วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 85 : หลงทาง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

คนเขียนหาเรื่องแกล้งพระเอกได้อีกแล้วค่ะ   หุหุ  ที่เหลือจะค่อยๆทะยอยมา   แบบว่างานเข้าแทบตั้งตัวไม่ติดแล้วค่ะ
***+++***+++***+++***

แสงสว่างที่เคยเจิดจ้าวูบดับไปแล้ว มันช่างสวนทางกับความหวาดกลัวในจิตใจที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ คำถามที่คอยวนเวียนรบกวนอยู่ตลอดเวลาคือคำว่า …ทำไม? ทำไมต้องเป็นเรา? ทำไมต้องเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้? ทำไมฯลฯ… คามิวเฝ้าวนเวียนถามตัวเองอยู่เช่นนั้นอับจนหนทางที่จะค้นหาคำตอบมาไขข้อข้องใจ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาค่อยๆออกฤทธิ์บั่นทอนความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดให้เริ่มหมดไป …ยังจะต้องทนอีกถึงเมื่อไหร่กันนี่?…
ในความมืดมนอนธการทำให้สัมผัสด้านทิศทางใช้การไม่ได้ มันมืดเสียจนแม้แต่จะมองสำรวจร่างกายของตัวเองก็ยังไม่เห็น สำหรับคนที่เกลียดและเคยมีความทรงจำที่เลวร้ายกับความมืดอย่างคามิวแล้ว นับเป็นสถานที่ไม่น่าพิศมัยอย่างยิ่ง แม้จะอยากรีบออกไปให้พ้นๆแต่ว่าปัญหาก็คือ ...ทางไหนคือทางออกกันล่ะ?...
“คามิว! คามิว! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่กัน ตื่นได้แล้วนะ เจ้าเด็กขี้เกียจ”
ขณะที่คามิวกำลังว้าวุ่นจับต้นชนปลายไม่ถูกก็มีเสียงหนึ่งที่คุ้นหูดังแว่วมา ตอนแรกมันดังจากทุกทิศทางเหมือนอยู่ใกล้ๆแล้วค่อยๆห่างออกไปจนน่าใจหาย แต่ในทิศทางที่คามิวพยายามจับที่มาของเสียงนั้นปรากฏแสงสว่างจุดเล็กๆ พอให้เป็นความหวังกับคนที่กำลังมะงุมมะงาหราอยู่ในความมืดเพียงลำพัง หนุ่มน้อยเหลียวมองรอบๆตัวให้แน่ใจว่าแสงสว่างนั้นมีแค่จุดเดียว
“ยังไม่ยอมตื่นอีกเรอะ อย่านึกว่ามีคนเอ็นดูแล้วจะทำตัวเหลวไหลได้นะ จำเอาไว้สิว่าเจ้ามันก็แค่เด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่คุณหนูตัวจริงที่ใครๆเขาจะมาคอยเอาใจอย่างรินเซ่ จำใส่สมองเอาไว้ด้วย”
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกไปหาแสงสว่างเบื้องหน้าหยุดชะงัก คามิวรู้สึกเหมือนกับว่าทั้งร่างกลายเป็นหินไม่อาจจะขยับเขยื้อนหรือเดินหน้าต่อไปได้ หัวใจเจ็บแปลบกับคำพูดที่เหมือนกับคมมีดซึ่งกรีดซ้ำลงไปตรงแผลเรื้อรังให้มันเปิดกว้างออกไปอีก ปมด้อยที่ว่าตนเองเป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงยังคงแฝงเร้นอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ และมันก็ยังคอยบั่นทอนทำร้ายความมั่นใจในความเป็นคนของตนเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ...ที่สำคัญคือคามิวเริ่มสงสัยว่าตนเองอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ...
“พอกันที ข้าเหลืออดแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่ยอมตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ละก็ ข้าจะไล่ให้ไปนอนในคอกม้าจริงๆด้วย”
“โอ๊ย…!!” คามิวรู้สึกเหมือนกับทั้งร่างถูกแรงมหาศาลกระชากให้ลอยละลิ่วไปในอากาศ ก่อนที่จะหล่นลงกระแทกกับพื้นแข็งจนร่างกายเจ็บร้าวสุดที่จะทานทนอดกลั้นเสียงร้องเอาไว้ได้อีกต่อไป ดวงตาสีทองเบิกโพลงขึ้นรับรู้ภาพอันน่าตกใจ ผ้าม่านหน้าต่างสีอ่อนสะบัดพริ้วไหวเพราะสายลมยามเช้า แสงสว่างที่ส่องลอดเข้ามาตกกระทบกับโต๊ะและเก้าอี้ที่แสนคุ้นเคย ที่นี่คือห้องในคฤหาสน์ทีเอเนียที่เคยอาศัยหลับนอนพักผ่อนตอนยังเป็นเด็กนั่นเอง
ทว่าสิ่งที่ทำให้คามิวงุนงงและสับสนก็คือ ภาพของสุภาพสตรีวัยกลางคนซึ่งมีเส้นผมสีดำสนิทแสนคุ้นตา ดวงตาสีมรกตสดใสทว่าฉายแววเหยียดหยาม ใบหน้างดงามดูบึ้งตึงหมางเมินและรังเกียจเหมือนพบเจอขยะเน่าเหม็นชิ้นหนึ่งไม่มีผิด สายตาที่ส่งประกายเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังจ้องตรงมา ทำให้คามิวรู้สึกเหมือนมีเข็มนับร้อยเล่มทิ่มแทงหัวใจให้เจ็บปวด เพราะมันต่างจากภาพคุณย่าผู้ใจดีที่เห็นจนชินตามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยราวหน้ามือเป็นหลังมือ
และที่น่าตกใจยกกำลังสองก็คือสภาพร่างกายของตนเองที่เป็นเพียงแค่เด็กอายุประมาณเจ็ดขวบ ทั้งที่เมื่อกี้นี้ยังเป็นหนุ่มอายุ 17 ก่อนจะโดนเจ้าการ์เดี้ยนเจ้าเล่ห์นั่นจับตัวไว้ ขณะที่กำลังนั่งงงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ไม้เรียวในมือคุณย่าสุดที่รักก็ฟาดขวับ คามิวรู้สึกเจ็บจนสะดุ้ง ส่วนแขนที่โผล่พ้นเสื้อชุดนอนปรากฏเป็นรอยแดงเห็นได้ชัดทันที ร่างเล็กลนลานขยับถอยหนีไปชนปลายเตียงเพราะไม้เรียวยังคงฟาดรัวมาอีกหลายครั้ง ...แต่ละครั้งสร้างความแสบสันต์อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนทั้งทางกายและทางใจ...
“เด็กอย่างแกมันสัตว์ประหลาดชัดๆ โดนตียังไงก็ไม่เคยจะร้องสักแอะ รีบเตรียมตัวให้พร้อมแล้วรีบลงไปกินอาหารซะ อ้อ…หาเสื้อผ้าใส่ให้มันมิดชิดหน่อยล่ะ”
ท่านย่าผมดำสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปหลังจากที่ใช้ไม้เรียวฟาดคามิวจนพอใจแล้ว รอยริ้วซึ่งเกิดจากไม้เรียวด้ามเล็กปรากฏอยู่ทั่วทั้งแขนและขา แม้จะไม่มีแผลแตกทว่าความเจ็บแสบนั้นช่างล้ำลึกและติดตรึงอยู่เป็นเวลานานทีเดียว ร่างเล็กๆสั่นเทาอยู่ปลายเตียงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนแรกคิดว่านี่คือความฝัน แต่ทว่าความเจ็บปวดกลับคอยแย้งอยู่ตลอดเวลาว่า ...สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้มันคือความจริง...
ท่านย่าในความทรงจำนั้นแม้จะห้าวหาญเกินหญิง ทว่าก็อ่อนโยนใจดีไม่เคยทุบตีหรือด่าว่าด้วยคำหยาบคายเช่นนี้ เท่าที่คามิวจำได้ท่านย่านั้นรักและเอ็นดูหลานๆทั้งสองคนมาก จนแทบเรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านทีเอเนีย แม้จะรู้ความจริงเรื่องคามิวเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยงท่านย่าก็ไม่เคยเชื่อหรือใส่ใจ ...กลับรักเอ็นดูหลานชายผู้อาภัพมากขึ้นอีก...
และในตอนที่คามิลล่าเปิดเผยความจริงให้คามิวได้รับรู้เมื่อตอนเขาอายุ 7ขวบ มันกระทันหันจนหนูน้อยคามิวทำใจรับเรื่องนี้ไม่ได้จึงหนีออกจากบ้านไปเป็นวันๆ ก็ได้ท่านย่าคนนี้ไม่ใช่หรือที่ไปติดตามค้นหาตัวกลับมาและคอยพูดปลอบใจให้คลายเศร้า ท่านย่าคนนี้มิใช่หรือที่ไม่เคยถือสาและเชื่อมั่นว่าคามิวคือหลานชายแท้ๆของเธอ แล้วนี่มันอะไรกัน? ทำไมท่านย่าถึงได้จงเกลียดจงชังถึงขนาดทุบตีด่าว่ากันแบบนี้ล่ะ?
เพี๊ยะ…!! เพล้งงง…!!
เป็นอีกครั้งที่ฝ่ามือของท่านย่ากระทบแก้มส่งให้ร่างเล็กๆของเด็กเจ็ดขวบล้มคว่ำลงทันที ถึงจะเป็นหญิงทว่ามิคาเอลล่าผู้ซึ่งเป็นอดีตอัศวินในราขสำนักมีเรียวแรงมากกว่าผู้หญิงทั่วไป ดังนั้นการตบแบบไม่ออมแรงจึงเรียกเลือดให้ไหลรินออกจากบาดแผลแตกในปากได้ไม่ยากนัก แก้วน้ำที่อุตส่าห์ยกมาอย่างระวังถึงกับกระเด็นตกแตกกระจาย คามิวถูกท่านย่าตบเพียงเพราะทำน้ำกระฉอกหกใส่รินเซ่หลานรักที่เธอกำลังอุ้มอยู่
“เจ้าเด็กซุ่มซ่าม! แค่ใช้ให้เอาน้ำมาให้หลานสาวข้าก็อิจฉาจนแกล้งราดน้ำใส่เชียวหรือนี่? บังอาจเกินไปแล้ว!”
มิคาเอลล่าโกรธจนตัวสั่น ดวงตาสีเขียวมรกตดูขุ่นมัวไปด้วยแววโหดเหี้ยม คามิวเหลียวมองอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้นซึ่งหาใช่ใครอื่น รีมัส คุณปู่ผู้แสนสุภาพและเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่บัดนี้สีหน้าที่เคยมีความอารีย์เปลี่ยนไปกลายเป็นแสดงความเกลียดชังอย่างรุนแรง
“งั้นก็คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ฆ่ามันทิ้งเสียที่นี่ก็แล้วกัน ในเมื่อเรามีรินเซ่เป็นทายาทตัวจริงแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเจ้าเด็กน่ารังเกียจคนนี้ไว้ให้เกะกะลูกตาอีกต่อไป”
คุณปู่ผู้อ่อนโยนกระชับดาบในมือดาบพร้อมกับเดินย่างสามขุมเข้าหาคามิวน้อยที่ยังนั่งตัวสั่นเทา เจ็บกายมันไม่เท่าไหร่หรอกแต่หัวใจนี่สิ มันแทบจะแหลกสลายไปเพราะคำพูดและการแสดงออกของบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสอง น้ำตาแห่งความเสียใจเริ่มไหลรินอาบแก้มที่บวมช้ำ ดวงตาสีทองฉายแววโศกเศร้าจ้องมองสองญาติผู้ใหญ่ที่ตนเข้าใจว่ารักและเอ็นดู ทว่าคามิวไม่ได้ขยับถอยหนีแต่อย่างได ร่างเล็กๆยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่รอคอยให้ท่านปู่มาลงดาบปลิดชีพ
“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าจงเชื่อมั่นในตนเองเข้าไว้ ครองสติให้มั่นคงมองทุกอย่างให้กระจ่างชัด แยกแยะให้ออกว่าสิ่งใดจริงสิ่งใดปลอม เมื่อใดที่ความจริงปรากฏเจ้าจะค้นพบทางออก”
เหมือนมีเสียงใครบางคนคอยกระซิบข้างหูอยุ่ตลอดเวลา แม้กระทั่งยามที่คมดาบของท่านปู่จ้วงแทงทะลุอก เลือดสีคล้ำทะลักท่วมร่างที่ค่อยๆฟุบลงกับพื้น ทั้งๆที่ดวงตายังคงเบิกโพลงจับจ้องบุคคลอันเป็นที่รัก ลมหายใจเริ่มขาดห้วงทว่าดวงจิตกลับเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ คามิวดิ้นรนร้องตะโกนคัดค้านสิ่งที่ได้เห็นและสัมผัสในเวลานี้
…ไม่จริง! ท่านปู่ท่านย่า ท่านไม่ใช่คนใจร้ายแบบนี้! ถึงจะไม่ใช่หลาน ถึงจะทำผิดพลาด ท่านก็ไม่มีวันทำแบบนี้กับเราเด็ดขาด…
วูบบบ…!! คว้างงง…!!
ความมืดเข้าครอบคลุมอีกครั้งความเจ็บปวดเลือนหายไป ทว่าน้ำตาอุ่นๆยังคงหลั่งรินไม่ขาดสาย คามิวกอดตัวเองเอาไว้แน่นความว้าเหว่ความเสียใจและอีกมากมายโหมกระหน่ำเข้าใส่หัวใจที่บอบช้ำ เพียงแค่ท่านปู่ท่านย่าแสดงท่ารังเกียจก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว ถ้าหากเป็นคนที่รักที่สุดอย่างท่านแม่ล่ะ? เพียงแค่คิดหนุ่มน้อยสุดที่อดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ได้ ...ความอ่อนแอที่เคยซุกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนยากที่จะเก็บงำ...
“ได้โปรดปล่อยข้าออกไปเถอะ ข้าไม่เคยคิดอยากเด่นดังหรือครอบครองอำนาจอันยิ่งใหญ่ ไม่เคยคิดอยากได้อยากเป็นเจ้าของสมบัติล้ำค่าพวกนั้น แล้วทำไมจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย พอทีเถอะ ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”
เสียงตะโกนอันเศร้าสร้อยยังคงดังอยู่ในความมืดมิดอันเงียบงัน มันสะท้อนกลับไปมาราวกับจะตอกย้ำความเจ็บช้ำให้มากยิ่งขึ้น ยิ่งโหยหาความรักมากเท่าไรยิ่งอยากได้การยอมรับมากแค่ไหน ความผิดหวังและปวดร้าวทรมานก็ยิ่งมากมายกว่าเป็นเท่าทวี แต่คามิวรู้ดีว่าการทดสอบอันแสนโหดร้ายนี้ยังไม่จบลงง่ายๆแน่ พอคิดถึงจุดนี้ความเสียใจกลับกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว และมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงที่พึ่งพิงทางใจเพียงสิ่งเดียวนั้นคืนกลับมา
“นี่หรือการทดสอบของเจ้า แกรนมาสเตอร์การ์เดี้ยน ไกเซอร์! ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด ถึงเจ้าจะเหยียบขยี้ข้าให้แหลกเละเป็นเถ้าธุลี ข้าก็จะเอาชนะการทดสอบนี้ให้ได้ คอยดูเถอะ!”
.

กลุ่มเดินทางที่ยังหลงวนเวียนอยู่ ณ เมืองใต้ดินของเผ่าภูตดินพากันเดินค้นหาทางออกจากวิหารโบราณ โดยมีฟาร์ฟาร์นั่งหน้าหงิกอยู่บนศีรษะของรินเซ่ ส่วนอาเรสและไรออทเกาะอยู่บนไหล่ตัวละข้าง สาเหตุเพราะไม่สามารถกลับเข้าไปพักผ่อนในร่างคามิวได้ เนื่องจากยามนี้ถูกการ์เดี้ยนนามว่าไกเซอร์ถือสิทธิยึดครองไว้แต่เพียงผู้เดียว แถมยังไม่ยอมให้ความร่วมมือในการบอกทางออกทั้งๆที่เป็นเจ้าของสถานที่ จนฟาร์ฟาร์อดรนทนไม่ไหวต้องชี้ทางให้เสียเองเพราะอยากเรื่องมันจบๆไป จะได้กลับโรแลนเซียเผื่อตาแก่ทิวลีนจะพอมีทางช่วยนายน้อยของเธอได้บ้าง
“อือม์… หึหึหึ” เสียงหัวเราะต่ำๆในลำคอของหนุ่มผมดำซึ่งบัดนี้มีการ์เดี้ยนครอบครองร่างอยู่ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง เพราะเมื่อพวกเมอร์เคนเดินเท้าเข้าสู่เมืองคนแคระภายใต้การนำทางของฟาร์ฟาร์ ไกเซอร์ในร่างคามิวดูจะนิ่งเงียบไปไม่กวนประสาทเหมือนเมื่อแรกพบกัน ...แต่มันกลับทำให้พวกเมอร์เคนรู้สึกไม่ไว้ใจไกเซอร์มากขึ้นยังไงบอกไม่ถูก...
“พวกเจ้าหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ! อย่าได้ก้าวเข้ามาในเขตหมู่บ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่งั้นจะหาว่าพวกเราไม่เตือน”
เสียงประกาศที่พยายามจะทำให้ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม ทว่ามันกลับสั่นเครือเจือด้วยความหวาดกลัวจนปิดไม่มิด ดังมาพร้อมกับการปรากฏตัวของคนแคระที่สูงไม่เกินสามฟุตจำนวนหลายสิบคน มือที่กำลังถือมีด ดาบ และขวานอันใหญ่ในท่าเตรียมพร้อมสั่นระริกเพราะร้อยวันพันปีไม่เคยต้องต่อสู้กับใคร ถึงจะมีความสามารถในการตีอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพมากมายแค่ไหน แต่ในเมื่อใช้ไม่เป็นมันก็มีค่าเป็นเพียงแค่เครื่องประดับที่รังแต่จะเกะกะมือเท้า
“พวกเจ้าบุกรุกสถานที่หวงห้ามของพวกเรา แถมยังปลุกวิญญาณผู้พิทักษ์ขึ้นมา หากปล่อยไว้หายนะจะบังเกิดกับทั้งพวกเราและคนอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นจงยอมให้พวกเรากำจัดเสียแต่โดยดีเถอะ”
ผู้อาวุโสประจำเผ่าหนวดเครายาวเกือบลากพื้น รวบรวมความกล้าออกมายืนหน้าแถวพร้อมกับพูดพล่ามเสียยืดยาว แถมพูดจบปั๊บก็ทำท่าจะสั่งให้พรรคพวกเริ่มลงมือกำจัดผู้บุกรุก แต่ก่อนที่สงครามนองเลือดจะเกิดขึ้นคนที่เดินตามหลังมาตลอด ก็ก้าวออกมาเผชิญหน้าพลางกวาดมองด้วยดวงตาสีทองที่ดูวาวโรจน์ผิดปกติ รอยยิ้มละไมที่ปรากฏบนใบหน้าอ่อนวัยของหนุ่มผมดำดึงดูดสายตาได้อย่างประหลาด ทั้งยังผสมผสานอากัปกิริยาเล่นหูเล่นตาในสไตล์หนุ่มเจ้าชู้ของไกเซอร์ ยิ่งทำให้คามิว ทีเอเนียคนนี้มีเสน่ห์ต่อทุกเพศทุกวัยโดยไม่ต้องใช้ฟีโรโมนให้ยุ่งยาก และเหมือนจะมีฤทธิ์มากพอที่จะทำให้เหล่าภูตดินหยุดชะงักแล้วพากันมองด้วยความเคลิบเคลิ้ม
“สวัสดีภูตดินทั้งหลาย… รีบพาเขาเหล่านี้เข้าไปยังหมู่บ้านของเจ้าซะที! ข้าเมื่อยจะแย่อยู่แล้ว!” จากรอยยิ้มกลายเป็นบึ้งตึง ริมฝีปากที่เคยคลี่ยิ้มกลับเป็นแสยะแยกเขี้ยวขู่ฟ่อใส่กลุ่มคนแคระจนตกใจแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง “บอกให้เตรียมข้าวปลาอาหารให้พร้อมด้วย ข้าหิวจนแทบจะกินพวกเจ้าได้ทั้งเผ่าแล้วนะ รีบไปจัดการเร็วๆเข้าเซ่!”
เสียงตะคอกแบบไม่เกรงใจดังก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับรังสีเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกจากร่างสร้างความตกตะลึง อึ้ง และหวาดกลัวให้หลายๆชีวิตในที่แห่งนั้น ไม่ต้องพูดถึงคนแคระที่เผ่นกันป่าราบเพื่อกลับไปตั้งหลักในที่มั่นสุดท้าย เพราะคิดว่าหากต้องตายก็ขอผนึกกำลังเพื่อต่อสู้ให้สมศักดิ์ศรีกันสักตั้ง(แต่ขอพวกมากเอาไว้ก่อนเพื่อความอุ่นใจ) ส่วนพวกเมอร์เคนพากันอึ้งพูดไม่ออกเพราะไม่แน่ใจว่า ...ที่เดินเงียบมาตลอดทางเพราะหิวจนเครียดหรือว่าเพราะอะไรกันแน่...
“จะยืนอึ้งกันอีกนานไหม? รีบๆไปจัดการธุระให้เสร็จๆ ข้าจะได้ออกไปจากที่นี่เสียที” ในที่สุดไกเซอร์ก็เผยใจจริงของมันออกมาจนได้ “พวกเจ้าไม่ต้องตีสีหน้าเครียดจัดขนาดนั้นก็ได้นี่นา ในเมื่อข้าเป็นการ์เดี้ยนของเด็กคนนี้แล้วทำไมข้าจะออกไปไม่ได้ล่ะจริงไหม? แล้วข้าก็มีหน้าที่สำคัญที่ต้องคอยดูแลร่างของเขาให้อยู่รอดปลอดภัยจนกว่าเขาจะกลับมา ตามประสาผู้อาศัยที่ดีไงล่ะ”
สาวน้อยฟาร์ฟาร์ได้ฟังคำอ้างที่แสนจะสตรอเบอรี่ของไกเซอร์ก็ให้รู้สึกขัดใจเป็นอันมาก ถึงแม้เจ้าการ์เดี้ยนตัวล่าสุดจะเจ้าเล่ห์ร้อยเหลี่ยมเพียงใด แต่การอ่านใจไกเซอร์นั้นไม่ยากเย็นเลยสำหรับภูตแห่งแสงอย่างฟาร์ฟาร์ แต่ภูตจิ๋วไม่สามารถพูดออกไปได้เนื่องจากคามิวกลายเป็นตัวประกันในกำมือของมัน จึงทำได้เพียงแค่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันส่งค้อนวงโตไปให้เสียหลายขวับ
ทางด้านรินเซ่นั้นลอบมองคนที่เปลือกนอกได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของตนด้วยสายตาหวาดหวั่น แค่พบกันไม่นานก็เห็นฤทธิ์เดชของสิ่งที่ครอบครองร่างคามิวไปหลายอย่างแล้ว หากปล่อยให้ออกไปสู่โลกภายนอก ออกไปเจอคนในครอบครัว คงจะสร้างความวุ่นวายจนไม่อยากนึกถึง เมอร์เคนเองก็ไม่ได้ต่างไปจากรินเซ่เท่าไหร่ สีหน้าของหนุ่มผมขาวดูเครียดทันทียามที่ได้ยินคำพูดชวนสยองของรุ่นน้องที่กลายเป็นคนอื่น ...ท่าทางเจ้าชู้แบบนี้ขืนปล่อยให้เจอกับสาวๆละก็ไม่อยากจะนึกเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น...
“ท่านคามิว ข้านึกแล้วว่าท่านจะต้องปลอดภัย” เสียงหวานเจื้อยแจ้วของสาวเอลฟ์มาพร้อมกับร่างอรชรที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหากลุ่มของเมอร์เคนที่เดินเข้าสู่เขตของหมู่บ้านคนแคระ “ว่าแต่ทำไมไม่กลับมาพร้อมกับกลุ่มคนแคระที่ออกไปตามหาละคะ? ข้าเห็นพวกเขาพากันวิ่งหน้าตื่นกลับมาเมื่อกี้นี้ ยังกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน ก็เลยเตรียมจะออกไปรับนี่แหละ”
และแล้วความกลัวของเมอร์เคนก็เป็นจริงขึ้นมาจนได้ เมื่อร่างเพรียวของหนุ่มผมดำทำท่าระทวยทรุดลงไปจนลีฟฟีนต้องรีบเข้าไปประคอง พลางร้องเรียกชื่อหนุ่มน้อยในอ้อมแขนด้วยความตกใจและเป็นห่วง เปิดโอกาสให้ไกเซอร์ใช้ดวงตาคู่สวยราวมีมนต์ขลังของคามิวหว่านเสน่ห์ใส่สาวเอลฟ์จนตะลึงจ้องค้าง แต่ยังไม่ทันที่ไกเซอร์จะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น รุ่นพี่ผมขาวก็ตรงเข้าไปหิ้วเจ้าตัวแสบออกมาเสียก่อน
“คามิว!! รีบๆเอาชนะเจ้าบ้านี่ให้ได้เร็วๆเข้าเถอะ” เมอร์เคนตะโกนกรอกหูหนุ่มผมดำที่ตนเองลากออกมาด้วยเสียงอันดัง ด้วยหวังว่ามันจะดังไปถึงดวงจิตเจ้าของร่าง “รีบๆกลับมาเป็นคามิว ทีเอเนียคนเดิมเสียที ก่อนที่สาวๆจะรุมทึ้งนายจนตาย”
“ข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ!” หนุ่มผมดำทำตาดุใส่เมอร์เคนที่หิ้วตนเองจนตัวลอยขาไม่ติดพื้น
ถึงเมอร์เคนจะไม่ได้ล่ำสันแข็งแรงเหมือนไรเนลหรือคริสโตเฟอร์ซึ่งเป็นทหารหาญ แต่ก็สูงกว่ารุ่นน้องที่เป็นหนุ่มน้อยวัยกระเตาะอยู่มาก และถึงไกเซอร์จะดิ้นรนหรือพยายามหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่มผมขาวยังไงก็ไม่สำเร็จ เพราะดูเหมือนเมอร์เคนจะมีภูมิคุ้มกันฟีโรโมนของคามิวซึ่งออกฤทธิ์รุนแรงขึ้นหลายเท่าเมื่อโดนไกเซอร์ครองร่าง และด้วยความร่วมมือของหลายๆคน ในที่สุดรุ่นพี่หนุ่มก็จับตัวก่อเรื่องมัดเอาไว้ได้สำเร็จ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไปก่อเรื่องน่าหวาดเสียวอย่างเมื่อกี้นี้อีก
และเมื่อเล่าเรื่องราวรวมทั้งเคลียร์ข้อข้องใจของฝ่ายภูตดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอ็ดเวิร์ดหัวหน้าเผ่าซึ่งทำท่าเหมือนผิดหวังอย่างหนักเนื่องจากไม่ได้เจอกับคามิวตัวจริง ได้ขอร้องให้รินเซ่ช่วยกางเขตอาคมปกป้องอาณาจักรใต้ดินของพวกตนจากการรุกรานของพ่อมดดำ แลกเปลี่ยนกับยาแก้พิษหนอนอิลดราโกร่า ซึ่งอันที่จริงเจ้าตัวกะไว้ว่าจะเรียกร้องมากกว่านี้ แต่พอมาเห็นสายตาวาวๆราวกับจะรู้ทันของไกเซอร์ในร่างคามิวเข้า ...ก็มีอันต้องพับแผนการณ์เก็บไว้เรียกร้องเอากับลูกหนี้ตัวจริงในคราวหน้าแทน...
การเจรจาต่อรองของคณะเดินทางกับเผ่าคนแคระเป็นไปได้ด้วยดี แต่ทว่าคนที่ถูกกักขังไว้ในความฝันนั้นกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่แก้ไม่ตก คามิวยังคงวนเวียนกับสถานการณ์เดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจถูกทำร้ายจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี เด็กหนุ่มผู้มีปมด้อยทั้งยังทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับครอบครัวอย่างคามิว กลับต้องมาพบกับความเย็นชาและโหดร้ายจากบรรดาบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งมันสามารถทำให้เขาเจ็บปวดได้มากมายกว่าบาดแผลภายนอกหลายเท่านัก
ถึงแม้จะพยายามทำใจให้เข้มแข็งสักเพียงใดก็ยากที่จะตัดใจทำร้ายพวกเขาเหล่านั้นได้ลงคอ คามิวจึงยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้มาตลอด การทดสอบของไกเซอร์ช่างโหดร้ายเพราะมันเป็นการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีทางเอาชนะได้เลย และบัดนี้เหลืออีกเพียงคนเดียวเท่านั้น คนที่คามิวทั้งรักทั้งบูชาจนแทบจะเรียกว่าเป็นดังเจ้าชีวิต ...คามิลล่าจอมเวทสาวผู้มอบชีวิตและโอบอุ้มฟูมฟักเขามาแต่เล็กแต่น้อยนั่นเอง...

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งหนุ่มผมดำก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในอุทยานด้านข้างของพระราชวังในเมืองโรแลนเดีย ทางเดินไปยังหอคอยจอมเวทยามค่ำคืนดูวังเวงน่ากลัว เงาของสุมทุมพุ่มไม้ที่แกว่งไกวตามสายลมหวีดไหววูบวาบราวกับเงาของปีศาจร้าย ร่างเพรียวในชุดดำเคลื่อนไหวหลบเร้นโดยอาศัยเงาไม้เป็นที่กำบังราวกับเกรงว่าจะมีใครมาพบเห็น ความรู้สึกของคามิวในยามนี้มันช่างเลื่อนลอยคล้ายความฝัน ...ฝันที่เคยเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝันที่น่าหวาดหวั่นซึ่งเคยประสบพบเจอมาแล้วในอดีต ความฝันที่นำพาไปสู่การเดินทางแห่งชะตากรรมที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน...
ทางเดินเข้าหอคอยซึ่งเป็นที่ทำงานของเหล่าจอมเวทแห่งราชสำนักในยามวิกาล ช่างเงียบสงัดไร้วี่แววของผู้คนจนน่าแปลกใจ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วหอคอยแห่งนี้มีจอมเวทและทหารคอยประจำการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งพวกนักเล่นแร่แปรธาตุที่ทำการทดลองต่างๆกันทั้งวันทั้งคืน คามิลล่าเองก็เคยมาขลุกอยู่ในห้องทำงานจนไม่กลับบ้านเป็นเวลาหลายๆวันเช่นกัน แต่ทว่าความวังเวงราวกับหอคอยร้างเช่นนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่านี่ไม่ใช่ความจริง
คามิวค่อยๆเรีบบเรียงความคิดพร้อมทั้งเรียกสติของตนให้แจ่มชัดเพื่อเตรียมรับการทดสอบสุดท้าย ตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องเอาชนะการทดสอบอันโหดร้ายนี้ให้จงได้ เพื่อที่จะหลุดพ้นจากความทรมานนี้และปฏิบัติภารกิจหลักของตนด้วยการนำยาแก้พิษไปรักษามารดาตัวจริงให้รอดพ้นจากความตาย คามิวเฝ้าย้ำกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ต้องทำใจให้เข้มแข็งไม่ยอมพ่ายแพ้อย่างที่แล้วๆมาเพื่อท่านแม่สุดที่รัก ...และเพื่อตัวเอง...
กลิ่นไอแห่งอันตรายแผ่กระจายโอบล้อมคามิวทันทีเมื่อย่างเท้าเข้าสู่ห้องทำงานของมารดา ร่างระหงสมส่วนของจอมเวทสาวแห่งราชสำนักยืนนิ่งอยู่กลางห้องพร้อมกับคฑาประจำตัวเหมือนรออยู่นานแล้ว ดวงตาสีทองซึ่งจ้องมองผู้บุกรุกฉายแววเย็นชาอย่างที่คามิวไม่เคยเห็นมาก่อน
เปรี้ยงงง…!! ตูมมม…!!
คามิลล่าเสกลูกไฟเวทและสายฟ้าประเคนเข้าใส่คามิวแบบไม่ยอมให้ตั้งตัวติด และมันก็สร้างความเสียหายให้กับร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ยามปกติแล้วเวทพวกนี้แทบจะไม่ระคายผิวเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี่เพียงแค่โดนเฉียดๆก็สร้างบาดแผลสาหัสได้อย่างง่ายดาย คามิวอาศัยความว่องไวกระโดดหลบหลีกไปพลางมองสภาพรอบๆตัวมารดาไปพลาง เพื่อสังเกตดูว่ามีอะไรที่ผิดแผกแตกต่างหรือเหมือนกับการทดสอบที่แล้วๆมาหรือไม่
“แกมันตัวซวย! ข้าไม่น่าเก็บอสรพิษอย่างแกมาเลี้ยงเลยจริงๆ เจ้าเด็กเนรคุณ!!”
ร่างเพรียวในชุดดำชะงักเท้าไปชั่วครู่เพราะถ้อยคำทิ่มแทงจิตใจจากปากมารดาสุดที่รัก แม้จะรู้ดีว่าไม่ใช่ตัวจริงแต่มันก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้ และผลของการชะงักไปชั่วครู่ก็คือบาดแผลขนาดใหญ่ที่สีข้าง แต่เพราะชุดที่สวมใส่เป็นสีดำจึงมองไม่เห็นว่าเลือดได้ทะลักออกมาจนชุ่มโชก คามิวพยายามข่มความเจ็บปวดกลิ้งตัวหลบหลีกไปพลางมองหาไปพลาง ...จนในที่สุดก็ไปสะดุดตาเข้ากับสิ่งหนึ่ง...
มันคือเปล ซึ่งสานด้วยหวายอย่างดีเพื่อใช้เป็นที่นอนของเด็กทารกถูกวางไว้มุมหนึ่งของห้อง คามิวจำได้ว่าทุกการทดสอบที่ผ่านมาจะต้องมีสิ่งนี้วางอยู่ด้วยทุกครั้ง มันเป็นเปลของรินเซ่ลูกสาวและทายาทตัวจริงของสองตระกูลนั่นเอง หนุ่มน้อยเริ่มสะกิดใจสงสัยเพราะในการทดสอบแต่ละครั้งคามิวจะอยู่ในช่วงอายุที่โตขึ้นเรื่อยๆ ทว่ารินเซ่เท่านั้นที่ยังคงเป็นเด็กทารกและเป็นข้ออ้างที่นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในทุกคราวไป
“จงมองให้เห็นถึงความเป็นจริง จงเชื่อมั่นในตัวเองและเอาชนะมันให้ได้” เสียงที่คุ้นเคยของฟาร์ฟาร์ดังสะท้อนมาอย่างแผ่วเบา “เชื่อมั่นในความรักที่ทุกคนมอบให้ จงเข้มแข็งและเอาชนะใจตนเองให้ได้”
“คามิว!! รีบๆเอาชนะเจ้าบ้านี่ให้ได้เร็วๆเข้าเถอะ” เสียงเร่งร้อนของรุ่นพี่ผมขาวดังแว่วมาสู่โสตประสาทปลุกสติที่กำลังเลือนลางให้แจ่มชัด
ร่างเพรียวเร่งความเร็วในการหลบหลีกขึ้นอีกเท่าตัวเพื่อหาทางจบการทดสอบสุดท้ายนี้ให้ได้โดยเร็ว คามิวตั้งสมาธิคิดเพียงแค่จะแพ้อีกไม่ได้เด็ดขาด เพราะชีวิตของทุกคนขึ้นอยู่กับผลการต่อสู้ครั้งนี้ หากรินเซ่คือกุญแจไขไปสู่ทางออกก็ต้องหาทางเข้าให้ถึงตัว ...และกำจัดทิ้งไปเสีย...
“รินเซ่เท่านั้นที่เป็นลูกแท้ๆของข้า อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องเด็กคนนั้น ลูกที่น่าสงสารของข้า เด็กน้อยที่แสนเปราะบางคนนั้นข้าไม่มีวันยอมให้แกทำร้ายเขาเด็ดขาด”
คามิลล่าเพิ่มดีกรีความโหดของเวทที่ใช้มากขึ้นอีกราวกับต้องการปลิดชีวิตผู้ใดก็ตามที่คิดร้ายต่อลูกของเธอ เวทคราวนี้แค่เฉียดห่างก็สามารถกรีดเนื้อให้เหวะหวะได้ ดังนั้นร่างกายของคามิวจึงเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ มีสภาพรุ่งริ่งไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเก่าๆที่รอวันโยนทิ้ง
“กรี๊ดดด… อย่ามายุ่งกับลูกของข้านะ! เจ้าคนเลว!” จอมเวทสาวกรีดร้องเมื่อเห็นว่าคามิวเข้าถึงเปลของเด็กทารกแล้ว ยังดีที่คามิลล่าไม่กล้าใช้เวทเพราะกลัวจะพลาดไปโดนลูกน้อยของเธอ แต่จอมเวทสาวกลับหันไปคว้ามีดสั้นที่วางบนโต๊ะแล้ววิ่งเข้าใส่ร่างเพรียวในชุดดำทันที
ด้านคามิวนั้นเมื่อคว้าเปลนอนได้ก็กระชากผ้าห่มที่ปิดร่างทารกออก เผยให้เห็นเด็กทารกตัวเล็กๆผิวขาวอมชมพูในเปลซึ่งมีผมสึทองอร่าม ดวงหน้ากลมๆจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังไม่ต่างจากวันแรกที่ได้พบกัน ดวงตาสีเขียวมรกตใสแจ๋วจ้องมองคนเป็นพี่ชายคล้ายจะออดอ้อน รอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเด็กทารกทำเอาจิตใจที่พยายามทำให้เข้มแข็งในตอนแรกอ่อนยวบลงในทันที
“พี่จ๋าอย่ายอมแพ้ พวกเรารอคอยให้พี่กลับมาอยู่นะคะ”
เสียงกระซิบแผ่วเบาของรินเซ่เรียกสติของคามิวให้มั่นคงได้อีกครั้ง และเมื่อตั้งสมาธิเพ่งมองภาพตรงหน้าอย่างจริงจังอีกครั้งก็พบว่า เด็กทารกในเปลนั้นไม่ใช่รินเซ่หากแต่เป็นเด็กผู้ชายผิวขาวซีด แต่ผมดำสนิทและดวงตาสีทองนั่นฟ้องชัดเจนว่าเป็นใครกันแน่
“นี่หรือกุญแจแห่งชัยชนะ เจ้าคือสิ่งที่ข้าต้องเอาชนะให้ได้สินะ” ปลายดาบในมือของคามิวจรดลงเหนืออกของเด็กทารกผมดำในเปล “ข้ารู้สึกอิจฉามาตลอดหรือนี่ น้อยใจที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เสียใจที่เป็นเพียงแค่เด็กกำพร้า อิจฉากระทั่งน้องสาวของตัวเอง น่าสมเพชเหลือเกิน”
ฉึกกก…
เลือดสีแดงคล้ำไหลทะลักจากบาดแผลกลางหลังซึ่งโดนมีดสั้นของจอมเวทสาวแทงจนมิดด้าม ทว่าคามิวไม่ได้สนใจที่จะเหลียวหน้าไปเพราะกำลังจ้องมองเด็กน้อยผมดำในเปล ร่างเล็กๆในเปลกำลังสลายกลายเป็นหมอกควันสีดำลอยหายไปในอากาศ เช่นเดียวกับมีดสั้นกลางหลังที่กลายเป็นฝุ่นทรายร่วงหล่นแล้วสลายไปจนหมดสิ้น ข้าวของที่หักพังรวมทั้งบาดแผลบนร่างกายที่เคยสาหัสเจียนตายเพราะการต่อสู้ค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิมของมัน บ่งชี้ชัดแล้วว่าคามิวเป็นฝ่ายชนะเพราะเขาตัดสินใจปักดาบลงไปก่อนเพียงเสี้ยววินาทีนั่นเอง
“เก่งมากลูกรัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักที่พวกเรามอบให้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม่ขอสัญญา”
อ้อมกอดที่โอบล้อมจากด้านหลังนั้นแสนอบอุ่นและคุ้นเคย คามิลล่ามารดาผู้อ่อนโยนคนเดิมกลับคืนมาแล้ว แม้ภาพรอบตัวจะเริ่มพร่าเลือนแต่ก็พอจะมองเห็นได้ว่าเหล่าญาติๆพากันส่งยิ้มเอ็นดูมาให้เหมือนดังที่ผ่านมา และคามิวก็มั่นใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ทายาทที่แท้จริงก็ตาม จุดอ่อนและปมด้อยที่เคยเป็นเสมือนหลุมลึกภายในใจได้ถูกถมจนเต็มด้วยมือของตัวเอง เพิ่มพูนความเข้มแข็งและกล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินที่เชื่อมั่น และพร้อมที่จะก้าวไปเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่รอคอยอยู่
หนุ่มน้อยผมดำรู้สึกเต็มตื้นเหมือนกับเพิ่งหลุดออกมาจากเขาวงกตที่มืดมิดซึ่งตนหลงวนเวียนอยู่นาน และในที่สุดเขาก็สามารถค้นพบหนทางออกซึ่งเชื่อมต่อไปสู่ความสุขใจที่แท้จริง ราวกับเมฆหมอกแห่งความทุกข์ทรมานได้ถูกขจัดปัดเป่าจนหมดไปเผยให้เห็นท้องฟ้าอันใสกระจ่างงดงาม ...บัดนี้คามิว ทีเอเนียสามารถเอาชนะด้านมืดในใจตัวเอง และเอาชนะการทดสอบของแกรนมาสเตอร์การ์เดี้ยนไกเซอร์ได้สำเร็จแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #4316 Lux51Forever (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 13:29
    เฮ้อหมดปัญหาไปอีกอย่างแล้ว

    ค่อยยังชั่วหน่อย

    แต่อนาคตข้างหน้าจะมีอะไรรอคามิวอยู่นะ

    รวมทั้งพวกชุดดำนั่นด้วย
    #4,316
    0
  2. #3989 inasba (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 01:49
    ในที่สุดก็ชนะด้านมึดชะที
    #3,989
    0
  3. #3880 [þ-เมฆาล่องลอย§-] (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 12:54
    คามิวชนะละ เย้~~
    #3,880
    0
  4. #3799 cheekss...^^ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 21:23

     คามิวชนะแล้ว เย้ๆๆๆๆๆ ^^*

    #3,799
    0
  5. #3779 notg (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 10:52
    เมอร์เคนเจ๋งอ่ะ!!

    ทนรังสีของไกเซอร์ในร่างคามิวได้ด้วยอ่ะ =[  ]=
    #3,779
    0
  6. #3776 ~`NamFar`~ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 13:20

    ++++ อัพๆๆ เร็วๆนะค๊าาาาา >// // //<

    #3,776
    0
  7. #3772 axis (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 19:52
     จบซักที  หวังว่าคงจะตื่นแล้วนะคามิว
    #3,772
    0
  8. #3768 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 12:01
    เย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,768
    0
  9. #3765 ~*>> IN (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 04:06

    โอ้  *0*   ในที่สุดคามิวก็ผ่านการทดสอบ   ดีใจด้วย ~  

    ว่าแต่...   ของวิเศษงวดนี้จะเป็นอะไรนะ

    หวังว่าคงเป็นของดี ไม่ติดอาถรรพ์ล่ะ   555+

    #3,765
    0
  10. #3764 loli (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 22:57
    ยะฮู้!!! ซึ้งมากๆเลย

    อ่านไปยิ้มไป :)
    #3,764
    0
  11. #3761 rainy0_0 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 14:47

    รีบมาอัพต่อนะค่ะไรเตอร์ สนุกมากๆ แอบซึ้งด้วยอ่า

    #3,761
    0
  12. #3759 เอกเองครับ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 11:44
    เย้ กว่าจะสำนึกได้ บททดสอบนี่ก็มีประโยชน์นะเนี่ย
    #3,759
    0
  13. #3758 RasberryAngel (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 11:00
    ดีใจจัง
    #3,758
    0
  14. #3757 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 10:18
    เย้!!ในที่สุดคามิวก็เอาชนะได้แล้ว

    เฮ่อโล่งง>^<
    #3,757
    0
  15. #3755 toey1405 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 09:16

    แง้ว ซึ้งตอนสุดท้ายTT_TT

    ขอตอนต่อไปเร็วๆนะคะ

    #3,755
    0
  16. #3751 Rruby (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2553 / 15:08
    สนุกมาก up ไวๆนะ รออยู่จ้า
    #3,751
    0
  17. #3750 toey1405 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 22:15

    แฮ่กๆๆ จบซ้าที อ่านมาตั้งหลายวันแล้วน้าเนี่ย อ๋อย@_@

    ไกเซอร์ใจร้ายยยยย

    ขอที่เหลือเร็วๆนะคะ

    #3,750
    0
  18. #3748 loli (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 19:22
    โอ้ยโอย!! น่าสงสาร...
    #3,748
    0
  19. #3746 RasberryAngel (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 15:57
    โหดร้ายT^T
    ไกเซอร์สตอเบอรี่จริงๆ=w=
    #3,746
    0
  20. #3745 เอกเองครับ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 11:35
    เอาชนะจิตมารให้ได้เน้อ ก่อนที่จะถูกไกเซอร์เอาร่างไปปู้ยี่ปู้ยำ ฮ่าฮ่า
    #3,745
    0
  21. #3744 cheekss...^^ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 10:40
    คามิวสู้ๆนะ หนอย! เจ้าไกเซอร์
    #3,744
    0
  22. #3743 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 09:25
    อย่าให้เจอนะ พ่อจะสับเป็นชิ้นๆแล้วโยนให้ปลาปิรัญญ่า กิน หึๆๆ(รังสีอาฆาต)
    #3,743
    0
  23. #3732 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 14:39
    ทำกันได้ ทำไมไรเตอร์แกล้งคามิวแบบนี้

    T^T น่าสงสาร โฮๆๆๆ

    คามิวจ๋าเอาใจช่วยนะจัดการไกเซอร์ให้ได้ เอาให้มันสะใจไปเลย

    ถึงตอนนี้จะรันทดก็เหอะ T_______________T

    สนุกมากเลยค่ะไรเตอร์ เพิ่งได้เข้ามาอ่าน กว่าจะอ่านถึงตอนนี้ได้เล่นเอาหัวใจเต้น ตุบๆ> <

    เพราะลุ้นไปกับคามิวผู้โชคร้ายเพราะถูกไรเตอร์แกล้งตลอด จะมีไหมที่ให้หนูคามิวมีความสุข? อาฮุ

    จะติดตามคร่า

    #3,732
    0
  24. #3729 cheekss...^^ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 21:05
    อัพต่อไวๆนะค่ะ อยากให้คามิวตื่นแล้วอ่ะ สงสารจัง **
    #3,729
    0
  25. #3722 yukiyuki (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 03:03
    ในที่สุดก็ได้กลับมาอ่านหลังส่งงานไปแล้วส่วนหนึ่งขอพักสักวัน อิ อิ ค่อยลุยส่วนที่เหลือ เข้ามาอ่านก็เจอไรท์เตอร์แกล้งหนูคามิวอีกแล้ว ก็แบบน่าแกล้งนี่นะ เข้าจาย หุ หุ เป็นแบบทดสอบจิตใจนี่นะ แต่เหมือนทำร้ายกันมากกว่าสุ้กันอีกนะ
    #3,722
    0