ตอนที่ 5 : ตอนที่สี่ การลักพาตัวที่เมืองเย้ว์หยาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ก.ย. 58

การเดินทางขึ้นเหนือไปยังซานซีอย่างไรก็หนีไม่พ้นต้องข้ามฟากแม่น้ำเจียง  มีทั้งที่เป็นเรือข้ามและสะพานใหญ่  เพียงแต่ตัวสะพานนั้นอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของเมืองอู๋หานค่อนข้างไกล  แต่นับว่าใกล้เมืองเย้ว์หยาง  สร้างไว้ในพื้นที่ค่อนข้างขอดแคบของลำน้ำ  ที่หูหนานนี้แม่น้ำเจียงยังใสสะอาดเพิ่งผ่านเขาสูงและเมืองมาไม่มากนัก  หากได้ชมดูแม่น้ำเจียงที่อันสุยถิ่นเดิมที่มันเคยท่องตระเวนรักษาผู้ป่วยเมื่อชาติก่อน  คงไม่คิดว่าเป็นแม่น้ำสายเดียวกัน

 

ยามเกือกม้ากระทบแผ่นไม้พื้นสะพานข้ามสายน้ำดังก้องจนคนบนเรือถ่อใต้หมวดสานปีกกว้างปกปิดใบหน้ายังต้องลอบเงยมองขบวนม้าของขุมกำลังสำนักเซียนกระบี่หยก  ผู้โดยสารบนเรือเป็นชายสองหญิงหนึ่ง  ไม่อาจงำประกายผู้มีฝีมือทางยุทธ์จนเถิงซานและขุมกำลังต้องลอบจับตาหวาดระแวง  หากเป็นคนของฝ่ายธรรมะย่อมไม่มีสิ่งใดให้กังวล  เพียงแต่ในเวลาตกต่ำเช่นนี้น่ากลัวว่าฟ้าจะซ้ำเติมให้จะพบปะพรรคมาร

 

หากพูดถึงขุมกำลังอันมหาศาลของสำนักเซียนกระบี่หยกย่อมต้องกล่าวถึงหมู่ตึกกระบี่หยกเขียว  ส่วนหมู่ตึกกระบี่หยกขาวนั้นเป็นขุมกำลังลึกลับที่กล่าวว่ามีอยู่  แต่ไม่มีผู้ใดรู้จำนวนและจุดประสงค์แน่ชัด  ทั้งยังยากต่อการได้พบเห็นเกราะขาวตรากระบี่หยก  บัดนี้กลับได้พบเจอในพื้นที่ห่างไกลจากสำนักถึงสะพานข้ามแม่น้ำเจียงจากอู๋หานสู่เย้ว์หยาง  หากผู้ใดในยุทธภพไม่ใส่ใจสงสัยก็นับว่าเหนือโลกีย์แล้ว

 

“พี่ใหญ่  ท่านว่าสำนักกระบี่หยกมาทำอะไรที่นี่” หญิงหนึ่งเดียวของกลุ่มลอบกระซิบถามเสียงแผ่ว  ตาไม่ละจากขบวนม้าบนสะพาน  หากจะมีสิ่งใดแปลกปลอมบนนั้นคงเป็นม้าศึกสง่างามที่สุดนั่งไว้ด้วยคนสองคน  ด้านหน้าเป็นชายผู้เปล่งรัศมีไม่ธรรมดาและด้านหลังเป็นชายตัวเล็กสวมหมวกงอบสะพายล่วมไม้ใหญ่เสมือนหมอยาจากป่าเขา “หรือที่แท้มีใครล้มป่วยหนัก”

 

“ไม่ใช่ธุระของเรา” พี่ใหญ่ผู้ตอบคำเป็นชายที่สูงกว่านางไม่มากนัก  มองจากภายนอกร่างกายผ่ายผอมคล้ายมิใช่ชาวยุทธ์  แต่กลิ่นอายรอบตัวและน้ำเสียงล้วนเหยียบเย็นเช่นคนฆ่าคนอย่างคนฆ่าปลา “พวกนี้ล้วนฝีมือไม่ธรรมดา  ข้าเคยพบอู๋เหวินจงหัวหน้าหมู่ตึกกระบี่หยกเขียว  ห้าคนในนี้ยังมีฝีมือสูงล้ำกว่า  หากเป็นไปได้อย่าให้พวกมันรู้ว่าพวกเราเป็นใคร”

 

“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นพี่ใหญ่เกรงกลัวผู้ใด” ชายตัวโตสูงล่ำในกลุ่มเอ่ยหยอกเย้า 

 

พี่ใหญ่ตัวเล็กเงียบไปครู่จึงตอบ “ข้าเพียงเกรงว่าเราสามพี่น้องจะเหลือเพียงข้ากลับไปคนเดียว”

 

ชายร่างใหญ่ได้ฟังก็ชักสีหน้า “พี่ใหญ่พูดจาดูถูกกันเกินไปแล้ว  เพียงหลบหนีไหนเลยข้าจะทำไม่ได้!

 

“น้องสามเจ้าอย่า!” หญิงหนึ่งเดียวรีบยกมือห้ามปราม  แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็ผละสายตากลับไปที่ม้าศึกสูงใหญ่อีกครั้ง  จ้องมองร่างเล็กของหมอยาด้านหลังไม่วางตา “ข้ารู้สึกติดใจอย่างยิ่ง  คนตัวเล็กนั่นข้าอยากเห็นใบหน้านัก”

 

“พวกเจ้าอย่าได้หาเรื่องใส่ตัว” เสียงนี้ทั้งนิ่งและกดลึกข่มขู่  ศิษย์น้องทั้งสองจึงไม่ต่อคำอีก

 

แต่คำห้ามปรามนี้ของพี่ใหญ่ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร  ทันทีที่ตกค่ำมาถึงตัวเมืองเย้ว์หยาง  น้องสองก็แอบหลบพลิ้วกายวิ่งไปตามกำแพงและหลังคาบ้านเรือนผู้คน  เสาะแสวงหาโรงเตี้ยมขนาดใหญ่พอให้กลุ่มคนจำนวนมากพัก  ในที่สุดนางก็พบชายในชุดเกราะสองคนยืนเฝ้าหน้าประตูโรงเตี้ยม  จึงสลัดหมวกสยายผมทำทีเป็นจอมยุทธ์หญิงเดินทางคนเดียวมาหาอาหารทานที่โรงเตี้ยมนี้

 

ยังไม่ทันได้เลือกที่นั่ง  โต๊ะหนึ่งก็ดึงความสนใจนางไปจนหมด

 

แม้มีชายนั่งอยู่ในโต๊ะสองคน  แต่ในดวงตาและห้วงคำนึงของนางกลับมองเห็นบุรุษหนุ่มอ่อนเยาว์เพียงคนเดียว  ใบหน้านั้นงดงามจนเกินคำบรรยาย  ผิวขาวของเขาเนียนละเอียดใส  ริมฝีปากที่ยกถ้วยชาแตะจิบระเรื่อแดง  เมื่อไอควันอบอุ่นลอยกระทบใบหน้าก็มีเลือดฝาดแดงมากขึ้น  ดวงตาหลุบต่ำแผ่ขนตายาวเรียงสวย  คิ้วเรียวชี้พาดเหนือดวงตาหงส์คู่โตหวานซึ้ง  จมูกโด่งและใบหน้าเรียวเข้ากันได้อย่างไม่อาจหาตำหนิ  ในชีวิตนี้นางไม่เคยพบเห็นอะไรที่ชวนหัวใจเต้นระส่ำขนาดนี้มาก่อนเลย

 

ปีนี้นางอายุยี่สิบหกปีแล้ว  นับว่าไกลห่างจากวัยออกเรือนจนเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสาวทึนทึก  ไม่ใช่เพราะนางขี้ริ้วขี้เหร่แต่เพราะอุปนิสัยดึงดันเอาแต่ใจทั้งยังโหดเหี้ยมโหดร้ายจึงยังหาคู่ครองมิได้  ยิ่งรอบข้างนางล้วนมีแต่บุรุษใจคออำมหิตเป็นตัวอย่าง  ความคิดของนางจึงเหนือล้ำเกินสามัญสำนึกผู้คน  ไม่ต้องชั่งใจสักเสี้ยววินาทีนางก็คิดฉุดปล้ำหนุ่มน้อยผู้นั้นแล้ว!

 

“ข้าจะนั่งโต๊ะนั้น!” นางชี้ไปยังโต๊ะที่ใกล้ที่สุดอย่างไม่ลังเล  แม้ว่าโต๊ะตัวที่ว่านั่งเต็มด้วยคนของหมู่ตึกกระบี่หยกขาวแล้วก็ตาม

 

“เอ่อ...แม่นาง  โต๊ะนั้นมีคนนั่งอยู่เต็มแล้ว” เสี่ยวเอ้อถึงกับเหงื่อตก  เห็นสีหน้าแววตานางก็พบเห็นเรื่องวุ่นวายระรอกสองแล้ว  คุณชายท่านนั้นช่างมีใบหน้ามฤตยูยิ่งนัก!

 

 

“ท่านหมอฝู  ท่านหายตกใจแล้วหรือไม่” เถิงซานเอ่ยถามด้วยความห่วงใย  เมื่อครู่นี้มีจอมยุทธ์ตาถั่วท่านหนึ่งมองไม่เห็นกระเดือกของท่านหมอน้อยจึงกล่าวเกี้ยวพาราสี  คิดว่าเป็นหญิงสาวแต่งกายเป็นชาย  เมื่อไม่ได้รับความสนใจจะคุยด้วยแม้สักครึ่งคำก็ออกแรงฉุดดึงให้ไปร่วมโต๊ะด้วย  จนเถิงซานต้องลงไม้ลงมือขับไล่  แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าว่าตกใจ  แต่อาการนิ่งงันหัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก็ทำให้รู้ว่าสภาพจิตใจคงไม่ปกตินัก

 

                “ตอบท่านตามตรง” อาฝูวางถ้วยชาลง  สบตากับเถิงซานอย่างจริงจัง “ข้ามิได้ตกใจ  เพียงคิดว่าใบหน้าของข้ามีปัญหา  ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น  การเดินทางนี้ลำบากท่านแล้ว”

 

                เถิงซานคลี่ยิ้มจริงใจ  กล่าวเสียงหนักชัดเจน “ลำบากนั้นเรื่องเล็กน้อย  ขอเพียงนำท่านไปยังสำนักเซียนกระบี่หยกได้ทันท่วงทีเป็นพอ  ยิ่งมีอุปสรรคมากเช่นนี้ข้ายิ่งเชื่อว่าท่านจะรักษาผู้คนที่ข้าต้องการได้”

 

แม้อยากถามว่ามันต้องรักษาใคร  อาฝูกลับทำเฉยยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง  ชานี้เป็นชาที่ดีที่สุดชื่อดังที่สุดของเย้ว์หยาง  ชาเข็มเงิน  นับว่าไม่เสียทีที่เป็นยอดชาขึ้นชื่อประจำเมือง  แม้ไม่เท่าชาเข็มเงินของเมืองจวินซานร่วมทะเลสาบต้งถิง  แต่เพียงเท่านี้กลิ่นสีและรสสัมผัสก็นุ่มนวลอย่างยิ่งแล้ว  จนถึงกับทำให้มันต้องลอบด่าทอตนเองที่ตลอดสองปีที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แค่ในจางเจียเจี้ย  ไม่รู้จักกินดื่มสำราญสักครั้งเดียว

 

“เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าสงสัย...” ยังไม่ทันได้เอ่ยถามข้อสงสัยดี  คำพูดของเถิงซานก็ถูกขัดด้วยคำถามของจอมยุทธ์หญิงปริศนานางหนึ่งที่เดินมายังโต๊ะของพวกเขา  สองมือยกขึ้นคารวะ  ใบหน้ายกยิ้มหวาน

 

“โต๊ะของพวกท่านทั้งสองเปิดกว้างอากาศดีนัก  ขอข้านั่งด้วยคนได้หรือไม่” ท่าทางโอ่อ่าเปิดเผยนี้ยังยากจะพบเจอในหมู่จอมยุทธ์หญิง  เถิงซานนั้นเป็นสุภาพบุรุษผู้หนึ่ง  แม้ถูกขัดจังหวะพูดคุยยังคงไม่นึกโกรธเคืองแม้แต่น้อย  ผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่าย

 

“เชิญแม่นาง  หากได้นั่งโต๊ะนี้ทำให้ท่านรู้สึกดีกว่านั่งโต๊ะอื่น  ข้าย่อมยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง” คำพูดนี้แม้ฟังดูเกี้ยวพาราสี  แต่น้ำเสียงสุภาพจริงใจบ่งบอกว่าเขาคิดเช่นนั้นจริงๆ  มิได้เลยเถิดไปไกลกว่านั้น  ทว่าหากเถิงซานได้ลองกวาดตาดูให้ทั่วโรงเตี้ยมดีๆ จะพบว่ายังมีโต๊ะว่างอยู่อีก  ไม่สมควรที่หญิงดีงามคนหนึ่งจะร่วมโต๊ะกับพวกเขาสองบุรุษ

 

“ขอบคุณท่านจอมยุทธ์มาก” นางยกมือคารวะเถิงซานอีกครั้งอย่างรวดเร็วพอๆ กับลากเก้าอี้ไปนั่งเบียดมุมให้ใกล้กับอาฝู  ใบหน้าเคลิ้มฝันของนางที่มองมาทำให้มันต้องขนลุกซู่  นี่ไยมิใช่ใบหน้าดวงตาแบบเดียวกับที่ชายเมื่อครู่ใช้มองมัน!?

 

“ข้าน้อยจูเมิ่งหลิง  เป็นวาสนาที่ได้พบท่านทั้งสอง  ไม่ทราบว่าพวกท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร” กระทั่งคำพูดคำจา  น้ำเสียง  และท่ายกหงายจอกน้ำชาของนางก็ยังเหมือนผู้ชาย

 

“ข้ามีนามว่าเถิงซาน  ส่วนท่านหมอน้อยท่านนี้มีนามว่าอาฝู” เพราะรู้ว่าท่านหมอน้อยไม่ใช่คนช่างพูดคุยนัก  เถิงซานจึงชิงแนะนำตัวให้เสียเลย

 

“อาฝู  ชื่อเป็นมงคลนัก” ทั้งปากทั้งตาของจูเมิ่งหลิงล้วนแย้มยิ้มสั่นระริก  ยินดีปรีดามากเสียจนอาฝูเริ่มหวาดกลัว  โดยเฉพาะคำพูดต่อจากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย “ท่านอายุเพียงเท่านี้ก็ถูกเรียกว่าท่านหมอแล้ว  ต้องมีสติปัญญาอันชาญฉลาดเป็นแน่  จะว่าไปแล้วช่วงนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลยท่านหมอ  รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ  หัวใจข้าก็ทำงานหนักนัก  ข้าจะเป็นอะไรมากหรือไม่  ท่านลองตรวจชีพจรข้าดู”

 

อาฝูนิ่งเงียบมองข้อมือขาวของนางที่ยื่นมา  เกิดมาหลายชาติภพก็เพิ่งทราบว่าแม้ไม่เป็นไท่จื่อหากมีใบหน้างามเพียงพอหญิงสาวก็สามารถใจกล้าทอดสะพานให้ได้ถึงขนาดนี้ “ข้าคิดว่าแม่นางไม่ได้เป็นอะไร  ขอตัวก่อน”

 

กล่าวจบก็รีบผุดลุกขึ้นเดินหนีกลับขึ้นห้องพักของตนอย่างว่องไว

 

เมื่อถอดเสื้อนอก  ดับไฟ  ถอดรองเท้าแล้วล้มตัวลงนอนไม่ได้ถึงครึ่งชั่วยาม  หน้าต่างห้องพักก็ถูกวิชาฝ่ามืออันเข้มแข็งหนึ่งพังทลายเข้ามา  อาฝูรีบยันตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งอย่างว่องไว  ไม่ทันจัดแต่งตนเองให้เรียบร้อยพี่สาวที่เข้ามาร่วมโต๊ะด้วยท่านนั้นก็มาหยุดยืนบนพื้นห้องแล้ว

 

“ท่านหมอฝู” นางเอ่ยเรียกมันเสียงอ่อนเสียงหวาน “เมิ่งหลิงของท่านจะพาท่านท่องเที่ยว  ได้โปรดอย่าขัดขืนเลย  ข้าไม่อยากลงมือทำร้ายท่าน”

 

อาฝูถูกลักพาตัวไปก่อนเถิงซานมาถึงห้องเพียงครู่เดียวเท่านั้น  ยังทันได้เห็นหลังของนางอยู่บนยอดหลังคาไกลลิบ  บนไหล่ข้างหนึ่งพาดไว้ด้วยร่างท่านหมอน้อยในชุดตัวในสีขาว  รองเท้าสักข้างก็ไม่ได้สวมใส่  อีกข้างคือล่วมยาไม้สานขนาดใหญ่  พละกำลังน่าเหลือเชื่อสมกับที่กล้าลักพาตัวผู้คนกลางตัวเมือง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #34 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 22:33
    ตอนนี้จะขำก็ขำไม่ออก สงสารอาฝูก็สงสาร แม่นาง เข้าช่างทำได้...
    #34
    0
  2. #29 "สนชรา" (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 12:52
    เพ้ง..ๆๆๆ! โป๊ก..ๆๆๆ! เอาเสียงไหนดีหว่า..? ถึงจะฟังดูขลังและฟังแล้วดุดันให้สมกับเป็นสารท้าประลองหน่อย..? ช่างเถอะส่วนน้ำๆ

    เข้าเรื่องที่เป็นเนื้อๆเลยจึงสำคัญกว่า ประกาศ..ประกาศสารท้าประลองสารถึงพี่น้องผู้ล่องนาวาอินเตอร์ทั้งโปรดฟัง ข้าฯ.ผู้มีนาม

    "สนชรา" ขอท้าท่านจอมยุทธ "แบล็กควีน"ประลองยุทธ โดยทั้งสองฝ่ายต่างใช้ยอดวิชาที่ตนเองถนัดซึ่งมิต้องพรรณนาทุกๆท่าน

    คงรู้.. ว่าสุดยอดวิชาของท่าน "แบล็กควีน" คือการสลายรวมรั้งสี่สิบสี่พยัญประสานด้วยยี่สิบเอ็ดสระสามสิบสองเสียงและสี่วรรณ

    ยุกต์ ถักทอยอดจิตนการที่ไร้ขอบเขตจนมีชื่อเลืองระบือเป็นที่รู้จักไปทั่วนาวาอินเตอร์ ฮ่า..ๆๆ.! ส่วนข้าฯ. "สนชรา" เป็นเพียงนัก อ่านไร้เงาที่มิมีผู้ใดรู้จัก.. แต่ก็เชื่อมั่นต่อพลังฝึกปรือของตนเช่นกันจึงขอท้าประลองท่าน "แบล๊กควีน" ผ่าน.นาวาอินเตอร์นี้เลย.. เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่าผู้ใดคือยอดยุทธตัวจริงเสียงจริง โดยมีกติกาง่ายๆท่าน"บล็กควีนเขียนข้าฯ.อ่านถ้าอ่านไม่ทันข้าฯ.แพ้และ ถ้าท่านเขียนไม่ทัน ฮ่า..ๆๆๆคงมิต้องให้ข้ากล่าวใช้หรือไม่ ฮ่า..ๆๆๆๆ.! โอ๋..! และอย่าได้คิดแปลงร่างเป็นมังกรเหินฟ้าดำดินไป เช่นบรรดาปลาเผาปลาเจี้ยนทั้งหลานเสียเล่า เพราะเพื่อการประลองนี้ข้าฯ.ได้คลุมตาข่ายฟ้าแหดินป้องกันไว้เรียบร้อยแล้วโดย เฉพาะการทุ่มทรัพย์สินเป็นมูลค่าหลายๆหมื่นตำลึงทองเชื่อมกระแสไฟฟ้านิวเคลียร์ จากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์คะชิวะซะกิ(ญี่ปุ่น) แคตเทอนอม(ฝรั่งเศส) และบูรซ(อเมริกา) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่ง สอง สามของโลกไว้พร้อมเสร็จ ดีมิดีมังกรอาจจะลายเป็นมังกือย่างไปเสียเล่าแล้วจะว่าข้าฯ.มิได้เตือนมิได้ ฮ่า..ๆๆๆๆ ฮ่า..ๆๆๆๆ..! สุดท้ายนี้ขอท่านจอมยุทธที่ร่วมนาวาอินเตอร์โปรดช่วยกระจายข่าวให้ถึงท่าน "แบล็กควีน" ด้วย โปรดรับการคารวะขอบคุณจากข้าด้วย... ฮ่า..ๆๆๆ. ฮ่า..ๆๆๆๆ....

    จะเฝ้านับวันเวลารอ..วันนั้น..

    "สนชรา"



    .



    อินเตอร์ทั้งช่วยกันกระจายข่าวสารให้ถึงท่าน "แบล็กควีน"ด้วย
    #29
    1
    • #29-1 แบล็กควีน (@blackqueen) (จากตอนที่ 5)
      16 พฤษภาคม 2558 / 00:15
      เอิ่ม...ข้าพเจ้าจะเขียนได้รวดเร็วกว่าท่านอ่านได้อย่างไร
      #29-1
  3. #28 ข้าน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 16:36
    อึ้งกิมกี่ อิอิ
    #28
    0
  4. #26 uาeต้uไม้ (@maddogmike) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 23:24
    555+ อึ้งจนไม่รุ้ทำไร ลืมเคสวิชาหมดแล้ววอิอิ งงตาแตก เขามีแต่ชายฉุดหญิง แต่เรื่องนี่หญิงฉุดชายยย 



    ปล.แผ่นอาฝู ยอมโดนจับขี้เกียจรักษาปล่าวหว่า
    #26
    0
  5. #20 แฟนขลับ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 13:58
    เธอแรงได้อีกนะนั่น ลักพาตัวไปแล้ว
    #20
    0
  6. #18 pppp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 13:11
    พาตัวไปแล้ว
    #18
    0
  7. #17 pppp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 13:10
    พาตัวไปแล้ว
    #17
    0
  8. #16 xeliilex (@xeliilex) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 07:02
    เป็นผม ผมก็อึ้งOo เห็นแล้วได้พลอทนางเอกสายบาพลังจริงๆๆ
    #16
    0
  9. #15 Pair p. (@Deat_p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 04:11
    ..เอิ่ม...อาฟูจ๋า ขอให้รักษาเวอร์จิ้นได้สำเร็จนะ
    #15
    0
  10. #14 zen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 01:15
    เอ่อ ฉากนี้ท่านหมอคงตกใจในความอุกอาจของแม่นางคนนั้นจนลืมเคล็ดวิิชาเลยหรือเปล่านะ
    #14
    0