เจ้าสาวตีตรา(สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 21 : เปิดศึก(70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    10 มิ.ย. 54

 จเซฟก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ก็พบรีเบคก้านั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเตียง เสียงฝีเท้าที่กดลงบนพื้นดังพอทำให้เธอหันมามองผู้มาใหม่  ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา สายตาที่ทอดมองยังร่างสูง ทั้งเจ็บ และผิดหวัง แต่ในแววตาคู่นั้นยังหลงเหลือเยื่อใยบางๆ ให้เห็นอยู่

 

“รีเบคก้า

 

“ยูไม่ต้องอธิบายแล้วล่ะ” เธอแสร้งตีหน้าเศร้าแล้วร้องห่มร้องออกมา ราวกับว่าเสียใจเหลือเกินแต่ทว่าในใจตอนนี้ได้คิดแผนการทำลายชีวิตคู่ของโจเซฟไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“ผมต้องขอโทษเรื่องที่ผมแต่งงานแล้ว แต่ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดบังคุณนะ”  โจเซฟเดินเข้าไปลูบหลังแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาเพียงต้องการให้เธอคลายความเสียใจ แต่หารู้ไม่ว่าเขากำลังชี้โพรงให้กระรอก

 

“ไอเสียใจมากรู้ไหม หัวใจไอแตกสลาย ไอเมื่อโดนตบหน้าและโดนเหยียบซ้ำที่หัวใจไปพร้อมๆ กัน ไม่เคยอับอายอะไรเช่นนี้มากอด” รีเบคก้าได้โอกาสโผเข้าซบอกแข็งแรงแล้วระบายถึงความรู้สึกออกมา

 

โจเซฟไม่กล้าที่จะกอดปลอบ เพราะเขารู้สึกไม่ดีถ้าหากเขาทำ เขาจะกลายเป็นคนผิดสัญญา

 

รีเบคก้าถึงกับชักสีหน้า ปกติโจเซฟจะเป็นคนที่แพ้น้ำตาผู้หญิง เมื่อเธอร้องไห้ทีไรเขาต้องรีบเข้ามากอดปลอบเธอทุกที แต่นี่กลับแตะแม้แต่ปลายก้อย เขาทั้งแข็งและเหินห่างไม่หลงเหลือคราบผู้ชายที่เคยหลงรักเธอหัวปักหัวปรำทุกลมหายใจ หรือว่าเขาจะรักนังเถาวัลย์นั้นจริงๆ

 

“ต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องเสียใจ”

 

“ไม่ใช่แค่เสียใจ แต่เสียความรู้สึกด้วย ไอคิดว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม โจเซฟ” รีเบคก้าผละออกจากอกของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมคู่นั้น “ไอยังรักยูอยู่น่ะไม่เคยมีวันไหนที่ไอจะลืมยูได้ ไอรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจผิดพลาดเป็นฝ่ายทิ้งยูไป ได้โปรดเถอะนะให้ไอได้แก้ตัวอีกสักครั้งเรากลับมารักกันเหมือนเดิมได้ไหม”

 

“รีเบคก้า! คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

 

“ทำไมจะไม่ได้! ไอรู้ว่ายูก็ยังรักไออยู่เหมือนกัน อย่าปิดกั้นหัวใจสิคะ ไอเป็นรักแรกของยู ลืมไปแล้วหรือ ยูลืมความรัก ความผูกพันของเราได้เหรอ ถ้าลืมไอจะถือว่ายูเป็นคนใจดำที่สุด” รีเบคก้าสะบัดตัวออกทิ้งตัวลงนั่งหันหลังบนที่นอนหนานุ่มอีกครั้ง เธอยังอยากจะรู้ว่าเขานั้นจะใจดำเธอจริงๆ หรือเปล่า

 

เขาคาดเอาไว้แล้วว่ารีเบคก้าต้องใช่ไม้นี้ แล้วเขาก็เป็นพวกที่ขี้ใจอ่อนเสียด้วย เพื่อเห็นแก่ธุรกิจและมิตรภาพที่ดีต่อกันมาก่อน เมื่อไม่มีทางเลือก โจเซฟจึงจำต้องกดกายลงนั่งบนเตียงข้างๆ หญิงสาว มือหนาก็วางลงที่มือของเธอ

 

“ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว แต่คุณกับผมเราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ”

 

“แต่ไอไม่อยากเป็นแค่เพื่อนแต่อยากเป็นมากกว่าเพื่อน ยูเข้าใจไหม!” รีเบคก้าแผดเสียงออกมาดังลั่น ดวงตาของเธอแดงก่ำเพราะความเสียงใจและความโกรธที่ผสมปนเปอยู่ในอกคลุกเคล้ากันกลายเป็นความคลั่งแค้น

 

โจเซฟก็ตกใจอยู่ไม่น้อย กีบกิริยาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว เขารู้ว่าเธอกำลังเสียใจและผิดหวังแต่จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อคนที่เขารักนั้นไม่ใช่เธอแล้ว

 

“เอาอย่านี้แล้วกัน” เมื่อเห็นท่าไม่ได้โจเซฟจึงตัดสินใจพูดออกมา “ถ้าคุณเดือนร้อนหรือไม่สบายใจอะไรคุณสามารถเรียกหาผมได้ทุกเมื่อ แต่ผมไม่สามารถกลับไปเป็นคนรักของคุณได้อีก ผมแต่งงานแล้ว ผมรักภรรยาของผม ผมไม่อยากให้เธอต้องเสียใจและผิดหวังในตัวผมอีก” เขากุมมือเธอแน่น บีบมันแรงๆ บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นล้วนแล้วออกมาจากใจจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งปลอบใจ

 

แต่โจเซฟหารู้ไม่ว่ายิ่งเขาแสดงความรักที่มีต่อประดับดาวมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับเติมเชื้อไฟให้แผดเผาในอกของรีเบคก้าให้รุ่มร้อนมากขึ้น

 

“ไอเข้าใจยูแล้ว ภรรยาของยูก็คงไม่อยากให้ไออยู่บ้านด้วยใช่ไหม” รีเบคก้ากลั้นฟันฝืนพูดออกไป ทั้งที่เธออยากจะกรีดร้องออกมาใส่หน้าเขา เขากล้ามากที่บอกรักผู้หญิงอื่นต่อหน้าเธอ

 

โจเซฟไม่ตอบ เขาได้แต่นั่งนิ่งเงียบ รีเบคก้าจึงสรุปเองว่า ใช่

 

“ขอไอไปล่ำลาภรรยายูหน่อยได้ไหม” หญิงสาวปากดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา

 

“ได้สิ เดี๋ยวผมพาไป”

 

โจเซฟตอบด้วยความยินดีก่อนจะพารีเบคก้าลงไปหาประดับดาวที่กำลังเตรียมอาหารค่ำอยู่ในครัวกับป้าอิ่มและสาวใช้อีกสองคน ประดับดาวมองหน้าสามีด้วยสายตาแปลกๆ เมื่อเห็นเขายิ้มร่าเดินตรงเข้ามาสวมกอดเธอแน่นโดยไม่อายสายตาคนรับใช้ที่ก้มหน้าแอบลอบยิ้มกันกับความสวีทหวานของเจ้านายทั้งคู่

 

“อะไรคะ” ประดับดาวร้องถามเสียงหลง เอียงศีรษะหลบจมูกโด่งได้รูปที่ไล่ต้อนจะหอมแก้มของเธออยู่ท่าเดียว เขาหยุดการกระทำลงแต่ยังคงสวมกอดหลวมๆ ร่างเล็กอยู่

 

“รีเบคก้ามีอะไรจะพูดกับคุณหน่อยน่ะ”

 

“พูดกับดาว เรื่องอะไรคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

 

“ไม่รู้เหมือนกัน ไปคุยกับเขาหน่อยนะ เขารอคุณอยู่ที่สวนสมุนไพรนะ เห็นเขาว่าจะไปพักที่อื่นแล้ว” คำบอกเล่าของสามีเรื่องที่แม่รีไซเคิลจะย้ายไปอยู่ข้างนอก ประดับดาวถึงกับยิ้มออกมาก แต่ก็แอบเอ๊ะใจว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงยอมง่ายๆ

 

“ก็ได้ค่ะ” พูดจบก็ผละออกจากอกสามี ถอดชุดกันเปื้อนส่งให้ป้าอิ่มแล้วเดินไปที่สวนสมุนไพรของคุณปู่ทันที

 

รีเบคก้านั่งไขว้ห้างกอดอกอยู่ในเรือนไม้ ที่ล้อมรอบไปด้วยพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดที่คุณปู่เป็นผู้ลงมือปลูกเองทั้งหมดกับมือ ประดับดาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าซุ้มหน้าเรือน สบตามองนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้น รีเบคก้าคลี่ยิ้มให้ประดับดาวเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนหันหน้ามาเธอ

 

“คุณต้องการพูดอะไรกับดิฉันเหรอคะ” ประดับดาวตัดสินใจถามขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรออกมา

 

“เชิญสูดอากาศบริสุทธิ์ที่นี่ชุ่มปอดนะ เพราะอีกไม่เกินหนึ่งเดือนหล่อนต้องกระเด็นออกไปจากบ้านหลังนี้” กริยาและน้ำเสียงที่เสมือนจะเปิดศึกของรีเบคก้า ทำให้ประดับดาวรู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ยอมแพ้

 

“มั่นใจอย่างงั้นเชียวหรือคะ” เรียวฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มออกมา

 

“ฉันกับโจเซฟเราเคยรักกันมาก่อน และตอนนี้เราก็กำลังจะกลับมารักกันอีกครั้ง” รีเบคก้ากล่าวขึ้นอย่างมั่นใจว่า เธอง่าเชื่อโจเซฟยังรักเธออยู่

 

“รู้ได้อย่างไรคะว่าเขายังรักคุณอยู่ คุณมันก็เป็นแค่อดีตคนเคยรัก จะมาสู้คนรักปัจจุบันที่มีใบทะเบียนสมรสพวงท้ายไว้ย้ำเตือนพวกรักกินขโมยกินอย่างฉันได้เหรอคะ”

 

“แล้วไง คิดว่าฉันจะสนเหรอก็แค่แผ่นกระดาษใบนึง  ขอบอกว่าไว้เลยว่าฉันสนแต่คน เชิญหล่อนไปนอนกอดใบทะเบียนสมรสให้พอใจเถอะ”

 

“น่าละลายแทนบุพการีของคุณจริงๆ อยู่ที่สูงๆ ไม่ชอบ ชอบทำตัวต่ำทรามติดดิน รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้วยังอยากจะกินอยู่ได้”

 

“ก็มันน่ากินนี่ หรือว่าไม่จริง”

 

ได้ฟังคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเรียวสวย ประดับดาวถึงกับเนื้อเต้น อยากจะปรี่เข้าไปตบปากนั้นให้ปวดเจ่อ แต่คิดไปคิดมา ผู้หญิงอย่างรีเบคก้าตบไปก็เสียมือเปล่าๆ

 

“หน้าด้านไม่พอ ยังไร้ยางอายอีก อยากจะรู้จริงๆ ทนแบกรับหนาๆ ของตัวเองได้อย่างไร ไม่หนักมั้งเหรอ หรือว่ามันด้านชาไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง สงสัยหนังที่มันหุ้มกระดูกคงไม่ใช่หนังกำพร้าคงจะเป็นหนัง” ประดับดาวหยุดพูดก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก “หนังอะไรก็ไปเอาเองแล้วกัน” ยกมือป้องปากแล้วหัวเราะออกมาคล้ายจะเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้าม

 

“แกด่าฉันเหรอ” รีเบคก้ากระชากน้ำเสียงถาม พลางเดินดุ่มๆ ลงมาประจันหน้ากับประดับดาวอย่างเอาเรื่อง

 

“อุ๊ยตาย! ดิฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อคุณเลยนะคะ อย่าร้อนตัวสิ ถ้าไม่ใช่”

 

“เห็นอยู่ว่าแกด่า ฉันยังมาตีหน้าระรื่นอีก หนอยรู้จักฉันน้อยไปเสียแล้ว รู้ไหมว่าฉันเป็นลูกใคร” รีเบคก้าตวาดกร้าว ชี้หน้าประดับดาวอย่างโกรธจัด เกิดมายังไม่เคยมีใครเล่นหัวเล่นหางเธอได้ขนาดนี้

 

“รู้น้อยๆ ก็ดีอยู่แล้ว รู้มากๆ เดี๋ยวจะรู้ถึงสันดานว่ามันเสียขนาดไหนแล้วดิฉันก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าคุณเป็นลูกใคร กลัวพวกท่านจะอับอายที่มีลูกสาวบ้าผู้ชาย!

 

“แกสิบ้าผู้ชาย นังเถาวัลย์พันหัวใจ!

 

“ดิฉันยอมรับว่าดิฉันบ้า! …บ้ารักสามีตัวเองผิดตรงไหนมิทราบ สามีใครใครก็รักใครก็หวง ยิ่งอีกพวกตุ๊กแกที่จ้องจะกินตับสามีของดิฉันระวังเถอะจะกัดไม่ปล่อยจะต่อยไม่เลี้ยงจะเล่นให้เดี้ยงกลับบ้านเก่าไม่ทันเลย”

 

“แกอีนังจิ้งจอก อีนังจงอางหวงไข่  อีนังพญาผึ้งไร้พิษ” สารพัดคำด่าที่แสนหยาบคายผุดออกมาจากปากของคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ดี ประดับดาวได้แต่ยืนทำหน้านิ่ง ด่าได้ด่าไป อย่าหมดแรงก็แล้วกันแม่จะสวนไม่ให้แทรกได้เลย

 

 “สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล ถ้าไม่บอกว่ามาจากตระกูลชั้นสูง ก็คงคิดว่ามาจากสลัมหรือไม่ก็ชนเผ่าไร้สัญชาติ”

 

“แกสิชนเผ่าไร้สัญชาติ อีหมวยอกภูเขาไฟ แกดูถูกต้นตระกูลฉันมากไปแล้วนะ คนต้อยต่ำอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาเทียบกับตระกูลชั้นสูงของฉันหรอก พูดกับแกก็เหมือนพูดกับสุนัข” วาจาของรีเบคก้าช่างเจ็บแสบนัก แต่มันก็ไม่อาจทำให้คนอย่างประดับดาวสั่นสะเทือนเต้นแร้งเต้นกาไปกับเหล่าคำด่านั้นได้ เธอคิดว่ามันสนุกมากกว่าที่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนนี้

 

“งั้นแสดงว่าคุณก็เป็นสุนัขด้วยสิ เพราะคุณก็เห่าโต้ตอบดิฉันเหมือนกัน”

 

“อ๊ายยยยยฉันจะฟ้องโจเซฟแกด่าฉันอีกแล้ว” เมื่อทนไม่ได้รีเบคก้าก็กรีดร้องออกมาราวกับคนบ้า ยื่นสั่นเป็นเจ้าเข้า ที่ไม่สามารถต่อปากต่อคำชนะประดับดาวได้

 

“แจ้นไปเลยค่ะ ไปโพทนาให้เขาฟังให้หมดเลยนะคะว่าดิฉันด่าคุณอะไรบ้าง ถ้าจำไม่ได้เดี๋ยวจะจดใส่เศษกระดาษให้ ดิฉันกลัวว่าสิ่งที่ด่าออกไปจะไม่ครบ เอาไปบิดเบือนใส่ร้ายหาว่าดิฉันกลั่นแกล้งอีก” ปากพูดมือก็ชี้ไปที่คฤหาสน์ไม้สักหลังโต ส่วนสายตาของเธอก็ยั่วยวนกวนโมโหฝ่ายตรงข้ามที่กระทืบเท้าเร่าๆ

 

“แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่!” เมื่อเถียงสู้ไม่ได้รีเบคก้าก็ต้องเป็นฝ่ายยอมหยุด แล้วเดินออกจากไปด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด ประดับดาวได้แต่มองตาแผ่นหลังบางนั้นไปด้วยสายตาเอือมระอา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1,330 ความคิดเห็น

  1. #412 pimpimwall (@pimpimwall) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 15:11
    ด่าได้สะใจดีจัง ขอยกนิ้วให้เลยจ๊ะ Very Good
    #412
    0
  2. #410 lovelyvenus (@lovelyvenus) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2554 / 12:16

    รักนางเอกจริงๆ

    #410
    0
  3. #409 somjeed2 (@somjeed2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2554 / 10:17

    ต้องอย่างนี้ซิดาว อย่าไปยอมแพ้ สามีใครก็รัก

    #409
    0
  4. #408 porb (@porb) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 21:41
     รอต่อค่ะ
    #408
    0
  5. #407 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2554 / 19:02
    รออ่านค่า
    #407
    0