ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    28 มี.ค. 58

 

เมื่อทำดี  ฟ้าดินไหนเลยจะกลั่นแกล้ง

 

ทารกย่ำเท้าเปลือยมองดูรอบด้านเป็นป่ารกสูงชัน  แหงนมองคอตั้งเห็นยอดผาไกลลิบรอบด้าน  คาดว่าคงตกลงมาในหุบเขาอันซับซ้อนแห่งหนึ่ง 

 

ด้วยฝนตกห่าใหญ่นี้  แม้หลบบังใต้ต้นไม้ใหญ่ยังมีหยกน้ำปลุกให้มันตื่นขึ้นมา  ทั่วร่างปวดเสียดไปหมด  ทว่าเมื่อฝืนยันกายลุกขึ้นนั่งพิงลำต้น  มันก็รับทราบได้ทันทีว่านี่คืออีกชาติภพหนึ่งของมันแล้ว  ไม่เช่นนั้นไยแขนขามันจึงเล็กป้อมเช่นนี้เล่า

 

มันไม่อาจกล่าวว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์  แต่สวรรค์ออกจะกระทำเกินเลยไปหน่อยแล้ว

 

แต่เริ่มแรกมันเป็นไท่จื่อตระกูลสูงส่ง  ใช้อำนาจบีบคั้นผู้คนจนแทบหลั่งน้ำตาเป็นโลหิต  ยี่สิบเจ็ดปีเหยียบย่ำหัวใจผู้คนให้โกรธเคืองสวรรค์จนแทบหายใจไม่ออก  ตายไปไม่ตายเปล่า  กลับโผล่มายังดินแดนแปลกๆ  ลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นคุณชายน้อยขี้โรคตระกูลชาวยุทธ์ผู้หนึ่งวัยสิบเอ็ด

 

เด็กน้อยนี้ชะตาน่าส่งสาร  บิดามารดามันล้วนถูกสอบสังหารไปสิ้น  ส่วนตัวมันเองก็ถูกพิษร้ายแทรกซึมทำลายสุขภาพชั่วชีวิต  ยังดีมีท่านลุงมีคุณธรรมสูงส่งเป็นจ้าวยุทธภพรับมันเป็นบุตรบุญธรรม  ทว่าแท้จริงเมื่อมันอายุได้สิบเจ็ดปีเริ่มเดินเหินได้ก็ซอกแซกวุ่นวายความลับของพรรค  ไม่ทราบท่านลุงผู้นั้นลืมสมองไว้ที่ใด  กระทำการชั่วใดยังจดบันทึกไว้หมดสิ้นซ่อนในช่องลับ  คาดว่าคงคิดไม่ถึงวันหนึ่งจะถูกพบเจอ  ตัวมันยามนั้นเปิดอ่านแรกๆ ยังชื่นชมว่าชั่วร้ายหมดจดงดงามอย่างยิ่ง  กระทั่งพบว่าเป็นท่านลุงผู้นี้เองที่สั่งการฆ่าล้างสังหารครอบครัวมัน  ให้ตัวมันต้องตกทุกข์สภาพกึ่งพิการจนหนุ่ม  หากไม่แก้แค้นก็ไม่สมควรเป็นมันแล้ว

 

เรื่องราวบัดซบที่สุดคือคนผู้หนึ่งแม้ตัวตายกลับไม่ได้ตาย  ยามนั้นมันโปรยกระดาษคัดลอกและหนังสือมากมายในชุมนุมชาวยุทธ์  ถูกสังหารคาที่แต่ยินดีที่หลุดพ้นความเจ็บปวดสักที  คาดไม่ถึงกลับลืมตาตื่นมาเป็นตาเฒ่าในถ้ำลึกลับผู้หนึ่ง 

 

ร่างกายแก่ชรานี้สมควรตายได้แล้ว  แต่อาจเพราะเฒ่าผู้นี้ตายจึงเป็นมันที่หายใจ  ในมือเหี่ยวย่นกำไว้ด้วยหนังสือเล่มหนึ่งแน่น  เมื่อเปิดอ่านดูพบว่าเป็นยอดวิชาอันน่ามหัศจรรย์  บนโต๊ะหินยังสลักว่าคำนับข้าเป็นอาจารย์ 

 

เกิดมามันไม่เคยแก่  ความยากลำบากของร่างชราไม่เคยประสบ  ยิ่งแก่ชราจนหมดลมหายใจเองยิ่งไม่ต้องพูดถึง  หลังอ่านทวนตำราด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหลากหลายจนจบ  มันก็ถึงทึ้งตำรามากลืนด้วยความแค้นใจ  ผู้เฒ่านี้จะหายใจได้ถึงวันหรือ  ยอดวิชาที่คิดค้นได้ในที่สุดแต่มิมีกำลังฝึกฝนแล้วเช่นนี้  หากเป็นประสงค์ของผู้ตายจะสืบทอดโดยไร้ความรับผิดชอบก็ให้มันตายไปพร้อมกับตาเฒ่านี้เถอะ

 

ทว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ  มันคั่งแค้นแทบตายที่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นเสี่ยวเอ้อเหลาอาหารที่เจ้านายชั่วร้ายน้อยกว่ามันอยู่ขั้นหนึ่ง  คนตายคือคนที่ไม่ทำต้องงาน  หากยังมีลมหายใจไยไม่ทำงาน  เจ้าเสี่ยวเอ้อนี่ผอมเหลือทน  หายใจทีก็แสบปวดร้อนไปทั้งปอด  ร่างกายสั่นเทากระดูกเนื้อตัวสมควรไม่ฟื้นคืนชีพได้แล้ว  แต่มันก็ยังต้องถูกเตะต่อยให้ไปทำงาน

 

ครั้งนี้มันได้เห็นแล้วว่าเพื่อมีชีวิตอยู่ผู้คนทำสิ่งใดได้บ้าง  การประจบสอพลอที่ยิ่งกว่าการประจบสอพลอนั้นเป็นเช่นใด  มันถูกเถ้าแก่สั่งให้ต้องนอนราบทับอ้วกคนเมาที่เพิ่งจากไป  เพียงเพราะคุณชายท่านหนึ่งประสงค์จะเดินเข้าเหลาและไม่ยินยอมรอคอยมันทำความสะอาด  ไม่นับว่าเลวร้ายหากเทียบกับตัวมันในอดีตอันหอมหวานที่ชักจะไม่หอมหวานเมื่อนึกถึงแล้ว  เท้าที่เหยียบมานั้นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ

 

ชีวิตเสี่ยวเอ้อสมควรหูตามือเท้าว่องไว  รู้หลบหลีกเภทภัย  ทว่าเพียงสองปีมันก็จบชีวิตลงเพราะหน้าตาอัปลักษณ์แต่บุคลิกดังไท่จื่อขัดใจผู้คน  ชีวิตมุสิกก็เป็นเช่นนี้เอง

 

มันปลดปลงได้บ้างแล้ว  ยามตายใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม  คาดว่าสวรรค์คงผ่อนผันให้บ้างเมื่อมันเข้าใจว่ามันผิดอันใด  แต่เมื่อลืมตาขึ้น  มันก็ต้องพบกับชีวิตใหม่ที่เจ็บปวดทุกข์ระทมอีกครั้ง  หรือที่แท้นรกไม่เหลือพื้นที่สักครึ่งผิงให้มัน

 

เฒ่าแพทย์พิสดารผู้นั้นปากเรียกมันว่าศิษย์ทุกคำ  แต่ไม่เคยว่างเว้นรังแกมัน  เมื่อทำร้ายผู้คนทั้งจากพิษและร่างกายแล้ว  ไยต้องรักษา  มิสู้ให้มันตายไปเสียดีกว่า  ยังมี  บีบบังคับผู้คนขุดสุสานผู้อื่น  พันหน้าเป็นโจรขโมยศพอีก  เช่นนี้นับว่าเป็นตัวโสมมเหนือสามัญ  ไม่ทราบเมื่อตายไปต้องพบเจอชะตากรรมเช่นไร  หรือต้องชั่วร้ายเท่านี้จึงได้พบเจอยายเมิ่งตักถ้วยน้ำแกงที่มันฝันใฝ่

 

เมื่อเฒ่าแพทย์จากไป  มันสะพายล่วมยาคิดทำดีเอาใจสวรรค์  ออกเดินทางเก็บสมุนไพรทำยา  ท่องไปทั่วรักษาผู้คนยากไร้ไม่คิดเงินทอง  แต่หากให้มาก็ไม่คิดปฏิเสธน้ำใจ  สิบกว่าปีชีวิตมันสมถะดูเป็นคนดีอย่างยิ่ง  ไม่ทราบเหตุใดจึงต้องจบชีวิตเพียงเพราะถูกเชิญไปยังจวนอ๋องผู้หนึ่ง  บุตรชายรักษาไม่ได้ไยต้องฆ่าหมอ  ไม่ทราบมีผู้ใดรักษาโรคแพ้ภูมิตนเองให้หายขาดได้กัน 

 

แล้วตอนนี้...เจ้าเด็กบัดซบนี่มันเป็นใคร?

 

ดูไปคล้ายวิญญาณร้ายเที่ยวไล่สิงแย่งชิงชีวิตคนตาย  มันไม่ยินยอมทั้งไม่พร้อมใจ  ความทรมานที่ไม่ทราบว่าต้องย่ำเข้าร่างคนตายซ้ำซากเช่นนี้จะจบลงที่ใด  ได้แต่ทอดถอนใจถามฟ้าดิน “ข้าต้องทำเช่นใด  สวรรค์  ข้ายอมทุกอย่างแล้ว” แต่ไร้สิ้นสำเนียงใดตอบกลับมา

 

มันจับชีพจรตรวจร่างกายก็พบว่าร่างนี้ไม่เลวนัก  ไม่มีโรคประจำตัว  เป็นเพียงเด็กน้อยวัยไม่เกินหกขวบที่กลิ้งตกเขาสูงแล้วร่างยังไม่แหลกลาญผู้หนึ่ง  นับว่ามีบุญวาสนา  เช่นนี้มันจึงตั้งชื่อว่า...อาฝู 

 

ทำเป็นละเลยเสื้อผ้าไหมแพรสูงส่งมีชาติตระกูล  หยกห้อยพู่ข้างเอวสลักว่า สวี่ ถูกมันขุดฝังใต้รากไม้อย่างไม่ไยดี  ในใจกล่าวว่านี่ต้องเป็นสิ่งอัปมงคลพาชีวิตมันยุ่งเหยิงอย่างมิยินยอมในชาตินี้เป็นแน่  คำมั่นสัญญามักมาพร้อมฟ้าดินลงโทษ 

 

มันรำพึง  ไม่ทราบตั้งใจให้ผู้ใดรับฟัง “ข้าอาฝูอาภัพนัก  เป็นเด็กกำพร้าตกจากยอดเขาสูง  ไม่มีพ่อไม่มีแม่  จำความได้ก็เห็นแต่ป่าเขาสูงเทียมเมฆ  ที่แท้ข้าแซ่อะไรกันแน่หนอ  น่าเศร้า  น่าเศร้าเกินไปแล้ว!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #7 Zero-b (@korinasai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 17:51
    โธ่! ท่านไท่จื่อวิญญาณเร่ร่อนที่น่าสงสาร
    น่าจะแซ่สวี่นะ แต่ท่านไท่จื่อวิญญาณเร่ร่อนเอาแซ่คนเด็กน้อยฝังดินเสียแล้ว

    #7
    0
  2. #2 คนตัดฟืน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 12:19
    ชีวิตบัดซบ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง เคี้ยกๆ
    #2
    0