วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 84 : บททดสอบ(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ครบค่ะ  แต่ค้างไปตอนหน้าอีกแล้วสิ  คามิวไปไหน?  เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไกเซอร์จะยึดร่างเลยหรือเปล่า?  เฉลยตอนหน้านะคะ  (แหะๆ  แบบว่าหลอกให้ตามอ่านซะงั้นเนอะ)
**++**++**++**


"มาเจอของดีเข้าอีกจนได้ ยินดีด้วยนะเจ้าหนูคามิว สงสัยดวงของเจ้าจะสมพงศ์กับของพวกนี้ ยังกับมีใครกำหนดชะตาเอาไว้ไม่มีผิดเลยเนอะ”

คำพูดของฟาร์ฟาร์นั้นไม่ได้เจือความยินดีเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังไม่มีแววประชดประชัน ภูตพิทักษ์ตัวน้อยทอดสายตามองเจ้านายหนุ่มของเธอที่นั่งตัวสั่นหน้าซีดดูน่าสงสารด้วยความเห็นใจ เมื่อคราวก่อนตอนที่ได้พบเจอกับแกรนมาสเตอร์อาเรสนั้น คามิวได้เหยียบย่างสู่โลกแห่งความตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้ครั้งนี้อาจจะไม่ลำบากเท่าคราวแรกเพราะมีไม้เด็ด เนื่องจากเป็นผู้ครอบครองเอริคชิลด์ซึ่งบรรจุนามแห่งสรรพสิ่ง คงสามารถจะค้นหาชื่อแท้ของสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวเพื่อควบคุมความประพฤติได้ระดับหนึ่ง ...แต่ทว่าการกำหราบการ์เดี้ยนให้อยู่หมัดก็ยังมีอันตรายอยู่ดี...
“เหวอ… ทุกคนอย่าขยับนะ!! รุ่นพี่ครับ ผมขอร้องละช่วยอยู่นิ่งๆ” คามิวร้องห้ามอีกสองคนที่เหลือเสียงหลงเมื่อเห็นคนทั้งคู่ทำท่าก้มๆเงยๆอยู่บริเวณแท่นสลักกลางห้องโถง “อย่าเดิน! อย่าแตะต้องอะไรทั้งสิ้น!”
“ง่า… ทำไมไม่รีบบอกล่ะ” เมอร์เคนหันมายิ้มแหยๆให้รุ่นน้องที่นั่งถลึงตามองจนแทบถลน เพราะเห็นมือของหนุ่มผมขาวที่วางแหมะไว้บนแท่นหินบรรจุสลักสวิชของการ์เดี้ยนเรียบร้อยแล้ว “ก็คนมันอยากรู้อ่ะ ว่าไอ้แผ่นโลหะนี่มันคืออะไร? รูปร่างแปลกดีเนอะ น้องรินเซ่”
เปรี๊ยะ…!! เปรี๊ยะ…!! เปรี๊ยะ…!!
เสียงลั่นสั่นสะเทือนเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังปริแตกดังมาเข้าหู เมอร์เคนและรินเซ่หันมามองหน้ากันก่อนที่จะเหลียวหลังกลับไปมองหนุ่มน้อยผมดำเป็นเชิงถามว่า ...เสียงเปรี๊ยะๆเมื่อกี้นี้มันเป็นเสียงอะไร?... ก็ได้เห็นสีหน้าอันยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้ของคามิวเข้าพอดี ดวงตาสีทองเบิกโพลงจ้องตรงไปยังเบื้องหลังของคนทั้งคู่ ใบหน้าที่ซีดลงเรื่อยๆรวมทั้งริมฝีปากที่อ้าค้าง ส่วนอาเรสและไรออทในร่างของสัตว์อสูรตัวจ้อยสีเงินและสีดำกระโจนออกมายืนจังก้าระวังภัยอยู่ข้างหน้า ทางด้านฟาร์ฟาร์ก็ตั้งท่าเตรียมตัวที่จะส่งพลังออกไปช่วยเหลือเจ้านายของตน
เพียงแค่นั้นก็เพียงพอที่จะกระชากขวัญของสองคนที่ซุกซนไม่เข้าเรื่องให้หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มได้แล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถอยจากจุดที่ยืนอยู่ก็มีกิ่งไม้งอกขึ้นมาจากพื้นดินรอบแท่นสลัก เข้ารายล้อมรินเซ่และเมอร์เคนเอาไว้คล้ายกับเป็นกรง ...ขังทั้งสองคนเอาไว้ราวกับเป็นตัวประกันหรือไม่ก็พยายามกันไม่ให้มีการช่วยเหลือร่วมมือต่อสู้...
ครืนนน…!! ครืนนน…!! ครืนนน…!!
สิ่งที่ตามมาคือแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงพร้อมเศษหินร่วงกราว มวลอากาศกลางห้องโถงของวิหารเริ่มบิดเบี้ยวปรากฏเป็นหลุมมิติสีดำทมิฬจากจุดเล็กๆขยายวงกว้างออกไป ที่ใจกลางหลุมมิติมีบางอย่างดิ้นรนเคลื่อนไหวไปมาเหมือนกับว่าอยากจะออกมาเต็มทน ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกครู่ใหญ่ๆเนื่องจากหลุมมิติยังขยายตัวไม่เต็มที่ แต่สำหรับคนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างคามิว ...มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดูจะผ่านไปเร็วเหลือเชื่อ...
มือใหญ่ซึ่งมีเล็บยาวแหลมคมคว้าจับทำท่าเหมือนจะฉีกกระชากหลุมมิติให้แยกออกกว้าง เพื่อให้ร่างอันใหญ่โตของมันหลุดลอดออกมาได้เร็วขึ้น เสียงคำรามต่ำๆทว่าฟังดูน่าขนลุกยังคงดังอยู่ไม่ขาดสายสะกดให้คนที่ได้ยินต้องนิ่งงันด้วยความหวาดกลัว ไม่เว้นแม้แต่คามิว
“เจ้าหนู มัวแต่ตะลึงอยู่ทำไมล่ะ รีบตั้งสมาธิค้นหาชื่อของเจ้านั่นเร็วๆเข้า!” ภูตจิ๋วส่งเสียงเรียกสติของเจ้านายที่เตลิดไปถึงไหนต่อไหนเพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “ถ้ารู้ชื่อของมันละก็ เจ้าจะสามารถควบคุมไม่ให้มันอาละวาดกับคนอื่นได้ไงล่ะ”
หนุ่มน้อยผมดำหันควับมาทันทีเพราะประโยคที่ฟาร์ฟาร์พูดมันฟังดูแปร่งๆยังไงพิกล ตรงช่วงที่บอกว่า ...ควบคุมไม่ให้อาละวาดกับคนอื่น...นี่แหละ คงเป็นเพราะใบหน้าคามิวมีแต่เครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่เต็มไปหมดจนฟาร์ฟาร์ต้องส่ายหน้าถอนหายใจอย่างปลงๆ ในฐานะที่เป็นภูตแห่งแสงซึ่งอยู่คู่กับโลกนี้มานานจนรู้ความเป็นไปต่างๆทั้งอดีตและปัจจุบันรวมทั้งอนาคตอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่กับเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้แล้วเธอกลับพยากรณ์อะไรไม่ได้ นอกจากเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้เท่านั้นที่พอจะมองเห็นได้บ้าง
และตอนนี้เธอก็เห็นแล้วว่าสมบัติชิ้นต่อไปนี้ต้องตกเป็นของคามิวแน่นอน เพียงแต่การจะได้มานั้นคงไม่ใช่เพียงแค่ต่อสู้ให้ชนะดังเช่นครั้งก่อนๆ เพราะต้องอาศัยความเพียรพยายาม ความเข้มแข็ง และจิตใจที่หนักแน่นมั่นคงมากกว่าปกติ จริงอยู่ว่าสมบัติในโบราณสถานมีมากมายหลายอย่าง แต่ก็สามารถวัดความเป็นของสำคัญล้ำค่ากันด้วยระดับชั้นของการ์เดี้ยนที่เฝ้าขุมทรัพย์
นักผจญภัยที่ชอบสำรวจวิหารหรือสุสานโบราณส่วนใหญ่ มักจะได้เจอกับผู้พิทักษ์ระดับต่ำที่สามารถเอาชนะได้ไม่ยากนัก ส่วนพวกระดับสูงๆนั้นนอกจากเหตุการณ์เมื่อสามสิบปีที่แล้ว ซึ่งมีคนไปพบวิหารโบราณและบุกรุกเข้าไป จนก่อให้เกิดมหันตภัยร้ายแรงจากการ์เดี้ยนระดับมาสเตอร์ซึ่งก็คือไรออทแล้ว ก็ไม่มีใครโชคดี(?)พบสมบัติล้ำค่ากับการ์เดี้ยนระดับสูงบ่อยๆแบบคามิวอีกเลย
“เจ้าหนูคามิวเอ๋ย... เจ้าเคยได้ยินคำ ว่าสมบัติและอาวุธล้ำค่ามักเลือกเจ้าของไหมล่ะ?” ฟาร์ฟาร์ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ๆเมื่อได้เห็นเต็มตาว่าการ์เดี้ยนที่คามิวต้องพบเจอเป็นเช่นไร “คราวนี้จะไม่เหมือนกับอาเรสหรือไรออท เพราะรู้สึกว่ามันจะเลือกนายของมันได้เองโดยไม่ต้องต่อสู้กันให้คนอื่นต้องโดนลูกหลง” ภูตตัวน้อยร่อนลงบนศีรษะคามิวพลางลูบหัวเหมือนจะพยายามปลอบใจเด็กเล็กๆที่กำลังใจเสียเพราะจะโดนหมอฉีดยา

“ถ้าข้าเดาไม่ผิดการจะได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าน่าจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง เข่นมีสติปัญญา ความกล้าหาญ ความเมตตาและการเสียสละ และแน่นอนว่าจะต้องมีฝีมือในการต่อสู้เยี่ยมยอดด้วย เรื่องความกล้าหาญและสติปัญญานั้นเจ้าได้พิสูจน์จากการเอาชนะอาเรสและไรออทมาแล้ว คราวนี้น่าจะเป็นการต่อสู้กันในด้านจิตใจมากกว่านะ”
ขณะที่ฟาร์ฟาร์กำลังพยายามอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควอยู่นั้น ร่างของการ์เดี้ยนประจำวิหารใต้ดินแห่งนี้ก็ได้โผล่ร่างออกมาจากประตูมิติเต็มตัวแล้ว ดูเผินๆมันก็มีรูปร่างคล้ายคลึงกับอาเรสและไรออทตรงที่มีโครงสร้างต่างๆเหมือนมังกรหุ้มเกราะไม่มีผิด เพียงแต่ยืนสองขาเหมือนมนุษย์และดูกำยำกว่ามาก ...ทว่าเจ้าตัวนี้กลับต่างออกไปเล็กน้อย...
“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าคือผู้ที่จะมาเป็นนายของข้างั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินนั้นมันเหมือนกับดังก้องอยู่ในหัวมากกว่าจะเป็นคลื่นเสียงซึ่งเกิดจากการใช้ปากพูด “รู้จักนามของข้าแล้วสินะ หากเจ้าสามารถผ่านการทดสอบของข้าได้ละก็ ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นนายและภักดีต่อเจ้าตลอดไป แต่ถ้าหากเจ้าพ่ายแพ้ละก็ข้าขอชีวิตของเจ้ารวมทั้งเพื่อนพ้องเป็นการทดแทน”
การ์เดี้ยนในร่างมังกรหุ้มเกราะน่าสะพรึงกลัวตัวนี้มีสีน้ำเงินคราม ท่าทางและคำสั่งเชิงบังคับของมันแสดงชัดเจนว่ามีสติปัญญา อีกทั้งยังสามารถพูดจาพาทีมีเหตุผลเช่นเดียวกับมนุษย์ ดวงตาสีแดงจ้าของมันจ้องตรงมายังหนุ่มน้อยที่ยังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนและตั้งท่าจะตะกายถอยหลังหนี และท่าทีที่เหมือนจะปฏิเสธความหวังดีของคามิวคงไปทำให้การ์เดี้ยนตนนี้ไม่พอใจ มันจึงพุ่งตัวเข้าใส่อย่างรวดเร็วราวกับเสือตะปปเหยื่อ
ควับ…!! ตุ้บบบ…!!

“โอ๊ย…!!” มือใหญ่ที่มีเล็บยาวของการ์เดี้ยนร่างมังกรหุ้มเกราะคว้าร่างของคามิวที่กำลังจะหนีเอาไว้แล้วกดลงไปกับพื้น และดูเหมือนมันจะไม่รู้จักการออมแรงเพราะหนุ่มผมดำรู้สึกได้เลยว่า ...กระดูกซี่โครงของตนคงจะหักไปหลายซี่แล้ว...
“เจ้าจะหนีไปไหน ในเมื่อเจ้ารู้นามของข้า ก็ถือว่ามันคือชะตาลิขิต จงยอมรับการทดสอบจากข้าแต่โดยดีเถอะ” ใบหน้ายาวและปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวขาวยาวโค้งแหลมเฟี้ยว ยื่นมาใกล้ร่างมนุษย์ตัวจ้อยที่กำลังดิ้นรนให้พ้นจากวิกฤติ การ์เดี้ยนสีน้ำเงินครามเพ่งมองผู้ที่อาจจะกลายเป็นเจ้านายของตนอย่างพินิจพิเคราะห์ เด็กน้อยในอุ้งมือของมันยังเยาว์วัยนัก ทว่ากลับมีความสามารถและเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าแปลกใจ เห็นได้จากอาเรสและไรออทที่กำลังพยายามปกป้องเจ้านายอย่างแข็งขัน แต่เพราะเป็นเพียงแค่จิตมิใช่ร่างจริงจึงไม่อาจแสดงอำนาจของพวกมันได้ “จงเอ่ยนามของข้า! เดี๋ยวนี้!!”
“กะ… แกรนมาสเตอร์การ์เดี้ยน ไกเซอร์” ในที่สุดการ์เดี้ยนเจ้าของสมบัติชิ้นใหม่ก็บังคับจับตัวหนุ่มน้อยเอาไว้จนได้ ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนขัดขืนยังไงก็คงไม่มีทางรอด คามิวจึงจำต้องเอ่ยปากออกมาอย่างยากเย็นเพราะความเจ็บและอึดอัดด้วยน้ำหนักที่กดทับอยู่บนอกมันไม่ใช่น้อยๆ “ข้าไม่อยากได้สมบัติ เจ้ากลับไปจำศีลดังเดิมจะได้ไหม? ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ”
“เสียใจด้วยเด็กน้อย เมื่อเจ้าเอ่ยนามข้าไปแล้วก็ถือว่าเจ้ายอมรับเงื่อนไข อย่าพยายามหาทางบ่ายเบี่ยงให้เสียเวลา ถ้าเจ้าอยากช่วยเพื่อนๆก็จงรีบเอาชนะการทดสอบของข้าให้ได้โดยเร็ว” ไกเซอร์หรี่ตาทำท่าเจ้าเล่ห์ยื่นหน้ามาใกล้เข้าไปอีก “อือม์… คุณสมบัติทางกายเจ้าแปลกดีนะ เป็นเหมือนภาชนะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รองรับได้ทุกธาตุงั้นรึ น่าสนใจมาก”

การ์เดี้ยนสีครามแสยะยิ้มเมื่อเห็นหนุ่มน้อยผู้กำลังจะมาเป็นนายของตนหยุดชะงักการดิ้นรนเพราะความตกใจ ดวงตาสีทองที่เบิกโพลงฉายแววตระหนกในทีแรกจากนั้นก็แผดแสงแห่งความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

“ขอให้โชคดีนะเด็กน้อย จงเชื่อมั่นในตัวเองให้มากๆแล้วผ่านการทดสอบให้ได้ก็แล้วกัน”
กลุ่มควันพวยพุ่งออกจากร่างของไกเซอร์บดบังสายตาของคามิวจนมองอะไรไม่เห็นนอกจากกลุ่มควันสีขาว สติที่คิดว่าจะตั้งมั่นเริ่มสั่นคลอนเกิดความมึนงงขึ้นอย่างประหลาด ความรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดเริ่มลอยห่างออกไปพร้อมกับอนุสติสุดท้ายที่วูบดับคล้ายกับยามเข้าสู่ภวังค์แห่งนิทรารมย์ เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง สรรพสิ่งหยุดการเคลื่อนไหว บรรยากาศแห่งความเงียบงันแผ่กระจายไปทั่ว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ...คามิวได้เข้าสู่การทดสอบเลือกนายของไกเซอร์ การ์เดี้ยนสีครามแล้ว...
ฉัวะ…!! ฉัวะ…!! ฉัวะ…!!
กิ่งไม้ขาดกระจุยกระจายเพราะการลงดาบของเมอร์เคน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเพราะความซนของตัวเอง ทำให้ต้องติดแหง่กอยู่ในซุ้มไม้ที่งอกพรวดขึ้นมาล้อมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว รินเซ่ที่ติดอยู่ด้วยกันทดลองใช้เวทเพื่อฝ่าออกไปแต่ไม่สำเร็จ หนุ่มผมขาวจึงต้องออกแรงใช้ดาบของตนหักร้างถางพงเพื่อหาทางออก ซึ่งก็กินแรงและเสียเวลามากเกินคาดเนื่องจากต้นไม้พวกนั้นแข็งและเหนียวผิดปกติ ...กว่าจะเปิดทางออกได้สำเร็จก็เล่นเอาแทบหมดแรงเหงื่อท่วมตัวทีเดียว...
เมอร์เคนไม่นึกเลยว่าการจับดาบฟาดฟันอะไรสักอย่างเป็นเวลานานๆจะทำให้เหนื่อยได้ขนาดนี้ มือที่จับดาบก็แตกระบมจนต้องให้รินเซ่ช่วยรักษาให้เป็นระยะๆ ส่วนดาบที่ใช้ก็โทรมไม่ต่างกับเจ้าของเพราะตอนนี้มันทั้งบิ่นทั้งมีรอยร้าวเต็มไปหมดแต่ใครจะไปสน เพราะคนที่น่าเป็นห่วงยังอยู่ข้างนอกทั้งคนป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แม้คามิวจะเก่งแค่ไหนแต่ท่าทางหมดแรงขนาดนั้นจะไปสู้กับใครได้ล่ะ ...ต้องรีบออกไปช่วยให้เร็วที่สุด...
“คามิว? ท่านฟาร์ฟาร์ คามิวอยู่ไหน?” สิ่งแรกที่เมอร์เคนเห็นเมื่อออกมาจากซุ้มไม้หนาทึบก็คือภูตพิทักษ์ตัวน้อยกับสองการ์เดี้ยนที่กลายเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรตัวเล็กๆ ทั้งสามนั่งอยู่บนผลึกอัญมนีก้อนใหญ่เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง “เกิดอะไรขึ้น? คามิวหายไปไหน?” พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับกลุ่มเถาไม้ซึ่งงอกเงยเกี่ยวพันกันจนคล้ายกับลูกบอลเถาวัลย์ขนาดใหญ่ “เขาอยู่ในนั้นเหรอ? ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าจะช่วยเขาออกมาเอง”
“เจ้าจะช่วยทำให้เรื่องมันบานปลายน่ะสิไม่ว่า ทั้งๆที่เจ้าหนูคามิวของข้าพยายามจะหลีกหนีปัญหาอย่างเต็มความสามารถแล้วแท้ๆ” ฟาร์ฟาร์บินวูบไปชี้หน้าเมอร์เคนตัวก่อเรื่องทันที “เพราะเจ้าคนเดียวเลยที่ซนไม่เข้าเรื่อง ทีหลังเวลาไปเจอวิหารโบราณละก็อย่าได้ไปแตะต้องอะไรเด็ดขาด เพราะคนที่จะซวยไม่ใช่พวกที่มือซนไปแตะต้องสลักไม่ว่าจะตั้งใจหรือโดยบังเอิญ แต่เป็นคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่และไม่ได้ต้องการสมบัติตะหากล่ะ”
“อะไรนะ? หมายความว่าที่นี่มีการ์เดี้ยนงั้นเหรอ? ข้าไม่รู้จริงๆนะครับ ก็คราวที่แล้วกว่าจะเจอห้องสมบัติก็ต้องหากันแทบตายนี่นา” หนุ่มผมขาวตกใจสุดขีดจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาพรุ่นน้องผมดำที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายลอยวูบขึ้นมาในมโนสำนึก “แต่คามิวมีอาเรสกับไรออทมาด้วย คงจะสู้ไหว… เฮ้ยยย!”
งั่มมม…!! จ๊ากกก…!! โอ๊ยยย…!!
สองตัวที่โดนเอ่ยชื่อกระโดดเข้างับขาเมอร์เคนเกือบจมเขี้ยวเล่นเอาหนุ่มผมขาวเลือดออกซิบๆ เพราะทั้งคู่ค่อนข้างโมโหที่ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้านายได้ เนื่องจากโดนผนึกร่างแท้ไว้จึงมาได้เพียงแค่จิตซึ่งมีพลังไม่ถึงเศษเสี้ยวของร่างจริง ถึงอยากจะปกป้องก็ทำไม่ได้จึงให้รู้สึกหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเห็นตัวคนก่อเหตุจึงอยากจะอาละวาดเอาคืนให้สาแก่ใจ เป็นห่วงเจ้านายก็เป็นห่วงอยู่แต่ทั้งสองตัวก็มั่นใจว่าคามิวจะต้องผ่านอุปสรรคนี้ไปได้อย่างแน่นอน ...ทว่าตอนนี้ขอระบายอารมณ์ก่อนก็แล้วกัน...
“พี่ชายของข้ากำลังต่อสู้อยู่เหรอคะท่านฟาร์ฟาร์! ข้าพอจะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยคะ?”
ขณะที่เมอร์เคนกำลังวุ่นวายรับมือกับสองการ์เดี้ยน รินเซ่ซึ่งร้อนใจไม่แพ้กันเพิ่งได้โอกาสเปิดปากถาม ดวงตาสีมรกตฉายแววเป็นห่วงเป็นใยสุดชีวิตด้วยรู้ดีว่า หลังจากที่คามิวใช้พลังหอบพวกตนสองคนขึ้นมาเบื้องบนได้สำเร็จ พี่ชายของตนเหนื่อยล้าสาหัสจนแทบจะขยับไม่ไหวอยู่แล้ว หากจะต้องต่อสู้กับศัตรูร้ายกาจระดับการ์เดี้ยนที่มีพลังขนาดล่มอาณาจักรละก็…
“พวกเจ้ามาอยู่กันที่นี่เองเหรอเนี่ย? พวกเราตามหาตั้งนานแน่ะ” ก่อนจะได้คำตอบจากฟาร์ฟาร์ ก็มีเสียงโวยวายดังมาจากด้านหนึ่งของวิหารร้างใต้ดิน พร้อมกับเสียงวิ่งฝ่าดงไม้ดังสวบสาบแสดงถึงการมาของคนจำนวนไม่น้อย “ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามนะ พวกเจ้าเข้ามาได้ยังไงกัน? แล้วนั่น…!?“
ร่างเล็กไม่เกินสามฟุตของคนแคระจำนวนหนึ่งโผล่ออกมาให้เห็น เสื้อผ้าแต่ละคนสีสันฉูดฉาดบาดตาบวกท่าทางตื่นตระหนกตกใจจนตาที่โตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างขึ้นเป็นสองเท่า จากที่ดูน่ารักน่าขำก็กลายเป็นน่ากลัวได้ราวพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเมื่อพวกเขาได้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายในวิหารร้ายซึ่งเป็นเขตต้องห้าม ความเป็นมิตรก็หดหายไปพร้อมกับสีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนจากเจ้าบ้านที่แสนดีกลายเป็นเพชรฆาตซึ่งพร้อมจะปลิดชีวิตผู้บุกรุกได้ทุกเวลา
“ผู้พิทักษ์ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว! เราจะปล่อยให้ออกอาละวาดไม่ได้ ฆ่าพวกมันให้หมดแล้วปิดตายวิหารแห่งนี้ซะ”
หนึ่งในคนแคระที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มร้องตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว เร่งเร้าให้คนที่เหลือลุกฮือคว้าอาวุธมาถือไว้เพื่อจัดการกับคนที่พวกตนปักใจเชื่อมั่นว่าเป็นศัตรู ท่าทางคุกคามพยายามทำให้ดูโหดเหี้ยมของคนแคระตัวเล็กๆนั้นจะว่าน่ากลัวก็ไม่ใช่จะน่าขำก็พูดได้ไม่เต็มปาก ความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อก้ำกึ่งกันแบบแปลกๆที่เมอร์เคนและรินเซ่รับรู้อยู่ตอนนี้ ทำให้ทั้งสองคนที่ถอยมายืนรวมกลุ่มต้องมองหน้ากันอย่างชั่งใจว่าจะรับมือสถานการณ์นี้อย่างไร
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!” “เฮ…เฮ…เฮ…” เหล่าเจ้าบ้านที่กลายร่างเป็นนักฆ่าพากันย่างสามขุมเข้ารายล้อมเป้าหมายเอาไว้ พร้อมทั้งแผ่รังสีอำมหิตที่รุนแรงจนไม่น่าเชื่อว่า ...คนแคระที่ดูไม่มีพิษมีภัยจะข่มขู่คุกคามได้ถึงขนาดนี้...
เปรี้ยงงง…!! ครืนนน…!!
ก่อนที่จะเกิดสงครามนองเลือดระหว่างเผ่าพันธุ์ขึ้นมา ก็มีเสียงระเบิดกึกก้องและแรงสั่นสะเทือนมาขัดจังหวะเสียก่อน เศษใบไม้กิ่งไม้ปลิวว่อนไปทั่ว รวมทั้งมีกลุ่มควันจำนวนมากมายพวยพุ่งออกมาครอบคลุมจนทั้งสองฝ่ายมองไม่เห็นกันและกัน ความบาดหมางจึงหยุดชะงักไปช่วงเวลาหนึ่งจนกระทั่งควันเริ่มเบาบางลง และปรากฏร่างอันแสนคุ้นตาของเด็กหนุ่มผมดำยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ จุดเดียวกับที่เคยมีบอลเถาวัลย์
สายตาทุกคู่พากันจ้องค้างไปเป็นจุดเดียวกัน ร่างเพรียวของเด็กหนุ่มอายุ 17 ปียืนนิ่งโดยมีเงาของอะไรบางอย่างที่สูงตระหง่านน่าพรั่นพรึงซ้อนทับอยู่ เงานั้นค่อยๆเบาบางจางหายไปพร้อมกับการขยับเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มผมดำ ร่างเพรียวเหยียดแขนสองข้างขึ้นไปในลักษณะบิดขี้เกียจ พร้อมทั้งอ้าปากหาวหวอดเหมือนคนเพิ่งตื่นจากการนอนหลับ ดวงตาสีทองคู่งามเปิดปรือขึ้นเพ่งมองบรรดาคนที่มารบกวนการหลับของตน ริมฝีปากเรียวได้รูปคลี่ยิ้มอันอบอุ่นและทรงเสน่ห์แจกจ่ายให้โดยทั่วหน้า
ตอนแรกเมอร์เคนกับรินเซ่ดีใจที่ได้เห็นคามิวอยู่รอดปลอดภัย แต่มาสะกิดใจกับท่าทางและรอยยิ้มที่ค่อนข้างจะห่างไกลจากนิสัยดั้งเดิมของหนุ่มผมดำ ทั้งรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นง่ายๆและการกระทำที่ไม่ค่อยจะสำรวม มันดูขัดแย้งในความรู้สึกของคนที่รู้จักกันมานานจนทำใจให้เชื่อไม่ได้ว่า ...นั่นคือ คามิว ทีเอเนียตัวจริง...
“เจ้า…!? ทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน?” ฟาร์ฟาร์แผดเสียงเกรี้ยวกราดพลางชี้หน้าคนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของตนแบบไม่เกรงใจ “ปล่อยคนของข้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ เจ้าการ์เดี้ยนตัวแสบ”
“หมายความว่าไงกันครับท่านฟาร์ฟาร์ นั่นไม่ใช่คามิวงั้นเหรอ?” หนุ่มผมขาวระล่ำระลักถามด้วยความงุนงง ถึงจะสงสัยอยู่บ้างแต่รูปร่างหน้าตาไม่ได้มีอะไรต่างจากรุ่นน้องคนโปรดเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงกิริยาท่าทางที่แปลกๆไปเท่านั้นเอง “งั้นคามิวตัวจริงไปอยู่ที่ไหน? ท่านฟาร์ฟาร์!"

”ก็อยู่ตรงนี้ไงล่ะ เพียงแต่เขากำลังรับการทดสอบของข้าอยู่ ข้าก็เลยว่างจนเบื่อ เลยกะว่าจะมายืดเส้นยืดสายเสียหน่อย”
หนุ่มน้อยผมดำเอ่ยปากตอบ ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับไม่ใช่เสียงของคามิว น้ำเสียงที่ได้ยินนั้นทุ้มต่ำและดูมีอำนาจมากกว่าเสียงของเด็กหนุ่มที่คุ้นหู พอมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ก็จะเห็นความแตกต่างที่ถ้าไม่สังเกตจริงๆก็อาจจะมองข้ามไปอีกหลายๆประการ เช่นดวงตาที่ยังคงเป็นสีทองงดงามทว่าตรงกลางกลับเป็นเส้นขีดยาวดุจดังตาแมว ดูคมกริบมันไม่กลมโตบ้องแบ๊วดังคนเก่า แววตาที่ส่งออกมาก็ล้ำลึกด้วยเล่ห์เหลี่ยมจนเมอร์เคนนึกถึงเครตัสเพื่อนคู่ปรับของตน จนเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
ริมฝีปากได้รูปของเด็กหนุ่มกระตุกยิ้มคล้ายจะสะใจกับทีท่าหวาดระแวงของหนุ่มผมขาว ทว่าเมื่อมองผ่านมายังสาวน้อยอีกคนในที่นั้นปุ๊บ รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปเหลือเพียงแววตาท้าทายเหมือนคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า ด้านรินเซ่ก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเพราะเธอจ้องตรงไปยังคนหรืออะไรก็ตาม ที่กำลังครอบครองร่างของพี่ชายสุดที่รักของเธออยู่ด้วยความรู้สึกโกรธสุดขีด ออร่าแห่งแสงสว่างซึ่งเป็นธาตุแท้ของสาวน้อยแผ่กระจายอัดแน่นอยู่ในบรรยากาศ ขนาดทำให้เหล่าภูตดินอย่างคนแคระพากันตกอกตกใจ ...แต่มันกลับใช้ไม่ได้กับหนุ่มผมดำที่กำลังยืนกอดอกทำท่าเบื่อหน่ายเต็มทนแล้วคนนั้น...
“พอเถอะ ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไล่ข้าไปไม่ได้หรอก นอกจากเด็กคนนี้จะเอาชนะการทดสอบแล้วตื่นขึ้นมาเอง”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูขัดตาผุดพรายบนใบหน้าหนุ่มผมดำอีกครั้ง ถึงมันจะดูมีเสน่ห์น่ามองยังไงแต่สำหรับคนที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคามิวแล้ว มันช่างเป็นรอยยิ้มที่น่าสยองอย่างไรพิกล แต่ทว่าอยู่ๆท่าทางก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ดวงตาสีทองกลับมาฉายแววใสซื่อของหนุ่มน้อยคนเดิม พลางเอ่ยปากพูดด้วยเสียงเดิมของตนที่ฟังดูตะกุกตะกักอย่างไรพิกล
“ …ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ …รีบเอายาแก้พิษ…ไป…รักษาท่านแม่ก่อนเถอะ…” พูดจบก็ยืนนิ่งเงียบ ครู่ใหญ่ก็อ้าปากหาวหวอดเหมือนง่วงนอนเสียเหลือเกิน
“อือม์… เจ้าเด็กคนนี้มันร้ายเหมือนกันนะเนี่ย ไม่เชื่อว่าจะยังเหลือสติขัดขืนไม่ยอมให้ข้ายึดร่างได้เต็มร้อย” ไกเซอร์ในร่างคามิวหรี่ดวงตาเหมือนกำลังใช้ความคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ๆ จากนั้นจึงหันควับไปหากลุ่มคนแคระที่ยืนงงกับการสนทนาของเหล่ามนุษย์(?) “พวกเจ้านำทางไปที่หมู่บ้านให้หน่อยได้ไหม?”
“ทะ... ทำไมเราต้องฟังคำสั่งเจ้าล่ะ เป็นแค่เด็กชาวมนุษย์แท้ๆ” คนแคระตัวเล็กในชุดสีม่วงพูดพลางถอยพลางด้วยความหวาดกลัว ถึงจะไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่รังสีกดดันที่แผ่ออกมามันฟ้องชัดว่าอันตรายเกินกว่าที่พวกตนจะจัดการได้ ทั้งหมดจึงเตรียมตัวที่จะเผ่นหนีกลับไปตั้งหลักยังที่มั่นทันทีที่สบโอกาส “อย่ามาขู่ให้ยากเลย พวกเราน่ะ… พวกเรา… ถอยยย…”
เพียงแค่พริบตาเดียวที่ได้ยินคำสั่งว่าถอย ร่างเล็กจ้อยทั้งหลายก็วิ่งหนีหายไปคนละทิศคนละทาง ราวกับพยายามจะทำให้ศัตรูเกิดความสับสนและจับทิศทางไม่ได้ ว่าหมู่บ้านของตนนั้นแท้จริงแล้วอยู่ทางทิศใดกันแน่ ไกเซอร์ในร่างเด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจกับการกระทำงี่เง่าไร้สาระของเหล่าภูตดิน ...เพราะถ้าหากจะตามรอยไปจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย...
“ข้าคิดว่าเจ้าควรจะรีบตามคนแคระพวกนั้นไปนะ จิตส่วนลึกของเด็กคนนี้ร่ำร้องบอกข้าอยู่ตลอดเวลา ว่าเป็นห่วงและอยากช่วยมารดาของเขา แล้วเจ้าจะให้การมาครั้งนี้สูญเปล่างั้นรึ แม่หนูน้อย?”
ไกเซอร์ในร่างคามิวส่งสายตาจริงจังให้รินเซ่เป็นครั้งแรก เพราะทันทีที่เข้าครองร่างเด็กหนุ่มคนนี้ความรู้สึกอันแรงกล้าของคามิวถ่ายทอดมาจนหมดสิ้น ไกเซอร์ได้รับรู้ถึงความห่วงหาอาทรอันบริสุทธิ์ที่คามิวมีให้กับคนในครอบครัว แม้จะมีสติปัญญาเหนือกว่าการ์เดี้ยนตนอื่นๆแต่ทว่าสิ่งนี้เป็นความรู้สึกใหม่ที่ไกเซอร์ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ความรักที่มีแต่ให้และไม่ได้หวังผลตอบแทน ได้ก่อให้เกิดความอบอุ่นอันแปลกประหลาดขึ้นในจิตใจอันว่างเปล่าของผู้พิทักษ์ตนนี้ เช่นเดียวกันกับอาเรสและไรออท ไกเซอร์จึงรู้สึกผูกพันกับรินเซ่ผู้เป็นน้องสาวของเด็กหนุ่มเจ้าของร่างที่มันกำลังครอบครองอย่างประหลาด
“น้องรินเซ่ พี่จะอยู่ที่นี่เอง น้องรีบไปหมู่บ้านคนแคระแล้วก็เอายาแก้พิษไปช่วยท่านคามิลล่าก่อนเถอะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะพาคามิวกลับไปพร้อมกันให้ได้” หนุ่มผมขาวให้คำมั่นสัญญาหนักแน่น ดวงตาสีฟ้ามีแววเอาจริงเอาจังผิดจากที่เคย ซึ่งเป็นมาดของประธานนักเรียนผู้มีความรับผิดชอบสูงแห่งกรุนเบอร์เรียยามตั้งใจทำงานของตน “ต้องช่วยท่านคามิลล่าให้ได้นะ พี่คิดว่าคามิวเองก็คงต้องการแบบนั้นเช่นกัน”
“แต่ถ้าข้าไปคนเดียว พวกคนแคระจะยอมช่วยเหรอคะ? ก็คนที่พวกเขาอยากให้มาคือพี่ชายมากกว่านี่นา” รินเซ่ทักท้วงด้วยความไม่มั่นใจ ถ้าหากตนไปเพียงลำพังอาจจะทำไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ก็ได้
“ไม่ต้องเกี่ยงกันหรอกน่า เพราะข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย” ไกเซอร์ในร่างคามิวขัดคอขึ้นเมื่อเห็นว่ามนุษย์ทั้งสองคนตกลงกันไม่ได้ และที่สำคัญคือมันอยากจะออกไปจากวิหารนี้เหลือเกินแล้ว “ไหนๆก็ได้ร่างเนื้อมาใช้ทั้งที ถึงจะแค่ชั่วคราวก็เถอะ ข้าจะขอออกไปเดินเล่นในโลกภายนอกให้สนุกสักพักก็แล้วกัน”
“เจ้าจะออกไปจากวิหารนี้ได้ยังไง ก็เจ้ามีหน้าที่ต้องอยู่พิทักษ์สมบัติไม่ใช่รึไง?” ฟาร์ฟาร์ตกใจร้องถามเสียงสูง เพราะไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ ที่การ์เดี้ยนจะละทิ้งหน้าที่ของตนแล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกแบบนี้มาก่อน “อย่าบอกนะว่าเจ้าจะออกไปอาละวาดทำลายล้างพวกมนุษย์น่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าไม่มีวันยอมเด็ดขาด ถึงจะต้องฆ่าเจ้าหนูคามิวทิ้งซะที่นี่ ข้าก็จะทำ”
“อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิท่านภูตแห่งแสง ท่านเองก็มองเห็นอนาคตอันใกล้นี้ได้ไม่ใช่หรือ? ผลจะออกมาเช่นไรท่านน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วแท้ๆ” ไกเซอร์แสร้งทำท่าหวาดกลัว ทว่ายังคงรอยยิ้มที่ดูแล้วกวนอารมณ์ของใครต่อใครในที่นั้นเป็นที่สุด เพราะคามิวที่ทุกคนรู้จักไม่เคยยิ้มเจ้าเล่ห์กวนอารมณ์ชวนให้โมโหได้ขนาดนี้มาก่อน “ยังไงซะ สมบัติของวิหารแห่งนี้ก็อยู่ในกำมือของเด็กคนนี้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เขาจะหาทางเอาชนะการทดสอบและกลับออกมาได้หรือไม่เท่านั้นเอง ระหว่างที่เขากำลังหาทางออกอยู่นี้ข้าก็จะเป็นผู้ดูแลและใช้ร่างนี้แทน” การ์เดี้ยนในร่างมนุษย์ยิ้มละไมพึงพอใจกับร่างใหม่ของตนเอง

“แต่จะแค่วันเดียว ปีเดียว หรือตลอดไปนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเด็กคนนี้นั่นแหละนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #4971 conankun (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 15:33
    ง่ะ คามิวจะเป็นอะไรไปไหมอ้าาาาา
    #4,971
    0
  2. #4396 ดูดี (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 13:34
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารคามิว
    #4,396
    0
  3. #4315 Lux51Forever (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 02:08
    ไกเซอร์เจ๋งอ่า

    คามิวพยายามเข้านะ

    สู้ๆกลับมาให้ได้ล่ะ
    #4,315
    0
  4. #3988 inasba (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 01:33

    ชอบไกเชอร์จริงๆนิสัยอย่างงี้ชอบที่สุด

    #3,988
    0
  5. #3879 [þ-เมฆาล่องลอย§-] (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 12:45
    ไกเซอร์นี่เหอๆบังคับกันเลยวุ้ย คามิวซวยเเท้ๆ(หรือโชคดีละนั้น)
    #3,879
    0
  6. #3760 rainy0_0 (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 14:29
    ไกเซอร์นี่ท่าทางจะชอบความหรรษามากทีเดียว อิอิ
    #3,760
    0
  7. #3719 ~*>> IN (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 01:39

    ชอบไกเซอร์น่ะครับ  >O<  ~

    แต่ถ้าพูดให้ถูกคือชอบไกเซอร์ในร่างคามิวอ่ะนะ    เพราะถ้าร่างจริงของไกเซอร์ก็....   อ่ะนะ   ดูความเจ้าเล่ห์ของไกเซอร์ในร่างคามิวแล้วรู้สึกสนุกสนานกว่ากันเยอะ  ^^

    #3,719
    0
  8. #3706 ฮิฮิ้ว (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 25 เมษายน 2553 / 13:04
    อัพด่วน!!
    #3,706
    0
  9. #3705 SomSalovaGy (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 20:14

    ค้างสุดๆๆ มาอัพต่อไวๆๆนะคะ  >O<

    #3,705
    0
  10. #3704 DeK_LeaW (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 17:17

    ไกเซอร์  - -*

    สบายไปมั้ยนั่น

    #3,704
    0
  11. #3703 เนตรแห่งใจ (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 19:45
    5555  ป่วนโลกให้เต็มที่เลยไกเซอร์!!
    #3,703
    0
  12. #3701 notg (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 16:05
    =[    ]=

    ค้างสุดๆ!!
    #3,701
    0
  13. #3700 Wh!te [S]ky (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 12:59
    ค้างค่ะไรเตอร์=3=
    #3,700
    0
  14. #3699 RasberryAngel (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 11:10
    เจ้าไกเซอร์= =
    #3,699
    0
  15. #3698 kwangtung (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 10:14
    หง่าาาา ค้างง

    #3,698
    0
  16. #3697 เอกเองครับ (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 09:48
    เจ้าไกเซอร์กับอาเรสและไรออท ใครเก่งกว่ากันเอ่ย รอดูครับว่าคนแคระจะยอมช่วยรินเซ่ไหม
    #3,697
    0
  17. #3696 555 (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 09:47
    กวนประสาทดีแท้

    #3,696
    0
  18. #3695 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 เมษายน 2553 / 09:38
    เย้.................อ่านได้แล้ว แต่กวนดีแท้น่ะ กาเดี้ยนตัวนี้ รีบ ๆ หาทางออกให้ได้น่ะคามิว
    #3,695
    0
  19. #3693 เวนีล่า (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 22:32
    เป็นการ์เดี้ยนที่กวนประสาทจริงๆคะ
    #3,693
    0
  20. #3692 manee_many (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 22:26
    รีบมาต่อเร็วๆน้า ^^
    #3,692
    0
  21. #3691 loli (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 21:59
    การ์เดี้ยนไกเซอร์นี่

    กวนแฮะ!!!
    #3,691
    0
  22. #3690 Darkerisis,The_DeathGod (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 21:15
    จะสงสาร...หรือสมน้ำหน้าดีล่ะเนี่ย = = "
    #3,690
    0
  23. #3689 dream (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 20:34
    แง ๆๆๆ

    ไรเตอร์อัพช้าจังเรย

    รอนานจนรอไม่ไหวแย้วน๊ะ

    โกดไรเตอร์แร้วด้วย
    #3,689
    0
  24. #3686 เวนีล่า (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 23:40
    คุณการ์เดี้ยนบ้าปล่อยคามิวเดี๋ยวนี้นะคะ
    #3,686
    0
  25. #3685 *ReAr* (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 20:12

    เหอๆ โดนสิงซะแล้ว...

    #3,685
    0