วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 92 : ศึกมหาเวท(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ช้าและมาทีละหน่อย  ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ  อยากจะเขียนให้ได้ไวๆเหมือนก่อนแต่หมดแรงเพราะงานเยอะค่ะ  แหะๆ  (แก้ตัวฟังไม่ค่อยขึ้นเนอะ) 
***+++**+++***+++***


หลังมื้อกลางวันที่ตึงเครียดและสุดแสนจะน่าเวียนหัว คามิวและเมอร์เคนซึ่งรอดพ้นมือสาวๆมาได้เพราะการกีดกันขั้นเทพของแม่นมจอมเฮียบ ก็ต้องมาเผชิญกับอีกหนึ่งด่านที่ค่อนข้างน่ารำคาญคือการประลองฝีมือ โดยใช้ชื่ออันสวยหรูว่า แลกเปลี่ยนความรู้และทัศนคติ เมอร์เคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานนี้ จึงกลายเป็นเพียงผู้ช่วยในการเตรียมตัวรุ่นน้องให้พร้อมสำหรับการโชว์ฝีมือ
เต้นท์ขนาดย่อมหลายหลังถูกจัดไว้รอบสนามส่วนที่กันไว้เป็นลานประลอง เพื่อให้ผู้ประสงค์จะมีส่วนร่วมใช้สำหรับพักผ่อนหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า ด้านหน้าจะมีเก้าอี้และโต๊ะเล็กๆจัดวางเครื่องดื่มและอาหารว่างเตรียมไว้ แต่ว่าในเต้นท์ของคามิวกลับมีเตียงสนามเตรียมพร้อมเผื่อเอาไว้ให้ด้วย เหมือนกับจะแสดงความห่วงใยหรือไม่ก็แช่งล่วงหน้า ว่าจะต้องเกิดพลาดพลั้งรุนแรงจนถึงขั้นบาดเจ็บแน่ และสิ่งนี้ก็เป็นอีกอย่างที่สร้างความไม่พอใจให้เมอร์เคน

"คนพวกนั้นทำตัวน่าเกลียดเหลือเกิน” หนุ่มผมขาวแอบบ่นกับแม่นมฟีเลียที่คอยดูแลความเรียบร้อยต่างๆ “ข้าละคันปากอยากจะบอกออกไปจริงๆเลยว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”
“ไม่ได้นะคะท่านเมอร์เคน! ขนาดคณะทูตที่ไปพรีมิวเลียยังถูกสั่งให้เก็บเป็นความลับสุดยอด ฝ่าบาทไม่ต้องการให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปค่ะ” แม่นมจอมเฮียบแอบกระซิบบอกพลางถลึงตาจ้องมองเป็นเชิงห้ามปราม เพราะดูท่าทางหนุ่มบัลเบิร์คคนนี้จะมีขีดความอดทนต่ำเตี้ยติดดิน เกิดโพล่งอะไรออกไปจะเสียแผนที่ราชาคาร์ลอสวางเอาไว้ “ห้ามพูดเด็ดขาด!! ถ้าไม่เชื่อละก็ข้าจะจับท่านฝึกมารยาทด้วยมือตัวเองเลยคอยดูสิ”
“เอ้อ… เข้าใจแล้วครับ” เมอร์เคนผงะวูบเมื่อได้ยินประโยคปราบเซียน ใครจะอยากโดนคุณฟีเลียจับไปอบรมกันล่ะ ขนาดคามิวที่เคยชินยังถึงกับยอมแพ้มาแล้วนี่นา “ข้าจะปิดปากให้เงียบที่สุดในชีวิตเลยครับ ต่อให้ใครเอามีดเอาไม้มาง้างปากข้าก็ไม่มีวันพูดเด็ดขาด สาบานได้เลย”
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วทั้งสามก็เดินออกมารอที่ด้านหน้าเต้นท์ หนุ่มน้อยผมดำซึ่งต้องลงต่อสู้กับลูกหลานขุนนางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าใครที่ยื่นความจำนงที่จะแลกเปลี่ยนทัศนคติกับตนบ้าง หลักๆก็มีอยู่สี่คนที่คาดไว้แล้วว่า คงไม่พลาดโอกาสที่จะหาทางกำจัดคามิวซึ่งเป็นตัวเก็งให้พ้นทาง เพื่อเข้าชิงตำแหน่งสุดยอดปรารถนา คนเหล่านั้นก็คือหลานชายของสามขุนนางแห่งวุฒิสภา และหนึ่งลูกชายผู้เก่งกาจของเสนาบดีการคลังที่หมายมั่นปั้นมือจนออกนอกหน้า ส่วนคนอื่นๆก็เป็นแค่ลูกหลานขุนนางที่เป็นกลาง ซึ่งเพียงแค่อยากจะสนุกกับการหักหน้าเด็กเมื่อวานซืนเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของสนามหญ้ากว้างในยามบ่ายที่แดดเริ่มลดความรุนแรงมีเก้าอี้และม้ายาวจัดวางไว้ เพื่อให้แขกเหรื่อได้นั่งชมการประลองซึ่งควรจะเป็นเพียงแค่การทดสอบฝีมือสนุกๆฉันท์มิตร แต่ทว่ายามนี้บรรยากาศมันกลับแตกประเด็นออกไปกลายเป็นตึงเครียดเอาจริงเอาจัง จะมีก็แต่เหล่าสาวๆเท่านั้นที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะเขม่นใคร เพราะพวกเธอพากันสามัคคีเกาะกลุ่มเชียร์หนุ่มน้อยผมดำขวัญใจแม่ยกกันอย่างสนุกสนาน แม้แต่วิคตอเรียบุตรสาวของมาร์ควิสลัสเตอร์ก็ยังไม่มีการยกเว้น
ดูเหมือนทุกคนจะมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากกำจัดคามิวให้พ้นทาง ดังนั้นการจัดแบ่งสายจึงไม่ลงตัวเพราะจำนวนคนมากเกินจะรับมือไหว มิคาเอลล่าจึงเสนอให้คนเหล่านั้นวัดฝีมือกันก่อนเพื่อหาผู้ชนะเป็นตัวแทนมาประมือกับคามิว ถ้าคามิวไม่เหนื่อยจนเกินไปและมีเวลาเหลือ ก็ยินดีจะให้คนที่ยังอยากทดสอบฝีมือได้ลองของจริงภายหลัง
“คนพวกนั้นฝีมือเป็นไงบ้างคะท่านเมอร์เคน ท่านคามิวพอจะสู้เขาไหวรึเปล่า?” คุณฟีเลียที่ไม่ค่อยรู้เรื่องการต่อสู้แอบสะกิดถามหนุ่มผมขาวผู้มีดีกรีเป็นประธานสภานักเรียนแห่งกรุนเบอร์เรีย เพราะในสายตาของเธอนั้น คู่แข่งแต่ละคนช่างเก่งกล้าน่ากลัวจนเริ่มหวาดหวั่นว่าหนุ่มน้อยคนนี้อาจพ่ายแพ้ “ถึงข้าจะมั่นใจในสง่าราศีของท่านคามิว แต่เรื่องฝีมือดาบนี่ข้าไม่เคยรู้เลยค่ะ ท่านมีความเห็นยังไงบ้างคะ?”
“ก็ไม่เลวนะครับ แต่ก็ยังไม่โดดเด่นนัก” เมอร์เคนตอบกลับโดยที่ยังคงจับจ้องการประลองบนสนามไม่วางตา “แต่เท่าที่เห็นยังไม่มีใครเก่งพอจะเอาชนะคามิวได้หรอกครับ ดูดาบที่แต่ละคนใช้สิ เหมือนเครื่องประดับมากกว่าอาวุธซะอีก”
จริงดังที่หนุ่มผมขาวกล่าวไว้ เพราะบรรดาลูกหลานขุนนางบางส่วนที่มาร่วมงานในวันนี้ มีความสามารถไม่เพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นข้าราชการแต่ก็เป็นเพียงตำแหน่งเล็กๆในหน่วยเกียรติยศ ถึงชื่อจะหรูดูดีแต่ก็เป็นเพียงกรมกองไม้ประดับที่ตั้งมาเพื่อรองรับพวกเหลือขอเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาลูกไม้หล่นไกลต้นพวกนี้จะข่มคนอื่นด้วยการแสดงความร่ำรวย ทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับหรูหราหรือแม้กระทั่งดาบที่ใช้ก็ยังประดับประดาเพชรพลอยเสียจนน่าขโมยไปขาย
ส่วนคนที่มีความสามารถและเข้ารับราชการในตำแหน่งต่างๆ ก็พอจะได้เห็นได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคามิวมาบ้าง จึงพากันสมัครใจเป็นคนดูอยู่วงนอกไม่คิดที่จะแกว่งเท้าหาเสี้ยน หลีกเลี่ยงการสร้างความบาดหมางกับสองผู้ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลทีเอเนียและอาร์มาร์เธียส เพราะคงไม่ดีต่ออนาคตหน้าที่การงานของตนเป็นแน่
“มีน่ากลัวอยู่คนนึงครับ” อยู่ๆคามิวก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆต้องหันขวับมามองหนุ่มผมดำที่กำลังหลับตาทำสมาธิ “เควินอส หลานชายคนที่สองของวุฒิสมาชิกบาเร็ต ฝีมือดาบไม่เท่าไหร่แต่ว่าที่ประมาทไม่ได้ก็คือ อาวุธลับกับมนต์ดำที่เขาใช้ร่วมกัน”
เควินอสที่คามิวพูดถึงนั้นเป็นหนุ่มฉกรรจ์อายุมากกว่าเมอร์เคนเล็กน้อย ลักษณะภายนอกดูเป็นคนเฉยชาไม่โดดเด่นสะดุดตา เส้นผมสีฟางยาวประบ่าใบหน้าซูบซีดไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทว่าร่างกายสันทัดปราดเปรียวนั้นบ่งบอกถึงความคล่องตัว แม้เจ้าตัวจะดูเป็นคนเฉยๆ แต่ดวงตาสีดำคู่นั้นกลับวับวาวราวกับมีกองไฟสุม
“เขาสังกัดหน่วยสืบราชการลับ ธรรมดาจะประจำอยู่ชายแดนไม่ค่อยกลับมาที่โรแลนเซีย ท่านบาเร็ตคงจะเรียกตัวมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะสินะ” มิคาเอลล่าเองก็สนใจเควินอสอยู่เหมือนกัน ถึงเธอจะออกจากราชการแต่ก็ไม่ละเลยที่จะรับรู้ข่าวสารต่างๆ “ถ้าเขาเกิดเอาจริงขึ้นมาละก็ คามิวคงลำบากแน่ๆ”
“ต้องไปเตือนให้เขารู้ตัวไหมครับเนี่ย?” เอเดรียนเริ่มนั่งไม่ติดที่ เมื่อได้ยินคำพูดแสดงท่าทีวิตกกังวลของท่านย่าคนสวย
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หลานชายของข้าคงจะรู้ตัวอยู่แล้ว และที่สำคัญเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆที่จะต้องตามดูแลกันทุกฝีก้าวนะคะ” ท่านหญิงผมดำยิ้มพรายพลางดูการประลองที่เหมือนเด็กเล่นอย่างเบื่อๆ เพราะผีมือดาบของลูกหลานขุนนางเหลือขอพวกนั้นนอกจากห่วยแล้ว ช่างดูเหยาะแหยะน่ารำคาญในสายตาของอดีตราชองครักษ์หญิงเป็นอย่างยิ่ง “อ๊ะ! คามิวกำลังจะลงประลองกับหลานท่านบลูตัสแล้วละ”
ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกว่าที่ลงไปยืนรออยู่ในสนาม สวมชุดจอมเวททำด้วยผ้าไหมสีอ่อน ในมือมีคทาสีดำประดับด้วยมรกตเม็ดเขื่อง ซึ่งแค่ดูก็รู้ว่าราคงแพงระยับขนาดคนธรรมดาไม่มีวันได้เชยชม ใบหน้าหยิ่งยะโสมองคนด้วยหางตาทำท่าเหมือนผู้ดีที่รังเกียจสิ่งสกปรกยามเมื่อเห็นหนุ่มน้อยเดินเข้าประจำที่ แม้ยามที่คามิวโค้งคำนับตามมารยาทก่อนการประลอง ก็ไม่ได้สนใจจะโค้งตอบแม่แต่น้อย
“ต่อไปเป็นการประลองระหว่างท่านเซ็นติโน่จอมเวทอันดับหนึ่งแห่งหน่วยเกียรติยศและท่านคามิว เนื่องจากท่านเซ็นติโน่ใช้เวทโจมตีเป็นหลัก เราจึงต้องกางข่ายอาคมป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น” จอมเวทผู้ควบตำแหน่งกรรมการประกาศให้ผู้ชมได้รับทราบ พร้อมกับพยักหน้าให้จอมเวทที่คอยยืนระวังอยู่รอบสนามเริ่มร่ายมนต์ครอบลานประลองไว้ “เชิญทั้งสองท่านเริ่มได้แล้วครับ”
สิ้นเสียงกรรมการเซ็นติโน่ก็เริ่มขยับร่ายเวทด้วยเสียงอันดังก้องจนขนาดกรรมการยังผงะ ส่วนเจ้าหนูผมดำที่ยืนอยู่ใกล้กว่ากลับทำเฉยราวกับไม่ได้ยินการเอื้อนเอ่ยมนตราที่น่าเกรงขาม หนุ่มใหญ่ขี้อวดจึงยิ่งแผดเสียงให้ดังยิ่งขึ้นไปอีกขั้นจนแขกที่อยู่โดยรอบต้องยกมืออุดหูกันเป็นทิวแถว มรกตปลายคทาของเซ็นติโน่ส่องประกายวาววาม พร้อมกับบังเกิดกลุ่มหมอกและเกล็ดน้ำแข็งเย็นเฉียบจับตัวกันเป็นลิ่มขนาดใหญ่หลายอัน พวกมันพากันพุ่งเข้าใส่ร่างเพรียวที่ยังคงยืนนิ่งงันราวกับตกตะลึงปนอึ้งจนลืมหนี
ฉึกกก…!! ฉึกกก…!! ฉึกกก…!!
ลิ่มน้ำแข็งปักฉึกตรงตำแหน่งที่คามิวยืนอย่างแม่นยำราวจับวางท่ามกลางเสียงกรีดร้องของสาวๆ ทว่าที่ตรงนั้นไม่มีร่างของหนุ่มผมดำ เซ็นนิโน่รีบมองหาเพื่อล็อคเป้าโจมตีระลอกสอง แต่ก็ไม่ทันได้ร่ายเวทเพราะปลายดาบของคามิวมาจ่ออยู่ที่คอหอยของตนเสียแล้ว
“ขี้โกงนี่นา! ข้าใช้เวทในการประลอง เจ้าก็ควรใช้เวทเหมือนกันสิ” เซ็นติโน่เริ่มโวยวายหาเรื่องไม่ยอมแพ้ เพราะลุงของเขาสั่งมาว่าต้องเอาชนะให้ได้ ขืนแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้แสดงฝีมือเต็มที่คงเสื่อมเสียไปถึงหน่วยเกียรติยศต้นสังกัดด้วย “หรือว่าเจ้ามันอ่อนด้อยเลยไม่กล้าปะทะกับข้าด้วยอาคม”
“ข้าไม่เก่งเรื่องเวทมนต์นะครับ ก็เลยไม่อยากเสี่ยงเพราะอาจพลั้งมือทำให้ท่านบาดเจ็บได้” คามิวลดดาบลงพลางชี้แจงอย่างงุนงงกับกติกาประหลาดของเซ็นติโน่ ซึ่งฟังดูเหมือนจะยุติธรรมแต่มันก็ยังมีความลำเอียงอย่างบอกไม่ถูก “แต่ถ้าท่านต้องการแบบนั้น ข้าก็จะลองดู แต่ถ้าเกิดพลาดพลั้งไปข้าขออภัยล่วงหน้าก็แล้วกันครับ”
บลูตัสขุนนางเฒ่าได้ยินการสนทนานั้นชัดถนัดหู ตาแก่เจ้าเล่ห์ลอบยิ้มสบายใจเมื่อได้รู้ว่าเจ้าหนุ่มที่เป็นก้างขวางคอไม่เก่งด้านเวทมนต์ เมื่อกี้ตอนที่หลานชายของตนโดนดาบจ่อคอหอยนั้นเล่นเอาใจหายใจคว่ำ ไม่นึกว่าเจ้าเด็กบ้านั่นมันจะว่องไวร้ายกาจได้ขนาดนี้ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วว่องไวเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า ตำแหน่งผู้พิทักษ์ของคามิวได้มาด้วยความสามารถจริงๆ ซึ่งหากสู้กันด้วยฝีมือเชิงดาบละก็หลานชายของเขาคงแพ้หลุดลุ่ยเป็นแน่
.
ไอซ์ เบลดดด…!! เสียงตะโกนร่ายมนต์โจมตีที่เหมือนจะรัวเร็วกว่าเมื่อครู่ดังขึ้นขณะที่คามิวกำลังกลับเข้าประจำตำแหน่ง เพียงพริบตาที่หนุ่มผมดำหันหลังให้ เซ็นติโน่ก็แอบร่ายเวทรอไว้แล้วโจมตีใส่แบบไม่ทันตั้งตัว ลิ่มน้ำแข็งเรียวแหลมกว่าเมื่อครู่นี้พุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดา พาให้ผู้ชมตกใจลุ้นตัวโกงจนบางคนถึงขนาดลุกพรวดขึ้นยืนเพื่อดูเหตุการณ์ให้ชัดถนัดตา ...โดยเฉพาะเมอร์เคนที่รู้ดีที่สุดว่ารุ่นน้องคนโปรดใช้เวทโจมตีไม่เป็น...
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคนในที่แห่งนั้น เหมือนเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ลิ่มน้ำแข็งเรียวแหลมที่กำลังจะเสียบเข้าสู่แผ่นหลังของเป้าหมายพลันหยุดชะงักราวกับถูกมือล่องหนจับเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยๆสลายกลายเป็นไอเย็นล่องลอยปะปนกับอากาศภายในข่ายอาคม และมันกำลังเพิ่มดีกรีความหนาวเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนจอมเวทขี้โกงรู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางภูเขาหิมะไม่มีผิด
"ถ้าไม่อยากบาดเจ็บสาหัสละก็ ขอแนะนำให้ท่านร่ายเวทคุ้มครองตัวเองไว้ก่อนจะดีกว่า” คามิวค่อยๆหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ท้าทาย ดวงตาสีทองของหนุ่มน้อยในยามนี้วาวโรจน์ดุจเปลวเพลิงแสดงออกถึงอำนาจอันไม่ธรรมดา คามิวไม่ได้โกรธเคืองอะไรทว่าพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างกำลังเต้นเร่าร่ำร้องหาอิสรภาพ “ข้าไม่เคยใช้เวทโจมตี แต่ในเมื่อท่านเรียกร้องขนาดนี้ คงต้องขอลองใช้ดูสักครั้งละ”
ครืนนน…!! เปรี๊ยะ…! เปรี๊ยะ…! เปรี๊ยะ…! เพล้งงง…!!
ตาเฒ่าบลูตัสถลันลุกพรวดขึ้นมายืนเบิกตาจนแทบถลนตกใจสุดขีดกับภาพตรงหน้า รอบด้านพากันเงียบกริบไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง สนามหญ้าที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นทุ่งหิมะขาวละออ ประกอบฉากให้กับประติมากรรมจอมเวทแช่เย็นที่ยืนแข็งเป๊กอยู่ในน้ำแข็งก้อนโต พร้อมกับข่ายอาคมที่แตกโพล๊ะปลดปล่อยไอเย็นเผื่อแผ่ให้ผู้ชมรอบข้างได้พากันหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
“ฮัดเช่ย… เซ็นติโน่!? เฮ้ย พวกเจ้ามัวเฉยอยู่ทำไมกันล่ะ รีบช่วยหลานข้าเร็วๆเข้าสิ”
บลูตัสได้สติคืนมาเพราะหวัดเริ่มถามหาหลังจากยืนอึ้งไปหลายวินาที ตาแก่เจ้าเล่ห์ตาลีตาเหลือกร้องบอกให้เหล่ากรรมการจอมเวทที่มัวแต่ตะลึง เพราะนึกไม่ถึงว่าข่ายอาคมของพวกตนจะแตกง่ายถึงเพียงนี้ ให้รีบทำหน้าที่ช่วยเหลือหลานรักของตน เพราะขืนชักช้าคาดว่าเซ็นติโน่อาจจะได้ลงหลุมในสภาพศพแช่แข็งเป็นแน่
วุฒิสมาชิกอาวุโสทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง คิ้วขมวดยุ่งจนรอยย่นบนใบหน้ายับยู่เป็นร่องลึก ทั้งยังแดงจัดด้วยความโกรธและอับอาย แค่หลานชายพ่ายแพ้ก็เสียหน้าจะแย่อยู่แล้ว หากต้องมาตายเพราะโดนกรรมตามสนองคงมีแต่คนสมน้ำหน้า แถมตัวเองก็จะโดนครหานินทาจนไม่อาจโผล่หน้าเข้ามาในวังได้อีกต่อไป ฝ่ายหนุ่มผมดำที่ประลองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเดินกลับเต็นท์ที่พักของตัวเอง โดยมีเสียงกรี๊ดกร๊าดและสายตาอันเร่าร้อนของสาวๆส่งตามหลังมา ...ทว่าเสียงเอะอะที่เริ่มดังลั่นในสนามประลองทำให้คามิวต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง...
“เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? ทำไมน้ำแข็งไม่ยอมละลายล่ะ? ถ้าไม่รีบช่วยท่านเซ็นติโน่ออกมาละก็เขาคงไม่รอดแน่” กรรมการจอมเวทหน้าซีดเผือดเมื่อพบว่า อาคมของตนไม่สามารถสลายเวทของเด็กหนุ่มท่าทางอ่อนหัดได้ “ท่านคามิวอย่าเพิ่งไป! ท่านต้องกลับมาแก้อาคมช่วยท่านเซ็นติโน่ก่อนนะครับ”
“เอ้อ…” หนุ่มน้อยผมดำขมวดคิ้วพลางยกมือเกาต้นคอตัวเองยิกๆ ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกไม่เต็มเสียงไปว่า “จะแก้อาคมต้องทำยังไงเหรอครับ? ข้าทำไม่เป็นหรอก”
ช่างเป็นคำตอบที่ชวนโมโหยิ่งนักสำหรับกรรมการจอมเวทที่กำลังร้อนใจ จนเกือบฉุดขาดส่งเสียงตวาดกลับไปอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นหน้าซื่อๆตาใสๆบ่งบอกความไม่รู้ของเด็กหนุ่มที่เดินกลับมาหา ก็จำต้องระงับความขุ่นข้องเอาไว้ เพราะเจ้าตัวก็บอกแต่แรกแล้วว่าไม่ถนัดการใช้เวทมนต์ ซึ่งมันช่างค้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนยากที่จะทำใจให้เชื่อว่านี่คือการใช้อาคมของพวกมือใหม่
“ข้าจะสอนวิธีสลายเวทให้ก็แล้วกัน ท่านลองทำตามดูนะ” กรรมการจอมเวทเริ่มเครียดจัดจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนจนเห็นได้ชัด เพราะการเรียนเวทมนต์มันต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างน้อยก็ต้องทบทวนจนแน่ใจ แต่นี่สอนกันสดๆจะหวังผลได้แค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเกิดลูกหลานขุนนางบ้าอำนาจพวกนี้เป็นอะไรไปจริงๆละก็ อย่าว่าแต่ตกงานเลย อาจจะต้องติดคุกหัวโตก็เป็นได้ “พอจะจำได้มั้ยครับ หรือจะให้ข้าเขียนให้ท่องดี…กว่า…!!?”
พูดไม่ทันจบกรรมการจอมเวทก็มีอันต้องตาเหลือกรอบสอง เมื่อน้ำแข็งก้อนโตสลายวูบไปเกือบทันทีที่มือของหนุ่มผมดำสัมผัสโดน ปลดปล่อยร่างของเซ็นติโน่จอมเวทขี้โกงผู้แสนจะโชคร้ายลงไปนอนหงิกสั่นงกๆอยู่กับพื้นหญ้าเปียกชุ่ม แต่ว่ากรรมการจอมเวทยังข้องใจเพราะหูก็ไม่ได้หนวกซะหน่อยน่าจะได้ยินเสียงร่ายเวท ไม่ใช่สิ… เพิ่งท่องให้ฟังเมื่อกี้แค่รอบเดียวยังไม่ทันได้ทบทวนเลยด้วยซ้ำ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
“สงสัยว่าอาคมที่ท่านร่ายไว้คงเพิ่งสำแดงฤทธิ์ ในเมื่อทุกอย่างคลี่คลายแล้วข้าขอตัวก่อนละครับ”
คามิวหันมาเห็นสีหน้ากรรมการจึงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมออกเสียงร่ายเวทอีกแล้ว เลยพยายามหาทางกลบเกลื่อนพร้อมกับรีบเดินกลับเข้าเต้นท์ที่พัก ราวกับต้องการจะหนีปัญหาที่กำลังจะตามมาในอีกไม่ช้า และก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิดเพราะตอนนี้เกิดความวุ่นวายประหนึ่งเกิดจลาจลในหมู่ผู้เข้าประลอง คนที่ว่าจะไม่ลงทดสอบฝีมือดันเกิดนึกสนุกอยากเข้าร่วมด้วย ส่วนคนที่รู้ตัวว่าอาจจะมีจุดจบแบบศพไม่สวย ก็พากันล่าถอยขอถอนตัวไปนั่งดูอยู่ขอบสนามแทน
งานแลกเปลี่ยนทัศนคติสนุกๆแบบฉันท์มิตรจึงได้เปลี่ยนไปเป็นการประลองเต็มรูปแบบในทันที บัดนี้ ผู้ที่รอต่อคิวทดสอบฝีมือกับคามิวไม่ใช่พวกจอมปลอมอย่างลูกหลานขุนนางงี่เง่าอีกต่อไป แต่เป็นบรรดาของจริงที่มีตำแหน่งประจำตามกรมกองสำคัญของราชสำนัก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีอีกสามคนที่ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์ที่ว่า …ด้านได้อายอด… เพราะเป้าหมายที่เล็งไว้นั้นมันคุ้มค่าเพียงพอที่จะเอาชื่อเสียงของตนไปเสี่ยง ถึงแม้พ่ายแพ้หน้าแตกกลับมาก็ยังเท่าทุน ...แต่ถ้าหากเกิดฟลุ้คชนะขึ้นมาละก็ งานนี้มันจะยิ่งกว่าหนูตกถังข้าวสารเสียอีก...

"เนื่องจากมีผู้ประสงค์จะประลองกับท่านคามิวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งท่านเหล่านั้นไม่ยินยอมจะแข่งขันกันเพื่อคัดเลือกตัวแทน ดังนั้นจึงจับสลากเพื่อเรียงลำดับก่อนหลังเรียบร้อยแล้ว โดยจะให้อีกสามท่านที่มิได้ถอนตัวได้ลงประลองก่อนครับ และจะยุติทันทีในกรณีที่ท่านคามิวพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บ”
กรรมการจอมเวทได้โอกาสออกมาชี้แจงแถลงไขหลังจากวุ่นวายจัดคิวแบบไม่ค่อยจะลงตัวนัก เนื่องจากผู้สมัครแต่ละคนรู้ตื้นลึกหนาบางกันดีอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบฝีมือให้ยุ่งยาก แถมยังยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าต้องการประลองกับคามิวเท่านั้น พวกเขาไม่รีบร้อนอะไรและยินดีจะรอให้อีกสามคนที่เล็งชัยชนะได้ลงประลองก่อน
“แหม หลานชายท่านมิคาเอลล่านี่คมในฝักจริงๆนะครับ” มาร์ควิสลัสเตอร์เอ่ยชื่นชมคามิวทว่าสีหน้าที่เย็นชาและแววตากลับปรากฏความยุ่งยากใจให้เห็น ถึงจะมั่นใจในฝีมือของอลิสแตร์ลูกชายของตนซึ่งมีความเก่งกล้าสามารถขนาดปราบการ์เดี้ยนได้ก็ตาม แต่การต่อสู้ด้วยเวทเมื่อครู่นี้มันออกจะผิดคาดไปมากจนน่าหวั่นใจ “หลานท่านมาร์ควิสแกรนท์ก็เป็นจอมเวทเช่นกัน เท่าที่จำได้เขาใช้เวทธาตุไฟ ไม่ทราบว่าหลานท่านจะสู้ไหวหรือเปล่า?”
“ไม่ทราบสิคะ เรื่องนี้คงต้องถามท่านอาจารย์ใหญ่ของสำนักปราชญ์ราเชลค่ะ” ท่านย่าคนสวยยิ้มแย้มตอบกลับไปแบบนิ่มๆ นึกสมเพชเวทนาพวกขุนนางขี้อวดที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองจนพลาดข่าวสำคัญไปมากมาย “เห็นท่านทิวลีนบอกว่าการเรียนก้าวหน้าไปมากพอสมควร คงพอสู้ได้ละมั้งคะ”
“หลานของท่านเข้าเรียนที่กรุนเบอร์เรียไม่ใช่หรือครับ!?” คิ้วของลัสเตอร์กระตุกวูบแต่ก็ทำสีหน้าเป็นปกติในครู่ต่อมา เมื่อได้รู้ว่าคามิวเป็นศิษย์สำนักปราชญ์ราเชล เสนาบดีการคลังรู้แต่เพียงว่าในบรรดาลูกสองคนของจอมเวทสาวแห่งราชสำนักนั้น มีแต่ลูกสาวที่ชื่อรินเซ่ที่เหมือนจะถ่ายทอดความสามารถมาจากมารดา ทว่าลูกชายนั้นโดดเด่นด้านเชิงดาบมากกว่าถึงได้เจาะจงเลือกประลองด้วยเวทมนต์เพื่อให้ฝ่ายตนได้เปรียบ ”เห็นใครๆลือกันว่าหลานท่านใช้เวทมนต์ไม่เป็นนี่นา แล้วเป็นศิษย์สำนักปราชญ์ราเชลได้ยังไงกัน”
“เขายังไม่ได้สอบเข้าอย่างเป็นทางการค่ะ เพราะว่าอยู่ๆพลังของเขาก็ตื่นขึ้นมา แถมรุนแรงเกินกว่าจะควบคุมได้ด้วยตัวเอง ก็เลยต้องไปรบกวนท่านอาจารย์ใหญ่แห่งราเชลให้ช่วยดูแลเท่านั้นเองค่ะ” ท่านย่าคนสวยยังคงยิ้มหวานส่งให้พลางยกชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ แต่ยังไม่วายทิ้งท้ายให้คนฟังต้องรู้สึกหนาวเยือก “ถึงตอนนี้ก็ยังควบคุมพลังได้ไม่ค่อยดีนัก คู่ต่อสู้ก็เลยบาดเจ็บสาหัสอยู่เป็นประจำจึงโดนท่านอาจารย์ห้ามใช้เวท แต่ลูกหลานของพวกท่านออกจะเก่งกาจขนาดนั้นคงไม่ถึงตายมั้งคะ”
เหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์พากันเหลียวมองหน้า เพราะได้ยินคำเปรยของมิคาเอลล่าโดยทั่วถึง นึกเจ็บใจที่แผนการณ์ที่อุตส่าห์วางมาอย่างแนบเนียนของพวกตนทำท่าจะล้มเหลว ทั้งที่คาดหวังกับลูกหลานที่มีความสามารถโดดเด่นและเห็นว่าเหมาะสมกับบัลลังก์ทอง แต่หอกข้างแคร่ที่เคยคิดว่าเป็นเพียงแค่ไม้ท่อนเล็กๆแสนเปราะบางจะหักทำลายเมื่อไหร่ก็ได้นั้น ...มันกลายเป็นเหล็กกล้าเนื้อดี แถมยังแหลมคมถึงขนาดบาดเข้าเนื้อผู้ใดก็ตามที่หาญกล้าไปแตะต้อง...
เมื่อเห็นเซ็นติโน่ผู้เข้าชิงตำแหน่งต้องเดี้ยงหนักถึงขนาดเพ้อไม่ได้สติถูกหามไปรักษากันอย่างทุลักทุเล ไมเลสหนุ่มใหญ่ผู้ท้าชิงรายที่สอง ซึ่งเป็นหลานชายของมาร์ควิสแกรนท์อดีตเสนาบดีการคลัง กลับรู้สึกสมน้ำหน้าเพื่อนร่วมกรมกองเพราะเขาทั้งสองต่างก็ชิงที่หนึ่งกันอยู่ พลางคิดว่า ...นี่คือโอกาสงามในการก้าวสู่ความเป็นใหญ่ทั้งในตำแหน่งหน้าที่และอนาคต...
ส่วนมาร์ควิสแกรนท์เริ่มเหงื่อตกนั่งไม่ติดที่ นึกอยากจะไปเตือนหลานชายไม่ให้ประมาทก็ทำไม่ได้ เพราะเต้นท์ที่พักมันอยู่กันคนละฟากสนาม ห่วงก็ห่วงเพราะลูกชายของตนอายุสั้นจึงมีไมเลสคนนี้เป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียว หากเกิดพลาดพลั้งบาดเจ็บพิการหรือล้มตายไปจริงๆตระกูลแกรนท์คงหมดสิ้นผู้สืบทอด ครั้นจะขอร้องให้คู่แข่งออมมือให้ก็ยิ่งยากทำใจ เพราะเคยดูถูกดูแคลนเอาไว้มากมาย ที่สำคัญผู้ร่วมอุดมการณ์คนอื่นคงไม่ยอมให้ถอนตัวเป็นแน่
ขณะที่คนเป็นปู่กำลังพะว้าพะวังเป็นห่วงหลานชาย คุณย่ายังสวยก็แอบหัวเราะขำเหล่าผู้เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่พากันออกอาการโดยทั่วหน้า จะมีก็แต่มาร์ควิสลัสเตอร์ที่ยังคงรักษามาดหยิ่งทรนง และวุฒิสมาชิกบาเร็ตอีกคนที่มั่นใจในฝีมือของเควินอสผู้เป็นหลาน ที่ยังคงนิ่งเฉยอยู่ได้
“ท่านไมเลสจอมเวทแห่งหน่วยเกียรติยศ ท่านคามิว เชิญลงสนามได้ครับ” กรรมการจอมเวทดำเนินการประลองต่อเมื่อจัดการเคลียร์สนามเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มพรรคพวกที่จะมาช่วยกันสร้างเขตอาคมให้แข็งแกร่งกว่าเดิม เพราะเกรงผู้ชมจะได้รับแจกความซวยหากเกิดผิดพลาดขึ้นอีก ทั้งยังต้องเตือนคนที่บอกว่าไม่ถนัดเวทมนต์ให้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฏอีกด้วย “ท่านคามิว! กรุณานำสื่อเวทของท่านออกมาใช้ด้วยนะครับ”
“เอ้อ… สื่อเวทของข้าน่ะเหรอครับ?” เป็นอีกครั้งที่คามิวรู้สึกลำบากใจเป็นที่สุด หนุ่มน้อยแอบเบือนหน้าไปมองท่านย่าคนสวยเพื่อขอความเห็น เพราะการอัญเชิญสื่อเวทตัวจิ๋วมาเหนื่อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ แทนที่จะจบลงแบบเจ็บกันนิดหน่อย อาจจะเพิ่มดีกรีสาหัสจนกลายเป็นพังพินาศทั้งแถบก็เป็นได้
“เป็นถึงลูกชายหัวหน้าจอมเวทแห่งราชสำนักทั้งที สื่อเวทของเจ้าคงไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไปสินะ เอามาโชว์กันหน่อยจะเป็นไรไปล่ะ” ไมเลสก้าวลงสู่สนามในชุดจอมเวทสีแดงเพลิง พร้อมด้วยคทายอดทับทิมเม็ดเป้งสีแดงเข้ม อัญมนีที่ใหญ่ขนาดนั้นย่อมมีอำนาจแรงกล้าสมราคาที่ไม่ธรรมดาของมันเป็นแน่ “ไม่ต้องอายหรอก ข้าเข้าใจดีว่าตระกูลของเจ้าน่ะสมถะแค่ไหน”
“ท่านคามิว! ไม่ต้องเกรงใจใครหรอกค่ะ เรียกสื่อเวทของท่านออกมาใช้เลยค่ะ”
เสียงร้องเชียร์ที่เจือกระแสไม่พอใจดังขึ้นจากทิศตรงข้ามกับที่นั่งผู้ชม มันเป็นเสียงของคนที่วางตัวสุขุมเจ้าระเบียบที่สุดมาตลอด แต่พอได้ยินคำสบประมาทของเจ้าคนโอหังชุดแดงเข้าเท่านั้น คุณแม่นมจอมเฮี้ยบที่น่าจะมาเพื่อควบคุมความประพฤติของหนุ่มน้อยผมดำ กลับรู้สึกโกรธจัดจนยั้งไว้ไม่อยู่ นึกอยากให้คามิวสั่งสอนพวกไม่เจียมตัวให้หนักจะได้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียที
เอเดรียนซึ่งยังงงจับต้นชนปลายไม่ถูกก็ได้แต่เหลียวมองท่านหญิงที่นั่งข้างๆ มิคาเอลล่าพยักหน้าเป็นเชิงอนุมัติให้คามิวนำอาวุธสุดยอดออกมาใช้งานได้ เพราะถึงจะเคยเห็นฤทธิ์เดชของฟาร์ฟาร์น้อยมาแล้วก็เถอะ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าจะร้ายกาจอะไรมากมาย เหมือนที่พ่อหลานชายกำลังกลัวจนหน้าเบ้อยู่ตอนนี้
“ในเมื่อท่านไมเลสอยากเห็นสื่อเวทของหลาน ก็เรียกมาใช้เถอะ” ท่านย่าคนสวยเองก็เริ่มเซ็งกับความอวดดีของลูกหลานขุนนางไฝ่สูงเต็มที ทั้งนึกอยากจะให้การประลองไร้สาระนี้จบโดยไว เลยยอมให้คามิวจัดการได้เต็มที่ “เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทุกท่านในที่นี้ แสดงฝีมือให้เต็มที่ก็แล้วกันนะ”
“ก็ได้ครับ…” หลังถอนหายใจเฮือกใหญ่ คามิวที่รู้สึกหวั่นๆก็ต้องทำใจกล้าเพื่อเรียกภูตพิทักษ์ซึ่งควบหน้าที่สื่อเวทออกมาโชว์ตัว พร้อมทั้งแอบหวังว่าการ์เดี้ยนจอมเจ้าเล่ห์คงไม่นึกเฮี้ยน ถึงขนาดตามออกมาสร้างความปั่นป่วนในคราวเดียวกัน “ท่านฟาร์ฟาร์ ขอรบกวนออกมาช่วยข้าหน่อยเถอะครับ”
“ข้ารอให้เรียกอยู่นานแล้วนะ เจ้าหนูคามิว!” สาวน้อยตัวจิ๋วในชุดโกธิคปริ๊ซเซสสีดำสลับขาวปรากฏร่างออกมาอย่างว่องไวจนคนเรียกตกใจ ใบหน้าหวานที่คล้ายเจ้านายของเธอหงิกงอแสดงถึงความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง และพร้อมที่จะอาละวาดกับใครก็ตามที่บังอาจมาท้าทาย “จะลงมือกันรึยังล่ะ ข้าอยากจะเห็นนักว่าไอ้สื่อเวทล้ำค่าพวกนั้นน่ะมันจะเจ๋งสักแค่ไหน”
“เอ้อ…ท่านมิคาเอลล่า นั่น…หรือว่า…” ดยุคเอเดรียนซึ่งคุ้นเคยกับความแปลกประหลาดของคามิวเป็นอย่างดี ยังอดตกใจไม่ได้ เพราะสิ่งที่ได้เห็นกับตาตอนนี้มันช่างแตกต่างและห่างไกลจากคำว่าปกติธรรมดาเหลือเกิน “เนี่ยนะ สื่อเวทของคามิว?”
ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะพวกที่เคยนึกดูถูกดูแคลนว่าตระกูลผู้ดีที่แสนจะทำตัวติดดินอย่างทีเอเนีย คงจะไม่ลงทุนหาของแพงให้หลานใช้ ยิ่งพวกสี่ขุนพลผู้นำแผนกำจัดก้างขวางคอต่างอึ้งตะลึงจนพูดไม่ออกเป็นแถวๆ ส่วนกรรมการจอมเวทที่พอจะมีความรู้อยู่บ้างก็ได้ตาเหลือกจนเกือบถลนออกนอกเบ้าเป็นครั้งที่สามของวัน เมื่อได้เห็นของหายากระดับตำนานอย่างภูตพิทักษ์ตัวเป็นๆมาบินอวดโฉม แถมพูดจาโต้ตอบกันรู้เรื่องอยู่ต่อหน้าเช่นนี้
“ไม่น่าเชื่อ นี่เจ้าไปหาของแบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย!?” ท่าทางไมเลสคงจะมีความรู้อยู่บ้างถึงได้ดูออกว่า สาวน้อยตัวจิ๋วที่แสนน่ารักราวกับตุ๊กตานั้นคืออะไร ความอยากได้อยากมีให้เหนือกว่าคนอื่นซึ่งเป็นนิสัยพื้นฐาน ทำให้เริ่มออกอาการตาลุกวาว “เอาอย่างนี้ดีมั้ย ถ้าข้าชนะละก็ ขอสื่อเวทในร่างภูตตัวนั้นให้ข้าก็แล้วกันนะ”
จู่ๆกระแสคุกคามรุนแรงเข้าจู่โจมจอมเวทชุดแดงจนเข่าอ่อนทรุดลงทันทีที่พูดจบ ดวงตาสีทองส่องประกายกร้าวจับจ้องไมเลสราวกับจะแทงหัวใจให้ทะลุ ยังโชคดีที่มีข่ายอาคมป้องกันครอบคลุมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคนข้างนอกอาจร่วงกันระนาว เพราะแรงกดดันอันไม่ธรรมดาซึ่งแผ่กระจายออกมาจากตัวของหนุ่มน้อยผมดำ
“ฟาร์ฟาร์ไม่ใช่ของเล่นที่จะยกให้ใคร! อย่าพูดแบบนั้นให้ข้าได้ยินอีก!” แม้คามิวพยายามควบคุมอารมณ์ แต่ก็ยังคงปรากฏความกระด้างอยู่ในน้ำเสียง และเป็นครั้งแรกที่ใครหลายคนได้สัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทรงอำนาจเหนือผู้อื่นอย่างชัดเจน
“ใจเย็นๆไว้เจ้าหนูคามิวของข้า จงควบคุมอารมณ์ให้ดีอย่าปล่อยให้ไกเซอร์ครอบงำสิ”
ภูตพิทักษ์ร่างจิ๋วร่อนลงบนบ่าด้านขวา พลางใช้มือเล็กๆลูบแก้มเจ้านายน้อยที่กลายเป็นคนโมโหง่าย เพราะมีเจ้าการ์เดี้ยนตัวแสบแฝงอยู่ในร่าง พลังที่ยังไม่ได้ปรับให้เข้ากันโดยสมบูรณ์นั้นส่งผลกระทบกับอารมณ์ความรู้สึกโดยตรง ทำให้คนที่มีความอดทนสูงอย่างคามิวกลายเป็นพวกจุดเดือดต่ำไปเสียแล้ว
“ฮึ่มมม… อะไรที่ข้าต้องการ ข้าก็ต้องเอามาให้ได้” หนุ่มใหญ่ในชุดจอมเวทสีแดงโมโหสุดขีด เพราะรู้สึกเหมือนถูกเด็กเมื่อวานซืนหยามเกียรติซึ่งๆหน้า “บังอาจทำให้ข้าเสียหน้าดีนัก แกไม่ตายดีแน่เจ้าเด็กโอหัง!”
ไมเลสร่ายเวทด้วยเสียงอันดังก้องราวกับจะข่มขวัญคู่ต่อสู้ พร้อมทั้งสร้างลูกไฟสีแดงจัดจ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาหลายลูก ขณะลอยวนเวียนรอบตัวจอมเวทชุดแดงพวกมันก็ทวีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ จนต้นหญ้าภายในสนามประลองเหี่ยวเฉาแห้งตาย และบางส่วนถึงกับมีไฟลุกไหม้ให้เห็นชัดเจน ความร้อนที่อัดแน่นอยู่ในเขตอาคมบิดเบือนภาพให้พร่ามัว จนคนข้างนอกเริ่มเอะอะโวยวายเพราะเห็นเหตุการณ์ไม่ชัด ...โดยเฉพาะมาร์ควิสแกรนท์ที่ลุ้นระทึกจนแทบลืมหายใจไปแล้ว...
เปรี๊ยะ…!! เปรี๊ยะ…!! เพล้งงง…!!
ในที่สุดเกราะเวทเขตอาคมที่กรรมการจอมเวทเพิ่มความแข็งแกร่งก็แตกโพล๊ะอีกครั้ง ความร้อนและเปลวเพลิงจากเวทธาตุไฟซึ่งเคยถูกกักไว้ภายใน พุ่งทะลักเข้าใส่ทุกสิ่งที่อยู่รายรอบอย่างเกรี้ยวกราด เหล่าจอมเวทที่รับหน้าที่คอยระวังภัยร่ายมนต์เข้าต่อต้าน แต่ดูเหมือนน้ำน้อยจะพ่ายแพ้ เพราะจอมเวทแค่หยิบมือคงป้องกันพระเพลิงที่โหมกระหน่ำทำลายทุกทิศทางได้ไม่ทั่วถึง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของคนที่ลนลานหนีดังประสานกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ หลายคนมัวแต่ตกใจกลัวจนลุกไม่ขึ้น และกำลังจะถูกเผาทั้งเป็นจากลูกไฟที่ไร้การควบคุม
ทว่าอยู่ๆความร้อนดุจตกนรกก็หายวับไปไม่เหลือแม้อณูของเปลวไฟที่เคยลุกลาม ทุกสิ่งสงบนิ่งราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย คนที่วิ่งหนีตายจนล้มลุกคลุกคลานค่อยๆรู้สึกตัวและหันกลับมามอง แต่สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าพวกเขาไม่ได้ฝันกลางวัน คือภาพลานประลองที่แห้งเกรียม ...รวมทั้งซากอะไรบางอย่างที่หงิกงอดำเป็นตอตะโก กองอยู่แทบเท้าของหนุ่มผมดำที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6053 ไร้เงา (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 12:09
    คามิลตืบมันเลยอย่าเอาไว้.....มันน่า.....จิงๆๆๆๆก้ากๆๆๆ
    #6,053
    0
  2. #5928 dlky (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 22:55
    หวาาาาาาาาาาาาา

    ถ้าตายไปคามิลไม่ต้องมารับผิดชอบคอยจองศาลาให้หรอเนี่ย
    #5,928
    0
  3. #5318 ตะวันแห่งราตรี (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 00:01
    ท่านคามิวสติแตก อืม..ดูเหมือนท่านฟาร์ฟาร์ผู้น่ารักก็ยัวะจัด เหมือนกันนะครับเนี่ย
    #5,318
    0
  4. #4915 ShdW (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 17:11
    ชอบอ่า อัพเยอะๆๆน้า
    #4,915
    0
  5. #4638 ~*>> IN (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กันยายน 2553 / 17:18
    เง้อ   โหดหลาย   O[]ollll

    คามิวเปลี๊ยนไป   คามิวเปลี๊ยนไป

    ....ว่าแต่   จะถึงตายไหมนั่น

    ไหม้ซะขนาดนั้น   - -*
    #4,638
    0
  6. #4548 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 22:11

    คามิวจุดเดือดต่ำ แต่เท่ ซากที่กองอยู่ตายหรือเปล่าหว่า??? น่าเอาให้ตาย
    หมั่นตับ(ไส้)อลิสแตร์ดีแต่คุย ถ้ามีการ์เดี้ยน ของในโบราณสถานมันต้องไม่ธรรมดา....ระวังเหอะ

    #4,548
    0
  7. #4400 loli (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2553 / 00:34
    คามิวเท่ห๋อ่ะ
    #4,400
    0
  8. #4371 jungraibank (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 19:10

    เกรียมซะ = =

    #4,371
    0
  9. #4370 RayGuard (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 11:10
    เอ้อ....ฆ่าไปแล้วหรืจ๊ะหนูคามิว แบบนี้เรื่องมันจะไม่จบง่ายๆเอานะนั่น 

    เล่นฆ่าลูกขุนนางระดับสูงแบบนั้นอ่ะ
    #4,370
    0
  10. #4369 เคน (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 02:43
    ค้างๆๆๆ ต่อๆๆๆๆๆๆ





    คามิวสู้ๆ



    #4,369
    0
  11. #4368 IEasYI (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 01:06
    เกรียมเลย?

    นึกว่าจะแค่กรอบนอกนุ่มใน

    อย่างว่า ไปยั่วโมโหคามิวเองเนาะ

    ก๊ากๆ กลายเป็นซากไปซ้า
    #4,368
    0
  12. วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 01:01
     สงสัยงานนี้ไม่ต้องเผาเอาไปโปรยอังคานเลยมั่งนะ
    #4,367
    0
  13. #4366 yukiyuki (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 00:20
    ซากนั่นใช่ไมเลสหรือเปล่าอ่ะ พวกที่รออยู่จะเปลี่ยนใจมารุมแทนหรือเปล่านี่ ส่วนที่เคยปราบการ์เดี้ยนน่ะระวังนะโม้หรือเปล่าเจอการ์เดี้ยนแบบไกเซอร์จะไม่มีโอกาสถอนตัวแบบมีชีวิต งานนี้มีหวังปราสาทจะไม่เหลือซาก
    #4,366
    0
  14. #4365 เวนีล่า (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 22:34
    คามิวจัดการพวกไม่เจียมบอดี้เลยคะ!
    #4,365
    0
  15. #4364 Lux51Forever (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 21:59
    เตรียมโลงไว้ได้เลยเจ้าพวกไม่เจียมทั้งหลาย

    ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร

    ชิ!! ริอาจมาท้าคามิว

    เอาให้แหลกเลย หน้าแตกกันเป็นแถวๆ

    อึ๋ย โมโหๆๆๆ คามิวสั่งสอนพวกทั้งเลย

    รอตอนต่อไปนะค่ะ ^^
    #4,364
    0
  16. #4362 Steelmind (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 21:01
    เหลือซากไว้ทำไม
    เจี๋ยนมันซะ!!
    #4,362
    0
  17. #4361 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 19:59

    คามิวกะฟาร์ฟาร์เมพอยู่แล้นนน

    เตรียมตัวเตรียมโลงไว้เหอะ ฆ่ามานรุยที่รัก 555555

    #4,361
    0
  18. #4360 focus (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 19:20
    555+ เมพจริงๆ
    #4,360
    0
  19. #4359 MaLiLeeN (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 19:15
    55555555 สะใจจังวุ๊๊ยย
    #4,359
    0
  20. #4357 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 17:28
    เหอๆๆ ไม่รู้ว่าคามิวเมพซะแล้ว บังอาจมาเล่นกับฟาร์ฟาร์ รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ
    #4,357
    0
  21. #4356 php7022 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 17:06

    ถูก ฌาปนกิจ เรียบร้อยเลยสินะนั่นน่ะ

    #4,356
    0
  22. #4355 music1 (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 16:08
    เอ่อเกิดอะไรก็ล่ะเนี่ย
    อย่าบอกนะว่าไมเลสเป็นตอตะโกนั่น
    สะใจจริงเลย
    บังอาจมายุ่งกับท่านฟาร์ฟาร์ และก็คามิว 555+
    #4,355
    0
  23. #4354 kwangtung (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 15:58
    เกิดเหตุ อันใดขึ้นละนี่
    รอตอนต่อไป

    ^^
    #4,354
    0
  24. #4353 inasba (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 15:48

    สมน้ำหน้าไมเลส หวังสูงและดูถูกคนอื่นเจอคามิวสั่งสอนไปชะ

    #4,353
    0
  25. #4352 laiza (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 12:57
    ได้เวลาโชว์เทพอีกแล้วคามิว
    #4,352
    0