ตอนที่ 6 : ตอนที่ห้า ชีวิตพลิกคว่ำไร้สำเนียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

 

จูเมิ่งหลิงแม้ประหลาดใจอยู่บ้างที่ว่าที่สามีไม่เพียงไม่ขัดขืน  ยังคงบอกกล่าวให้นางรีบหยิบล่วมไม้สานติดมือก่อนไปที่ใด  ทว่าเพียงไม่นานนางก็เข้าใจ  ที่แท้ไม่ว่านางจะทุ่มเทกำลังฝีมือมากเพียงใดเถิงซานยังคงสามารถติดตามมาได้อย่างว่องไว  ฝีมือนางอ่อนด้อยเกินกว่าจะลักพาตัวผู้คนจากมัน

 

“แม่นาง!  โปรดหยุดฝีเท้าปล่อยท่านหมอฝูเสีย  ข้าสัญญาจะไม่ทำอะไรท่าน!” เถิงซานติดตามมาจนถึงระยะซัดฝ่ามือก็ไม่ประชิดตัว  ยังคงความเป็นสุภาพบุรุษไม่ต่อยตีสตรีไว้อย่างครบถ้วน  ทว่ากำลังแฝงลมปราณที่แทรกอยู่ในเสียงถึงกับเขย่าสั่นประสาทผู้คนเบื้องล่างที่ได้ยิน  ที่กำลังจะเข้านอนต้องปวดศีรษะวิงเวียนอย่างยิ่ง  ที่เพิ่งหลับใหลก็สะดุ้งตื่นตระหนก  บ่งบอกว่าความจริงเถิงซานร้อนใจอยู่ไม่น้อยจึงออมกำลังไม่ถูกต้อง

 

จูเมิ่งหลิงส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความขัดใจ  กล่าวตอบไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด  แทรกลมปราณในเสียงคล้ายต้องการแข่งขันกับเถิงซาน  เดือดร้อนถึงชาวเมืองเย้ว์หยางที่ไม่เกี่ยวข้อง “ข้าขอยืมตัวท่านหมอสักสองสามวันแล้วจะนำไปคืน  ท่านไม่ต้องติดตามมา!

 

“ไม่ได้!” เถิงซานไม่อาจให้เหตุผลแก่นางได้  นี่เป็นความลับของพรรคมันที่ดำเนินการอย่างไม่ลับนักในการตามหายอดแพทย์ฝีมือฉกาจ  ชักช้าจะไม่ทันการณ์  แต่ท่านหมอฝูยังเด็กไม่อาจทนทานชีวิตบนหลังม้าโดยง่าย  หากยังเสียเวลามากไปกว่านี้มันคงต้องปลิดชีพตนเองไถ่โทษที่ไร้ความสามารถแล้ว!

 

“ข้าก็ไม่คืน!” จูเมิ่งหลิงเอาแต่ใจอย่างไรเมื่ออยู่ในพรรค  ออกมาภายนอกนางก็ยังเอาแต่ใจอยู่อย่างนั้น  แม้รู้ว่ากำลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ยินยอมปล่อยผู้คน “ท่านอย่ามาขัดขวางทางรักข้า!

 

ทางรัก!?

 

เถิงซานได้ฟังยังต้องมึนงงสงสัย  ที่แท้นางไม่คล่องแคล่วภาษาหรือไม่  หรือความจริงสติปัญญานางมีปัญหา?  มันมองไม่เห็นว่าระหว่างท่านหมอน้อยและจอมยุทธ์หญิงท่านนี้มีทางรักอยู่ที่ใด  ทั้งคู่ยังคงพบเจอกับเมื่อชั่วยามก่อนนี้เอง  หรือแท้จริงแล้วหูมันมีปัญหาเสียเอง!?

 

“หากแม่นางไม่ยอมปล่อยท่านหมอฝูแต่โดยดี  เห็นทีข้าคงต้องเสียมารยาทแล้ว!” กล่าวจบเถิงซานเร่งรีบเกร็งกำลังลมปราณเสียสี่ส่วน  ซัดฝ่ามือออกไปให้เฉียดขาหญิงสาว  กำลังฝีมืออันเข้มแข็งรวดเร็วนี้แม้ไม่ทำให้นางเจ็บปวดยังคงสร้างความตื่นตกใจจนเสียจังหวะวิชาตัวเบา  ต้องทิ้งตัวหยุดลงบนหลังคาร้านค้าหนึ่งอย่างเร่งร้อนด้วยห่วงหนุ่มน้อยและล่วมยารักของมัน

บ็บปวจั

 

“หากท่านยังคิดนำตัวข้าไปคงต้องต่อสู้แล้ว  อาหญิง” อาฝูกล่าวออกมาเรียบๆ  ทว่าแทงลึกถึงจิตใจผู้คน  ลมปราณจูเมิ่งหลิงแทบแตกซ่านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้ยินหนุ่มน้อยกล่าวเรียกตนเองว่าอาหญิง  หรือที่แท้นางหน้าแก่เกินวัย!?

 

โดยไม่ทันรู้ตัว  ท่านหมอน้อยผู้ดูไร้กำลังฝีมือก็เดินสะพายล่วมไม้ขึ้นไปยืนบนยอดหลังคงเรือนเสียแล้ว  จูเมิ่งหลิงไม่อาจทราบได้เลยว่าอีกฝ่ายลงจากไหล่นางเมื่อใด  และปลดล่วมยาออกจากไหล่อีกข้างของนางได้อย่างไร  นางมิได้ตกใจเนิ่นนานถึงเพียงนั้น...มิใช่หรือ!?

 

“เป็นความผิดของเจ้า!” เมื่อนางผิดหวังจากผู้หนึ่งพาลไปลงกับอีกผู้หนึ่ง  จูเมิ่งหลิงรีบเดินลมปราณของนางให้ถึงขั้นสูงสุดด้วยรู้ว่าตนอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่ายเกินกว่าหนึ่งขั้น  แต่สัญชาตญาณบอกนางว่าชายผู้นี้ไม่รังแกเด็กและสตรี  ยังคงหาทางใช้สอยประโยชน์จากจิตใจผู้คนได้  ถึงเวลานั้นค่อยฉกฉวยโอกาสพาว่าที่เจ้าบ่าวหลบหนี  ค่อยสั่งสอนให้เรียกนางว่าฮูหยินแทนที่อาหญิงยังคงไม่สาย


เถิงซานเห็นเช่นนั้นพลันเกร็งกำลังลมปราณของตนเองเพิ่มเติมขึ้นมาถึงเจ็ดในสิบส่วน  จะอย่างไรมันย่อมไม่อยากรังแกสตรี  เช่นนั้นก็ให้เหนือกว่านางสักเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว

 

วิชาฝีมือของจูเมิ่งหลิงเป็นวิชาใช้มีดสั้นใบดาบเล็กเรียวสองเล่ม  ไม่เน้นกำลังแต่เน้นความคล่องตัวอย่างยิ่ง  ผนวกกับวิชาท่าเท้าอันพิสดารไม่ยิ่งหย่อนประหนึ่งไม่มีจุดใดที่นางไม่อาจไปถึงในระยะห้าก้าว  กลายเป็นวิชาอันแปรเปลี่ยนเท็จจริงลวงหลอกผสานเป็นหนึ่งเดียว  เหมือนหลอกที่แท้กลับจริง  แม้ตั้งใจแทงจริงกลับดึงตวัดกลับหลอกลวง  เป้าหมายล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น  


เถิงซานไม่อาจใช้กระบี่อันมั่นคงที่ชำนาญที่สุด  จำต้องใช้กระบี่อันรวดเร็วรับมือ  ทว่าเพียงกระบวนท่าเดียวจูเมิ่งหลิงก็รับรู้ถึงความต่างขั้นอย่างชัดเจน 

 

เถิงซานใช้กึ่งกลางใบกระบี่รับทุกจุดที่ปลายมีดสั้นของจูเมิ่งหลิงแทงมาราวจับวาง  สีหน้ามันไม่เปลี่ยน  ยังคงความหนักอกหนักใจที่ต้องต่อสู้กับสตรีไว้อย่างครบถ้วน  ตัวกระบี่ไม่ไหวติงแม้ถูกปะทะ  บ่งบอกถึงกำลังข้อมืออันไม่สามัญ  และจิตใจอันไม่ธรรมดายิ่งกว่าที่ไม่ชิงโอกาสสวนกลับทำร้ายนาง  ใบหน้าจูเมิ่งหลิงพลันต้องบิดเบี้ยวเจ็บปวดอย่างยิ่ง  แม้นางไม่อาจถูกชื่นชมว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค  แต่ไม่คาดฝันว่าต้องกลืนคำเก่งกาจเหนือผู้คนรุ่นเดียวกันลงท้อง!

 

แต่ ณ ที่นี้ไม่ได้มีมันเพียงสองคนที่เป็นวิชายุทธ์  ยังคงมีผู้เยาว์ที่แสร้งไม่เป็นยุทธ์อยู่อีกผู้หนึ่ง

 

ตั้งแต่แรกเริ่มมันได้ลอบเดินลมปราณอ่อนจางอย่างยิ่งมิให้ผู้คนสงสัย  เพียงเวลานี้กลับจะได้ชมมองผู้คนตีกัน  มันจึงไม่อาจปล่อยโอกาสเกร็งลมปราณเพ่งไปที่ดวงตา  ทว่าทั้งสองแค่เริ่มขยับมือเท้าก็รวดเร็วอย่างยิ่ง  อาฝูทั้งอยากชมมองให้ทันทั้งไม่อยากถูกจับได้ว่าเป็นวรยุทธ์  พลันเข้าสู่ขั้นสองของวิชาลมปราณลมหายใจหมอกที่ไม่มีเขียนไว้ในตำรา

 

แม้นอยู่เบื้องหน้าเสมือนมีม่านหมอกปิดบัง  แม้นมีม่านหมอกเบื้องหน้าเสมือนไม่มี

 

ทั้งสองต่างมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน  แต่กำลังพรสวรรค์เถิงซานกลับเหนือกว่าอย่างมาก  บ่งบอกชายผู้นี้เป็นอัจฉริยะบุคคลเชิงยุทธ์อย่างแน่นอน  ยิ่งมาอาฝูยิ่งแผ่ลมปราณลงดวงตาให้เห็นการเคลื่อนไหวอันละเอียดอ่อนของเถิงซานที่แฝงเร้นความความรู้อันเหลือล้นและประสบการณ์ล้ำค่า  เป็นความเคลื่อนไหวไม่เสียเปล่าสักส่วนเสี้ยวที่แฝงความเปลี่ยนแปลงพันหมื่นของวิชาอันเรียบง่าย  ทว่ากลับสยบวิชาอันผิดแผกพิสดารของผู้อื่นจนสิ้น  เพื่อพัฒนาตัวมันเองที่อ่อนด้อยประสบการณ์อย่างยิ่งแล้วอาฝูไม่อาจไม่จดจำทุกกระบวนท่า

 

ทว่านี่กลับเป็นความผิดพลาดอันร้ายแรงอย่างยิ่ง!

 

มิใช่เพราะผู้คนจับได้  แต่เพราะมันได้แปรเปลี่ยนวิชากำลังภายในอันเพิ่มพูนพละกำลังเป็นวิชาฝีมืออันรีดเค้นพลังไปเสียแล้ว!

 

จากที่เคยเพิ่มพูนกำลังทุกชั่วขณะลมหายใจ  บัดนี้กลับรีดเค้นพลังจากหยาดเลือดของมันทุกชั่วขณะลมหายใจ  ไม่อาจหยุดยั้งได้  ความตื่นตระหนกนี้พลันทำให้มันที่เคยสงบนิ่งพลันต้องสะดุ้งสุดตัว  ใบหน้าซีดขาวตัวเย็นเฉียบเมื่อพบว่ามันคงได้อายุสั้นเป็นแน่แล้ว  คิดดูเอาเถิดว่าชาวยุทธ์ผู้อื่นจะขึ้นถึงที่สุดความสามารถเมื่อมีอายุราวกลางสามสิบ  ทว่าร่างกายนี้แค่ใกล้อายุสามสิบก็นับเป็นขาลงของชีวิตแล้ว  เมื่ออายุสี่สิบคงหมดสิ้นแรงกายลุกเดิน  สุดท้ายสิ้นใจตายอย่างทุกข์ทรมานเป็นแน่แท้

 

นี่จึงเป็นผลเสียของการฝึกวิชาโดยไม่มีอาจารย์!  ตอนมันยังเป็นศิษย์แพทย์พิสดารแม้วิชาปราณพิษประหลาดล้ำยังคงไม่มีผลเสียต่อร่างกายมัน  อาฝูไหนเลยจะเคยคิดสำนึกบุญคุณต่ออาจารย์ผู้ชั่วร้ายของมันเท่าช่วงเวลานี้  ที่แท้โลกชาวยุทธ์โหดร้ายถึงเพียงนี้!

 

อาฝูเลิกสนใจผู้อื่นชั่วคราว  ลงมือเปิดล่วมไม้สานออก  ค่อยๆ หยิบตัวยาและอุปกรณ์ล้ำค่าทั้งหลายออกมาวางไว้ภายนอกเพื่อหยิบขวดน้ำเต้าทายางไม้สีเข้มผูกผ้าเขียวออกมา  ด้วยข้อจำกัดหลายประการ  นี่เป็นยอดยาดีที่สุดเท่าที่มันสามารถสร้างได้ในขณะนี้  มันเคยคิดว่าจิบยานี้เพียงเดือนละครั้งคงแก่เฒ่าแข็งแรงดีสักร้อยปี  บัดนี้ให้จิบทุกสามมื้อไม่ทราบอยู่ถึงหกสิบได้หรือไม่  ได้แต่ด่าทอที่ตนเองละโมบและโง่เขลาเกินไป

 

ของวิเศษนั้นย่อมดึงดูดผู้คนไม่ธรรมดา  เพียงอาฝูเปิดจุกน้ำเต้ายายกดื่ม  เถิงซานพลันขมวดคิ้วนิ่วหน้าเอ่ยถามจูเมิ่งหลิงเสียงดุดันขึ้นสามส่วน “ที่แท้เจ้าทำอะไรท่านหมอฝู!?

 

“ข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรทั้งสิ้น!” จูเมิ่งหลิงตอบกลับขุ่นเคือง  ยังคงไม่ยอมแพ้รุกมือเข้าต่อสู้ไม่หยุดหย่อนราวชาวประมงหว่านแหจับปลา  หวังให้ปลาเถิงซานที่เข้มแข็งติดอวนโดนแทงสักมีดหนึ่ง

 

กลิ่นยาในน้ำเต้าไม่เพียงเรียกให้เถิงซานกังวลสุขภาพอาฝู  ยังคงเรียกให้สองจอมยุทธ์สังกัดหมู่ตึกกระบี่หยกขาวเดินทางมาใกล้สถานที่เกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง  รวมถึงพี่ใหญ่ของจูเมิ่งหลิงด้วย!

 

“น้องสองที่น่าตาย!” น้ำเสียงลอดไรฟันของพี่ใหญ่ผู้มาถึงก่อนนั้นราวพายุทะเลโหมกระหน่ำ  มันไปมาราวภูตผี  พริบตาเดียวก็หิ้วคอเสื้อน้องสองพลิ้วกายจากไปประหนึ่งนางเป็นแมวสุนัขมิใช่อิสตรี

 

เถิงซานลอบตื่นตาตื่นใจกับวิชาตัวเบาอันไม่สามัญของผู้มาใหม่  แต่แม้คิดอยากติดตามไปยังคงมีภาระหน้าที่ต้องดูแลท่านหมอน้อยผู้เป็นความหวังของมัน

 

“ท่านหมอฝู  ท่านบาดเจ็บหรือ” คำถามประดานี้เรียกให้อาฝูต้องจ้องมองเถิงซานนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง  เคยได้ยินเฒ่าแพทย์พิสดารกล่าวว่าเมื่อผู้คนบรรลุความรู้หนึ่งถึงขั้นสูงจะมีสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมเหนือมนุษย์  ที่แท้ตาเฒ่านั้นมิได้กล่าวเกินเลย

 

“ข้ามิได้เป็นอันใด  เพียงความเจ็บป่วยติดตัวมาแต่เล็กเท่านั้น” อาฝูปดหน้าตาย  สมองวาดภาพหยิบโยงข้อมูลที่มันมีอยู่และที่ปดไปแล้วแต่งแต้มเป็นเรื่องราวเสียสมจริง  ขนาดตัวมันเองยังเกือบหลงเชื่อ!   เพียงแต่ยังไม่เห็นว่าถึงเวลาควรพูดจึงมิได้พูดอธิบายอะไรต่อ

 

เถิงซานได้ฟังต้องรู้สึกสงสารเห็นใจเด็กน้อยนี้อย่างยิ่ง  ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ากระทั่งยาวิเศษเลิศล้ำจนตัวมันเองยังสัมผัสได้  ดื่มไปท่านหมอน้อยยังคงรัศมีอ่อนด้อยไม่แข็งแรงดังเดิม!

 

“หัวหน้าเถิง!” สองยอดฝีมือของหมู่ตึกกระบี่หยกขาวในที่สุดก็มาถึง  เห็นอาฝูต้องนั่งจิบยาวิเศษสภาพคล้ายถูกรังแกพลันตึงเครียดขึ้นมา “ท่านหมอฝูเป็นอย่างไรบ้าง!?

 

“เพียงอาการโรคเดิมกำเริบเท่านั้น” กล่าวจบก็เถิงซานทอดถอนหายใจ  เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้สหายทั้งสองฟัง  ต่างปรึกษาเคร่งเครียดว่าภารกิจนี้ดูจะยุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง  มิใช่เพียงแค่เร่งด่วนเดินทางเท่านั้น  ยังต้องดูแลปกป้องท่านหมอฝูที่แสนอ่อนแอและยังเด็กอีกด้วย 

 

“ดูจากวิชาฝีมืออันโหดเหี้ยมดุดัน  นางคงเป็นคนของพรรคมารเป็นแน่” ที่เถิงซานกล้ากล่าวเช่นนั้นเพราะวิชานี้ตรงกับบันทึกลักษณะโดยคร่าวของวิชาพรรคมารอันเก่าแก่ลึกลับสำนักหนึ่ง  ในหอคัมภีร์หยกกระจ่างชั้นสองอันเป็นส่วนหวงห้ามสำหรับผู้คนมีตำแหน่งใหญ่โตในพรรคเท่านั้น  มีบันทึกรูปแบบวิชากำลังภายในและวิธีการต่อสู้ของแต่ละสำนักทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมถูกเก็บเอาไว้  มันทั้งอ่านทั้งจดจำได้หมดสิ้น “ไม่ทราบนางคิดอ่านอันใด  ท่านหมอฝูคงต้องระวังตนเองให้มากไว้”

 

“ข้าจะระวัง” อาฝูรับปาก  จากไม่คิดอยากช่วยผู้คนที่ใช้กำลังบีบบังมันให้ร่วมเดินทาง  ทว่ามันเองก็ต้องการปรุงยาสูตรที่ดีที่สุดเพื่อตัวมันเองเช่นกัน  พลันพบว่านี่อาจเป็นการพบกันครึ่งทางที่ถูกต้องอย่างยิ่ง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #42 คนตัดฟืน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 22:40
    โก้วเล้งชอบดื่มสุรา ถึงแต่งนิยายได้เมามายนัก หวงอี้ชอบอิสตรีหลากหลายรูปแบบ ถึงแต่งนิยายได้โรมานซ์นัก แล้ว...

    เอ้อ อ้า คือว่า......อิอิ
    #42
    0
  2. #41 "สนชรา" (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:06
    เฮอะ..ๆๆ..! ท่าน "แบล็กควีน".. ท่าน "แบล็กควีน" การออกมาปฎิเสธคำท้าปรลองของข้าฯ. ด้วยน้ำเสียงเจี๋ยมเจี้ยม(ข้าจะเขียนทัน

    ท่านอ่านได้อย่างไร) คิดหรือว่าข้าฯ.จอมมาร "สนชรา" จะใจอ่อนและยอมละทิ้งการแระลองนี้ไปง่ายๆ ทั้งการทุ่มเททรัพย์จำนวน

    นับร้อยหมื่นตำลึงทอง ทั้งการว่าจ้างล่ามถึงสามภาษาในการเจรจา เพื่อเชื่อมกระแสไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์มายังแหฟ้าตาข่ายดินที่

    กางไว้สยบพวกชอบแปลงร่างเป็นมังกร เที่ยวเหินฟ้าดำดินหลบหัวซ่อนหางจะได้รู้สึกเท่ดังคำว่า"ยอดยุทธไปมาราวมังกรเห็นหัว ไม่เห็นหาง" ลองถ้าได้สัมผัสตาข่ายสยบมังกรของข้าฯ.แล้วจะรู้รสชาติมังกือเผาด้วยตนเองฮ่า..ๆๆๆ.! ท่านทำให้เหล่าสหายข้า ที่ต้องการชมท่านสบัดพู่กันร่ายอักษรร้อยเรียงจิตนการว่าจะพลิ้วลึกล้ำสมเป็นยอดวิชาเพียงใดต้องผิหวัง ทั้งๆที่ข้าฯ.ได้ใช้หนึ่ง ในยอดยุทธวิธีของท่าน "ขง" เอกบุรุษหนึ่งเดียวจากอดีตจวบปจุบัน ที่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยาหมื่นเล่มเกวียนเหนือเหล่าวีรสตรีผู้ล่ม เมืองของอดีตทั้งหลายที่มีเพียงร้อยเล่มเกวียน ฮื่ม..! รอ..! จงรอก่อนข้าฯ.จะล่องนาวาอินเตอร์เน็ตแหวกฟ้าทะลุมิติไปวิงวอนท่าน

    "ขง" บูรพาจารย์ของข้าฯ. ให้ท่านช่วยขัดเกลาเล่ห์เหลี่ยมข้าฯ.ให้กลมเนียนเย็นยะเยือกไร้ร่องรอยสัมผัสราวเงาจันทรากลางสระ น้ำโบราณ กลมลึกแหลมคมราวหมื่นกระบี่พุ่งทะลวงดั่งดวงสุริยันที่แผดแสงร้อนแรงจนสามารถแผดเผาได้ทุกสิ่ง ละเมื่อสำเร็จ

    ยอดวิชาข้าฯ.จอมมาร "สนชรา" จะกลับมา..! (ฮื่อ..! คงเหงาน่าดู.. ไม่รู้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะได้พบท่านบูรพาจารย์) แล้วข้าฯ.

    จะกลับมา..มา...มา....มา....มาาาาา..!

    จอมารร้ายมากๆๆ..! "สนชรา"
    #41
    0
  3. #40 ข้าน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 12:42
    แหมกำลังซาหนุก โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ
    #40
    0
  4. #38 โจโฉ-เงารัตติกาล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 11:10
    อ่านรวดเดียวจบเลยครับ

    สนุกน่าติดตามครับ

    แต่ยังมีเรียงคำในประโยคผิดอยู่หลายประโยคครับ

    ยังไงจะติดตามเรื่องนี้อีกเรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นช่วยอัพให้ต่อเนื่องหน่อยนะครับ

    จะติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆครับ

    ขอบคุณครับ

    #38
    0
  5. #37 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 09:04
     อาฝู บาดเจ็บเสียแล้ว สู้ๆเข้าน้า
    #37
    0
  6. #36 knowing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 01:20
    รอลุ้นต่อคร้าาา
    #36
    0
  7. #35 Lily of valley (@lily-of-valley) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 01:09
    ขอบคุณคะ..กำลังลุ้นเลย..พระเอกเรา..บาดเจ็บซะแล้ว..จะทำไงน้อๆ
    #35
    0