วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 88 : (แก้ไขค่ะ)เงาอดีต(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

แก้ไขเรื่องเวลานิดหน่อยค่ะ  กลัวจะฉุกละหุกเกินไปจนคามิวไม่มีเวลาได้พักหายใจ เดี๋ยวแม่ยกจะหาว่าคนเขียนใจดำ  ใช้งานพระเอกหนักเกินไป แหะๆ
**++**++**++**


พระราชวังหลวงแห่งโรแลนเซีย งามสง่าด้วยสิ่งก่อสร้างอันโอ่อ่าอลังการ ตัวพระราชวังและตำหนักสำคัญต่างๆสร้างด้วยหินอ่อนเนื้อดีสีขาวนวล สลักเสลาลวดลายไม้เถาตามยอดเสาเคลือบทองดูละลานตา อีกทั้งยังมีอุทยานกว้างขวางปลูกไม้ประดับทั้งไม้พุ่มและไม้ยืนต้นดูร่มรื่นมีระเบียบ สวนหย่อมริมสระน้ำใสใช้ไม้ดอกนานาพันธุ์จัดวางเล่นสีสันเพิ่มความสดใส ให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่งดงามที่สุดในสี่ดินแดน
ตามปกติในวังจะมีทหารยามและนางกำนัลคอยทำหน้าที่ถวายงาน เดินไปมาอยู่ขวักไขว่ในตำหนักสำคัญของราชาคาร์ลอส ทว่าตอนนี้มีบางส่วนถูกปิดตาย กลายเป็นเขตอันตรายห้ามเข้าโดยเด็ดขาด แต่ก็ไม่วายมีคนอยากรู้อยากเห็นคอยไปเยี่ยมๆมองๆด้วยความสนใจ จะไม่ให้สนใจใคร่รู้ได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อราชองครักษ์ที่คอยยืนคุมทางเข้าทางออกอย่างเข้มงวดนั้น แต่งตัวประหลาดผิดธรรมดากว่าใคร เพราะอยู่ในชุดคลุมมิดชิดมีผ้าปิดปาก อีกทั้งยังมีการแปะแผ่นยันต์ที่เขียนด้วยอักขระแปลกๆอีกด้วย
สืบเนื่องจากไอเวทที่ฟุ้งกระจายออกจากร่างกายของว่าที่ราชบุตรเขยเริ่มทำพิษ ก่อกวนให้ชาววังปั่นป่วนร้อนรุ่มกันไปหมด แม้มหาปราชญ์ทิวลีนจะพยายามหาทางแยกการ์เดี้ยนตัวใหม่ออกจากร่างคามิว แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่พบหนทางที่ว่าแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและสวัสดิ์ภาพของหนุ่มน้อยคนสำคัญ จึงต้องนำตัวมาคุมขังเอาไว้ในตำหนักที่แยกตัวออกมาต่างหาก พร้อมทั้งกางเขตอาคมคลุมไว้หลายชั้นเพื่อกักเก็บไอเวทมหาภัยเอาไว้ให้หมดสิ้น
“ใส่ชุดแบบนั้นแล้วไม่ร้อนรึไง?” เมอร์เคนซึ่งได้รับเลือกให้อยู่ดูแลเพราะมีภูมิคุ้มกันไอเวทที่เหมือนยาเสน่ห์ ยังต้องคอยมองห่างๆอยู่นอกเขตอาคมชั้นใน “อากาศในนี้ก็ไม่ค่อยถ่ายเทเพราะถูกกักเอาไว้หมด แล้วทนอยู่ได้ไงเนี่ย?”
เพราะเขตอาคมกักเก็บไอเวทเอาไว้ทำให้ทั้งห้องเหมือนอยู่ในครอบแก้ว มวลอากาศหยุดนิ่งและร้อนอบอ้าวจนคนทั่วไปแทบทนไม่ไหว แต่ทว่าตัวคนโดนพูดถึงนั้นเหมือนจะยังเฉยอยู่ได้ด้วยการนั่งนิ่งเหมือนตุ๊กตาตามที่ตัวเองถนัด ทั้งๆที่เสื้อผ้าก็ดูน่าอึดอัด เพราะเป็นชุดเสื้อคลุมรุ่มร่ามปกปิดร่างกายจนมิดชิดไปทุกส่วน จะเหลือก็เพียงช่องตรงลูกนัยน์ตาเท่านั้นเอง ดูๆไปตัวคนใส่ก็เหมือนจะปกติดี แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน …เพราะนี่คือการต่อสู้รอบที่สอง เป็นการวัดความอดทนระหว่างผู้เป็นนายกับไกเซอร์ แกรนมาสเตอร์การ์เดี้ยนจอมเจ้าเล่ห์…
“ถ้าสงสารก็ปล่อยข้าออกไปสิ” เสียงทุ้มต่ำมีอำนาจดังจากปากคามิว มันฟังดูแปร่งปร่าผิดจากเดิมจนเมอร์เคนนึกรู้ได้ทันทีว่า คนที่นั่งนิ่งอยู่ตอนนี้คือการ์เดี้ยนที่แฝงร่างหนุ่มน้อยอยู่ “ข้าอุตส่าห์ช่วยชี้ทางที่ง่ายที่สุดในการครองใจประชาชนพลเมืองให้แล้วแท้ๆ จะปฏิเสธทำไมก็ไม่รู้ มันน่าโมโหจริงๆ”
“ไกเซอร์? ออกมาได้ยังไง! หรือว่าคามิวเป็นอะไรไปแล้ว” หนุ่มผมขาวเริ่มใจเสีย เนื่องจากไกเซอร์โผล่ออกมาได้แบบนี้ละก็แสดงว่าต้องเกิดเหตุกับรุ่นน้องคนโปรดแน่นอน
“ก็แค่เป็นลมสลบไปเท่านั้นแหละ ทั้งร้อนทั้งอึดอัดแบบนี้ใครทนได้ก็แปลกแล้ว” ไกเซอร์ออกอาการกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ สังเกตได้จากดวงตาสีทองที่สว่างวาบจนน่ากลัว “ข้าไม่เข้าใจเลยว่าจะต่อต้านไปทำไม ทั้งๆที่มันเป็นทางลัดที่จะได้ครองโลกนี้ได้ โดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อให้เปล่าประโยชน์แท้ๆ”
สิ่งที่ไกเซอร์พูดโพล่งออกมาสร้างความตกใจให้อีกสี่คน ที่เพิ่งแทรกข่ายอาคมเข้ามาในห้องเป็นอันมาก คามิลล่าถึงกับหลุดปากอุทานออกมา และทำท่าจะเป็นลมจนคริสโตเฟอร์ต้องรีบเข้าไปประคอง ส่วนมหาปราชญ์ทิวลีนที่ใส่ชุดป้องกันไอเวทครบเครื่อง กำลังถลึงตามองเจ้าหนุ่มที่ถูกการ์เดี้ยนสิงร่าง ราวกับกำลังเห็นหายนะอยู่ตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่อาจารย์จอมเวทได้เจอกับไกเซอร์ และได้สัมผัสถึงความน่ากลัวของมันโดยตรง ส่วนอีกหนึ่งคนที่ใส่ชุดเหมือนกันกลับหัวเราะเบาๆราวกับเจอเรื่องตลกขบชัน
“นี่น่ะรึ การ์เดี้ยนตัวใหม่ที่เจ้าเล่าให้ฟังน่ะ” ราชาคาร์ลอสหันมาถามหนุ่มผมขาวที่ยืนทำความเคารพอยู่ห่างออกไป “เรื่องที่พูดมาก็ฟังดูเข้าท่าดีเหมือนกันนะ ครองโลกโดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้องั้นรึ?”
“ฝ่าบาท!!” คริสโตเฟอร์และคามิลล่าประสานเสียงพร้อมกัน เพราะนึกหวั่นใจในความคิดที่ไม่ค่อยจะเหมือนใครของราชาคาร์ลอส ถ้าเกิดเหนือหัวเห็นดีเห็นงามไปกับการ์เดี้ยนตัวแสบตัวนี้ละก็ ไม่อยากคิดเลยว่าลูกชายผู้น่าสงสารของตนจะเป็นเช่นไร
“อย่านะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอมเด็ดขาด!” จอมเวทสาวเริ่มใจเสียร่ำๆจะเป็นลมไปอีกรอบ “ลูกชายของหม่อมฉัน ไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงในอำนาจ เขาไม่มีวันต้องการเช่นนั้นอย่างแน่นอน”
“ข้าก็เพิ่งเจอคนแบบนี้เป็นคนที่สอง ใครจะไปนึกละว่า จะมีคนนิสัยเหมือนเจ้าพ่อมดขาวคนนั้นอยู่อีก ไม่แน่นะเจ้าหนูคนนี้อาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่ก็ได้ละมั้ง”
คามิลล่าสะดุดกึกกับคำว่าพ่อมดขาว เพราะหากเป็นคนที่การ์เดี้ยนซึ่งหลับใหลมากว่าพันปีรู้จัก ก็น่าจะเป็นคนในประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ซึ่งเรื่องราวในช่วงนั้นขาดหายไปราวกับมีใครจงใจลบออก เพื่อปกปิดไว้เป็นความลับ และอาจจะเป็นคนเดียวกับจอมเวทขาวซาเรียส ผู้กล้าที่สามารถเอาชนะจอมมารและคืนอิสรภาพให้แก่เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ได้
“พ่อมดขาวที่เจ้าพูดถึงคือใคร? พอจะบอกชื่อให้พวกเรารู้หน่อยได้ไหม” จอมเวทสาวเอ่ยถามผู้ที่กำลังครองร่างบุตรชายของตนอย่างหวาดๆ เพราะท่าทางเหมือนไม่สบอารมณ์ของไกเซอร์ มันทำให้ลูกชายของเธอดูน่ากลัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ “หรือว่าจะเป็นจอมเวทขาวที่ชื่อซาเรียส ถ้าใช่ละก็ ช่วยเล่าเหตุการณ์ในสมัยนั้นให้เราฟังหน่อยเถอะ”
ดวงตาสีทองวาววามหันมามองสบกับดวงตาสีเดียวกันซึ่งฉายแววหวาดหวั่น ทั้งเป็นห่วงและหวาดกลัว ของผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมารดาของเจ้านาย แม้ขณะที่หนุ่มน้อยหมดสติไปเพราะความทรมานที่มันเป็นคนจัดให้ แต่ส่วนลึกในใจเจ้าของร่างยังคงแน่วแน่ และมั่นคง ว่าจะต้องปกป้องครอบครัวและคนที่เขารักให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง และจะไม่ยอมแพ้อุปสรรคใดๆก็ตามที่จะต้องพบเจอในอนาคต
“ก็ได้ เห็นแก่เจ้าซึ่งเป็นแม่ของเจ้าหนูคามิว ข้าจะเล่าเรื่องพ่อมดขาวคนนั้นให้เจ้าฟัง” เจ้าการ์เดี้ยนในร่างมนุษย์ถอนใจยาว ก่อนตัดสินใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นในอดีตอันแสนนานมาแล้ว
กาลครั้งหนึ่งเมื่อราวๆพันปีล่วงมา ในตอนนั้นทั้งทวีปถูกปกครองโดยเผ่าพันธุ์ซึ่งมีอำนาจเหนือมนุษย์ ซึ่งเรียกขานตนเองว่าไฮลอร์เดรี้ยน ซึ่งครองอำนาจมานับแต่ดึกดำบรรพ์ นับจากสมัยที่เหล่าภูตแห่งธาตุทั้งหลาย ยังคงปรากฏกายให้เห็นจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไฮลอร์เดรี้ยนนั้นมีพลังมากมาย และด้วยการทำสัญญากับภูตแห่งความมืดยิ่งเพิ่มความน่าพรั่นพรึง จนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นไปอยู่เหนือสุดของทุกเผ่า ทว่าด้วยจิตใจอันวิปริตโหดเหี้ยมซึ่งเป็นผลจากธาตุมืด สร้างความหวาดกลัวจนหาผู้ต่อต้านได้ยาก ...เผ่าพันธุ์อื่นจึงจำใจยอมสวามิภักดิ์เพื่อความอยู่รอด...
จะมีก็เพียงสิ่งมีชีวิตที่ต่ำชั้นกว่าซึ่งเรียกตัวเองว่ามนุษย์เท่านั้น ที่อาจหาญต่อกร ถึงแม้ลักษณะรูปร่างจะใกล้เคียงกับไฮลอร์เดรี้ยน ทว่าด้านอำนาจแล้วไซร้ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน จนกระทั่งบังเกิดผู้ซึ่งได้รับพรจากภูตแห่งธาตุในธรรมชาติ ก่อให้เกิดพลังเวทที่มากมายมหาศาลกว่ามนุษย์ธรรมดา อีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงได้แม้ชีวิตและความตาย พวกเขาเหล่านั้น ได้คิดค้นศาสตร์มนตราเพื่อให้มนุษย์ธรรมดาเรียนรู้ จนมีความสามารถเกือบทัดเทียมกับไฮลอร์เดรี้ยน คนเหล่านั้นถูกเรียกขานว่าเหล่าพ่อมด ซึ่งในยุคปัจจุบันคงเทียบเท่าชั้นจอมเวทนั่นเอง
ทว่า การกดขี่ข่มเหงยังคงดำเนินเรื่อยมา จนในที่สุดมนุษย์เริ่มอดทนต่อไปไม่ไหว สงครามที่ดูจะเสียเปรียบจึงได้เริ่มต้นขึ้น ในช่วงแรกนั้นมนุษย์เป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำและสูญเสียมากมาย จนไฮลอร์เดรี้ยนนึกกระหยิ่มว่าคงกำจัดเผ่าพันธุ์นี้ได้ไม่ยากนัก หากแต่ว่าไฮลอร์เดรี้ยนผู้หนึ่งเกิดไปเข้ากับฝ่ายมนุษย์ จนนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ของฝ่ายตน
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ ไกเซอร์ก็หยุดชะงักการเล่าเรื่องไปเสียเฉยๆ ทำให้คนที่กำลังตั้งใจฟังเกิดความฉงนจนต้องเหลียวมองหน้ากันไปมา คามิลล่ายิ่งร้อนใจมากกว่าคนอื่นเพราะรู้ดีว่า ตอนนี้ลูกชายของเธอกำลังย่ำแย่เพราะโดนความร้อนและความอึดอัดเล่นงาน และที่การ์เดี้ยนตัวแสบเงียบไปนั้น อาจจะเกิดอะไรที่ร้ายแรงยิ่งกว่ากับคามิวก็เป็นได้
“ไกเซอร์? คามิวเป็นอะไรไปงั้นเหรอ? บอกข้ามานะ ลูกของข้าเป็นอะไรไป?”
คามิลล่ากรีดร้องพลางถลันเข้าไปหาร่างเพรียวที่นั่งนิ่งงันราวรูปปั้นอย่างรวดเร็ว จนทิวลีนแทบจะปลดเขตอาคมให้ไม่ทัน เมื่อจอมเวทสาวรวบร่างของหนุ่มน้อยไว้ในอ้อมแขนก็ยิ่งตกใจ เพราะชุดที่ใส่นั้นมันเปียกชุ่มราวกับโดนราดด้วยน้ำร้อนๆ มันคือเหงื่อกาฬที่ไหลหลั่งออกมานั่นเอง เพราะชุดที่สวมใส่นั้นเป็นผ้าเนื้อหนาพิเศษ แถมยังมีแผ่นยันต์อีกหลายสิบแผ่นพันไว้ตามตัว และจากการที่โดนปิดขังไว้ในเขตอาคมที่อากาศไม่ถ่ายเท จนร้อนอบอ้าวราวอยู่ในห้องซาวน่าก็ไม่ปาน แต่เพราะคามิวพยายามอดทนโดยไม่ยอมแสดงความทรมานให้ใครได้เห็น จึงไม่มีใครเฉลียวใจว่าหนุ่มน้อยผมดำกำลังจะแย่ เพราะปริมานน้ำที่สูญเสียไปจากร่างกายมันเกินขีดจำกัดแล้ว
“หึหึ ชนะข้าอีกจนได้นะเจ้าหนูคามิว เอาเถอะ ข้าจะยอมอยู่อย่างสงบจนกว่าจะถึงเวลาก็แล้วกัน” เสียงของไกเซอร์ค่อยๆแผ่วเบาลงเรื่อยๆราวกับคนง่วงนอนสาหัส “ส่วนเรื่องราวในอดีตนั้น เอาไว้ลองถามจากเจ้าหนูหัวดื้อคนนี้เอาเองก็แล้วกันนะ เพราะถ้าเขาต้องการ ก็อ่านความทรงจำของข้าได้ไม่ยากนักหรอก”
ร่างเพรียวในอ้อมแขนอ่อนระทวยทิ้งน้ำหนักลงทันทีที่สิ้นเสียงของไกเซอร์ ไอเวทที่เคยกรุ่นกระจายจางหายไปอย่างรวดเร็ว คามิลล่ารีบถอดชุดที่ทั้งหนาทั้งร้อนนั้นออกจากร่างของลูกชายอย่างรวดเร็ว ส่วนทิวลีนรีบร่ายเวทกำจัดไอเวทมหาภัยที่หลงเหลือให้สิ้นซาก ก่อนจะสลายเขตอาคมให้สายลมเย็นได้พัดพาเข้ามาคลายความอบอ้าวอับทึบภายในห้อง ด้านเมอร์เคนรีบรินน้ำเย็นๆใส่แก้วส่งให้มารดาของรุ่นน้องคนโปรด เพื่อนำไปป้อนให้กับลูกชายของเธอ ที่เป็นลมหมดสติแน่นิ่งไป
“กำจัดไอเวทของไกเซอร์เรียบร้อยแล้วรึท่านทิวลีน?” ราชาคาร์ลอสถอดชุดป้องกันออกด้วยความโล่งใจ เพราะชุดหนาๆพาอึดอัดมันช่างไม่เหมาะกับฤดูนี้เอาเสียเลย “ตกลงก็ไม่ทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต แล้วจะทำยังไงกันละทีนี้ จอมเวทขาวที่ชื่อซาเรียสนั่นเป็นพวกไฮลอร์เดรี้ยนเหมือนจอมมารงั้นสิ”
“กระหม่อมคิดว่า ไฮลอร์เดรี้ยนคงจะเป็นเผ่าพันธุ์ของจอมมารแน่นอน แต่คนทรยศที่ไกเซอร์บอกจะใช่จอมเวทขาวซาเรียสรึเปล่านั้น กระหม่อมว่าเราอย่าเพิ่งด่วนสรุปจะดีกว่า เมื่อรู้จุดกำเนิดก็ย่อมมีหนทางสืบสาวราวเรื่องไปจนถึงสิ่งที่เราต้องการรู้ได้อย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ”
มหาปราชญ์ทิวลีนรับคำเป็นมั่นเหมาะ ทำให้ราชาคาร์ลอสค่อยคลายกังวลใจ ถึงแม้ว่าอยากเห็นฤทธิ์เดชของการ์เดี้ยนตัวล่าสุดให้มากกว่านั้น แต่ใจหนึ่งก็นึกขยาด เพราะแค่นึกภาพว่าเด็กอ่อนต่อโลกอย่างว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์ได้ครองโลก คงต้องตามแก้ปัญหากันจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ ที่สำคัญที่สุดคือ คนที่ยืนอยู่เหนือคนอื่นนั้นไม่ได้สุขสบายอย่างที่ได้เห็น แม้การกินอยู่จะหรูหรา แต่ภาระและหน้าที่อันหนักหนาสาหัสซึ่งต้องแบกรับไว้ตลอดชีวิต มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลยในความคิดของคนที่รักสงบชอบอิสระ เพียงแค่ดูแลปกครองแผ่นดินโรแลนเซียให้ร่มเย็นเป็นสุข ก็ต้องเสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวไปจนเกือบหมดสิ้น
“ถ้าคามิวไม่ได้เป็นคนสำคัญของโรแลนเซีย เขาจะมีชีวิตสุขสบายกว่านี้รึเปล่านะ?”
ขณะทอดสายตามองมารดากำลังสาละวนช่วยเหลือลูกชายของเธอ ราชาคาร์ลอสก็ให้นึกสงสารขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เด็กหนุ่มคนนั้นเพิ่งจะอายุเต็ม 17 ได้ไม่นาน ก็ต้องผจญกับเหตุการณ์เลวร้ายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แถมยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของอาณาจักรอีกด้วย
“ไม่หรอกเพค่ะ ชะตาของเด็กคนนี้ถูกกำหนดมาแล้ว เพียงแต่มันเร็วเกินไปจนทุกคนตั้งตัวไม่ทันเท่านั้นเอง”
จอมเวทสาวคงได้ยินสิ่งที่ราชาคาร์ลอสรำพึงกับตัวเอง เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความสงสารและเสียใจที่ตัดสินใจผิด ส่งตัวลูกชายที่ยังไม่พร้อมออกไปผจญเคราะห์กรรมตามลำพัง คามิลล่าพยายามทำนายอนาคตของลูกชายมาตั้งแต่เขายังเล็กๆ ผลที่ได้ยังคงคลุมเครือไม่เคยเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเริ่มมีการเคลื่อนไหวของจอมมาร คำทำนายที่ได้เริ่มผันผวนไม่แน่นอน บางครั้งถึงกับทำนายไม่สำเร็จอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“หม่อมฉันผิดเองที่ไม่เลี้ยงดูให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้ เพราะหม่อมฉันมัวแต่กลัวว่าจะต้องสูญเสียลูกไป ถึงได้ประคบประหงมเก็บเขาไว้ใกล้ๆตัวกลัวอันตรายสารพัด จนกลายเป็นเด็กอ่อนโลกไม่ทันคน”
“ท่านจอมเวทอย่าโทษตัวเองเลย ไม่มีพ่อแม่คนไหนทนเห็นลูกมีอันตรายได้หรอก ยิ่งท่านสามารถทำนายทายทักได้ล่วงหน้า จึงต้องหวาดกลัวมากกว่าคนอื่นเป็นธรรมดา สำหรับเรื่องนี้ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ดึงดันเอาตัวคามิวไปจากท่าน แต่ในเมื่อมันเกิดเหตุขึ้นมาแล้วก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป สิ่งที่พวกเราทำได้ก็มีแค่ช่วยประคับประคองดูแลและคอยสั่งสอนเขาให้ดีที่สุด ที่สำคัญลูกชายของท่านคงไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆจริงไหม? ขนาดการ์เดี้ยนที่แสนร้ายกาจ ยังต้องยอมแพ้ความดื้อรั้นของเขาเลยนี่นา”
“ก็ยังนับว่ามีส่วนดีอยู่บ้างนะพะย่ะค่ะ” มหาปราชญ์ทิวลีนอ่อนใจกับความรักลูกที่มากเกินไปของอดีตศิษย์เอกของตน แต่ขัดใจตรงที่ความดื้อรั้นของเจ้าหนุ่มคนนี้บางทีก็แสดงออกไม่ถูกกาลเทศะ “เพราะกระหม่อมระอากับนิสัยแบบนี้ของเขาเต็มที อย่างตอนเรียนเวทมนต์ที่ราเชลก็เหมือนกัน พอจะทำได้ดีก็หาเรื่องหนีกลับไปกรุนเบอร์เรียอยู่เรื่อย อุตส่าห์วางแผนว่าหยุดเทอมหลังสอบของกรุนเบอร์เรีย จะเก็บตัวเขาไว้เคี่ยวให้หนักๆหน่อย ก็ดันเกิดเรื่องขึ้นมาอีกจนได้”
“พูดถึงหยุดเทอมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ มันเหลือเวลาอีกห้าวันเท่านั้น คามิวจะหายทันมั้ยครับ ท่านคามิลล่า” อยู่ๆท่านประธานสภานักเรียนก็เข้าโหมดเอาการเอางานขึ้นมากระทันหัน เหมือนจะรู้ว่าถ้าไม่มีใครแย้งอะไรขึ้นมาละก็ รุ่นน้องของตนอาจจะโดนเก็บกลับราเชลแล้วไม่ยอมคืนให้ง่ายๆ “พอดียังมีงานสำคัญที่เด็กปีหนึ่งต้องทำ จะขาดไม่ได้เสียด้วยสิครับ”
“อ๋อ เจ้าหมายถึงเทศกาลปลายฤดูร้อนของกรุนเบอร์เรียใช่ไหม?” ราชาคาร์ลอสเองก็เป็นผู้หนึ่งที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนั้นเช่นกัน พอหนุ่มผมขาวเอ่ยขึ้นมาจึงจำได้ทันที “ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่สินะ ถ้าไม่ได้ร่วมงานนั้นละก็เสียดายแย่เลยละ จริงไหมคริสโตเฟอร์”
“เอ้อ… คือว่า… งานนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับคามิวรึเปล่าพะย่ะค่ะ” แม่ทัพอัศวินทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเคยมีคดีซึ่งกลายเป็นชนักติดหลัง ทำให้ไม่กล้าหือกับภรรยามาจนถึงปัจจุบัน ก็เพราะงานฤดูร้อนที่ว่านั่นแหละ “กระหม่อมว่าให้เขาไปอยู่ราเชลจนจบเทศกาล น่าจะดีกว่านะพะย่ะค่ะ”
“แต่ฉันว่ามันเป็นโอกาสดีที่คามิวกับอาเรียจะได้สนิทสนมกันมากขึ้นนะ ไม่ต้องกลัวหรอกน่า องครักษ์ที่คอยดูแลก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาหรอก” มหาบุรุษหัวเราะขำแม่ทัพอัศวินของตนที่รีบร้อนกลบเกลื่อนทำเป็นห่วงลูกชาย เพราะไม่อยากโดนขุดคุ้ยเรื่องเสียฟอร์ม “เอาเป็นว่ารีบรักษาคามิวให้หายภายในห้าวันก็แล้วกันนะ เพราะข้าจะส่งเขากลับไปกรุนเบอร์เรีย ส่วนท่านทิวลีนข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาสักหน่อย เชิญที่ห้องหนังสือเถอะ”
เมื่อสองผู้ยิ่งใหญ่เดินออกไปพ้นจากห้อง ทุกคนที่เหลือก็ถอนหายใจโดยพร้อมเพรียงกัน คริสโตเฟอร์นั้นหันมายิ้มให้กับภรรยาคนสวยที่กำลังมองด้วยแววตาโกรธๆ พร้อมแถมค้อนให้อีกวงใหญ่ เมอร์เคนซึ่งเป็นคนนอกเกิดอาการเป็นงง ไม่นึกว่าเทศกาลที่จัดขึ้นตอนปลายฤดูร้อนที่แสนสนุกสนานจะมีอะไรที่ทำให้คู่สามีภรรยาที่รักกันปานจะกลืน ต้องบาดหมางถึงขั้นโกรธกันได้ เพราะสำหรับคนธรรมดาแล้ว มันเป็นเพียงงานเทศกาลสนุกๆของชาวกรุนเบอร์เรีย ที่คนทั้งเมืองจะพร้อมใจกันออกมาเต้นรำ ดื่มกินกันแบบไม่อั้น
เหล่านักเรียนจะได้รับอนุญาตให้มาร่วมสนุกในงานเทศกาลประจำเมือง เพื่อเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพอันดีกับชาวบ้านทั่วไป และไฮไลท์ก็อยู่ที่งานเต้นรำในตอนกลางคืนที่เหล่าหนุ่มสาว จะมีโอกาสพัฒนาความสนิทสนมและบางคู่อาจถึงขั้นสารภาพรักกันเลยก็มี ถึงแม้จะมีการเล่นเกมเพื่อหาคู่เต้นรำก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ เพราะสมาชิกสภาอย่างเขาสามารถเล่นตุกติกเลือกคู่ให้คามิวล่วงหน้าได้อยู่แล้ว ...แต่ใครจะไปนึกละว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้นอีก...
.
ณ ห้องทรงอักษรของราชาคาร์ลอส หลังจากเจ้าของห้องและมหาปราชญ์แห่งราเชลเข้าห้องไปแล้วก็ปิดประตูแน่นหนา แถมยังมีการร่ายอาคมสร้างอาณาเขต เพราะไม่ต้องการให้ใครเข้ามาได้ยินการสนทนาเรื่องสำคัญที่กำลังจะปรึกษาหารือ บนโต๊ะทรงงานตัวใหญ่ที่มักจะเต็มไปด้วยกองเอกสาร แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ดูแปลกแยกออกไป มันเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่เก่าแก่ ส่วนปกที่ทำจากไม้แกะสลักลวดลายคล้ายอักขระแปลกประหลาด มีแผ่นโลหะคาดทับพร้อมกับสลักกุญแจแน่นหนา ราวกับว่าไม่ต้องการให้ใครสามารถเปิดออกอ่านเนื้อในได้
“หนังสือโบราณเล่มนี้ มีคนไปพบในถ้ำแห่งหนึ่ง มันเคยอยู่ในกล่องไม้เก่าๆที่ทิ้งไว้ในเหวก้นถ้ำ ถ้านายพรานไม่ตามเหยื่อเข้าไปในถ้ำ แล้วทำของหล่นลงไปจนต้องปีตามไปเก็บก็คงไม่ได้พบสิ่งนี้ แต่ว่าเรายังหาวิธีเปิดมันไม่ได้ เพราะไม่มีตัวลูกกุญแจน่ะสิ” มหาบุรุษชี้แจงให้อาจารย์จอมเวทรับรู้รายละเอียดความเป็นมา “ไม่รู้ว่ามีอะไรสำคัญหรือเปล่า อยากจะให้ท่านเอาไปจัดการตรวจสอบดูให้หน่อยน่ะ”
ทิวลีนขยับเข้าไปพิจารณาหนังสือโบราณแต่กลับไม่ยอมแตะต้องแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะระวังอาถรรพ์หรือมนตราที่ลงกำกับเอาไว้หรือไม่ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง

“ฝ่าบาท เคยแตะต้องหนังสือเล่มนี้บ้างหรือเปล่าพะย่ะค่ะ?”
“ไม่เคยหรอก เพราะจอมเวทที่จัดการรับของจากนายพรานซึ่งเป็นคนพบบอกว่า ห้ามแตะต้องเด็ดขาดเพราะนายพรานคนนั้นโดนคำสาปจนป่วยแบบหาสาเหตุไม่พบ ตกลงว่ามันมีอาถรรพ์อะไรงั้นหรือ?”
“เท่าที่กระหม่อมสัมผัสได้ตอนนี้ มันมีไอเวทประหลาดเคลือบอยู่แต่เบาบางมากพะย่ะค่ะ” อาจารย์จอมเวทพูดพลางทดลองส่งพลังผ่านคฑาเพื่อลบล้างไอเวทนั้น แต่ดันเกิดปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถิตแลบแปลบปลาบจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า “เป็นคาถาผนึกที่แข็งแกร่งมาก หากไม่มีกุญแจก็คงเปิดไม่ได้หรอก แต่กระหม่อมจะลองหาทางอื่นดูก่อน ตอนนี้อย่าให้ใครแตะต้องมันเป็นอันขาดนะพะย่ะค่ะ”
“อือม์ ฝากท่านด้วยก็แล้วกันท่านทิวลีน มันอาจจะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเราอยากรู้ซ่อนอยู่ในนั้นก็ได้”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ” มหาปราชญ์โค้งคำนับรับคำสั่ง พร้อมกับร่ายเวทเสกกล่องโลหะขึ้นมาใส่หนังสืออาถรรพ์เล่มนั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครได้รับอันตรายจากมันอีก “นำไปเก็บเอาไว้ที่หอจอมเวทก่อนจะปลอดภัยกว่า กลับราเชลเมื่อไหร่กระหม่อมจะนำมันไปวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าแต่ว่า… เรื่องของคามิว…”
“หึหึ ไม่ต้องห่วงหรอกท่านทิวลีน ยังพอมีเวลาตระเตรียมความพร้อมอีกเป็นเดือน ข้าจะสั่งเพิ่มการคุ้มกันให้เขาระหว่างที่มีงานเทศกาลก็แล้วกัน” พระราชาวัยกลางคนหัวเราะขำที่ใครๆพากันเห็นว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์ยังเป็นแค่เด็กน้อย ไม่เหมาะกับงานเทศกาลปลายฤดูร้อนของราเชล ที่ว่ากันว่าเป็นงานเทศกาลของคู่รัก “ข้าคิดว่าให้เขามีประสบการณ์เอาไว้ก็ไม่เสียหายนะ เป็นเด็กผู้ชายมันต้องฝึกไว้บ้างจะได้สับหลีกเป็นไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ท่านอาจารย์ถอนใจเบื่อหน่ายความคิดแผลงๆของพระราชาแห่งโรแลนเซียอันเกรียงไกร ที่อยากจะฝึกให้เด็กอ่อนหัดอย่างว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์เป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมในทุกด้าน สำหรับคนที่ล่วงรู้ประวัติอันแท้จริงของคามิว ทีเอเนีย เช่นบิดามารดาคุณตาคุณยายและตัวอาจารย์จอมเวทแล้วนั้น เด็กหนุ่มผมดำคนนี้ยังคงน่าเป็นห่วงเป็นใยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงแม้บัดนี้เขาจะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ทั้งยังมีพลังชีวิตเต็มเปี่ยม แต่เมื่อได้รู้ว่าเขาเป็นที่ต้องการของใครต่อใครรวมทั้งจอมมาร ก็ยิ่งปล่อยวางไม่ได้
“อันที่จริงคามิวยังมีหน้าที่ต้องกลับไปทำที่กรุนเบอร์เรียอีกอย่าง คือการสร้างอาณาเขตเพื่อป้องกันปีศาจธาตุมืด แล้วทางนั้นเขาก็ยื่นคำร้องขอมาโดยตรง เนื่องจากตอนนี้มีคนสำคัญของทุกอาณาจักรรวมตัวกันอยู่ที่นั่น” มหาบุรุษหยุดหัวเราะเปลี่ยนเป็นโหมดเอาการเอางานอีกครั้ง “ที่สำคัญคือข้าอยากให้อาเรียอยู่อย่างปลอดภัย ถึงลูกสาวข้าจะแก่นแก้วแค่ไหนก็ยังเป็นผู้หญิง แล้วก็ไม่ได้เก่งกล้าสามารถพอจะไปต่อสู้กับใครเขาได้ ข้าก็เลยหวังในตัวว่าที่ราชบุตรเขยไว้สูงมาก แต่เด็กคนนั้นกลับเกินกว่าที่คาดไว้เสียอีก”
“ไม่มีใครคาดเดาอนาคตของเด็กคนนั้นได้พะยะค่ะ ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดเอาไว้เพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งนั้น เขาจะต้องเลือกทางเดินด้วยตัวเขาเอง”
อาจารย์จอมเวทพึมพำแผ่วเบาแทบจับใจความไม่ได้ ความลับเรื่องชาติกำเนิดของคามิวยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่กระจ่างชัด แม้จะรู้ว่าเป็นโฮมุนคูลัสที่วิวัฒนาการจนถึงขั้นกลายเป็นมนุษย์ แต่ใครคือคนสร้างและสร้างเพื่อจุดประสงค์อะไรนั้นยังคลุมเคลือไม่ชัดเจน ยากที่จะฟันธงลงไปว่า ...เด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นผู้กอบกู้หรือผู้นำภัยพิบัติมาให้กันแน่...
***+++***+++***+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5816 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 15:54

    มีแต่อันตรายทั้งนั้น...น่าจะมีเรื่องให้ความสบายแก่คามิวจังบ้างนะ

    #5,816
    0
  2. #5333 pattanid (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 26 เมษายน 2554 / 19:09
    อ่านแล้วมันส์พะย่ะค่ะ
    #5,333
    0
  3. #4324 Lux51Forever (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 10:06
    ไกเซอร์คิดจะทำอะไรกันแน่

    หาเรื่องให้คามิวตลอด

    หาทางแยกออกมาให้ได้เร็วๆนะ
    #4,324
    0
  4. #4058 loli (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2553 / 11:27
    อ้ายยยย!!คิดถึงคามิว....>
    #4,058
    0
  5. #4039 นักฆ่าอัคคี (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 18:15
    ทำไมมีคนรู้เรื่องชาตอกำเนิดของคามิลล่ะ  คามิลล่าไปเล่าให้ฟังเหรอ
    #4,039
    0
  6. #4034 เอกเองครับ (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 21:41
    คามิวต้องเป็นผู้กอบกู้อยู่แล้ว หุหุ รอดูงานครับ
    #4,034
    0
  7. #4027 notg (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 19:21
    พักก่อนก็ได้่น่ะครับ TT^TT
    #4,027
    0
  8. #4019 focus (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 20:01
    สนุกมาก หายไวๆนะครับ..
    #4,019
    0
  9. #4016 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2553 / 20:07
    ไรเตอร์คร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ หายไวๆน้า เปงห่วงง่า อย่าเงมาอัพก็ได้เดวนิ้วระบม(เพราะเค้าก็เคยโดนกัดมาแย้ว)
    #4,016
    0
  10. #4014 Darkerisis,The_DeathGod (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2553 / 00:33
    พักรักษาตัวก่อนก็ได้ครับ  รอได้อยู่แล้ว= ="

    ยังไงก็ขอบคุณที่เป็นห่วงกลัวนักอ่านไม่ได้อ่านตอนต่อนะครับ  แล้วก็ขอให้หายไวๆ ครับ
    #4,014
    0
  11. #4011 ~*>> IN (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2553 / 16:44

    ...แต่ใครจะไปนึกละว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้นอีก...  ( หางคิ้วกระตุก -  - )

    คามิวมีแววซวยอีกแล้วววววววววววววววว   

    5555555555555+

    คามิวเอ๊ยคามิว   เจ้าเกิดเป็นพระเอกเรื่องนี้ต้องมีใจอดทน   ชะตาชีวิตเจ้าถูกกำหนดโดยมือของผู้มองไม่เห็นมานานแล้ว   เอ   หรือเรียกอุ้งมือเสือดำดีนะ   หุๆๆๆๆ

    ฟิ้ว ~   <<<   แซวเสร็จก็รีบจากไป

    #4,011
    0
  12. #4006 RasberryAngel (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 13:16
    พี่แหม่มอย่าฝืนนะคะ ถ้าเจ็บก็อย่าพึ่งพิมพ์ รอให้แผลดีขึ้นก่อนเถอะนะคะ><
    #4,006
    0
  13. #3996 kwangtung (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 00:58
    รักษาสุขภาพ ด้วยคร๊า พี่แหม่ม น้องเปนห่วง

    ^^
    #3,996
    0
  14. #3994 black-kitty (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 23:26
    สวัสดีค่ะ แฟนคลับและน้องๆทุกคน  มาแจ้งข่าวอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ

    เพิ่งโดนหมากัดวันนี้สดๆร้อนๆ  นิ้วชี้เล็บฉีกเจาะกลางนิ้วเลยค่ะ  ไปหาหมอเรียบร้อยแล้ว
    โดนฉีดยามาสองเข็มด้วย  ฮือๆๆ   ยาบาดทะยักนี่เจ็บมากๆเลยค่ะแถมยังเจ็บนานหลายวันด้วยสิ
    แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงจะเจ็บนิ้วแต่พอจะพิมพ์คีย์บอร์ดได้อยู่ค่ะ  อาจจะช้านิดหน่อย
    แต่อีก30% จะตามมาอย่างแน่นอน อาจจะวันอาทิตย์นะคะ ขอดูอาการก่อนว่าจะอักเสบแค่ไหน
    ขอโทษในความล่าช้า และขอโทษที่ทำให้อารมณ์ค้างกันนะคะ
    #3,994
    0
  15. #3992 notg (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 20:34
    แล้วอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะครับ TT^TT
    #3,992
    0
  16. #3991 inasba (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 02:27

    แหมความคิดของไกเซฮร์ก็เข้าท่านะไม่เสียเลือดเนื้อ

    #3,991
    0
  17. #3984 axis (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 20:05
     อย่าเมาอีกเน้อ คามิว--+ 

    งานนี้ สาวๆทั้งเมืองได้ลุมกินโต๊ะ เย้ย  ได้ชิงตัวคามิวแน้ 

    เพราะฉะนั้น พกกระติกน้ำไปด้วยนะ อย่ากินน้ำอื่นเด็ดขาด เพราะดูท่ามีแอกกอฮอด์ผสม ! (เราเป็นแม่/พ่อคามิวเปล่านิ--+)

    #3,984
    0
  18. #3983 focus (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 19:48
    มันพ่ะย่ะค่ะ จะได้กลับแล้ว เย้ๆ ดีจายจังเลย รอมานาน ฮ่าๆๆ มาต่อไวๆนะครับ...
    #3,983
    0
  19. #3982 เอกเองครับ (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 14:51
    คริสก่อเรื่องอะไรไว้ในงานหนอ สงสัยไปก้อร่อก้อติกสาวๆ หุหุ
    #3,982
    0
  20. #3981 DIGIT@L-SENTINEL (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 10:27
    จริงๆควบมันไปทั้ง 4 อาณาจักรเลยน่าจะสบายกว่านะเนี่ย
    ถึงจะงานหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำคนเดียวนี่นา ให้สาวๆช่วยก็ได้
    #3,981
    0
  21. #3979 เอกเองครับ (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 16:37
    เจ้าไกเซอร์คิดจะครองโลกหรือนี่ ว่าแต่ประวัติศาสตร์ช่วงนั้นไหงถูกลบเลือนหนอ
    #3,979
    0
  22. #3978 focus (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 14:58
    มาอัพต่อไวๆ เน้อ พยายามเข้านะครับ อย่าเครียดจนเกินไปล่ะครับ....
    #3,978
    0
  23. #3977 เวนีล่า (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 12:37
    ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!!
    #3,977
    0
  24. #3976 DIGIT@L-SENTINEL (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 21:44
    คามิวมาแล้ว~~

    ไม่สิ มาแต่ตัว ไกเซอร์ออกหน้าแทนแฮะ(ฮา)
    #3,976
    0
  25. #3975 Linly_Love (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 18:09

    มันมาแล้วววววว
    มันมาโดยไม่รู้ตัววววววว
    เอ๊ะ!! หรือจะรู้ตัวถึงได้มาอ่าน - -??
    ยังไงก็เหอะ ชั่งหัวมัน อัพได้ก็เลิศแล้วววววววววว
    โอ้เย้!!!!
    ยิ่งกว่าลุ้นบอลอีกกก

    #3,975
    0