King Slayer Online จอมโจรทุกสถาบัน

ตอนที่ 53 : บทที่ 9 การเดินทางของคนสามคนกับแมวหนึ่งตัว (Part2)(แก้ไขคำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59

บทที่ 9 การเดินทางของคนสามคนกับแมวหนึ่งตัว

 

              ฉัวะ!

              เสียงคมดาบตวัดอย่างรุนแรงเข้าใส่ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กตัวหนึ่ง ความรุนแรงในการตวัดดาบนั้นเรียกได้ว่ารุนแรงเสียจนร่างของเจ้าสิ่งมีชีวิตถึงกับขาดสองท่อน มันไม่มีโอกาสได้ร้องโหยหวนออกมาด้วยซ้ำ สุดท้ายร่างของมันที่โดนผ่าก็ต้องเปล่งแสงสีขาวแล้วสลายหายไปกับอากาศ

              “ว้าว ฝีมือใช้ได้นี่เบิร์น”

              คนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอ่ยปากชมเจ้าตัวด้วยรอยยิ้ม ซึ่งไอ้เจ้าคนที่ชมก็คือเจ้านายสุดเกรียนของเบิร์นนั่นแหละ ตอนนี้พี่แกกำลังนั่งพิงต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ข้างๆ บ๊อบบี้และเด็กสาวที่เป็นผู้ว่าจ้าง

              ณ เวลานี้พวกเขาได้มาอยู่ในป่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ป่าก็อบลิน มันมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใบหญ้ายังคงเป็นสีเขียวสดอยู่ ไม่มีตรงส่วนไหนที่แห้งแล้ง มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ก็คือพวกก็อบลินนั่นแหละ

พวกก็อบลินมีรูปร่างที่คล้ายกับมนุษย์ แต่ต่างกันตรงที่พวกมันตัวเล็กกว่าอยู่มากโข และหน้าตาของมันยังอัปลักษณ์อีกต่างหาก แถมผิวของพวกมันยังเป็นสีเขียวด้วย อาวุธที่มันใช้ก็คือมีดที่ขึ้นสนิมที่ดูไม่อันตรายแต่อย่างใดเลย

ส่วนสาเหตุที่มาที่ป่านี้เพราะการจะไปที่เมืองท่าแอมเบียได้มันต้องผ่านป่านี้ก่อนและพอดีว่าเปเปอร์ต้องเก็บไอเทมจากพวกก็อบลินเพื่อเปลี่ยนอาชีพ เขาจึงต้องขอร้อง(สั่ง) ให้เบิร์นช่วยจัดการพวกก็อบลินให้หน่อย แน่นอนว่าเบิร์นเองก็ตอบรับคำของร้อง(คำสั่ง)อย่างเต็มใจมาก(?)

              “แต่ที่จัดการก็อบลินได้นั่นเป็นเพราะฝีมือหรือเป็นเพราะดาบที่ฉันให้กันแน่น๊า” เปเปอร์เอ่ยปากถามด้วยรอยยิ้มที่อ้อนเท้าก่อนจะเหลือบไปมองดาบที่เบิร์นถืออยู่ในตอนนี้ ส่วนเบิร์นที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

              ดาบที่เบิร์นถืออยู่นั้นเป็นดาบสองคมที่มีความยาวเกือบ 2 เมตร ดาบทั้งเล่มนั้นเป็นสีดำแต่ถึงจะบอกว่าทั้งหมดเป็นสีดำก็ไม่ใช่ซะทีเดียวเพราะบนตัวดาบนั้นมีลูกตาสีแดงเลือดของมนุษย์ประดับอยู่บนตัวดาบด้วย ทำให้เบิร์นที่เป็นผู้ใช้ดาบอดรู้สึกสยองให้กับลูกตาบนตัวดาบไม่ได้

             


ดาบกลืนอมนุษย์ (A)

+P.ATK 880

+ STR 300

รายละเอียดอาวุธ

ยิ่งใช้ดาบฟันใส่ร่างของศัตรู พลังชีวิต(HP) ของผู้ใช้ก็ยิ่งเพิ่ม และเมื่อดาบดื่มเลือดจนพอใจ จะสามารถปลดปล่อยทักษะของไอเทมที่ชื่อว่า กลืนกิน

 

              เจ้าดาบเล่มนี้เป็นดาบที่เปเปอร์ได้มาจากการขโมยนั่นแหละ ถ้าจำไม่ผิดจะขโมยได้ตอนที่กำลังสู้กับเจ้ารองหัวหน้ากิลด์อาชาจอมปลอมอยู่ล่ะมั้ง ตอนนั้นเขาให้ร่างแยกมันไปเนียนขโมยของของผู้เล่น จนสุดท้ายก็แจ็คพ็อตได้ไอเทมดีๆ มาหลายชิ้นเลยทีเดียว

              แน่นอนว่าที่เบิร์นเก่งขึ้นนั้นก็เป็นเพราะได้ดาบที่ไอ้คุณเจ้านายให้มานี่แหละ แต่มันดันไม่ใช่แค่ดาบด้วยนี่สิเพราะบังเอิญว่าเปเปอร์ให้ไอเทมที่สุดบรรเจิดกับเขามาอีกชิ้น นั่นก็คือชุดที่เขาใส่อยู่นั่นเอง

 

ชุดเกราะมังกรดำ (A)

+HP 2,500

+P.Def 500

+ STR 150

+VIT 200

รายละเอียดเครื่องสวมใส่

ยิ่งโดนโจมตี พลังป้องกันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นและยังทำให้ผู้ที่สวมใส่เคลื่อนไหวได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย มีโอกาส 10% ที่ผู้สวมใส่จะฟื้นขึ้นจากความตาย

 

             

 

             

 

 

 

 

              

 

              ชุดเกราะมังกรดำนั้นเป็นเกราะเบาที่ทำให้เบิร์นสามารถเคลื่อนไหวสะดวกได้ง่ายยิ่งขึ้น สีของชุดเกราะเป็นสีดำขลิบขาว ตรงกลางอกของชุดเกราะมีอัญมณทรงสี่เหลี่ยมรูปว่าว พอเปเปอร์เห็นเบิร์นใส่ชุดเกราะนี้แล้วทำให้เขารู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงของตนนี่เท่จริงๆ

              “ยอมรับเลยนะว่าไอเทมที่นายให้ฉันมามันดีจริงๆ” เบิร์นกัดฟันยอมรับกับความจริงก่อนจะตัดสินใจเถียงออกไป “แต่ถึงไม่มีไอเทมของนาย ฉันก็สามารถสู้กับพวกก็อบลินได้สบาย”

              “โห ปากเก่งจริงนะนายเนี่ย” เปเปอร์หัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินดังนั้นก่อนจะชี้ไปทางข้างหลังเบิร์น “ถ้าว่างมาก ก็เอาเวลาขี้โม้ไปสู้กับพวกก็อบลินดีมั้ย ดูนู่น พวกมันยกทัพมานู่นแล้ว”

              ว่าแล้วเบิร์นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากข้างหลังไม่หยุด ทำให้เจ้าตัวต้องหันขวับไปมองข้างหลังแล้วพบกับพวกก็อบลินหลายตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ สัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเบิร์นจึงได้แต่กัดฟันกรอดแล้วพุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับพวกก็อบลินอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนทางด้านเปเปอร์นั้นเห็นสัตว์เลี้ยงของตนกำลังลำบากก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจจนเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายต้องหันมามอง

              “ใจร้ายจังนะ”

              คำพูดสั้นๆ แต่เปเปอร์ก็สามารถตีความได้ในทันทีว่าคุณเธอคงจะด่าเขาเพราะเขาเล่นบังคับให้เบิร์นไปหาไอเทมที่ตนเองต้องการโดยไม่คิดจะให้เบิร์นปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธหรอกแต่ที่ทำไปมันก็มีเหตุผลที่สำคัยอยู่น่ะนะ

              “เฮ้ๆ ที่ฉันทำไปก็เพื่อเจ้านั่นนะ” เปเปอร์ยิ้มกวนๆ ให้กับเด็กสาว “ในอนาคตเราไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจออะไรบ้าง วันดีคืนดีเบิร์นอาจได้เจอกับศัตรูที่เก่งกาจสุดๆ ก็ได้ เพราะงั้นเพื่อที่จะรับมือกับเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น ฉันก็เลยอยากให้เบิร์นฝึนฝนการต่อสู้ด้วยการต่อสู้กับพวกก็อบลินตัวคนเดียวนี่แหละ”

              “มันจะช่วยได้แน่เหรอครับ ท่านเปเปอร์?” ครั้งนี้บ๊อบบี้ที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของเปเปอร์เป็นคนถาม

              “แน่นอน” เปเปอร์หันไปยกหัวแม่โป้งให้กับบ๊อบบี้ก่อนจะฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวๆ แล้วตอบไปว่า “ว่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

              “

              บ๊อบบี้กับเด็กสาวปริศนาถึงกับเงียบกริบทันที สีหน้าก่อนจะพูดนี่ก็ดูมั่นอกมั่นใจดีนะ แต่ทำไมตอนพูดออกมาถึงได้ออกมาคนละเรื่องแบบนี้เนี่ย!

              “เรื่องนั้นช่างเถอะ” เด็กสาวถอนหายใจก่อนจะแบมือไปทางเปเปอร์แล้วทำสีหน้าเรียบเฉย “ฉันขอขนมปังอีกสักชิ้นจะได้มั้ย?

              “นี่ยังไม่อิ่มอีกเหรอแม่คุณ” รอยยิ้มของเปเปอร์ถึงกับหุบในทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายมาขอของกินเขาอีกแล้ว ใจคอคิดจะทำให้เขาไม่เหลือเสบียงเลยเหรอเนี่ย “ฉันไม่ให้เธอแล้ว ขืนให้เธอเสบียงของฉันได้หมดพอ

              “เพิ่มค่าตอบแทนอีก 1 ล้านเหรียญทอง”

              “เชิญเลยครับอาเจ๊ ผมยินดีให้ขนมปังอาเจ๊เต็มที่!

              สุดท้ายพอโดนเอาเงินฟาดหัว เปเปอร์ก็ยิ้มระรื่นแล้วหยิบขนมปังที่เป็นเสบียงของตนให้กับเด็กสาว ทำเอาบ๊อบบี้ที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดถึงกับหัวเราะแห้งๆ ออกมา

              พอโดนเงินฟาดหัวซะหน่อย ก็ยอมเขาไปหมดเลยแฮะพี่แก

              เด็กสาวรับขนมปังก่อนจะเริ่มสวาปามอย่างมีความสุข เปเปอร์เห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจที่ตนเองดันโดนคุณเธอจูงจมูกจนได้

              ว่ากันตามตรง ตั้งแต่เดินทางมากับแม่นี่ เปเปอร์ก็ยังไม่รู้ชื่อของเธอเลย พอลองถามดูเธอก็นิ่งเงียบไม่ยอมบอกราวกับไม่อยากให้ใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ มันจึงทำให้เปเปอร์รู้สึกสงสัยในตัวผู้หญิงคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม

              นี่ถ้าเจ้าหล่อนไม่เอาเงินมาล่อนะ เขาก็ไม่คิดจะยอมเป็นบอดี้การ์ดให้หรอก!

              “เฮ้อ สักวันเดี๋ยวก็คงได้รู้ชื่อเองแหละหืม?

              ในขณะที่เปเปอร์กำลังพึมพำ สายตาของเด็กหนุ่มก็บังเอิญไปสะดุดสิ่งหนึ่งเข้า ซึ่งสิ่งนั้นมันห้อยอยู่ที่คอของเด็กสาว มันคืออัญมณีสีแดงเลือดที่มีรูปทรงเหมือนกับหยดน้ำ พอเปเปอร์ได้เห็นอัญมณีชิ้นนี้แล้ว มันทำให้เขาถึงกับจ้องมันไม่หยุดราวกับกำลังโดนมนต์สะกดของอัญมณีเข้าครอบงำ

              “นี่”

              ด้วยความสงสัย เปเปอร์ก็ตัดสินใจที่จะเรียกเด็กสาวเพื่อที่จะถามเรื่องอัญมณีที่เธอห้อยอยู่ ซึ่งพอเด็กสาวได้ยินเปเปอร์เรียกก็เลิกคิ้วแล้วหันไปมองทันที

              “คือว่า” เปเปอร์ยังคงมองอัญมณีของอีกฝ่ายไม่หยุดก่อนจะหลุบตาลงแล้วถอนหายใจ “ช่างเถอะ”

              สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะเอ่ยปากถามอีกเพราะคิดว่าถึงถามไปเจ้าตัวก็คงไม่คิดจะตอบหรอก ขนาดชื่อของตัวเองเธอก็ยังไม่คิดจะบอกเขาด้วยซ้ำ เด็กสาวเห็นเปเปอร์ไม่คิดจะถามอะไรก็หันไปตั้งหน้าตั้งตากินขนมต่อแล้วปล่อยให้เปเปอร์จมอยู่กับความสงสัยไป

 

              เวลาผ่านไปไวเหมือนกับโกหก พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว แต่ถือว่าโชคดีที่พวกเปเปอร์นั้นออกมาจากป่าก่อน ทำให้พวกเขามาถึงจุดหมายก่อนที่จะมืดเสียก่อน

              “ว้าว นี่เหรอครับเมืองท่าแอมเบีย”

              ดวงตาของบ๊อบบี้ถึงกับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นความอลังการของเมืองตรงหน้า แน่นอนว่าเปเปอร์กับเบิร์นก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกันเมื่อได้เห็นกับเมืองที่ตนเองไม่เคยเจอมาก่อน แตกต่างจากเด็กสาวผู้ว่าจ้างที่ยังคงทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเช่นเคย

              เมืองท่าแอมเบีย เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเมืองหลวงเฟลีเซีย พื้นที่ของเมืองนั้นเป็นครึ่งวงกลม มีกำแพงอิฐที่สูงใหญ่ตั้งรายล้อมเมืองไว้ ภายในตัวเมืองมีตึกรามบ้านช่องตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบและตามท้องถนนก็มีโคมไฟประดับไว้อยู่ ทำให้ตัวเมืองนั้นดูสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

              “เข้าไปในเมืองกันเถอะ”

              เปเปอร์ชักชวนทุกคนก่อนจะเป็นคนก้าวเท้าเข้าเมืองไปเป็นคนแรก ซึ่งพอเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้าไปก่อนแล้ว คนอื่นๆ จึงเดินเข้าไปในเมืองตามทันที

              ภายในเมืองนั้นไม่ได้เงียบสงบอย่างที่คิด ตามท้องถนนมีผู้เล่นมากมายหลากตาเดินอยู่เต็มไปหมดไม่ขาดสาย เปเปอร์มองพวกผู้เล่นเดินผ่านไปมาอยู่สักพักก่อนจะเปิดหน้าต่างนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาก่อนจะหันไปบอกคนอื่นๆ

              “ตามที่ฉันหาข้อมูลมา อีกประมาณ 3 ชั่วโมงจะมีเรือลำหนึ่งที่จะแล่นไปที่ทวีปลูฟอร์ เพราะงั้นพวกเรายังมีเวลาอยู่ ถ้าใครอยากจะทำอะไรที่เมืองนี้ก็บอกมา

              “ถ้างั้นเราไปหาอาหารกินกันเถอะ”

              “

              เปเปอร์ไม่ทันได้พูดจบ คุณผู้ว่าจ้างก็เล่นออกตัวเสนอก่อนใครเพื่อนเลย แถมยังเป็นเรื่องของกินอีกต่างหาก ทำเอาเบิร์นกับบ๊อบบี้ถึงกับยิ้มแห้งๆ ออกมา ส่วนเปเปอร์นั้นทำหน้าเซ็ง

              ในหัวแม่คุณมีแต่เรื่องของกินรึไงฟะ

              แต่นี่มันก็เย็นแล้วน่ะนะ เพราะงั้นไปหาอะไรมาใส่ท้องเลยก็คงจะไม่เป็นไร เปเปอร์จึงเป็นอันต้องยอมรับข้อเสนอของแม่คุณ

              “โอเค งั้นเอาตามที่เธอว่าละกัน”

              “เยส”

              พอเด็กหนุ่มยอมที่จะไปหาอะไรกิน แม่คุณก็ยกมือขวาขึ้นมาแล้วกำหมัดแน่น เปเปอร์เห็นดังนั้นก็รู้เลยว่าคุณเธอกำลังทำท่าดีใจอยู่จึงยิ้มเจื่อนๆ ออกมา

              พอเรื่องของกินละดีใจใหญ่เลยนะ...

              สุดท้ายเมื่อตกลงกันได้แล้ว เด็กสาวก็เดินนำไปก่อนเพื่อนเพื่อที่จะเลือกร้านอาหารที่ตนต้องการ ส่วนเปเปอร์ เบิร์นและบ๊อบบี้นั้นเป็นผู้ตาม

              “คุณพี่สาวคนนั้นดูจะมีความสุขมากเลยนะครับเนี่ย”

              ระหว่างที่เดินอยู่บ๊อบบี้ก็เอ่ยปากชวนเปเปอร์และเบิร์นคุยเพื่อสร้างบรรยากาศ ซึ่งเมื่อเบิร์นได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย

              “อืม สงสัยคุณผู้ว่าจ้างเขาจะชอบกินเป็นชีวิตจิตใจน่ะนะ”

              “ชอบกินก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่กินเก่งขนาดนั้นคุณเธอไม่กลัวอ้วนรึไงฟะ”

 เปเปอร์รู้สึกสงสัยกับเรื่องนี้สุดๆ เพราะเขาได้ข่าวว่าพวกผู้หญิงมักจะกลัวอ้วนกันจึงไม่ค่อยกินเยอะเท่าไร ส่วนใหญ่จะกินแต่ผักกัน แต่พอได้มาประสบพบเจอกับยัยนี่ ดูเหมือนว่าเขาคงต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองซะแล้ว          

              “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเองก็อยากรู้เหมือน

              เบิร์นไม่ทันได้เอ่ยจนจบประโยค ร่างของเขาก็ต้องหยุดกึกขึ้นมากะทันหัน ทำเอาเปเปอร์กับบ๊อบบี้ที่เดินอยู่ข้างๆ ต้องหยุดเดินแล้วขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย

              “เป็นอะไรไปน่ะเบิร์น หยุดเดินทำไม?

              เปเปอร์ตัดสินใจถามออกไปด้วยความอยากรู้ ซึ่งเจ้าคนที่ถูกถามก็นิ่งเงียบไม่ตอบคำถามเพราะมัวแต่แหงนหน้าจ้องมองบางสิ่งอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเปเปอร์จึงแหงนหน้าแล้วหันไปมองทางเดียวกับที่สัตว์เลี้ยงของตนมองอยู่ แน่นอนว่าบ๊อบบี้เองก็ทำเช่นเดียวกัน

              “นั่นมันใครน่ะ?” และนี่ก็คือคำถามแรกที่หลุดออกมาจากปากของเปเปอร์เมื่อได้เห็นสิ่งเดียวกับที่เบิร์นเห็น

              ไกลออกไปจากตรงจุดที่พวกเปเปอร์ยืนอยู่ มีร่างของใครบางคนยืนอยู่บนยอดตึกอันสูงลิ่ว พอได้ดูดีๆ แล้วเปเปอร์ก็ได้รู้ว่าคนที่ยืนนั้นเป็นผู้ชายเพราะเขามีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตเกินกว่าที่จะเป็นผู้หญิง ร่างนั้นกำลังจ้องมองไปยังเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายก่อนที่คนๆ นั้นจะถอยหลังแล้วออกตัววิ่งกระโดดลงจากตึกพร้อมกับยื่นเท้าขวาไปข้างหน้า

              พรึบ!

              และจู่ๆ ร่างของเขาก็ลุกเป็นไฟแล้วพุ่งไปยังข้างล่างด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ เปเปอร์จ้องมองจุดที่มันกำลังพุ่งเข้าไปก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะจุดที่มันกำลังพุ่งไปคือจุดเดียวกับที่เด็กสาวกำลังเดินอยู่ยังไงละ!

              เปเปอร์กัดฟันกรอดแล้ววิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปหาร่างของเด็กสาวทันที พร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าแล้วตะโกนออกไปเสียงดังว่า

              “ระวัง!

              ตูม!


...................................



ไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไมวันนี้ไรเตอร์อัพเช้า พอดีวันนี้ไรเตอร์เรียนซัมเมอร์อ่ะ เลยต้องรีบอัพ ขืนไม่รีบได้อัพเย็นแน่ 555555  เออๆ ช่วงนี้สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับ อาจขึ้นแจ้งเตือนบ่อยนะครับ เพราะพอดีไรเตอร์ต้องแก้ไขเนื้อหาบางส่วนและใส่ข้อมูลเพิ่มเติมนะคร้าบ อย่าพึ่งกดอันเฟบกันน 555 (ไรเตอร์ยังไม่ค่อยเข้าใจระบบอัพเท่าไร ไม่แน่ใจว่าถ้าเราแก้ไขเนื้อหาบางส่วนแล้วมันจะแจ้งเตือนป่าวให้แฟนคลับรู้ป่าว TwT)


อ่านแลวช่วยคอมเม้นด้วยนะค้าบบ ถือว่าเป็นการให้กำลังใจไรเตอร์ TwT

700 ความคิดเห็น

  1. #511 Martive (@veevite) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 02:11
    ขอติเรื่องการใช้คำในบางที่นะ

    1. วลีที่ว่า "สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่มีขนาดเล็ก" ควรใช้ว่า "สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กตัวหนึ่ง" หรือ "สัตว์เล็กๆตัวหนึ่ง"ดีกว่าครับ เพราะใช้คำยาวไปใช่จะดี

    2. ต้องใช้คำว่า "สวาปาม" นะครับไม่ใช่ "สวามปาม"

    3. "สูงส่ง" ใช้กับยศ ฐานะ สถานะ หรืออื่นๆที่เป็นนามธรรม(วัดไม่ได้) ถ้าเป็นความสูง หรืออื่นๆที่เป็นรูปธรรม(วัดได้) ต้องใช้ว่า"สูงลิ่ว"

    สำหรับตอนนี้น่าจะมีแค่สามที่ละครับ
    #511
    0