วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 76 : ตามหายาแก้พิษ(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ส.ค. 54


"ว่ายังไงนะ!? คนร้ายชุดดำบุกคฤหาสน์ของข้างั้นเหรอ?” ฟาร์ริส อาร์มาเธียส มหาเสนาธิการฝ่ายซ้ายตกใจแทบช็อคเมื่อได้รับรายงานเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา “แล้วมีใครเป็นอะไรบ้างรึเปล่า?”

"ขอรับ…คือว่า บังเอิญท่านคริสโตเฟอร์พาท่านคามิวและคุณหนูรินเซ่ไปที่นั่นพอดี” ทหารชั้นผู้น้อยรายงานด้วยเสียงสั่นๆ เพราะตอนนี้ใบหน้าของท่านมหาเสนาฯเริ่มเครียดขมึง ดวงตาสีทองคมปราบดุดันจ้องมองเหมือนจะเผาคนรายงานให้กลายเป็นขี้เถ้าไปเสียให้ได้ “ท…ท่านคามิว ต่อสู้กับคนร้ายแล้ว เอ้อ…ได้รับบาดเจ็บ”
“คามิวบาดเจ็บ!? อย่าบอกนะว่า…” ทันทีที่ท่านมหาเสนาฯได้ยินว่าหลานรักบาดเจ็บก็แทบจะบีบคอทหารชั้นผู้น้อยที่มารายงานทันที “ทหารยามประจำคฤหาสน์ก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมปล่อยให้เขาถูกทำร้ายได้ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? อาการเป็นยังไง? บอกมาเร็วๆเข้าสิ”
“ท่านคามิวและท่านคามิลล่า ถูกนำตัวมายังหอแพทย์หลวงแล้วขอรับ อ้าว…เอ๊ะ!?”
รายงานยังไม่ทันจบร่างสูงสง่าของฟาร์ริสก็หายไปจากห้องทำงานเสียแล้ว ประมุขตระกูลอาร์มาเธียสจ้ำอ้าวไปยังหอแพทย์หลวงอย่างรีบเร่ง แค่ลูกสาวบาดเจ็บก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้หลานชายสุดที่รักก็มาเจ็บไปอีกคน ที่สำคัญพ่อหลานชายคนนี้ไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดา แต่ทว่ามีบรรดาศักดิ์เป็นถึงว่าที่ราชบุตรเขย ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นผู้ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ระดับทำลายล้างได้ทั้งทวีปอีกด้วย
“ทำไมถึงได้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้ ฉันจะทำยังไงกับเจ้าเด็กหัวดื้อคนนี้ดีนะ เซบาสเตียน!"
สุรเสียงเกรี้ยวกราดของราชาคาร์ลอสดังลั่งออกมาจากห้องพยาบาลที่สองแม่ลูกถูกส่งเข้าไปรักษา ขณะที่มหาเสนาฯฟาร์รีสเดินไปถึงหน้าห้องก็พบกับรีมัส ทีเอเนียเดินมาสมทบอีกคนพอดี สองญาติผู้ใหญ่พากันยืนอึ้งหนักใจกับสิ่งที่หลานชายตัวเองทำลงไป และยิ่งหวาดกลัวแทนเมื่อได้ยินสิ่งที่คริสโตเฟอร์รายงานให้นายเหนือหัวรับทราบ
“พวกคนร้ายชุดดำส่อเจตนาชัดเจนว่าต้องการจับตัวว่าที่ราชบุตรเขย เพราะเมื่อเขาออกมาต่อสู้พวกมันก็หันไปล้อมจับ โดยไม่สนใจคนอื่นเลยพะย่ะค่ะ” คริสโตเฟอร์บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถวายราชาคาร์ลอสอย่างละเอียด “แต่พอพวกมันกำลังจะพ่ายแพ้ ก็ซัดอาวุธลับใส่พวกเราเจ็บไปหลายคน รวมทั้งว่าที่ราชบุตรเขยด้วยพะย่ะค่ะ”
แม่ทัพอัศวินบิดเบือนความจริงนิดหน่อยเพื่อช่วยเหลือลูกชายตัวเอง ถ้าหากบอกไปตามตรงว่าคามิววิ่งเข้ามารับอาวุธลับของคนร้ายเองละก็ ว่าที่ราชบุตรเขยคงได้โดนทำโทษทั้งๆที่บาดเจ็บอยู่เป็นแน่ แต่ถึงจะทูลไปแบบนี้ก็ใช่ว่าราชาคาร์ลอสจะเชื่อตามทุกคำพูด เพราะตอนนี้ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นฉายแววคาดคั้น จนแม่ทัพอัศวินคนเก่งรู้สึกหนาวๆร้อนๆไม่กล้าสบตาเลยทีเดียว
“ก็เลยโดนพิษชนิดเดียวกับท่านหัวหน้าจอมเวทงั้นสิ แล้วก็ต้องไปหายาแก้พิษในเมืองคนแคระ และคนที่ไปที่นั่นได้ก็มีแต่คามิวคนเดียว ถ้าอยากจะให้เขารอดตายก็ต้องยอมปล่อยให้ไปใช่ไหม?”
ราชาคาร์ลอสยังคงขุ่นเคืองไม่เลิกเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเด็กรุ่นลูกหลอกไม่มีผิด ถึงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะคามิวที่พระองค์รู้จักมาแต่เล็กแต่น้อยไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่หลังจากที่ได้ไปร่ำเรียนไกลถึงกรุนเบอร์เรียก็ดูจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แถมท้ายด้วยความดื้อรั้นที่มีมากขึ้นเป็นเท่าตัวซึ่งเซบาสเตียนบอกว่าน่าจะเป็นไปตามวัย ทว่าทั้งเรื่องการแอบหนีกลับก่อนการเจรจาจะเสร็จสิ้นรวมทั้งเรื่องคราวนี้ ดูเหมือนเจ้าเด็กตัวแสบจะวางแผนเอาไว้แนบเนียน จนคนฉลาดอย่างพระองค์เกือบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
“พระอาญามิพ้นเกล้า ท่านคามิวได้สติแล้วพะย่ะค่ะ” แพทย์หลวงถวายรายงานการรักษาด้วยทีท่าหวาดๆ เพราะได้รับคำสั่งให้ดูแลหนุ่มน้อยคนนี้ให้ดีที่สุด “ทว่าพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับท่านจอมเวทคามิลล่านั้น กระหม่อมไม่มียาแก้พิษพะย่ะค่ะ”
“เรื่องนั้นเรารู้แล้ว! แต่ที่เราอยากรู้ก็คือคนร้ายพวกนั้นมันเล็ดรอดเข้ามาในโรแลนเดียได้ยังไง? และมันไปเอายาพิษพวกนั้นมาจากที่ไหนมากกว่า?”
“กระหม่อมคิดว่าพวกมัน น่าจะเป็นคนของพ่อมดดำกรานิสที่เคยสร้างความเดือดร้อนให้พรีมิวเลีย เนื่องจากลักษณะซากศพที่เหลือของพวกมันบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ” คริสโตเฟอร์ผู้เคยปะทะกับคนร้ายชุดดำถึงสองครั้งตั้งข้อสังเกต ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นว่าพ่อมดดำกรานิสมีฤทธิ์เดชแค่ไหน แต่จากสิ่งที่ลูกชายเล่าให้ฟัง ...มันช่างคล้ายคลึงกันจนทำให้ปักใจเชื่อได้ทันที...
“พวกมันตามมาเพื่อจับตัวคามิวงั้นรึนี่? งั้นที่มันจ้องทำร้ายท่านหัวหน้าจอมเวทก็เพื่อล่อให้เขากลับมาที่นี่สินะ? ไม่มีวิธีป้องกันไม่ให้พวกมันเข้ามาในเมืองได้เลยงั้นรึ?”
“พวกมันแพ้ธาตุแสง ถ้าสร้างเขตอาคมธาตุแสงเอาไว้พวกมันก็จะเข้ามาไม่ได้” หนุ่มน้อยผมดำพึมพำเบาๆ เพราะเพิ่งได้สติหลังจากโดนพิษจากอาวุธลับเล่นงาน คามิวนึกไม่ถึงว่ายาพิษที่เคลือบอยู่นั้นจะออกฤทธิ์ร้ายกาจขนาดทำให้วูบไปเกือบจะทันทีที่สะกิดโดนเนื้อ ส่วนพิษที่เหลือก็ออกฤทธิ์บั่นทอนเรี่ยวแรงให้อ่อนลงไปเรื่อยๆ ขนาดตนเองซึ่งเป็นผู้ชายยังรู้สึกทรมานขนาดนี้ แน่ใจได้เลยว่ามารดาของเขาคงต้องเจ็บปวดกว่าหลายเท่าแน่ๆ
ในตอนแรกคามิวคิดจะจับตัวพวกมันเพื่อสอบถามเอาความจริงว่าพวกมันเป็นใครมาจากไหน และต้องการอะไรกันแน่ ที่สำคัญที่สุดคือต้องการยาแก้พิษไปช่วยมารดา แต่กลับต้องเปลี่ยนแผนเมื่อพบว่าพวกมันตายได้ง่ายดายเหลือเกิน เพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยก็สลายกลายเป็นโคลนไปเสียแล้ว หนุ่มผมดำจึงจำต้องเปลี่ยนแผนเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อยอมโดนพิษเพื่อให้ตกอยู่ในมือศัตรู หากพวกมันต้องการตัวเขาเป็นๆเพื่อทำการอะไรบางอย่างก็น่าจะมียาแก้พิษเตรียมไว้ ... ซึ่งถ้าหากชิงมาได้ก็จะรีบหาทางหนีกลับมาช่วยคามิลล่าทันที...
ถึงจะผิดแผนไปนิดหน่อยที่ประมาทและคิดอะไรตื้นเกินไป เพราะไม่นึกว่ายาพิษของพวกมันจะรุนแรงขนาดนี้ แต่ก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างตรงที่สามารถใช้ตัวเองเป็นเครื่องต่อรองกับราชาคาร์ลอส ขออนุญาตไปเมืองคนแคระเพื่อหายาแก้พิษมารักษามารดา และคนที่จะไปได้ก็อาจจะมีแต่คามิวคนเดียวเสียด้วย เพราะนอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครเคยพบคนแคระมาก่อน
แต่ตอนนี้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไขให้ตกก็คือราชาคาร์ลอสจะยอมอนุญาตหรือเปล่า ถึงจะมีความเป็นไปได้มากกว่า 99% ทว่าอีกหนึ่งเปอร์เซ็นที่เหลือนั้นอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝัน จะเอาแน่เอานอนกับพระราชาเจ้าเล่ห์พระองค์นี้คงจะยาก ให้ทำนายว่าพรุ่งนี้ฝนจะตกหรือเปล่ายังจะง่ายกว่าเดาใจคิงผู้นี้เสียอีก ที่คามิวยังหวั่นๆอยู่ก็คือว่าที่พ่อตาอาจจะออกคำสั่งให้คนอื่นไปเสาะหายาพิษแทน และคนที่ลำบากก็คงจะไม่พ้นเหล่าทหารและบิดาของตนอย่างแน่นอนที่สุด
“ฝ่าบาทไม่ต้องห่วงเจ้าหญิงอาเรียหรอกพะย่ะค่ะ ที่โรงเรียนวางข่ายอาคมธาตุแสงไว้แน่นหนา พวกมันไม่มีทางเข้าไปใกล้ได้แน่นอน” เหมือนจะเดาความคิดของว่าที่พ่อตาออก คามิวเลยพูดดักคอเอาไว้ก่อน “ให้อาเรียอยู่ที่นั่นจะปลอดภัยที่สุดแล้วพะย่ะค่ะ”
บุรุษสูงศักดิ์จ้องมองเด็กหนุ่มที่เพิ่งฟื้นจากสลบ ใบหน้าหวานเกินชายยังดูอิดโรยและซีดเซียวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพิษร้ายยังคงออกฤทธิ์รบกวนอยู่ มันน่าโมโหที่เจ้าเด็กแสบคนนี้ไม่เคยให้ความสำคัญกับตัวเอง และไม่เคยสำนึกเลยว่าตอนนี้ตัวเองมีความสำคัญแค่ไหน แบบนี้ต้องลงโทษสถานหนักโดยการจับมาอบรมมารยาทของเชื้อพระวงศ์ให้เข็ด แต่เอ๊ะ…! เมื่อกี้นี้เหมือนจะสะดุดหูกับการเรียกชื่อธิดาของพระองค์ ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อกี้เจ้าหนุ่มคนนี้เรียกชื่ออาเรียแบบห้วนๆเลยนี่นา งั้นก็หมายความว่า…
“อาเรียสบายดีใช่ไหม? เจ้าสองคนไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ?”
โครมมม…!! พลั่กกก…!!
เจอคำถามเจาะประเด็นแบบไม่ให้ตั้งตัวเข้าไป ทำให้คามิวที่กำลังจะลุกจากเตียงตกใจจนหล่นตุ้บลงมานั่งเอ๋ออยู่ข้างเตียงแทน แถมใบหน้าซีดๆเพราะโดนพิษกลับขึ้นสีจนแดงเด่นชัดเป็นการฟ้องว่าถามได้ถูกจุดเป็นอย่างยิ่ง สองครั้งแล้วที่เสียท่าเผลอแสดงความเปิ่นให้กับคำถามจี้ใจดำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของพระราชาองค์นี้ ดูเอาเถอะ ขนาดกำลังเครียดกันจะเป็นจะตายยังนอกเรื่องได้อีก
“หนีกลับมาแบบนี้อาเรียไม่ตกใจแย่รึนี่?” ราชาคาร์ลอสได้ทียิงคำถามตามมาอีกระลอก พระองค์เคืองขัดพระทัยยิ่งนักเพราะคงสั่งลงโทษได้ก็แค่เรื่องที่หนีกลับมาโดยไม่ขออนุญาตก่อน ส่วนเรื่องที่ซุ่มซ่ามจนโดนอาวุธของศัตรูนั้นไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจงใจ เลยต้องยกประโยชน์ให้จำเลย จึงอยากจะขอเอาคืนเสียหน่อย “เจ้าล่วงเกินอะไรธิดาของฉันอีกรึเปล่า? ท่าทางมีพิรุธมากเลยนะเนี่ย”
“รุ่นพี่เมอร์เคนเล่าอะไรให้ฝ่าบาทฟังกันแน่พะย่ะค่ะ” ดวงตาสีทองส่อเค้าโกรธกรุ่นจนน่าตกใจ แต่เมื่อมาประกอบหน้ามุ่ยๆที่กำลังแดงได้ที่นั่นแล้ว มันดูน่าขำจนคิงผู้สูงศักดิ์อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ “น่าจะรีบหาทางป้องกันเมืองเสียก่อน แทนที่จะมาหาเรื่องแกล้งกระหม่อมแบบนี้นะ”
“ไม่ต้องห่วง พวกจอมเวทแห่งราชสำนักและน้องสาวของเจ้ากำลังช่วยกันจัดการอยู่ ฉันส่งกองทหารไปอารักขาเต็มพิกัดเลยละ ที่สำคัญแม่หนูรินเซ่เก่งกาจขนาดท่านทิวลีนยังชมเปาะ ดีไม่ดีจะเก่งกว่าเจ้าซะด้วยซ้ำไป”
คามิวถอนใจอย่างโล่งอกวางใจได้ว่าบรรดาคนสำคัญของเขาคงไม่โดนเล่นงานอีก ทีนี้ก็จะได้ไปเสาะหายาแก้พิษได้อย่างสบายใจหายห่วง “แล้วทางพรีมิวเลีย… รู้เรื่องนี้หรือยังพะย่ะค่ะ?” ที่ถามเพราะห่วงคนสำคัญของเพื่อนจะโดนเล่นงานไปด้วย อย่างน้อยดินแดนนั้นก็เคยตกอยู่ในเงื้อมมือของพ่อมดดำมาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากมันจะคิดหวนกลับมาแก้แค้น “ส่งสาส์นไปเตือนพวกเขาหน่อยเถอะพะย่ะค่ะ”
“เรื่องนั้นฉันก็ออกคำสั่งให้ท่านปู่ของเจ้าไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เจ้าน่ะหัดเป็นห่วงตัวเองเอาไว้บ้างจะดีกว่านะ กี่ครั้งแล้วที่มัวแต่ช่วยคนอื่นจนเกือบไม่รอดน่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันจะไม่ยุ่งด้วยหรอก แต่ตอนนี้ชีวิตของเจ้ามีความสำคัญมากกว่าที่เจ้าคิด หากเจ้าเป็นอะไรไปการ์เดี้ยนที่สูญเสียเจ้านายจะออกอาละวาดทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าไม่อยากให้เกิดหายนะขึ้นละก็ รักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ให้ดีๆด้วย”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” คามิวโดนดุอย่างจังจนสลดเห็นได้ชัด หนุ่มน้อยลืมนึกถึงการ์เดี้ยนทั้งสองไปเสียสนิท แล้วยังมีฟาร์ฟาร์ที่จะต้องตายไปพร้อมกันอีกคน แค่คิดก็รู้สึกผิดและโทษตัวเองที่ไม่รอบคอบเอาเสียเลย “ต่อไปกระหม่อมจะระวังไม่กล้าประมาทอีกแล้วพะย่ะค่ะ”
“คิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว เอาละ เรามาพูดถึงเรื่องยาพิษเจ้าปัญหากันดีกว่า แพทย์หลวงรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้เราฟังหน่อย”
“เอ้อ…พระอาญามิพ้นเกล้า เรื่องพิษที่ตกค้างในร่างกายของท่านคามิวและท่านจอมเวทนั้น เป็นพิษจากหนอนฮิลดราโกร่าที่น่าจะสูญพันธุ์ไปนานแล้วพะย่ะค่ะ ฤทธิ์ของยาพิษชนิดนี้จะทำให้คนที่โดนอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหัวใจหยุดเต้นหมดลมหายใจไปทั้งๆที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน นับเป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง” แพทย์หลวงรีบเอ่ยรายงานทันทีเพราะรอเวลาอยู่นานแล้ว “เราสามารถกดฤทธิ์ของยาพิษเอาไว้ได้อย่างมากก็เพียงแค่หนึ่งเดือน หากไม่ได้ยาแก้ละก็…”
“เมืองคนแคระงั้นรึ มันอยู่ที่ไหนกันแน่ ที่สำคัญไม่เคยมีใครเคยพบเห็นคนแคระมาก่อนนอกจากคามิวและท่านแม่ของเจ้าสินะ”
คิงคาร์ลอสกอดอกครุ่นคิดหนัก ในตอนแรกพระองค์กะว่าจะส่งทหารออกไปตระเวณค้นหา เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจพอที่จะปล่อยให้คามิวไปเสี่ยงตามลำพัง อีกทั้งหนุ่มน้อยคนนี้ยังมีอาการน่าเป็นห่วงเพราะโดนยาพิษเสียเอง ถ้าเกิดคนร้ายมาเล่นงานอีกอาจจะเอาตัวไม่รอด ถึงจะเป็นเรื่องรีบด่วนแต่เบาะแสที่มีมันดูเลื่อนลอยยังไงพิกลเพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่า ...ที่เมืองคนแคระจะมียาแก้พิษจริงๆ...
“การหวังพึ่งสิ่งที่เหมือนกับตำนานแบบนั้น ฉันไม่ค่อยชอบเลย ไม่มีทางอื่นแล้วงั้นรึ?”
ทุกคนในที่นั้นต่างก็คิดเช่นเดียวกันกับราชาคาร์ลอส โดยเฉพาะคริสโตเฟอร์ดูจะเป็นทุกข์หนักกว่าใครเพื่อน เพราะทั้งลูกและภรรยากำลังมีอันตรายถึงชีวิต แม่ทัพอัศวินยืนนิ่งมองลูกชายของตนด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว เป็นอีกคราวที่เข้าใกล้การสูญเสียโดยที่ตนเองไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ จำใจปล่อยให้ลูกชายต้องไปขวนขวายหาทางจัดการแก้ไขวิกฤติตามลำพัง
“แล้วจะไปตามหาคนแคระได้ที่ไหน? แล้วเขาจะยอมพาไปที่เมืองของเขางั้นรึ? และถึงยาแก้พิษจะมีอยู่จริงก็ตาม เขาจะยอมยกให้เราฟรีๆรึเปล่า? เท่าที่ฉันรู้มาคนแคระซึ่งเป็นภูตดึกดำบรรพ์มักไม่ยอมเสียเปรียบใครซะด้วยสิ ถ้าเกิดเขาเรียกค่าตอบแทนเป็นชีวิตของคามิวล่ะ เราจะทำยังไงกัน?”
“อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะข้าไม่รู้จะเอาชีวิตเจ้าหนูผมดำไปทำอะไรนี่นา” เสียงที่ติดจะแหบเล็กน้อยแต่คุ้นหูอย่างไรชอบกลในความคิดของคามิว ดังก้องไปมาอยู่ในห้องพยาบาลแต่หาต้นกำเนิดไม่เจอ “ถ้าอยากได้ยาแก้พิษละก็ ต้องมาที่เมืองของข้านั่นแหละถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะเจ้าหนอนฮิลดราโกร่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของพวกเราชาวคนแคระไงล่ะ"

"ท่าน…โรเบิร์ต อาเธอร์ วิลเลี่ยม เอ็ดเวิร์ด ที่ 4…!" คามิวพึมพำชื่อคนแคระเพียงคนเดียวที่เขารู้จักเบาๆ ดวงตาสีทองฉายแววของความหวังเต็มเปี่ยม “ท่านบอกว่ามียาแก้พิษสินะ ต้องทำยังไงถึงจะได้ยาแก้พิษนั้นมา? ช่วยบอกทีเถอะครับ”
“เจ้าหนุ่ม อย่าลืมสิว่าเจ้ายังติดค้างข้าอยู่นะ ถ้าอยากได้ยาก็ตามหาข้าให้พบสิ” เสียงเจ้าคนแคระชื่อหรูแผ่วเบาลงและเงียบหายไปในที่สุด ทิ้งให้บรรดามนุษย์ในห้องพยาบาลพากันอึ้งอ้าปากค้างเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่
“เสียงเมื่อกี้นี้เป็นคนแคระจริงๆรึ? อาจจะเป็นกับดักของคนร้ายก็ได้นะพะย่ะค่ะ” ฟาร์ริสซึ่งยืนฟังการสนทนาอยู่นอกห้องก้าวเข้ามาสมทบ แต่จริงๆแล้วเป็นห่วงอยากดูอาการหลานชายและลูกสาวให้เห็นกับตาว่าเป็นเช่นไร
“พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมจัดการส่งข่าวไปยังพรีมิวเลียเรียบร้อยแล้ว จึงมากราบทูลให้ทรงทราบ”
รีมัสเดินตามเข้ามาอีกคน ท่าทางคุณปู่จะโล่งอกไม่น้อยที่เห็นหลานชายยังไม่เป็นอะไรมากนัก แต่ความน่ากลัวของพิษร้ายมันจะค่อยๆบั่นทอนชีวิตของเหยื่อไปเรื่อยๆจนตายอย่างทรมาน ซึ่งถ้าทำได้ก็อยากจะสละชีวิตที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่งนี้เพื่อตายแทนหลานชายให้รู้แล้วรู้รอดไป แทนที่เด็กหนุ่มซึ่งมีอนาคตสดใสรอคอยอยู่ จะต้องมาตายไปโดยที่ยังไม่ทันได้รู้จักความสนุกสนานและความรื่นรมย์อีกมากมายในโลกนี้ รีมัสเฝ้าคิดแค้นใจว่าสู้ให้คนที่อยู่มานานและรู้เห็นสิ่งต่างๆมามากมายจนเบื่อหน่ายทางโลก ...เป็นฝ่ายตายไปก่อนยังจะดีเสียกว่า...
“อนุญาตให้กระหม่อมไปเสาะหายาแก้พิษเถอะพะย่ะค่ะ” คามิวพยายามอ้อนวอนราชาคาร์ลอสผู้ซึ่งเป็นจ้าวชีวิตของตนอีกครั้ง หากยังไม่ทรงยอมอนุญาตก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะหาทางหนีไปให้จงได้ “ให้โอกาสกระหม่อม ได้ทดแทนบุญคุณท่านแม่สักครั้ง ได้โปรดเถอะพะย่ะค่ะ”
“แล้วเจ้ารู้รึว่าเมืองคนแคระอยู่ที่ไหน มันอาจจะเป็นกับดักอย่างที่ท่านตาของเจ้าบอกก็ได้” ราชาคาร์ลอสยังคงตั้งแง่เพราะไม่อยากเสี่ยงกับความคลุมเครือ “เราน่าจะลองหาวิธีอื่นกันดูก่อนไม่ดีกว่าหรือ?”
“เสียงเมื่อครู่เป็นเสียงคนแคระที่กระหม่อมเคยพบ กระหม่อมจำได้ไม่เคยลืม” หนุ่มน้อยยืนยันหนักแน่นเพราะมั่นใจว่าต้องใช่ตัวจริงอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นก็ตาม “ในเมื่อเขาพูดออกมาเองว่ามียาแก้พิษ กระหม่อมก็อยากจะเสี่ยงกับโอกาสนี้พะย่ะค่ะ ส่วนเรื่องทางไปเมืองคนแคระนั้นคิดว่าคงหาได้ไม่ยากเย็นนัก”
“ถึงฉันจะห้ามยังไง เจ้าก็คงจะหาทางไปให้ได้อยู่ดีนั่นแหละ และคงไม่สนใจด้วยสินะว่าคนทางนี้เขาจะเป็นห่วงเจ้าแค่ไหน ขอเวลาข้าตรึกตรองสักคืนก็แล้วกันนะ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เจ้าควรจะนอนพักสักหน่อย อยู่ที่นี่กับแม่ของเจ้าสักคืนก็แล้วกัน”
คามิวนิ่งเงียบแสดงถึงการยอมจำนน เพราะที่จริงก็รู้สึกเหนื่อยล้าสาหัสอยากจะนอนพักเช่นกัน และเนื่องจากยาสะกดพิษที่หมอหลวงให้ไว้นั้นมียานอนหลับผสมอยู่ค่อนข้างมาก เพื่อให้ร่างกายและอวัยวะต่างๆของคนไข้ทำงานช้าลงเป็นการช่วยหยุดยั้งการกระจายพิษอีกทางหนึ่ง ดาเลียท่านยายของเขาก็ใช้ยาขนานเดียวกันนี้กับคามิลล่าเพื่อชะลอพิษ ทำให้มารดาของคามิวนอนหลับสนิทเกือบตลอดเวลา
ในที่สุดความวุ่นวายก็จบลง รินเซ๋รีบกลับมาหามารดาและพี่ชายหลังจากที่ได้วางข่ายอาคมธาตุแสงล้อมสถานที่สำคัญเสร็จสิ้น ส่วนที่เหลือนั้นคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหล่าจอมเวทแห่งราชสำนักออกไปจัดการให้ครอบคลุมทั่วเมืองหลวง พอกลับมาถึงห้องพยาบาลในหอแพทย์หลวงก็พบว่า ทั้งมารดาและพี่ชายของเธอเข้าสู่นิทราไปแล้วทั้งคู่ พอสอบถามอาการจากคุณหมอ ก็ได้รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงได้ร้อนรนอยากจะกลับมาหามารดาเหลือเกิน
“ท่านพ่อคะ พี่ชายกับท่านแม่จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ?” สาวน้อยรินเซ่ร้องไห้โฮกอดผู้เป็นบิดาไว้แน่น เธอกำลังหวาดกลัวว่าจะต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักทั้งสองไป “มีทางไหนพอจะช่วยได้มั้ยคะท่านพ่อ?”
“แม่หนูรินเซ่ ฉันมีเรื่องอยากจะไหว้วานหน่อย เจ้าช่วยไปราเชลเพื่อแจ้งข่าวให้ท่านอาจารย์ทิวลีนทราบหน่อยได้ไหม? ฉันคิดว่าเขาคงจะพอมีทางช่วยเรื่องตามหาเมืองคนแคระน่ะ พาไรเนลไปด้วยนะเผื่อมีเรื่องอะไรจะได้ช่วยกัน” ราชาคาร์ลอสเดินเข้ามาพร้อมกับไรเนลและเมอร์เคนที่เพิ่งรู้ว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น
“ได้ค่ะ หนูจะรีบไปรีบกลับให้เร็วที่สุด” รินเซ่ย่อกายถวายความเคารพราชาคาร์ลอส แล้วรีบพาไรเนลกลับสู่ราเชลทันทีโดยไม่ต้องให้สั่งการซ้ำสอง
“คามิวกับท่านคามิลล่าโดนพิษชนิดเดียวกันงั้นหรือพะย่ะค่ะ?” เมอร์เคนมีสีหน้ากังวลเห็นได้ชัด ก็คนสำคัญของเขาทั้งคู่กำลังอยู่ในอันตราย คงไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความงดงามของบ้านเกิดรุ่นน้องหรอก “หากมีอะไรที่กระหม่อมพอจะช่วยได้ละก็ โปรดรับสั่งมาได้เลยพะย่ะค่ะ”
ถึงแม้เมอร์เคนจะเป็นคนระดับเชื้อพระวงศ์ของบัลเบิล์ค ทว่าอยู่ห่างบ้านเกิดมานานอีกทั้งมีความทรงจำและความหลังที่เจ็บปวด ทำให้ไม่เหลือความสนใจที่จะหวนกลับไปดินแดนแห่งหิมะและน้ำแข็งอันแสนทารุณนั้นอีก ที่สำคัญหนุ่มผมขาวรู้สึกได้ถึงความผูกพันธ์บางอย่างระหว่างตนเองกับแม่ลูกคู่นี้ การที่วาสนาพาให้ได้มาพบกันตั้งแต่ในอดีต และยังได้มารู้จักเกี่ยวข้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบันทั้งที่ต่างก็มาจากแดนไกล ความรู้สึกที่เหมือนกับได้น้องชายที่รักกลับคืนมาหลังจากการสูญเสียยิ่งเพิ่มความห่วงหาอาทรให้มากขึ้น ...แม้ความสามารถจะอ่อนด้อยก็ยังอยากจะช่วยน้องชายคนนี้ให้มีชีวิตอยู่ต่อไป...
“ขอบใจเจ้ามาก เราคงจะต้องขอให้เจ้าช่วยกลับไปแจ้งข่าวทางกรุนเบอร์เรีย เพราะก่อนคามิวจะหลับเขาบอกไว้ว่าเคยพบคนแคระในป่าของเมืองหน้าด่าน ดังนั้นทางไปเมืองคนแคระน่าจะอยู่แถวๆชายแดนที่เป็นรอยต่อของสามอาณาจักร ทางพรีมิวเลียนั้นเราแจ้งข่าวไปเรียบร้อยแล้วก็เหลือแต่กรุนเบอร์เรียเท่านั้น เราจะให้กองทหารม้าเร็วเดินทางไปพร้อมกับเจ้าก็แล้วกันนะ”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบเดินทางไปแจ้งข่าวเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด” เมอร์เคนเหลียวมองรุ่นน้องที่หลับสนิทอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถวายคำนับและเดินออกไปพร้อมกับฟาร์ริส ท่านตาของคามิวเพื่อตระเตรียมกองทหารผู้ติดตาม
“กระหม่อมคิดว่าทางพรีมิวเลียคงอยากจะมีส่วนช่วยเหลือในเรื่องนี้แน่ๆ” รีมัสกราบทูลเหนือหัวของตนด้วยสีหน้ากังวล “เราคงต้องรอคอยคำตอบจากทางนั้นก่อน กระหม่อมไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลารอคำตอบกี่วัน”
“ถ้าจำเป็นก็คงต้องรอ ระหว่างนี้ก็ช่วยกันดูแลพวกเขาให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะ”
ราชาคาร์ลอสหันมาสั่งความกับคณะแพทย์ พระองค์เองก็รู้สึกเห็นใจครอบครัวแม่ทัพอัศวินอยู่ไม่น้อย ทั้งยังเคยนึกเสียใจอยู่บ้างที่รีบร้อนผูกมัดตัวหนุ่มน้อยซึ่งเป็นที่รักของครอบครัวมาเป็นว่าที่ราชบุตรเขย เนื่องจากไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับคามิวอีกแล้ว เพราะหนุ่มน้อยคนนี้เป็นถึงทายาทของตระกูลมหาเสนาบดีทั้งซ้ายขวา ทั้งยังเป็นพระสหายสนิทของเจ้าหญิงอาเรียมาแต่เล็กแต่น้อย ถึงแม้คามิลล่าจะคัดค้านอย่างหนักพระองค์ก็ไม่เคยสนใจ เนื่องจากไม่เคยเชื่อในคำพยากรณ์และเรื่องคำสาปจอมมารซึ่งฟังดูเหมือนนิทานหลอกเด็กมากกว่า
แต่พอมายามนี้ คำสาปและคำพยากรณ์กลับส่อเค้าความจริงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และทั้งหมดก็พุ่งเป้ามายังคามิวเสียด้วย ถึงจะเชื่อมั่นในตัวเด็กหนุ่มว่าไม่มีทางกลายเป็นคนร้ายคิดทำลายบ้านเมืองก็ตาม แต่เขาก็ยังเด็กเกินไปที่จะผจญชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ตามลำพัง แถมจิตใจก็ยังเปราะบางเกินกว่าจะทนรับการสูญเสียได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือการช่วยเหลือประคับประคองกันต่อไป ...จนกว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเข้มแข็งพอที่จะก้าวเดินต่อไปได้ตามลำพังนั่นเอง...
.
ขณะที่บรรดาคนสำคัญของโรแลนเซียกำลังวุ่นวายเพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนร้ายลึกลับ ในอีกสถานที่ก็กำลังเผชิญหน้ากับความวุ่นวายเช่นกัน ณ โพรงถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินที่ซึ่งมีภูมิอากาศไม่ต่างจากบนพื้นดิน แสงสว่างจากแร่เรืองแสง และบรรดาแท่งผลึกอัญมนีขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ตามผนังและพื้นถ้ำที่ส่องประกายสะท้อนกันไปมา ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วยแสงสีไม่ต่างจากเวลากลางวัน พืชพันธุ์ไม้แปลกประหลาดหลากสีสันเติบโตเบ่งบาน สร้างบรรยากาศให้เหมือนกับตกอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยายไม่มีผิด
ที่ใจกลางโพรงถ้ำใหญ่เป็นเนินเตี้ยๆสีเขียวขจีไปด้วยผืนพรมของหญ้ามอส มีธารน้ำตกเล็กๆไหลผ่าน น้ำนั้นใสสะอาดจนสามารถมองเห็นก้อนกรวดกลมเกลี้ยงสีสวยดุจเพชรพลอยที่ก้นลำธาร ทั้งยังมีฝูงปลาแหวกว่ายไปมาเกล็ดของพวกมันสะท้อนแสงเป็นประกายงดงามมากกว่าน่ากิน บนเนินนั้นมีหมู่บ้านเล็กๆดูน่ารัก บ้านแต่ละหลังมีขนาดกระทัดรัด ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งสร้างด้วยดินและก้อนหินประกอบกับแท่งอัญมนี
บรรดาผู้คนซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่กำลังออกมารวมตัวกันอยู่ ณ ลานกว้างใจกลางหมู่บ้าน ลักษณะร่างกายของพวกเขาเหมือนกับมนุษย์แต่ย่อส่วนลงมาดูเล็กจ้อยสูงไม่เกินสามฟุตเห็นจะได้ ศีรษะใหญ่โตผิดรูปดูน่าขันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสดใส และที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นหมวกทรงแหลมหลากสีที่ใส่กันทั้งหมู่บ้าน พวกเขาเหล่านี้คือคนแคระซึ่งเป็นภูตธาตุดินชนิดหนึ่ง ตามปกติจะไม่ค่อยออกไปให้ใครได้พบเห็นนัก นอกจากยามที่ไปเสาะหาวัตถุดิบในการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือ หรืออาวุธต่างๆ
น้อยคนนักที่จะติดต่อกับโลกภายนอกเพราะรู้ดีว่า สำหรับพวกตนซึ่งไม่มีความสามารถในการต่อสู้แล้วนั้นมันมีแต่อันตราย แต่ก็ยังมีคนที่ฝ่าฝืนอยู่บ่อยๆจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ และที่กำลังเดือดร้อนกันอยู่ตอนนี้ก็เพราะคนที่ขยันขึ้นไปเสนอหน้าบนพื้นพิภพจนได้เรื่องนั้น เป็นคนสำคัญระดับหัวหน้าเผ่าและตอนนี้ก็ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ พวกคนร้ายมันเรียกร้องค่าคุ้มครองเป็นยาพิษจากหนอนฮิลดราโกร่าแลกกับสัญญาว่าจะไว้ชีวิตตัวประกัน

แต่มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆให้ใจชื้นเลยว่าจะมีโอกาสได้ตัวหัวหน้าคืนมาหรือไม่ ตอนนี้พวกเขากำลังกลุ้มใจกับข้อเรียกร้องต่อมาของคนร้ายที่ว่า ให้จับตัวคนที่จะต้องมาที่เมืองใต้พิภพนี้เพื่อเสาะหายาแก้พิษ ถ้านำตัวคนผู้นั้นไปมอบให้พวกมันได้ละก็มันจะยอมคืนหัวหน้าเผ่ากลับมาให้
“เราจะทำตามที่พวกมันเรียกร้องงั้นหรือ?” คนแคระชุดแดงที่ดูท่าทางเหมือนจอมเวทเอ่ยขึ้นด้วยความกลัดกลุ้ม ดวงตาหลังแว่นกลมๆฉายแววร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง "จะให้ทำร้ายคนดีๆที่พยายามตามหายาแก้พิษเพื่อเอาไปช่วยชีวิตคนอื่นเนี่ยนะ ข้าว่ามันจะโหดร้ายเกินไปละมั้ง”
“นั่นสิ พิษพวกนั้นก็เป็นของที่พวกเราทำขึ้นเองด้วย จะว่าไปแล้วคนของเรานั่นแหละเป็นฝ่ายผิด ที่ชอบหนีออกไปเดินเล่นจนโดนจับตัวไปแบบนั้น” คนต่อมาที่พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อยคือคนแคระหญิงชุดเขียว ซึ่งมีผมเปียสีน้ำตาลยาวเกือบลากพื้น ใบหน้ากลมๆดูน่ารักดุจตุ๊กตากำลังยับยู่เพราะความโมโห “ข้าว่าอย่าไปสนใจหมอนั่นเลย อยากหาเรื่องใส่ตัวก็แก้ปัญหาเองเถอะ จะได้เข็ดหลาบเสียบ้าง”
“ท่านบาร์บี้ละก็ จะทอดทิ้งท่านเอ็ดเวิร์ดได้ลงคอหรือ? ยังไงเขาก็เป็นสามีของท่านนะคะ” สาวแคระผมทองคนหนึ่งพูดขึ้นมา ท่าทางสองสาวนี้จะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก “ถ้าท่านไม่ต้องการละก็ ข้ายินดีรับเขามาเป็นสามีของข้าแทนก็ได้นะ”
“ฝันไปเถอะย่ะ ข้าแค่คิดว่าไม่ควรทำร้ายคนอื่นที่ต้องมาโชคร้ายเพราะคนของข้าตะหาก” สาวแคระชุดเขียวที่ถูกเรียกว่าบาร์บี้หันมาจิกตาเอาเรื่องคนที่กล้าขอสามีอย่างหน้าด้านๆ “ถ้าหากมีคนที่สามารถเข้ามายังเมืองแห่งนี้ได้จริง เขาก็น่าจะมีฝีมือสูงส่งพอที่จะช่วยสามีสุดที่รักของข้าได้เช่นกัน เราจึงน่าจะลองต่อรองเรื่องยาแก้พิษกับเขาดูนะ”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านบาร์บี้ ถ้าหากคนที่จะมาคือเด็กหนุ่มที่ท่านเอ็ดเวิร์ดเคยเล่าให้ฟังละก็ เราคงพอมีทางชิงตัวคนของเราคืนมาได้แน่” ผู้เฒ่าประจำเผ่าคนแคระออกความเห็นบ้าง ถึงหนวดเคราและผมเผ้าจะขาวโพลนแต่เพราะร่างกายเล็กจ้อยทำให้เขาดูไม่แก่อย่างที่ควรจะเป็น “ถ้าหากเด็กคนนั้นคือคนในคำทำนายจริงๆละก็ ท่านเอ็ดเวิร์ดคงจะรอดวิกฤติได้อย่างแน่นอน ขอฟันธง”
“แต่ถ้าเป็นไปตามคำทำนายจริง สิ่งที่พวกเราไม่อยากให้เกิดก็จะเป็นจริงขึ้นมาน่ะสิ” จอมเวทแคระฃุดแดงทักท้วงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเราควรจะปล่อยให้ท่านเอ็ดเวิร์ดไปสู่สุคติจะดีกว่า?”
“เจ้าจะบ้าเหรอ ถึงจะเป็นอย่างนั้นคำทำนายก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ช่วยเอ็ดเวิร์ดกลับมาเพื่อช่วยกันหาทางรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นดีกว่า” ผู้เฒ่าตวาดแวดขึ้นมาทันที ถึงจะไม่ค่อยกินเส้นกับหัวหน้าเผ่าสักเท่าไหร่ แต่ในฐานะคนคุ้นเคยมานานจะปล่อยให้ตายไปก็ใช่ที่ “เอาเป็นว่า เรารอดูคนที่จะมาขอยาแก้พิษก่อนดีกว่า ถ้าเห็นว่าเขามีความสามารถพอค่อยต่อรองเรื่องเอ็ดเวิร์ด ที่เหลือค่อยคิดกันทีหลัง” เมื่อผู้เฒ่าสรุปตัดบท ทุกคนจึงต้องยอมรับโดยดี

...บัดนี้ความหวังทั้งหลายแหล่ได้มารวมกันที่ตัวคนๆเดียวอีกครั้งหนึ่ง ความหวังที่จะหายาแก้พิษมาช่วยรักษาชีวิตของจอมเวทสาว ความหวังที่จะช่วยเหลือนำตัวเอ็ดเวิร์ดคนแคระชื่อหรูกลับคืนสู่เผ่า และหวังที่จะหาทางรับมือกับหายนะที่ใกล้จะบังเกิดขึ้นในไม่ช้านี้...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6118 yukai (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 11:02
    ขอบคุณมาก
    #6,118
    0
  2. #5305 ตะวันแห่งราตรี (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 21:01
    ท่านเป็นสุดยอดความหวังของทุกคนจริงๆขอรับ ท่านคามิว
    #5,305
    0
  3. #5295 Petty Bad Girl (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 เมษายน 2554 / 18:12

    โอ้วววว
    คามิวน้อย โดนฝากความหวังลูกใหญ่เลยนะเนี่ย..

    #5,295
    0
  4. #5067 เจตพงษ์ เทพศรี (เจ) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 10:28
    เฮ้อ สุดท้ายนสยก็กลายเป็นความหวังของทุกคนนะ คามิว
    #5,067
    0
  5. #4273 Lux51Forever (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 22:57
    นายคือความหวังของทุกคนเลยนะเนี่ย

    คามิว

    พึ่งรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะเป็นคนสำคัญนะเนี่ย

    สู้ๆนะ คามิว ^^
    #4,273
    0
  6. #4040 เจ้าลูกหมู (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2553 / 00:05

    ดิฉันชอบเรื่องนี้มากมาย จะโหวตให้นะ หวังว่าจะได้ออกเล่มเร็วๆ

    #4,040
    0
  7. #3448 Alisiana (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 21:25
    ใช่ๆๆ
    เอาการ์เดี้ยนไปถถล่มม้านนนน~~!!(วิบัติเพื่อเสียงนะ^^)
    โฮะๆๆ(ขอหัวเราะอย่างแม่มดละกันㅋㅂㅋ'')
    #3,448
    0
  8. #3241 inasba (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:42

    ที่แท้เอ็ดเวิร์ดโดนจับตัวไปนี่เอง

    #3,241
    0
  9. #3212 - - - - (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:05
    หาที่ซ่อนของพวกตัวร้ายและที่คุมขังเอ็ดเวิร์ดให้เจอ แล้วเอากองทัพการ์เดี้ยนไปถล่มเลย 555
    #3,212
    0
  10. #3202 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:51
    การทรมานคนอ่านตาดำๆคนนี้นานๆไม่ดีนะงับ
    #3,202
    0
  11. #3201 WaterSteAm (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:37

    ทรมานพระเอกเป็นสิ่งที่น่าสนุกออก >>> โรงจิต

    โฮโมนครูซซะอย่าง ตายยาก ตายเย็น

    จาเชียร์คามิวต่อไป

    ไปอ่านหนังสือสอบละ

    #3,201
    0
  12. #3198 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:44
    ไรเตอร์ใจร้ายที่สุดเลยอ่ะ ทำร้ายคามิวอยุ่เรือย ๆ เลยอ่ะ

    เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองโกรธ กับคามิวหรือค่ะไรเตอร์



    ถ้าเค้าเป็นคามิวน่ะ คงลำบากใจน่าดูเลยอ่ะ เป็นที่ต้องการ และความหวังของทุกคนเลยอ่ะ
    #3,198
    0
  13. #3196 toy (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:44
    น่าสงสารคามิว ไรเตอร์ใจร้ายทำร้ายคามิวตลอดเลยแล้วเมื่อไหร่ คามิวจะมีความสุขซะที น่าสงสารจังเลย
    #3,196
    0
  14. #3193 DeK_LeaW (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:12
    สงสัยจังว่า...

    ไรเตอร์แค้นคามิวหรอคะ

    เห็นแต่งให้เฉียดตายหลายรอบแล้วอ่ะ

    คามิวเป็นเด็กดีนะ อย่าไปแกล้งเค้าเลย
    #3,193
    0
  15. #3191 ~*>> IN (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:09
    เอ็ดเวิร์ดดังละงานนี้   555+   

    นอกจากขี้ลืม   ยังซุ่มซ่ามจนโดนจับได้เสียอีก   ยังดีนะเนี่ย มีความเนื้อหอมติดตัวบ้าง   ^.^   หุหุหุ   มีสาวมาติดทั้งๆที่แต่งงานแล้วแท้ๆ 

    จะรอพี่แหม่มกลับมาลงตอนใหม่อย่างใจจดใจจ่อเชียว    (>O<)//  ~
    #3,191
    0
  16. #3190 เอกเองครับ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:38
    โถ ที่แท้สาเหตุมาจากเจ้าเอ็ดเวิร์ดนี่เอง อย่างนี้ถ้าช่วยมาได้ ก็หักกลบลบหนี้ได้แล้วสิเนี่ย
    #3,190
    0
  17. #3188 conankun (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:18

    คนแคระเอ็ดเวิร์ดซนนี่เอง
    หายนะอะไรจะเกิดขึ้นนะ
    เอาใจช่วยคามิว แล้วก็ไรเตอร์ด้วย

    #3,188
    0
  18. #3187 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:30

    = =  !!


     ,, คามิว ลำบากนายตลอด

     55 5+   โชว์เทพหน่อยเร๊ววววววว~

    #3,187
    0
  19. #3186 เงามายาแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 04:54
    เล่นซนจนโดนจับ ไม่ได้เรื่องจริงๆ เดือดร้อนคามิวอีกแล้ว - -
    #3,186
    0
  20. #3185 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:18
    คามิวบาดเจ็บอีกแล้ว

    จะมีตอนไหนบ้างที่โชคดีเนี่ย
    #3,185
    0
  21. #3183 ~o~ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 00:01
    *0* คนแต่งนี่เข้าขั้นโรคจิตเลยแฮะ -0- อาหุๆๆๆ แกล้งพระเอกเราจนจะม่องไม่ม่องแหล่หลายรอบแล้วหนิ หึหึ...
    #3,183
    0
  22. #3182 FayHong (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:41
    มิน่าเล่า
    ยังสงสัยอยู่เลย แค่ขอให้คนแคระเอายาแก้พิษมาส่งให้ก็จบแล้ว
    ทำไมต้องลงไปเอาเองด้วย
    ที่แท้ อย่างนี้นี้เองน้อ 
    #3,182
    0
  23. #3181 RayGuard (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:36
    เรื่องชักจะเข้มข้นขึ้นทุกทีแล้ว

    ปมที่ขมวดๆเริ่มจะคลายแล้วสินะ

    กำลังสนุกเลยค่ะ!
    #3,181
    0
  24. #3179 shadowdark (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:40
    ง่าโดนจับไปได้ไงเนี่ยหวังว่าคงไม่ได้จับตัวเองเป็นตัวประกันแล้วส่งจดหมายมาข่มขู่เล่นๆหรอกนะ(แบบว่าว่างจัด)
    #3,179
    0
  25. #3178 เสี่ยวหลงเปา (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:18
    เอ่ยถึงคนแคระ คนแคระก็มา  อะไรจะเรียกได้ทันใจขนาดนี้ 5555
    #3,178
    0