วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 77 : ตามหายาแก้พิษ2(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

มาอัพแล้วค่ะ มาทีละหน่อยตามปกติ ช่วงนี้แสบผิวที่โดนแดดเผาอย่างแรง  ไม่เคยนึกว่าแดดจะโหดร้ายทารุนขนาดเผาผิวขาวๆของเราจนไหม้เกรียมอักเสบได้ขนาดนี้   ดังนั้นเวลาต้องตากแดดละก็หาเครื่องป้องกันไว้หน่อยก็ดีนะคะ  จะได้ไม่เป็นนกฮูกย่างเหมือนคนเขียน  ฮือๆ
***+++***+++***+++***


"ฮ่าฮ่าฮ่า… ทำได้ดีมาก เหล่าลูกสมุนที่น่ารักของข้า ฮ่าฮ่าฮ่า…”
เสียงหัวเราะแหบแห้งดังก้องกระทบผนังหินแกร่งของโพรงถ้ำใต้ดิน สะท้อนกลับไปกลับมาจนคล้ายเสียงหัวเราะของฝูงปีศาจจากนรก กลางโพรงถ้ำใหญ่โตปรากฏวิหารเก่าแก่สูงตระหง่านสร้างด้วยหินแกรนิตสีดำทะมึนน่าเกรงขาม เสาเชิงเทินทอดยาวเสียดสูงขึ้นไปจรดเพดานดูราวกับจะแทงทะลุขึ้นไปสู่พื้นพิภพ แม้จะดูเก่าแก่ทรุดโทรมแต่ก็ยังคงความขลัง บางส่วนของวิหารแห่งนั้นจมหายไปในหินผาดูน่าประหลาด แต่หากสังเกตดีๆจะพบว่า สิ่งที่คิดว่าเป็นหินผานั้นแท้จริงแล้วคือลาวาที่แข็งตัวจนกลายเป็นศิลาแกร่ง ภายในเวิ้งถ้ำสว่างไสวด้วยแสงไฟวับแวมจากแม็กม่าร้อนจัดที่ส่องลอดรอยแยกบนพื้น ทั้งยังมีความร้อนระอุทะลุจุดเดือดราวกับอยู่ในนรกอเวจีไม่มีผิด
เจ้าของเสียงที่กำลังยืนหัวเราะอยู่หน้ากระถางไฟขนาดใหญ่นั้นดูคล้ายมนุษย์ มันสวมชุดคลุมสีดำตัวโคร่งซึ่งมีสภาพเก่าโทรมและขาดวิ่น ตอนนี้มันกำลังเขม้นมองดูภาพที่เกิดขึ้นในเปลวเพลิงสีส้มแดง มือที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมออกมาดูเล็กบอบบางแต่ก็ยังมองเห็นว่าเป็นมือของมนุษย์หาใช่ตุ๊กตาไม้ ส่วนศีรษะที่เคยใช้ฮู้ดปกปิดไว้มิดชิดมาครั้งนี้กลับเผยให้เห็นทั้งเส้นผมและใบหน้าอย่างชัดเจน
แต่ทว่า คนที่น่าจะเป็นเคออสพ่อมดดำแสนอัปลักษณ์กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ศีรษะของมันมีเส้นผมสีดำยาวสลวยเป็นมันเงา ใบหน้าเนียนใสงดงามจิ้มลิ้มดุจหญิงสาววัยแรกแย้ม สิ่งที่ไม่เหมือนมนุษย์มีเพียงดวงตาสีแดงราวโลหิตที่วาวโรจน์ด้วยประกายแห่งความชั่วร้าย อีกทั้งเขี้ยวยาวขาววับซึ่งโผล่พ้นริมฝีปากได้รูปสีแดงสดยามแสยะยิ้ม ร่างนี้ก็คือร่างของอิกนีสในภาคสาวน้อยชาวมนุษย์นั่นเอง
“หึหึ อิกนีสเอ๋ย แกคิดว่าจะปิดบังข้าได้งั้นหรือ? สิ่งที่เจ้าได้กระทำไปทั้งหมดมันไม่เคยรอดพ้นสายตาของข้าเลยแม้แต่วินาที ข้ารู้แม้กระทั่งเรื่องที่แกมีใจให้กับเจ้าโฮมุนคูลัสทรยศตนนั้นด้วยซ้ำไป โทษของแกมันหนักหนาสาหัสก็จริงแต่ไม่เป็นไรข้าจะอภัยให้ เพราะร่างที่แกอุตส่าห์บรรจงสร้างสรรค์มานี้มันใช้ประโยชน์ได้ดีจริงๆ”
เคออสพอใจเป็นอย่างยิ่งกับร่างใหม่ที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ เมื่ออสูรสาวถูกกักขังในโลกมืดอยู่นานจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง เป็นโอกาสให้เคออสสามารถย้ายวิญญาณมาเข้าสิงเพื่อใช้ประโยชน์จากร่างกายได้อย่างไม่ยากเย็น อำนาจของเคออสกดจิตของอิกนีสให้หลับไหลดำดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดมิด จนกระทั่งมันได้ยึดครองร่างกายอันคล่องแคล่วและแข็งแรงนี้โดยสมบูรณ์ ...จะอึดอัดขัดใจอยู่บ้างก็ตรงที่มันเป็นร่างของอิสสตรีนี่แหละ...
“ลูกสมุนที่น่ารักของข้า แม้พวกเจ้าจะอ่อนแอเปราะบางเกินไปสักหน่อย แต่ก็ทำงานได้ดีมากที่สามารถใช้ยาพิษทำร้ายเป้าหมายได้สำเร็จ เอาละจงออกไปตามล่าและจับตัวเจ้าโฮมุนคูลัสตนนั้นมาให้ข้าโดยเร็ว ใครกล้ามาขัดขวางจงฆ่ามันให้หมดไม่ต้องปราณี”
ลูกสมุนที่เคออสพูดถึงคือกลุ่มคนร้ายลึกลับในชุดดำซึ่งสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้นั่นเอง พวกมันมีจำนวนมากมายและเหมือนกันเปี๊ยบจนน่าตกใจ ส่วนริมฝีปากกับคางที่ไม่มีหน้ากากปิดบังนั้นเผยให้เห็นผิวที่ขาวละเอียดตัดกับเส้นผมสีดำขลับ ประกอบกับชุดที่ใส่ก็เป็นลักษณ์เดียวกันทำให้พวกมันดูราวกับเป็นภาพถ่ายที่ได้รับการบันทึกซ้ำๆ จนไม่สามารถแยกออกว่าใครคือต้นแบบ
เคออสในร่างของอิกนีสเดินเข้าไปหาลูกสมุนชุดดำคนหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด มันยกมือบอบบางไปสัมผัสลูบไล้แผงอกแกร่งของร่างสูงเพรียวในชุดสีดำรัดกุมอย่างพึงพอใจ พ่อมดดำในร่างสาวสวยเดินวนรอบตัวเพื่อตรวจตราดูร่างกายทุกส่วนของคนตรงหน้าซึ่งมันสร้างขึ้นมากับมือ เมื่อหน้ากากสีแดงรูปร่างประหลาดซึ่งใช้ปิดบังหน้าครึ่งบนของสมุนตนนั้นถูกปลดเปลื้องออกไป ใบหน้าเนียนใสที่ดูโหดเหี้ยมก็เหยียดยิ้มสะใจ ที่ได้เห็นเค้าโครงและเครื่องหน้าที่สมบูรณ์เหมือนต้นแบบ ...ผิดกันก็แต่ดวงตาสีทองที่ดูซีดจางและเลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวา...
“เหมือนกันขนาดนี้แท้ๆ น่าเสียดายที่ไม่สามารถใช้พวกแกแทนเจ้านั่นได้” เคออสถอนใจกับผลงานที่ยังด้อยคุณภาพ แม้จะได้เลือดของคามิวมาแต่ก็ขาดวัตถุดิบสำคัญซึ่งก็คือเลือดของนายเหนือหัว “น่าเจ็บใจนัก ทั้งที่ข้าสร้างพวกแกได้มากมายก็จริง แต่อายุพวกแกมันแสนสั้นแถมยังไม่ทนทานเอาเสียเลย”
สวบบบ…!!
เล็บสีดำยาวและคมกริบของอสูรอิกนีสภายใต้การควบคุมของเคออส แทงทะลุร่างสูงเพรียวโดยที่คามิวตัวปลอมไม่ได้แสดงอาการขัดขืนหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด เลือดสีคล้ำเหม็นเน่าไหลทะลักออกมาจากบาดแผลยามที่เคออสกระชากเล็บออกไป จากนั้นร่างกายของสมุนชุดดำก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเริ่มละลายสลายตัวจนเหลือเพียงแค่ของเหลวสีดำคล้ำ เคออสมองดูการเสื่อมสลายของโฮมุนคูลัสซึ่งมันได้สร้างขึ้นด้วยสายตาว่างเปล่า ...ราวกับเป็นแค่ก้อนดินที่ปั้นมาไม่ถูกใจเลยทุบทำลายทิ้งไปเท่านั้นเอง...
“อ้ากกก…!!"
หนุ่มน้อยผมดำที่หลับสนิทอยู่เมื่อครู่ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ร่างเพรียวขดงอสั่นสะท้านใบหน้าหวานเกินชายซีดเซียวและบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน สองมือกำแน่นบริเวณอกตรงตำแหน่งเดียวกันกับที่เคออสใช้เล็บทะลวงเข้าสู่ร่างตัวปลอม ดวงตาสีทองเบิกโพลงราวกับเพิ่งเห็นนรกในความฝันมาหยกๆ เป็นความฝันที่เหมือนได้สัมผัสมาจริงๆ ความเจ็บปวดและความตายอันแสนทรมานนั้นรุนแรงจนแทบจะกระชากสติและลมหายใจให้หลุดลอยไปพร้อมกันในคราเดียว

"ท่านคามิว? เป็นอะไรไปพะย่ะค่ะ?” แพทย์หลวงรีบตาลีตาเหลือกเข้ามาดูแลทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง “แปลกจริงๆ ยาที่ดื่มเข้าไปน่าจะยังออกฤทธิ์อยู่นะ ทำไมท่านคามิวถึงตื่นขึ้นมาได้ละเนี่ย?”
“ท่านหมอไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่เป็นไร แค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง ขอนั่งพักสักครู่นะครับ”
คามิวกัดฟันข่มความทรมานลุกขึ้นนั่งหอบหายใจเรียกสติที่ยังงุนงงด้วยฤทธิ์ยาให้กลับมาแจ่มชัด หนุ่มน้อยพยายามนึกทบทวนสิ่งที่เห็นในฝันอีกครั้ง คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เคยพบกันมาก่อน นอกนั้นก็มีคนชุดดำใส่หน้ากากอีกหลายคน และพวกมันคนหนึ่งมีใบหน้าเหมือนกับตนเองราวกับแกะ แต่ทว่าคำพูดต่างๆที่พวกมันพูดกันกลับเลือนลางแผ่วเบาจนจับใจความไม่ได้ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดก็เห็นจะเป็นความเจ็บแปรบยามเมื่อกรงเล็บแหลมคมนั้น เสียดแทรกแทงเข้าไปในร่างของคนที่เหมือนกับตนเองในฝันนั่นแหละ
“พี่ชายเป็นไงบ้างคะ?” รินเซ่ซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงลุกขึ้นมามองพี่ชายที่กำลังนั่งใช้ความคิดอย่างหนักจนไม่ได้สังเกตรอบกายว่ามีใครกำลังมองอยู่บ้าง ทั้งปู่ย่าตายายก็อยู่กันพร้อมหน้าจะขาดก็แต่คริสโตเฟอร์ผู้เป็นบิดา ที่ต้องไปทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เจ้านายตน “ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ? เดี๋ยวหนูจะไปเอามาให้นะ”
“รินเซ่? น้องอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ? ขอโทษนะพี่ไม่ทันเห็น” หนุ่มน้อยหันมายิ้มเพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องเป็นห่วงกังวล พอถูกดึงความสนใจจนสมาธิขาดความง่วงก็เริ่มครอบงำอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยา “น้องไม่ต้องห่วง พี่จะหายาแก้พิษมารักษาท่านแม่ให้ได้ เริ่มจะง่วงอีกแล้วสิ ขอนอนพักอีกสักหน่อยก็แล้วกันนะ”
พูดยังไม่ทันจบคามิวก็หลับไปอีกครั้งในอ้อมแขนของรินเซ่ที่เริ่มหน้าเสียกับอาการของพี่ชาย จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไงกันล่ะ ขนาดคนอื่นๆอยู่กันเยอะแยะแท้ๆแต่ดูเหมือนว่าคามิวจะมองไม่เห็นนี่นา สาวน้อยเริ่มสะอื้นกอดพี่ชายสุดที่รักไว้แน่น เหล่าญาติๆเองก็เริ่มใจไม่ดี คงมีแต่ดาเลียและแพทย์หลวงเท่านั้นที่รู้ว่า เป็นเพราะยาที่กินเข้าไปนั้นจะทำให้คนไข้เบลอหนัก จนบางครั้งถึงกับพูดกันไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว
“รินเซ่หลานรัก ไม่ต้องร้องไห้นะคะ” ดาเลียกอดหลานสาวเอาไว้เพื่อเปิดโอกาสให้แพทย์หลวงเข้าไปตรวจอาการของคามิว เพราะการที่เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาทั้งที่ยายังออกฤทธิ์เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง “ตอนนี้ให้ท่านหมอดูแลคามิวเถอะนะ เอาไว้เขาตื่นเต็มที่แล้วค่อยถามไถ่กันให้แน่ใจอีกทีก็แล้วกัน”
รินเซ่ร้องไห้โฮกอดท่านยายของตนเอาไว้แน่นราวกับจะหาที่พึ่ง เด็กที่เกิดมาพร้อมทุกอย่างทั้งความเอาใจใส่และความอบอุ่นของครอบครัว อีกทั้งได้รับความรักจากพี่ชายอย่างเหลือเฟือและยังไม่เคยสูญเสีย คงจะทำใจได้ยากหากคนที่ตนรักมากต้องจากไป เพียงแค่บาดเจ็บหรือไม่สบายก็เป็นห่วงกังวลจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้วแท้ๆ แต่คราวนี้มันอันตรายจนแม้แต่ดาเลียเองก็ยากจะทำใจให้มั่นคงได้ ...แล้วเด็กอย่างหลานสาวของเธอจะทนได้อย่างไรกันล่ะ...
“คืนนี้เราคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ยายว่าหลานไปนอนพักผ่อนดีกว่า หลานเองก็เหนื่อยกับการวางข่ายอาคมมาไม่ใช่เหรอ เรื่องคามิวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านหมอกับยายเถอะนะ”
ดาเลียพยายามเกลี้ยกล่อมหลานสาวให้ไปพักเสียบ้าง เพราะหน้าตาของรินเซ่ดูซีดและโทรมจนเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำผมเผ้ารุ่ยร่าย ดูท่าทางรินเซ่จะเสียขวัญมากเนื่องจากทั้งมารดาและพี่ชายโดนทำร้ายหมายชีวิตทั้งคู่ อีกทั้งยังโดนพิษร้ายซึ่งไร้ยาแก้เล่นงานจนอาจตายได้ทุกเวลา ที่สำคัญอาการของคามิวนั้นค่อนข้างรุนแรงและน่าเป็นห่วงกว่าคามิลล่าเสียอีก
“ขอหนูอยู่ข้างๆท่านแม่กับพี่ชายได้มั้ยคะท่านยาย หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนแล้วก็จะพยายามนอนให้หลับ แต่ขอหนูอยู่ที่นี่ด้วยคนนะคะ”
ดวงตาสีมรกตที่ชอกช้ำเพราะการร้องไห้ช้อนมองญาติผู้ใหญ่ของตนอย่างอ้อนวอน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็อยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าเผื่อว่าจะต้องจากกันจริงๆ หยาดน้ำตาใสยังคงไหลพราก หัวใจดวงน้อยรู้สึกโหวงเหวงเหมือนเกิดช่องว่างที่คล้ายกับหลุมลึกซึ่งไม่มีวันจะถมมันให้เต็มตื้นได้ นอกจากจะได้เห็นว่าบุคคลซึ่งเป็นที่รักทั้งสองอยู่รอดปลอดภัย และกลับมามีชีวิตที่สดใสแข็งแรงเสียก่อน
“ได้สิจ๊ะหลานรัก งั้นหนูนอนข้างๆเตียงคามิวก็แล้วกันนะ” ดาเลียเช็ดน้ำตาให้หลานสาวตัวน้อย ท่านยายผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปรุงยายิ้มอ่อนโยนให้พร้อมกับพูดปลอบใจให้รินเซ่คลายกังวล “คามิวกับคามิลล่าต้องไม่เป็นอะไร พวกเราจะช่วยกันหาทางหายาแก้พิษมาให้ได้ และอาจจะต้องขอแรงของหลานด้วยเพราะฉะนั้นหลานต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมไว้นะ”
“ค่ะท่านยาย” รินเซ่รับคำแล้วหันไปจูบแก้มมารดากับพี่ชายที่หลับสนิท ก่อนจะซุกตัวเข้าที่นอนนุ่มซึ่งพยาบาลจัดไว้ให้ “ท่านยายต้องช่วยท่านแม่กับพี่ชายได้แน่ๆ” สาวน้อยพูดเบาๆเหมือนจะย้ำกับตัวเองจากนั้นก็หลับไปในเวลาอันรวดเร็ว
ท่านยายผู้อ่อนโยนมองลูกสาวและหลานรักทั้งสองด้วยแววตาหนักใจและห่วงใย โดยเฉพาะคามิวเนื่องจากเธอรู้จักหลานชายคนนี้มาตั้งแต่เกิด และรู้ดีว่าเด็กคนนี้พิเศษกว่าเด็กทั่วไปเช่นไร สมัยที่ยังเป็นเด็กเล็กๆไร้เดียงสาคามิวมีความแปลกแตกต่างจากเด็กอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องความฉลาดและพลังในการหยั่งรู้ ด้วยวัยเพียงแค่ขวบกว่าๆเด็กคนนี้ก็สามารถเรียนรู้ภาษาและพูดจาเป็นเรื่องเป็นราวได้เหมือนกับเด็กโตๆ อาจจะเป็นเพราะพัฒนาการต่างๆที่รวดเร็วผิดปกติ ทำให้คามิวสามารถใช้พลังเวทได้โดยไม่รู้ตัว ...และมันก็รวมถึงสัมผัสที่หกและญาณหยั่งรู้ซึ่งมักจะมาในคราบของฝันร้าย...
แต่พลังนั้นมันหายไปเนื่องจากคามิลล่าคอยสั่งห้ามไม่ให้ลูกคนนี้ใช้พลังเวท เพราะจอมเวทสาวแห่งราชสำนักไม่อยากให้คามิวไปสะดุดตาใครบางคนเข้า และเจ้าหนูก็พยายามเชื่อฟังคำสั่งจนเคยชินที่จะไม่พึ่งพาพลังเหล่านั้นจนมันหายไป แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ความฝันบอกเหตุที่เคยห่างหายไปเป็นเวลานานแล้วนั้น ทำไมมันถึงได้หวนกลับมาอีก? ...อาจจะเป็นเพราะมีอะไรหรือใครบางคนไปกระตุ้นให้พลังที่เคยหลับไหลในส่วนลึกนั้นตื่นขึ้นมา แถมยังรุนแรงและแม่นยำกว่าเก่าจนเทียบกันไม่ติดเสียด้วยสิ...
“ท่านดาเลีย หรือว่าพลังดั้งเดิมของคามิวจะตื่นขึ้นมาคะเนี่ย?” มิคาเอลล่า ท่านย่าคนงามซึ่งเคยมีประสบการณ์กับพลังพิเศษของหลานชายเริ่มตั้งข้อสงสัย “ข้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยจริงๆ”
สมัยเด็กๆคามิวมักจะฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าบ่อยๆ และมันก็แม่นยำจนใครๆพากันหวาดกลัว ที่สำคัญความฝันเหล่านั้นโหดร้ายเกินไปสำหรับเด็กเล็กๆ และมันก็รบกวนจนคามิวน้อยถึงกับกลัวการนอนหลับเลยทีเดียว มิคาเอลล่ายังจำได้ดีถึงยามค่ำคืนที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงร้องไห้ของหลานชายตัวน้อย ช่วงนั้นจึงต้องมีคนนอนอยู่ข้างๆหลานของเธอตลอดเวลา เพราะความฝันมันทำให้คามิวน้อยกลายเป็นโรคหวาดผวา ยังดีที่คามิลล่าพยายามดึงความสนใจของลูกชายไปทางอื่นได้สำเร็จ ทำให้พลังพิเศษนี้อ่อนลงและหายไปในที่สุด
ดาเลียคิดแต่เพียงว่าเมื่อพลังนั้นกลับคืนมาอีกครั้งก็จำต้องหาทางแก้ให้ตก ท่านยายผู้อ่อนโยนคงไม่รู้หรอกว่าฝันร้ายที่กลับมานั้นมันเสมือนจริงยิ่งกว่าเดิม ถึงขนาดที่คามิวรับรู้ได้ชัดเจนทั้งภาพเหตุการณ์ที่เห็น สัมผัส และความเจ็บปวด ซึ่งมันคอยรังควาญหลานรักของเธอมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ครั้งแรกจะเกิดขึ้นเพราะปีศาจความฝันซัคคิวบัส ทว่าเหมือนกับนั่นคือการกดสวิชเปิดพลังพิเศษที่เคยหยุดนิ่งให้เคลื่อนไหวทำงานอีกครั้ง
แท้จริงแล้ว สาเหตุที่มันชัดเจนราวกับได้ไปเผชิญหน้าด้วยตนเองนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผู้ก่อเหตุคือโฮมุนคูลัสซึ่งสร้างมาจากเลือดของคามิว และเคออสก็จงใจที่จะสร้างให้สมุนของมันมีความใกล้เคียงกับต้นแบบมากที่สุด และเพื่อใช้เป็นตัวแทนในกรณีฉุกเฉินจึงใส่เศษเสี้ยววิญญาณของจอมมารลงไปด้วย เท่ากับว่าสมุนที่เคออสสร้างมานั้นมีโครงสร้างใกล้เคียงกับคามิวมาก จะต่างกันก็เพียงแต่ธาตุแท้เท่านั้นเอง ...และด้วยความที่ใกล้เคียงกันมากทำให้สามารถสื่อถึงกันได้โดยบังเอิญ...
ทว่าเคออสชะล่าใจและดูถูกคามิว ทีเอเนียมากเกินไป เพราะคิดอยู่แค่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเพียงแค่โฮมุนคูลัส คงไม่มีพลังอำนาจใดๆมาต่อกรและเทียบชั้นกับพ่อมดดำอย่างมันได้ ซึ่งถ้าเป็นคามิวคนเก่าที่ใสซื่อไม่ทันคนละก็อาจจะใช่ แต่ในเวลานี้หนุ่มน้อยผมดำเติบโตและเรียนรู้โลกภายนอกมามากพอที่จะคิดหาทางแก้ไขวิกฤติด้วยตนเองได้แล้ว และแม้ร่างกายจะหลับไหลด้วยฤทธิ์ยาอยู่ ณ หอแพทย์หลวงในเมืองโรแลนเดีย แต่ดวงจิตของหนุ่มน้อยผมดำกลับล่องลอยไปสู่ร่างที่เหมือนกับตนเอง ซึ่งอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งที่ไกลออกไป

"เจ้าพวกบ้า บังอาจใช้ใบหน้าของเจ้าหนุ่มมาหลอกข้า พวกเจ้ามันเลวจริงๆ” เสียงโวยวายของคนแคระที่ถูกจับเป็นเชลยดังลั่นคุกในส่วนลึกของวิหารใต้ดินซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเคออส แม้จะหนวกหูน่ารำคาญแต่ทว่าคนที่ยืนเฝ้าห้องขังกลับไม่มีทีท่าสนใจแม้แต่น้อย ราวกับว่าหูของมันคงหนวกหรือไม่ก็พิการมาแต่กำเนิด “ปล่อยข้าออกไปนะ ไม่งั้นข้าจะ…”
“จะทำอะไรงั้นรึ เจ้าคนแคระตัวจ้อย” เคออสพูดดักคอด้วยเสียงแหบโหยที่ไม่สมกับรูปร่างหน้าตาที่สะสวยของอิกนิสซึ่งมันสิงอยู่ “เจ้ามีปัญญาจะทำอะไรพวกเราได้งั้นรึ? หึหึ เจียมตัวซะบ้างเถอะเจ้าภูตดินชั้นต่ำ ฮ่าฮ่าฮ่า”
คนแคระชื่อหรูได้แต่ถลึงตามองอย่างคลั่งแค้น จริงอยู่ว่าภูตดินอย่างเผ่าคนแคระสามารถดำดินไปโผล่ที่ไหนก็ได้ทุกแห่ง แต่กับห้องขังใต้พิภพที่อยู่ลึกมากมายเกินจินตนาการ แถมยังสร้างด้วยหินภูเขาไฟสุดแกร่งเช่นนี้มันก็เหมือนปิดทางหนีทุกประตูนั่นแหละ ถึงน่าจะเจ็บใจยังไงก็คงต้องจำใจรอคอยให้คนอื่นมาช่วยออกไป แม้จะรู้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะรอดออกไปได้นั้นมันมีน้อยถึงน้อยที่สุดก็ตาม
“หน้าที่ของตัวประกันอย่างเจ้าก็มีแค่ เป็นเหยื่อล่อ” เคออสคลี่ยิ้มด้วยความพอใจที่แผนการณ์ของตนเป็นไปอย่างราบรื่น “พอแผนของข้าบรรลุเป้าหมาย ข้าก็หมดธุระกับเจ้า อยากจะไปไหนก็เชิญตามสบายเลยนะ ถ้ามีปัญญาหนีจากที่นี่ได้ละก็”
เคออสในร่างอิกนีสแสยะยิ้มให้เชลยตัวเล็กที่ถอยหนีไปอยู่เสียด้านในสุดของกรงขังอย่างดูแคลน ในตอนแรกที่พวกทรอลล์มารายงานว่าเคยเห็นคามิวอยู่กับคนแคระมันไม่ค่อยอยากจะเฃื่อเท่าไหร่ แต่พอลองให้สมุนที่หน้าตาเหมือนคามิวไปเดินล่อแถวๆราวป่าแถบชายแดน แค่พักเดียวมันก็โผล่ออกมาให้จับตัวโดยง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถเรียกค่าไถ่เป็นยาพิษหายากมาใช้สำหรับเล่นงานเหยื่อที่ตนต้องการได้อีกต่างหาก เคออสคิดว่าหากฆ่าบรรดาคนที่คามิวรักให้หมด คงทำให้ความมืดซึ่งเป็นธาตุดั้งเดิมของโฮมุนคูลัสที่มันสร้างมีพลังมากขึ้น ...และจะทำให้มันสามารถครอบงำจิตใจของคามิวเพื่อบงการได้อย่างไม่ยากเย็นนัก...
“น่าเสียดายจริงๆที่เจ้านั่นมันกลับมาช่วยคนอื่นๆทัน แถมยังกางเขตอาคมแห่งแสงเอาไว้จนเราไม่สามารถเข้าใกล้ที่แห่งนั้นได้อีก แต่ยังดีที่สมุนของเราวางยาพิษมันได้ ที่เหลือก็แค่รอจับตัวมันตอนที่มาตามหาเจ้าคนแคระปากมากตัวนี้เท่านั้นเอง หึหึ เจ้าสองคนคอยเฝ้าที่นี่เอาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้นักโทษคนสำคัญหนีไปได้เด็ดขาด”
พ่อมดดำสั่งความกับสมุนหน้ากากชุดดำสองคนที่ยังคงยืนนิ่งไร้ปฏิกิริยา และมันคงทำให้เคออสรู้สึกชัดเคืองใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เพราะมันดูเหมือนคนบ้าที่เอาแต่พูดกับตุ๊กตาที่แข็งทื่อไร้ชีวิตไม่มีผิด มันเองก็เคยคิดเสียดายอยู่เหมือนกันที่ได้เลือดของคามิวมาน้อยเกินไป ไม่อย่างนั้นคงได้สร้างโฮมุนคูลัสที่มีชีวิตจิตใจและมีไอคิวสูงพอจะพูดจาโต้ตอบกับมันได้ แต่พอมาคิดอีกที หากสมุนเหล่านี้เป็นเหมือนอิกนีสละก็คงจะเกิดเรื่องพลิกล็อคขึ้นอีก ...ซึ่งมันไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน...
หลังจากเคออสเดินออกไปความเงียบสงัดก็เข้ามาแทนที่ เอ็ดเวิร์ดคนแคระดวงซวยนั่งจ๋องคอตกอยู่ในกรงหมดอารมณ์ที่จะบ่นหรือโวยวาย เพราะตอนนี้พอจะเดาชะตากรรมภายหน้าของตนเองออกว่ายังไงก็คงไม่มีทางรอดแน่ จะนึกเสียใจก็เพียงแค่เรื่องที่ตนกลายเป็นต้นเหตุให้คนอื่นซึ่งไม่มีความผิด ต้องมารับเคราะห์เพราะยาพิษหายากที่ผลิตจากหนอนฮิลดราโกร่าซึ่งเป็นของล้ำค่าประจำเผ่า ถ้ารอดไปได้ก็อยากจะนำยาแก้พิษไปให้เพื่อไถ่โทษ แต่คงเป็นฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงเสียแล้ว
ควับบบ…!! ฉึกกก…!! โครมมม…!!
เสียงประหลาดที่คุ้นๆเหมือนเสียงอาวุธและเสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังขึ้นตรงบริเวณที่ยามยืนอยู่ พอเอ็ดเวิร์ดหันไปมองก็พบว่าหนึ่งในคนสวมหน้ากากชุดดำที่ยืนยามอยู่เมื่อครู่ ล้มลงกับพื้นพร้อมกับมีเลือดสีเข้มสาดกระเซ็นส่งกลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้ ร่างกายในชุดสีมืดเริ่มละลายกลายเป็นกองของเหลวหนืดสีคล้ำๆ ซึ่งเป็นความตายที่แปลกประหลาดผิดธรรมชาติในความคิดของเอ็ดเวิร์ด แต่สิ่งที่ทำให้คนแคระซึ่งเป็นนักโทษต้องตาเหลือกด้วยความหวาดกลัวก็คือ คนชุดดำอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังถือดาบเล่มยาวโชกเลือดที่กำลังย่างก้าวเข้ามาหาอย่างช้าๆ เหมือนพญามัจจุราชที่จะมากระชากวิญญาณของตน

"ย…อย่าฆ่าข้าเลยนะ ข้ายังมีประโยชน์อยู่ไม่ใช่เหรอ? ก็ไหนเจ้านายของพวกแกบอกว่าต้องใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อไงล่ะ หรือว่าแกคิดจะ...!?” คนแคระชื่อหรูเริ่มโวยวายด้วยเสียงสั่นๆ ทั้งที่เคยคิดว่าตัวเองมีความกล้ามากพอจะผจญภัยตามลำพัง แต่พอมาเผชิญหน้ากับอันตรายเข้าจริงๆถึงรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน “ข้า... ข้ายังไม่อยากตาย!”
แม้จะอ้อนวอนยังไงเจ้ายามชุดดำก็ไม่ยอมหยุดสาวเท้าเข้ามาใกล้ ท่าทางการเดินของมันดูแปลกประหลาดเหมือนหุ่นยนต์ที่กลไกขัดข้อง การเคลื่อนไหวเลยกระตุกตะกุกตะกักไม่ราบรื่นต่อเนื่อง แต่เรื่องความน่ากลัวนั้นยังคงไม่ลดน้อยลง เพราะหน้ากากที่สวมปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่งนั้นทำให้เดาอารมณ์ไม่ออกว่าจะมาดีหรือมาร้าย ยิ่งเป็นสมุนที่พ่อมดดำจิตไม่ปกติคนนั้นสร้างขึ้นมาด้วยแล้ว ...มันอาจจะบ้าคลั่งอาละวาดขึ้นมาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก...
เฟี้ยววว…!! แคร้งงง…!!
ดาบในมือคนชุดดำฟันกุญแจของกรงขังจนกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นมันก็กระชากประตูกรงออกอย่างแรงจนกระทั่งหลุดติดมือไปทั้งบาน ด้านเอ็ดเวิร์ดฯที่กลัวจนไม่รู้จะกลัวยังไงแล้วก็ทำได้แต่ลนลานถอยหนีทั้งๆที่ไม่มีทางให้ไป จึงได้แต่วิ่งวนลนลานอยู่ด้านในกรงขังเหมือนหนูติดจั่น กระทั่งไปจนมุมเพราะมีคนชุดดำยืนขวางทางหนี ที่พอจะทำได้ก็คงมีแค่แหกปากร้องให้ดังที่สุดเผื่อว่าจะมีใครได้ยิน
“ว้ากก… อุ๊บ” คนแคระตัวป่วนตาเหลือกเมื่อโดนคนชุดดำเอามืออุดปากเอาไว้ ทั้งที่อุตส่าห์ดิ้นแทบเป็นแทบตายแต่ดูเหมือนจะไม่มีทางหลุดรอดเงื้อมมือมารนี้ได้เลย “อื๊อออ…”
“เงียบๆไว้สิครับ ท่านโรเบิร์ต อาเธอร์ วิลเลี่ยม เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ผมมาช่วยแล้ว เดี๋ยวผมจะปล่อยมือนะแต่อย่าเอะอะไปนะ ไม่งั้นถ้าพวกมันจะได้ยินแล้วแห่กันมาที่นี่”
“…!?…” เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่ได้ยิน เพราะเสียงที่คนแคระชื่อหรูได้ยินจากปากคนชุดดำที่ทำท่าน่ากลัวเหมือนจะฆ่าจะแกงอยู่นี้ ช่างเหมือนเสียงของเจ้าเด็กผมดำคนนั้นเหลือเกิน '…แต่จะให้เชื่อง่ายๆน่ะเหรอคงไม่มีวันเสียละก็เจ้าหนุ่มนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่นี่นา แต่ตอนนี้คงต้องเออออไปกับมันก่อนเพื่อรอโอกาสเหมาะๆจะได้หนีกลับบ้านซะเลย…' “อื้อๆ” เจ้าคนแคระพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงบอกว่า '...โอเค เงียบก็ได้จ้ะ...'
คนชุดดำปล่อยมือที่อุดปากออกพลางถอยไปยังประตูทางออกด้วยท่าทางเดินสุดพิลึก โดยมีเอ็ดเวิร์ดเดินตามไปอย่างหวาดๆเนื่องจากยังไม่ค่อยไว้ใจนัก เพราะคราวที่แล้วก็โดนใบหน้านี้แหละหลอกให้ตายใจ จนโดนพ่อมดดำจับตัวมาคุมขังไว้ในวิหารของมัน แต่ในเมื่อนี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้หลุดพ้นไปจากนรกแห่งนี้ละก็ ถึงต้องเสี่ยงยังไงก็ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า
“เจ้า… ไม่ใช่คามิว ทีเอเนีย ใช่ไหม?” เอ็ดเวิร์ดกระซิบถามขณะเดินตามหลังมาห่างๆ ทำให้ร่างสูงเพรียวในชุดดำชะงักไปนิดหนึ่ง “เขาไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ได้เด็ดขาด แล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?”
“คามิวครับ แต่นี่…ไม่ใช่ร่างของผม” คนชุดดำตอบกลับมาเบาๆ เพราะขณะนี้พวกเขากำลังเดินลัดเลาะไปตามซอกเล็กๆของวิหารโบราณเพื่อหาทางออกไปด้านนอก “ร่างนี้บังคับยากเหมือนกัน ต้องใช้สมาธิสูงเอาเรื่องทีเดียว เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งชวนคุยเลยครับ”
เจ้าคนแคระชื่อหรูงุนงงกับคำพูดที่ได้ยินไปครู่ใหญ่ แต่ในเมื่อโต้ตอบกันได้รู้เรื่องขนาดนี้ก็วางใจได้อีกนิด เพราะไอ้ตัวที่ไปหลอกจับตัวมานั้นมันไม่เห็นพูดอะไรสักคำ เอ็ดเวิร์ดเดินตามคนชุดดำที่อ้างว่าตัวเองเป็นคามิวไปครู่ใหญ่ และเริ่มสังเกตเห็นว่าร่างที่เดินนำหน้าเริ่มมีความคล่องตัวมากขึ้น ถึงขนาดอุ้มตนแล้วกระโดดหลบเวรยามที่ดูเหมือนกันยังกับแกะได้อย่างสบาย เมื่อเดินลัดเลาะไปตามทางคดเคี้ยว และคอยแอบตามซอกมุมมืดไปเรื่อยๆ พักใหญ่ๆพวกเขาก็หลุดออกมานอกวิหารได้สำเร็จ
“ท่านเอ็ดเวิร์ด หนีไปคนเดียวได้ใช่ไหมครับ?” คนชุดดำหันกลับมาถามเมื่อออกมาไกลจากวิหารพอสมควร และพื้นที่ซึ่งพวกเขายืนอยู่ตอนนี้ก็เป็นดิน ถึงจะแข็งไปหน่อยก็ตาม “ถ้าหนีออกไปได้แล้ว ผมอยากจะขอความกรุณาช่วยเอายาแก้พิษไปให้ท่านแม่ของผมที่เมืองหลวงโรแลนเดียทีนะครับ”
“ขอโทษนะเจ้าหนุ่ม เรื่องยาแก้พิษคงต้องขอให้เจ้าไปเอาที่เมืองของข้าด้วยตัวเอง เพราะข้าต้องการให้เจ้าช่วยกางเขตอาคมแห่งแสงที่นั่นให้หน่อย บอกตรงๆว่าข้ากลัวเจ้าพวกบ้านี่มันจะตามไปรังควาญคนของข้าน่ะ”
“ก็ได้ครับ ผมจะไปหาท่านที่เมืองคนแคระเอง” คนชุดดำตอบกลับพลางกระชับดาบในมือเหมือนเตรียมจะฟัน จนเจ้าคนแคระสะดุ้งโหยงถอยกรูด “รีบไปเถอะครับ ผมจะคอยถ่วงเวลาให้เอง แล้วพบกันใหม่ครับ”
พูดจบเจ้าคนชุดดำก็เดินกลับไปยังวิหาร ปล่อยให้เอ็ดเวิร์ดยืนเอ๋ออยู่คนเดียวแต่พอรู้สึกตัวคนแคระก็รีบร่ายเวทเปิดทางแล้วมุดลงดินหายวับไปในทันที ในเมื่อมีโอกาสหนีกลับบ้านก็ขอคว้าไว้อย่าให้เสียของ แล้วก็ไม่อยากจะสนใจใคร่รู้ด้วยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ...ถ้าหากเจ้าพ่อมดดำซาดิสต์นั่นรู้ว่าตัวประกันได้หลบหนีไปเรียบร้อยแล้ว...
ด้านคามิวที่เริ่มควบคุมร่างของโฮมุนคูลัสซึ่งเหมือนกับตัวเองได้ดีขึ้น ตอนแรกก็คิดจะเดินกลับไปยังห้องขังแล้วก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ถอดจิตหนีกลับสู่ร่างของตน แต่พอมาคิดดูอีกทีก็เปลี่ยนใจเพราะมันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สืบความลับเรื่องพ่อมดดำและจอมมารให้กระจ่างมากขึ้น และที่สำคัญคืออยากจะทำลายอะไรก็ตามที่ใช้ประกอบสร้างเป็นร่างคนชุดดำพวกนี้ขึ้นมา เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้พวกมันอาจจะไปทำร้ายใครเข้าอีกก็ได้ และถ้าเกิดมีคนเห็นหน้าพวกมันเข้าละก็ ปัญหาจะตามมาอีกมากเพราะการเข้าใจผิด
การเล็ดลอดกลับเข้าสู่วิหารทำได้ไม่ยากนัก เนื่องจากมีพวกชุดดำยืนยามและบ้างก็เดินตรวจตรากันให้ขวักไขว่ แต่ละคนเหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แถมพวกมันก็ดูแข็งทื่อเหมือนเครื่องจักรไร้ชีวิต ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจใครต่างก็ทำหน้าที่ของตนไปตามคำสั่ง คามิวเองก็แกล้งทำเป็นเนียนเดินตามพวกมันไปเพื่อสำรวจวิหาร สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีตั้งแต่ห้องมืดที่เก็บอะไรบางอย่างคล้ายๆโลงศพ ห้องเก็บของแปลกๆที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร นอกนั้นก็มีห้องว่างๆที่รกร้างเหมือนไม่เคยใช้งานมานาน
เดินสำรวจอยู่พักใหญ่ คามิวก็แอบแยกตัวออกจากกลุ่มแล้วเดินลัดเลาะไปตามทางที่ดิ่งลึกเข้าไปในวิหาร ซึ่งพวกคนชุดดำไม่เฉียดเข้าใกล้หมือนจะถูกห้ามเอาไว้ หนุ่มน้อยในร่างคนชุดดำเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงห้องๆหนึ่งที่อยู่สุดทาง มันสะดุดตามากที่สุดเพราะแสงสว่างที่ส่องลอดออกมาและเงาที่ไหววูบแสดงว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ภายในห้องนั้นแน่ ไวเท่าความคิด คามิวพุ่งตัวไปยืนชิดผนังและรีบรุดเข้าไปยังประตูที่เปิดอ้าอยู่เล็กน้อยเพื่อแอบดูทันที

...และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้หนุ่มน้อยผมดำถึงกับตกตะลึงพรึงเพลิดและหนาวเยือกไปทั้งร่างทีเดียว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6119 yukai (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 11:02
    ขอบคุณมากค่ะ
    #6,119
    0
  2. #5068 สารวัตรอัศวินครับผม (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 11:12
    ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลย แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องผมคงไม่รู้เรื่องสัมผัสที่หกของคามิวหรอกครับ ฉะนั้นมันก็คล้าย



    กับดาบสองคมนั่นเองครับ จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี จะว่าดีก็ดีครับ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าไรเตอร์ได้พล็อตเรื่องนี้มาจากไหนครับ?



    ผมสงสัยจริงๆ นะครับ โปรดตอบคำถามของคนอ่านตาดำๆด้วยนะครับ ถือว่าผมขอร้องก็แล้วกันนะครับไรเตอร์

    #5,068
    0
  3. #4274 Lux51Forever (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 / 00:03
    แค่ครั้งแรกก็ทำได้ดีขนาดนี้

    คามิวสุดยอด 

    แอบสงสารอิกนีสนะเนี่ย
    #4,274
    0
  4. #3607 loli (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 00:28
    คามิวเก่งเว้ยเห้ย!!!
    #3,607
    0
  5. #3271 เอกเองครับ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 15:35
    ขอให้ทำลายต้นตอได้นะขอรับ จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิดแบบเอ็ดเวิร์ดอีก
    #3,271
    0
  6. #3252 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:38
    แงๆ ค้างง่ะ ค้าง ค้าง
    #3,252
    0
  7. #3247 conankun (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:15

    จบค้างอีกแย้ว
    ไม่เป็นไร รอได้

    #3,247
    0
  8. #3244 ~*>> IN (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 02:32
    คามิวแอ๊บเก่งขึ้นนะครับ  ^^  

    แสบขึ้นไม่น้อย   แต่ก็ดีครับ   555+

    รู้สึกเนื้อเรื่องสดใสขึ้นเยอะกับนิสัยแสบๆของคามิว  ^O^  
    #3,244
    0
  9. #3243 inasba (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:58
    โอ้คามิวเราถอดจิตได้ด้วย ว่าแต่คามิวเห็นอะไรนะ
    #3,243
    0
  10. #3242 *ReAr* (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:54

    ค้างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

    อัพอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    พยายามเข้านะ!!! ^ o ^

    #3,242
    0
  11. #3239 DeK_LeaW (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:07
    คามิวเห็นอะไรละค่ะ

    ค้างนะเนี่ย...
    #3,239
    0
  12. #3237 Mewzx (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:06
    ค้า งงงๆๆๆ

    อยากอ่ายต่อมากกกกก ๆๆ
    ปิดเทอมแล้วจะมานั่งเฝ้ารออัพ ๆๆๆ
    #3,237
    0
  13. #3235 เงามายาแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:42
    ใช่ร่างตัวเองเยอะแยะป่าวอ่ะ +_+ ลุ้นๆว่าเจออะไร
    #3,235
    0
  14. #3234 Wh!te [S]ky (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:38
    ค้า่งอีกแล้ว~~!!!

    ไรเตอร์ทรมานคนอ่านT^T
    #3,234
    0
  15. #3232 *ReAr* (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:52

    ใคร!!!! คามิวเหรอ!!!

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

    #3,232
    0
  16. #3231 DeK_LeaW (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:31

    ใช่คามิวถอดจิตรึเปล่าคะ

    #3,231
    0
  17. #3230 shadowdark (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:40

    สงสัยคามิวมาช่วย

    #3,230
    0
  18. #3228 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:21
    ใครคับใคร
    #3,228
    0
  19. #3227 phoedom (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:34
    ใครอ่ะ !!!!!!!!!
    #3,227
    0
  20. #3226 Mind126 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:28
    สนุก มากๆ เลย อัพ เรวๆ น้า
    #3,226
    0
  21. #3225 ตุ๊กตาเริงระบำ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:03


    คิดถึงอิกนีสมากกกกกกกกกกกกก



    และเอาอาเรียไปเก็บเถอะนะ (หุหุ)
    #3,225
    0
  22. #3223 shadowdark (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:14
    เดี่ยวจบบทของรินเซ่จะติดตามบทของอิกนิสต่อ(ถึงจะอีกนานก็เถอะ)
    #3,223
    0
  23. #3222 DeK_LeaW (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:23

    แล้วทำไมเลื่อดที่ถูกเอาไปแล้วยังมีใยเชื่อมโยงกับความรู้สึกของคามิวอีกละคะ

    ????

    มาอัพต่อไวไวนะคะ

    ค้างๆๆ

    #3,222
    0
  24. #3220 *~ท่าuนาewa-T|_|MmiEe~* (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:03

    แอบสยองเคออสนะเนี่ย ดูโรคจิตจริงๆสมกับเป็นตัวร้าย

    เริ่มรู้สึกว่าอิกนิสน่าสงสารอ่ะ T^T

    คามิวสู้ๆ ไรเตอร์สู้ๆ >O<

    #3,220
    0
  25. #3218 bk03 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:28

    อยากอ่านต่อแล้วอัพเร็วๆนะคับ

    #3,218
    0