วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 91 : งานเลี้ยงอลวน(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ขอโทษที่มาช้านะคะ  พอดีงานเข้าสาหัสมากเลยค่ะ  ตอนหน้าสัญญาว่าคงไม่ช้า เพราะเข้าฉากสู้น่าจะไวมากๆละค่ะ
**++**++**++**++**


ยามเช้ามาเยือนไวเหมือนโกหก ยิ่งกับคนที่เพิ่งได้นอนเมื่อค่อนรุ่งนั้นรู้สึกราวกับเพิ่งหลับตาไปแค่ไม่กี่วินาที แม้ท้องฟ้าจะแจ่มใสกระจ่างเป็นสีครามสวย แต่มันช่างสวนทางกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวในเวลานี้ เพราะคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ดันแวบหายไปนอนหลับสบายส่วนตัวบนโซฟาตัวใหญ่แทน
"ตอนแรกก็หลับอยู่ดีๆหรอก แต่ท่านพี่เอเดรียนกับรุ่นพี่เมอร์เคนนอนดิ้นกันเหลือเกินนี่นา" คามิวพูดขึ้นมาระหว่างที่ทั้งสามกำลังนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน และแน่นอนว่าจะต้องมีคุณฟีเลียคอยถือไม้อาญาสิทธิ์ยืนประกบอยู่ไม่ห่าง "ผมก็เลยต้องลี้ภัยไปนอนบนโซฟาแทน ไม่งั้นคงนอนไม่หลับแน่ๆ"
นับเป็นโชคดีของคนนอนดิ้น ที่เตียงมันกว้างพอจะให้ล่าอาณาเขตกันได้อย่างสบาย แต่บริเวณตรงกลางเตียงนั้นกลับมีอันตรายจากการกระทบกระทั่งกัน ก็เลยจำเป็นต้องหอบหมอนและผ้าห่มไปหามุมสงบ ไม่งั้นอาจจะต้องเจ็บตัวจากแขนขาที่ปัดป่ายกันสุดเหวี่ยง อย่างไม่เกรงอกเกรงใจเจ้าของเตียงเอาเสียเลย
"อีกสักครู่หม่อมฉันจะให้ท่านคามิวอ่านและศึกษาราชประเพณีรวมทั้งประวัติศาสตร์ราชวงศ์ ทั้งสองท่านเชิญพักผ่อนกันไปก่อนนะคะ หลังอาหารกลางวันเราจะเริ่มการฝึกมารยาทในการเข้าสังคมชั้นสูงกันค่ะ ถึงตอนนั้นคงต้องขอความร่วมมือจากท่านเอเดรียนด้วยค่ะ"
คุณแม่นมฟีเลียร่ายโปรแกรมที่ต้องทำในหนึ่งวันให้ฟัง จนลูกศิษย์จำเป็นถึงกับนั่งอึ้งกลืนอาหารไม่ลง เพราะแต่ละอย่างช่างชวนให้รู้สึกผะอืดผะอมเพราะมันเต็มไปด้วยความหลอกลวง ที่แล้วๆมายามถึงเวลาต้องเข้าสังคมกับเหล่าชนชั้นสูง คามิลล่ามักจะพยายามหาทางบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงที่จะพาลูกๆของเธอไปเข้าร่วมงาน เนื่องจากคนพวกนี้คบหารวมพวกกันเพื่อผลประโยชน์ เป็นสังคมของเหล่าขุนนางที่มักสวมหน้ากากเข้าหากัน ยากยิ่งที่จะมีความจริงใจ
ด้วยเหตุนี้คามิวและรินเซ่จึงไม่ค่อยสนิทสนมกับลูกขุนนางคนอื่นหรือคุ้นเคยกับงานพิธีการประเภทนี้นัก และสิ่งสำคัญอีกประการที่ทำให้สองพี่น้องไม่ค่อยได้ไปเข้าร่วม ก็คือช่วงอายุที่ต่างจากเหล่าลูกขุนนางคนอื่นๆมากนั่นเอง ขนาดดยุคเอเดรียนที่เคยเป็นตัวเก็งว่าที่ราชบุตรเขยยังอายุห่างกันเป็นรอบ คนอื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะอายุทะลุเลขสามเลขสี่กันเกือบทั่วหน้าแล้ว ส่วนลูกหลานที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับเจ้าหญิงรัชทายาทก็ดันมีแต่ผู้หญิง ดังนั้นคนที่อายุใกล้เคียงและเหมาะกับเจ้าหญิงอาเรียที่สุดจึงไม่มีใครอื่น นอกจากคามิว ทีเอเนียคนเดียวเท่านั้น
"ท่านเมอร์เคนจะไปไหนคะ?" แม่นมจอมเฮียบส่งเสียงเรียกหนุ่มผมขาว ที่เตรียมเดินออกจากห้องหลังเสร็จสิ้นมื้ออาหาร "ในฐานะผู้ติดตามของท่านคามิว ท่านเองก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้มารยาทในการเข้าสังคมเช่นกันค่ะ"
"คงไม่ต้องมั้งครับ แค่ไปคอยดูแลรักษาความปลอดภัยเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปร่วมงานอย่างเป็นทางการนี่นา"
หนุ่มผมขาวพอจะเดาชะตากรรมได้ลางๆเลยกะว่าจะรีบหนีก่อนจะโดนทัก แต่สงสัยจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะคุณฟีเลียเธอสั่งนางกำนัลอีกสองคนยืนปิดประตูทางออกไว้แน่นหนา ขณะกำลังยืนอึ้งอยู่มือเย็นๆของคุณแม่นมจอมเฮียบก็วางแปะลงที่ไหล่จนเมอร์เคนสะดุ้งโหยง พอเหลียวหลังมาก็เห็นว่าดวงตาหลังแว่นกรอบทองอันเล็กๆนั้น ส่อแววเอาจริงจนเมอร์เคนเริ่มเหงื่อแตกซิก
"ท่านเอเดรียนคะ สงสัยว่าช่วงเช้านี้ท่านคงจะไม่ว่างซะแล้วค่ะ" แม่นมฟีเลียขยับแว่นตาพลางยิ้มเล็กน้อย มันน่าจะทำให้ใบหน้าเรียบเฉยของเธอดูดีขึ้นบ้าง แต่ทว่าในสายตาของเมอร์เคนแล้ว มันช่างเป็นการแสยะยิ้มที่น่าขนลุกอย่างไรพิกล "คงต้องฝากให้ท่านช่วยอบรมมารยาทการเข้าสังคมแบบชาวโรแลนเซีย ให้ท่านเมอร์เคนด้วยนะคะ เพราะถึงจะเป็นแค่ผู้ติดตามก็ควรจะเตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่มีใครนำไปนินทาว่าร้ายท่านคามิวได้ในภายหลัง"
"ได้สิคุณฟีเลีย" หนุ่มผมทองผู้มีดีกรีเป็นถึงท่านดยุคและพระญาติสนิทของราชาคาร์ลอสยิ้มแย้มยินดี ทว่าแววตานั้นสวนทางกันโดยสิ้นเชิง "ข้าจะช่วยอบรมสั่งสอนมารยาทของชาวโรแลนเซีย ให้ท่านเมอร์เคนได้รู้ซึ้งถึงแก่นไปเลย"
คามิวนั่งมองรุ่นพี่คนเก่งของตนโดนลากออกไปจากห้องในสภาพที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก ส่วนอีกคนที่รับหน้าที่สอนกลับดูกระตือรือร้นเหมือนได้เจอของสนุก หนุ่มผมดำชักรู้สึกหนักใจไม่อยากจะคิดว่าคนที่มีนิสัยเหมือนกันขนาดนั้น พอต้องไปอยู่ด้วยกันแล้วจะเกิดหายนะขนาดไหน แต่ตอนนี้คงต้องตัวใครตัวมันหาทางรอดเอาเองเพราะสำหรับตัวเขา ศึกเฉพาะหน้าก็มายืนจ้องเขม็งเหมือนจะเร่งให้ทานเสร็จไวๆอยู่ข้างๆตัว และที่แน่นอนแบบไม่ต้องให้ใครมายืนยันก็คือ วันนี้จะเป็นวันที่ทั้งสามหนุ่มต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจแบบสายตัวแทบขาดอย่างไม่ต้องสงสัย
.
.
ลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังงามซึ่งอยู่ ณ ชานเมืองหลวงโรแลนเดียดูคับแคบไปถนัดใจ เพราะบัดนี้มันแน่นขนัดคลาคล่ำไปด้วยรถม้าหรูหราของเหล่าขุนนาง ที่เดินทางมาร่วมสังสรรค์ในงานชุมนุมประจำปี และในสวนสวยด้านหน้าที่ร่มรื่นไปด้วยแม้กไม้ใหญ่ซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้สนามจัดวางเอาไว้มากมาย พร้อมทั้งมีผู้จับจองนั่งพักทานของว่างและดื่มชากันและเสวนากันจนแทบจะหาที่ว่างไม่ได้ แถมแต่ละคนแต่งตัวสีสันฉูดฉาดราวกับจะข่มกันสุดฤทธิ์ จนทำให้สวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์มาร์ควิสลัสเตอร์ ที่ว่ากันว่างดงามอลังการที่สุดในเมืองหลวงดูซีดเหงาไปถนัดใจ
เครื่องเพชรเครื่องทองของบรรดาคุณหญิงคุณนายส่องประกายล้อแสงแดดยามสายวูบวาบจนแสบตา ไม่เพียงแต่เหล่าสุภาพสตรีชั้นสูงเท่านั้นที่แต่งองค์ทรงเครื่องกันเต็มพิกัด เหล่าลูกหลานก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันสักเท่าไร ราวกับว่าเมื่อย่างก้าวเข้ามาสู่สถานที่แห่งนี้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคือการประกวดประขันชิงดีชิงเด่น แม้จะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทว่าสีหน้าและแววตาที่มองคนอื่นนั้นราวกับกำลังมองดูคู่แข่ง มันเคลือบแฝงไปด้วยพิษร้ายของความริษยาเมื่อเห็นใครดีกว่าตน หยิ่งยะโสและเหยียดหยามยามเห็นคนด้อยกว่า
"รู้สึกว่า งานคราวนี้จะมีคนมาเข้าร่วมมากเป็นพิเศษเลยนะคะเนี่ย" คุณหญิงท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดผ้าไหมเลื่อมทองพร้อมเครื่องประดับอู้ฟู่ พูดขึ้นยามจับกลุ่มนั่งจิบชาอวดความงามกัน
"ได้ข่าวว่า หลานชายสุดที่รักของท่านมหาเสนาบดีทั้งสองตระกูลจะมาร่วมงานด้วยน่ะสิคะ" อีกหนึ่งภริยาขุนนางชั้นสูงพูดพลางขยับมือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อโบกพัดลายวิจิตรของเธอไปมา "เพราะเขาเก็บเนื้อเก็บตัวเหลือเกิน ทุกคนก็เลยอยากจะเห็นหน้าค่าตาเด็กคนนั้นให้ชัดๆ"
"ได้ยินว่าติดตามเจ้าหญิงรัชทายาทไปที่กรุนเบอร์เรียนี่คะ ปกติก็ไม่เคยจะยอมให้ความร่วมมือ หรือว่าคิดจะอาศัยงานนี้เป็นการเปิดตัวหลานชายต่อสังคมชั้นสูงก็ไม่ทราบนะคะเนี่ย" คุณหญิงผู้เฉิดฉายในชุดไหมแดงเพลิงกระซิบกระซาบนินทา ด้วยรู้สึกหมั่นไส้สองตระกูลใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว "แต่คงคิดผิดจริงมั้ยคะ"
"นั่นสิคะ ยิ่งไปก่อปัญหาไว้ในพรีมิวเลียจนฝ่าบาทต้องรีบส่งทูตไปเจรจาสงบศึก แบบนี้คงต้องยืนเหงาอยู่คนเดียวเพราะไม่มีใครอยากคบหาแน่ๆค่ะ"
ทั้งๆที่คุณหญิงคุณนายพวกนี้ไม่เคยสนใจข่าวสารการเมืองเท่าใดนัก และข้อมูลสำคัญยังถูกปกปิดเป็นความลับรู้กันแค่วงในไม่กี่คน เนื่องจากราชาคาร์ลอสเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้ใครรู้ อีกทั้งอยากจะอาศัยโอกาสนี้หยั่งเชิงและดูแนวคิดของเหล่าขุนนางในราชสำนัก คนที่รู้เพียงแค่ผิวเผินจึงใส่สีใส่ไข่จนรายละเอียดที่ถูกต้องโดนบิดเบือนหนัก จนกลายเป็นว่า ...หลานรักของสองตระกูลใหญ่เป็นตัวปัญหาสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว...
"อุ๊ย! พูดถึงก็มาเชียว ไปรอดูหน้าตัวปัญหากันเถอะค่ะ" ขณะวงสนทนากำลังออกรสออกชาติด้วยการนินทาอยู่นั่นเอง รถม้าสีดำสองคันซึ่งรายล้อมด้วยทหารองครักษ์บนหลังม้าจำนวนแปดคน ก็แล่นเข้ามาจอดยังลานกว้าง
เสียงพูดคุยที่เคยดังลั่นกลับเงียบกริบเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบกระซาบทันที ที่ได้เห็นรถม้าคันหรูหนึ่งในนั้นประดับสัญลักษณ์ของตระกูลทีเอเนียที่หลายๆคนคุ้นเคย ส่วนอีกคันเป็นตราราชวงศ์แห่งโรแลนเซีย เล่นเอาเหล่าขุนนางทั้งหลายเป็นงงเดาไม่ถูกว่าใครนั่งมาในรถม้าคันนั้นกันแน่
.
เมอร์เคนในชุดฟอร์มผู้พิทักษ์สีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสมาชิกสภานักเรียนแห่งกรุนเบอร์เรีย ก้าวลงมาจากรถม้าซึ่งมีตราประจำตระกูลทีเอเนีย จากนั้นก็ยืนรอรับสุภาพสตรีสูงวัยที่ยังคงความสง่างามเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม มิคาเอลล่าประมุขแห่งตระกูลทีเอเนียก้าวลงจากรถม้าเป็นคนต่อมา เรือนผมที่ยังคงดำสนิทเป็นเอกลักษณ์ถูกเกล้าเรียบร้อยพร้อมประดับเครื่องเพชรชิ้นเล็กๆ ชุดที่เธอใส่ไม่ได้เลิศหรูอลังการหากแต่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีฝีมือประณีต เมื่อรวมกับเครื่องประดับอีกไม่กี่ชิ้น ก็ทำให้เธองดงามโดดเด่นราวกับนางพญาเกินหน้าบรรดาคุณหญิงคุณนายรายอื่นลิบลับ

"แหม! อยู่กันเยอะเลยนะเนี่ย" ร่างสูงโปร่งของหนุ่มผมทองผู้มีชื่อว่าเอเดรียน ก้าวลงมาจากรถม้าต้องสงสัยของทุกคน "ไม่ได้มางานแบบนี้ตั้งนานแล้ว คงสนุกน่าดูละ เอ้า ! รีบลงมาได้แล้ว"
เพียงแค่ท่านย่าคนสวยปรากฏตัวก็ทำให้รอบด้านเงียบกริบ เพราะหลายๆคนถูกเล่นงานด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ในเกือบทุกด้านแล้วแท้ๆ แต่ทว่าพอคนที่ทุกคนรอคอยจะได้เห็นหน้าค่าตาก้าวเท้าลงมาจากรถม้าคันเดียวกับท่านดยุคเท่านั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นแทบจะทันทีที่เด็กหนุ่มปรากฏตัว คามิวอยู่ในชุดฟอร์มผู้พิทักษ์แห่งสภานักเรียนกรุนเบอร์เรียเช่นเดียวกับรุ่นพี่ของตน หากแต่มันส่งให้เส้นผมสีดำขลับเอกลักษณ์ประจำตระกูลเป็นจุดเด่นเห็นได้แต่ไกล
ร่างเพรียวของเด็กหนุ่มอายุ 17 ดูเล็กบอบบางเมื่ออยู่ท่ามกลางเหล่าทหารองครักษ์ร่างกำยำที่ยืนรายล้อม ทว่าสง่าราศีที่ถูกคุณแม่นมฟีเลียเคี่ยวเข็นขัดเกลามาอย่างหนักกลับส่องประกายเจิดจ้า จนสายตาทุกคู่ถูกดึงดูดให้จับจ้องมองมาที่คามิวเป็นจุดเดียว แม่นมจอมเฮียบที่ก้าวลงจากรถม้าเป็นคนสุดท้ายยิ้มพอใจในปฏิกิริยาของหลายๆคน เพราะเป้าหมายแรกสุดคือการสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น ...และผลงานที่เธออุตส่าห์แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายก็ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม...
ใบหน้าคมคายที่หวานละมุนเกินชายซึ่งเผยออกมา หลังจากโดนจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง ยิ่งสะกดสายตาของเหล่าสาวๆลูกหลานขุนนางให้มองตามอย่างเคลิบเคลิ้ม และอิจฉาคุณย่าคนสวยที่ได้ควงแขนหลานชายสุดหล่อเดินคู่กันไป ส่วนแม่นมจอมเฮียบก็จับจองควงแขนเมอร์เคนที่ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก โดยมีดยุคเอเดรียนเดินนำหน้าพาทั้งหมดเข้าสู่คฤหาสน์เพื่อทักทายเจ้าของสถานที่เสียก่อน
“โอ ท่านดยุคเอเดรียน ไม่นึกเลยว่าท่านจะให้เกียรติมางานชุมนุมที่ข้ารับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ เชิญตามสบายนะครับ ดีใจเหลือเกินที่มีท่านมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้” มาร์ควิสลัสเตอร์ออกมาต้อนรับขับสู้ในฐานะเจ้าของสถานที่ แม้ปากจะคุยกับคนตรงหน้าทว่าสายตากลับเหล่มองหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่ด้านหลังบ่อยๆ “ท่านหญิงมิคาเอลล่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ท่านก็ยังคงสง่างามไม่เสื่อมคลาย ขอบคุณมากครับที่ตอบรับเข้าร่วมงานชุมนุมครั้งนี้”
“ไม่เป็นไรมิได้ค่ะท่านมาร์ควิสลัสเตอร์ ข้าเพียงแค่มาเป็นเพื่อนหลานชายเท่านั้นเอง พอดีมารดาของเขาล้มป่วยก็เลยกลับมาเยี่ยมบ้าน ข้าเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้แนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักหลานชายของข้าเอาไว้น่ะค่ะ”
“งั้นข้าจะเป็นตัวแทนแนะนำให้รู้จักก็แล้วกันนะ นั่นคุณแม่นมฟีเลียท่านคงรู้จักดีอยู่แล้ว ส่วนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆคือ เมอร์เคน เนฟีราเวียส พระญาติของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งบัลเบิร์ค เขาเป็นประธานสภานักเรียนของกรุนเบอร์เรีย และมาร่วมงานในฐานะเพื่อนรุ่นพี่ของคามิว” หนุ่มผมทองรีบเสนอตัวทำหน้าที่ในฐานะผู้นำกลุ่มในครั้งนี้ “และนี่คือคามิว ทีเอเนีย หลานรักของสองตระกูลใหญ่ รวมทั้งเป็นพระสหายและองครักษ์ส่วนตัวของเจ้าหญิงอาเรียริน่า”
ดยุคเอเดรียนดึงตัวคามิวออกมาด้านหน้าเพื่อให้มาร์ควิสลัสเตอร์และคนอื่นๆได็เห็นกันชัดๆ เนื่องจากตอนนี้บรรดาแขกที่มาร่วมงานเริ่มตีวงล้อมขนาบเข้ามาใกล้ โดยเฉพาะด้านที่เห็นหนุ่มผมดำได้ถนัดตานั้น จะมีบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ไปออกันหนาแน่นเป็นพิเศษด้วย ยิ่งกว่านั้นยังเกิดการเบียดเสียดผลักดันกัน จนกระทั่งมีหญิงสาวเคราะห์ร้ายรายหนึ่งที่แรงน้อยกว่าถูกผลักหน้าทิ่มออกมา
“ว้าย!?” ร่างบางของสาวผมสีชาที่กำลังจะล้มถูกวงแขนแกร่งประคองเอาไว้ก่อนจะจูบพื้น เพราะความตกใจและอับอายที่เสียมารยาทต่อหน้าคนสำคัญ ทำให้เธอเอาแต่หลับตาปี๋จึงไม่ทันได้เห็นว่าคนที่ช่วยเธอเอาไว้คือใคร “ข ขอประทานโทษค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่…!!”
เพียงแค่มองสบกับดวงตาสีทองใสกระจ่างกับรอยยิ้มบางๆของหนุ่มผมดำที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ก็เหมือนสติของสาวน้อยในอ้อมแขนจะหลุดลอยไปไกล ปากจิ้มลิ้มแดงเรื่ออ้าค้างทว่าไม่มีคำพูดใดหลุดลอดมาให้ได้ยิน ครู่ต่อมาร่างบางก็ระทวยทรุดวูบราวกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เลือนลางเหมือนอยู่ในความฝัน
“เอ้อ เลดี้วิคตอเรีย… บุตรสาวท่านใช่ไหมครับ? ท่านมาร์ควิสลัสเตอร์” คามิวเงยหน้าขึ้นมามองมาร์ควิสเจ้าของสถานที่ซึ่งยืนอึ้งกับสถานการณ์ตรงหน้า และที่ตกใจที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่เจ้าหนุ่มหน้าสวยคนนี้รู้จักชื่อบุตรสาวของเขา “เธอหมดสติไปแล้ว รีบพาไปพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ”
หลังเหตุการณ์หน้าแตกของบุตรสาวสุดที่รักของมาร์ควิสลัสเตอร์ ที่ถึงกับเป็นลมในอ้อมกอดเมื่อแรกสบตากับหนุ่มผมดำ ยิ่งทำให้ทุกคนยิ่งสนใจอยากรู้จักคามิว ทีเอเนีย และยิ่งทึ่งและประทับใจมากขึ้นไปอีกเพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหนไปพบกับใคร หนุ่มน้อยคนนี้ก็สามารถพูดคุยทักทายได้อย่างถูกต้องทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ลูกหลานรุ่นล่าสุดที่ยังไม่ได้เข้าธรรมเนียบอย่างเป็นทางการ
“ท่านคามิวน่ารักจังเลยเนอะ” สาวน้อยผมบรอนซ์กระซิบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน โดยที่ดวงตาพราวระยับของเธอยังคงมองตามหนุ่มผมดำไปติดๆ “ถ้าเขาโตกว่านี้ละก็ ต้องหล่อขาดใจแน่ๆเลย”
“นั่นสิ ทั้งสุภาพอ่อนโยน เวลายิ้มแต่ละทีทำเอาใจแทบละลายเลยละ” อีกหนึ่งอนงค์นางทำท่าปลาบปลื้มอย่างไม่ปิดบัง “งานเต้นรำคืนนี้เขาจะเลือกใครเป็นคู่ก็ไม่รู้”
“คงไม่พ้นยัยวิคตอเรียมั้ง ดูสิ ท่านมาร์ควิสฯตามประกบท่านคามิวไม่ห่างเลยนี่นา สงสัยจะจองไว้ให้ลูกสาวตัวเองแน่ๆ” สาวร่างท้วมจีบปากจีบคอกระซิบกระซาบนินทาด้วยความอิจฉา “แต่ข้าไม่ยอมหรอกนะ เพราะทุกคนย่อมมีสิทธิเท่ากันที่จะได้เป็นคู่เต้นรำของท่านคามิว”
ขณะที่เหล่าสาวน้อยสาวใหญ่กำลังหมายมั่นปั้นมือ และวางแผนชิงตำแหน่งคู่เต้นรำของหนุ่มผมดำในคืนนี้ ฝ่ายชายซึ่งเป็นบรรดาขุนนางและทายาทก็กำลังจับกลุ่มพูดคุยอย่างดุเด็ดเผ็ดมันไม่แพ้กัน และก็เป็นอย่างที่ราชาคาร์ลอสคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด เพราะความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนคือ ฝ่ายที่ไม่ต้องการชิงดีชิงเด่นและพร้อมที่จะสนับสนุนการแต่งตั้งฯ ...และฝ่ายที่ยังคงคัดค้านหัวชนฝาทั้งๆที่เริ่มเกิดความรู้สึกลังเลขึ้นมานิดหน่อยแล้ว...
“นึกไม่ถึงว่าเด็กนั่นจะร้ายกาจขนาดนี้ เข้าเรียนปีแรกก็ได้ตำแหน่งผู้พิทักษ์มาครอง ส่วนรุ่นพี่ที่มาด้วยกันนั่นก็เป็นเชื้อพระวงศ์ของบัลเบิร์ค” บลูตัสขุนนางเฒ่าออกอาการฮึดฮัดขัดใจ ที่รูปการณ์ทุกอย่างเหมือนจะผิดแผนที่วางเอาไว้ เพราะภาพของคามิว ทีเอเนียที่เคยเห็นอยู่ไกลๆนั้นเป็นเพียงเด็กเงียบขรึมเก็บเนื้อเก็บตัวไม่มีพิษสง แต่ที่ไหนได้พอมาเจอตัวจริงแบบนี้ถึงเริ่มรู้สึกว่า ...เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา...
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิท่านบลูตัส ยังมีช่วงบ่ายนี้ที่เราจะได้เห็นความสามารถจริงๆของเด็กคนนั้น ข้าหวังว่าตำแหน่งผู้พิทักษ์ของเขาคงไม่ได้มาเพราะเส้นสายนะ” วุฒิสมาชิกบาเร็ตยังคงทำใจดีสู้เสือ เพราะอีเว้นท์สำคัญในช่วงบ่ายนั้นเป็นการประลองวัดฝีมือของเหล่าทายาท แล้วแต่ว่าจะส่งคำท้าทายให้กับใคร และแน่นอนว่าเป้าหมายสำคัญคงไม่ใช่ใครอื่น “ข้าสั่งหลานชายของข้าเอาไว้แล้วว่า ไม่ต้องออมมือ”
“ข้าก็สั่งคนของข้าไว้เหมือนกัน ถึงแม้ฝ่าบาทจะพยายามฝึกเด็กนั่นมาอย่างดี จนสามารถสร้างความประทับใจให้ขุนนางส่วนใหญ่ได้ก็ตาม แต่ยังไงข้าก็ยังไม่เห็นด้วย” มาร์ควิสแกรนท์ ทำหน้าเครียดขบกรามจนฟันปลอมแทบจะแหลกเป็นผง “แต่ข้าหวังว่าคงไม่มีใครเป็นอันตรายจนถึงขั้นล้มตายนะ ข้าเพียงแค่อยากให้ฝ่าบาทได้เห็นว่าเด็กคนนั้นไม่เหมาะสม”
“ที่เหลือก็เพียงแค่รอให้ท่านมาร์ควิสลัสเตอร์ทำตามแผนที่วางเอาไว้ แต่ข้าชักจะหวั่นใจยังไงพิกล เพราะดูท่าทางเขาแปลกๆไปตั้งแต่ที่ได้คุยกับเจ้าเด็กคนนั้น” บาเร็ตเองก็เครียดไม่แพ้กันนัก เพราะถึงแม้ลูกชายของเขายังไม่แต่งงาน ทว่าอายุอานามก็ปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้ว “แต่เราจะทำพลาดไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
“ไม่ต้องห่วงหรอกท่านทั้งสอง เพราะสิ่งที่พวกเรากำลังทำกันอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโรแลนเซีย” ขุนนางเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างบลูตัสยังคงตอกย้ำให้ทุกคนเชื่อมั่น แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวก็ตามที “เราจะพิสูจน์ให้ฝ่าบาทได้เห็นว่า ยังมีคนอื่นที่เหมาะสมกับบัลลังก์อันทรงเกียรติ มากกว่าเจ้าเด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนั้น”
.
.
สวนสวยอันกว้างใหญ่ของคฤหาสน์มาร์ควิสลัสเตอร์ผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีการคลัง ร่มรื่นเย็นสบายด้วยร่มเงาของบรรดาไม้ยืนต้น อีกทั้งสระน้ำใสไหลเย็นขนาดใหญ่เพียงพอจะให้หงษ์ขาวลงลอยคอได้ทั้งฝูง สายลมพัดพริ้วให้เกิดระลอกคลื่นกระทบแสงแดดยามเที่ยงเป็นประกายระยิบระยับงามจับตา ประกอบกับเสียงดนตรีจากวงควอเต็ทที่คอยขับกล่อมสร้างบรรยากาศเพลิดเพลินและผ่อนคลาย ยามเหล่าขุนนางชั้นสูงกำลังอิ่มเอมกับมื้อกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์รสเลิศ
สารพันอาหารคาวหวานที่ดูแค่หน้าตาก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยจำนวนมากมายจนลายตา ทั้งเนื้อและผักปลาซึ่งสรรหามาแต่ของชั้นดีถูกนำไปปรุงอย่างประณีต กลิ่นหอมของเครื่องเทศโชยอบอวลชวนให้น้ำลายสอของอาหารซึ่งปรุงสุกใหม่ๆโดยพ่อครัวมือทอง พร้อมเสริฟให้แก่แขกผู้มีเกียรติซึ่งต้องการลองลิ้มชิมรส อีกมุมหนึ่งคือเนื้อลูกวัวย่างทั้งตัวซึ่งมีพ่อครัวคอยบรรจงตัดเฉือนแบ่งใส่จานราดน้ำเกรวี่รสเข้มข้น สลัดผักสดสีสวยและเดรสซิ่งหลากชนิดรอคอยให้ผู้ชื่นชอบมาลิ้มลองความสดกรอบของมัน
อีกมุมหนึ่งเป็นของหวานจำพวกเค้กและไอศครีม รวมทั้งผลไม้สดนานาชนิดให้เลือกทานตามใจชอบ เครื่องดื่มร้อนเย็นและที่ขาดไม่ได้คือสุราชั้นดีถูกนำมาบริการไม่อั้น นับเป็นมื้ออาหารหรูหราที่ฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นในความรู้สึกของคนที่เคยกินอยู่อย่างเรียบง่าย เพราะปริมาณของกินเท่าที่คามิวมองเห็นนั้น กะคร่าวๆแล้วสามารถเลี้ยงดูนักเรียนของกรุนเบอร์เรียได้อย่างสบายทีเดียว
โต๊ะยาวซึ่งปูผ้าขาวพร้อมเก้าอี้ ซึ่งจัดวางแจกันดอกไม้งดงามรวมทั้งอุปกรณ์การกิน ทั้งจานชามกระเบื้องเคลือบอย่างดีรวมทั้งช้อนส้อมเงินแท้ ถูกจัดตั้งวางไว้ใต้ร่มเงาไม้อันร่มรื่นเย็นสบาย เพื่อให้เป็นที่นั่งพักรับประทานอาหารและตั้งวงสนทนาของบรรดาแขกเหรื่อ ซึ่งเจ้าของสถานที่ได้เผื่อเอาไว้เกินจำนวนคนจนอาจเรียกได้ว่าโอเวอร์ แต่ทว่ายังเกิดการเล่นเก้าอี้ดนตรีแย่งที่นั่งกันโดยไม่จำเป็นขึ้นที่โต๊ะยาวตัวหนึ่ง ซึ่งมีสาวๆแย่งกันจับจองพื้นที่เพื่อจ้องมองหนุ่มน้อยผมดำที่กลายเป็นขวัญใจในเวลาอันรวดเร็ว เรียกว่าใครลุกจากที่เป็นเสียม้าทันที
โต๊ะตัวนั้นอยู่ใกล้โต๊ะพิเศษที่ตกแต่งหรูหรากว่าตัวอื่นเพราะจัดไว้ให้เจ้าภาพและแขกกิตติมศักดิ์ แต่ดยุคเอเดรียนซึ่งมีฐานันดรสูงกว่าจึงได้ที่นั่งพิเศษตำแหน่งหัวโต๊ะ โดยด้านซ้ายมือเป็นมิคาเอลล่า คามิว และเมอร์เคน ส่วนคุณฟีเลียนั้นเลี่ยงออกไปยืนอยู่ด้านหลังสองหนุ่มและคอยส่งสายตาจับผิดอยู่ตลอดเวลา ทางด้านขวาคือครอบครัวของมาร์ควิสฯซึ่งประกอบด้วยภริยาและบุตรสาว นอกนั้นก็จะเป็นเหล่าวุฒิสมาชิกร่วมอุดมการณ์พร้อมกับครอบครัวของพวกเขา
คามิวถูกจ้องมองจนมีความรู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่กลางดงหนามที่คอยทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา เพราะแววตาของสมาชิกฝ่ายตรงข้ามแต่ละคนจ้องกันแบบไม่เกรงใจ มันมีทั้งสงสัย อยากรู้อยากเห็นและดูหมิ่นเหยียดหยาม ที่จริงหนุ่มน้อยผมดำคนนี้ชินชากับสายตาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ทว่าสิ่งที่สร้างความลำบากให้ในขณะนี้กลับเป็นความในใจของคนพวกนั้นต่างหาก
"เด็กอย่างนี้มีดีที่ตรงไหนกัน ท่าทางก็งั้นๆ” “ต้องหาทางกักตัวมันเอาไว้ที่นี่ แค่พ้นกำหนดการราชพิธีก็พอ” “ถึงจะผิดต่อท่านมิคาเอลล่า แต่จะออมมือให้มันไม่ได้ ฝ่าบาทจะได้รู้เสียที ว่าเจ้าเด็กนี่มันไม่เหมาะสมกับบัลลังก์อันทรงเกียรติแห่งโรแลนเซีย” ฯลฯ
เนื่องจากพลังหยั่งรู้ที่เคยมีติดตัวมาแต่เด็กซึ่งได้เลือนหายไป เพราะคามิลล่าพยายามดึงความสนใจของลูกชายไปทางอื่น มันกลับคืนมาแถมยังรุนแรงกว่าเดิมจนยากที่จะควบคุมได้ หากเป็นแค่ความในใจของคนทั่วๆไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้รำคาญจนแทบทนไม่ไหว เมื่อกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงาน แถมยังโดนเพ่งเล็งส่งตรงความรู้สึกไม่เป็นมิตรมาให้แบบนี้
“ท่านหญิงคามิลล่า หลานชายของท่านไม่ค่อยทานอะไรเลยนี่นา แบบนี้จะมีเรี่ยวแรงลงประลองกับคนอื่นรึ?” บาเร็ตเป็นผู้เปิดประเด็นขึ้นมาเป็นรายแรก ด้วยคำถามที่เหมือนจะแสดงความห่วงใยแต่ใจจริงนั้นกำลังยิ้มเยาะว่า เด็กอ่อนหัดอย่างคามิวคงตื่นเต้นจนกินอะไรไม่ลง “เกิดแพ้การประลองขึ้นมา อาจจะถูกถอดออกจากตำแหน่งพระสหายและองครักษ์ก็ได้นะ”
“นั่นสิ หรือว่าอาหารจะไม่ถูกปาก ก็เลยไม่อยากทาน” มาร์ควิสลัสเตอร์จิกกัดด้วยรอยยิ้มเหยียดๆ พลางจ้องมองเด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งไม่ยอมแตะต้องอาหารพิเศษที่อุตส่าห์เตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าข้าบกพร่องที่ไม่สอบถามว่าเจ้าโปรดปรานอาหารชนิดไหน ข้าจะสั่งให้พ่อครัวปรุงให้ใหม่ดีไหม?”
หนุ่มน้อยผมดำถอนหายใจเพราะเริ่มปวดหัวกับจิตมุ่งร้ายที่รุนแรงขึ้น ขีดความอดทนที่ลดน้อยลงเพราะโดนบังคับมาตลอดสองวันถูกกดดันจนขาดผึงในที่สุด คามิวเหลียวมองดยุคเอเดรียนและท่านย่าของตนเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดเป็นนัยๆที่ทำให้จอมวางแผนที่นั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ต้องสะดุ้งเหงื่อตก ออกอาการร้อนตัวกันเป็นแถวๆ
“ขออภัยครับท่านมาร์ควิสฯ ไม่ใช่ว่าอาหารที่ท่านจัดมาให้จะไม่ถูกปาก เพียงแต่…” ดวงตาสีทองคู่งามกวาดมองกลุ่มขุนนางทั้งสี่คนที่มีจิตด้านลบรุนแรงที่สุด “ข้าเห็นว่ามีอาหารหลายอย่างน่าลิ้มลอง ก็เลยอยากจะไปเดินดูและเลือกด้วยตัวเองครับ” ทั้งๆที่อยากจะพูดความจริงออกไปใจจะขาด ว่าอาหารตรงหน้ามันมียาชาและยานอนหลับใส่เอาไว้ แต่คามิวก็จำต้องยั้งปากเก็บงำคำพูดเพื่อรักษาหน้าของท่านย่าคนสวย “ขออนุญาตได้ไหมครับ?”
“เชิญตามสบาย วิคตอเรีย ลูกไปคอยดูแลเขาหน่อยก็แล้วกันนะ” มาร์ควิสลัสเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยพร้อมทั้งเอ่ยอนุญาต ท่าทางไม่ส่อพิรุธแม้แต่น้อยนิด ราวกับว่าไม่รู้ไม่เห็นกับการวางยาในอาหารชุดพิเศษของคามิว “เด็กๆก็คงอยากจะไปเดินเล่นมากกว่าจะนั่งอยู่ในวงสนทนาของคนแก่ จริงไหม?”
หนุ่มน้อยยิ้มบางๆพลางลุกขึ้นคำนับขออนุญาตทุกคน ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไปโดยดึงตัวเมอร์เคนไปด้วย โดยมีเลดี้วิคตอเรียและคุณฟีเลียเดินตามไปติดๆ พร้อมกับมีเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆที่พากันหาโอกาสลุกตามไปเพื่อทำความรู้จักกับหนุ่มน้อยผู้เป็นเป้าหมาย
“หลานชายของท่านคนนี้ ท่าทางฉลาดไม่เลวนะครับ ท่านหญิงมิคาเอลล่า” บลูตัสผู้อาวุโสที่สุดในวงสนทนาเปิดฉากหยั่งเชิงคู่แข่งทันทีที่มีโอกาส “ไม่ทราบว่าจะให้ลองประมือกับหลานชายของข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
“ทำไมจะไม่ได้ละคะ ในเมื่อพวกท่านเชิญหลานของข้ามาเพื่อสิ่งนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?” ท่านย่าคนสวยพูดตรงประเด็นจนบลูตัสถึงกับสะอึก แต่ไหนแต่ไรมามิคาเอลล่าขึ้นชื่อในเรื่องความกล้าไม่กลัวใคร อีกทั้งยังฉลาดทันคนจนเลื่องลือ จึงไม่แปลกหากเธอจะคาดเดาสิ่งที่พวกผู้เฒ่าพวกนี้กำลังคิดได้ถูกต้อง “ข้าบอกคามิวให้เตรียมตัวไว้พร้อมแล้วละค่ะ”
“งั้นข้าขอประลองเป็นคนแรกก็แล้วกัน” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุน่าจะแก่กว่าเมอร์เคนไม่เท่าไหร่เดินเข้ามาที่โต๊ะ ท่าทางกำยำแข็งแรงผึ่งผายทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเขาคงจะมีฝีมือดาบไม่ใช่ย่อย “ข้าได้ยินชื่อเสียงของคามิว ทีเอเนียมานานแล้ว เห็นว่ามีฝีมือระดับว่าที่อัศวินทั้งๆที่อายุยังน้อย หวังว่าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะครับ”
“เขาคือลูกชายของข้าเอง เขาชื่ออลิสแตร์ ที่จริงก็เรียนจบจากกรุนเบอร์เรียมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ยอมเข้ารับราชการเพราะชอบที่จะเป็นนักสำรวจมากกว่า” มาร์ควิสลัสเตอร์แนะนำผู้มาใหม่ให้มิคาเอลล่าและเอเดรียนได้รู้จัก “พอดีเขาเพิ่งกลับมาจากการสำรวจโบราณสถาน เห็นว่าไปเจอการ์เดี้ยนเข้าก็เลยกลับมาช้ากว่ากำหนดน่ะครับ”
“โอ... ไปพบการ์เดี้ยนด้วยรึนี่ เล่าให้ลุงฟังหน่อยได้ไหม” บลูตัสทำทีเป็นตื่นเต้นกับการมาของสมาชิกใหม่ รีบยกเรื่องการ์เดี้ยนซึ่งเป็นของหายากซึ่งพอจะเกทับมิคาเอลล่าได้มาพูด พลางแย้มรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเยาะเย้ยให้ฝ่ายตรงข้าม “เจ้าคงปราบมันลงได้แล้วสินะ อลิสแตร์ แหมเก่งจริงๆนะพ่อหลานชาย”
“ครับท่านลุงบลูตัส แต่น่าเสียดายที่วิหารนั้นไม่มีของมีค่าอะไร ข้าก็เลยเก็บเศษการ์เดี้ยนที่ข้าเอาชนะได้ตัวนั้นกลับมาเป็นที่ระลึก” อลิสแตร์หัวเราะพอใจที่มีลูกคู่คอยส่งบทเด่นให้ “แต่กว่าจะปราบมันลงได้ ก็เสียเวลาไปมากพอดูละครับ”
เอเดรียนไม่อยู่ในฐานะที่จะแก้ต่างให้คามิวแถมไม่รู้เรื่องเบื้องลึก จึงทำได้แค่นั่งมองการสนทนาที่เหมือนกับเจตนาจะยกตนข่มท่านของอลิสแตร์ที่เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะนิสัยโอ้อวดหยิ่งผยองของชายหนุ่มผู้นั้น ไม่ได้ต่างจากมาร์ควิสลัสเตอร์ผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อมองสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆตนแล้วก็ให้รู้สึกหงุดหงิดแทน เนื่องจากมิคาเอลล่าไม่ได้ตื่นเต้นกับเรื่องการ์เดี้ยนซึ่งเป็นของแปลกหาได้ยากประจำวิหารโบราณ แถมยังไม่มีทีท่าอนาทรร้อนใจที่หลานชายสุดที่รักอาจจะแพ้การประลองก็ได้
“ท่านมิคาเอลล่า คามิวจะไหวเหรอครับ?” ในที่สุดเอเดรียนก็อดรนทนไม่ไหวต้องแอบกระซิบถามเพราะความเป็นห่วง “ฝ่ายนั้นคุยอวดว่าเก่งขนาดจัดการการ์เดี้ยนประจำวิหารได้เชียวนะ ข้าเกรงว่า…”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านเอเดรียน คอยดูต่อไปก็แล้วกันค่ะ” ท่านย่าผมดำยิ้มแย้มพูดด้วยเสียงดังพอประมาณ เหมือนต้องการประกาศให้ทุกคนในโต๊ะได้สำเหนียกว่า ความลับนั้นมันไม่มีในโลกนี้ “ถ้าไม่มีใครขี้ขลาดเล่นตุกติก หรือวางยาหลานข้าละก็ คามิวไม่มีทางแพ้ใครอยู่แล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6052 ไร้เงา (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 11:31
    ท่านย่ามิคาเอลล่าจงเจริญรักท่านย่าจริงๆๆๆๆๆให้ตายซิ
    #6,052
    0
  2. #5927 dlky (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 21:35
    ชอบตรงคามิลแดกดันพวกขุนนางเรื่องอาหารจริงๆ เลยครับ

    แต่ยังไงๆ ก็ยังคงไม่แร๊งส์(?) เท่าคุณย่าอยู่ดี...
    #5,927
    0
  3. #5841 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 13:04
    สุดยอดค่ะ..ขุนนางนี้..ดีๆก็มีใช่ไหม?
    #5,841
    0
  4. #5314 ตะวันแห่งราตรี (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 8 เมษายน 2554 / 22:08
    ท่าย่าสุดยอด
    #5,314
    0
  5. #5310 Weira (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 13:55
    ...
    มีจุดผิดอยู่นิดนึงจ้า
    ตัวเข้มบรรทัดที่4 ย่อหน้าที่9 "ท่านหญิงคามิลล่า หลานชายของท่านไม่ค่อยทานอาหารอะไรเลยนี่นา..."
    คือมันต้องเป็นมิคาเอลล่าไม่ใช่เหรอคะ?
    ...
    #5,310
    0
  6. #4636 ~*>> IN (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 3 กันยายน 2553 / 16:44

    คามิวขายดีจริงๆ 

    สาวใหญ่น้อย   หลงกันตรึมเลย  ^^

    #4,636
    0
  7. #4363 loli (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 21:50
    ท่านย่า..เเร๊งงงง!!
    #4,363
    0
  8. #4351 laiza (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 12:57
    คามิวเท่มาก
    ได้ใจสุดๆๆ >///<
    จัดการพวกขี้โอ่ให้หมอบเลยนะ
    #4,351
    0
  9. #4329 Lux51Forever (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 11:01
    คามิวเท่มากกกกก

    กี๊สสสสส ><

    คอยดูเถอะเจ้าพวกขุนนางทั้งหลาย

    จะได้เห็นฝีมือของคามิว!!!
    #4,329
    0
  10. #4272 music1 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 21:23
    อัพเร็วๆนะค่ะ
    #4,272
    0
  11. #4270 นักฆ่าอัคคี (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 17:43
    ขอร้องล่ะเอาออกมาอวดตัวหนึ่งเถอะ อยากเห็นหน้าพวนขี้โอ้อวดจังว่าจะทำหน้ายังไง
    #4,270
    0
  12. #4269 kwangtung (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 13:39
    วู๊วๆๆๆ ท่าย่ามิคาเอลล่า สุดยอดด
    #4,269
    0
  13. #4268 shadowdark (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 11:03
    มี3แต่โดนผนึกไปซะ2
    #4,268
    0
  14. #4267 น้องมาย (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 09:16
    การ์เดี้ยนของ คามิว แค่จำนวน

    การ์เดี้ยนของคามิว 

    ก็ชนะไม่เห็นฟุ่นแล้วเจ้าค่ะ
    #4,267
    0
  15. #4266 lazarus (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 21:25
    เรียกการ์เดี้ยนมาถล่มมันเลยๆๆ
    #4,266
    0
  16. #4265 AncientFairy (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 21:22
    ถ้าคามิวเรียกกองทัพกาเดี้ยนออกมาคงได้มีตาค้างกันทั้งงาน....
    #4,265
    0
  17. #4263 DIGIT@L-SENTINEL (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 20:12
    ถ้างัดการ์เดี้ยนที่ว่าโดนปราบลงไปมาซัดจะโดนอ.ว่ามั๊ยนี่(ฮา)
    #4,263
    0
  18. #4262 jungraibank (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 19:53

    อยากให้ถึงตอนประลองเร็วๆจัง -_-

    #4,262
    0
  19. #4261 RayGuard (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 19:22

    กรี๊ด~~ เทใจให้คำพูดของท่านย่า 100 คะแนนเจ้าค่ะ

    #4,261
    0
  20. #4259 อุณากรรณหิรัญญิการ์ (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 18:13

    คามิวเก่งอยู่แล้ว ทำให้อึ้งไปเลย

    #4,259
    0
  21. #4258 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 16:29
    ท่านย่าพูดได้ใจ

    หึหึ คามิวของช้านเก่งอยู่แล้วยะ ชิชิ
    #4,258
    0
  22. #4257 inasba (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 15:47

    แหมข่มคามิวกันใหญ่เชียว

    #4,257
    0
  23. #4256 เวนีล่า (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 14:33
    มาอัพเร็วๆนะคะ      ค้างงงงงงงงงงงงงงงมากคะ
    #4,256
    0
  24. #4255 MaLiLeeN (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 13:39
    ค้างมากมาย รีบมาอัพต่อเร็วๆนะครับ
    #4,255
    0
  25. #4254 MAya (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 12:54

    โอ  สมกับเป็นมิคาเอลลา เด็ดจริงๆ  

    #4,254
    0