วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 78 : ตามหายาแก้พิษ3(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ครบแล้ว   ค้างมั้ย?  ไม่ค้างมั้ง?  หรือว่าจะค้างละเนี่ย  หุหุ   รออ่านต่อตอนหน้านะคะ(อีกแล้วเรอะ)
**++**++**++**

ในห้องสุดทางเดินของวิหารโบราณใต้พื้นพิภพแห่งนี้ สว่างไสวด้วยแสงสีส้มแดงจากโคมไฟซึ่งได้พลังงานจากแม็กม่าใต้ดิน ที่พื้นเต็มไปด้วยท่อจำนวนมากมายเชื่อมกันจนดูคล้ายอสรพิษร้ายขดตัวอยู่ไม่มีผิด และสิ่งต่อมาที่คามิวมองเห็นก็คือร่างเล็กในเสื้อคลุมสีดำ มันกำลังทำอะไรบางอย่างง่วนอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง ตามแนวผนังรอบด้านมีหลอดแก้วขนาดโตพอจะใส่ผู้ใหญ่ได้ทั้งตัวตั้งเรียงรายอยู่มากมายอย่างเป็นระเบียบ ภายในคล้ายๆจะเป็นของเหลวสีเหลืองใส แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือยังมีร่างของอะไรสักอย่างที่ดูคล้ายกับตนเองบรรจุอยู่ด้วย

"หึหึ โตไวๆนะสมุนที่น่ารักของข้าทั้งหลาย ตราบใดที่ข้ายังมีของสิ่งนี้ ข้าก็จะสามารถสร้างพวกแกขึ้นมาได้อย่างไม่จำกัด แต่ถ้าได้ตัวต้นแบบมาเมื่อไหร่ละก็ ข้าจะได้สร้างกองทัพโฮมุนคูลัสชั้นเลิศให้นายท่านไว้ใช้งาน และยกไปถล่มพวกมนุษย์ให้ราบคาบ”
ของที่พ่อมดดำถืออย่างทนุถนอมในมือก็คือแท่งแก้วเล็กๆขนาดไม่เกินปลายนิ้วก้อยสองหลอด ชิ้นหนึ่งเหมือนจะเป็นผลึกสีดำสนิทส่วนอีกชิ้นเป็นสีแดงสดใส ท่าทางเจ้าพ่อมดตัวแสบจะหวงของสำคัญสองชิ้นนี้มากถึงขนาดเก็บไว้ใกล้ตัวด้วยการใช้เป็นต่างหู เล่นเอาหนุ่มน้อยผมดำเริ่มคิดหนักว่าจะใช้วิธีไหนเข้าถึงตัวศัตรู ขณะที่คามิวกำลังลังเลอยู่ว่าจะบุกเข้าไปทำลายข้าวของตอนนี้หรือจะรอไว้โอกาสหลังดีนั้นเอง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนชุดดำสวมหน้ากากคนหนึ่งถืออุปกรณ์อะไรบางอย่างเดินมุ่งหน้ามาทางนี้พอดี

ควับบบ...!! ฉึกกก…!!
ดาบเล่มยาวแทงทะลุอกของเจ้าชุดดำที่ไม่ทันได้ระวังตัว ถึงแม้ความรู้สึกเจ็บจะถ่ายทอดมาที่คามิวด้วย แต่อาจจะเป็นเพราะกำลังตั้งใจเพ่งสมาธิกับการควบคุมร่างกายจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่น จึงเพียงแค่เจ็บเสียดนิดหน่อยไม่เหมือนตอนที่นอนฝันร้าย พอร่างกายของเจ้าคนที่โดนแทงละลายจนหมด คามิวก็รวบรวมความกล้าคว้าของมาถือไว้ และตัดสินใจเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อมดดำให้รู้แล้วรู้รอดกันไปข้างหนึ่ง
“มาแล้วรึ? ข้าคอยตั้งนานแล้ว รีบๆเอาของนั่นไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็ออกไปทำงานของแกต่อซะ” พ่อมดดำออกคำสั่งโดยไม่หันหลังมามองด้วยซ้ำ แต่พอไม่ได้ยินเสียงปิดประตูเคออสจึงได้เหลียวมาดู “มัวยืนบื้ออะไรอยู่อีกล่ะ รีบไปเปลี่ยนเวรเฝ้านักโทษได้แล้ว!!”
รู้สึกว่าพ่อมดดำจะไม่ได้แปลกใจมากนักเมื่อเห็นว่าสมุนชุดดำยังคงนิ่งงันอยู่ที่เดิม เป็นเพราะผลงานไม่สมประกอบพวกนี้มักจะขาดตกบกพร่องและติงต๊องอยู่เป็นประจำ ถึงแม้ว่าจะใช้การได้ดีสำหรับการต่อสู้หรือลอบโจมตี แต่พอเป็นเรื่องการใช้ชีวิตหรือเวรยามปกติทั่วไปแล้วพวกมันไร้ซึ่งทักษะโดยสิ้นเชิงจริงๆ ถ้าหากไม่สั่งให้ชัดเจนละก็มันจะงงจนยืนนิ่งเป็นรูปปั้น จนกว่าเคออสจะมาเจอและตั้งโปรแกรมใหม่นั่นแหละ
“ข้าละเบื่อพวกแกจริงๆ ถ้าสร้างให้มันฉลาดได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงจะดีหรอก จงเดินกลับไปยังห้องโถงจากนั้นไปเปลี่ยนเวรเพื่อเฝ้านักโทษในห้องขัง จนกว่าข้าจะสั่งคนไปเปลี่ยนเวรกับแก” พ่อมดดำสั่งความอย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนสอนเด็กๆ “เอาละ ไปได้แล้ว”
ฟ้าววว…!! แคร้งงง…!!
ดาบเล่มยาวในมือคนชุดดำฟาดวูบเข้าใส่ร่างเล็กในชุดคลุมสีมืดหมายจะผ่าให้ขาดเป็นสองท่อน ทว่าเมื่อมองดูให้ดีก็มีแต่ปลายผ้าคลุมเท่านั้นที่เป็นเศษซากขาดวิ่น เพราะเคออสในร่างอิกนีสกระโดดหลบไปได้อย่างหวุดหวิด ชนิดที่เรียกว่าคมดาบเฉียดปลายจมูกเลยทีเดียว ดาบที่สองและสามไล่ตามไปติดๆเนื่องจากคามิวไม่ปล่อยให้พ่อมดดำได้มีเวลาตั้งตัว ...อย่างน้อยๆก็ขอทำลายของสำคัญที่มันทนุถนอมเหลือเกินนั้นให้ได้...
“แกเป็นบ้าไปแล้วเรอะ!? บังอาจทำร้ายผู้เป็นนายอย่างข้า คงเอาไว้ไม่ได้ซะแล้ว” พ่อมดดำช่างแคล่วคล่องว่องไวเหลือเชื่อ กรงเล็บแหลมคมยืดยาวออกมาเตรียมปลิดชีวิตลูกสมุนทรยศ “ผลงานที่ล้มเหลวต้องทำลายทิ้งสถานเดียว จงตายซะเถอะแก!!”
ดาบในมือคามิวในร่างคนชุดดำฟาดฟันรวดเร็วด้วยท่าร่างที่คล่องแคล่วว่องไว การรุกไล่เป็นกระบวนทั้งแทงและฟันอย่างต่อเนื่อง ทำเอาเคออสต้องลนลานตั้งรับเป็นพัลวัลพลางนึกแปลกใจเป็นล้นพ้น แต่คงมีเวลาคิดไม่นานนักเพราะปลายดาบที่ขยับฟาดฟันเริ่มเฉียวเข้าใกล้ตัวพ่อมดดำมากขึ้นทุกทีแล้ว เคออสจึงต้องงัดเวทโจมตีออกมาใช้ตอบโต้ ลูกไฟและสายฟ้าจากคฑาของพ่อมดดำพุ่งเข้าใส่สมุนชุดดำไม่ยั้ง ทว่าร่างเพรียวนั้นแสนจะว่องไวหลบและปัดป้องออกไปได้หมดจนพ่อมดดำเริ่มอารมณ์เสีย
โครมมม…!! เพล้งงง…!!
ที่สำคัญลูกไฟเวทที่ถูกปัดกระเด็นออกไปนั้น ยังสร้างความเสียหายให้กับสิ่งของสำคัญต่างๆในห้องนั้นจนเละเทะ เหมือนกับจะจงใจสร้างความเสียหายให้มากที่สุด และแล้วพ่อมดดำก็หยุดใช้เวทโจมตีหันมาใช้ฝีมือตัวเองล้วนๆแทน เพราะไม่อยากให้ของต้องเสียหายมากไปกว่านั้น อย่างน้อยๆมันก็พอจะมีฝีมือทางด้านการต่อสู้ติดตัวอยู่บ้างเช่นกัน เล็บยาวแหลมคมรวมทั้งความคล่องตัวของอิกนีสจึงถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะสวมใส่เสื้อคลุมยาวเอาไว้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์อะไรมากนัก ยิ่งตัวเล็กๆอย่างอิกนีสยิ่งหลบหลีกได้ดีแถมมีโต้กลับให้คนชุดดำต้องเป็นฝ่ายเหงื่อตกเช่นกัน
“อยากเล่นกับข้ามากนักเหรอ? เจ้าลูกสมุนทรยศ!” เคออสเจ็บใจเป็นสองเท่า พ่อมดดำคาดโทษว่าสาเหตุที่โฮมุนคูลัสหันมาเล่นงานตัวเอง เป็นเพราะเลือดของตัวต้นแบบนั่นแหละ “เจ้านั่นมันไม่รักดีไปตัวนึงแล้ว พวกแกเลยเกิดเป็นบ้าตามมันไปด้วยงั้นสินะ”
คามิวไม่สนใจว่าศัตรูจะพูดอะไรเพราะหนุ่มน้อยกำลังพุ่งสมาธิทั้งหมดในการควบคุมร่างกายคนชุดดำ วิชาการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาถูกนำมาใช้แบบไม่มีการกั๊ก แต่มันค่อนข้างตะกุกตะกักไม่ราบรื่นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถอดจิตมาไกลถึงขนาดนี้ ถึงจะเป็นพลังพิเศษที่ติดตัวมาแต่เกิดก็ตาม แต่ทว่าถูกมารดาสั่งห้ามไม่ให้ใช้จนพลังเลือนหายและลืมไปเสียสนิท พอพลังนี้กลับมาอีกครั้งการใช้งานจึงยังไม่คล่องตัวเท่าไหร่คงจะหวังชัยชนะได้ยาก แถมเจ้าพ่อมดดำยังเริ่มตอบโต้กลับด้วยฝีมือที่ร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึง
ยิ่งถ่วงเวลาเนิ่นนานมากเข้าเรี่ยวแรงของคนชุดดำก็ยิ่งถดถอย ถึงจะควบคุมร่างได้ดีแค่ไหนแต่มือเท้าของเจ้าคนชุดดำคนนี้ มันกลับอ่อนแรงลงก็ทำให้ตกเป็นรองเคออสไปในที่สุด ร่างเพรียวในชุดดำสับเท้าถอยหลังลนลานยามที่พ่อมดดำกางกรงเล็บเข้าใส่ ดาบในมือเริ่มหนักขึ้นทุกขณะจิตแต่ก็ยังคงกัดฟันต่อสู้ต่อไป ทว่าในจังหวะที่พ่อมดดำพุ่งเข้าใส่จนต้องลนลานถอยหลังนั่นเอง คามิวกลับไปสะดุดท่อที่พื้นจนหงายหลังล้มลงไปเปิดโอกาสให้เคออสกระโดดมาคร่อมลำตัวเอาไว้
ฉึกกก…!! ฉัวะ…!!
กรงเล็บสีดำยาวเฟื้อยแหลมคมไม่ต่างจากใบมีดเสียบทะลุดท่อซึ่งอยู่ใต้ร่างของคนชุดดำ หากแต่ว่าไม่ได้สัมผัสโดนร่างกายเป้าหมายเลยสักนิด เพราะว่าคนชุดดำที่คามิวถอดจิตมาควบคุมเบี่ยงตัวหลบทันแถมยังแทงอาบสวนออกไป คมดาบฉีกฮูดที่คลุมหัวพ่อมดดำจนขาด เผยให้เห็นเส้นผมสีดำยาวสลวยและดวงหน้าเนียนใสของหญิงสาวที่คุ้นตาอย่างมาก แก้มนวลถูกคมดาบกรีดเป็นทางโลหิตสีแดงที่เหมือนกับดวงตาคู่โตทะลักออกมาชุมโชก ริมฝีปากสีแดงจัดกัดเม้มด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด เพราะปลายดาบที่เฉือนเนื้อแก้มนั้น ...มันได้ทิ่มแทงแท่งผลึกสีแดงจนแตกสลายกลายเป็นผงไปเสียแล้ว...
“แก… บังอาจนัก! สร้างบาดแผลให้ข้ายังไม่พอ ยังกล้าทำลายของสำคัญของข้าอีกงั้นรึ เจ้าโฮมุนคูลัสทรยศ!!”
เคออสแผดเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดปัดดาบอย่างแรงจนมันกระเด็นหลุดมือคนชุดดำ จากนั้นก็เริ่มระดมจิกข่วนเหยื่อที่โดนมันคร่อมอยู่แบบไม่ยั้ง พ่อมดดำคงพิโรธหนักจนอยากจะฉีกเนื้อเหยื่อให้เป็นชิ้นๆด้วยมือตัวเอง เศษเสื้อและเศษเนื้อรวมทั้งเลือดสีคล้ำที่กระจุยติดมือเคออสส่งกลิ่นคาวจัดน่าคลื่นไส้แต่มันก็ไม่สนใจ และยังคงลงมืออย่างโหดเหี้ยมต่อไปเรื่อยๆ เหยื่อกรงเล็บที่ด้านล่างพยายามดิ้นรนจนพ่อมดดำนึกแปลกใจในความอึด เพราะมันแตกต่างจากพรรคพวกซึ่งพอบาดเจ็บเข้าหน่อยก็ละลายกลายเป็นโคลนเละๆแทบจะในทันที
“แกนี่อึดผิดกับตัวอื่นนะ ข้าอยากรู้นักว่าแกจะอึดไปได้อีกสักกี่น้ำ” พ่อมดดำแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาสีแดงจัดจ้าจ้องมองเหยื่อที่เริ่มหมดแรงดิ้นด้วยแววตาอำมหิต “มาดูกันหน่อยว่า แกจะละลายเหมือนกับเพื่อนๆของแกรึเปล่า?”
“…อ…อ้าาากกก…!!”
หนุ่มน้อยที่หลับสนิทมาค่อนคืนสะดุ้งเฮือกกรีดร้องสุดเสียง ร่างที่นอนบนเตียงแอ่นเกร็งสั่นระริกดวงตาสีทองเบิกโพลงริมฝีปากได้รูปอ้าค้าง มือจิกกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เหมือนกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทรมานเจียนตาย เหงื่อกาฬหลั่งไหลพรั่งพรูจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม บริเวณหน้าอกปรากฏรอยเลือดที่แผ่วงกว้างออกมาจนเห็นได้ชัด
“พี่จ๋า เป็นอะไรไปน่ะ!?” รินเซ่ตกใจตื่นขึ้นมาเห็นอาการพี่ชายทรุดลงแถมยังมีรอยเลือดก็เริ่มขวัญเสีย “ท่านหมอ!! พี่ชายเป็นอะไรไม่รู้ รีบมาช่วยเร็วๆเข้าสิ ท่านหมอ!”
“ท่านคามิวเป็นอะไรไปเนี่ย? เขาบาดเจ็บได้ยังไง?” หมอและพยาบาลที่ตกใจเพราะเสียงร้องเริ่มตั้งสติได้ก็รีบพากันเข้ามาดูแลคนเจ็บอย่างร้อนรน หมอหลวงรู้สึกงงงันเป็นอันมากกับรอยเลือดที่อกเสื้อของคามิว เพราะหนุ่มน้อยคนนี้นอนหลับอยู่กับที่มาตลอดนี่นา “รีบถอดเสื้อเขาออกเร็วเข้า เลือดออกมากแบบนี้แผลอาจจะสาหัสก็ได้”
“อย่าไปแตะต้องตัวเด็กคนนั้นนะ!” ก่อนที่พวกหมอและพยาบาลจะได้ลงมือทำอะไร ก็มีเสียงร้องห้ามดังขึ้นเสียก่อน “ข้าจะดูแลเขาเอง พวกท่านถอยไปก่อนเถอะ”
ร่างสูงสง่าของมหาปราชญ์ทิวลีนสาวเท้าเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองเด็กหนุ่มบนเตียงที่เหมือนคนไข้ซึ่งมีอาการเกร็งจนชักอย่างพินิจพิเคราะห์ เด็กหนุ่มที่นอนพะงาบๆอยู่ตรงหน้านี้ดูเผินๆเหมือนคนป่วยที่กำลังทุรนทุรายก็จริง สิ่งที่อาจารย์จอมเวททิวลีนรับรู้ได้มีแต่ไอเวทแปลกประหลาดจางๆเท่านั้น แต่ที่มองหาเท่าไหร่จะเพ่งสมาธิเพื่อดูยังไงก็ไม่เจอและจับสัมผัสไม่ได้เลยก็คือ …ดวงจิตของลูกศิษย์เจ้าปัญหานั่นแหละ…
“ถอดจิตงั้นรึ? เจ้าเด็กบ้านี่ชอบทำอะไรเกินตัวอยู่เรื่อย” มหาปราชญ์เม้มปากขมวดคิ้วจนหน้าผากเกิดรอยย่นลึก “ไปไกลจนกลับมาเองไม่ได้ละสิ รินเซ่ เตรียมร่ายข่ายอาคมประคองชีวิต เดี๋ยวอาจารย์จะเป็นคนลากพี่ชายเจ้ากลับมาให้เอง”
“ค่ะอาจารย์” สาวน้อยเริ่มใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นท่านอาจารย์ใหญ่ยอมปลีกตัวมาช่วยเหลือ เพราะตอนที่เดินทางไปแจ้งข่าวนั้น ท่านอาจารย์มีงานยุ่งจนแทบไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย “พร้อมแล้วค่ะ โปรดช่วยพี่ชายหนูด้วยนะคะ”
มหาปราชญ์ทิวลีนพยักหน้าพร้อมเรียกคฑาด้ามยาวสีเงินประดับอัญมนีสีรุ้ง มาปักลงพื้นตรงบริเวณหัวเตียงคนป่วย จอมเวทสูงวัยไม่เคยนึกเลยว่าลูกศิษย์เจ้าปัญหามีความสามารถพิเศษที่แสนอันตรายแบบนี้ด้วย การถอดจิตนั้นเป็นผลพวงของสมาธิขั้นสูงซึ่งมีจอมเวทเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้ ทั้งยังจำเป็นจะต้องมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างเป็นส่วนประกอบ

แม้จะเป็นพลังที่แสนวิเศษเป็นที่ปรารถนาของเหล่าจอมเวทและนักพยากรณ์ทั้งหลาย เพราะมันเทียบได้กับญาณหยั่งรู้ที่แม่นยำกว่า แต่ความสามารถนี้ก็มีอันตรายยิ่ง ถ้าหากควบคุมไม่ได้จิตที่ล่องลอยออกไปจะไม่สามารถหวนกลับสู่ร่างเดิม มีจอมเวทหลายคนเคยทดลองถอดจิตแต่เกิดผิดพลาดจนต้องเสียชีวิตมาแล้ว
ทิวลีนร่ายเวทเพิ่มพลังวิญญาณส่งไปยังร่างที่กำลังชักกระตุกหายใจรวยรินของลูกศิษย์หนุ่ม พร้อมกับร่ายอาคมพันธนาการส่งพลังนำร่องตามรอยดวงจิตที่หลุดลอยของคามิวไป เชือกเวทเส้นบางจำนวนมากมายเข้าพัวพันร่างหนุ่มน้อยจนดูคล้ายรังไหมขนาดใหญ่สีทองเจิดจ้า มันไล่ล่าตามรอยดวงจิตไปจนพบและเข้าผูกรัดไว้แน่น แล้วกระชากดึงกลับสู่ร่างในทันทีทันใด

ณ วิหารใต้ดินซึ่งเป็นรังของพ่อมดดำเคออส
“จะดิ้นไปทำไมกัน แกรู้สึกเจ็บเป็นด้วยรึ? ฮ่าๆๆ” กรงเล็บแหลมคมของเคออส ฉีกกระชากเนื้อของร่างสมุนชุดดำจนชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีคล้ำ “ตัวอย่างอึดๆแบบนี้หายากนัก ขอชำแหละดูภายในซะเลยก็แล้วกัน” พูดจบมือข้างหนึ่งของพ่อมดดำก็กระซวกเข้าที่ท้องของเหยื่อจนมิดข้อมือ ส่วนอีกข้างนั้นรวบปิดปากเหยื่อที่กำลังดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวดเอาไว้ “ฮ่าๆๆ แล้วหัวใจของแกล่ะมันมีสีอะไรกันหนอ? ขอดูหน่อยนะ”
มือที่เสียบคว้านช่วงท้องกระชากออกอย่างแรงจนชิ้นส่วนของอวัยวะภายในทะลักออกมาภายนอก แต่ร่างที่โดนทับอยู่นั้นอ่อนแรงเกินกว่าจะขัดขืนผู้ซึ่งกำลังจะมอบความตายให้ในพริบตาข้างหน้านี้ ดวงตาสีทองภายใต้หน้ากากเริ่มหรี่ปรือภาพต่างๆที่มองเห็นนั้นพร่าเลือนพอๆกับสติที่เริ่มเลือนรางและลมหายใจที่ขาดห้วง หากหัวใจถูกกระชากออกไปทั้งๆที่ดวงจิตยังสถิตในร่างนี้ละก็ ...คงไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน...
ขณะที่คามิวนึกปลงว่าคงไม่รอด อยู่ๆก็รู้สึกถึงความอบอุ่นของเส้นเชือกอาคมที่แทรกเข้าสู่ดวงจิต มันบรรเทาความทรมานให้ลดน้อยลงพร้อมกับแยกจิตของคามิวออกจากร่างคนชุดดำที่กำลังจะตาย จากนั้นหนุ่มน้อยก็รู้สึกเหมือนถูกฉุดกระชากเข้าสู่ความสว่างที่เจิดจ้าจนต้องหลับตาหนี พร้อมทั้งหลุดพ้นจากความเจ็บปวดทั้งปวง ส่วนร่างคนชุดดำนั้นเมื่อไม่มีคามิวคอยควบคุม ร่างที่ใกล้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วขาดๆ ก็เริ่มสลายละลายกลายเป็นกองโคลนเละเทะ ไม่เหลือแม่แต่เศษซากให้เคออสได้ชำแหละต่อ สร้างความเดือดดาลให้พ่อมดดำเป็นอย่างยิ่งจนต้องอาละวาดทำลายข้าวของด้วยความขัดใจ
ณ ห้องพยาบาลในหอแพทย์หลวงเมืองโรแลนเดีย
“อ๊อกกก… แค่ก… แค่ก…” หนุ่มน้อยผมดำสำลักกระอักเลือดออกมากองใหญ่ เพราะดวงจิตและวิญญาณที่ยังไม่หายดีถูกกระทำให้บอบช้ำมากยิ่งขึ้น การถอดจิตจากร่างเนื้อนานเกินไปนั้นมันสิ้นเปลืองพลังวิญญาณมากมาย จนกลายเป็นข้อห้ามสำหรับจอมเวทและผู้พยากรณ์ แต่เด็กอย่างคามิวคงไม่เคยรู้หรอก “ขอบคุณ… อาจารย์ที่ช่วย… แค่ก แค่ก”
หลังจากดวงจิตถูกดึงกลับสู่ร่าง มีอาการบาดเจ็บส่วนหนึ่งติดมา เพราะเวลาที่ถอดจิตไปนั้นมันนานเกินกำหนดจนเกือบหลอมรวมกับร่างคนชุดดำ และเมื่อร่างนั้นโดนเคออสเล่นงานจนเจียนตาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่หนุ่มน้อยเจ้าของวิญญาณจะอยู่รอดปลอดภัย ถึงแม้ไม่อันตรายด้วยบาดแผลแต่อาการช้ำในก็ส่งผลจนน่ากลัว ยังดีที่รินเซ่ซึ่งคอยเฝ้าอยู่ข้างๆไม่ยอมห่าง ถูกท่านหมอหลวงไหว้วานให้ไปตามท่านยายซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านการปรุงยามาช่วยเหลือดูแล ...จึงไม่ทันได้เห็นภาพโชกเลือดน่าวิตกของพี่ชาย...
“เจ้าเด็กบ้า ถ้าข้ามาไม่ทันจะเป็นยังไง รู้ตัวรึเปล่า?” อาจารย์สูงวัยอยากจะเอาคฑาในมือเคาะหัวเจ้าหนุ่มที่กำลังนั่งสำลักเลือดแทบเป็นแทบตายเสียจริงๆ เพราะขยันหาเรื่องให้คนแก่หัวใจเกือบวายได้ตลอดเวลาสิน่า “ยังดีนะที่ข้าตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เพราะจะเอายาแก้พิษมาให้ มันเป็นของโบราณที่มีอายุกว่าสามร้อยปีแล้ว แต่น่าเสียดายที่มันมีพอสำหรับคนเดียวเท่านั้น”
“รักษาท่านแม่เถอะครับ เพราะผมจะไปรับยาแก้พิษจากคนแคระเอง” คามิวมีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้รู้ว่ามารดาของตนจะรอด ความหวังช่วยสร้างกำลังกายและกำลังใจให้หนุ่มน้อยผมดำคนนี้อดทนต่อความทุกข์ต่อไปได้ “เขาขอให้ไปช่วยปกป้องเมืองใต้ดินให้โดยการแลกกับยาแก้พิษ” แต่อยู่ๆสีหน้าเจ้าหนุ่มก็เครียดขึ้นมา “แต่ว่า… เขตอาคมแสงที่ใหญ่ขนาดนั้น ผมคงทำไม่ได้”
“รู้แล้วรึว่าทางไปเมืองคนแคระอยู่ที่ไหน? แต่ข้าคิดว่าคามิลล่าคงต้องการให้รักษาเจ้าก่อนมากกว่า น่าจะรู้นะว่านางรักพวกเจ้าสองพี่น้องมากแค่ไหน” อาจารย์จอมเวททอดถอนใจเมื่อเห็นเจ้าลูกศิษย์ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีที่อุตส่าห์ยกเหตุผลมาชี้แจง “เจ้าต้องเดินทางไม่ใช่รึ? พิษยังออกฤทธิ์อยู่แบบนี้จะไปสู้ใครเขาได้ล่ะ อย่าดื้อเลยน่า”
“ไม่ครับ… ถ้าหากร่างกายนี้มันจะถึงคราวแตกดับ ก็ปล่อยมันเถอะ” คามิวพึมพำเสียงแผ่วเบาราวกับคนที่หมดสิ้นซึ่งความหวังในการมีชีวิตอยู่ และคำพูดเช่นนี้ก็ทำให้ทิวลีนรู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก “ถ้าหากจะต้องกลายเป็นผู้นำความพินาศมาสู่ผู้คนที่ผมรักละก็… ผม...”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะคามิว” เสียงหวานที่ค่อนข้างแหบเครือของคามิลล่าดังขัดจังหวะขึ้น ในขณะที่หนุ่มน้อยผมดำกำลังจะหลุดปากคำที่ตนไม่ต้องการได้ยิน ดวงหน้างดงามอ่อนโยนปรากฏแววของความเสียใจ “แม่ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของแม่เด็ดขาด” หยาดน้ำตาใสไหลอาบแก้มนวลที่ค่อนข้าวซีดเซียว ดวงตาสีทองฉายแววปวดร้าวจนคนเป็นลูกรู้สึกเจ็บแปรบที่หัวใจ “ลูกทั้งสองคือดวงใจคือชีวิตของแม่ ถ้าขาดใครไปแม้แต่คนเดียว แม่คงอยู่ต่อไปไม่ได้”
“ท่านแม่” คามิวพยายามลุกเดินโซเซไปหามารดาที่กำลังร้องไห้ หนุ่มน้อยโผเข้าหาอ้อมกอดอันแสนอ่อนโยนของคามิลล่า ที่ยังคงมอบความอบอุ่นให้แก่หัวใจอันอ่อนล้าของคามิว ที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าชาติกำเนิดของตนเป็นเช่นไร “ผมขอโทษ ท่านแม่อย่าร้องไห้นะครับ”
“สัญญากับแม่ได้ไหม ว่าลูกจะไม่คิดแบบนั้นอีก” จอมเวทสาวกอดลูกชายของเธอไว้แน่นราวกับกลัวเกรงว่าจะต้องสูญเสียลูกที่อุตส่าห์ฟูมฟักมาแต่เล็กแต่น้อยคนนี้ไป “ลูกคือลูกชายที่แม่และพ่อรักและภาคภูมิใจ ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม ขอให้จำไว้ว่าลูกเกิดขึ้นมาได้เพราะเลือดเนื้อของพ่อกับแม่ และเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่นๆ”
คามิวจ้องมองดวงหน้าเศร้าสร้อยของมารดา พลางสำนึกเสียใจที่ทำให้คนซึ่งรักและหวังดีกับตนต้องเสียน้ำตา หนุ่มน้อยผมดำกระชับอ้อมกอดพลางซบหน้าลงกับตักนุ่มที่เคยหนุนนอนมาตั้งแต่ยังไม่เดียงสา กลิ่นกายหอมละมุนอันแสนคุ้นเคยยังคงมอบความอุ่นใจให้ในยามที่สับสน ความรักที่ท่วมท้นและไม่มีวันจืดจางมอบความกล้าหาญและมั่นใจที่จะก้าวเดินต่อไป ในเมื่อเห็นแล้วว่ายังมีคนที่รักและหวังดีกับตนอยู่เช่นนี้ ...คามิวจึงตัดสินใจเลือกที่จะอยู่และจะขอต่อสู้กับความชั่วร้ายให้ถึงที่สุด...
“ครับ ผมจะเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้พวกมันเด็ดขาด” หนุ่มน้อยให้คำมั่นสัญญา แม้จะยังหวาดหวั่นอยู่บ้างเพราะศัตรูช่างร้ายกาจและโหดเหี้ยมเหลือเกิน “แต่ท่านแม่ต้องรับยาจากท่านอาจารย์นะครับ ถ้าต้องเห็นท่านแม่ทรมานแบบนี้ต่อไปละก็ ผมคงทนอยู่ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน”
“ไม่ต้องห่วงแม่เจ้าหรอก ถึงนางจะไม่ได้รับยาแก้พิษภายในหนึ่งเดือน นางก็ไม่มีวันตายจากเจ้าไปแน่” ทิวลีนกระชากคอเสื้อลูกแหง่ติดแม่ด้วยความหมั่นไส้ จากนั้นก็หิ้วไปโยนโครมลงบนเตียงแล้วกดไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เปิดจุกขวดยาแก้พิษ “เวลายิ่งไม่ค่อยจะมีอย่ามัวพิรี้พิไรเรื่องมาก ดื่มเข้าไปซะ” แล้วกรอกน้ำยาสีเขียวเข้าปากเด็กหนุ่มที่ตาเหลือกทำท่าจะดิ้นประท้วง “ยามีแค่ขวดเดียว ถ้าเจ้าบ้วนทิ้งหรือทำหก ก็เตรียมใจไว้เลยว่าแม่เจ้าคงไม่รอด”
คำขู่ของทิวลีนทำให้คามิวชะงักและยอมกลืนยาแก้พิษลงคอไปแต่โดยดี ถึงจะไม่พอใจที่โดนบังคับแต่ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มสบายใจของมารดา หนุ่มน้อยก็ทำใจยอมเชื่อฟังและยอมให้ท่านอาจารย์รักษาให้หายโดยเร็ว เพื่อจะได้เร่งรีบออกเดินทางไปเสาะหายามาให้คามิลล่าต่อไป ค่ำคืนอันแสนวุ่นวายจบลงด้วยความเข้าใจและโล่งอกของใครต่อใครหลายคน พวกแพทย์และพยาบาลพากันดีอกดีใจที่อย่างน้อยๆก็ช่วยชีวิตของคนที่อาการน่าวิตกที่สุดเอาไว้ได้ อีกทั้งมหาปราชญ์แห่งราเชลลงมือรักษาเองเช่นนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว
.
.
เวลาค่อยๆผันผ่านไปจนกระทั่งยามเช้ามาเยือนอีกครั้ง แม้ท้องฟ้าจะสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอกมาบดบังแสงอาทิตย์อันเจิดจ้าซึ่งสาดส่องให้ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างชัด อากาศแสนสดชื่นด้วยสายลมโชยกลิ่นบุปพชาติหลากพันธุ์ในสวนไม้ดอกซึ่งเป็นที่นิยมปลูกกันทุกบ้าน ช่วยเพิ่มความรื่นรมย์และร่าเริงให้กับผู้คนของเมืองโรแลนเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่งดงามและสงบสุขที่สุดในสี่ดินแดน หากแต่สำหรับบางคนแล้วความสดชื่นนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ...เมื่อต้องเจอกับการประคบประหงมที่มากเกินเหตุ...
“ท่านคามิว ดื่มนมสดหน่อยนะเพคะ” นางกำนัลที่องค์ราชาคาร์ลอสแต่งตั้งให้คอยดูแลเรื่องส่วนตัวและเรื่องอาหารการกินของว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์ พยายามคะยั้นคะยอให้หนุ่มน้อยที่เพิ่งฟื้นไข้รับของเช้าที่ห้องเครื่องบรรจงปรุงสุดฝีมือ แต่รู้สึกว่าเขาจะไม่เจริญอาหารเท่าไหร่ “หากท่านไม่แตะต้องอาหารเลย พวกหม่อมฉันจะโดนดุนะเพคะ”
ลูกอ้อนได้ผล… เพราะเขายอมรับแก้วนมร้อนไปจิบแล้ว ที่เหลือก็ต้องหาทางให้ยอมรับซุปและอื่นๆอีกสักหน่อย ซึ่งมันก็ไม่น่าจะยากอะไรเพราะดูท่าทางจะว่าง่ายกว่าเจ้าหญิงอาเรียจอมเอาแต่ใจเสียอีก ที่จริงเหล่านางกำนัลรู้จักหนุ่มน้อยที่ชื่อคามิว ทีเอเนียมานานแล้ว บางคนเคยเห็นและคุ้นเคยกับเขามาตั้งแต่เล็กๆที่ถูกพ่อแม่พาเข้ามาเลี้ยงในวัง ความน่ารักยังติดตาตรึงใจไม่แพ้คริสโตเฟอร์แม่ทัพอัศวินผู้เป็นบิดาซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็นถึงขวัญใจสาวๆทั้งวัง และตำแหน่งที่ว่านั้นก็ถูกโอนไปให้หนุ่มน้อยผมดำผู้เป็นลูกชายเรียบร้อยแล้ว
มหาปราชญ์ทิวลีนชำเลืองมองดูลูกศิษย์ที่แทบกลายเป็นง่อยด้วยความอิจฉา(?) ที่มีเหล่านางกำนัลบริการน้ำท่าแบบไม่ต้องหยิบเอง พลางนึกเห็นใจในความโชคไม่ดีที่เจ้าหนุ่มหน้าหวานต้องพบเจออันตรายแทบไม่มีว่างเว้น เนื่องจากท่านอาจารย์จอมเวทผู้นี้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคามิวเป็นอย่างดี เพราะคามิลล่าลูกศิษย์คนโปรดเคยมาปรึกษา เมื่อครั้งพาลูกชายที่เจ็บใกล้ตายมาขอความช่วยเหลือถึงสองครั้งสองครา เรียกว่าคามิวรอดมาได้เพราะความกรุณาของทิวลีน ที่ทั้งช่วยรักษาและช่วยปิดเรื่องชาติกำเนิดเอาไว้เป็นความลับสุดยอดด้วย
แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะเริ่มระแคะระคายเรื่องเกี่ยวกับตัวเองบ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้น อาจารย์จอมเวทรู้สึกหนักใจและลังเลว่า ถ้าหากเจ้าลูกศิษย์เกิดถามเรื่องนี้ขึ้นมาจะตอบไปตามความจริงเพื่อให้ระวังตัวไว้ มันจะเป็นการดีกว่าหรือเปล่า? แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคามิวจะเข้มแข็งและมั่นคงพอที่จะรับความจริงได้แค่ไหน เด็กหนุ่มที่อายุเพิ่ง 17 ปี ยังเยาว์วัยเกินกว่าจะแบกรับความหวังและชะตากรรมที่แสนสาหัสนี้เพียงลำพัง
“ท่านทิวลีน! ขอบคุณมากที่ท่านอุตส่าห์มาด้วยตัวเองเช่นนี้” องค์ราชาคาร์ลอสเสด็จมายังห้องพยาบาลของหอแพทย์หลวง เพื่อเยี่ยมดูอาการสองแม่ลูกแต่เช้าตรู่ ทั้งยังได้รับรู้ข่าวดีว่าตอนนี้คามิวได้รับการถอนพิษเรียบร้อยแล้วด้วยความกรุณาจากจอมเวทแห่งราเชล “ขอโทษด้วยนะ ที่เมื่อคืนนี้ข้าไม่ได้มาต้อนรับท่าน”
“หามิได้ กระหม่อมมากระทันหันไม่บังอาจรบกวนฝ่าบาทหรอกพะย่ะค่ะ” ทิวลีนทำความเคารพเหนือหัวก่อนจะหันไปมองลูกศิษย์หนุ่มของตนที่กำลังคุกเข่าคำนับราชาผู้เป็นว่าที่พ่อตา “ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าพิษจะสลายไปหมด ระหว่างนี้คงต้องดูแลไปตามอาการพะย่ะค่ะ”
“เรื่องเดินทางไปหายาแก้พิษที่เมืองคนแคระนี่ ท่านมีความเห็นว่ายังไงบ้าง?” หลังจากโบกมือให้หนุ่มน้อยลุกขึ้นไปจัดการอาหารเช้าให้เสร็จ ราชาคาร์ลอสก็เอ่ยปากถามเป็นเชิงขอความเห็นจากจอมปราชญ์ผู้มีความคิดความอ่านลึกซึ้ง และรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับโลกเหนือมิติเหล่านั้นดีกว่าตนเอง “ข้าเกรงว่าเขาจะเป็นอันตรายหากจะปล่อยไปตามลำพัง และกำลังคิดว่าจะให้ผู้อื่นไปเสาะหาแทน”
เนื่องจากทิวลีนแห่งราเชลเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของราชสำนัก ดังนั้นการที่ราชาคาร์ลอสจะขอความเห็นกับมหาปราชญ์ท่านนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ยิ่งหลังจากรวบรัดผูกมัดเจ้าหนุ่มลูกชายจอมเวทแห่งราชสำนักมาเป็นคนของราชวงศ์แล้ว การปรึกษาหารือยิ่งถี่ขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเป็นเท่าตัว เพราะหนุ่มน้อยผมดำคนนี้ช่างขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้ไม่หยุดหย่อน แถมยังกลายเป็นคนสำคัญอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็น และด้วยความใสซื่ออ่อนประสบการณ์จึงทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วง จนผู้ใหญ่รอบตัวพากันอยู่เฉยไม่ได้
“กระหม่อมคิดว่า ควรปล่อยให้เขาไปพะย่ะค่ะ” ทิวลีนทูลตามตรงเพราะคามิวไว้ใจเล่าทุกอย่างที่พบเห็นยามถอดจิตให้ฟังจนหมด “คนแคระเจาะจงให้เขาเป็นคนไปเยือนถึงถิ่น หากใช้ให้คนอื่นไปแทนอาจจะทำงานนี้ไม่สำเร็จก็เป็นได้ ส่วนคณะที่จะเดินทางไปเพื่อคุ้มกันคงต้องเลือกเฟ้นให้ดี จะได้มีประสิทธิภาพเต็มที่ และที่สำคัญก็คือ ถึงแม้พระองค์จะสั่งห้าม เขาก็คงไม่ยอมฟังเป็นแน่”
“งั้นก็คงต้องรอทางพรีมิวเลียตอบกลับมาก่อนว่าอยากจะมีส่วนร่วมหรือเปล่า” ราชาคาร์ลอสปรึกษาพลางเดินไปข้างๆเตียงของจอมเวทสาวคู่บัลลังก์ อย่างน้อยๆพระองค์ก็อยากจะถามไถ่ดูอาการข้าราชบริพารที่จงรักภักดี อีกทั้งเห็นใจแม่ทัพอัศวินที่ต้องปฏิบัติหน้าที่จนไม่มีเวลามาดูแลครอบครัวที่รักของเขา “นางเป็นยังไงบ้าง?” ราชาหนุ่มใหญ่ตรัสถามแพทย์หลวง “ต้องดูแลให้ดีที่สุด อย่าปล่อยให้นางเป็นอันตรายได้เด็ดขาดนะ”
“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล กระหม่อมมีวิธีรับมือเรื่องนี้ ระหว่างที่รอให้คามิวเสาะหายาแก้พิษ ซึ่งถ้าเกิดผิดพลาดอาจจะใช้เวลานานเกินกำหนด” มหาปราชญ์ทูลความให้องค์คาร์ลอสทรงทราบและเผื่อแผ่ให้เจ้าลูกติดแม่ได้ยินด้วย “กระหม่อมคิดว่าจะใช้เวทหยุดเวลา เพื่อคงสภาพร่างกายและอาการของคามิลล่าเอาไว้ พิษจะไม่แพร่กระจายและนางก็ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าคามิวจะนำยาแก้พิษกลับมารักษา”
“แต่ว่า... ถ้าทำอย่างนั้นท่านอาจารย์ก็ต้องคอยอยู่ดูแลท่านแม่ตลอดเวลาสิครับ!?”
ทิวลีนกระตุกยิ้มพอใจในความรอบรู้ของลูกศิษย์หนุ่ม ไม่เสียแรงที่สั่งสอนกันมาถึงแม้จะไม่เทียบเท่าน้องสาวแต่คามิวก็รู้จักเวทมนต์ต่างๆมากมาย แต่ก็เพียงแค่รู้จักยังไม่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาร่ำเรียนอย่างจริงจัง เนื่องจากพลังของเขายังไม่คงที่จึงต้องฝึกควบคุมพลังให้ดีเสียก่อนนั่นเอง และมันก็เป็นเหตุให้คามิวใช้เวทโจมตีไม่เป็นจนถึงบัดนี้ ทั้งๆที่เรียนรู้ได้ง่ายกว่าเวทจำพวกสนับสนุน เพราะทิวลีนเกรงว่าพลังที่ควบคุมไม่ได้จะสร้างความเสียหายเกินจำเป็นทั้งต่อศัตรูและตัวเอง
“ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าจะไม่มัวแต่โอ้เอ้ เที่ยวเล่นเพลินจนลืมเรื่องนี้” ทิวลีนส่งสายตาดุไปยังหนุ่มน้อยที่ทำหน้ายุ่งเมื่อตระหนักว่าเวลามีไม่มากนัก “ข้าจะรีบรักษาเจ้าให้หาย จะได้รีบออกเดินทางได้ในเร็ววัน เตรียมใจเอาไว้ให้ดีก็แล้วกันนะ”
หนุ่มน้อยพยักหน้าและรีบจัดการอาหารของตนต่อไปโดยไม่อิดออด ส่วนราชาคาร์ลอสอยู่สนทนากับอาจารย์จอมเวทอีกครู่ใหญ่ก็จำต้องขอตัวกลับไปทรงงานของพระองค์ต่อ แต่ก็ไม่ลืมกำชับให้แพทย์พยาบาลและนางกำนัลทุกคนคอยดูแลคนทั้งคู่ให้ดีที่สุด และแล้วห้องพยาบาลก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง เนื่องจากทั้งรินเซ่และดาเลียไปช่วยท่านหมอปรุงยาขนาดพิเศษของอาจารย์จอมเวททิวลีน ดังนั้นในห้องจึงเหลือเพียงแค่สามคน มหาปราชญ์ทิวลีนที่กำลังนั่งทำสมาธิ คามิลล่าที่ดื่มยาแล้วหลับสนิท กับคามิวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง
หนุ่มน้อยผมดำทำท่าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ยากแก่การตัดสินใจ ใบหน้าสวยเกินชายขมวดมุ่น ดวงตาสีทองคู่งามฉายแววสับสนลังเลใจ อาจจะเป็นเพราะคราวนี้คามิวจำเป็นต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยถนัดและไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่นั้นจะถูกต้องหรือเปล่า แต่จะเรียกคู่คิดออกมาเพื่อปรึกษาก็ทำไม่ได้ เพราะฟาร์ฟาร์บอกว่าขอลาพักยาว จนกว่าคามิวจะพร้อมสำหรับการเรียนรู้คำภีร์อาถรรพ์ เธอจึงต้องเป็นผู้ครอบครองชั่วคราวแทนและมันก็สิ้นเปลืองพลังงานมากพอดู
“อาจารย์ครับ ผมอยากจะขอร้องอะไรสักอย่างจะได้ไหมครับ?” ในที่สุดคามิวก็ตัดสินใจเอ่ยปากขอความช่วยเหลือกับมหาปราชญ์ผู้เป็นอาจารย์ของตน “ท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆอาจจะคัดค้านในสิ่งที่ผมกำลังจะขอต่อไปนี้ ถ้าหากเป็นท่านอาจารย์คงจะยอมเข้าใจแน่ๆ” เมื่อเห็นจอมเวทสูงวัยจ้องมองตอบกลับมาเหมือนอนุญาตให้พูดต่อ หนุ่มน้อยผมดำจึงสูดลมหายใจเข้าราวกับจะรวบรวมความกล้า ...เพื่อพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดแล้ว...
“ได้โปรด… สลักอักขระเวทมรณะไว้ที่ร่างของผมเถอะครับ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6120 yukai (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 11:03
    ขอบคุณมาก
    #6,120
    0
  2. #5593 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 02:45
     คามิวสุดยอด !!!!
    #5,593
    0
  3. #4652 นักฆ่าพเนจร (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 5 กันยายน 2553 / 03:02
    เวทย์สั่งให้ตัวเองตายชัวเลย
    #4,652
    0
  4. #4540 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 14:38
    หาเรื่องอันตรายใส่ตัวอีกแล้วดิ
    #4,540
    0
  5. #4275 Lux51Forever (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 / 00:39
    มันคือเวทอะไรอ่ะ

    ชื่อไม่น่าไว้ใจอย่างแรง

    อักขระเวทมรณะ

    แค่ชื่ก็น่ากลัวแล้วอ่ะ

    คามิวตั้งใจจะทำอะไรกัน
    #4,275
    0
  6. #3336 ~*>> IN (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 02:05
    ??????   =w="

    สลักเวทอันหยังหนอ

    ค้างสุดๆ   ต้องรีบคลิ๊กอ่านตอนต่อไปเสียแล้ว  >O<  ~
    #3,336
    0
  7. #3322 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 08:33
    คามิวมีแต่เรื่องจริงๆเลยน้า

    จะมีตอนไหนที่คามิวอยู่รอดแบบไม่มีแผลบ้างมั้ยเนี่ย
    #3,322
    0
  8. #3292 bk03 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 20:26
    0.0

    ว้าวสนุกหนาน
    #3,292
    0
  9. #3291 *ReAr* (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 18:19

    มันคือ.... อะไรอ่า...

    หนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลย...

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอีกไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะ...

    #3,291
    0
  10. #3290 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 17:59
    มันคือ
    #3,290
    0
  11. #3289 WaterSteAm (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 17:42

    เห็นด้วยกะ คห3299 เหอะๆๆๆ
    ใจตรงกันเลย จะได้ไม่ต้องพิมพ์ ^^v

    #3,289
    0
  12. #3288 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 15:37
    สลักไปเลย ๆๆ !!

    ^ ^ ;; เวลาปีศาจเข้าสิงจะได้ตายง่าย ๆ หน่อย

    เหอ ๆ >''< ~~
    #3,288
    0
  13. #3287 Wild roses (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 14:00
    อ่า ท่านไรเตอร์ แต่งยัีงไงก็ค้างอยู่ดี 55
    #3,287
    0
  14. #3286 -SongGSo- (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 09:25

    มันค้างๆมั้ยคะเนี่ย
    แต่ก็สนุกเหมือนเดิมค่ะ
    น่าติดตามดีอะ
    เดี๋ยวหนูแวะมาอ่านใหม่นะคะ

    #3,286
    0
  15. #3285 conankun (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 00:59
    สลักอักขระเวทมรณะมันคือเวทแบบไหนกันนะ
    รู้สึกแปลกๆๆ ค้างๆๆ คามิวคิดอะไรเนี่ย
    ถ้าอันตรายเราไม่ให้คามิวสลักนะ
    ไรเตอร์ฝันดีค่ะ
    #3,285
    0
  16. #3284 rainy0_0 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 21:11
    ค้าง O[]O อย่างแรงงงง รีบๆมาอัพต่อเร็วนะค่ะไรเตอร์ มาโหวตให้เต็มร้อยเพื่อเป็นกำลังให้ไรเตอร์อัพต่อเร็วๆๆ ไม่ค่อยจะหว่านพืชและไม่หวังผลเท่าไหร่เลยเนาะ แหะๆ
    #3,284
    0
  17. #3283 MiRaCaL (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 20:28
    สลักทำเพื่อ ? ว่าแต่มันคือไรหว่าสงสัยต้องติดตามตอนต่อไป ^^
    #3,283
    0
  18. #3282 black-kitty (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 19:51
    ขอบคุณสำหรับคำผิดค่ะ  แก้ไขแล้วนะคะ  ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์เลยนะคะ และขอบคุณนักอ่านท่านอื่นๆที่กรุณาเข้ามาอ่านด้วยค่ะ  ถ้าเจอตรงไหนไม่ดีอย่าลืมบอกให้คนเขียนทราบหน่อยนะคะจะได้ปรับปรุงค่ะ   (รักนักอ่านทุกท่านค่ะ)
    #3,282
    0
  19. #3281 เอกเองครับ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 19:27
    กลิ่นบุพชาติ = กลิ่นบุปผชาติ

    อืม สงสัยจะกันไม่ให้ศัตรูเอาร่างตัวเองไปใช้สินะ
    #3,281
    0
  20. #3280 DeK_LeaW (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 18:37
    คามิว...คิดจะทำอะไรอ่ะ
    #3,280
    0
  21. #3279 conankun (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 13:29

    มาแย้วค่า
    โทดฮับที่มาอ่านช้า
    คามิวรอดสักที
    คิดถึงคามิว
    คิดถึงผู้แต่งด้วย อิอิ

    #3,279
    0
  22. #3278 As a Wind (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 10:25
    โฮ่ๆๆ มหาปราชญ์ตอนนี้สอนบทอาจารย์โหดได้ใจมาก
    #3,278
    0
  23. #3277 kwangtung (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 07:23

    รอ รอ ตอนต่อไปคร๊าา


    พี่แหม่ม สู้ๆๆ

    #3,277
    0
  24. #3276 shadowdark (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 22:57
    ไปๆมาๆคามิวสำลักยาตายจบ!!!
    #3,276
    0
  25. #3275 *ReAr* (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 22:30

    อัพอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #3,275
    0