福 อาฝู

ตอนที่ 8 : ตอนที่เจ็ด เช่นใดเรียกไร้คุณธรรม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    3 มิ.ย. 58


บนโลกนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ยากจะคาดเดา


ซือเหลียงเป็นบุตรชายคนรองของเถ้าแก่ร้านโอสถทิพย์  มารดามันเป็นภรรยาเอกจึงนับได้ว่ายิ่งใหญ่สุดในบรรดาคนรุ่นลูก  ซือเหลียงจึงมีนิสัยถือดีเอาแต่ใจ  ด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดเพียงอายุสิบหกปีก็เรียนรู้ศาสตร์การค้าและสมุนไพรหมดสิ้น  ความจริงมันสมควรสามารถเชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล  แต่ฟ้าดินมักเล่นตลก  ซือเหลียงไม่เพียงชมชอบรักสนุกไม่สนใจการงาน  มันยังติดพันหญิงงามหอโคมเขียวจนไปหลับนอนอยู่ทุกค่ำคืนให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงนินทา  ที่สุดแล้วผู้เฒ่าซือก็ทนพฤติกรรมเหลวแหลกไม่ไหว  สั่งลงโทษบุตรชายให้ต้องเรียนรู้งานของสำนักอย่างยากลำบากด้วยการให้มันเป็นผู้ดูแลร้านโอสถทิพย์สาขาเซียงหยางที่ต้องดูแลตรวจสอบการขนย้ายสมุนไพรระหว่างเจียงหนันและจงหยวนอยู่ทุกวัน


เรื่องราวของคุณชายรองเป็นที่นำไปหยิบยกพูดถึงกันในทุกร้านโอสถทิพย์  เป็นเรื่องลับๆที่กระซิบว่าห้ามบอกต่อ  แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  เรื่องราวสนุกสนานเช่นนี้จึงแพร่กระจายไปยังผู้คนที่มาใช้บริการบางคนที่สนิทสนมอีกด้วย  


คำนินทาก็เป็นเรื่องหนึ่ง  แต่ที่ซือเหลียงเบื่อหน่ายยิ่งกว่าการงานที่มากมายคือเรื่องที่หญิงสาวในเมืองเซียงหยางจะอย่างไรก็ไม่งามเท่าเมืองหลวงต่างหาก  ยิ่งหญิงหอโคมเขียวยิ่งเหมือนหญ้าแห้งไว้เคี้ยวเล่นมิให้ชีวิตชืดชาจนเกินไป  จิตใจมันห่อเหี่ยวเหลือจะทน


ระหว่างที่มันนั่งทำบัญชียาสมุนไพรที่ค้าขายในวันนี้  ลูกจ้างร้านคนหนึ่งก็เข้ามาหาด้วยท่าทางร้อนรนอับจนปัญญา


"คุณชายขอรับ  มีคนมาขอใช้ห้องปรุงยาของเราทั้งที่มิได้ลงทะเบียนเป็นแพทย์สังกัดโอสถสวรรค์ของเรา  มิได้มีกระทั่งใบยืนยันจากสำนักแพทย์มีชื่อที่ใด  ความจริงสมควรปฏิเสธไป  ทว่าพวกเขาเป็นคนของสำนักบู๊ใหญ่โตอย่างสำนักเซียนกระบี่หยก  หากปฏิเสธไปอาจมีปัญหาภายหลัง  แต่ห้องปรุงยาของเราก็มีท่านหมอผู้หนึ่งจองไว้แล้วสำหรับอาทิตย์นี้  แม้ว่าเขาจะใช้งานสำหรับวันนี้เสร็จจนกลับไปแล้วแต่ก็อาจมีข้าวของบางอย่างทิ้งไว้ก็เป็นได้  ผู้น้อยควรตอบรับอย่างไรดีขอรับ"


ซือเหลียงวางพู่กันบนแท่นวาง  กอดอกเคาะเท้าลงบนพื้นเป็นจังหวะ  ครู่หนึ่งก็ผุดลุกขึ้นยืนคว้าพัดที่วางไว้บนโต๊ะมาถือไว้ในมือ "ข้าจัดการเอง"


มันลงมาที่โถงต้อนรับพบเห็นคนสองคน  หนึ่งร่างกายสูงใหญ่ท่าทางห้าวหาญยืนมือไพล่หลังทำหน้าเคร่งเครียด  บนเกราะเบาสีขาวมีตราสำนักเซียนกระบี่หยก  ดาบห้อยข้างเอวดูแวบเดียวแค่ปลอกดาบก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า  อีกหนึ่งสวมหมวกปีกกว้างคลุมผ้านั่งจิบน้ำเต้ายากลิ่นเย็นประหลาดท่าทางลึกลับ  ด้านล่างมีล่วมไม้สานขนาดใหญ่วางพิงขาเก้าอี้  


"ได้พบคนของสำนักเซียนกระบี่หยก  นับเป็นเกียรติยิ่งนัก" ซือเหลียงรีบยกมือคำนับทั้งสองด้วยรอยยิ้มการค้า  เร่งรีบฝีเท้าเดินเข้าใกล้ทั้งสองไม่เชิงนอบน้อมแต่ไม่วางก้ามใหญ่โต "ข้ามีนามว่าซือเหลียง  เป็นผู้ดูแลร้านโอสถทิพย์สาขาเซียงหยางในขณะนี้"


"อาฝูได้ยินชื่อเสียงท่านมานาน  เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณชายรอง" คนสวมหมวกคลุมผ้าชิงคารวะพูดตอบก่อนชายชาวยุทธ์จะทันได้พูดอะไร  น้ำเสียงแม้นอบน้อมไร้อารมณ์ยังทำให้ผู้คนคิ้วกระตุกได้


"เถิงซานยินดีที่ได้พบคุณชายซือ" ชายชาวยุทธ์ยกมือคารวะตอบบ้าง  ท่าทางองอาจน่าเกรงขาม "วันนี้มีเรื่องต้องรบกวนท่านแล้ว"


คำพูดของท่านหมอสวมหมวกฟังผิวเผินอาจดูให้เกียรติ  แต่สำหรับคนที่มีวีรกรรมฉาวโฉ่คลุ้งเมืองหลวงแล้วเหมือนตบหน้ากันฉาดใหญ่  ซือเหลียงแทบประคับประคองใบหน้ายิ้มแย้มไว้ไม่อยู่  เถิงซานก็เหมือนไม่รับทราบว่าท่านหมอน้อยของตนได้กระตุ้นอารมณ์โกรธเคืองผู้คนเข้าให้แล้วจึงยังคงพูดเรื่องตนต่อไป 


"ข้าได้แจ้งความประสงค์ใช้ห้องปรุงยาของร้านท่าน  แต่หมอยาท่านนี้กล่าวว่าต้องปรึกษาผู้ดูแลก่อน  ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยเหลือพวกเราได้หรือไม่  นี่เป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคนสำคัญของสำนักเรา  หากท่านช่วยเหลือย่อมเป็นบุญคุณยิ่งใหญ่ที่ต้องทดแทน" 


คำพูดเช่นนี้ของเถิงซานคล้ายบีบบังคับและชักชวน  บีบบังคับในเรื่องว่านี่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคนสำคัญภายในสำนักเซียนกระบี่หยก  หากซือเหลียงไม่ช่วยเหลือใยมิใช่เป็นเหตุให้อ้างกล่าวโทษมัน  ส่วนที่ชักชวนย่อมเป็นบุญคุณที่มันได้ช่วยเหลือจะได้รับการตอบแทนอย่างแน่นอน  แม้อำนาจบารมีของสำนักเซียนกระบี่หยกมีขึ้นมีลงเหมือนน้ำทะเล  แต่ก็อยู่ยั้งมาตั้งแต่สิ้นราชวงศ์ฮั่นจนถึงต้าถัง  นี่ย่อมแสดงถึงความไม่สามัญของรากฐานความสัมพันธ์กับผู้อื่น  หากมีสติปัญญาบ้างย่อมไม่ปฏิเสธ


"หากเป็นการช่วยเหลือผู้คนข้าไหนเลยจะปฏิเสธได้  เพียงแต่ไม่ทราบว่าตัวตนแท้จริงของพวกท่านเป็นเช่นดังคำที่ท่านพูดหรือไม่  หากแท้จริงท่านคิดใช้ห้องปรุงยาเราสร้างพิษร้ายขึ้นมาจะทำอย่างไร  ฟังว่าท่านหมอท่านนี้ไม่มีใบรับรองจากสำนักแพทย์มีชื่อที่ใดเลย" ความโกรธเคืองหากไม่ได้ระบายออกบ้างคืนนี้มันคงนอนไม่หลับ  ซือเหลียงจึงหลีกเลี่ยงเถิงซานหันมาพูดคุยกับท่านหมอลึกลับแทน "จะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่  หากข้าจะขอร้องให้ท่านหมอท่านนี้ถอดหมวกเปิดผ้าคลุมออก  อย่างน้อยเผื่อข้าอาจคุ้นเคยใบหน้าท่านบ้าง"


"ย่อมไม่เสียมารยาท" พูดจบก็ถอดหมวกออก  ยามผืนผ้าโปร่งสีดำนั้นเกลี่ยผ่านใบหน้าเปิดเผยโฉม  หัวใจชายมากราคะถึงกับพองโตเต้นไม่เป็นส่ำ  คลี่ยิ้มเคลิบเคลิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุม  พลันได้สติก็เมื่อได้ยินเสียงอย่างชายและเห็นกระเดือกบนลำคอผอมของผู้คน  ยิ่งเพ่งยิ่งเห็นว่าโครงหน้าร่างกายนี้เป็นของเด็กชายผู้หนึ่ง "ท่านคุ้นเคยใบหน้านี้บ้างหรือไม่"


ความรู้สึกอับอายเสียหน้านั้นมากเกินบรรยาย  โดยเฉพาะเมื่อยามสบดวงตาหงส์ที่แววตาคล้ายจะยิ้มเยาะมันอยู่ภายในใจ  จากพิศวาสจึงกลายเป็นเกลียดชัง  


"ท่านหมอท่านนี้ช่างอายุน้อยยิ่งนัก  ไม่ทราบมีความรู้มากน้อยเพียงใดจึงกล้ากล่าวอ้างว่าตนเองเป็นหมอ  รักษาผู้คนนั้นมิใช่เรื่องง่าย  ท่านอายุเท่านี้สามารถรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นได้เชียวหรือ" ซือเหลียงแสยะยิ้มเอ่ยหาเรื่องผู้คน  ดวงตาและน้ำเสียงมาดร้ายเป็นอย่างยิ่งจนเถิงซานไม่อาจนิ่งเฉย


"ท่านซือเหลียงไม่รับทราบ  ท่านหมอฝูเป็นศิษย์ของติงเหยเหย่  วิชาความรู้นั้นเหนือสามัญ  แม้อายุยังน้อยแต่พึ่งพาได้แน่นอน" ความมั่นใจนี้ของเถิงซานมาจากบรรดายาทั้งหลายในล่วมไม้ของอาฝูนั่นเอง  มันแม้ไม่มีความรู้แต่มีดวงตาและสัมผัสเฉียบแหลมอย่างยอดคน  ย่อมรับรู้ได้ว่าอาฝูและยาของมันนั้นไม่ธรรมดา  จัดได้ว่าเป็นของวิเศษมีเงินเพียงอย่างเดียวไม่อาจครอบครองได้


"ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขามิได้โกหกท่าน  ติงเหยเหย่เป็นเซียนเมามายนิสัยประหลาด  ชมชอบศพมากกว่าผู้คนอีก  กี่สิบปีมาไม่เคยรับศิษย์สักครึ่งคน  หายหน้าหายตาไปหลายปีมิใช่ว่าตกตายเพราะพิษสุราหรอกหรือ" ยิ่งพูดรอยยิ้มเยาะของซือเหลียงยิ่งเด่นชัด  คำพูดนี้นับว่าชาญฉลาดอย่างยิ่งจนกระทั่งเถิงซานยังไหวเอน "เด็กน้อยนี้อาจเป็นเพียงโจรน้อยขี้โกหกเท่านั้น  หากเป็นเช่นนั้นจริงผู้คนคงได้หัวเราะเยาะสำนักเซียนกระบี่หยกจนฟันกระเด็นหลุดหมดปากแน่  ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


เมื่อหันไปมองผู้ตกเป็นจำเลยคำกล่าวหากลับไม่ได้โกรธเคืองเช่นเถิงซาน  ท่านหมอน้อยใบหน้าหญิงงามล่มเมืองอมยิ้มคล้ายร่วมขบขันไปกับคำพูดของซือเหลียง  ไม่พูดจาตอบโต้แก้ต่างให้ตนเองแม้สักคำ  ทำให้ผู้คนรู้สึกปั่นป่วนยิ่งนัก  คล้ายว่ามันได้กระทำผิดที่ไหนสักที่จนกระโจนลงเหวที่ผู้คนขุดรอไว้


"จริงเท็จไม่เกี่ยวกับท่าน  พวกเราเพียงต้องการยืมใช้ห้องปรุงยาของร้านท่านเท่านั้น" เถิงซานเสียงเข้มสะกดข่มความโกรธ  ล้วงหยิบป้ายหยกขาวสลักลายกระบี่และสี่อักษร 'สำนักเซียนกระบี่หยก' อันหรูหราออกมา "นี่เป็นป้ายประจำตัวข้า  หากมีอันใดเกิดขึ้นข้าเถิงซานจะรับผิดชอบเองแต่เพียงผู้เดียว  ท่านรีบไปเปิดห้องปรุงยาให้พวกเราได้ใช้เถิด  ให้จ่ายสักกี่เท่าข้าก็ยินดี"


"เห็นทีจะไม่ได้" ซือเหลียงคลี่พัดค่อยๆ โบก  โยกตัวเดินลอยชายคล้ายคิดจะกลับไปห้องทำงานมันบนชั้นสอง "ห้องปรุงยานั้นมีผู้คนจองใช้อยู่แล้ว  หากพวกท่านเข้าไปข้าวของเขาเสียหายข้าจะชดใช้เช่นไร  ยาและสมุนไพรบางตัวก็มีค่ามากเกินกว่าจะคำนวณได้  พวกท่านตัดใจเสียเถอะ"


"ซือเหลียง  ความไร้คุณธรรมนี้สำนักเซียนกระบี่หยกขอจดจำไว้" เถิงซานกัดฟันขู่อาฆาต  โกรธขึงอย่างไม่อาจระงับสีหน้าได้


ซือเหลียงได้ฟังก็หมุนตัวมาเลิกคิ้วให้อย่างยียวน "เช่นใดเรียกไร้คุณธรรม  เช่นใดเรียกไม่เอารัดเอาเปรียบคนค้าขาย  ท่านลองแจกแจงให้ข้าฟัง"


"ไม่ช่วยเหลืออาจมีคนตาย  รับรู้แต่ยังกระทำ  นี่ไม่เรียกไร้คุณธรรมอีก?" เถิงซานกัดฟันกรอด  มือจับด้ามกระบี่ข่มกลั้นอารมณ์อยากฉีกทึ้งร่างผู้คน  ข้อต่อขาวโพลนด้วยแรงบีบ


"สำนักเซียนกระบี่หยกคิดใช้กำลังข่มขู่ร้านยาอันไร้ทางสู้เช่นร้านโอสถทิพย์เราใช่หรือไม่" ซือเหลียงเหลือบมองกระบี่ในมือผู้คนด้วยใจหวาดหวั่นภายใน  มันมีฝีปากดีแต่กำลังยุทธ์ไม่อาจดีเทียบเท่า "เช่นนี้ยังกล้าเรียกตนเองว่าเป็นผู้กล้ามีคุณธรรมอีก  ท่านใช่เข้าใจความหมายของคำว่าคุณธรรมหรือไม่  ผู้มีคุณธรรมย่อมไม่รังแกคนอ่อนแอ..."


"ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเจ้า" เถิงซานกระซิบเสียงรอดไรฟัน  แต่ด้วยลมปราณอันกล้าแข็งกลับได้ยินทั่วถึงชัดเจนทั้งห้องโถงอันกว้างขวาง  ลมหายใจมันร้อนแรงด้วยไฟโกรธจนอากาศแทบร้อนตาม "ขอถามอีกครั้ง  ไม่ว่าเช่นไรท่านก็ไม่ยินยอมให้ท่านหมอฝูใช้ห้องปรุงยาใช่หรือไม่"


เมื่อเห็นว่าคำ 'คุณธรรม' ค้ำคอผู้คนอยู่  ซือเหลียงก็ไม่หวั่นเกรงอีก "จริยธรรมของคนเป็นพ่อค้านั้นไม่อาจเอารัดเอาเปรียบลูกค้าได้  ดังนั้นคำตอบคือ...จะอย่างไรก็ ไม่ ได้


คำว่า 'ไม่ได้' ที่ซือเหลียงกล่าวนั้นช่างช้าเกินไป  ชัดถ้อยชัดคำเกินไป  มันจึงฝังลึกเข้าไปในจิตใจคนฟัง  กลายเป็นความชิงชังจนเถิงซานแทบชักกระบี่ออกมา  ยังดีที่น้ำเสียงราบเรียบของท่านหมอน้อยรั้งมันไว้ก่อนลงมือทำสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้


"ท่านเถิงซาน  พวกเราคงต้องตัดใจแล้ว  กลับกันเถอะ"


เมื่อเรื่องราวจบลงแล้วซือเหลียงก็หันตัวกลับไปทำงานต่อไม่สนใจผู้คนอีก  รู้สึกสบใจที่ชนะคารมผู้มีอำนาจในสำนักบู๊ใหญ่ได้  ส่วนเถิงซานก็รีบหมุนตัวเดินกระแทกเท้าจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว  ทั้งกรุ่นโกรธทั้งเศร้าหมองยากจะบรรยาย  ไม่นึกอยากเหยียบหรือเห็นป้ายร้านยานี้แม้เสี้ยววินาที  ทิ้งไว้แต่ร่างของเด็กหนุ่มตัวผอมที่ค่อยๆ เก็บน้ำเต้ายาตนใส่ล่วมไม้สานขนาดใหญ่  ยกล่วมยารักขึ้นสะพายหลังด้วยท่วงท่าน่ามอง  ไม่มีเอนตัวด้วยความหนักแม้แต่น้อยจนน่าประหลาดใจ


รอยยิ้มก่อนหยิบหมวกขึ้นสวมของเด็กหนุ่มช่างประหลาดนัก  หมอยาลูกจ้างร้านเป็นผู้เดียวที่ทันเห็น  ขนกายมันลุกซู่จนตัวสั่นอย่างไม่อาจระงับได้  ไม่ทราบเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น



กลับมาถึงโรงเตี้ยม  อารมณ์ที่กรุ่นโกรธอยู่เถิงซานก็ระงับได้กว่าครึ่ง  เปล่งเสียงเรียกลูกน้องมาสองคนให้ตามพวกเขามา  ถึงห้องพักของเถิงซานก็ปิดประตูแน่นหนาสั่งงานชัดถ้อยคำ  เน้นย้ำสองรอบถึงวิธีการเดินลมปราณยื้อชีวิตจากการใช้เม็ดยายมบาลอะอาย  ดวงตาผู้ฟังต่างทอประกายความหวัง  ผู้ส่งสารสองคนจากไปพร้อมม้าสองตัว 


"ไม่มีอะไรที่ท่านทำได้แล้ว" อาฝูนั่งที่ลงบนเก้าอี้ในห้องพักของเถิงซานอยู่นานพูดออกมาในที่สุด  มันจิบชาเย็นชืดไปจนเหลือแค่ครึ่งกาแล้วเถิงซานก็ยังยืนแขนไขว้หลังมองเหม่อประตูอยู่เช่นนั้น  ให้อาฝูต้องทอดถอนหายใจเงียบๆ  พูดออกมาในที่สุด "ที่เหลือคือเร่งรีบเดินทาง  ข้าไม่กลัวลำบาก  ท่านผูกเอวข้าติดไว้แม้ม้าวิ่งยามหลับข้าก็ไม่ตก"


ความหมายของคำพูดเช่นนี้ชัดเจนอย่างยิ่ง  ท่านหมอน้อยผู้นี้ต้องการร่วมประสบทุกข์เดินทางโดยไม่หยุดพักร่วมกับพวกมัน  เพียงแค่ต้องนั่งบนหลังม้าเช้าจรดเย็นอย่างไม่เร่งร้อน  สำหรับผู้คนไม่คุ้นเคยไม่เพียงปวดร้าวปั้นท้ายยังคงปวดเมื่อยร่างกายและเหนื่อยล้ากายใจถึงขีดสุด  แต่หากเดินทางรีบเร่งไม่หยุดพักผ่อนเลยแม้ยามค่ำคืนย่อมสาหัสกว่านั้น  เห็นม้าเหนื่อยตายก็เหมือนจะเหนื่อยตายตามไปด้วย  


ทั้งที่ไม่ได้รู้จักมีบุญคุณใดกันมาก่อน  กลับมีน้ำใจให้มากถึงเพียงนี้  อารมณ์ที่ขุ่มมัวของเถิงซานหายวับไปราวภูติผี  มีเพียงความปิติยินดีซาบซึ้งใจจนต้องยกมือขึ้นคารวะค้อมศีรษะลงต่ำ  น้ำตาลูกผู้ชายคลอในดวงตา "ขอบคุณท่านหมอฝูมาก  น้ำใจนี้เถิงซานจะตอบแทนท่านแน่นอน"


สำนักเซียนกระบี่หยกใช้ความยิ่งใหญ่มีสัมพันธ์ดีกับทางการและค่ายน้อยใหญ่ไปทั่ว  ไม่ถึงสองชั่วยามหลังแยกย้ายแบ่งงาน  ข่าวดีเรื่องเรือใหญ่เช่าเหมาทั้งลำจะรอพวกมันอยู่ที่ท่าพร้อมเดินทางทันทีก็มาถึง  เวลานั้นอาฝูยังคงจิบชาผ่อนคลายหลังอาหารเลิศรสอยู่เลย


"พี่น้องทุกท่านจงฟัง  นับจากนี้ไปเราจะเดินทางกันไม่หยุดพัก  กลางคืนคนหนึ่งขี่คนหนึ่งหลับ  แจ้งข่าวให้คนหาม้ามาสับเปลี่ยนที่ตายในทุกวัน  อีกสิบวันเราต้องถึงสำนักที่ต้าถง!"


福福福福福福福福福福福福



ฝูฝู :  ลูกพี่ไม่ถนัดโต้ตอบวาจา  บทนี้จึงเขียนได้ยากลำบากนัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #76 แฟนขลับ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 05:33
    ไม่เปลี่ยนแปลง งง เพื่อ?
    #76
    0
  2. #75 ปกเงิน& (@2000sakda) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:57
    ขอบคุณคับ
    #75
    0
  3. วันที่ 8 กันยายน 2558 / 17:47
    น่าติดตามยิ้งนัก 
    #73
    0
  4. #70 ต้นไม้พันปี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 20:11
    ติดใจยิ่ง ความเป็นไปของอาฝูจะเป็นเยี่ยงไรหนอ
    #70
    0
  5. #68 "สนชรา" (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 20:51
    โอ้.! ยิ่งกว่านั้นการอัพเดทแท้จริงแล้วเริ่มเมื่อ 28 มี.ค. 58 บัดนี้ 8 มิ.ย. 58 สำเร็จ 8 ตอน แต่ท่านจะท่องจินตการผู้อื่น 822

    ตอน ข้าฯผู้มิวัยประดุจไม้ใกล้ฝั่งใยมิใช่ต้องไปสร้างจินตภาพในภายหลัง ต่อเมื่อได้รับเทวะบัญชาจากท่าน"เง็กเซียน"ให้ไป จุติใหม่ในภพหน้าหรือไร.!??? เฮ้อ.! เพิ่งโดยสารนาวาอินเตอร์เน็ตแหวกฟ้าทะลุมิติทวนกาลเวลากลับมาแท้ๆ.! ฮึ.! เอาเถอะ

    หากว่าท่าน "ไรท์เตอร์แบล็กควีน" จะอำมหิตเช่นนั้นข้าฯก็ได้แต่ยอมรับชตากรรมเยี่ยงชายชาตรีพึงกระทำ โอ้.! เช่นใดเรียกไร้

    คุณธรรม.? ไม่ช่วยเหลืออาจมีคนตายทั้งที่ภาระกิจยังคั่งต้าง รู้แล้วยังกระทำ นี่ใยไม่เรียกไร้คุณธรรม.???

    "สนชรา"
    #68
    0
  6. #64 montakthai (@montakthaibuaban) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 19:24
    รออ่านต่อค่ะ สนุก เดาใจอาฝูไม่ได้เลย อยากรู้มากๆค่ะ
    #64
    0
  7. #63 kataiyai (@kataiyai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 17:37
    สนุกมากๆ ค่ะ 

    อยากอ่านการแก้แค้นของอาฝู
    #63
    0
  8. #62 ข้าน้อย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 10:44
    อาฝูทำอะไรอีกน้า ซือเหลียงระวังตัวไว้
    #62
    0
  9. #60 คนตัดฟืน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 23:38
    อุต๊ะ! ข้าน้อยต๊กกะจัย ตอนแรกนึกว่าซือเหลียงชอบไม้ป่าเดวกัลซะอีก กั๊กๆ
    #60
    0
  10. #59 โจโฉ~เงารัตติกาล(@_@) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 20:46
    ซือเหลียงจะโดนเอาคืนยังไงนะ อิอิ

    แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

    ต่อไวๆครับ
    #59
    0
  11. #58 สงสาร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 19:41
    อีกสิบปีคงจะถึงหล่ะ
    #58
    0
  12. #57 "ขวานผ่าซาก" (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 19:34
    ฮ่าๆๆ..! แน่นอนๆ.! เมฆฝนบนฟ้าปรวนแปรสุดหยั่งคะเน..! บนโลกใบนี้ย่อมมีเรื่องราวที่ยากจะคาดเดา..! มากมายนัก.!

    "อาฝู" เอย "อาฝู".! เจ้ากำลังทำสิ่งใดใยต้องชักนำ "ซือเหลียง" ให้กระทำกริยาเช่นนั้น.!? เจ้าใช่หวังสิ่งใดจาก "เถิงซาน" หรือ.!?

    ท่าน "แบล็กควีน" ลายเส้นอักษรท่านจมลึกลงในแผ่นศิลากี่หุนกันเล่า.!? ข้าฯมิบังอาจหยั่งคะเน..!

    "ขวานผ่าซาก"

    #57
    0
  13. #56 zen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 18:59
    ซือเหลียงตายแน่ๆ น้ำเต้ามีอะไรพิเศษแน่นอน
    #56
    0
  14. #55 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 18:59
    ท่านหมอฟู ต่อให้ร้ายกาจก็ยังน่ารัก (\V\)
    #55
    0
  15. วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 17:11
    สมใจนัก กับการรอคอย
    #54
    0