(Fic. Bleach) The Story of Espada: Ulquiorra Shiffer

ตอนที่ 13 : Chapter 12: เหล่าขุนนางในวัง(ลาส์ นอร์เช่ ตอนที่ 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 พ.ค. 52

Character: Ulquiorra Shiffer , Zommari Leroux , Nnoitra Jiruga
New Face: Aizen Sosuke , Gantenbainne Mosqueda , Cirucci Thunderwitch , Dordonii Alessandro Del Socacchio , Barragan Luisenbarn Etc. Espada

-------------------------------------------------------------------------------------

ภายในห้องโถงอันมืดมิดแห่งหนึ่ง ที่ใจกลางมีโต๊ะตัวยาว รอบๆ มีเก้าอี้วางเรียงอยู่ 11 ตัว มีกลุ่มคนทั้ง 10 เดินเข้ามานั่งตรงเก้าอี้ แต่ละคนก็แสดงอาการไปคนละแบบ

"เอาล่ะทุกคน มากันครบแล้วใช่มั้ย"จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง ผมสีน้ำตาลถูกเสยเรียบไปด้านหลัง มีอยู่บางส่วนที่หย่อนลงมาอยู่ระหว่างคิ้ว ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเรียบเกลี้ยงเกลา สวมเสื้อคลุมสีขาวรัดช่วงแขนและเอวเล็กน้อย รอยยิ้มจากที่ดูอบอุ่น เมื่ออยู่ ณ ที่ตรงนี้ ดูแล้วจะเป็นรอยยิ้มที่มีเล่ห์กลนับไม่ถ้วนแฝงอยู่จริงๆ เขาเดินมานั่งตรงหัวโต๊ะ จากนั้นก็มีชายผิวดำสวมแว่นกันลมสีขาว สวมเสื้อแขนกุด พันผ้าพันคอสีส้มเดินถือถาดที่มีกาน้ำชาวางอยู่ 11 ถ้วย เมื่อวางลงบนโต๊ะ ชายผิวดำบรรจงรินน้ำชาด้วยจิตใจที่สงบ เมื่อรินครบหมดแล้ว ชายผิวขาวที่นั่งตรงหัวโต๊ะหยิบถ้วยน้ำชาส่งไปให้ชายชราผิวดำคนหนึ่ง บนหน้าผากมีส่วนของหน้ากากฮอลโลว์ดูคล้ายมงกุฏราชา ชายแก่รับประคองถ้วยน้ำชาแล้วส่งต่อไปเรื่อยจนถึงคนที่นั่งมุมสุด เมื่อกลุ่มคนทั้ง 10 คนได้น้ำชาหมดแล้ว ชายที่นั่งหัวโต๊ะเอ่ยขึ้น

"ทุกคนได้น้ำชากันหมดแล้วสินะครับ"

"ทุกท่าน...ที่ข้าเรียกพวกท่านมาประชุม ก็เพื่อจะแจ้งให้ทราบว่า มีผู้บุกรุกสามคน บัดนี้ บุคคลทั้งสามได้เข้ามาสู่ลาส์ นอร์เช่แล้ว เราจะฉายภาพบันทึกจากดวงตาของลูนูกังก้าให้ทุกท่านดู"จากนั้นตรงกลางโต๊ะก็มีรูขยายออก จากนั้นก็มีแสงฉายขึ้นมา

"สามฮอลโลว์ สองวาสโทรเด้ หนึ่งแอดจูคัส คนแรก ชายที่มีปีกสีดำ อุลคิโอร่าชิฟเฟอร์"เมื่อสิ้นสุดชื่อแรก เนเลียล ดอนโดนี่ และอาทูโร่ก็เบิกตาโพลง

"หึหึ อุลคิโอร่า ข้านึกไม่ถึงว่าเจ้าจะทำได้ขนาดนี้ เป็นวาสโทรเด้ได้ไวเหลือเกิน ฮ่าๆๆ"อาทูโร่หัวเราะราวกับชอบใจและรอคอยการมาถึงนี้นานแล้ว

"ที่มันได้เป็นวาสโทรเด้ไวขนาดนี้ คงเป็นเพราะเจ้ายังควบคุมแรงกดดันวิญญาณที่รั่วไหลออกมาตลอดเวลาจากดาบของเจ้าไม่ได้ล่ะสิ มันส่งผลให้ฮอลโลว์พัฒนาขีดพลังได้เร็วเหลือเกินจริงๆ"เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

"แล้วมันยังไงกัน รึเจ้าจะลองลิ้มรสพลังกดดันวิญญาณของดาบข้าโดยการนำดาบไปเสียบเข้ากับกะโหลกของเจ้าเลยดีมั้ย เอสปาด้าหมายเลข 7 กันเท็นไบน์ โมสเควด้า"อาทูโร่มองไปทางชายที่ไว้ผมทรงแอฟโฟร่สีน้ำตาล ส่วนที่ปิดหน้าผากคล้ายแว่นกันลมที่ทัดไว้ มีรูปดาวสีดำตรงกลาง ส่วนล่างประดับไปด้วยฟัน

"เจ้าจะทะเลาะกันเพียงเพราะเด็กเมื่อวานซืนแค่นี้เหรอไง ไอ้หนู"เสียงชายแก่คนนึงดังลั่นพร้อมกับกำปั้นที่ทุบโต๊ะทำให้กันขัดแย้งจบลง

"หึหึหึ ตาเฒ่าบารากันยังชอบเรียกคนที่อายุน้อยกว่าตัวเองว่าไอ้หนูเสมอ จะเรียกไปจนสิ้นชีวาเลยรึไง"เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น แหลมและเล็ก ชายแก่ที่ชื่อบารากันหันไปมองทางผู้หญิงคนหนึ่ง ผมสีม่วงเข้มหยักศก ดวงตาสีม่วงอ่อน ส่วนแก้มทั้งสองถูกเขียนลายคล้ายหยดน้ำสีม่วง ริมฝีปากก็สีม่วงเช่นกัน ใส่ชุดสีขาวรัดรูป ปีกคู่เล็กยื่นออกมาเหมือนเป็นเครื่องประดับเสื้อ

"เป็นแค่หมายเลข 9 อย่ามาพูด ยัยหนู"บารากันเอ่ยขึ้น

"บารากัน ลูเซนบาร์น...จิรุตจิ ธันเดอร์วิช..."เสียงของชายที่นั่งหัวโต๊ะดังขึ้นจากนั้นก็ตามมาด้วยแรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลราวกับสามารถทำให้ทั้งห้องต้องสั่นสะเทือนอย่างแรง

"ขออภัยด้วยขอรับ/ค่ะ ท่านไอเซ็น"ชายที่นั่งหัวโต๊ะยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆ หนึ่งที

"คนต่อมา...นอยโทร่า จิลก้าร์"เนเลียลและจิรุตจิจ้องมองที่ภาพของวาสโทรเด้หกแขน

"คนสุดท้าย...โซมารี เลอรูซ"กันเท็นไบน์จ้องมองที่ภาพแอดจูคัสที่ครึ่งล่างมีรูปร่างคล้ายฟักทองสีชมพู

"จะเล่นคนนั้นเรอะ ไม่ง่ายเชียวนา กันเท็นไบน์"ดอนโดนี่ที่นั่งมุมฝั่งหัวโต๊ะตรงข้ามกับบารากันเอ่ยขึ้น

"เจ้าเคยโดนมันเล่นล่ะสิท่า เสียชื่อเอสปาด้าหมายเลข 1 หมด"กันเท็นไบน์ตอบกลับ

"ฮึ่ย"ดอนโดนี่ชักสีหน้าโมโหแต่ก้ต้องเก็บกดไว้เพื่อไม่ให้เสียมารยาทต่อหน้าท่านไอเซ็น

"อย่าลืมว่าเกราะของโดรากุร่า(หมัดเทพมังกร)ของชั้น ไม่มีอะไรที่สามารถฝ่าเข้ามาถึงตัวผู้ครอบครองของมัน"กันเท็นไบน์พูดต่อ

"ทั้งนี้ก็ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตกใจอะไรมากมายนัก เพียงแค่กลับไปรอที่วังของตนเท่านั้น"ว่าจบไอเซ็นก็ลุกจากเก้าอี้ จากนั้นกลุ่มคนทั้งสิบก็ลุกขึ้นตามแล้วเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่

"อ้อ ช้าก่อน อาทูโร่"ไอเซ็นเอ่ยขึ้น อาทูโร่เดินเข้ามานั่งคุกเขาลงหนึ่งข้าง มือขวาเท้าพื้น ศีรษะก้มลง มือซ้ายกุมฝักดาบ

"ข้าอยากให้เจ้าอยู่ที่นี่อีกซัก...สิบสี่ชั่วโมงก็ยังดี จากนั้นค่อยไปที่โซล โซไซตี้"ไอเซ็นพูด

"ท่านจะให้ข้าไปทำอะไรงั้นเหรอครับ ที่โซล โซไซตี้น่ะ"อาทูโร่ถามกลับ ยังอยู่ในท่าเดิม

"ก็แค่ไปที่วังกลาง แล้วสังหารนักปราชญ์พิจารณาคดีทั้ง 46 คนซะ"ว่าจบไอเซ็นก็เดินหายเข้าไปหลังห้องประชุม

"ไอเซ็น...เจ้าจำไม่ได้เหรอ ว่าหัวหน้าหน่วยสองที่เป็นทั้งผู้บัญชาการหน่วยลับในตอนนี้น่ะ"ไอเซ็นหันไปเจอชายคนหนึ่งรูปร่างผอม ผมสีขาวแซมเงิน ตาตี่ มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน ดูแล้วคล้ายกับจิ้งจอกไม่มีผิด ใส่ชุดแบบเดียวกัน มีดาบฟันวิญญาณที่ข้างเอว

"เทพพริบตา ชิโฮอิน โยรุอิจิคนนั้นน่ะ"ชายคนนั้นพูดต่อ ไอเซ็นยิ้มตอบแล้วพยักหน้า

"เจ้าก็เช่นกัน ข้ามีงานให้เจ้าทำ"ไอเซ็นพูดต่อ

"ว่ามาสิ"ชายคนนั้นรับฟัง

"ข้าอยากเจ้าคอยดูแลแสงแห่งโฮเงียคุไว้ แต่ถ้าเจ้าเห็นหนึ่งในสามคนนั่น ใครมีสภาพกำลังแย่ ให้เข้าสังหารได้เลย"ชายคนนั้นพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้ายังไม่คลายรอยยิ้ม

"ดีมาก...อิชิมารุ.....งิน"


To Be Continued...

87 ความคิดเห็น

  1. #42 เด็กม.ต้น (@pangpond1234) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 / 13:51
    กรี๊ดดดด งินนี่ซัง(ผลัวะ//โดนตบ) อัพอีกน้า
    #42
    0
  2. #41 raikemaru (@pimnaka301) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 / 09:54
    อัพต่อเรื่อยๆเลยนะค้า ^ ^

    อัพไวดีจัง
    #41
    0