วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 93 : ศึกมหาเวท2(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ง่า จบตอนค่ะ..  แต่เหมือนจะค้างแฮะ  ??  รอต่อตอนหน้าอีกแล้วสิ แหะๆ  ตอนหน้าไม่ช้าแน่ค่ะเพราะเขียนเกือบจบการประลองของเควินอสแล้ว (อ้าวจะมาบอกเขาทำไมเนี่ย?)
**++**++**++**++

สิ่งที่กองอยู่แทบเท้าคามิวเป็นอะไรบางอย่างสีดำเกรียมสั่นระริก หงิกงอเหมือนต้นไม้ตายซากที่โดนไฟเผามาใหม่ๆ ควันและไอร้อนยังคงโชยกรุ่นส่งกลิ่นแปลกๆ พาให้นึกถึงเนื้อที่โดนย่างจนสุกเกินไปและกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนเฉียว แต่ใช่ว่าจะดำเกรียมอย่างทั่วถึง สิ่งนั้นยังคงมีบางส่วนที่เป็นสีแดงฃ้ำพร้อมกับร่องรอยปริแตกของผิวด้านนอก

...ของเหลวสีแดงคล้ำไหลรินจากรอยที่เห็นรวมทั้งส่งกลิ่นคาวที่บ่งบอกว่ามันคือเลือดสดๆ เมื่อมีเลือดก็เท่ากับว่านั่นคือสิ่งมีชีวิต และก็น่าจะเป็นไมเลสที่ลงประลองกับหนุ่มผมดำอย่างแน่นอน...
“ท่านไมเลสล่ะ!? หรือว่า… แย่แล้วพวกเจ้ามาช่วยกันหน่อยเร็วเข้า”
กรรมการจอมเวทผู้รับผิดชอบสนามประลองพร้อมกับผู้ช่วย รีบวิ่งเข้ามาหลังจากมัวแต่ตกตะลึงกับภาพน่าสยดสยอง มนต์รักษาถูกร่ายอย่างเร่งด่วนแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นแทบจะทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายมันสาหัสเกินเยียวยา แม้จะช่วยฟื้นฟูให้แผลหายได้แต่คงไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วยเวทรักษาทั่วไป ส่วนที่โดนเผาทำลายจะกลายเป็นแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ...ชนิดไม่เหลือเค้าเดิมของไมเลสจอมเวทชุดแดงผู้เป็นทายาทของตระกูลแกรนท์...
“ท่านปู่… ท่านปู่… ช่วยข้าด้วย… ข้าเจ็บ ทรมานเหลือเกิน” เสียงร้องครวญครางเริ่มหลุดจากปากบิดเบี้ยว ของร่างงอหงิกที่เหล่าจอมเวทกำลังทุ่มเทพลังรักษากันสุดชีวิต “ข้าทนไม่ไหวแล้ว เจ็บ…!! ข้าเจ็บ!! ท่านปู่ช่วยด้วย”
“ไมเลส…!! ไมเลสหลานรักของปู่เจ้าต้องไม่เป็นอะไร พวกเจ้ารีบรักษาเร็วๆเข้าสิ” มาร์ควิสแกรนท์หัวใจสลายทันทีที่ได้เห็นสภาพหลานชายซึ่งเป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของตน เรื่องที่เคยหวาดกลัวกำลังจะเป็นจริง เพราะหนุ่มใหญ่ถูกเวทไฟที่ร้อนแรงเกินพระเพลิงธรรมดาแผดเผาจนสาหัส และมันก็ไม่ใช่จะรักษาได้ง่ายๆด้วยฝีมือจอมเวทระดับล่างที่ทำได้แค่สมานแผล คนที่พอจะหวังพึ่งได้ก็คงมีเพียงคนเดียวเท่านั้น “ใครก็ได้ไปตามท่านทิวลีนมาให้ที หลานข้าจะตายไม่ได้”
“เจ้าหนูคามิว ข้าไม่อยากเห็นน้ำตาคนแก่ ช่วยสงเคราะห์เขาหน่อยก็แล้วกัน” ภูตตัวจิ๋วอดสมเพชเวทนาปู่ผู้ชราไม่ได้ เพราะตอนนี้ผู้เฒ่ากำลังร้องไห้คร่ำครวญกลัวหลานรักจะตายจากไป จนต้องขอให้นายน้อยของเธอยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าหากคามิวใช้เวทรักษาเขาจะเสียพลังไปมากแค่ไหนก็ตาม “เจ้าเองก็คงไม่อยากเห็นใครต้องบาดเจ็บล้มตายสินะ รีบลงมือก่อนที่จะมีคนหัวใจวายตายตามไปอีกศพเถอะ”
หนุ่มน้อยพยักหน้าพลางสาวเท้าเข้ามาหาร่างที่ใกล้พิกลพิการหากยังรักษาเพียงบาดแผลภายนอก วงเวทสีทองเจิดจ้าปรากฏขึ้นมาทันทีที่คามิวยกสองมือไว้เหนือร่างคนเจ็บ แต่คราวนี้เขาไม่ลืมที่จะพึมพำร่ายอาคมรักษาขั้นสูงที่ได้เรียนรู้มาจากมารดา กรรมการจอมเวทและทุกคนในที่นั้นมีอันต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่า ร่างกายหงิกงอรวมทั้งบาดแผลสาหัสทั้งหลายบนร่างไมเลสค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนบาดเจ็บ เพียงครู่เดียวหนุ่มใหญ่ที่เคยใกล้ตายก็หายดีเป็นปลิดทิ้งไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น คงมีแต่ความอ่อนเพลียและความเจ็บปวดเล็กน้อยเท่านั้น ที่ย้ำเตือนว่าเกือบย่างเท้าเข้าสู่ยมโลกมาแล้ว
“เจ้า…!! เจ้ากล้าดียังไงถึงทำร้ายหลานของข้าขนาดนี้” ประมุขเฒ่าตระกูลแกรนท์ถลันพรวดลุกขึ้นชี้หน้าหนุ่มน้อยที่กำลังหอบหายใจแรง เพราะเหนื่อยจากเวทรักษาขั้นสูงที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก “ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก คิดจะฆ่าไมเลสให้ตายเลยใช่ไหม? โกรธแค้นอะไรกันนักถึงต้องเล่นงานเขาจนสาหัสแบบนี้!”
“ท่านคามิวยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ” หนึ่งในกรรมการที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยแย้งขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคามิวถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรม แถมเจ้าตัวก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดแก้ต่างให้ตัวเอง “ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเพราะท่านไมเลสใช้เวทธาตุไฟโดยไม่ระวัง ทับทิมที่หัวคทาเม็ดนั้นมันขยายพลังจนเขาไม่สามารถควบคุมได้ จึงเกิดเหตุร้ายแบบนี้ขึ้นมา”
“ที่สำคัญ ท่านคามิวเป็นคนช่วยสลายเปลวไฟที่กำลังจะทำร้ายคนอื่นให้ด้วย ไม่อย่างนั้นความเสียหายคงไม่หยุดเพียงแค่นี้หรอก” จอมเวทอีกคนที่เกือบเสียท่าโดนไฟคลอกก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน บาดแผลของเขาหายสนิทเพราะเศษละอองสีทองเมื่อครู่นี้ “และถ้าไม่ได้เวทรักษาของท่านคามิวละก็ ป่านนี้ท่านไมเลสคงจะตายหรือถ้าแผลหายก็คงต้องพิการแน่ครับ เพราะพวกเราไม่มีปัญญาใช้เวทชั้นสูงแบบนั้นได้”
“ฮึ่มมม… ไม่จริง! พวกเจ้าอย่ามาพูดแก้ต่างแทนกันให้ยากเลย ข้าไม่เชื่อหรอก!”
“ท่านปู่ มันเป็นความจริงครับ” ไมเลสที่เพิ่งได้สติส่งเสียงร้องบอกปู่ของตน ความคิดที่จะชิงดีชิงเด่นหมดไปตั้งแต่ได้รับรู้ว่าตนเองกำลังจะตายอย่างทรมาน ณ วินาทีแห่งชีวิตนั้นลาภยศและอนาคตอันรุ่งโรจน์หาได้มีคุณค่าใดๆไม่ ในใจของหนุ่มใหญ่ร่ำร้องขอเพียงได้มีชีวิตรอด และคนที่เข้ามาช่วยไว้ก็คือเด็กหนุ่มผมดำที่ตนเคยสบประมาทเอาไว้นั่นเอง “ขอโทษนะครับ ที่ข้าไม่สามารถทำความหวังของท่านปู่ให้สำเร็จ แต่ข้าขอถอนตัวดีกว่าเพราะข้ายังไม่อยากตาย”
“ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะไมเลส ขอเพียงเจ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อไปปู่ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว พวกเจ้ารีบพาหลานข้าไปพักผ่อนเร็วเข้าสิ”
ตาเฒ่ารีบร้องสั่งคนรับใช้ให้หามหลานชายไปรักษาพยาบาล โดยไม่ยอมมองหน้าหรือขอบคุณคนที่ยืนหอบเหนื่อยอยู่ตรงนั้นแม้แต่คำเดียว คามิวเองก็ไม่ได้สนใจอยากจะทวงบุญคุณกับใคร เพราะตอนนี้เขาอยากพักเอาแรงก่อนจะเจอคู่ต่อสู้คนต่อไปเต็มทีแล้ว หนุ่มน้อยสะบัดมือสลายวงเวทรักษากระจายละอองสีทองที่เหลือออกไปโดยรอบ ถึงจะบางเบาเพียงใดอำนาจในการฟื้นฟูก็ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ผืนหญ้าไหม้เกรียมกลับพลิกฟื้นสู่สีเขียวอีกครั้ง รวมทั้งบรรดาแขกเหรื่อที่ได้แผลเพราะล้มลุกคลุกคลานตอนวิ่งหนีตายก็หายดีกันทั่วหน้า

...ความสามารถที่เหนือกว่าจนเห็นได้ชัดนั้นประทับใจจนใครหลายๆคน จนทำให้เริ่มรู้สึกชื่นชมหนุ่มผมดำมากขึ้นเป็นทวีคูณ...
.
มิคาเอลล่าเดินมาหาคามิวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรใช่ไหมหลานรัก ไปนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนเถอะ” เธอกับเอเดรียนไม่ได้หนีไปไหนเพราะเชื่อมั่นในตัวหนุ่มน้อยคนนี้ รวมทั้งภูตพิทักษ์ตัวจิ๋วแต่แจ๋วไปด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ “ยังเหลือคู่ประลองอีกสองคนที่คงไม่ยอมถอนตัวง่ายๆ หลานชายข้ายังสู้ไหวไหมคะ ท่านฟาร์ฟาร์?”
“ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะเสียพลังไปมากพอดู แต่ข้าคิดว่าคงไม่มีปัญหาหรอก” ฟาร์ฟาร์ซึ่งนั่งอยู่บนบ่าของคามิวยิ้มให้ท่านย่าคนสวยพลางใช้มือเล็กๆลูบแก้มเจ้านายของเธอไปด้วย สีหน้าของภูตสาวในยามนี้ดูอ่อนโยนไม่ผิดกับมารดาที่กำลังมองดูบุตรของตน “พลังของเจ้ามีมากขึ้นนะเนี่ย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงทรุดสลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้วเนอะ”
กลุ่มของคามิวเดินกลับเข้าสู่เต้นท์รับรองเพื่อพักผ่อน โดยมีคุณฟีเลียและเมอร์เคนวิ่งวุ่นวายช่วยกันดูแลหาน้ำท่ามาให้ดื่ม ส่วนคนอื่นเหมือนจะยังกล้าๆกลัวๆเสียวว่าจะโดนลูกหลงอีกหรือเปล่า เพราะเท่าที่ดูมาสองรอบกรรมการจอมเวทที่มีกันตั้งหลายคนไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลยสักนิด ปีก่อนๆที่จัดงานก็ไม่ได้หวือหวาอลังการงานสร้างขนาดเล่นจริงเจ็บจริงแบบนี้ ลูกหลานขุนนางหลายคนแอบถอนหายใจโล่งอกที่คิดถูกชิงถอนตัวจากการประลองเสียก่อน ไม่งั้นอาจเดี้ยงหมดท่าเหมือนสองผู้ท้าชิงที่ถูกหามไปห้องพยาบาลก็ได้
เพราะขุนนางชั้นสูงส่วนใหญ่เปรียบได้กับพวกโบราณหลังเขา เนื่องจากมีชีวิตอยู่กับความสุขสบายสนใจแต่เรื่องของตัวเอง มากกว่าจะติดตามข่าวสารหรือยินดียินร้ายกับความก้าวหน้าของคนอื่น ผิดกับกลุ่มที่สังกัดหน่วยงานสำคัญซึ่งทำงานรับใช้ราชสำนัก พวกเขาเหล่านี้จะได้รับรู้เรื่องราวแท้จริงทั้งข่าววงในและวงนอก โดยเฉพาะเรื่องของ คามิว ทีเอเนีย ตัวเก็งเพียงหนึ่งเดียวที่ราชาคาร์ลอสจับจองให้เป็นคู่ครองของพระธิดา แต่เพราะเหนือหัวสั่งให้ปิดเป็นความลับสุดยอดเลยต้องพากันหุบปากเงียบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเรื่อยเปื่อย
แต่ถึงจะเป็นพวกที่รับราชการก็ใช่ว่าจะสนใจไปเสียทุกเรื่อง เช่นเดียวกับมาร์ควิสลัสเตอร์เสนาบดีการคลังที่ปิดหูปิดตาไม่มองความเป็นจริง ด้วยอคติส่วนตัวที่มีต่อรีมัส ทีเอเนียและฟาร์ริส อาร์มาร์เธียสผู้เป็นเสนาบดีคนสำคัญ และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนโปรดของราชาคาร์ลอส แถมหลานรักที่เป็นแค่เด็กที่เก็บมาเลี้ยงของพวกนั้นยังได้ดีกว่าลูกชายแท้ๆของตนจึงยิ่งไม่พอใจมากขึ้น ในตอนแรกถึงขนาดคิดกำจัดให้พ้นทาง ทว่ายังไม่ใจแข็งพอที่จะสั่งให้ฆ่าเด็กน้อยซึ่งเป็นที่รักดังแก้วตาดวงใจของสองตระกูลใหญ่
แต่เมื่อได้มาเจอตัวจริงอย่างใกล้ชิดความคิดก็เปลี่ยนไปทันทีทันใด แผนการณ์ใหม่ที่เหมือนหักหลังผู้ร่วมอุดมการณ์คนอื่นถูกวาดขึ้นอย่างเร่งด่วนถึงสองสามชั้น มาร์ควิสลัสเตอร์ตัดสินใจว่า งานนี้จะต้องเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยงแน่นอน เพราะถึงลูกชายจะพลาดท่าพ่ายแพ้ แต่อย่างน้อยก็คงไม่ขาดทุนเพราะตำแหน่งที่หวังคงไม่ไกลเกินเอื้อม ขอเพียงแค่ได้ตัวหนุ่มผมดำไว้ในกำมือก็จะเท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่ง ...ดีไม่ดีจะได้ลาภสองต่อซึ่งจะพาให้ตระกูลของตนผงาดขึ้นเป็นใหญ่ในโรแลนเซียด้วยซ้ำไป...
...ก็ลองคิดดูสิ ตระกูลของตนกำลังจะได้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับสองตระกูลใหญ่อย่างอาร์มาร์เธียสและทีเอเนีย แถมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็อาจครอบครองตำแหน่งว่าที่ราชบุตรเขย เมื่อหนุ่มผมดำที่เคยเป็นก้างขวางคอนั้นไม่โสดเสียแล้ว...
“อลิสแตร์ ลูกชายข้าเพิ่งกลับมาถึงคงยังเหนื่อยอยู่ ข้าอยากขอเวลาให้เขาพักสักหน่อย ขอให้เขาลงประลองเป็นคนสุดท้ายก็แล้วกันนะ”
มาร์ควิสลัสเตอร์เดินเข้าไปพูดคุยกับวุฒิสมาชิคบาเร็ตซึ่งกำลังนัดแนะกับหลานชาย โดยทำทีเป็นว่าขอสลับคิวให้ลูกแต่แท้จริงแล้วต้องการตัดกำลังคู่แข่ง ด้วยการให้คามิวต่อสู้กับคนอื่นจนเหนื่อยอ่อนเสียก่อน ถึงแม้จะมั่นใจในฝีมืออลิสแตร์ซึ่งคุยว่าปราบการ์เดี้ยนได้ก็ตาม แต่ก็ยังถือคติที่ว่าป้องกันไว้ก่อนเพื่อความแน่ใจ
“เควินอส เจ้าจะว่ายังไง จะลงประลองก่อนไหม?” บาเร็ตหันไปถามหลานชายที่มีท่าทางเฉยชามาตลอด จนกระทั่งได้เห็นฝีมือของหนุ่มน้อยผมดำท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คล้ายกับมีอะไรบางอย่างไปกระตุ้นต่อมกระตือรือร้น ทำให้เควินอสรู้สึกอยากจะทำความรู้จักกับคามิวให้มากขึ้น
“แล้วแต่ท่านตาเถอะครับ ข้าน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว” หนุ่มผมสีฟางแห้งยิ้มเย็นส่งกลับมา โดยที่ยังจับจ้องมองตรงไปยังหนุ่มน้อยซึ่งกำลังนั่งพักให้หายเหนื่อย “เด็กคนนั้นน่าสนใจดีนะครับ ข้าประจำการอยู่ชายแดนก็เลยได้ยินแต่ชื่อของเขา เพิ่งจะมาเจอตัวจริงนี่แหละ แต่ก็สมคำร่ำลือจริงๆ”
“ทางชายแดนเขาลือกันว่ายังไงข้าไม่รู้หรอกนะ แต่เจ้าเด็กนั่นเป็นก้างชิ้นใหญ่ มันเป็นแค่เด็กกำพร้าไม่ได้สืบสายเลือดจากสองตระกูลนั้นเสียหน่อย ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่าบาทถึงได้เห็นดีเห็นงามมอบตำแหน่งให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างมัน”
“ท่านตาครับ ข้าคงบอกอะไรให้ท่านทราบไม่ได้เพราะมันเป็นคำสั่ง มีเพียงอย่างเดียวที่ข้าอยากให้ท่านรู้เอาไว้ คามิว ทีเอเนียคนนั้นไม่ใช่เด็กน้อยที่ท่านคิดจะลบทิ้งได้ง่ายๆหรอกนะ เดี๋ยวท่านคอยดูการประลองก็คงจะเข้าใจได้เองละครับ”


"เควินอส เจ้าคิดจะออมมือให้เจ้าเด็กนั่นงั้นรึ?” บาเร็ตหน้าเครียดเสียงแข็งขึ้นมาทันทีทันใด ถึงแม้เควินอสจะเป็นหลานตาที่อาจจะไม่ได้สืบทอดตระกูลของตน แต่ยังไงก็ยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกสาว จึงอยากให้เขาได้ดีในหน้าที่การงานและอยู่สุขสบายมากกว่าจะไปประจำการตามชายแดนที่ทุรกันดารแบบนั้น “ถ้าเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นตาของเจ้าอยู่ละก็ ถึงจะพลั้งมือทำร้ายจนมันบาดเจ็บก็ไม่เป็นไร แต่จงเอาชนะเจ้าเด็กนั่นให้ได้ เข้าใจนะ”
เควินอสส่ายหน้าให้กับความอคติและหัวโบราณคร่ำครึของคนแก่ที่ยังถือเรื่องชาติตระกูลเป็นเรื่องสำคัญ ผิดกับเหนือหัวของแผ่นดินที่มองความสามารถของข้าราชบริพารเป็นหลัก และการที่ราชาคาร์ลอสคนนั้นเจาะจงเลือกตัวเด็กหนุ่มผมดำให้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ก็แสดงว่า จะต้องมีอะไรบางอย่างในตัวคามิวที่เหนือกว่าคนทั่วไป และสิ่งนั้นแหละที่เขาอยากเห็นว่ามันจริงดังคำร่ำลือที่ได้ยินมาหนาหูหรือไม่
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับท่านตา ข้าไม่คิดจะออมมืออยู่แล้ว” หนุ่มผมสีฟางลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวลงสนาม เนื่องจากเห็นว่ากรรมการเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยและพร้อมสำหรับการประลองรอบต่อไป “ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่า แท้จริงแล้วเด็กคนนั้นเหมาะสมกับความคาดหวังของฝ่าบาทหรือเปล่า ท่านคอยดูให้ดีๆก็แล้วกันครับ”
คามิวเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคู่ประลองคนต่อไปคือใคร ถ้าทำได้เขาก็ไม่ค่อยอยากจะประมือกับเควินอสสักเท่าไหร่ เนื่องจากเคยได้ยินกิตติศัพท์ความร้ายกาจของฝีมือมาไม่น้อยเหมือนกัน ว่าหนุ่มรุ่นอาที่มีผมสีฟางร่างสันทัดท่าทางเย็นชาคนนี้เป็นสายลืบมือฉมัง และเขาเข้าประจำการอยู่ทางชายแดนด้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับอานาโตเลียและพรีมิวเลีย ...ดังนั้นเขาอาจจะได้ยินข่าวลือเรื่องราวคราวก่อนมาแล้วก็เป็นได้...
ทว่างานนี้คงไม่มีทางเลี่ยงได้เพราะมันเป็นกฎ คามิวแอบคิดว่ามันช่างไร้สาระและไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมจะต้องมีกฎห้ามปฏิเสธคนที่มาท้าทายก็ไม่รู้ ถ้าทำได้ละก็หนุ่มน้อยอยากจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหนุ่มรุ่นคุณอาคนนี้เสียเหลือเกิน เพราะความรู้สึกมันคอยเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าผู้ชายคนนี้เป็นตัวอันตราย คลับคล้ายกับสังหรณ์ของความมืดที่ตามติดไปยามเข้าสู่พรีมิวเลียไม่มีผิด
“ไม่น่าเชื่อนะว่าคนระดับคามิว ทีเอเนีย ลูกชายแม่ทัพอัศวินและจอมเวทแห่งราชสำนัก จะกลัวคนอย่างข้า” ดูเหมือนคนที่คามิวนึกขยาดเองก็คงพอจะรู้ตัวว่าหนุ่มน้อยไม่ค่อยอยากจะประลองด้วย เควินอสนึกขำท่าทีแหยงๆไม่ค่อยเต็มใจจะลงสนามของคามิว “ท่าทางแบบนี้แสดงว่าเจ้าคงรู้ละสิว่าข้าถนัดวิชาอะไร ก็น่าอยู่หรอกนะ เพราะมันอันตรายต่อคนที่มีธาตุแท้เป็นแสงสว่างอย่างเจ้านี่นา”
“ท่านเควินอส จะให้พวกข้าสร้างเขตอาคมแบบไหนดีครับ?” กรรมการจอมเวทเองก็ชักหวั่นใจกลัวจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก สองรอบที่ผ่านมานี่ก็ร่ำๆจะทำให้พวกตนตกงานกันเป็นแถวแล้ว หากคราวนี้พลาดอีกละก็คงไม่อยู่รอให้เขาไล่ออกหรอก “ถ้าจะให้ดีท่านเองก็ควรใช้อาคมป้องกันตัวเอาไว้นะครับ พวกข้ามีความสามารถไม่ถึงขั้น ท่านอาจจะมีอันตรายได้”
“มาถามข้าได้ไงกัน ทำไมไม่ไปถามหนุ่มน้อยคนนั้นล่ะ?” เควินอสเบือนหน้าไปมองร่างเพรียวซึ่งมาพร้อมกับสื่อเวทแปลกประหลาดของตน “ว่ากันว่าเขตอาคมธาตุแสงจะแข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่เหรอ ลองไปขอให้เขาสร้างเขตอาคมให้สิ นั่นน่ะลูกชายจอมเวทแห่งราชสำนักเชียวนะ”
“เอ้อ…ท่านคามิว?” กรรมการจอมเวทอึกอักเพราะในสายตาของเขา คามิวก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยที่ไม่น่าจะมีวิชาความรู้มากมายอะไร ถึงแม้จะใช้เวทรักษาชั้นสูงได้แต่ด้านอื่นยังไม่ชัดเจนนัก จึงยากที่จะวางใจหากฝากความหวังเอาไว้ “ทำได้ไหมครับ? หรือจะให้พวกข้าสอนเวทให้ก่อนก็ได้นะครับ”
“ไม่ต้องเรื่องมากหรอก รีบๆออกไปซะทีเถอะ!! เรื่องเขตอาคมน่ะเดี๋ยวข้าจะให้เจ้าหนูคามิวจัดการให้” ภูตจิ๋วเริ่มรำคาญจึงออกปากไล่เพื่อจะได้ทำการประลองให้จบๆไปเสียที “ส่วนพวกเจ้าน่ะคอยระวังอยู่ด้านนอกก็พอ ไม่ต้องสอดมือมายุ่ง เข้าใจมั้ย?”
เหล่ากรรมการจอมเวทมองหน้ากันไปมา จนกระทั่งโดนฟาร์ฟาร์ไล่อีกครั้งจึงรีบลนลานออกไปยืนรอบนอก เปิดโอกาสให้หนุ่มน้อยแสดงฝีมือร่ายเวทสร้างเขตป้องกันครอบคลุมลานประลอง โดมสีทองที่สร้างจากเส้นแสงถักทอก่อรูปคล้ายตาข่ายแผ่ขยายจากวงเวทขนาดใหญ่จากการร่ายเวทของคามิว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของผู้ชมและเหล่ากรรมการจอมเวท เพราะตามธรรมดาการสร้างข่ายอาคมคลุมลานกว้างขนาดนั้นได้ จำเป็นต้องใช้จอมเวทไม่ต่ำกว่าสี่คนมาร่วมด้วยช่วยกัน แต่ทว่าหนุ่มน้อยสามารถทำได้เพียงลำพังก็แสดงว่าเขามีพลังมากกว่าที่คิดนั่นเอง
“หึหึ คิดไว้ไม่มีผิด พลังระดับนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ งั้นข้าขอลุยเต็มที่เลยก็แล้วกัน” หนุ่มรุ่นอายิ้มถูกใจแต่ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คามิวรู้สึกหนาวเยือกอย่างไรพิกล “กลัวข้างั้นรึ คงพอจะรู้สินะว่าข้าใช้เวทสายไหน เรามาเริ่มกระชับมิตรกันเถอะ”
ร่างสันทัดของเควินอสขยับเปิดฉากจู่โจมก่อน มีดคู่สีประหลาดฟาดฟันและแทงใส่ร่างเพรียวอย่างรวดเร็ว ทว่าคามิวที่ระวังตัวอยู่แต่แรกสามารถรับเอาไว้ได้ด้วยดาบยาวพลางดีดตัวถอยหลังหวังจะให้พ้นระยะโจมตี แต่เควินอสไม่ยอมปล่อยให้หนุ่มน้อยทิ้งระยะห่าง อาวุธลับอีกอย่างจึงถูกนำออกมาใช้แบบไม่เกรงใจว่าใครจะนินทาหาว่าขี้โกง
เฟี้ยววว…!! ควับ…!! แคร้งงง…!!
โซ่เหล็กเส้นเรียวเล็กพุ่งเข้ามัดข้อมือข้างที่ถือดาบของคามิวเอาไว้แน่น เพียงออกแรงกระชากโซ่กลับมาร่างเพรียวก็แทบปลิวเสียการทรงตัว แม้หนุ่มน้อยพยายามขืนตัวยื้อเอาไว้แต่ทว่าความแข็งแกร่งของร่างกายของผู้ที่ฝึกฝนด้วยการออกรบในสนามจริงมาตลอด ย่อมทำให้มีเรี่ยวแรงเหนือกว่าเด็กอ่อนหัดเป็นธรรมดา อีกทั้งการรุกแบบรวดเร็วและต่อเนื่องในระยะประชิด รวมทั้งโซ่ที่ยึดเยื้อเอาไว้ยังปิดโอกาสโต้กลับของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งสร้างความลำบากในการปัดป้องให้กับหนุ่มผมดำไม่น้อย
“คิดจะตัดโซ่ของข้างั้นเหรอ คงยากหน่อยนะหนุ่มน้อย เพราะมันทำด้วยโลหะพิเศษแถมเคลือบด้วยเวทของข้า” เควินอสหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นคามิวเปลี่ยนดาบมาถือด้วยมือซ้าย “และเพราะเป็นเวทของข้า ก็เลยเป็นเหมือนแขนขาที่ข้าจะสั่งให้ทำอะไรก็ย่อมได้ไงล่ะ!”
โซ่เส้นที่สองตวัดวูบเข้ารัดพันข้อมือซ้ายรวดเร็วจนคามิวไม่ทันระวัง แรงปะทะทำให้ดาบหลุดมือกระเด็นไปปักฉึกบนพื้นไกลออกไปหลายช่วงตัว ยิ่งกว่านั้นเส้นโซ่เรียวเล็กยังคล้ายกับมีชีวิตเพราะมันเลื้อยปราดราวกับอสรพิษร้าย ฉกวูบรวบแขนสองข้างของคามิวเอาไว้แน่น ...เพียงพริบตาร่างเพรียวของหนุ่มผมดำก็โดนรัดพันธนาการด้วยโซ่จนแทบกระดิกไม่ได้...
“ถึงเจ้าคิดจะยอมแพ้แต่ข้าก็ไม่หยุดเพียงแค่นี้หรอกนะ เพราะหน่วยของข้าถือคติว่า ต้องกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก”
ดวงตาของหนุ่มผมสีฟางแห้งฉายแววอำมหิตไม่ปิดบัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าเฉยชาในยามตวัดมือซัดมีดสั้นจำนวนหลายเล่ม เข้าใส่เป้าหมายซึ่งน่าจะทำได้เพียงยืนนิ่งรอรับความตาย เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดเสียวของเหล่าแม่ยกดังลั่น บางคนถึงกับเป็นลมล่วงหน้าก่อนจะเห็นภาพโหดร้าย ฝ่ายมิคาเอลล่าและเอเดรียนเองก็ทั้งห่วงทั้งลุ้นจนนั่งไม่ติดที่ เพราะรู้ดีว่าเควินอสเป็นยอดฝีมือและอาจจะเหนือกว่าคนของฝ่ายตนด้วยซ้ำไป
ร่างเพรียวของหนุ่มผมดำซึ่งถูกพันธนาการสิ้นอิสรภาพยังคงยืนนิ่งดุจรูปสลักหิน หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะกลายเป็นเป้านิ่งให้กลุ่มมีดสั้นซึ่งซัดเข้าใส่ราวห่าฝนเข้าปักตรึง บาเร็ตลอบยิ้ม ถูกใจที่หลานตาลงมือได้เหี้ยมโหดนัก นึกกระหยิ่มใจที่อาจจะได้กำจัดก้างขวางคอให้พ้นทางกลางงานนี้ ขอแค่เจ็บหนักหรือถึงขั้นปางตายเลยยิ่งดี ทว่ารอยยิ้มก็มีอันต้องมลายหายไปแทบจะในทันทีทันใด ...เพราะแม้จะผ่านไปหลายวินาทีแล้วก็ตาม มีดสั้นพวกนั้นก็ยังไม่ได้เสียบเข้าร่างเป้าหมายแม้แต่เล่มเดียว...
ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวางกั้นเอาไว้ มีดสั้นพากันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศห่างจากร่างเพรียวที่โดนมัดแน่นไม่มีทางหนี แม้ผู้ชมรอบนอกจะมองเห็นเหตุการณ์น่าตื่นเต้นแต่ก็เป็นเพียงมองเห็นมิได้สัมผัสโดยตรง เพราะเขตอาคมที่คามิวสร้างขึ้นนั้นมันแยกภายในและภายนอกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นผู้ชมจึงได้เห็นเพียงแค่มีดหยุดนิ่งกับที่เท่านั้น หากแต่คนที่อยู่ด้านในอย่างเควินอสถึงกับต้องเลิกคิ้วพลางรีบดีดตัวถอยออกห่างอย่างระแวงภัย เนื่องจากไอเวทแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านออกจากร่างหนุ่มผมดำเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
โซ่เส้นน้อยที่เควินอสเคยมั่นใจว่าไม่มีใครทำลายให้ขาดจากกันได้เริ่มส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ บ่งบอกว่ามันกำลังเกิดรอยร้าวและพร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ทว่าคนอยางเควินอสผู้เจนจัดมีหรือจะปล่อยโอกาสให้เหยื่อดิ้นหลุดได้ง่ายๆ วิชาถนัดประจำตัวถูกงัดออกมาใช้ก่อนที่คามิวจะมีโอกาสได้โต้กลับ หนุ่มผมสีฟางพึมพำร่ายเวทระรัวเร็วสร้างวงเวทสีดำทมึนขึ้นบนพื้นหลายวง ใจกลางของมันดำมืดไม่ผิดกับหลุมโคลนข้นคลั่กน่าขยะแขยง ...มันคือมนตร์ดำว่าด้วยบทอัญเชิญวิญญาณขึ้นมาเป็นทาสรับใช้นั่นเอง...
“จงก่อเกิด จงหวนคืน จงฟังคำสั่งของข้า เหล่าผู้ไม่ตายทั้งหลาย จงมาเป็นกำลังให้แก่ข้า!!”
เควินอสจบการร่ายคาถาด้วยคำสั่งสุดท้าย ปลายนิ้วหนุ่มรุ่นอาปรากฏเส้นด้ายสีดำพุ่งปราดลงไปยังใจกลางวงเวท เพียงแค่ฉุดดึงสิ่งที่ผุดโผล่พ้นขึ้นมาก็สร้างความหวาดผวาให้ผู้ชมจนแทบฝันร้ายไปตามกัน กลิ่นสาปสางโชยมาพร้อมกับบางสิ่งบางอย่างคล้ายร่างคน ทว่าบิดเบี้ยวผอมเกร็งจำนวนสิบร่างยืนตระหง่านเบื้องหน้าเควินอส เพียงแค่กลิ่นก็รู้แล้วว่ามันคืออะไร จึงไม่มีใครกล้ามองใบหน้าของพวกมันเพราะนั่นคือ ...ซากศพ...
ร่างเหล่านั้นสวมเกราะราวกับเป็นนักรบกล้าถืออาวุธครบมือ ทั้งดาบ มีด และขวาน ทว่าสภาพเนื้อหนังที่แห้งเกรอะเป็นสีเทาคล้ำส่งกลิ่นเหม็นอบอวล อีกทั้งบางส่วนหลุดหายเผยให้เห็นท่อนกระดูกขาวฟ้องชัดว่าเคยเป็นมนุษย์มาก่อน ดวงตาลึกโหลไร้แววของพวกมันไม่ต่างกับหุบเหวดำมืด ที่พร้อมจะดูดวิญญาณของใครก็ได้ที่เผลอจ้องมอง ผิวหนังบริเวณใบหน้าและริมฝีปากแห้งร่อน บางตนหลุดแหว่งหายไปทำให้พวกมันคล้ายกับแยกเขี้ยวแสยะยิ้ม ...หากแต่มันเป็นรอยยิ้มอันแสนสยดสยองของความตาย...
“เหล่าตุ๊กตาที่น่ารัก จงฟัง!! เบื้องหน้าคือศัตรูของเจ้า จงกำจัดมันเสีย!!”
เควินอสกระตุกเส้นเชือกสีดำที่เชื่อมต่อบริเวณส่วนหัวของซากศพ คล้ายเชิดหุ่นกระบอกบงการให้พวกมันขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเข้าโจมตีเป้าหมาย ที่ยังคงยืนนิ่งและแผ่ไอเวทเย็นเฉียบออกจากร่างอย่างต่อเนื่อง ทว่ายังไม่ทันที่ตุ๊กตาน่าสะพรึงของเควินอสจะทันได้เอื้อมมือคว้า มีดสั้นที่เคยหยุดค้างกลางอากาศเกิดอยากกลับไปหาเจ้าของกระทันหัน พวกมันพากันพร้อมใจพุ่งวาบเข้าใส่กลุ่มอันเดธที่ดาหน้าเข้าหาเป้าหมายอย่างไม่เกรงกลัวตาย ร่างไหนถูกมีดสั้นปักฉึกจะหยุดกึกค้างแข็งคล้ายกลายเป็นหินไปชั่วขณะ และมีสองตนที่โดนจุดสำคัญมันจึงสลายเป็นผงไปในทันทีทันใด
“เริ่มโต้ตอบแล้วรึ? แบบนี้สิถึงจะสนุก” สายลับมือฉมังขยับยิ้มพอใจที่คามิวเริ่มเอาจริง หนุ่มใหญ่ตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มผมดำซึ่งไม่น่าจะมีเรี่ยวแรง แต่กลับสามารถสะบั้นทำลายโซ่พันธนาการขาดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่เป็นโลหะพิเศษซึ่งแข็งแกร่งเกินธรรมดาแถมลงเวทเพิ่มความคงทนเอาไว้แท้ๆ “แค่นี้ยังไม่รู้หรอก ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ลุยเลยเจ้าอันเดธทั้งหลาย!!”
สิ้นคำสั่งอันเดธที่เหลือกระโดดเข้าใส่ร่างเพรียวที่เตรียมตั้งท่ารับมือ เควินอสแอบมองเห็นแววตาของหนุ่มน้อยเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่เพียงแค่แววตาหรอกที่เปลี่ยนไปกระทั่งท่วงท่ายังดูปราดเปรียวว่องไวมากขึ้น แม้จะไม่มีดาบในมือทว่าลิ่มน้ำแข็งที่คามิวเสกขึ้นมากลับมีผลต่อผีดิบพวกนี้อย่างมาก เนื่องจากพวกมันสองตัวที่รุกเข้าขนาบถูกเด็กหนุ่มสวนกลับด้วยลิ่มน้ำแข็งคู่ซึ่งยาวประมาณสองฟุต จนคอขาดร่างกระจุยกระจายเป็นชิ้นๆหลุดพ้นการควบคุมของเควินอส
ขณะรับมือผีดิบอีกตัวที่เงื้อมีดฟันใส่ จนคามิวต้องใช้ลิ่มน้ำแข็งทั้งสองแท่งรับการโจมตี เจ้าผีดิบอีกตัวก็แอบย่องมาด้านหลังพร้อมกับซัดมีดสั้นนำไปก่อน ทว่าคามิวก้มหลบได้ทันท่วงทีทั้งที่ยังรับมือผีตัวข้างหน้าอยู่ หนุ่มน้อยวาดเท้าเตะหลังยันเจ้าผีดิบลอบกัดอย่างแรงจนมันกระเด็นถอยไปหลายก้าว เท่านั้นยังไม่พอเควินอสที่รอโอกาสอยู่เริ่มใช้วิชาถนัดคือการซัดอาวุธลับเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความน่าหวาดเสียวให้กองเชียร์ของหนุ่มผมดำต้องลุ้นระทึกมากขึ้นไปอีกขั้น
แต่ทว่าวิชาถนัดของเควินอสกลับทำอะไรคามิวไม่ได้แม้แต่น้อย อาวุธลับที่ซัดเข้าใส่หยุดนิ่งค้างกลางอากาศก่อนถึงร่างเด็กหนุ่มที่กำลังต่อสู้กับเหล่าอันเดธง่วนอยู่ ทั้งที่เด็กหนุ่มไม่ได้หันกลับมาสนใจเลยว่ามีใครลอบกัดหรือไม่ ราวกับพวกมันมีความคิดทรยศและพร้อมใจกันพุ่งกลับมาเนรคุณเจ้าของโดยพร้อมเพรียงในครู่ต่อมา จนหนุ่มผมสีฟางต้องเบี่ยงตัวหลบเป็นพัลวัน
เควินอสขมวดคิ้วงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอันมาก สองครั้งแล้วที่อาวุธของตนถูกสะท้อนกลับ ไม่สิ... เรียกว่าถูกโจมตีกลับมาด้วยอาวุธของตนมากกว่า แต่ที่น่าแปลกใจคือคามิวไม่ได้สัมผัสหรือแตะต้องพวกมันเลยแม้แต่น้อย แล้วมันลอยกลับมาได้ยังไงกัน? ทว่าหนุ่มใหญ่ก็ไม่ว่างมาสงสัยนานนัก เพราะบัดนี้อันเดธในอาณัติของตนเริ่มร่อยหรอลงไปจนเหลือเพียงแค่สามตนเท่านั้น
“เผลองงนิดเดียว ตุ๊กตาก็ถูกกำจัดจนเกือบไม่เหลือแล้วรึนี่ งั้นใช้ไม้ตายเลยก็แล้วกัน ถ้าเจ้ายังรอดไปได้อีกละก็ ข้าคงต้องยอมแพ้ละนะ” หนุ่มผมสีฟางสะบัดมือควบคุมเส้นเชือกที่เหลือให้อันเดธทั้งสามตัวโดดเข้าล้อมคามิวไว้ตรงกลาง “แต่ถ้าเจ้าพลาดก็อย่าว่ากันล่ะ เพราะยังไม่เคยมีใครโชคดี เอาชีวิตรอดจากท่าไม้ตายนี้ได้สักรายเดียว”



***+++***+++***+++***

แปะรูปให้ดูเพิ่มบรรยากาศค่ะ  ว่าแต่จะฝันร้ายกันมั้ยเนี่ย
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5819 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    ไม่ปลื้มเท่าไร...ขุนนางน่าจะมีดีมั้งไม่ใช่หรอค่ะ!...แล้วนี้อาไร้!...ไม่มีคนดีบ้างเลยหรือไง!!!!!

    #5,819
    0
  2. #5702 silverysnow (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 14:49
    เหล่าตุ๊กตาที่น่ารัก.... อารมขันของไรท์เตอ ใช่ไหมเนี่ย ซอมบี้เนี่ยนะน่าะรัก  o[]o
    #5,702
    0
  3. #4639 ~*>> IN (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 3 กันยายน 2553 / 17:37

    ฝีมือของเควินอสไม่เบาจริงๆแหะ

    ทำเอา...   คามิว...   ย่ำแย่ไปเหมือนกัน  T^T

    #4,639
    0
  4. #4471 Lux51Forever (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2553 / 22:24
    ค้างแบบรุนแรง

    คามิวทำยังไงนะ

    อาวุธพวกนั้นถึงได้หยุด

    ท่าไม้ตายอะไรอ่ะ

    หวังว่าไม่ทำให้คามิวเจ็บนะ

    #4,471
    0
  5. #4446 belljunior (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2553 / 17:13
    โอยๆๆค้างอย่างแแรง
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #4,446
    0
  6. #4445 php7022 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2553 / 10:55

    โห  เล่นใช้ศพ มาสู้  ท่าไม้ตาย จะเป็นการ์เดี้ยน ที่ไปปราบมารึเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ หมูหก ให้คามิวเลย  เรียก กองทัพมาโชว์ข่มไปเลย เย้ๆๆๆ

    #4,445
    0
  7. #4444 awernatae mistkwit (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 22:48

    เหอะ ๆ ขอเดาว่าไกเซอร์น่าจะออกมาป่วนรอบสู้กับอลิสแต นะครับ นึกแล้วสะใจชอบกล

    #4,444
    0
  8. #4443 RayGuard (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 21:46
    ท่าทางคามิวจะโดนกราเดียนควบคุมร่างไปซะแล้วแฮะ หึหึ
    #4,443
    0
  9. #4442 ~`NamFar`~ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 15:18

    อัพๆๆๆๆ +++

    เรียกร้องอยู่คำเดียวนี่แหละค๊าาา
    อยากรู้ว่าหนูคามิวจะทำยังไงต่อ

    ลุ้นสุดๆ!!



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 สิงหาคม 2553 / 15:17
    #4,442
    0
  10. #4441 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 13:40

    โอ๊ว ซอมบี้นี่ ไม่น่ากลัวเลย =.=;
    เอ... แต่ตอนต่อไปคามิวจะเอาไงกับ‘มัน’นะ
    ค้างอีกแล้วสิเนี่ย...

    #4,441
    0
  11. #4440 notg (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 13:13
    ซอมบี้เหรอครับ! O[  ]O

    น่าร้ากจัง~~~~ >W<  <<ชอบของแปลก
    #4,440
    0
  12. #4439 focus (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 12:06
    ตอนใหม่มาไวๆนะครับ อยากให้เปิดเทอมเร็วๆจังเลยอ่ะ...
    #4,439
    0
  13. #4438 kataiyai (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 11:22

    ว้าย

    อันเดธ โป๊นี่นา

    #4,438
    0
  14. #4437 เอกเองครับ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 10:24
    ยี้ เควินอสนี่ใช้วิชาน่าขนลุกแฮะ รอดูรอบสู้อลิสแตร์ดีกว่า หุหุ
    #4,437
    0
  15. #4436 axis (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 08:58
     ไม่ฝันร้ายหรอกพี่แหม่ม มาอ่านตอนสายไ =w=
    #4,436
    0
  16. #4435 yukiyuki (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 07:23
    เปิดอ่านตอนกลางคืน เลื่อนลงมาเห็นภาพประกอบรีบเลือนกลับทันที่
    #4,435
    0
  17. #4434 Wh!te [S]ky (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 06:10
    งัดการ์เดียนเอามาใช้เลย! จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ
    #4,434
    0
  18. #4433 AncientFairy (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 05:36
    ท่าไม้ตายอะไรกันนั่น....แต่ถ้าใช้เวทย์ธาตุมืดก็น่าจะโดนธาตุแสงของคามิวข่มกันเห็นๆด้วยสิ...
    #4,433
    0
  19. #4432 jungraibank (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 02:52

    โฮ้ ท่าไม้ตาย จะเป็นแบบไหน

    #4,432
    0
  20. #4430 inasba (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 02:20
    โอ้เควินอสจะใช้ท่าไม้ตายแล้ว คามิวจะสยบได้ไหมนะ
    #4,430
    0
  21. #4429 AncientFairy (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 01:09
    ฟาร์ฟาร์คงไม่ยอมให้คามิวได้รับบาดเจ็บ...แต่คงต้องลุ้นหน่อยว่าคามิวใช้เวทย์เยอะๆโดยแทบไม่ได้พักจะกลายเป็นร่างเด็กตอนไหน....
    #4,429
    0
  22. #4428 เวนีล่า (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 17:52
    อัพด่วนค่า~~~~         ค้างมากมายมหาศาลเลยค่า~~~~~~
    #4,428
    0
  23. #4426 MaLiLeeN (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 15:29
    ทำไมเควินอสเดูโหดแปลก ๆ
    ทีตอนแรก ยังเกรงๆอยู่เลย
    #4,426
    0
  24. #4425 เอกเองครับ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 12:03
    อืม ตกลงเควินอสดีหรือร้ายกันแน่เนี่ย หรือว่าอยากทดสอบฝีมือที่แท้จริงของคามิว เลยเอาจริง รอลุ้นครับว่าจะหลุดจากโซ่ยังไง
    #4,425
    0
  25. #4424 axis (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 08:54
     ค้างอีกแล้วอะพี่แหม่ม

    จะรอแบบเต็มๆนะครับ
    #4,424
    0