King Slayer Online จอมโจรทุกสถาบัน

  • 100% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 71,464 Views

  • 700 Comments

  • 1,705 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    71,464

ตอนที่ 59 : บทที่ 14 ทีฟแมนออกโรง (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ต.ค. 59



บทที่ 14 ทีฟแมนออกโรง (Part 2)


                    ตั้งแต่ที่พวกเปเปอร์ได้เข้ามาในเมืองนี้แล้วเกิดเรื่องที่แสนวุ่นวายโกลาหลขึ้น มันก็ผ่านมาได้เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว ซึ่งเรื่องราวความวุ่นวายนี้ก็ไม่มีทีท่าที่จะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย ผู้เล่นในเมืองท่าแอมเบียที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเพราะคนที่สร้างความวุ่นวายในครั้งนี้เป็นถึงสองในสามขุนพลแห่งกิลด์ดอกไม้ห้าสีที่มีหนึ่งในห้าราชาอย่างซากุระปกครองอยู่ ขืนเข้าไปมีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชีวิตของพวกเขาคงจบไม่สวยแน่ๆ

              “ง่ำๆๆๆๆ”

              ขณะที่เรื่องราวที่วุ่นวายนั้นยังไม่มีทีท่าที่จะจบลง ก็มีผู้เล่นอยู่หนึ่งหน่อที่ยังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างไม่สนใจโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อยโดยมีคุณแมวเหมียวนั่งอยู่ข้างๆ เสียด้วย พวกผู้เล่นคนอื่นที่นั่งอยู่ในร้านเดียวกันพอเห็นหน้าของคนที่ยังคงกินอยู่ก็ถึงกับซีดในทันใด เพราะอะไรน่ะเหรอก็เพราะเจ้าคนที่กินอยู่ก็คือตัวต้นเหตุที่ทำให้เรื่องวุ่นวายยังไงละ!

              ผู้ว่าจ้างตัวน้อยกำลังนั่งสวามปามเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อยไปพร้อมกับองค์รักษ์แมวที่กำลังมองมาทางเด็กสาวด้วยความรู้สึกเงิบๆ

              ก่อนหน้านี้เปเปอร์ได้สั่งให้บ๊อบบี้พาผู้ว่าจ้างหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งบ๊อบบี้ก็ปฏิบัติหน้าที่ไปอย่างดี แต่ทว่าในระหว่างที่กำลังทำหน้าตามหน้าที่ คุณผู้ว่าจ้างก็ดันชวนให้บ๊อบบี้ไปหาข้าวกินซะงั้น พอแมวน้อยจะปฏิเสธ คุณเธอก็เล่นบังคับอุ้มเจ้าตัวเข้าไปในร้านอาหารทันที

              ในสถานการณ์แบบนี้ คุณเธอก็ยังจะกินลงอีก นับถือจริงๆ

              “เอ่อ พี่สาวครับ

              สุดท้ายด้วยความเหลืออดที่คุณผู้ว่าจ้างยังสามารถกินได้หน้าตาเฉย บ๊อบบี้ก็เอ่ยทักขึ้นมาเหลืออดทำให้เด็กสาวเลิกคิ้วสูงแล้วหันมามองราวกับต้องการจะถามว่า มีอะไรงั้นเหรอ? และแน่นอนบ๊อบบี้เห็นว่าอีกฝ่ายสนใจตนแล้วก็ไม่รอช้าจึงรีบพูดขึ้นมาทันที

              “คือว่าในสถานการณ์แบบนี้ ข้าคิดว่าเราควรจะหาที่แอบดีกว่านะครับพี่สาว เกิดท่านเปเปอร์พลาดท่าขึ้นมาแล้วศัตรูตามหาตัวเจอจะ

              “หยุดพูด แล้วกินปลาก่อน”

              ผู้ว่าจ้างเลยขัดจังหวะด้วยสีหน้าที่นิ่งงันพร้อมกับยื่นปลาทอดเสียบไม้ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมาจนทำให้สัญชาตญาณของแมวต้องตื่นขึ้นทันที บ๊อบบี้กลืนน้ำลายดังเอื๊อกพร้อมกับยื่นมือไปคว้าปลาเสียบไม้มากินอย่างรวดเร็ว

              “ขอบคุณพระคุณมากครับ!

              สุดท้ายก็โดนขัดอีกจนได้

              บ๊อบบี้รู้ดีว่าที่คุณผู้ว่าจ้างไม่อยากให้เขาต้องพูดมากเลยคิดจะหาอะไรมาอุดปากโดยการยื่นปลาเสียบไม้มาให้เขากิน แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นแต่เล่นเอาของโปรดของแมวยื่นมาให้ แมวทุกตัวมันก็ต้องยอมศิโรราบกันสิครับ แมวตัวไหนบ้างที่ไม่เห็นปลาแล้วจะไม่ยอมศิโรราบบ้าง โธ่!

              “ขอโทษด้วย” แล้วจู่ๆ เด็กสาวก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้บ๊อบบี้ต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตา “ที่พาพวกนายมาซวย”

              “อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นงาน เพราะงั้นข้ายินดีที่จะช่วยพี่สาว” บ๊อบบี้ทุบอกอย่างภาคภูมิใจที่สุด ทำให้คุณผู้ว่าจ้างยิ้มละมุนออกมา “แต่ทำไมคนพวกนั้นถึงต้องตามล่าพี่สาวด้วยล่ะ พอจะบอกได้มั้ย?

              พอคำถามนี้ผุดขึ้น รอยยิ้มของเด็กสาวก็จางหายไป เธอหันไปมองจานอาหารก่อนจะบอกออกไปอย่างแผ่วเบาว่า

              “เรื่องนั้นอย่ารู้เลยดีกว่า”

              “

              สุดท้ายเธอก็ไม่ยอมบอกเขาอีกจนได้ แต่บ๊อบบี้ก็ไม่ได้กล่าวว่าอะไรเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่เด็กสาวจะไม่บอก มันเป็นเรื่องปกติของคนเราที่จะมีเรื่องบางเรื่องที่ไม่อยากจะเล่าให้คนอื่นฟัง อาจเป็นเพราะถ้าเกิดมันเป็นเรื่องที่แย่มากๆ อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่ก็รังเกียจก็ได้

              บ๊อบบี้ล้มเลิกความสงสัยของตนเองก่อนจะเริ่มนั่งแทะปลาของตนเองดังเช่นเคย แต่แล้ว

              ตูม!

              ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ทำเอาประตูร้านอาหารนั้นพุ่งกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงดังพังจนประตูไม้นั้นถึงกับแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกคนต่างก็รู้สึกตกอกตกใจแล้วหันไปมองทางเข้าออกของร้านทันทีว่าเป็นฝีมือของใคร

              มีคนๆ หนึ่งยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงทางเข้าออกของร้าน เจ้าตัวเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีผมสีทองสั้น ดวงตาสีน้ำเงินนั้นส่องประกายสวยงามเหมือนกับอัญมณีเม็ดงาม สวมใส่เสื้อคลุมสีดำตัดกับกางสีขาวของตน ชายหนุ่มกวาดตามองไปยังผู้คนรอบๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะกระตุกยิ้มเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวผู้ว่าจ้างและบ๊อบบี้ที่กำลังมองมาทางตรงเช่นกัน เจ้าแมวน้อยนั้นมีสีหน้าที่ดูสงสัยว่าเขาคือใครแตกต่างจากเด็กสาวที่ถึงใบหน้าจะดูนิ่งเฉยแต่แววตานั้นฉายความตื่นตระหนกออกมา

              “นั่นมันลีออน หนึ่งในสามขุนพลแห่งกิลด์ดอกไม้ห้าสีนี่นา!

              และแล้วก็มีผู้เล่นคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทำให้คลายข้อสงสัยของเจ้าแมวน้อยไปได้ แต่ด้วยคำตอบที่ได้รับนั้นมันก็ทำให้บ๊อบบี้รู้สึกหวาดผวาไปด้วยพร้อมๆ กัน เพราะคนตรงหน้านั้นเป็นพรรคพวกของเอวาและเฟเมอร์ที่กำลังตามจับผู้ว่าจ้างของเขา ถึงตอนแรกจะเห็นว่าไม่ได้มาพร้อมกับสองคนนั้น แต่ผู้ชายคนนี้จะต้องมีเป้าหมายเดียวกับสองคนนั้นแน่นอน!

              “ลีออนคนที่เก่งที่สุดในสามขุนพลคนนั้นน่ะเหรอ!

              ระหว่างที่บ๊อบบี้กำลังตกใจ พวกผู้เล่นคนอื่นๆ ต่างก็หันมาพูดคุยกันอย่างไม่อยากจะเชื่อที่คนที่แสนเก่งกาจอย่างลีออนจะมาที่นี่ ซึ่งพอลีออนได้ยินก็ได้แต่หลุบตาลงแล้วหัวเราะหึด้วยความรู้สึกถูกอกถูกใจ

              “ก็ใช่น่ะสิ!

              “โห ตัวจริงหล่อเป็นบ้าเลยแฮะ”

              “ไม่ใช่แค่หล่อนะ ฝีมือของท่านลีออนยังเก่งฉกาจอีกต่างหาก”

              “ใช่ๆ เก่งชนิดที่มีฝีมือใกล้เคียงกับหนึ่งในห้าราชาอย่างท่านซากุระเลย”

              “บ้าน่า! นี่ล้อกันเล่นใช่หรือไม่!

              “ไม่ได้ล้อเล่นโว้ย!

              เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไร เสียงพูดคุยกันดังยิ่งขึ้นมากเท่านั้น พอบ๊อบบี้ได้ยินแต่ละประโยคที่ทุกคนพูดก็รู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ถ้าหากมีฝีมือที่เทียบเคียงกับหนึ่งในห้าราชา แบบนี้โอกาสที่จะหนีรอดไปจากเงื้อมมือของเขาก็เท่ากับว่าเป็น 0 น่ะสิ!

              จะทำไงดีเนี่ย!

              “พี่สาว ข้าว่าเราต้องหาชะอ้าว”

              ขณะที่มัวแต่กังวลอยู่ บ๊อบบี้ก็ตัดสินใจที่จะให้คุณผู้ว่าจ้างช่วยหาทางเอาตัวรอดหน่อย แต่ทว่าเธอก็ได้หายไปเสียแล้ว

              “หึหึหึชมอีกสิ ชมอีก”

              ทางด้านลีออนนั้นยิ่งได้รับคำชมหรือคำสรรเสริญมากเท่าไร เจ้าตัวก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิมอย่างรู้สึกดีอกดีใจ และไม่ใช่ดีใจแบบธรรมดาด้วยนะ แต่เป็นการดีใจชนิดที่ว่าถ้าไม่มีใครอยู่ ลีออนคงร้องตะโกนออกไปว่า ยะฮู้ว!’ ไปแล้ว

              ใช่แล้ว! ลีออนผู้นี้คือขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุด และยังมีฝีมือที่ใกล้เคียงกับหัวหน้ากิลด์ดอกไม้ห้าสีหรือหนึ่งในห้าราชาอย่างซากุระอีกด้วย ถ้าหากคิดจะต่อกรกับท่านลีออนผู้นี้ล่ะก็ขอบอกเลยว่าคิดผิดอย่างมหันต์!

              “หึหึหึก็อย่างที่ทุกคนว่า ฉันน่ะแข็งแกร่ง ถ้าหากเธอไม่อยากเจ็บตัวก็จงยอม

              ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

              เสียงกระแทกดังขึ้นถึงสามครั้ง ลีออนเบิกตากว้างและทำหน้าเขียวด้วยความรู้สึกจุกเสียดอย่างที่สุดก่อนจะจ้องมองไปยังต้นเหตุที่ทำให้สีหน้าของเขากลายเป็นแบบนี้ ซึ่งเธอก็คือผู้ว่าจ้างของพวกเปเปอร์นั้นเอง และมันก็ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่แม่สาวคนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาและตวัดเท้าเตะใส่เป้าของเขาถึงสามครั้งและแต่ละครั้งนั้นลีออนรับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นใส่แรงเข้าไปเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวสุดๆ

              “อะเหื้อ

              ผู้เล่นรอบข้างนั้นไม่รู้หรอกว่ามันรุนแรงแค่ไหน แต่ดูจากท่าทางของลีออนที่เอามือกุมเป้าตัวเองแล้วนอนตูดโด่งทรุดลงไปนอนกับพื้นแล้ว แสดงว่ารุนแรงเอาเรื่อง พวกผู้ชายที่เห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทนจนเผลอเอามือไปกุมเป้าตัวเองอัตโนมัติ

              คุณผู้ว่าจ้างสาวยืนมองศัตรูด้วยใบหน้านิ่งๆ ก่อนจะตวัดสายตามามองบ๊อบบี้แล้วเริ่มออกคำสั่ง

              “มัวยืนทำอะไรอยู่ รีบหนีกันได้แล้ว”

              “คะ ครับ!

              บ๊อบบี้ที่กำลังยืนมองลีออนสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคุณผู้ว่าจ้างสาว เจ้าตัวรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกจากร้านอาหารเพื่อตามผู้ว่าจ้างไปทันที ทิ้งให้ลีออนนั้นนอนกุมเป้าตัวเองอย่างน่าขายหน้าโดยมีทุกคนยืนเป็นสักขีพยานอยู่

              “บัดซบ” ลีออนพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟัดูสั่นๆ พร้อมกับกำหมัดแน่น “ไข่ตูแตกแล้ว อะเหื้อ!

              และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของลีออนก่อนที่เจ้าตัวจะสลบเหมือดไปในทันที

             

     ณ เวลาเดียวกับที่ลีออนบุกเข้าไป ได้ปรากฏร่างของโกเลมตัวใหญ่กว่า 20 เมตรขึ้นที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง มันมีร่างกายที่บึกบึนเหมือนกับพวกนักรบที่ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน ตามร่างกายของมันนั้นสวมใส่ชุดเกราะสีน้ำตาลที่เป็นสีเดียวกับร่างกายของมัน ดวงตาสีเหลืองทองนั้นจดจ้องไปยังหมัดของตนที่ได้บดขยี้ร่างอาหารเละจนไม่เหลือชิ้นดี

              “ว้า นี่เราทำเกินไปรึเปล่าน๊า~

              เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอย่างเริงร่าโดยเจ้าหล่อนนั้นก็คือเจ้าของโกเลมดินตนนี้นี่เอง เธอนั่งอยู่บนไหล่มันพร้อมกับมองไปยังจุดที่เคยมีร้านอาหารตั้งอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว สิ่งที่หลงเหลือก็คงมีแค่เศษซากของร้านอาหารและรอยเลือดของผู้คนที่โดนโกเลมของเธอบดขยี้

              นี่ถือว่าเป็นโกเลมที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอก็ว่าได้ มันมีพละกำลังและพลังป้องกันอันเหนือชั้นที่ยากที่จะล้มได้ ถ้าอยากจะล้มเจ้าโกเลมตนนี้ให้ได้ก็คงต้องอาศัยผู้เล่นยอดฝีมือหลายสิบคนอยู่

              สาเหตุที่เอวาเล่นใช้โกเลมสุดยอดของเธอนั้นเป็นเพราะว่าเธออยากจะรีบเคลียร์ปัญหาให้จบๆ ไป ถ้าอยากจะจัดการด้วยวิธีที่ไม่เปลืองแรงเท่าไรก็สามารถทำได้ แต่ถ้าทำแบบนั้นคงกินเวลาไปนานน่าดู ดังนั้นแล้วด้วยความที่ไม่อยากเสียเวลา เธอก็เลยเรียกสุดยอดโกเลมตนนี้ออกมาแล้วทำให้มันจบเรื่องไปเลย แต่ก็แอบรู้สึกสงสารคนที่โดนลูกหลงด้วยนะเนี่ย

              “ช่างเถอะ ถือซะว่าเป็นเครื่องสังเวยให้เราทำภารกิจสำเร็จละกัน” เอวาว่าพลางบิดขี้เกียจด้วยรอยยิ้มที่ดูจะไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก “แต่ว่าเราจะตามหาเป้าหมายของเราต่อยังไงดีเนี่ย ป่านนี้คงหนีไปไกลแล้วมั้งเนี่ย”

              แล้วเอวาก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าเคร่งเครียดแล้วกอดอกพร้อมกับข่มคิดหาวิธีหาเป้าหมายให้เจอ ในระหว่างนั้นเองพวกผู้เล่นที่เห็นเหตุการณ์แถวนั้นก็รู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก จะสู้ก็คงไม่มีทางจะชนะเพราะขนาดตัวมันใหญ่เกินไปและดูท่าทางมันจะแข็งแกร่งเอาด้วยเสียด้วย และถ้าหนีก็ไม่รู้ว่าจะหนีจากมันทันรึเปล่า

              เด็กสาวคิดอยู่นานสองนานก็ยิ้มร่าก่อนจะเอากำปั้นทุบฝ่ามือเป็นสัญลักษณ์ว่าตอนนี้เธอสามารถหาทางออกได้แล้ว

              “รู้แล้วว่าจะทำยังไงดี!” เอวาว่าพร้อมกับหันไปมองโกเลมของตนเอง “นี่โกจัง เห็นบ้านเมืองที่อยู่รอบๆ นี้มั้ย?

              โกเลมที่ชื่อว่า โกจัง หันซ้ายหันขวาไปมองบ้านเมืองรอบๆ ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับเจ้านายของตนด้วยสีหน้าที่แสนจะเรียบเฉย เอวาเห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยคำสั่งที่ทำให้พวกผู้เล่นรอบๆ ที่ได้ยินดังนั้นถึงกับเย็นสันหลังวาบ

              “อื้ม ถ้าเห็นแล้วก็ช่วยทำลายให้ไม่เหลือแม้แต่ซากเลยนะ”

              คำสั่งที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนั้นแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตนั้นทำให้พวกผู้เล่นหวาดกลัวจนตัวสั่น ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายอย่างเช่นทำไมเอวาถึงสั่งให้โกเลมของเจ้าหล่อนนั้นทำลายล้างเมืองท่าแอมเบียแห่งนี้ด้วย

              “อ่อ ถ้าให้ดีก็ช่วยกำจัดคนที่อยู่แถวนี้ด้วยนะ” เอวายังคงพูดด้วยสีหน้าที่ระรื่นทั้งๆ ที่ตัวเองพึ่งจะพูดเรื่องที่แสนน่ากลัวไปแท้ๆ “ทำลายทุกอย่างให้สิ้นซากไปเลยนะ ยัยนั่นจะได้รู้สึกผิดที่ตัวเองทำให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้”

              เพียงแค่ได้ยินคำว่า ยัยนั่น พวกผู้เล่นก็เข้าใจทันทีว่าที่เอวาทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะบีบบังคับให้เป้าหมายของหล่อนออกมามอบตัวเพราะรู้สึกผิดที่เห็นคนอื่นพลอยซวยไปด้วย เรียกได้ว่าการกระทำของเอวานั้นเป็นอะไรที่โหดร้ายกับพวกผู้เล่นมาก พวกเขาไม่เคยทำเรื่องเจ็บแค้นแสนสาหัสกับหล่อนแต่ทำไมถึงต้องโดนฆ่าไปด้วย มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!

              “ลุยเลยโกจัง ทำลายทุกอย่างให้สิ้น

              ตูม! ตูม! ตูม!

              คำพูดไม่ทันได้หลุดออกจากเด็กสาวจนหมด ก็บังเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นที่ข้างล่าง เอวาเลิกคิ้วสูงด้วยความรู้สึกตกใจเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปดูว่าใครเล่นระเบิดแถว ซึ่งสิ่งที่เธอพบก็คือเท้าของโกเลมนั้นได้มีน้ำแข็งเกาะอยู่ติดกับพื้นทำให้ไม่อาจสามารถเคลื่อนที่ได้ดั่งใจนึก

              ฟิ้ว!

              แล้วเสียงต่อไปก็ดังขึ้น เป็นเสียงของวัตถุบางอย่างกำลังพุ่งมาหาเอวา โดยไม่ต้องรับคำสั่งโกเลมก็ตวัดมือขวาฟาดกับวัตถุนั้นเข้าให้จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้มือของโกเลมนั้นแหว่งไปเล็กน้อยแต่เพียงแค่ชั่วพริบตามือของมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

              [เฮ้ๆ เล่นจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้ ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอเธอ]

              น้ำเสียงที่ฟังดูอ้อนเท้าดังขึ้น ส่งผลให้เอวาและพวกผู้เล่นต้องหันไปมองกันหมดว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้ใดกันแน่ พอได้ลองหันไปก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นกำลังยืนอยู่บนตึกที่สูงที่สุดของเมืองแห่งนี้ แต่ยังไงถ้าเทียบเรื่องความสูงแล้วโกเลมของเธอตนนี้สูงกว่าตึกที่คนๆ นั้นยืนอยู่แบบเทียบไม่ติด

              บุรุษผู้นี้คือใครเอวาก็มิอาจทราบได้เพราะเขาสวมใส่ ยิ่งสวมชุดฮู้ดสีดำทับกับเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงินและยังสวมใส่หน้ากากที่ครึ่งหนึ่งเป็นสีขาวและอีกครึ่งเป็นสีดำอีกต่างหาก ทำให้ยากที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นคือใคร สิ่งที่เห็นบนใบหน้าก็คงมีแค่ดวงตาสีฟ้าที่ทอประกายเจิดจ้าอยู่ภายใต้หน้ากากกระมัง

              “แกคือใคร?

              สุดท้ายเมื่อไม่สามารถคาดเดาถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ ทางด้านก็ยอมเอ่ยปากถามออกไป คนที่ได้ยินคำถามก็แอบรอบยิ้มร่าออกมาก่อนจะยกโทรโข่งขึ้นมาพูดเพื่อขยายเสียงให้มันดังยิ่งขึ้นและเพื่อที่จะให้มนุษย์ทุกผู้ที่อยู่ในเมืองนี้รับรู้ถึงตัวตนของเขา

              ตัวตนที่แสนโด่งดังและยิ่งใหญ่ของเขา!

              [ทีฟแมน จอมโจรอันดับ 1 ที่จะจัดการเธอยังไงละ!]



..............................


กลับมาแล้วเฟ้ยย555

โปรดอ่าน สำหรับนักเขียนแล้วคอมเม้นของนักอ่านสามารถสร้างกำลังใจได้เป็นอย่างมาก 

ดังนั้นช่วยกันคอมเม้นเยอะๆ เพื่อให้นักเขียนมีกำลังใจที่จะเขียนต่อด้วยนะครับ ^^

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #673 chanvutpongsuwan (@chanvutpongsuwan) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 15:08
    นานจนลืมไปเลย555

    #673
    0
  2. #589 excoolla (@excoolla) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:13
    เกือบจะลืมไปแล้วนะนี่ว่าเราfav. เรื่องนี้ไว้ด้วย ฮุฮุ
    #589
    1
  3. #586 Myapplepie (@myapplepie) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 14:48
    ไรเตอร์กลับมาแล้ววววว เย่ๆ
    #586
    1
  4. #585 sdrock350 (@nutty502) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 13:43
    เย้ไรท์กลับมาแล้วววว TwT // ร้องไห ชิกๆๆ
    #585
    1
  5. วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 10:08
    นายท่านกลับมาแล้ว'ววววว //โดดเข้าไปกอดขาแล้วร้องไห้ ????????????
    #584
    1