วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 90 : คู่แข่ง(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ครบแล้วนะคะ  อืดๆไปหน่อย สงสัยจะแกล้งคามิวเพลินเกินไป  แต่ตอนหน้าก็ยังไม่รอดมือหรอกค่ะ หุหุ 
(((((***+++***+++***)))))


ยามเย็นย่ำมาเยือนคนที่หลับพักผ่อนมาทั้งวันโดยไม่รู้ตัว คามิวตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงท้องร้องอุทธรณ์ด้วยความหิวโหย หนุ่มน้อยหลับตาสูดอากาศสดชื่นเข้าเต็มปอด ไอร้อนยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นสบายทำให้ตื่นเต็มตาด้วยความแจ่มใส เสียงซู่ซ่าของแมกไม้ที่พริ้วไหวด้วยแรงลมรวมกับเสียงเหล่าสกุนาที่กำลังพากันบินกลับรัง ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหนุ่มน้อยลงไปมากโข ยังไงเสียความอบอุ่นอ่อนโยน รวมทั้งสภาพแวดล้อมอันแสนคุ้นเคยของบ้านเกิดก็ย่อมดีที่สุด แต่พอเหลียวมองสภาพห้องที่ตนกำลังใช้อยู่ก็ให้รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอีกระลอก ...เนื่องจากไม่ถูกโรคกับความหรูหราอลังการ...
เพราะห้องที่ใช้พักรักษาตัวอยู่ตอนนี้มันช่างใหญ่โตมโหฬารเกินความจำเป็น ถึงจะตกแต่งเรียบง่ายไม่มะลังมะเลืองเหลืองอร่ามด้วยทองคำ แต่ทว่าเครื่องใช้แต่ละชิ้นบ่งบอกถึงราคาและความพิถีพิถันในการผลิต อีกทั้งการใช้พื้นก็ดูไม่ค่อยจะคุ้มค่าเอาเสียเลย ดูได้จากการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีจำนวนเพียงน้อยนิดในพื้นที่กว้างขวาง

เตียงไม้สี่เสาขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายละเอียดอ่อนช้อยงดงามพร้อมฟูกที่นอนหนานุ่ม มันใหญ่จนให้คนตัวโตๆมานอนกลิ้งเล่นพร้อมกันหลายคนได้สบายๆ โต๊ะเก้าอี้โซฟาหรูหราที่แกะสลักจากไม้อย่างดีรวมกับเบาะรองนั่งหุ้มผ้าไหมทอลายละเอียดอ่อน ขนาดกว้างพอให้นอนเหยียดยาวได้สบายๆถูกวางไว้มุมหนึ่ง ซึ่งสามารถเปิดประตูกระจกบานกว้างไปยังเฉลียงด้านนอกเพื่อชมความงามของอุทยานได้ยามนั่งจิบชา
พรมผืนโตที่น่าจะสั่งทอเป็นพิเศษนั้นหนานุ่มด้วยขนสัตว์ชั้นดีที่ทอขึ้นอย่างบรรจง มันงดงามและสูงค่าจนคามิวรู้สึกกลัวที่จะเหยียบหรือทำให้มันเปรอะเปื้อน ก็เลยได้แต่นั่งจ๋องอยู่บนเตียงจนกระทั่งผู้ดูแลประจำตัวโผล่หน้ามาเห็นเข้า เมอร์เคนผลุบหายไปพักใหญ่จึงกลับมาพร้อมกับนางกำนัลห้าคนซึ่งยกสำรับอาหารตามหลังมา แถมด้วยยาบำรุงอีกหนึ่งถ้วยใหญ่
“รีบกินรีบทำธุระให้เสร็จไวๆล่ะ ฝ่าบาทรับสั่งว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” หนุ่มผมขาวลากตัวคามิวมานั่งบนโซฟาพลางกุลีกุจอแย่งงานบริการน้ำท่าของเหล่านางกำนัลมาทำเสียเอง จนพวกเธอพากันหน้างอไม่พอใจกันเป็นแถว “กินได้ตามสบายไม่ต้องกลัว เพราะฉันไปควบคุมการปรุงทุกขั้นตอน รับรองว่าปลอดยาพิษร้อยเปอร์เซ็นต์”
มือที่กำลังจะตักซุปเข้าปากชะงักกึก ประกอบกับใบหน้าเอ๋อๆตาแป๋วๆของหนุ่มผมดำที่กำลังงงหนักกับเรื่องที่เมอร์เคนพูด มันเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเหล่านางกำนัลที่ยืนรายล้อมได้ไม่ยากนัก พวกเธอคือบุคคลที่ราชาคาร์ลอสเลือกมาเพื่อคอยดูแลว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์นั่นเอง เธอเหล่านี้ต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างเข้มงวด โดยคัดเอาเฉพาะคนที่คุ้นเคยกับคามิวมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังมี ฟีเลีย แม่นมของเจ้าหญิงรัชทายาทคอยควบคุมดูแล จึงไว้วางใจได้ว่าจะไม่เกิดกรณีลอบสังหารเกิดขึ้นแน่นอน
ที่สำคัญคือพวกเธอผ่านการทำงานมานานจึงสมบูรณ์พร้อมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ อายุอานามของพวกเธอนั้นมากพอที่จะทำให้หนุ่มน้อยต้องให้ความเกรงใจ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนคุ้นเคยของมารดาของเขา เหตุผลที่ราชาคาร์ลอสเลือกแต่นางกำนัลที่มีอายุนั้น นอกจากต้องการฝีมือการทำงานแล้ว ส่วนหนึ่งก็หวังจะให้คามิวได้คุ้นเคยกับชีวิตในวังโดยเร็วนั่นเอง ถึงจะมีคนคอยดูแลที่ไว้ใจได้แต่เพื่อความสบายใจ คามิลล่าก็ยังขอร้องให้เมอร์เคนคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกแรง ...แต่ถึงไม่ขอ เมอร์เคนก็พร้อมที่จะช่วยดูแลให้ด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว...
“ยาพิษ? หมายความว่าไงครับ?” หนุ่มน้อยเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยความที่อยู่ในวังมาตั้งแต่เด็กจนเกือบๆจะเหมือนบ้านหลังที่สอง แถมครอบครัวและเหล่าญาติก็มีตำแหน่งใหญ่โต เลยไม่คิดว่าจะมีใครปองร้ายทำอันตรายลูกชายอย่างเขา “ทำไมต้องวางยาพิษผมด้วยล่ะ? ที่นี่ไม่มีศัตรูไม่ใช่เหรอ?”
“เฮ้อ… ท่านคามิวเฉื่อยเกินไปแล้วนะเพคะ” แม่นมของเจ้าหญิงอาเรียที่ตอนนี้รับตำแหน่งหัวหน้านางกำนัล ผู้รับผิดชอบดูแลอบรมว่าที่ราชบุตรเขยให้คุ้นเคยกับชีวิตในวัง เริ่มต้นงานของเธอทันทีที่สบช่องว่าง “หม่อมฉันได้รับมอบหมายหน้าที่ให้คอยดูแลเรื่องส่วนตัวของท่านจึงต้องระวังไว้ก่อนเพคะ แล้วก็จะต้องสอนเรื่องพิธีการและมารยาทต่างๆของผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ให้ท่านด้วย เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะเพคะ เพราะหม่อมฉันจะเคี่ยวท่านคามิวให้กลายเป็นเจ้าชายรัชทายาทที่โดดเด่นสะดุดตาให้ได้ภายในเวลาสองวันนี้”
แคร้งงง…!! เสียงช้อนเงินหลุดมือตกกระทบชามกระเบื้องเคลือบ ดังพอจะเรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมองเป้าหมายเป็นจุดเดียว และภาพที่เห็นก็คือร่างเพรียวของหนุ่มผมดำนั่งนิ่งงันราวกับรูปสลัก ในสภาพมือชะงักค้างเหนือชามซุป ใบหน้าคมคายซีดเผือดปากอ้ากว้างเหมือนอยากจะพูดหรือร้องอุทานอะไรสักอย่าง หากแต่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา ดวงตาสีทองเบิกโพลงในลักษณะตกใจสุดขีดหรือไม่ก็สติหลุดลอยไปเรียบร้อยแล้ว
“เอ้อ ถามหน่อยได้มั้ยครับ?” เมอร์เคนเห็นสภาพน่าอนาถของรุ่นน้องคนโปรดแล้วก็ให้สงสัยขึ้นมาว่า คนระดับคามิว ทีเอเนียที่ว่ากันว่าคุ้นเคยกับวังมาตั้งแต่เล็ก ทำไมจะต้องเกรงกลัวนางกำนัลอาวุโสคนนี้ด้วย “ทำไมต้องฝึกมารยาทอะไรกันอีกล่ะ ก็คามิวเป็นลูกขุนนางชั้นสูงอยู่แล้วนี่ เขาน่าจะเคยชินกับพิธีการต่างๆเป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ถ้าเป็นพิธีการทั่วๆไปละก็นะ แต่สำหรับคนที่จะก้าวสู่ตำแหน่งอันทรงเกียรติเป็นที่จับตามองของใครต่อใครอย่างท่านคามิว จำเป็นจะต้องขัดเกลาเพื่อเพิ่มความสง่างามให้เหมาะสมกับเจ้าหญิงรัชทายาท” แม่นมตั้งท่ามาดมั่นพร้อมกับขยับแว่นกรอบทองเล็กๆให้เข้าประจำที่บนดั้งจมูกของตน “ตอนนี้ท่านคามิวคงยังทานอะไรไม่ลงสินะ เพราะงั้นพวกเราขอทำงานก่อนก็แล้วกัน เอาละรีบลงมือตอนที่ไม่มีแรงขัดขืนนี่แหละ”
นางกำนัลอาวุโสตบมือแปะๆเป็นสัญญาณบางอย่างเป็นที่รู้กัน เพราะที่เหลืออีกสี่คนกระจายวงออกล้อมหนุ่มน้อยที่นั่งอึ้งเหงื่อตก แล้วช่วยกันคนละไม้คนละมือหิ้วปีกลากตัวคามิวที่กำลังมึนกับหลายๆเรื่องที่หล่นใส่หัวในครั้งเดียว และกว่าที่เขาจะทันตั้งสติก็โดนสาวๆลากเข้าไปลอกคราบในห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสียงร้องตื่นตระหนกของคนไม่เคยโดนดูแลแบบถึงเนื้อถึงตัวมาก่อนดังมาเป็นระยะ พอให้หนุ่มผมขาวสะดุ้งเฮือกนั่งไม่ติดที่พลางนึกจินตนาการถึงภาพน่าสมเพชของรุ่นน้อง ที่โดนสาวๆขัดสีฉวีวรรณอยู่ด้านใน
ถึงแม้เมอร์เคนจะเคยอยู่ในวังของบัลเบิร์คครั้งยังเด็ก แต่ก็ไม่เคยโดนบังคับหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลถึงขนาดนี้ รู้อยู่หรอกนะว่าพวกระดับเชื้อพระวงศ์ จะมีคนคอยปรนนิบัติพัดวีจนแทบไม่ต้องหยิบจับทำอะไรเอง แต่หากไม่เคยชินมาตั้งแต่เล็กๆ คงยากจะทำใจยอมรับความสะดวกสบายที่เหมือนก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ยิ่งกับตัวรุ่นน้องผมดำที่มีนิสัยสมถะติดดินแบบนั้น ...คงเหมือนโดนลากไปเชือดทิ้งไม่มีผิดแน่...
สักพักใหญ่ๆเสียงโวยวายก็เงียบลง คาดว่าเจ้าตัวคงปลงกับชะตากรรมที่ต้องเป็นคนสาธารณะได้แล้วในระดับหนึ่ง หรือไม่ก็ไม่มีอะไรให้ปกปิดอีกต่อไปแล้ว ครู่ต่อมาเหล่านางกำนัลก็พากันเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพเปียกปอน ไม่เว้นแม้แต่แม่นมฟีเลีย ท่าทางแต่ละนางเหนื่อยสาหัสไม่น้อยทว่ามีรอยยิ้ม แถมบางคนยังหัวเราะคิกคักราวกับไปพบเรื่องชวนให้อารมณ์ดี
“ท่านคามิว! จะอยู่ในห้องน้ำอีกนานมั้ยเพคะ? มาจัดการอาหารให้เรียบร้อยซะทีเถอะ หรือว่าติดใจอยากได้ฟูลคอร์สอีกสักชุด พวกหม่อมฉันจะได้จัดให้” แม่นมเจ้าระเบียบขยับแว่นส่งเสียงดุเร่งให้ผู้เคราะห์ร้ายรีบปรากฏตัวออกมา และคำขู่คงได้ผลอยู่ไม่น้อย เพราะร่างเพรียวยอมก้าวเข้ามาในห้องอย่างลนลานราวกับมีใครคอยเอาหอกไล่แทงหลัง “ทำตัวให้ชินไว้นะเพคะ เพราะจากนี้ไปพวกหม่อมฉันจะไม่ออมมือให้ท่านคามิวเด็ดขาด มานั่งที่แล้วรับอาหารและดื่มยาให้หมด! เดี๋ยวนี้!!”
หนุ่มน้อยเดินก้มหน้ามานั่งที่แล้วรีบจัดการอาหารด้วยท่าทางเกร็งๆ ตลอดเวลาที่ทานอาหารเขาไม่ยอมเงยหน้าสบตาใครในห้องเลยแม้แต่คนเดียว คามิวรู้สึกขัดเขินแทบจะหยิบจับทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้นางกำนัลเหล่านี้จะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมารดาของเขา ทว่าก็ยังเป็นคนอื่นอยู่ดี แล้วการที่ต้องโดนคนอื่นซึ่งไม่คุ้นเคยมาจับเนื้อต้องตัว และอาบน้ำอาบท่าให้โดยที่ตัวเองขัดขืนไม่ได้นั้น มันสร้างความอับอายให้หนุ่มน้อยจนอยากจะกลั้นใจตายเสียให้ได้
แต่เหล่านางกำนัลหาได้สนใจไม่ เพราะตอนนี้พวกนางต่างพากันชื่นชมผลงานจากความเหนื่อยยาก เพราะร่างเพรียวของเด็กหนุ่มซึ่งอยู่ในชุดเสื้อผ้าลำลองแต่ดูหรูหราของขุนนางชั้นสูงแห่งอาณาจักรโรแลนเซียนั้น ช่างดูดีมีชาติตระกูลและสง่างามขึ้นจนผิดตา ชุดที่พวกนางเลือกให้นั้นเป็นเสื้อคอตั้งสีอ่อนเนื้อผ้าบางเบา กางเกงขายาวหลวมๆใส่สบายเหมาะกับฤดูร้อน สวมทับด้วยเสื้อนอกตัวยาวตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีน้ำตาลเข้มปักดิ้นทอง ช่วงเอวใช้ผ้าทอลายยกทองผืนเรียวยาวผูกรัดไว้
เส้นผมสีดำที่เคยรกปรกหน้าตาไปกว่าครึ่งถูกจัดการให้เข้าที่เข้าทาง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ค่อนไปทางงดงามชวนหลงไหลหากประดับด้วยรอยยิ้ม แต่ยามนี้มันงอง้ำด้วยความขัดใจสุดๆ หนุ่มน้อยพยายามขัดขืนร้องประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของตน ...ทว่าไม่มีใครยอมฟัง เลยจำใจต้องก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งแม่นมฟีเลียโดยดี...
“คุณฟีเลียน่ะเป็นคุณแม่นมของเจ้าหญิงอาเรียค่ะ เธอควบตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการด้วย” นางกำนัลที่อายุมากหน่อยเป็นคนไขข้องกังขาเมื่อเห็นเมอร์เคนขมวดคิ้ว สงสัยในปฏิกิริยาอันแสนว่านอนสอนง่ายผิดปกติของรุ่นน้องคนโปรด “ท่านคามิวกับเจ้าหญิงอาเรียเคยโดนเธอจับฝึกมารยาทมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณฟีเลียรักเจ้าหญิงและท่านคามิวมาก ก็เลยเข้มงวดเอาจริงเอาจังจนทั้งสองท่านกลัวลนลาน"

"แต่เจ้าหญิงอาเรียเธอแก่นแก้วจึงมักจะหนีรอดมือไปได้ เหลือแต่ท่านคามิวนี่แหละ ที่หนีไม่ทันเลยโดนจับไปอบรมอยู่เรื่อย" นางกำนัลอีกนางหนึ่งหัวเราะขำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตพลางจัดเก็บเตียงให้เรียบร้อยเพื่อพร้อมสำหรับให้หนุ่มน้อยได้นอนพักผ่อนในคืนนี้ "ฝ่าบาทคงจะรู้ก็เลยส่งคุณฟีเลียมาดูแล เพราะท่านคามิวแพ้ทางเธออยู่น่ะค่ะ”

เพี๊ยะ...!! นางกำนัลอีกสองคนหัวเราะคิกคัก เพราะตอนนี้หนุ่มน้อยซึ่งเหมือนลูกไก่ในกำมือ โดนไม้อาญาสิทธิด้ามเรียวเล็กของคุณแม่นมจอมเฮียบ ตีเพียะเข้าให้เพราะหยิบใช้ช้อนผิดประเภท และกว่าจะเสร็จจากอาหารมื้อนี้คามิวก็โดนอบรมไปอีกหลายชุด จนเมอร์เคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมรุ่นน้องของตนถึงได้ขยาดคุณแม่นมฟีเลียขนาดนี้
แต่ดูเหมือนว่าเคราะห์กรรมของคนจะได้เป็นใหญ่เป็นโตยังไม่ยอมหมดง่ายๆ เมื่อเข้าไปในห้องทรงงานของราชาคาร์ลอส คามิวก็ได้รับรู้เรื่องที่ก่อกวนอารมณ์ให้ขุ่นมัวมากขึ้นไปอีก และด้วยรับสั่งโดยตรงรวมทั้งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ หนุ่มผมดำจึงจำใจต้องยอมเข้าร่วมการชุมนุมของเหล่าลูกหลานขุนนางที่จะจัดขึ้นในวันมะรืนนี้ เพื่อพิสูจนตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งว่าที่ราชบุตรเขยแห่งโรแลนเซีย
"มันเป็นหน้าที่สำคัญ ที่เจ้าจะต้องทำให้บรรดาขุนนางยอมรับในตัวเจ้า มันอาจจะง่ายกว่าถ้าเปิดเผยความลับเรื่องการ์เดี้ยนที่เคยสร้างความหายนะเมื่อครั้งอดีต แต่การปกครองผู้คนด้วยความหวาดกลัวมันไม่จีรังยั่งยืน ราชาไกอุสแห่งพรีมิวเลียเป็นตัวอย่างอยู่แล้วทั้งคนจริงไหม ฉันไม่ได้หวังให้เด็กหนุ่มอย่างเจ้ากลายเป็นขวัญใจที่เหล่าขุนนางเทิดทูลบูชาในเวลาแค่วันสองวันหรอก ขอแค่ให้พวกเขายอมตัดใจล้มเลิกความคิดจะส่งตัวแทนมาชิงตำแหน่งก็พอแล้ว"
เหนือหัวแห่งโรแลนเซียพูดพลางเดินสำรวจร่างเพรียวที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่กลางห้อง ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะดูสง่ามีราศีเหมาะกับพระราชวังก็จริง แต่นิสัยเรียบง่ายไม่ทะเยอทะยานและเกลียดการชิงดีชิงเด่นนี่แหละที่ทำให้พระองค์หนักใจ “เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า คามิว?” เห็นเด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่นานไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ ว่าที่พ่อตาเลยชักเป็นห่วงขึ้นมาว่าอาจจะมีการดื้อเงียบเกิดขึ้นเลยต้องถามเพื่อความแน่ใจ
“พะย่ะค่ะ” เสียงขานรับดังกลับมาพอให้รู้ได้ว่าเจ้าตัวยังคงรอฟังคำสั่งอยู่ แต่ไอ้ท่าทางห่อเหี่ยวก้มหน้าจ๋อยสนิทเหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต มันช่างขัดหูขัดตาพระราชาคาร์ลอสจนเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ยืนตรงๆ ยืดไหล่แล้วเงยหน้าขึ้นเดี๋ยวนี้นะ!!” สุรเสียงก้องกังวาลตะคอกใส่ ทำเอาหนุ่มผมดำสะดุ้งสุดตัวรีบยืนตรงตามคำสั่งทันที “ยอมรับความจริงได้แล้วว่าเจ้าถูกกำหนดให้ยืนอยู่เหนือคนอื่น ถึงฉันจะไม่บังคับให้เป็นว่าที่ราชบุตรเขย แต่ตัวตนของเจ้าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็ยิ่งใหญ่และอันตรายเพียงพออยู่แล้ว รู้สำนึกถึงความสำคัญและจุดยืนของตัวเองเสียทีเถอะ แล้วก็อย่าแสดงท่าทางน่าสมเพชอย่างที่เจ้าทำเมื่อกี้นี้ต่อหน้าฉันอีกเด็ดขาด! จำไว้ด้วย!!”
“พะย่ะค่ะ!” ในที่สุดก็ได้ยินเสียงตอบรับที่หนักแน่นเป็นที่น่าพอใจ “กระหม่อมจะไม่ทำเช่นนั้นต่อหน้าพระองค์อย่างเด็ดขาด พะย่ะค่ะ”
“ดีมาก ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากไม่น้อยที่เด็กอย่างเจ้าต้องมารับหน้าที่สำคัญแบบนี้ แต่ฉันก็ยังเชื่อมั่นในสายตาและการเลือกของตัวเอง อย่าทำให้พ่อคนนี้ต้องผิดหวังนะ คามิว”
ดวงตาสีฟ้าใสของราชาคาร์ลอสฉายแววคาดหวัง จับจ้องมองหนุ่มน้อยผู้ที่พระองค์เห็นและคุ้นเคยมาแต่เล็กแต่น้อย และทรงรักเอ็นดูไม่ต่างจากลูกชายของตนเอง ถึงแม้จะเห็นใจแต่เพื่อให้ว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์พร้อมสำหรับตำแหน่งที่จะก้าวขึ้นไปเป็นจ้าวแผ่นดิน ก็คงต้องแสดงบทโหดเคี่ยวเข็นเร่งให้คามิวเติบโตเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมโดยไว
“กระหม่อม…จะพยายามพะย่ะค่ะ” หนุ่มผมดำจำยอมรับคำ เมื่อไม่อาจหนีจากชะตากรรมได้ก็มีแต่ต้องเดินหน้าพยายามทำให้เต็มที่ แม้รู้อยู่แก่ใจตลอดเวลาว่าอนาคตที่ตนเองกำลังจะก้าวเดินไปนั้นมันเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่คงถึงเวลาที่จะต้องเสียสละความสุขส่วนตัวที่แทบจะไม่มีอยู่แล้ว เพื่อแผ่นดินและบุคคลที่รักและหวังดีกับตนเอง
“เรื่องงานชุมนุมวันมะรืนนี้ ข้ากำหนดคนที่จะไปคอยดูแลเจ้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เซบาสเตียน”
เหนือหัวแห่งโรแลนเซียสั่นระฆังแก้วเป็นสัญญาเรียกมหาดเล็กคนสนิท เพื่อให้นำตัวผู้ที่จะเป็นองครักษ์เฉพาะกิจเข้ามาในห้อง ครู่ต่อมาบุคคลที่ได้รับหน้าที่สำคัญทั้งสี่คนก็พากันมายืนเรียงแถว สามคนแรกเป็นคนคุ้นเคยของคามิวอยู่แล้วได้แก่ เมอร์เคนรุ่นพี่ว่างงานผู้ได้รับความไว้วางใจจากบิดามารดาของหนุ่มผมดำ หัวหน้านางกำนัลฟีเลียซึ่งจะไปคอยควบคุมความประพฤติ มิคาเอลล่าท่านย่าคนสวยซึ่งจะไปร่วมงานในฐานะตัวแทนของครอบครัวทีเอเนีย ส่วนอีกหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาทีหลังนั้นเป็นคนที่คามิวคุ้นๆว่าเคยเจอหน้ากันมาก่อน

"มันน่าน้อยใจจัง ที่เจ้าจำข้าไม่ได้” ชายหนุ่มผมทองที่พอจะดูออกว่าอายุมากกว่าเมอร์เคนหลายปี แสร้งทำท่าสลดหดหู่พลางถอนใจส่ายหน้า ก่อนจะพูดประโยคล่อแหลมที่ทำเอาเมอร์เคนต้องหันควับจนคอแทบเคล็ด “ทั้งๆที่ข้าเคยนอนกอดเจ้าบนเตียงเดียวกันตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆ”
“…!?” คิ้วเรียวได้รูปของคามิวขมวดยุ่งเพราะกำลังทบทวนว่าตัวเองเคยทำแบบนั้นเมื่อไหร่ ครู่ต่อมาสีหน้าของเขาก็เผือดลงพร้อมๆกับดวงตาเบิกโพลงฉายแววหวาดหวั่น “ท… ท่านเอเดรียน?”
“ว้าว ในที่สุดเจ้าก็จำข้าได้” ชายหนุ่มผมทองร่างสูงสง่าเผยรอยยิ้ม ส่งให้ดวงหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยน ดวงตาสีไพลินฉายแววขี้เล่นเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจ “ท่านน้า…ขอข้าจูบรับขวัญว่าที่ราชบุตรเขยของท่านหน่อยนะ”
“ตามสบาย พวกเจ้าไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีแล้วนี่นา ทักทายกันให้เต็มที่เถอะ ฉันอนุญาต”

เหนือหัวโรแลนเซียเดินไปนั่งยังโซฟาพักผ่อน เปิดโอกาสให้หนุ่มผมทองซึ่งมีชื่อว่าเอเดรียนซึ่งคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา ดูได้จากเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่หรูหราสูงค่าแถมยังมีท่าทางสนิทสนมกับคนระดับพระราชาอีกด้วย และตอนนี้ร่างสูงสง่าที่โตกว่าคามิวกำลังย่างสามขุมเข้าหาหนุ่มผมดำที่ทำท่าละล้าละลังหันซ้ายหันขวาหาทางหนีเอาตัวรอด

“อย่าพยายามให้เหนื่อยเลยคามิว ฉันไม่เคยเห็นเจ้าหนีเอเดรียนพ้นสักครั้ง” ราชาคาร์ลอสหัวเราะขำเจ้าหนุ่มผมดำที่ทำท่ามองหาตัวช่วย แต่ไม่มีใครกล้าขยับ "ยอมๆเขาไปก็หมดเรื่อง"
“ถึงอยากจะหนีก็ไม่ทันแล้วละนะ ฮ่าฮ่าฮ่า มามะ ขอรำลึกความหลังให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” วงแขนแข็งแกร่งรวบเอาร่างเพรียวของเด็กหนุ่มอายุ 17 เข้าสู่อ้อมกอด พร้อมระดมจูบเข้าใส่แก้มซ้ายขวาของคามิวที่พยายามดิ้นรนเอาตัวรอด “ข้าคิดถึงเจ้ามากเลยนะ แล้วเจ้าล่ะคิดถึงข้าบ้างหรือเปล่า พ่อตุ๊กตาที่น่ารักของข้า”
“ท่านเอเดรียน! หยุดเถอะครับ ข้าไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ!!” หนุ่มผมดำเริ่มหมดความอดทน เสียงของเขาจึงค่อนข้างดังและห้วนจนทำให้เหนือหัวต้องประหลาดใจ “ได้โปรดเลิกแกล้งข้าซะทีเถอะ ข้าขอร้องละครับ”
“โอ๊ะโอ๋ ก้าวหน้าขึ้นนะ เมื่อก่อนเห็นทำตัวนิ่งเงียบไม่ว่าข้าจะทำยังไงเจ้าก็เฉยตลอดแท้ๆ ท่านน้าเก่งจังที่ใส่วิญญาณให้ตุ๊กตาตัวนี้ได้” เอเดรียนหยุดแกล้งแต่ยังไม่ยอมปล่อยร่างเพรียวออกจากวงแขน สร้างความอิจฉาตาร้อน(?)ให้กับเมอร์เคนเป็นยิ่งนัก “แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนเจ้าก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง ข้าดีใจที่ได้กลับมาเจอเจ้าอีกครั้งนะ คามิว”
“เขาเป็นใครเหรอครับ? เห็นเรียกฝ่าบาทว่าท่านน้า” หนุ่มผมขาวแอบกระซิบถามแม่นมฟีเลียที่ยืนอยู่ข้างๆ “รู้สึกว่าคามิวจะเกรงกลัวเขามากนะครับ คุณฟีเลีย”
“ท่านเอเดรียนเป็นพระญาติฝ่ายพระราชินีค่ะ เธอเคยมาเป็นเพื่อนเล่นให้เจ้าหญิงอาเรียและท่านคามิวสมัยยังเป็นเด็ก แต่เพราะอายุห่างกันมากเลยกลายเป็นคล้ายๆพี่เลี้ยงคอยนำเจ้าหญิงอาเรียเล่นสนุกจนป่วนกันทั้งวัง เรื่องที่โปรดปรานที่สุดเห็นจะเป็นการช่วยกันแกล้งท่านคามิวนั่นแหละค่ะ” หัวหน้านางกำนัลจอมเฮียบขยับแว่นตาอีกครั้ง ก่อนจะกระแอมเตือนสติคนที่เห็นการกลั่นแกล้งเด็กเป็นเรื่องสนุกให้เกรงใจคนอื่นบ้าง “ฝ่าบาทเรียกท่านกลับมาเพื่อช่วยกันเทรนท่านคามิวนะคะ ท่านเอเดรียน!”
“แหม คุณฟีเลียละก็ ขอข้ากอดคนโปรดให้หายคิดถึงหน่อยก็ไม่ได้” ปากเอเดรียนพูดเจื้อยแจ้ว แต่สายตากลับจับจ้องมาที่หนุ่มผมขาวอีกคนที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงความไม่พอใจชัดเจน พอแกล้งจูบแก้มคนในอ้อมกอดดวงตาสีฟ้าก็วาวโรจน์ราวจะมีไฟลุกโพลง “จากกันแค่ไม่กี่ปี ก็มีคนใหม่มาแทนที่ข้าซะแล้วเหรอ แต่ไม่เป็นไรคืนนี้เรามารำลึกความหลังกันให้เต็มที่เลยก็แล้วกันนะ”
“แค่ก แค่ก” คนที่ถูกกอดไม่ปล่อยเริ่มมีอาการไอมากผิดปกติ เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงพอจะเจอความตึงเครียดขั้นรุนแรง ราชาคาร์ลอสจึงต้องรับสั่งให้พาตัวมานั่งพักบริการน้ำชาร้อนๆเรียกความสดชื่น โดยมีมิคาเอลล่าและแม่นมฟีเลียคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ปล่อยให้สองหนุ่มต่างดินแดนยืนจ้องหน้าเขม่นกันด้วยเรื่องแย่งคนโปรดต่อไป
โต๊ะเสวยในค่ำคืนนี้คึกคักไปด้วยแขกกิตติมศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เอเดรียนซึ่งเป็นพระญาติสนิทส่งเสียงสนทนาเฮฮากับราชาคาร์ลอส แต่ก็ยังคงเกาะติดหนึบกับคามิวไม่ยอมห่างพลางส่งสายตาท้าทายใครบางคนให้รู้สึกโมโหไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ มิคาเอลล่าท่านย่าคนสวยเอาแต่นั่งอมยิ้มลุ้นสงครามย่อยๆที่มีหลานชายของตนเป็นชนวนเหตุ ส่วนแม่นมฟีเลียยังคงทำหน้าที่ของเธอได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ด้วยการตามประกบอบรมมารยาทให้กับคามิวอย่างใกล้ชิด
“ตั้งแต่ข้าไปรับตำแหน่งดยุคผู้ครองแคว้นแทนบิดาของข้า ก็ไม่ค่อยได้ข่าวคราวภายในวัง แถมงานก็ยุ่งจนไม่ว่างมาเยี่ยมเยียนท่านน้า ต้องขออภัยจริงๆครับ” เอเดรียนพูดคุยกับเหนือหัวอย่างเป็นกันเองตามความเคยชิน ทั้งๆที่ปากก็กำลังพูดพล่ามแต่มือยังคงลูบหัว กอดคอ กอดไหล่ จับแก้ม เย้าแหย่ตุ๊กตาตัวโปรดที่จำใจนั่งอยู่ข้างๆไม่ยอมหยุด “ตอนที่ท่านน้าติดต่อขอความช่วยเหลือไป ข้าดีใจจนบอกไม่ถูกเลย ทีแรกกะว่าจะพาลูกสาวมาด้วย แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดเพราะกลัวลูกข้าจะอกหักตั้งแต่ยังเด็ก”
“น่าเสียดายที่อาเรียไม่ได้กลับมา ไม่งั้นคงจะสนุกกว่านี้ ยังไงซะเจ้าก็เคยเป็นตัวเก็งราชบุตรเขยมาก่อนนี่นะ” เหนือหัวแห่งโรแลนเซียยิ้มแย้มอารมณ์ดี ที่ได้พูดคุยกับคนสนิทที่รู้ใจแถมยังคล้ายๆกับเป็นตัวแทนมเหสีที่จากไปแสนนาน ทำให้หวลนึกถึงบรรยากาศเก่าๆขึ้นมา “คิดถึงสมัยก่อนช่วงที่เจ้ามาอยู่ที่นี่ ในวังครึกครื้นสนุกสนานทุกวัน ยกเว้นคนเดียวที่ไม่ค่อยจะสนุกด้วยเท่าไหร่ จริงมั้ยคามิว?”
“พะย่ะค่ะ” หนุ่มผมดำตอบรับเสียงเรียบเหมือนกับพยายามสะกดกลั้นความรำคาญเอาไว้เต็มที่ แต่ถึงจะอดทนยังไงก็ยังปิดไม่มิดเพราะมันฟ้องชัดทางใบหน้างามที่บูดบึ้ง “เลิกหยิกแก้มข้าเสียทีเถอะท่านเอเดรียน ทำแบบนี้ข้าก็ทานอาหารไม่ได้นะสิครับ”
“พูดเก่งขึ้นเยอะเลยแฮะ สมัยนั้นข้านึกว่าเจ้าเป็นใบ้เสียอีก อยากรู้จังว่าใครกันหนอที่ทำให้เจ้าดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาแบบนี้น่ะ ข้าจะได้ขอบคุณเขาเสียหน่อย”
“ไม่บังอาจหรอกครับ เรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมาก” หนุ่มผมขาวที่นั่งตาลุกวาวอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มแย้มตอบกลับมา เหมือนรอเวลาที่จะได้เอาคืน “ข้าเต็มใจจะช่วยดูแลเขาอยู่แล้ว เพราะท่านคามิลล่าเองก็เคยฝากฝังเอาไว้กับข้าโดยตรง”
หนุ่มผมทองเลิกคิ้วมองเมอร์เคนที่กำลังนั่งจ้องอยู่นานแล้ว ท่าทางฮึดฮัดที่มักจะปรากฏขึ้นยามแกล้งหยอกเย้าคามิว มันแสดงออกชัดเจนว่าอิจฉาอย่างหนัก ทำให้เอเดรียนนึกสงสัยอยู่ครามครันว่าเจ้าหนุ่มผมขาวคนนี้ มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตุ๊กตาตัวโปรดของตน แต่ขณะกำลังจะอ้าปากถามออกไป…
“เขาชื่อเมอร์เคน เนฟีราเวียสครับ เป็นประธานสภานักเรียนและเป็นรุ่นพี่ของผมที่กรุนเบอร์เรีย”
หางคิ้วท่านดยุคกระตุกทันทีที่ได้ยินคำตอบที่ตนกำลังจะถาม แต่เพราะคุ้นเคยกับความแปลกประหลาดของคามิวมาตั้งแต่เล็กๆก็เลยไม่ได้สงสัยอะไร ทว่ามันให้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาตะหงิดๆกับการกระทำคล้ายจะปกป้องเหมือนเป็นคนสำคัญ ยิ่งเห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจที่หนุ่มผมขาวส่งไปให้คนที่เป็นรุ่นน้องของเขา ก็ยิ่งกวนอารมณ์จนเริ่มเขม่นเหม็นหน้าคนที่อาจจะมาแย่งของรักของตน
“เนฟีราเวียส… เชื้อพระวงศ์ของบัลเบิร์ครึ? แล้วมาทำอะไรที่นี่ล่ะ” ท่านดยุคหนุ่มผมทองผู้มีดีกรีเป็นถึงพระญาติของราชาคาร์ลอสเริ่มแสดงนิสัยหวงของ ด้วยการกดดันด้วยสายตาและคำพูด “หมดธุระของเจ้าแล้วก็เชิญกลับไปเถอะ ข้าดูแลคนของข้าได้ไม่ต้องห่วงหรอก”
มิคาเอลล่าแอบหัวเราะขำศึกสองดินแดนที่ยกทัพถล่มกันกลางโต๊ะเสวยแบบไม่เกรงใจเจ้าภาพ เพราะโอกาสที่จะได้เห็นหลานชายของตนทำท่าลำบากใจเหมือนโดนยาขมแบบนี้หาดูได้ยากยิ่งนัก และดูเหมือนจะมีคนคิดเช่นเดียวกับคุณย่าคนสวยอยู่อีกหนึ่ง ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่หัวโต๊ะ ซึ่งเอาแต่หัวเราะเอิ้กอ้ากขำละครฉากเด็ดที่ขาดๆเกินๆมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
กว่าอาหารมื้อนี้จะเสร็จสิ้นลงเวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบค่อนคืน และมีคนต้องเรียกหายาแก้ท้องอืดเนื่องจากเจริญอาหารแถมมีลมเข้าไปในกระเพาะมากเนื่องจากหัวเราะไม่ได้หยุด ขณะที่คนอื่นๆแยกย้ายกันไปพักผ่อนหลับนอน คามิวยังต้องนั่งอ่านทบทวนชื่อ หน้าตาและยศของบุคคลสำคัญ ขุนนางชั้นสูงรวมทั้งเหล่าบุตรธิดาของพวกเขาซึ่งจะเข้าร่วมในงานชุมนุม โชคดีอยู่บ้างที่เขามีความจำเป็นเลิศจึงเสียเวลาไม่นานนัก
หลังจากคุณแม่นมฟีเลียเคี่ยวเข็นให้ท่องจำจนขึ้นใจแล้วเธอก็ยอมปล่อยให้คามิวเป็นอิสระ หนุ่มน้อยถอนหายใจโล่งอกนึกว่าจะได้นอนหลับพักผ่อนเสียที หลังจากทั้งเครียดทั้งเพลียแถมยังกินมื้อค่ำไม่อร่อยและฝืดคออย่างยิ่ง แต่คนอยากพักก็มีอันต้องคอตกนั่งเซ็งชีวิต และดูเหมือนความหวังทำท่าจะห่างไกลความจริงออกไปเรื่อยๆ เพราะว่าตอนนี้มีแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จากสองดินแดนมายืนจังก้าจ้องหน้ากันอยู่ในห้อง ...เตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกรอบสองเพื่อช่วงชิงอาณาเขตข้างเคียงบนเตียงนอนหลังโต...
“หมดหน้าที่ของเจ้าแล้วนี่ ทำไมถึงไม่กลับกรุนเบอร์เรียไปซะทีล่ะ” เอเดรียนซึ่งอยู่ในชุดนอนเตรียมพร้อมจะจับจองที่ว่างข้างคนโปรด เชิดใส่และออกปากไล่แบบซึ่งๆหน้า “ต่อไปนี้เป็นเวลาของตัวจริงอย่างข้า คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกรุณาออกจากห้องไปได้แล้ว”
หนุ่มผมขาวสะอึกหน้าเสีย เพราะหากคิดกันตามบรรดาศักดิ์แล้ว เจ้าของสถานที่ย่อมมีสิทธิมากกว่าแขกผลัดถิ่น แถมยังเป็นแค่เชื้อพระวงศ์ปลายแถวที่ไม่มีความสำคัญใดๆต่อแผ่นดินเกิดของตน แล้วจะเอาอะไรไปสู้คนที่เป็นถึงท่านดยุคผู้ครองแคว้นแห่งโรแลนเซีย ที่สำคัญยังเป็นคนสนิทชิดเชื้อถึงเนื้อถึงตัวรุ่นน้องคนโปรดมาตั้งแต่สมัยเด็กๆอีกด้วย แต่เพื่อหน้าที่ซึ่งพี่นางฟ้าอุตส่าห์ไว้วางใจมอบหมายให้คอยดูแลน้อง คงจะยอมแพ้ล่าถอยไปง่ายๆไม่ได้
“ใครว่าหมดหน้าที่ล่ะครับ ท่านคามิลล่าเจาะจงให้ข้าคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้คามิวอย่างใกล้ชิด และฝ่าบาทก็ทรงอนุญาตแล้วด้วย ดังนั้นข้าคงจะทำตามที่ท่านสั่งไม่ได้หรอก ท่านเอเดรียน” เมอร์เคนตอบกลับไปอย่างพยายามสุภาพสุดชีวิต ด้วยคำนึงถึงฐานะและอายุของคู่แข่งว่าสูงกว่าตนทุกด้าน จึงเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อเพื่อให้เกียรติตามสมควร
“ถ้าอยากจะดูแลความปลอดภัยก็ไปยืนเฝ้าหน้าห้องสิ ในห้องนี้มีข้าคอยดูแลอยู่แล้ว บอกตามตรงนะว่ามีเจ้าอยู่แล้วมันเกะกะ ข้าอยากจะรื้อฟื้นความหลังกับเขาตามลำพัง ไม่ต้องการให้มีคนนอก”
“ท่านเอเดรียน นั่นมันสมัยข้าอายุห้าขวบนะ อย่าพูดให้เกิดการเข้าใจผิดได้ไหมครับ” คามิวเริ่มปวดหัวกับนิสัยงอแงชอบเอาชนะของหนุ่มผมทอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากอีกคนเท่าไหร่นัก แต่วันนี้กลับมีท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวจนน่าสงสาร “แล้วเรื่องนอนกอดกันอะไรนั่นก็ด้วย ข้าจำได้ว่าพวกเรารวมทั้งเจ้าหญิงอาเรีย ก็แค่เคยนอนกลางวันอยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนถึงตอนที่ท่านต้องเดินทางกลับไปบ้านไม่ใช่เหรอครับ แต่ตอนนี้ข้าโตแล้วนะมันคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่”
“แต่มันก็คือการนอนกอดกันอยู่ดีละน่า แล้วข้าก็ยังเห็นเจ้าเป็นเด็กไม่เปลี่ยนแปลงนี่นา พี่ชายอยากจะนอนกอดน้องชายมันมีอะไรไม่เหมาะงั้นเหรอ” เอเดรียนยังไม่ยอมแพ้ เพราะทั้งคามิวและอาเรียนั้นเปรียบเสมือนน้องน้อยน่ารัก ที่คอยตามติดเขาแจเมื่อสมัยเป็นเด็กเล็กๆ ถึงแม้จะห่างกันไปหลายปีแต่ก็ยังไม่อยากเสียตำแหน่งคนสำคัญให้กับหนุ่มผมขาวผู้มาใหม่ “หรือว่าเจ้ารังเกียจ ข้าจะได้เป็นฝ่ายออกไปจากห้องนี้”
ดวงตาสีไพลินสลดวูบ ท่าทางผิดหวังของเอเดรียนนั้นดูสมจริงไม่เหมือนกับการเสแสร้งแม้แต่น้อย จนหนุ่มผมดำเริ่มรู้สึกใจอ่อน แต่เมื่อมองอีกหนึ่งคนที่ยิ่งสลดกว่าแล้วก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไงดี คามิวจำต้องคิดหนักเพราะคนหนึ่งเป็นถึงดยุคผู้ครองแคว้น แถมยังเคยเป็นพี่เลี้ยงให้ตนเมื่อตอนเป็นเด็กๆ และเป็นเสมือนพี่ชายที่คอยให้ความรักเอ็นดูเด็กกำพร้าอย่างเขา ส่วนอีกคนก็เป็นคนที่คอยห่วงหาอาวรณ์ดูแลไม่ได้ห่าง ถึงจะนิสัยเพี้ยนไปบ้างแต่ใจนั้นมีให้เต็มร้อย จะตัดบทไล่ออกไปจากห้องก็กระไรอยู่
“งั้นข้าจะออกไปเอง ขอโทษที่รบกวนครับ” หนุ่มผมขาวยอมเป็นฝ่ายล่าถอย เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องของตนกำลังลำบากใจ “ฉันจะอยู่หน้าห้องนะ เรียกได้ทุกเวลาไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่ต้องออกไปหรอกครับ นอนด้วยกันหมดนี่แหละ เตียงออกจะกว้างนี่นา” สองหนุ่มต่างดินแดนพากันหันควับมามองคนพูดพร้อมกับจะคัดค้าน แต่ร่างเพรียวกลับปีนขึ้นเตียงพร้อมทั้งซุกตัวลงนอนจับจองบริเวณตรงกลางพอดีพอดิบ “ท่านเอเดรียนเชิญด้านซ้าย รุ่นพี่เมอร์เคนนอนด้านขวาก็แล้วกันนะ” พูดพลางตบฟูกข้างตัวเหมือนจะเร่งให้คนที่มัวแต่ยืนอึ้งอยู่รีบๆเข้านอนกันเสียที “โดนคุณฟีเลียเล่นงานจนทั้งเหนื่อยทั้งง่วงเต็มที รีบๆเข้านอนกันเถอะ นะครับ ท่านพี่เอเดรียน รุ่นพี่เมอร์เคน”
เจ้าหนุ่มผมดำบนเตียงหยอดลูกอ้อนพร้อมกับส่งสายตาปรือๆมาให้ บ่งบอกถึงความง่วงสุดขีดและเตรียมจะหลับได้ทันที เจอเข้าไม้นี้ทั้งเอเดรียนและเมอร์เคนก็ได้แต่อึ้งมองหน้ากันไปมา จนคามิวต้องร้องเรียกอีกครั้งทั้งสองจึงยอมขยับก้าวเดิน
“เอาเป็นว่าสงบศึกก่อนก็แล้วกัน ข้าเองก็เหนื่อยจากการเดินทาง อยากนอนพักเหมือนกัน” หนุ่มผมทองพูดขึ้นมาลอยๆขณะเข้าประจำที่ว่างทางด้านซ้ายมือของคามิว “พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกมาก ต้องออมแรงไว้หน่อย”
“ขอบคุณครับ” เมอร์เคนเดินไปตรวจตราความเรียบร้อยของประตูหน้าต่างจนแน่ใจถึงสองรอบ ก่อนจะเดินมาเมียงมองและกระซิบเบาๆกับรุ่นน้องของตนที่หลับตานิ่งไปแล้ว “นอนให้สบายนะคามิว เดี๋ยวฉันจะไปนอนที่โซฟาก็แล้วกัน”
มือเย็นๆคว้าหมับที่แขนของเมอร์เคน พร้อมทั้งออกแรงดึงจนคนตัวใหญ่กว่าล้มลงบนฟูกนิ่ม ดวงตาสีทองง่วงงุนเปิดปรือขึ้นมองหนุ่มผมขาวที่กำลังตกใจเพราะไม่นึกว่าคามิวยังตื่นอยู่ หนุ่มน้อยพลิกตัวตะแคงมามองจ้องพร้อมกับใช้อีกมือที่ว่างอยู่ตบปุๆตรงฟูกข้างตัว ราวกับจะบอกว่าให้นอนตรงนี้ เมอร์เคนหัวเราะเบาๆกับหนุ่มผมดำที่ทำเหมือนละเมออ้อน แต่ก็ยอมลงนอนข้างๆแต่โดยดี
ค่ำคืนอันแสนเงียบสงบของบ้านเกิด กลิ่นดอกไม้ยามราตรีโชยกรุ่น เสียงหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่ข้างกายมอบความอุ่นใจให้หนุ่มน้อยขี้เหงาได้นอนหลับฝันดี เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจพบกับภาระหน้าที่และการฝึกฝนที่หนักหนาสาหัส ที่ต้องผจญอีกมากมายในวันรุ่งขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6074 hutson (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 20:08
    วายจนเลี่ยนเรยแหะ
    #6,074
    0
  2. #5926 dlky (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 21:00
    ชื่อตอน...เห็นแล้วนึกว่าจะเป็นศัตรูในงานชุมนุมหรืออะไรเทือกนี้ซะอีก

    ที่ไหนได้ดันเป็นคู่แข่งของเมอร์เคนที่น่า (จับจิ้น เอ๊ย!!) รัก นี่เอง...

    น่าเสียดายจัง(?) ที่ดันมีลูกมีเมียแล้ว...เฮ้ออออ(?!!)
    #5,926
    0
  3. #5907 ลีไลอา (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 / 03:37
    ไปตายซะไอราชาหน้าด้าน~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
    #5,907
    0
  4. #5818 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:55

    วายก็ดี...-0-

    #5,818
    0
  5. #5577 ^^Soa^^ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 21:26
    3p ใช่ไหมท่าน
    ฮ่ะๆๆๆๆ
    #5,577
    0
  6. #5351 เงาเมฆ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 02:28
    เดี๋ยวก็จิ้นวาย จริงๆหรอก แหม บทชวนคิด(ลึก)? อิอิ
    #5,351
    0
  7. #4889 WOF (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 01:01
    อ่านแล้วยังไงก็คิดว่าคามิวหัวอ่อนไป ขนาดไม่พอใจสุดๆ ก็ยังไม่แสดงออก(ถึงแสดงออกก็ไม่มีใครสน)

    คนปกติเขาทนกันได้หรือนี่? แล้วขนาดเครียดจัดจนไอออกมารอบนึงแล้วยังปล่อยให้มาแกล้งต่ออีก ไม่กลัวเครียดจัดกระเพาะทะลุหรือไงหว่า?

    แถมรู้สึกว่าไรเตอร์จะให้เมอร์เคนโผล่ในเรื่องบ่อย+นานกว่าคนอื่นเลยนะเนี่ย แอบๆ จับคู่ให้รึเปล่าเนี่ย

    นางเอกกับน้องสุดที่รักยังนานๆ จะได้เป็นตัวเด่นทีเลย แต่รุ่นพี่นี่ออกมาเกือบทุกตอน

    เกือบๆ เด่นกว่าพระเอกที่เอาแต่นอนซมเพราะเหนื่อยหรือไม่ก็เจ็บตัวนอนพักฟื้นตลอดอีกนะเนี่ย
    #4,889
    0
  8. #4803 ~พระจันทร์สีเลือด~ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 21 กันยายน 2553 / 14:27

    อ่ามีมาอีกคน น่าจิ้นวายจัง ไม่ใช่เฟ้ยmeล้มโต๊ะ เดี๋ยวใครก็เข้าใจผิดว่านิยายวายอีกหรอกชอบมีตัวละครชวนเข้าใจผิด
    มีมาบ่อยๆแบบนี้ไงเขาถึงเข้าใจผิดกัน

    #4,803
    0
  9. #4633 ~*>> IN (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 กันยายน 2553 / 05:47

    ตอน : คู่แข่ง

    อ่านชื่อตอนทีแรกนึกว่าศัตรูหน้าใหม่โผล่มาเสียอีก

    พอเอาเข้าจริง   ที่ไหนได้   พี่ชาย(?)คนเก่าซะงั้น   55555+

    แต่ถึงไม่ใช่ศัตรู   แต่ก็ทำให้คามิวปวดหัวไม่ใช่น้อยนะเนี่ย   

    หวังว่าคงรอดถึงวันพรุ่งนี้นะ  คามิว  ^^

    #4,633
    0
  10. #4547 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 22:05
    ศึกชิงนาย 55555
    #4,547
    0
  11. #4328 Lux51Forever (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 10:47
    ศึกชิงคามิว

    โดยสองหนุ่มหล่อ ><

    โอวววววววว

    ใครกันนะที่จะชนะ

    5555
    #4,328
    0
  12. #4180 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 14:05
    ว๊ายกีสส ศึกชิงนาง 5555 อิจชี่หนูคามิวจังเยย
    #4,180
    0
  13. #4179 loli (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 01:33
    ตื่นมาจะเป็นงัยเนี่ย!!!
    #4,179
    0
  14. #4178 ~`NamFar`~ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 17:05

    หวายๆ หวังว่าตื่นขึ้นมา...
    คุณแม่นมฟีเลียคงจะไม่เข้ามาเห็นท่านอนชวนเข้าใจผิดแต่เช้าหรอกใช่มั้ย

    ...

    PS. เรื่องนี้สนุกมากเลยค่าา
    PS.2. รีบอัพต่อเร็วๆนะคะพี่แหม่ม ฟ้าจะรอนะคะ

    #4,178
    0
  15. #4177 dek-dd-na (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 06:40

    ขำปนสงสาร... คามิวจะเบี่ยเบนเล็กน้อยไหมเนี่ย

    #4,177
    0
  16. #4176 awernatae mistkwit (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 00:49
    หวังว่าตอนเช้าคงไม่ได้มีฉากชวนเข้าใจผิดนะ
    #4,176
    0
  17. #4174 เอกเองครับ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 23:01

    โอ๊ะโอ๋ นอนด้วยกันสามคน ตื่นมาจะมีใครกระเด็นไปนอนพื้นไหมเนี่ย

    #4,174
    0
  18. #4165 notg (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 12:13
    เมอร์เคน........แกมันโครตน่าอิจฉาเลยโว้ย!! >[   ]<

    (โดนไรเตอร์ถีบ)



    ป.ล. อัพอีกเรื่องยังอ่ะครับ ==++

    ป.ล.(2) เอาอีกๆ!!แกล้งคามิวอีก!!! >[       ]<
    #4,165
    0
  19. #4164 สนุกดีครับ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 10:43
    เหอ เหอ เหอ ซ้าย ขวา
    #4,164
    0
  20. #4163 MAya (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 09:41

    ท่านเอเดรียนนี่ แพรวพราวซะเหลือเกิ้นนน
    สู้เขา เมอร์เคน!!!  
    เฮ้อ! คามิว เอ้ยยย    

    #4,163
    0
  21. #4162 axis (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 06:57
     โอ้ ซ้าย ขวา.. ระวังตัวด้วยนะคามิว อาจเกิดมลพิษทางเสียงได้ ไม่ก็ นอนดิ้นพิบัติ


    #4,162
    0
  22. #4159 The Healer of Zares (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 / 01:04
    ว้าว  ตอนที่ 90 แล้วเหรอ

    รู้สึกกระผมจะพึ่งอ่านถึง 80 ต้นๆ

    อ่าๆ   กระโดดแวบ ขึ้นไปด้านบน


    พี่แหม่ม  สวัสดีค่า
    คึดถึงพี่  คิดถึงคามิล  
    ส่วนเรื่องแนวรักๆ  
    เดี๋ยวจะไปส่องๆดูนะค่ะ  >.<
    #4,159
    0
  23. #4149 เอกเองครับ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 21:55
    ฮ่าฮ่า จะมาดูแล หรือทำให้อาการแย่ลงเนี่ย รอดูครับว่าในงานจะทำคนตะลึงอีกหรือเปล่า
    #4,149
    0
  24. #4148 focus (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 19:23
    555+ น่าสงสารคามิวอ่ะ...(สงสารแล้วหัวเราะทำไมว่ะ)
    #4,148
    0
  25. #4147 นักฆ่าอัคคี (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 17:48
    เผ็นขวัญใจของผู้ชายได้แต่อย่าเป็นภรรยาของผู้ชายก็แล้วกัน 555+ เออ!ให้ฟาร์ฟาร์ออกมาด้วยสิ แล้วบอกว่า '' อย่ามายุ่งกับเด็กของข้า " อะไรแบบนี้อ่ะ
    #4,147
    0