล่า ต่างจากไปตัวโย่งข้างๆผมมาก มันจะแฮปปี้ดีไลท์ไปไหน

 

ตึ่งตึงตึงตึ้งงงงงงงง

 

หันไปมองต้นเสียงก็พบกับสต๊าฟสาวใสใจบึกบึนกำลังกรอกเสียวห้าวๆลงในโทรโข่งลายรีลัคคุมะ (มุ้งมิ้งมาก) ถึงจะดูไม่เต็วแต่เจ๊นั่นดูเป็นมิตรสุดในหมู่สต๊าฟงานนี้แล้ว

 

“สำหรับท่านใดที่มาเป็นคัพเพิลนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคู่พี่น้อง พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แฟนสาว แฟนหนุ่ม เรามีกิจกรรมที่น่าสนใจมาเสนอค่าาาา”

 

“กิจกรรมนั้นคือเราจะให้ทั้งคู่นะคะ ใช้ผ้าผูกข้อมือไว้ด้วยกันแล้ววิ่งจามเก็บลูกบอล 5 ลูกเพื่อมาแลกของรางวัลนะคะ ส่วนคนที่มาแบบฉาบเดี่ยวหรือเป็นแก๊งก็ไม่ต้องน้อยใจไปเพราะเรามีรางวัลลับที่รับรองว่าทุกคนจะต้องชอบใจอย่างแน่นอน”

 

 

“เอาล่ะค่ะ  สำหรับคนที่มาเป็นคัพเพิลสามารถเดินมาทางประฝั่งนี้เพื่อรับสายรัดข้อมือและเข้าสู่เกมส์ได้เลยค่ะ โอ้โห คัพเพิลเยอะจริงๆหมั่นไส้ค่ะ”

 

โห...

 

ผมมองคนที่ลุกฮือขึ้นไปเป็นคู่ๆ นี่มันมากันเป็นคู่หมดเลยเหรอวะ มาคนเดียวไม่ได้หรือไง!?

 

“คยองซู ลุกมากับเค้าเร็ว”

 

“ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ”

 

“ก็คู่รักไงคู่รักอ่ะ” ผมเห็นคยองซูทำตาเหลือกขึ้นลงแล้วก็ถูกแบคฮยอนลากไปต่อแถวเป็นคิวสุดท้าย

 

ว่าแต่สองคนนั้นมาอยู่นี่ได้ไงวะนั่น..

 

“ชาน..อ้าวเห้ย จะไปไหน?” หันไปถามคนที่จู่ๆก็ลุกขึ้นไปหน้าตาเฉย

 

“ลงชื่อไง”

 

“จะไปเล่นคู่กับใคร? อย่าบอกนะว่าฉัน”

 

“ผมมากับใครก็เล่นกับคนนั้นแหละ”

 

“ชานยอลลลลลลล” ไม่มีความปราณีใดๆทั้งสิ้น ตอนนี้ผมถูกลากมายืนหน้าสต๊าฟหลอนที่เพิ่งปล่อยให้คู่แบคฮยอนเข้าไป

 

“มาลงชื่อเล่นเป็นคัพเพิลเหรอคะ?”

 

“ครับๆ”

 

“อ่า ขอโทษนะ คือว่าเชือกที่ใช้ผูกข้อมือมันหมดพอดีเลยอ่ะค่ะ คู่นั้นเป็นคู่สุดท้ายแล้ว” มองตามปลายนิ้วเรียวของสต๊าฟไปก็เห็นแบคฮยอนกำลังกอดคยองซูไปมาอย่างลั้ลลาเวลาว่างผมว่าคงต้องเลี้ยงหม้อไฟแบคฮยอนสักหน่อยละ

 

“โอ๋ๆ ไม่ต้องเศร้านะกาง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะไปช่วยนายเอง” ผมตบบ่าคนที่ยืนทำหน้าหงอยข้างๆ ถ้าให้เปรียบเทียบล่ะก็ ตอนนี้มันกำลังทำหน้าเหมือนโดนเหยียบเท้าอยู่เลย

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“เห้ย อะไรวะ” ผมพยายามมองหาที่มาของเสียงกรี๊ดหวีดสยองนั่น ผู้หญิงคนนึงลงไปนอนโอดโอยกับพื้น เป็นอะไรวะ หกล้มเหรอ?

 

ผมหันไปมองทางที่ไอ้กางชี้ให้ดูก็เห็นว่ามีผู้หญิงหน้าเละๆคนนึงกำลังวิ่งไล่แม่สาวคนนั้นและพยายามจะกระชากสายรัดข้อมือออกอย่างเลือดเย็น

 

“ริบบิ้นสีแดงนี้จะผูกไว้ที่ข้อมือของทุกคนเหมือนกับคัพเพิลที่เพิ่งเข้าไปนะคะเพียงแค่วางทุกคนที่เหลือสามารถเล่นเกมส์ได้โดยไม่ต้องพะวงใคร และสิ่งที่ทุกคนต้องทำก็คือการเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ที่ตามล่าโดยไม่ให้ริบบิ้นที่ข้อมือหลุดออก หากใครทำหลุดจะถือว่าออกจากเกมส์ทันทีนะคะ ขอให้ทุกคนโชคดี....”

 

หลังจากนั้นไม่นานเหล่าสต๊าฟผีก็เดินมาแจกริบบิ้นให้ทีละคนผมรับมาก่อนจะใส่ข้อมือตัวเองอย่างคล่องแคล่วต่างกับอีกคนที่หลุดลอยไปไหนแล้ว มันจะรอดไหมเนี่ย?

 

“กางอย่าวิ่งแตกแถวนะ” อยู่ดีๆก็รู้สึกเป็นห่วงมันขึ้นมา ผมเดินเข้าไปใกล้ๆมันแล้วคล้องแขนเอาไว้

 

“ถึงไม่มีไอ้ข้อมือคัพเพิลบ้านั่นก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงก็ได้วิ่งด้วยกันอยู่ดี”

 

“นึกว่าคุณจะไปคนเดียวซะอีก”

 

“อยากให้ไปเหรอ?”

 

“ก็แค่คิดว่าคุณอาจจะอยากไปคนเดียว”

 

“เลิกพูดได้ละ วิ่งเหอะ”หันไปมองข้างหลังตอนนี้เห็นแต่ซอมบี้เดินกันเต็มเลยครับ ไม่วิ่งตอนนี้ตายแน่

 

“ยิงได้ป้ะคุณ ผมเคยดูหนังมาเวลาโดนยิงหัวมันจะตาย”

 

“แกจะบ้าหรือไง นั่นก็แค่คนแต่งหน้ามาป้ะ...” เพียงแต่มันเนี๊ยนเนียน นี่ถ้าไม่รู้ว่าเป็นการแข่งวิ่งผมคงคิดว่าซอมบี้ถล่มเมืองจริงๆ

 

“แล้วคุณจะกลัวทำไม”

 

“กลัวแพ้ต่างหาก จะเอารางวัล”

 

“งั้นก็วิ่งสิคุณ” อยู่ๆมันก็ลากผมไปตามทางเล็กๆ นี่ใครเค้าจัดงานนี้วะโคตรเจ๋งเลย ทำหมู่บ้านเก่าๆให้กลายเป็นเมืองผีดิบได้เนี่ย

 

“จะเป็นทางตันป่าววะ?” แต่ทางนี้ซอมบี้แทบไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลย ชิลมาก

 

“ไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่รู้สึกว่ามาทางนี้จะเจอทางออก”

 

“โห...แกนี่มัน...” ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ จู่ตัวผมก็โดนดันไปติดกับประตูบ้านแถวนั้น ชานยอลยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเองเป็นเชิงบอกให้ผมเงียบเอาไว้

 

อย่างกับในหนังแหนะ...

 

“อย่าๆๆ ผม..ผมอยากได้รางวัลอย่าทำผมเลยนะ ไม่ๆๆๆๆๆ” ได้ยินเสียงร้องของผู้ชายปริศนาคนนึงมาจากทางข้างหน้า เดาไม่ยากว่าถ้าพวกเราโผล่หน้าไปตอนนี้ถูกซอมบี้ตัวนั้นวิ่งไล่แน่ๆ

 

“มานี่” เคลื่อนไปตามแรงที่ดึงตัวผมเข้าไปในบ้านที่มือสนิท มือหนากดหัวผมลงไปกับพื้นแล้วชะโงกหน้าตัวเองดูสถานการณ์ข้างนอก

 

“เฮ้ยดูอะไรอ่ะ ดูบ้างดิ”

 

“คุณอย่าดูเลย มันไม่ดี”

 

“อ้าวอะไร เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น?” จงอินอยากดูโลกกว้างนะ

 

“พ่อคุณยืนกินคนอยู่...”

 

“ห้ะ!!!

 

“อย่าเสียงดังสิคุณ” เอามือมาปิดปากผมไว้ก่อนจะหันไปใส่กลอนประตูอย่างเบามือ

 

“พ่อฉันจริงดิ? หมายถึงป๊าอ่ะนะ ป๊าที่แต่งงานกับม๊าฉันอ่ะนะ?????” เห้ยแม่งแต่งหน้าเป็นซอมบี้เลียนแบบพ่อผมเหรอ ผมจะไปฟ้องป๊าให้ฟ้องร้องลิขสิทธิ์ใบหน้าป๊า ได้ข่าวว่าวันนี้ป๊ากับเจ๊จะลงไปทำงานอะไรของบริษัทไม่ใช่เหรอจะมานี่ได้ไง

 

“คนนั้นแหละ”

 

“ห้ะ..” โอ๊ยนี่มันอะไร พ่อผมจริงๆอ่ะนะ? นี่มันคงไม่ได้มีซอมบี้บุกเมืองจริงๆแล้วไปกัดพ่อผมหรอกนะยิ่งอุดมสมบูรณ์อยู่

 

“เฮ้ยคุณ..ถอย!”  ผมหันไปมองข้างหลังก็เห็นว่ามีผีดิบเน่าตัวนึงกำลังเดินโซซัดโซเซมาทางผม

 

กร๊าซซซซซซซซซซซซ

 

โห ดูเสียงคำรามมัน ดุยิ่งกว่าอีค่างที่เคยไปดูที่สวนสัตว์ตอนเด็กๆอีก

 

“ชานยอลวิ่งเร็ว” ผมรีบคว้ามือของชานยอลไว้แล้วออกแรงวิ่งทันที แต่ว่ากลับถูกใครอีกคนสะบัดออก

 

“คุณไปก่อนเลยเดี๋ยวผมตามไป”

 

“เห้ย ไปด้วยกันสิ”

 

“รองเท้าผมมันติด” ถึงในบ้านจะไม่ค่อยมีแสงแดดเข้ามาเนื่องจากถูกตึกอื่นๆบังแต่ผมก็พอจะมองเห็นว่าเชือกรองเท้าของชานยอลกำลังพลอดรักอยู่กับร่องไม้ที่พื้นบ้านอยู่ อีผีดิบนี่ก็มีจรรยาบรรณเล่นตรงตามบทผีเชื่องช้าซะจริง ขอบคุณมาก

 

ผมรีบก้มลงไปช่วยดึงเชือกรองเท้าออก ดีนะที่ผมหนีบเตะช้างดาวมาเลยไม่มีปัญหาเชือกติดให้กวนใจ

 

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

 

เงยหน้ากลับไปมองผีดิบที่อยู่ๆก็เพิ่มจำนวนเป็นสามตัวได้ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันมาเพิ่มจากไหนวะ ใช้กระแสจิตเรียกเหรอ!!!!!!!

 

“โถ่เว้ย!” อยู่ๆเจ้าของรองเท้าก็ดันตัวผมออก ไม่รู้เพราะว่ารำคาญเชือกรองเท้าหรือไม่อยากจะแพ้หรือเพราะผมไม่ยอมไปตามที่เค้าบอก หมอนั่นเลยจัดการกระชากมันออกมาจนตัวเองเซไปกระแทกประตู

 

“มานี่” ไม่มีการร้องโอดโอยใดๆนอกจากจับมือผมวิ่งฝ่าดวงผีดิบไปยังประตูหลังบ้านแล้วเผ่นออกมาพร้อมๆกัน

 

“เป็นอะไรป่ะ?” ผมชะงักขาลงแล้วจับตัวมันผลิกไปมา เมื่อกี้ที่กระแทกไม่ใช่เบาๆเลยนะ

 

“ผมบอกให้คุณออกมาก่อนไง ถ้าเกิดโดนจับทำไงล่ะ”

 

“จะให้ฉันทิ้งนายเหรอ?”

 

“ผมเจ็บนิดหน่อยเองไม่เป็นอะไรหรอก วิ่งต่อเถอะคุณ”

 

“เมื่อกี้ทำแบบนั้นทำไม?” ผมลากมันเข้าไปในหลืบเล็กๆที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต “เจ็บตรงไหน?”

 

“ก็เชือกมันไม่ยอมออกสักที คุณเองก็ไม่ยอมวิ่งออกไป คุณอยากได้รางวัลนี่”

 

“จะไปจริงจังทำไมวะ ถ้าเกิดได้รางวัลแล้วนายต้องมาเจ็บตัวฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก”

 

“....”

 

“...” ผมเม้มปากตัวเองแน่นเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เอาจริงๆผมควรจะวิ่งหนีออกมาคนเดียวแล้วก็เอารางวัลไปนอนดูเล่นตามสไตล์สิ ไม่ใช่แบบนี้

 

แต่เพราะเป็นหมอนี่ไง...

 

“เป็นห่วงผมเหรอ?”

 

“อ...เออ! ไม่งั้นจะมาวิ่งด้วยไหม?”

 

“...”

 

“ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้นเลย หันไป๊!!” ดันๆตัวมันให้หันไปทางอื่นแล้วเดินต๊อกแต๊กกันออกมาจากหลืบ

 

“ทำไมเหลือแค่เราสองคนอีกแล้วล่ะ??”

 

“เออ ไม่ใช่ว่าแพ้กันไปหมดแล้วนะ?” ผมมองไปรอบๆทิศทางที่ร้างราวป่าช้า คนเค้าไปไหนกันหมดวะนั่น???

 

“อ้ากกกกกกก”

 

“เสียงใครอ่ะ?” ผมพูดขึ้นลอยๆ แต่ทำไมรู้สึกเสียงมันคุ้นจังเลย

 

“แบคฮยอน!!!” อยู่ๆเจ้าเด็กไฮเปอร์ก็วิ่งปรี่ตรงมาทางผมแล้วเบรกจนตัวกระแทกกัน...อีกนิดจะมีฉากเลิฟซีนแล้วไหม?

 

“อ้าวแล้วคยองซูล่ะ?” นี่ก็ชอบแย่งบทพูดฉันจังเลยนะชานยอลลล

 

“กลายเป็นผีดิบไปแล้ว” ผมมองข้อมือของแบคฮยอนที่มีเส้นริบบิ้นห้อยต่องแต่งอยู่

 

“ห้ะ???”

 

“ก็พวกผมกำลังจะปีนไปหยิบลูกบอลบนหลังคารถแต่ว่าจู่ๆคยองซูที่อยู่ข้างหลังก็ถูกผีดิบที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ลากไปจนริบบิ้นขาด แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่เจอเค้าอีกเลยอ่ะ”

 

“นี่นายทำบ้าอะไรเนี่ย!” นึกถึงตัวเล็กของคยองซูแล้วยิ่งรู้สึกเป็นห่วง

 

“อย่าดุน้องสิคุณ”

 

“ไม่ได้ดุ ฉันแค่สงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ แกนี่ก็ปกป้องแต่เด็ก”

 

“นี่...เดี๋ยวผมไปหาคยองซูเอง คุณดูแบคฮยอนนะ”

 

“ก็ไปด้วยกันสิไอ้กาง เห้ย...”

 

“เราสองคนไปทางนั้นกันฮยอง” อยู่ๆตัวผมก็ถูกแบคฮยอนลากออกไปตรงทางที่เราเพิ่งเดินออกมา

 

“แยกกันงี้จะหลงเหรอวะ?”

 

“แล้วจะเอาไงอ่ะ?”

 

“ถ้างั้นก็แยกกันไปคนละทางเลยเนี่ย จากทางนี้ไปมันมีทางสามทางพอดี แยกย้ายกันไป โอเคนะ?” หันไปชี้โบ๊ชี้เบ๊แล้วแล้วรีบเดินออกมาฉายเดี่ยวยังทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้มืดๆตรงหน้า

 

ผมล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมือถือตัวเองออกมาก่อนจะกดเปิดไฟฉายส่องตามทาง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มืดมากแต่ด้วยความที่มันเต็มไปด้วยพืชพรรณเปิดไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย เกิดมีงูฉกหัวผมขึ้นมาทำไง

 

ตุบ ตุบ ตุบ

 

เสียงอะไรวะ?

 

ผมหยุดฝีเท้าลง หันไปมองข้างหลังแล้วใช้ไฟจากมือถือสาดไปรอบๆก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย สงสัยคิดไปเอง

 

ตุบ ตุบ ตุบ

 

เอาอีกละ เสียงอะไร จะโมโหแล้วนะ

 

“ใครวะ!” ในที่สุดก็ตัดสินใจตะโกนถาม และแน่นอนว่าไร้เสียงตอบรับจากเลขหมายที่คุณเรียก มันจะสมจริงเกินไปไหม? ถ้ามันเป็นซอมบี้ปลอมจะมาดึงผมก็รีบๆมาสักที มาทำให้หลอนประสาทเสียทำไม
 

“คยองซู!!”  ผมเรียกชื่อคนที่หายตัวไปเผื่อว่าจะอยู่แถวๆนี้

 

“เฮ้ คยองซู! นายอยู่แถวนี้หรือเปล่า ตอบหน่อยสิ นี่ฉันเอง จงอิน” ผมเดินมาจนสุดทางแต่ก็ไม่เห็นร่างเล็กๆของคยองซูเลยแม้แต่น้อย สงสัยไม่ได้อยู่แถวนี้มั้ง

 

“แฮร่!!!!!!” อยู่ๆก็มีตัวบ้าอะไรไม่รู้ตะปปหลังผมจนล้มลง พอพลิกตัวมาหน้าเละๆของอีสาวซอมบี้ก็ห่างจากหน้าของผมเพียงมิลเดียวเท่านั้น ผมใช้มือดันหัวยุ่งๆของมันออกไปแล้วรีบดันตัวเองลุกขึ้น

 

“แฮ่..จง...อิน...น”

 

!! รู้ชื่อฉันได้ยังไง..เอ้ะ?” เดี๋ยวก่อน ทำไมอยู่ๆก็รู้ว่าว่าอีผีเพิ้งนี่หน้าคุ้น....

 

“แฮ่....”

 

“เจ๊!!!

 

“ช่ายยยย..ยย”

 

“อะไรวะเนี่ย!!!” ผมรีบใช้มือสองข้างรวบผมคนตรงหน้าขึ้นเพื่อดูใบหน้าชัดๆ นี่มันเจ๊เวอร์ชันไม่ได้นอนหรือเปล่า แต่งตาซะดำปื๊ด แล้วนี่อะไร ทำไมทั้งเจ๊ทั้งป๊ากลายเป็นผีที่นี่ได้ ไหงบอกว่าออกไปทำงานไง? งี้ก็รู้กันหมดอ่ะดิว่าผมหนีมาเที่ยว

 

“แก.....ม...า...กับ..ครายยยยยย”

 

“เจ๊เลิกพูดยานๆเหอะว่ะ ฟังแล้วเหนื่อยแทน”

 

“อ้ากกกกกกกกกกก” ไม่ทันที่เจ๊จะตอบอะไรกลับมา จู่ๆก็มีเสียงใหญ่ๆดังลั่นไปทั่วบริเวณ อย่าบอกนะว่าไอ้กางอ่ะ!!

 

 

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

TBC.เหนียวไก่

ปิดเทอมแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ทุกคนยังไม่ลืมกันชิมิ? เรากลับมาแล้ว เราปิดเทอมแล้ว เอาไปทีเดียวเต็มตอนเลยหลังจากหายไปสอบมานาน ฮืออออออออออ
มิสยูทุกคนนะก๊ะ นักอ่านเงาด้วย 5555555555555555 เม้นท์บ้างสิ เราอยากอ่านเม้นท์ .__.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #77 เสี่ยวลู่มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 08:13
    ซอมบี้เสียงน่ารัก(?)55555
    #77
    0
  2. #68 KinJuu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 01:18
    อะไรอะ ทำไมมากันเต็มเล่ย ฮ่าๆๆๆ
    #68
    0
  3. #67 yuniko jella (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:47
    รออยู่นะไรท์ โอ๊ย สนุกเฟ่อร์ ชอบๆๆ มาต่อเร็วๆนะ จุ้บ
    #67
    0
  4. #66 maengp-o (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:48
    นี่คือแผนของครอบครัวจงอินใช่ม๊ายยยยย555555

    กำลังจะโรแมนติคแล้วเชียววว แบคนี่ขัดจัง5555
    #66
    0