วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 73 : ความสงบก่อนพายุใหญ่(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ช้าไปนิดนึงอย่าเพิ่งว่ากันนะคะ  แหะๆ    ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามอ่านค่ะ    ขอบคุณสำหรับคำผิดที่กรุณาทักท้วงมาด้วยค่ะ  แก้ไขแล้วนะคะ
***+++***+++***


ตะวันลับลา ม่านราตรีสีน้ำเงินเข้มครอบคลุมท้องฟ้า ความมืดหม่นย้อมทุกสีของทุกสรรพสิ่งให้กลมกลืนเป็นสีเดียวกันไร้ซึ่งการแบ่งแยก สายลมเย็นยามค่ำพัดโชยหอบเอากลิ่นหอมกรุ่น ของดอกไม้ที่ส่งกลิ่นยามค่ำคืนบางชนิดกระจายฟุ้งไปทั่ว สร้างบรรยากาศให้น่าพักผ่อนนอนหลับมากยิ่งขึ้น ทว่าบางคนกลับไม่อยู่ในอารมณ์นั้น เนื่องจากมีเรื่องรบกวนจิตใจมากมายจนยากจะข่มตาให้เข้าสู่นิทราได้
คามิลล่าจอมเวทแห่งราชสำนักเองก็เช่นกัน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมลับในห้องทรงอักษรของราชาคาร์ลอส เธอก็เดินกลับมายังห้องทำงานของตนเองในหอคอยจอมเวท เพราะอยากจะรีบค้นคว้าหาข้อมูลความลับเกี่ยวกับจอมมาร ซึ่งส่อเค้าว่าจะคืนชีพมาสร้างความพินาศอีกครั้ง และที่สำคัญมันยังเกี่ยวข้องกับชีวิตลูกชายของตนอีกด้วย ความห่วงใยที่ส่งไปไม่ถึงมันยิ่งค้างคาใจให้ว้าวุ่นจนไม่อาจทนนิ่งเฉยได้
“ท่านคามิลล่า ข้าคิดว่าท่านควรไปพักผ่อนบ้างนะคะ หลายวันมานี้ท่านเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องสมุด มันไม่ดีต่อสุขภาพ” จอมเวทผู้ช่วยคนหนึ่ง ยกน้ำชาร้อนๆมาให้เพราะเห็นว่าคืนนี้ท่านหัวหน้าจอมเวทก็คงจะทำงานต่อไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง “เกิดท่านไม่สบายขึ้นมาพวกเราจะพากันลำบากแย่เลยนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ายังไหว ยังไงก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว” จอมเวทสาวหันมายิ้มให้นิดหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาค้นคว้าข้อมูลจากตำราและคัมภีร์โบราณที่กองสุมบนโต๊ะทำงานต่อไป “เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่ ฝากบอกคนอื่นๆด้วยนะ”
ผู้ช่วยสาวได้แต่ถอนหายใจล่าถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ ทิ้งให้เจ้าของห้องทำงานอย่างที่ต้องการต่อไป เพราะรู้ดีว่าแม้จะพูดด้วยความเป็นห่วงแค่ไหนหัวหน้าตนก็คงไม่ยอมฟัง ถึงจอมเวทสาวคนนี้เก่งกาจและเป็นอัจฉริยะเกินใครๆก็ตาม ทว่าการทำงานโดยไม่พักผ่อนติดๆกันเป็นเวลาหลายๆวันเช่นนี้ มันบั่นทอนทั้งสุขภาพและอารมณ์ จากคนที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสอ่อนโยนกับทุกคน ...กลับกลายเป็นคนเงียบขรึมและตึงเครียด...
ตำราประวัติศาสตร์เก่าแก่และคัมภีร์โบราณหลายๆเล่มถูกเปิดค้างเอาไว้ กองกระดาษที่ใช้สำหรับจดข้อมูลวางกระจัดกระจายเกลื่อนโต๊ะตัวใหญ่ หนังสือที่อ่านแล้วถูกวางกองระเกะระกะไปทั่ว จากห้องที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยมาตอนนี้กลายเป็นห้องที่แทบหาทางเดินไม่เจอ เพราะที่พื้นเต็มไปด้วยหนังสือแทบทุกตารางนิ้ว คามิลล่าค้นตำราทุกเล่มที่มีอยู่ในห้องสมุดนี้เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวสงครามเมื่อพันปีก่อน แต่ทว่า ข้อมูลที่ได้ช่างมีน้อยนิดแถมยังคลุมเครือยากแก่การตีความ
อาจจะเป็นเพราะความเก่าแก่ของพงศาวดารที่มีอายุกว่าพันปี ทำให้ตัวหนังสือเลือนรางไม่ชัดเจน แถมยังเป็นภาษาโบราณที่ยังศึกษาไม่ถ่องแท้ ยิ่งค้นก็ยิ่งหงุดหงิดกับสิ่งที่ตนอ่านไม่ออก เพราะมันอาจจะเป็นข้อมูลสำคัญอันเกี่ยวพันถึงชีวิตของลูกชายที่น่าสงสาร ทั้งๆที่อยากให้เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายและสงบเงียบ แต่ดูเหมือนชะตากรรมจะลิขิตให้เด็กคนนั้นต้องฝ่าฟันความยากลำบากแสนสาหัส ชีวิตที่อุตส่าห์ปกป้องไว้ได้กำลังโดนคุกคามด้วยเงื้อมมือปริศนา แม้อยากจะอยู่ใกล้เพื่อคอยช่วยเหลือก็ทำไม่ได้ ราวกับจะเร่งให้หัวอกของผู้เป็นแม่นั้นร้อนรนจนแทบไหม้ สิ่งที่พอจะดับความกังวลได้ก็มีแต่ทุ่มเทให้กับงานจนไม่มีเวลาฟุ้งซ่านนั่นเอง
.

...ที่นี่... ที่ไหนกันเนี่ย? ทำไมคุ้นตาจังเลย?...
แม้จะมืดทึมทว่าทางเดินนี้ช่างแสนคุ้นตายิ่งนัก สุมทุมพุ่มไม้ที่เรียงรายขนาบทางเดินปูด้วยหินเรียบทอดยาวไปสู่หอคอยสูง ความมืดยามราตรียิ่งทำให้มันดูทะมึนน่าเกรงขามมากกว่ายามกลางวันที่เคยเห็นจนชินตา มายามนี้ดูแปลกไปราวกับไม่ได้มองด้วยตาของตนเอง ขายาวๆก้าวรวดเร็วราวกับวิ่งอีกทั้งยังซ่อนตัวในเงามืด ราวกับอยากจะหลบเร้นให้พ้นสายตาของทหารยาม ร่างเพรียวเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเหมือนกับเป็นเพียงแค่เงาไม้ไหววูบ
...ที่นี่มัน หอจอมเวทในเมืองหลวงโรแลนเดีย ที่ทำงานของท่านแม่นี่นา อ๊ะ! นั่นพี่ทหารยามที่เคยคุยกัน…
ครู่ใหญ่ๆก็มาถึงประตูหน้าหอจอมเวท ทหารยามสองคนหันมาเห็นผู้บุกรุกจึงรีบวิ่งเข้ามาขัดขวาง ทว่าเพียงพริบตาก็ถูกมีดคมกริบเชิอดคอจนสิ้นลมโดยไม่ทันได้ร้องสักแอะ ร่างเพรียวในชุดดำสนิทก้าวข้ามศพของทหารยามเข้าสู่หอคอยจอมเวทอย่างเงียบเชียบ น่าแปลกใจที่ผู้บุกรุกสามารถผ่านข่ายอาคมเข้าไปได้อย่างสบายคล้ายกับใครบางคนไม่มีผิด
ภายในหอจอมเวทสว่างรำไรแต่ไร้ซึ่งเงาของผู้คนเนื่องจากเป็นยามวิกาล ทุกคนจึงพากันกลับไปพักผ่อนกันเกือบหมด จะเหลือก็แต่เพียงจอมเวทสาวที่ยังคงทำงานอยู่ในห้องของตนบนชั้นที่สอง ร่างเพรียวชุดดำสาวเท้าขึ้นสู่ชั้นสองอย่างว่องไวและเงียบกริบราวกับรู้จักลู่ทางเป็นอย่างดี ทว่าต้องชะงักเพราะเสียงกุกกักที่ดังมาตามทางเดิน ร่างในชุดดำกระโดดวูบหายขึ้นไปเกาะอยู่บนมุมมืดของเพดานราวกับไม่ใช่คน จนกระทั่งจอมเวทผู้ช่วยซึ่งเป็นเจ้าของเสียงปรากฏตัวออกมาให้เห็น
...อย่านะ จะทำอะไรน่ะ ปล่อยเขาไปอย่าทำร้ายเขาเลย...
เงาดำโดดวูบลงจากเพดานหลังจากจอมเวทผู้ช่วยเดินคล้อยหลังไปเล็กน้อย มือซึ่งถือมีดสั้นเล่มเดียวกันกับที่ปาดคอยามหน้าประตู ยื่นออกมาจากเงามืดด้านหลังและยังคงทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ร่างบางของจอมเวทผู้ช่วยโชคร้ายร่วงผล็อยหมดลมไปทั้งๆที่ไม่ทันได้รู้สึกเจ็บ และอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกฆ่าตอนไหน ผู้บุกรุกในชุดดำมองร่างไร้วิญญาณราวกับเป็นเพียงแค่เศษธุลีที่เหยียบขยี้ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดบาป
ในที่สุดก็มาถึงห้องทำงานที่ยังคงเปิดไฟสว่างซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ลูกบิดประตูลั่นกริ๊กเบาๆก่อนที่บานประตูจะเปิดอ้าเพียงเล็กน้อยพอให้แทรกร่างเข้าไปภายในห้องได้ เจ้าของห้องยังคงง่วนอยู่กับกองหนังสือจนไม่ได้เฉลียวใจถึงภัยที่มาใกล้ตัว ร่างเพรียวในชุดดำปลอดกระชับมีดสั้นเล่มเดิมในมือ พร้อมกับค่อยๆย่องเข้าหาจอมเวทสาวที่ยังคงนั่งหันหลังให้ มีดคมกริบเงื้อง่าสุดแขนเตรียมที่จะจ้วงแทงเพื่อปลิดชีวิตจอมเวทสาวแห่งราชสำนัก
“คามิลล่า ระวัง!!”
เสียงร้องตะโกนดังมาจากประตูห้อง พร้อมกับร่างสูงสง่าของอัศวินผมดำกระโจนพรวดเข้าใส่ผู้บุกรุก ดาบเล่มงามในมือตวัดเข้าใส่ผู้ที่คิดจะทำร้ายภรรยาของตน ทว่าผู้บุกรุกก็ว่องไวเหลือเชื่อร่างเพรียวในชุดดำดีดตัวหลบคมดาบได้อย่างหวุดหวิด พลางถอยหลังหนีออกห่างจากจอมเวทสาวที่กำลังตกใจ

คริสโตเฟอร์นึกขอบคุณสวรรค์ที่คืนนี้เกิดนึกอยากจะมาชวนคามิลล่ากลับบ้าน พอมาถึงหอคอยจอมเวทก็พบกับศพทหารยามนอนตายในสภาพน่ากลัว ไม่มีร่องรอยการต่อสู้อีกทั้งลำคอถูกปาดด้วยของมีคมจนเกือบขาดในการลงมือครั้งเดียว ...แสดงถึงความโหดเหี้ยมและร้ายกาจของนักฆ่าอาชีพ...
ร่างของผู้บุกรุกเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น เมื่อเจ้าของห้องร่ายเวทจุดคบไฟรอบห้องให้ส่องสว่าง ท่าทางของมันเหมือนเด็กหนุ่มหรือไม่ก็เป็นผู้ชายร่างเล็กสวมชุดสีดำปลอด ส่วนหัวและใบหน้าส่วนบนถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีแดง ทว่ายังคงเผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทรุ่ยร่ายเคลียร์ไหล่ ท่าทางหลบหลีกที่แคล่วคล่องว่องไวสร้างความหงุดหงิดให้แก่คริสโตเฟอร์เป็นอย่างยิ่ง แม้ฝีมือของอัศวินจะเหนือกว่า แต่ทว่าในห้องแคบที่เต็มไปด้วยข้าวของ กลับสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ฝ่ายศัตรูได้เปรียบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ผู้บุกรุกกระโดดหลบไปมาโดยใช้สิ่งของเป็นเครื่องกำบัง อีกทั้งยังซัดอาวุธลับเข้าใส่เป็นระลอก ฝ่ายแม่ทัพอัศวินก็ต้องปัดป้องไปพลางคอยระวังภรรยาจะโดนลูกหลง ถึงจะสู้กันได้ลำบากแต่เรื่องปล่อยให้ศัตรูหนีรอดไปได้นั้นไม่ได้อยู่ในความคิด แต่ที่ยังหวั่นใจอยู่ก็คือว่าเมื่อมีคนร้ายบุกเข้ามาถึงในวังหลวงที่มีการป้องกันเข้มงวดขนาดนี้ ย่อมแสดงว่ามันต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าศัตรูเป็นใคร? มาจากไหน? และใครคือผู้บงการ?
...ท่านพ่อ ช่วยท่านแม่ให้ได้นะ อย่าปล่อยให้เจ้านักฆ่ามันหนีไปได้เด็ดขาด...
คามิลล่าพยายามสนับสนุนด้วยการใช้เวทโจมตีเข้าใส่ศัตรู แต่มันก็ว่องไวหลบไปได้ทุกครั้งทั้งยังรับการจู่โจมของแม่ทัพอัศวินได้อย่างฉิวเฉียด แม้อาวุธจะมีเพียงมีดสั้นทว่าเมื่อชดเชยด้วยสภาพรอบตัวที่ได้เปรียบ รวมทั้งความว่องไวแล้วทำให้การต่อสู้ครั้งนี้สูสีกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ คริสโตเฟอร์พยายามฟาดดาบและกำจัดกองหนังสือที่กำบังไปให้พ้นทางโจมตี จนเริ่มจะเป็นฝ่ายได้เปรียบขึ้นมาบ้างแล้ว
ผู้บุกรุกเริ่มถอยร่นพลางยกมีดสั้นรับการฟาดฟันอันหนักหน่วงของแม่ทัพอัศวินไปพลาง ตามร่างกายเริ่มปรากฏริ้วรอยของบาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วน เลือดสีดำสาดกระเซ็นไปทั่ว แต่เนื่องจากชุดที่มันใส่เป็นสีดำสนิทคริสโตเฟอร์จึงมองไม่เห็นว่าเป็นสีอะไร และคงไม่สนใจจะดูด้วยเพราะสิ่งที่คิดตอนนี้ก็มีเพียงแค่ ...จับเป็นไม่ได้ก็ขอจับตายแล้วค่อยพิสูจน์ศพของมันทีหลังก็พอ...
ดังนั้นการลงดาบจึงยิ่งหนักหน่วงขึ้นเป็นทวีคูณ ปลายดาบเล่มงามรุกไล่โจมตีจุดตายทำให้ฝ่ายศัตรูต้องลนลานปัดป้องสุดกำลัง ขาที่ก้าวถอยหลังเกิดสะดุดล้มหงายหลังเปิดโอกาสให้คริสโตเฟอร์แทงดาบเข้าใส่ ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเองศัตรูตัวร้ายก็ซัดอาวุธลับออกไปทันที

เฟี้ยววว...!! ฉัวะ...!!
อาวุธลับชิ้นสุดท้ายที่มันซัดไปก่อนที่จะโดนดาบอัศวินปลิดลมหายใจ โดนเป้าหมายซึ่งก็คือจอมเวทสาวที่แขนเพียงแค่เฉียดๆเท่านั้น เมื่อเห็นว่าคามิลล่าปลอดภัยถึงจะบาดเจ็บก็ไม่มากมายอะไรนัก คริสโตเฟอร์จึงหันมาพิจารณาผู้บุกรุกร่างเล็กที่นอนตายอยู่ตรงหน้า และเพิ่งจะเห็นว่าโลหิตของมันเป็นสีดำคล้ำผิดกับเลือดของมนุษย์ แต่ทว่าพอเอื้อมมือไปจะถอดหน้ากากออกเพื่อดูหน้าให้ชัดๆ ศพที่อยู่ตรงหน้าก็เกิดปฏิกิริยาเสื่อมสลายละลายกลายเป็นเพียงโคลนเหลวๆไปต่อหน้าต่อตา
“โฮมุนคูลัสค่ะ พอตายร่างกายก็จะสลายไปทันที” คามิลล่าเดินมาหาสามีของเธอ ใบหน้างามเริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆทั้งๆที่บาดแผลไม่สาหัส “คริสคะ อาวุธของมัน… มี…พิษ” พูดยังไม่ทันจบคำ ร่างงามก็ล้มลงในอ้อมแขนของแม่ทัพอัศวินและสิ้นสติไปในทันที
.
"ไม่นะ ท่านแม่...!!?"
หนุ่มผมดำร้องตะโกนพร้อมกับผวาตื่นจากความฝันที่เหมือนจริงจนแทบสัมผัสได้ เหงื่อกาฬหลั่งไหลโทรมกายหอบหนักราวกับเพิ่งวิ่งหนีพญามัจจุราชมาหยกๆ ดวงตาสีทองเบิกโพลงด้วยความตระหนกสุดขีด หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก หวั่นวิตกถึงมารดาสุดที่รักที่เห็นอยู่ในภาพฝัน
"โอ๊ยยย…!?”
ความเจ็บแปรบที่กลางอกแล่นปราดจนต้องเผลอร้องออกมา มือสองข้างจับกำแน่นตรงตำแหน่งที่ทำให้เจ็บปวดจนตัวงอ ที่สำคัญมันยังเป็นตำแหน่งเดียวกับที่คริสโตเฟอร์แทงผู้บุกรุกในความฝัน ใบหน้าหวานเกินชายบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความทรมานอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นอาการทั้งหมดก็หายไปเหลือแต่ความตกใจที่ยังไม่ยอมคลายไปง่ายๆ ภาพของท่านแม่สุดที่รักล้มลงในอ้อมแขนของท่านพ่อ ดวงหน้างดงามของมารดาที่ซีดลงเรื่อยๆนั้น สร้างความหวาดกลัวให้คามิวจนหัวใจแทบหยุดเต้น
หนุ่มน้อยกำลังสับสนหนักเพราะว่าพักนี้เขาฝันบ่อยจนแทบจะแยกไม่ออกแล้ว ว่าอะไรคือความฝันและอะไรคือความจริง แต่เมื่อเป็นเรื่องของท่านแม่ก็ยากจะทำใจให้เชื่อว่ามันเป็นแค่ฝันไร้สาระธรรมดา สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้มันเหมือนจริงเหลือเกิน เหมือนกับว่าเป็นตัวเขาเองนี่แหละที่บุกรุกเข้าไปยังหอจอมเวท เป็นเขาเองที่ลงมือทำร้ายยามและผู้คนที่พบเจอ ทั้งยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยราวกับได้ประมือกับท่านพ่อของตนมาจริงๆไม่มีผิด
“คามิว!? ร้องซะดังเชียว เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” เมอร์เคนเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเป็นคนแรก “เป็นอะไรไปน่ะ หน้าซีดตัวสั่นเชียว ฝันร้ายอีกใช่มั้ยเนี่ย?”
“รุ่นพี่เมอร์เคน ผมจะไปหาท่านอาจารย์ทิวลีนที่ราเชล” คามิวระล่ำระลักบอกรุ่นพี่ผมขาวที่ยืนอึ้งเพราะรับมุขซึ่งเปลี่ยนทิศทางรวดเร็วของรุ่นน้องตัวเองไม่ทัน “อย่าห้ามผมเลยนะครับ ผมมีเรื่องที่ผมอยากจะรู้ให้แน่ชัด ไม่งั้นผมคงทำใจให้สงบไม่ได้แน่ๆ”
ท่าทางของคามิวบ่งบอกชัดเจนถึงความร้อนรน จนเมอร์เคนสงสัยว่าความฝันที่คามิวเห็นอาจจะไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาเสียแล้ว เพราะแค่ฝันมันก็ไม่น่าจะทำให้เหนื่อยหอบและหวาดกลัวได้ถึงขนาดนี้ แต่ด้วยคำสั่งที่ตนได้รับมาโดยตรงจากอาจารย์ใหญ่มีอยู่ว่า อย่าปล่อยให้คามิวออกไปนอกกรุนเบอร์เรียเด็ดขาด ทำให้เมอร์เคนต้องคิดหนัก ใจหนึ่งก็อยากจะปล่อยให้รุ่นน้องทำตามใจ เพราะเห็นสีหน้าท่าทางร้อนรนกระวนกระวายแล้วมันผิดปกติจริงๆ แต่อีกใจก็ไม่อยากปล่อยให้ไป เพราะกลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้น ที่สำคัญคือมันเป็นการขัดคำสั่งและไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่
“พี่คงปล่อยให้ไปไม่ได้หรอก ถ้าจะไปก็ต้องรอพรุ่งนี้เช้าขออนุญาตอาจารย์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยไป” เมอร์เคนยิ้มปลอบใจรุ่นน้องด้วยยังเชื่อว่า ความฝันนั้นถึงจะน่ากลัวแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นความจริง “ใจเย็นๆไว้ก่อนเถอะนะ”
“ผมทนใจเย็นไม่ไหวแล้ว ขอโทษนะครับรุ่นพี่ แล้วผมจะกลับมารับโทษทีหลัง”
คามิวโดดลงจากเตียงและร่ายเวทเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เมอร์เคนจะห้ามทัน วงเวทสีทองปรากฏขึ้นและเริ่มส่องแสงจัดจ้าพร้อมกลืนร่างของเด็กหนุ่มผู้ร่ายอาคม หนุ่มผมขาวตั้งสติได้ก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหา กะว่าจะคว้าตัวออกมาจากวงเวทก่อนจะทำงานสมบูรณ์ แต่ทว่าคามิวกลับรวดเร็วกว่า คาถาที่ยาวกว่าสองหน้าถูกร่ายจบในเวลาเดียวกันกับที่เมอร์เคนเข้าถึงตัวของเขา แสงสว่างจ้าขึ้นและดับวูบลงบ่งบอกว่าวงเวทเคลื่อนย้ายทำงานโดยสมบูรณ์ ...และกำลังส่งเขาทั้งคู่ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ...
วูมมม…!! โครมมม…!!
ร่างของสองหนุ่มหล่นโครมลงมาจากนั้นก็กลิ้งขลุกๆไปชนเข้ากับผนังห้องอย่างแรง เนื่องจากแรงปะทะเมื่อตอนที่เมอร์เคนพุ่งเข้าใส่เริ่มทำงานต่อทันที เมื่อปรากฏตัวที่จุดหมายปลายทาง หนุ่มผมขาวครางหงิงเพราะกลิ้งไปหลายตลบคงฟกช้ำดำเขียวหลายแห่งแน่ๆ แต่เจ้ารุ่นน้องผมดำที่โดนพุ่งชาร์จแบบไม่ทันตั้งตัวตอนกำลังร่ายมนตร์ ซึ่งกลิ้งมาด้วยกันกลับยังนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติง เมอร์เคนหันมาเจอเข้าก็ตาเหลือกรีบพลิกตัวคามิวขึ้นมา ก็ได้เห็นว่ารุ่นน้องของตนสลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว
“เวรแล้วไง มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วจะไปคนช่วยได้ยังไงละเนี่ย? คามิว! เฮ้…คามิว!"
เมอร์เคนพยายามเขย่าตัวรุ่นน้องหวังจะให้รู้สึกตัวขึ้นมาแต่กลับไม่เป็นผล หนุ่มน้อยผมดำยังคงเงียบจนเมอร์เคนชักจะใจไม่ดี พอลองมองรอบตัวเพื่อจะหาคนช่วย เหลียวซ้ายก็มีแต่ห้องทำงานว่างๆ แลขวาก็เห็นแต่ความมืดแสดงว่าเจ้าของห้องคงไม่อยู่ ไม่ต้องเดาให้ยากว่าต้องหลับอยู่เนื่องจากมันดึกดื่นป่านนี้แล้ว แต่ขณะกำลังหันรีหันขวางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา
“…!? คามิว? ทำไมพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วเด็กคนนั้นเป็นอะไรไปน่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หนุ่มผมขาวถอนหายใจโล่งอกที่ได้เห็นว่า ผู้ซึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อนคือมหาปราชญ์ทิวลีน ท่านอาจารย์สูงวัยจับไอเวทของลูกศิษย์ได้จึงรีบมาทั้งๆที่เตรียมตัวจะพักผ่อนแล้ว หลังจากเข้าไปดูอาการของคามิวที่สลบแน่นิ่ง ก็ร้องสั่งเมอร์เคนให้รีบอุ้มรุ่นน้องตามมายังห้องพยาบาลทันที
“คงสลบเพราะใช้พลังเวทมากเกินไป พักสักคืนก็คงจะดีขึ้นเอง” อาจารย์ทิวลีนรู้สึกโล่งอกหลังจากตรวจอาการแล้วพบว่าไม่ได้บาดเจ็บ แต่ที่หลับไปเพราะปัญหาเดิมๆ “สอนให้ควบคุมพลังแล้วก็ไม่รู้จักเอามาใช้ ลืมตัวทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที มันน่าลงโทษให้อยู่ฝึกวิชาที่นี่สักปีจริงๆ ว่าแต่พวกเจ้าพากันมาที่นี่ทำไม มีเรื่องอะไรรีบด่วนรึเปล่า?”
“ขอโทษครับท่านทิวลีน ที่จริงข้าไม่ใช่คนที่ต้องการจะมาที่นี่หรอกครับ” เมอร์เคนรีบชี้แจงแถลงไขให้อาจารย์สูงวัยทราบความจริง “มันเกิดความผิดปกติขึ้นกับคามิว ระยะหลังมานี้เขาฝันร้ายซ้ำๆกันทุกคืน แต่รู้สึกว่าคืนนี้จะแปลกไปกว่าที่แล้วมา ท่าทางของเขาดูหวาดกลัวแล้วก็ร้อนรนมาก บอกว่าจะมาพบท่านให้ได้ แม้ข้าจะห้ามก็ไม่ยอมฟัง ไปๆมาๆข้าก็เลยติดมากับเขาด้วยนี่แหละครับ”
“ฝันร้ายงั้นรึ? งั้นคงต้องรอให้เขาฟื้นก่อนค่อยซักถามรายละเอียดอีกที คืนนี้เจ้าก็พักอยู่กับเขาในห้องนี้แหละนะ เดี๋ยวข้าจะให้อาเบลมาคอยช่วยดูแลก็แล้วกัน”
มหาปราชญ์หรี่ตามองไปยังลูกศิษย์เจ้าปัญหาที่นอนนิ่งบนเตียงอย่างใช้ความคิด เนื่องจากพอจะคาดเดาอะไรได้ลางๆ ซึ่งถ้าเกิดเป็นความจริงขึ้นมาคงเป็นปัญหาใหญ่ สงสัยว่าคืนนี้คงจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะคงต้องเตรียมการต่างๆเอาไว้เพื่อรับมือให้พร้อม หากศัตรูยังคงพยายามที่จะชิงตัวหนุ่มผมดำคนนี้ไปให้ได้ละก็ เห็นทีจะต้องเอาจริงและลองสู้กันให้เต็มที่สักตั้ง
สายลมยามดึกของราเชลเย็นสบาย เพราะเป็นเกาะอยู่กลางทะเลอากาศจึงสดชื่น อีกทั้งเสียงซัดซ่าของเกลียวคลื่นซึ่งกระทบชายฝั่งฟังแล้วช่างเพลิดเพลิน ผ่อนคลายจิตใจที่ตึงเครียดได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่กะว่าจะคอยนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนหนุ่มแว่น แต่เมื่อเจอกับลมเย็นๆอากาศดีๆมีเสียงเห่กล่อมราวกับอยู่บนสวรรค์ สำหรับคนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอย่างเมอร์เคนจึงเคล้มหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เข้าสู่ภวังค์ไปนานเท่าไหร่ไม่รู้แต่เมอร์เคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวายข้างตัว พอลืมตาก็เห็นใบหน้าเครียดๆที่แสนคุ้นของจอมเวทแว่นหนา อีกทั้งมหาปราชญ์ทิวลีนรวมทั้งผู้ช่วยกำลังร่ายเวทรัวเร็ว เพื่อสร้างวงเวทขึ้นล้อมรอบเตียงซึ่งรุ่นน้องตนกำลังนอนอยู่ และมาหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังลอยอยู่เหนือร่างของคามิว
ลักษณะท่าทางของสิ่งนั้นดูคล้ายสิ่งมีชีวิต และสิ่งเดียวที่เด่นชัดอยู่บนส่วนหัวกลมใหญ่โตของมันก็คือดวงตาขนาดยักษ์ ที่กำลังเบิกโพลงฉายแววแห่งความบ้าคลั่ง ลำตัวที่ดูคล้ายหมูตัวอ้วนทว่าแทนที่จะมีขาสี่ข้างกลายเป็นระยางคล้ายหนวดปลาหมึกยุบยั่บ หนวดพวกนั้นเกาะเกี่ยวร่างของคามิวเอาไว้แน่น ส่วนปากที่อยู่ด้านล่างกำลังดูดกินลำแสงสีทองระยิบระยับที่แผ่กระจายออกมาจากร่างหนุ่มผมดำ ทั้งร่างของมันเป็นสีดำคล้ำคล้ายกับปีศาจแห่งความมืดที่เคยไปอาละวาดในกรุนเบอร์เรียไม่มีผิด
“นั่นมันตัวอะไร? มันทำอะไรคามิว?” หนุ่มผมขาวเรียกดาบของตนออกมาเตรียมพร้อม พลางร้องถามเสียงหลงด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้องคนโปรด
“มันคือซัคคิวบัส ปีศาจความฝันที่คอยกัดกินพลังชีวิต ใครที่โดนมันสิงจะฝันร้ายและอ่อนแอลงเรื่อยๆ บางคนอาจจะกลายเป็นบ้าไปเลยก็มี ยังดีนะที่ท่านอาจารย์สงสัยเลยส่งข้ามาคอยเฝ้าเอาไว้”
จอมเวทแว่นหนาอธิบายให้เมอร์เคนฟังถึงสรรพคุณของสัตว์ประหลาดหายากตัวนี้ ธรรมดาแล้วซัคคิวบัสจะปรากฏตัวออกมาก่อกวน ก็ต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติบ้านเมืองเข้าสู่กลียุคผู้คนตกทุกข์ได้ยาก และคนที่มันจะเข้าสิงได้ก็มีแต่คนจิตตกหรือมีความกังวลหนัก ซึ่งคามิวเองก็เข้าข่ายอย่างมาก เมื่อทิวลีนได้ฟังเมอร์เคนเล่าอาการของลูกศิษย์ให้ฟังก็เริ่มสงสัย จึงสั่งให้อาเบลมาคอยจับตาดูเอาไว้ หากเห็นว่าคามิวเริ่มทุรนทุรายฝันร้ายอีกละก็ให้รีบไปตามทันที
“เรียกมันออกมาปรากฏตัวนั้นง่ายก็จริง แต่ว่า…” อาเบลมีสีหน้าเครียดจัด ริมฝีปากของจอมเวทหนุ่มเม้มเป็นเส้นตรงบ่งบอกถึงความกังวล “คนที่จะกำจัดมันได้ก็คงมีแต่คามิวเท่านั้นแหละ”
“แต่คามิวยังไม่รู้สึกตัวนี่นา แล้วจะกำจัดเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นได้ยังไงล่ะ?” เมอร์เคนเป็นงงเพราะเห็นๆอยู่ว่ารุ่นน้องตนกำลังหลับสนิท ถึงจะมีท่าทางทรมานอยู่สักหน่อยก็ตาม “แล้วจะปลุกยังไงดี เอาน้ำสาด หรือให้เอาดาบจิ้มดีล่ะ”
มหาปราชญ์หันมาถลึงตาใส่หนุ่มผมขาวจอมกวนที่พูดจาไม่ดูกาลเทศะ เพราะที่พวกตนกำลังทำอยู่นี้ก็คือการส่งแรงไปช่วยคามิวให้ต่อสู้กับฝันร้ายที่คอยรังควาญ และหากเขาสามารถคืนสติเอาชนะศัตรูในความฝันนั้นได้ก็จะหลุดพ้นจากการควบคุมของซัคคิวบัส จากนั้นการกำจัดก็จะไม่มีอะไรยุ่งยากอีกต่อไป ที่ทำได้ตอนนี้ก็มีแต่ตรึงเจ้าซัคคิวบัสให้ปรากฏร่างจริงอยู่เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าคามิวจะตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย
…ที่นี่คือที่ไหน? ทะเลทราย…? ที่เราเคยฝันเห็นบ่อยๆนี่นา…
แคร้งงง…!! แคร้งงง…!! แคร้งงง…!!
เสียงลากโซ่ดังก้องสะท้อนไปมากับความเวิ้งว้างว่างเปล่า ผืนทรายทอประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงตะวัน ทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดสายตาทว่าไร้ชีวิตช่างเปล่าเปลี่ยวและเงียบเหงา มือเท้าหนักอึ้งเพราะถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเส้นโตที่ร้อนราวไฟคอยนาบอยู่แนบเนื้อ แสงแดดยิ่งร้อนแรงแผดเผาให้หมดเรี่ยวแรงอย่างไร้ความปราณี แม้จะเหนื่อยล้าแค่ไหนก็ยังคงต้องก้าวเดินหน้าต่อไป หากหยุดลงเมื่อใดผู้คุมใจร้ายก็จะใช้แส้ฟาดจนเนื้อแตกลายเจ็บปวดแสนสาหัสไปทั้งตัว
…สู้มันสิ อย่ายอมแพ้ เจ้าต้องเอาชนะมันให้ได้… เสียงกระซิบแผ่วเบาดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ปลุกสติของนักโทษให้ชะงักการเดินไปสู่ความตาย …จะแพ้ไม่ได้ จงกลับมาเถอะ คามิว!…
พริบตาที่ชื่อถูกเรียก ร่างของหนุ่มผมดำที่นอนนิ่งมาตลอดเกิดการกระตุกอย่างแรง ดวงตาสีทองเบิกโพลงขึ้นพร้อมกับดาบเล่มงามที่ถูกเรียกมาไว้ในมือ เพียงตวัดวูบเดียวโซ่แห่งฝันร้ายที่เคยพันธนาการวิญญาณก็ถูกตัดขาดสะบั้น ซัคคิวบัสกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเหยื่ออันโอชะดิ้นหลุดรอดไปได้ มันยังคงพยายามใช้หนวดของมันคว้าจับร่างหนุ่มผมดำไว้สุดฤทธิ์ แต่ทว่าจอมเวททั้งสามที่คอยจังหวะอยู่แล้วจึงรีบร่ายเวทผนึกตรึงร่างมันให้นิ่งค้าง จากนั้นดาบของเมอร์เคนและคามิวก็จ้วงแทงเข้าสู่ร่างอันแสนอัปลักษณ์ของมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
กรี๊ดดดดดด…!!
เสียงกรีดร้องค่อยๆเงียบลงพร้อมกับร่างของสัตว์ประหลาดที่สลายหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือแต่เพียงเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของคนที่เป็นอาจารย์และรุ่นพี่ กับเสียงหอบเหนื่อยของคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายมาหยกๆ หนุ่มน้อยลุกขึ้นนั่งตั้งสติเพื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คามิวยังคงสับสนและไม่แน่ใจว่าเรื่องทั้งหมดจะมีสาเหตุมาจากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวเมื่อกี้นี้ทั้งหมดหรือไม่

…ฝันร้ายเคลียร์ไปได้อย่างหนึ่งแล้วสินะ? แล้วฝันอีกเรื่องนั่นล่ะ จะเป็นเพราะซัคคิวบัสแน่หรือ?…
“อาจารย์ครับ ส่งผมกลับไปที่โรแลนเซียได้ไหมครับ?” คามิวอ้อนวอนผู้เป็นอาจารย์อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมันสำคัญกว่าชีวิตของตัวเอง “ได้โปรดเถอะครับ แล้วผมจะยอมทำตามคำสั่งของอาจารย์ทุกอย่างเลย แต่ตอนนี้ช่วยส่งผมกลับโรแลนเซียทีเถอะ”
“เจ้าจะกลับไปทำไมกัน? พอจะบอกเหตุผลให้ฟังได้ไหม?” มหาปราชญ์ทิวลีนขมวดคิ้วกับความผิดปกติของลูกศิษย์จอมป่วน เพราะตอนนี้เจ้าตัวดีลงมานั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอกลับบ้าน ที่สำคัญท่าทางของคามิวดูร้อนรนเหมือนที่เมอร์เคนบอกไว้ไม่มีผิด “เมอร์เคนบอกข้าว่าเจ้าฝันร้าย เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าเจ้าฝันเรื่องอะไรกันแน่?”
“ผม…ฝันว่าท่านแม่… ท่านแม่ถูกโฮมุนคูลัสลอบทำร้าย มันเหมือนจริงมากทั้งเสียงทั้งสัมผัสแล้วก็ความเจ็บปวด เหมือนกับว่าคนที่ลงมือทำคือผมเอง แม้ตอนสะดุ้งตื่นขึ้นมาสัมผัสพวกนั้นก็ยังคงชัดเจนจนผมไม่แน่ใจว่าเป็นความฝันหรือความจริง”
คามิวเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้อาจารย์จอมเวทฟังอย่างไม่ปิดบัง เพราะต้องการให้ทิวลีนหาทางพาตนกลับไปโรแลนเซียให้เร็วที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่ามารดาสุดที่รักยังปลอดภัยดีหรือมีภัยเช่นในความฝันกันแน่ มีแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่คามิวต้องการพิสูจน์ให้แน่ชัดลงไปเพื่อความสบายใจ ...ไม่อย่างนั้นคงเป็นห่วงกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ...
“ได้โปรดเถอะครับ ช่วยส่งผมกลับไปโรแลนเซียทีเถอะ ถ้าไม่ได้ไปดูด้วยตาตัวเองละก็ผมคงทนไม่ได้ ขอแค่ไปเห็นว่าท่านแม่ปลอดภัยดีก็พอแล้วครับ”
“ข้าก็ขอร้องด้วยครับ คามิวไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนะครับอาจารย์” อาเบลช่วยอ้อนวอนอีกแรงเพราะเห็นใจคามิว เนื่องจากหนุ่มแว่นรู้ดีว่ารุ่นน้องของเขาคนนี้รักครอบครัวมากแค่ไหน ยิ่งกับคามิลล่าผู้เป็นมารดาด้วยแล้วคามิวจะให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
“รอให้เช้าเสียก่อน แล้วข้าจะส่งเจ้ากลับไปโรแลนเซีย” ทิวลีนมองเหล่าลูกศิษย์ของตนอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ตอนแรกก็ไม่อยากจะให้ไปนักหรอก แต่เมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความมุ่งมั่นก็ต้องยอมแพ้ และถึงแม้จะคัดค้านหรือห้ามปรามอย่างไรเจ้าเด็กตัวแสบคนนี้ก็คงจะหาทางไปจนได้นั่นแหละ “คืนนี้จงนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ พอรุ่งเช้าเราจะได้เดินทางกันทันที”
“ขอบคุณครับ” คามิวมีสีหน้าโล่งใจขึ้นบ้างเล็กน้อยที่อาจารย์ยอมช่วยเหลือ เพราะว่าไม่ได้สร้างประตูเอาไว้ก็เลยสามารถเดินทางกลับไปยังโรแลนเซียด้วยตัวเองได้ “เรื่องนี้อย่าบอกรินเซ่นะครับ ผมไม่อยากให้น้องเป็นห่วง”
“เห็นจะไม่ได้ ยังไงน้องสาวเจ้าก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี” อาจารย์จอมเวทจ้องหน้าลูกศิษย์ผมดำที่กำลังมองสบด้วยสายตาอ้อนวอนเต็มที่ “เพราะว่าคนที่จะเป็นสารถีพาเจ้ากลับไปที่บ้าน ก็คือน้องสาวของเจ้านั่นแหละ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6112 yukai (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 15:21
    เป็นพระเอกที่มืดมนมากเลย
    #6,112
    0
  2. #4244 Lux51Forever (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 03:10
    อ่านแล้วเครียดแทนคามิวแฮะ

    พ่อหนุ่มเนื้อหอม

    ไม่ว่าจะหญิงสาวหรือปัญหา

    วิ่งมาหากันทั่วหน้าเลยทีเดียว

    แล้วโฮมุนคูลัสนั่นอีก

    จะใช่ตัวที่เคออสสร้างขึ้นมารึเปล่านะ
    #4,244
    0
  3. #3604 loli (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 01:07
    โอยย..

    เครียดๆๆๆ

    เครียดเเทนคามิวปัญหาเยอะจัด 555

    สงสารจัง!
    #3,604
    0
  4. #3084 เอกเองครับ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:47
    ขอให้เป็นแค่ฝันร้ายจริงๆเท่านั้นเถอะ
    #3,084
    0
  5. #3083 black-kitty (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:56
      ผิดอีกแล้วรึนี่    สับสนระหว่าง อินคิวบัสกับซัคคิวบัสอยู่เหมือนกัน  แต่จำไม่ได้ว่าตัวไหนตัวผู้ตัวเมียง่ะ
    ขอแก้นะคะ  แบบว่าไม่วายค่ะ  ขอบคุณ คุณ  Melze มากมายที่อุตส่าห์ทักท้วงมา  จะรีบแก้ไขทันทีค่ะ  
    ส่วนท่านที่ถามว่าเพลงหายไปไหนนั้น  โค้ดมันเน่าค่ะ   เข้าใจว่าเป็นก้นหลายคนที่อยู่ๆมันก็ไม่เดินเลยเอาออกซะ
    ไว้จะหามาใส่ให้ใหม่นะคะ  แต่ช่วงนี้คนเขียนค่อนข้างยุ่งมากๆงานค้างอย่างแรง แต่ไม่ได้ค้างที่ตัวคนเขียนแต่ดันค้างที่เจ้าของงานน่ะค่ะส่งวัศดุมาให้ไม่ครบงานก็เลยไม่เสร็จซะที  ต้องขออภัยล่วงหน้าหากช่วงนี้จะอัพล่าช้าไปบ้าง กำลังเขียนตอนต่อไปอยู่ค่ะ  ภาคนี้รินเซ่คงมีบทเยอะพอสมควรละค่ะ  ไว้รออ่านกันนะคะ
    #3,083
    0
  6. #3082 shadowdark (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:21
    อินคิวบัสอะถูกแล้วอย่าลืมสิเรื่องนี้ออกแนวY
    #3,082
    0
  7. #3081 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:45
    เย้.....................ได้อ่านแล้วหลังจากหายไป 2-3 วัน สนุกมากเลยอ่ะ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะสู้ ๆ
    #3,081
    0
  8. #3080 Melze (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:59
     ทำไมถึงเป็นอินคิวบัสมาก่อกวนคามิวละครับ

    มันน่าจะเป็นซัคคิวบัสมากกว่านา เพราะว่าตามตำนานแล้ว2ตัวนี้ส่วนใหญ่จะเล่นงานเพศตรงข้ามหนิครับ

    แต่ก็ไม่เป็นไรครับ แค่ถามเฉยๆ ^ ^"
    #3,080
    0
  9. #3079 ~*>> IN (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:52

    ว้าว   รินเซ่เป็นสารถี   *0*

    ขอบทรินเซ่เยอะๆครับ   น้องเขาโชว์ตัวในภาค 1-2 น้อยเหลือเกิน   ภาคนี้ขอเยอะๆหน่อย   >w<  ~

    #3,079
    0
  10. #3078 vvvvv (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:10
    หนุกดี

    แต่เพิ่งเอะใจ

    ช้าไปนิด

    เพลงไปไหนแล้วหรอ
    #3,078
    0
  11. #3077 DeK_LeaW (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:25

    เช้าไวๆ

    #3,077
    0
  12. #3076 juno (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:56
    คิดถึงรินเซ่จังไม่มีบทตั้งนาน เพิ่มบทเยอะๆนะชอบ
    #3,076
    0
  13. #3075 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:34

    ชอบรินเซ่ !!!


     5 5+ เดวเมอร์เคนคู่กับรินเซ่ ชัวร์ !!

    #3,075
    0
  14. #3072 inasba (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:03

    โหที่ฝันร้ายเพราะตัวนี้เองหรอนิ

    #3,072
    0
  15. #3071 kataiyai (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:11

    ทีแรกคิดว่ารินเซ่จะเป็นนางเอกซะอีก

    #3,071
    0
  16. #3070 M@ya (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:16
    เดี๋ยวรินเซ่จะกลับมามีบทแล้วใช่มั้ย



    คิดถึงคู่พี่น้องคู่นี้จัง
    #3,070
    0
  17. #3067 pippin_pie (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:34
    ดูเครียดจังค่ะ...

    คนอ่านเครียด...อย่างนี้ต้องรีบมาต่อนะคะ

    สงสารคามิวอ่ะ...(ToT)
    #3,067
    0
  18. #3066 ViViD ^^ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:42
    ตายแล้วเกิดอะไรขึ้นน่ะคามิว ว 
    ไรเตอร์ ค้างงงงง ง !!!!
    #3,066
    0
  19. #3065 เอกเองครับ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:33
    จะเป็นแค่ความฝันหรือเปล่า แล้วคามิวถูกควบคุมในความฝันหรือเปล่า รอลุ้นให้อาจารย์ช่วยได้ครับ
    #3,065
    0
  20. #3064 dek-dd-na (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:56

    เข้ามาดูทุกวันเลยค่ะ แต่ขอรอจนครบ 100% แล้วค่อยอ่านนะคะ
    จะได้ไม่ค้าง แฮะแฮะ

    #3,064
    0
  21. #3063 lichee (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 02:45
     นึกถึงแฮร์รี่อ่ะ

    ภาคอะไรจำไม่ได้แล้ว

    ที่แฮร์รี่โดนโวลเดอรืมอร์ควมคุมความคิดเป็นงูโดยไม่รู้ตัว

    แล้วไปทำร้ายอาเธอร์เข้าอ่ะ

    มันจะคล้ายกันไหมนะ
    #3,063
    0
  22. #3061 toyo_jeab (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:31

    love u คามิว

    #3,061
    0
  23. #3058 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:31

    นี่เดานะ ! ก็ที่บอกว่าเลือดของคามิวอยู่นิดนึงไง

    เลยเอามาสร้างโฮมุนคูลัสอีกกี่ตัวก็ได้ ใช่มั้ยหล่ะ แต่สงสัยโฮมุนคูลัสมีเลือดคามิวเยอะไปหน่อย เลยเอาความคิดมาด้วย ??

    5 5 5+

    หรือ ยังไง ??   ^ ^ ??

    #3,058
    0
  24. #3057 black-kitty (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:19
    ใจเย็นๆค่ะนักอ่านทุกท่าน   เก็บความงงไว้รอเฉลย   คืนนี้จะอัพให้อ่านกันให้หายงงแน่นอน  คงอยากรู้กันแล้วสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น  คามิวฝันไป?  หรือเป็นตัวคามิวที่ไปเองจริงๆ?  คามิลล่าจะเป็นยังไง?   มีแต่ปริศนาทั้งนั้นเลยเนอะ  หุหุ

    #3,057
    0
  25. #3056 Dreamever (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:40
    จริงๆอยากบอกว่า สนุกมาก แต่อ่านตอนนี้แล้ว อยากพิมพ์ว่า...งง 
    #3,056
    0