วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 72 : ลางบอกเหตุ(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ครบละค่ะ กว่จะอัพได้แทบแย่เลย  ไม่รู้ว่าระบบรวนหรือเน็ตไม่ดีกันแน่  ขอโทษท่านผู้อ่านด้วยนะคะ อาจจะเอื่อยไปนิดรอขมวดเข้าสู่ปมปัญหาแล้วก็จะไม่ช้าละค่ะ  ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ยังกรุณาติดตามอ่านอยู่ค่ะ แหะๆ
**++**++**++**


"เคออสสส…! เจ้าหน้าโง่!"
เสียงกึกก้องกัมปนาทสั่นสะเทือนวิหารโบราณซึ่งอยู่ในโพรงถ้ำใต้ดินจนหินย้อยร่วงกราว เปลวไฟในกระถางกลางห้องโถงลุกโพลงราวกับเพลิงพิโรธของจอมมารทมิฬ ทั้งที่อีกเพียงก้าวเดียวความหวังตลอดพันปีก็จะเป็นความจริงขึ้นมาแล้วแท้ๆ แต่มันกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะอสุรกายงี่เง่าของเคออสเพียงตัวเดียว
“ทั้งๆที่ข้าเกือบจะได้กลับมาสู่โลกนี้แล้ว เพียงแค่เจ้าปักมีดลงไปปลิดชีวิตของมัน… เพียงแค่นี้เจ้าก็ยังทำพลาด”
จิตอันดำมืดล้นทะลักสร้างความกดดันจนเคออสต้องหมอบคู้อยู่กับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองนายเหนือหัวของตน เพราะแผนที่อุตส่าห์วางไว้อย่างดีต้องประสบกับความล้มเหลว กองทัพอสุรกายที่หวังว่าจะได้มาไว้ในกำมือต้องมลายหายวับไปกับตา หากเคออสสามารถครอบครองร่างของราชาไกอุสได้หลังจากอัญเชิญจอมมารลงมาจุติได้สำเร็จ แผ่นดินพรีมิวเลียจะกลายเป็นขุมกำลังที่สำคัญในการดำเนินแผนการณ์ยึดอำนาจ อาณาจักรโรแลนเซียก็จะต้องพบกับหายนะ ด้วยฝีมือของจอมมารในร่างของเด็กหนุ่มผมดำคนนั้น
“ข้าอุตส่าห์รอคอยวันที่จะได้กลับคืนสู่โลกนี้ รอคอยที่จะได้แก้แค้นสายเลือดแห่งซาเรียส เจ้ามนุษย์ที่บังอาจกักขังข้าไว้ในโลกแห่งความมืด ถ้าทำลายผนึกแห่งสายเลือดได้ละก็ ข้าจะสามารถคืนสู่ร่างเดิมโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งภาชนะชั้นต่ำอย่างโฮมุนคูลัสทรยศตัวนั้น เจ้าหาสายเลือดแห่งซาเรียสเจอหรือยัง? เคออส”
“อภัยให้ข้าด้วยเถิดนายท่าน ร่างของข้าถูกทำลายเหลือเพียงเศษเสี้ยวแห่งวิญญาณทำให้ไม่สามารถใช้พลังอำนาจได้ หากจะทำการอันใดก็จำเป็นต้องสร้างร่างกายใหม่ให้สำเร็จก่อน นายท่านโปรดให้เวลาข้าอีกสักนิด”
“ข้าให้เวลาเจ้ามากเกินพอแล้ว เคออส จงจำไว้ว่าต่อจากนี้จะไม่มีโอกาสให้เจ้าได้แก้ตัวอีกต่อไป จงทำงานที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จก่อนเวลาแห่งพันธะสัญญาจะมาถึง จงหาสายเลือดแห่งซาเรียสให้พบ หรือไม่ก็จับเจ้าโฮมุนคูลัสตัวนั้นมาให้ได้”
“ขอรับนายท่าน ข้าจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้” เคออสหวาดกลัวนายเหนือหัวจนร่างปลอมของมันสั่นระริกจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดฟ้องว่าหาใช่ร่างเนื้อที่มีชีวิต “ข้าขอเอาชีวิตอันไร้ค่านี้เป็นเดิมพัน ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของท่านกลับมา เพื่อบรรณาการแด่นายท่าน”
“ข้าเบื่อที่จะฟังคำประจบสอพลอของเจ้าเต็มทีแล้ว เคออส! จำไว้ให้ดีว่า ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าล้มเหลวอีกต่อไป”
“ขอรับนายท่าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด” แม้จะสิ้นเสียงโกรธเกรี้ยวที่แสนจะกดดันจนวิญญาณแทบจะแหลกสลาย เคออสยังคงหมอบนิ่งอยู่กับพื้นราวกับเป็นเพียงแค่กองเศษผ้าขี้ริ้วเก่าๆ “อ๊ะ! ข้อต่อเอวหลุดหรอกเหรอเนี่ย? มิน่าล่ะถึงขยับไม่ได้”
หลังจากพยายามซ่อมข้อต่อของตุ๊กตาที่เป็นร่างชั่วคราวแล้ว พ่อมดดำเคออสก็เดินมายังอีกห้องที่มืดทึบทึมเพราะมีคบไฟเล็กๆที่ผนังเพียงอันเดียว ร่างสีคล้ำของอสูรสาวอิกนีสถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นโตอยู่ในหลุมที่มืดมิดกลางห้อง ทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยเลือดแห้งกรัง เคออสทำโทษอิกนีสอย่างโหดร้ายด้วยความโมโหที่เกินจะห้ามใจ และยังคงคิดว่าถึงแม้จะฆ่าอิกนีสให้ตายไปเสีย ก็ยังไม่สามารถชดใช้ให้กับความล้มเหลวของแผนการณ์ ที่อุตส่าห์เสียเวลาเสียแรงดำเนินการมาอย่างดีนั้นได้
ทั้งๆที่วาดฝันเอาไว้ว่าเมื่อแผนขั้นแรกสำเร็จเสร็จสิ้น ก็จะถึงเวลาที่นายเหนือหัวจะได้ทวงความแค้นเอาคืนความอัปยศเมื่อพันปีก่อน แทนที่จะได้รับคำชมกลับเกือบต้องเหลือแต่ชื่อเพราะความพิโรธของจอมมารผู้เป็นเจ้านาย ทั้งที่หวังว่าอิกนีสน่าจะทำงานได้เรื่องได้ราวมากกว่านี้ แต่นอกจากจะไม่ได้เรื่องแล้วยังตาถั่ว ไปช่วยเหยื่อบูชายัญให้รอดพ้นความตายที่อยู่แค่เอื้อมแทน ...มันน่าแค้นใจเหลือเกิน...
“อิกนีส! ข้าคิดผิดจริงๆที่เลือกแก ข้าน่าจะปล่อยให้แกเน่าตายอยู่ในหลุมมิติก็คงจะดีหรอก ถ้าแกไม่มาขัดขวางข้าป่านนี้นายท่านก็จะได้มาจุติ แผนการณ์ของข้าก็คงบรรลุเป้าหมาย นายท่านก็จะเมตตาข้ามากกว่านี้”
เคออสก่นด่าไปพลางใช้แส้หนังฟาดร่างสีดำคล้ำของนางอสูรไปพลาง สักพักมันก็ต้องหยุดมือเพราะร่างที่เป็นเพียงแค่ตุ๊กตาไม้เก่าๆแถมข้อต่อก็ไม่ค่อยดีนั้น มันทนต่อการใช้แรงงานหนักๆไม่ไหว หลังจากพ่อมดดำกลับมายังวิหารใต้ดินอย่างสะบักสบอมบอบช้ำ เคออสจำเป็นต้องรีบสร้างร่างสถิตใหม่ของตนอย่างรีบด่วน ร่างชั่วคราวเร่งรีบหามาทดแทนก็เป็นเพียงแค่ตุ๊กตาไม้ที่ไม่ต่างอะไรจากร่างของกรานิส และด้วยความคิดที่ว่าร่างใหม่จะต้องแข็งแกร่งและมีพลังมากกว่านี้ เคออสจึงได้ลงมือสร้างโฮมุนคูลัสอีกครั้ง โดยใช้เลือดของคามิวที่มันได้มาโดยบังเอิญเป็นส่วนประกอบ
“ข้าจะสร้างกองทัพของข้าขึ้นมาเองก็ได้ ส่วนแก เจ้าอิกนีส! ข้าจะต้องลงโทษแกให้สาสม อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้แกได้ออกไปเสวยสุขข้างนอกนั่นอีก” เคออสร่ายมนตร์เสกหินก้อนใหญ่ปิดปากหลุมที่คุมขังอิกนีสเอาไว้ทันที “ข้ายังไม่มีเวลาส่งแกกลับไปอยู่ในหลุมมิติ เพราะฉะนั้นจงทรมานอยู่ในนี้ไปก่อนก็แล้วกัน”
กรี๊ดดด…!! กรี๊ดดด…!! กรี๊ดดด…!!
อิกนีสกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงของมันไม่ได้เล็ดลอดออกไปถึงหูเคออสแม้แต่น้อย ผนังหินแกร่งในหลุมถูกเล็บสีดำแหลมคม จิกข่วนเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นจนแทบระเบิดปรากฏเป็นริ้วรอยไปทั่ว หากไม่มีโซ่เส้นใหญ่ที่ล่ามมือเท้าไว้ละก็ มันคงสามารถพังทลายก้อนหินปากหลุมให้กระจุย และหนีกลับไปกรุนเบอร์เรียซึ่งเป็นรังของมันได้อย่างสบาย แต่มันก็ทำได้แค่คิดเพราะเคออสคงไม่ยอมปล่อยให้อิกนีสได้ออกไปสู่แสงสว่างอีกเป็นแน่
“คา…มิว” นางอสูรสาวส่งเสียงคร่ำครวญเรียกชื่อยอดดวงใจแผ่วเบา ดวงตาสีแดงฉานฉายแววหม่นหมอง น้ำตาที่ไม่เข้ากับใบหน้าอัปลักษณ์กำลังเอ่อล้น และมันกำลังจะท่วมหัวใจที่บอบช้ำของอิกนีสจนสุดจะทานทนต่อไปได้ “กรี๊ดดด… คา… มิววว…”
ความรักที่ไม่มีทางสมหวังกลับกลายเป็นดั่งมีดปักตรึงอยู่กลางใจ ความเจ็บแปรบคอยบ่อนทำลายให้สติที่มีน้อยนิดอยู่แล้ว ยิ่งเข้าขั้นวิปลาศคลุ้มคลั่ง ความมืดที่เคยโอบล้อมจนเคยชินกลับทำให้ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวจนแทบเสียสติ บัดนี้ อิกนีสลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น ทั้งเคออสผู้เป็นนาย ทั้งเป้าหมายที่มันต้องกระทำ เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงประทับในมโนสำนึกโดยไม่มีวันเลือนหาย ...สิ่งนั้นก็คือ คามิว ทีเอเนีย หนุ่มน้อยผมดำผู้เป็นยอดดวงใจนั่นเอง...
ณ โรงเรียนการปกครองกรุนเบอร์เรีย
"บ้าที่สุด ทำไมพวกเธอถึงทำแบบนี้? ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าถ้ามันหลุดมาค่อยโจมตีน่ะ” โครอลวีนแตกเพราะห้องทำงานเละเทะ ยังไม่น่าโมโหเท่าลูกศิษย์คนโปรดพลอยโดนลูกหลงบาดเจ็บถึงขั้นความจำเสื่อม “คามิวเขาไม่เหมือนกับพวกเธอนะยะ วงเวทป้องกันของเขาน่ะแน่นหนาพอจะกักสัตว์เวทเอาไว้ได้ แต่นี่พวกเธอดันไปโจมตีมันก่อน แถมยังเอาระเบิดมาปาใส่อีก ถามจริงๆเถอะนะวอนซ่า ที่เธอเรียนมาทั้งเทอมน่ะมันอยู่ในหัวบ้างรึเปล่ายะ”
“ก็ไอ้สองตัวนั้นมันแยกเขี้ยวใส่พวกเรานี่ครับ” วอนซ่ายังคงเถียงคอเป็นเอ็น เรื่องที่จะให้ยอมรับผิดน่ะเหรอไม่มีทางหรอก “แถมมันยังทำท่าจะโดดออกมาเล่นงานพวกเราด้วยนะครับอาจารย์”
"ไม่ต้องมาเถียงย่ะ เขตอาคมที่คามิวใช้น่ะห้ามคนในออกแต่ไม่ได้ห้ามคนนอกเข้า เพราะงั้นทั้งเวทสายฟ้าห่วยๆกับระเบิดงี่เง่าพวกนั้นถึงได้โดนเข้าเต็มๆเลยไงล่ะ เพราะว่าเด็กคนนั้นเหนื่อยจากการต้องคอยช่วยพวกเธอ เขาก็เลยเลือกใช้เขตอาคมที่สิ้นเปลืองพลังแค่ครึ่งเดียว ในชั่วโมงเรียนฉันก็เคยสอนไปแล้วแท้ๆ พวกเธอนี่มันโง่เกินเยียวยาจริงๆ”
อาจารย์ในร่างเด็กโมโหจนหน้าแดง และยังคงบ่นว่าลูกศิษย์สมองกลวงที่สอนอะไรไปไม่เคยจำ แต่ดันชอบทำเป็นเก่งเพื่อเอาหน้า อยากจะบอกว่าให้เจียมตัวสักนิด หมอนี่ก็คงไม่ยอมฟังหรอก เพราะวอนซ่าซึ่งเป็นลูกหลานคหบดีมีอำนาจในกรุนเบอร์เรียถูกเลี้ยงมาแบบคุณชายบ้าอำนาจ วันๆไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันดีแต่ร่อนไปร่อนมาหาเรื่องกับชาวบ้าน จนใครๆก็พากันเอือมระอาทั้งเมืองแล้ว
ผู้เป็นบิดารู้สึกเสียหน้าเป็นอันมาก จึงสั่งให้วอนซ่าสอบเข้าเรียนให้ได้เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล และลบชื่อเสียๆออกไปเสียบ้าง ซึ่งในที่สุดวอนซ่าก็ไม่ทำให้บิดาผิดหวังถึงแม้จะช้าไปสักนิด แต่ก็สามารถสอบเข้าเรียนได้สำเร็จในครั้งที่ 5 แต่ทว่าด้วยหัวสมองที่ชาญฉลาดแต่ในเรื่องไร้สาระไปวันๆ อีกทั้งอายุที่มากกว่าเด็กรุ่นเดียวกันถึง 5 ปี ทำให้ระดับการเรียนรู้ของวอนซ่าอยู่ในขั้นวิกฤติ ถึงขนาดที่อาจารย์ผู้สอนอยากจะขอเชิญให้ออกจากโรงเรียนแห่งนี้วันละหลายๆรอบก็ว่าได้
“อาจารย์ก็พูดเกินไปนะครับ ทำไมจะต้องไปให้ความสำคัญอะไรมากมายขนาดนั้นด้วยล่ะ แค่บาดเจ็บนิดหน่อยไม่เห็นจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตโอเวอร์ ไม่ใช่รัชทายาทคนสำคัญที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ซะหน่อย”
เจ้าหัวเขียวยังคงไม่ยอมเลิกรา เพราะยังยึดมั่นกับหลักปฏิบัติที่ว่า เมื่อเข้ามาศึกษายังสถาบันนี้แล้ว ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ยศถาบรรดาศักดิ์จะถูกพักเอาไว้นอกโรงเรียน แต่ความจริงแล้วตัวมันเองนั่นแหละที่สำคัญตนผิด และทำตัวเจ้ายศเจ้าอย่างและเหยียดหยามคนอื่นมาตลอด เท่านั้นยังไม่พอ วอนซ่ายังพยายามทำตัวเป็นเจ้าพ่อ สร้างกลุ่มลูกน้องซึ่งเป็นขุมกำลังในการหาเรื่องข่มคนอื่น และลูกน้องพวกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นคนท้องถิ่นในกรุนเบอร์เรีย ที่ไม่อยากจะมีปัญหากับครอบครัวคหบดีบ้าอำนาจครอบครัวนี้
“นี่แหละนะ เขาเรียกว่ามีตาหามีแววไม่ ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าคามิว ทีเอเนียเป็นใคร อย่างเธอน่ะเชิญโง่ต่อไปก็แล้วกัน” โครอลส่ายหน้ารับไม่ได้กับความโง่เขลาเบาปัญญาของเจ้าหัวเขียว อยากจะเตือนให้ระวังตัวแต่ก็เหมือนน้ำท่วมปาก ยังไงก็คงจะบอกใครไม่ได้หรอกว่าเด็กผมดำคนนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน และเพราะมีความสำคัญนั่นแหละทำให้เธอถึงต้องระเห็ดมาอยู่ที่เดียวกับเจ้าลูกศิษย์หัวเขียวตัวก่อเรื่อง “ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า สอบคราวนี้พวกเธอตกยกกลุ่ม โทษฐานก่อเรื่องทำให้มีคนบาดเจ็บ”
“อ้าว อาจารย์พูดงี้ก็ไม่ถูกนะ อาจารย์เป็นผู้รับผิดชอบการสอบ ไม่ระวังให้ดีเองนี่นา เรื่องอะไรจะมาปรับให้พวกเราตกยกกลุ่มแบบนี้ล่ะ” เสียงโวยวายดังขึ้นพร้อมกันจนแสบแก้วหูเพราะความคับแคบของสถานที่ “ใครทำคนนั้นก็รับโทษไปสิ เหมารวมกันแบบนี้มันไม่ดีมั้งครับ”
“ถ้าฉันไม่รับผิดชอบ ก็คงไม่ต้องมาอยู่ในห้องขังกลางหอคอยอัปยศกับพวกเธอแบบนี้หรอกย่ะ!
ร่างเล็กๆของสาวน้อยนั่งหน้างออยู่ในห้องขังฝั่งตรงข้ามกับห้องขังกลุ่มเจ้าวอนซ่า ด้วยโทษฐานไม่ดูแลนักเรียนให้ดีจึงต้องมารับโทษอันน่าอับอายนี้เป็นเวลาสามวัน การที่ต้องติดคุกในหอคอยอัปยศนับเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเหล่านักเรียนของสถาบันแห่งนี้ เพราะมันมีผลต่อคะแนนและจะกลายเป็นประวัติด่างพร้อยติดตัวไป แม้จะเรียนจบไปแล้วก็ตาม ยิ่งกับคนเป็นอาจารย์ด้วยแล้วอาจมีผลถึงขั้นไล่ออกเลยก็ว่าได้
.
“คุณหมอ! เขาจะหายหรือเปล่า? จะหายเมื่อไหร่? มีทางรักษาให้หายเป็นปกติหรือเปล่าคะ?”
ขณะที่ในห้องขังกำลังมีปากเสียงกันอย่างเผ็ดร้อน ทางห้องพยาบาลก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าไหร่ เพราะอาการความจำเสื่อมแบบถดถอยของคามิวนั้นสร้างความปั่นป่วนให้เพื่อนๆไม่น้อยทีเดียว คนที่หนุ่มน้อยพอจะคุ้นหน้าก็มีเพียงแค่เจ้าหญิงอาเรียคนเดียวเสียด้วย ดังนั้นจึงเกิดสภาวะที่ทำให้คนรอบข้างต้องมีอาการอิจฉาตาร้อนอย่างช่วยไม่ได้
“ช่วยด้วยครับเจ้าหญิงอาเรีย พี่ชายคนนี้มาแกล้งคามิว” เสียงร้องประท้วงดังลั่นมาจากหนุ่มน้อยผมดำ ที่กำลังโดนเมอร์เคนสำรวจบาดแผลที่หัวด้วยการแกล้งหยิกแก้มอย่างสนุกสนาน “อ๊าาา…!! ผมเจ็บนะ”
พอสบช่องเอาตัวรอดจากเงื้อมมือพี่ชายผมขาวปุ๊บ เจ้าหนุ่มผมดำก็วิ่งพรวดมาเกาะแขนเจ้าหญิงอาเรียไว้แน่นราวกับจะหาที่พึ่ง สร้างความอึดอัดขัดใจให้กับเจ้าหญิงที่ตอนนี้กลายเป็นพี่สาวอย่างมาก จากทั้งสายตาของเพื่อนๆและรุ่นพี่ แต่กับตัวเธอแล้วมันไม่ใช่เรื่องน่าอิจฉาเลยแม้แต่น้อย ใครอยากจะให้คนที่ตัวเองรักกลายเป็นแค่น้องชายกันบ้างล่ะ จริงไหม?
“เจ้าหญิงเวโรเน่ นี่อาจจะเป็นโอกาสของเราก็ได้นะพะย่ะค่ะ” ดีโอกระซิบบอกเจ้านายของตน องครักษ์หนุ่มอยากจะรีบลงมือเพื่อให้งานของตนสำเร็จเสร็จสิ้นเสียที “กระหม่อมจะรีบไปเตรียมการเดี๋ยวนี้เลย”
“คงยากนะดีโอ เจ้าดูคนพวกนั้นสิ รายล้อมไม่ยอมห่างคามิวแบบนั้น พวกเราคงไม่มีโอกาสหรอก”
เจ้าหญิงเวโรเน่ลอบมองบรรดารุ่นพี่ที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลัง อีกทั้งยังมีเจ้าหญิงอาเรียที่ไม่ยอมห่างข้างกาย แต่จะพูดให้ถูกคือคามิวไม่ยอมอยู่ห่างมากกว่า ไปๆมาๆ อาจารย์หมอจึงบังคับให้นอนพักผ่อนเพื่อดูอาการที่ห้องพยาบาลสักคืน โดยให้ความเห็นว่าอาการความจำเสื่อมที่เกิดจากแรงช็อคประเภทนี้ น่าจะเป็นอยู่ไม่นาน แต่ก็ระบุฃัดเจนไม่ได้ว่าความทรงจำจะกลับคืนมาเมื่อไหร่กันแน่ นอกจากนั้นยังยินยอมให้มีคนคอยเฝ้าได้เพราะเกรงจะเกิดคดีลักพาตัวขึ้นมาอีก
"ปวดหัวรึเปล่า? หิวน้ำไหม?” เจ้าหญิงอาเรียคอยดูแลอยู่ข้างเตียงที่มีหนุ่มน้อยผมดำทำหน้ามุ่ยกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนนั้น เพราะโดนบังคับให้นอนพักทั้งๆที่ไม่ง่วงเลยสักนิดเดียว “ถึงจะนอนไม่หลับก็ต้องนอนจะได้หายเร็วๆ เข้าใจไหม?”
“ครับ” คามิวเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่ายเหมือนเมื่อสมัยเด็กๆที่ไม่เคยขัดใจเจ้าหญิงพระองค์นี้ “อยู่กับผมนะครับ ได้โปรดอย่าทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวนะ”
คำพูดอ้อนๆมาพร้อมกับดวงตาสีทองใสปิ๊ง ใบหน้าหวานคมคายระบายด้วยรอยยิ้มใสซื่อดุจเดียวกับที่เคยทำอยู่เสมอเมื่อตอนเป็นเด็กๆ มันยิ่งทำให้คามิวยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้นจนเมอร์เคนต้องรีบวิ่งไปปิดประตูห้องพยาบาลให้แน่นหนา เนื่องจากบรรดาเพื่อนๆและรุ่นพี่บางคนยังคงมาด้อมๆมองๆดูอาการด้วยความเป็นห่วง และพอเห็นรอยยิ้มพิฆาตเข้าเต็มตาก็พากันเกิดอาการหน้าแดงหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยทั่วหน้ากัน
ตลอดเวลาที่นอนอยู่ในห้องพยาบาลคามิวจะจับมือของอาเรียเอาไว้ตลอดเวลา เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกันเบาๆทำให้คนอื่นรู้สึกเหมือนกับกลายเป็นส่วนเกิน โดยเฉพาะลาร์คและซาฟีล ถึงจะเข้าใจดีว่าเพื่อนผมดำไม่ได้ตั้งใจจะเมินพวกตน แต่ก็อดน้อยใจหน่อยๆไม่ได้อยู่ดี แต่คนที่ไม่สนใจเลยว่าจะโดนเมินหรือไม่ คือรุ่นพี่ผมขาวที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมห่างไปไหนเด็ดขาด
“สอบเสร็จหมดแล้ว ไม่มีงานเพราะงั้นพี่อยู่เฝ้าได้ทั้งวันทั้งคืนแหละ” สุดยอดรุ่นพี่แห่งปียิ้มแย้มเสนอตัวเข้าช่วยเหลือ เมื่อสอบเสร็จก็เหลือเพียงแค่ประกาศผลถ้าผ่านหมดก็จะได้หยุดเทอมเป็นเวลา 15 วัน “ถ้าง่วงก็ไปนอนเถอะ เดี๋ยวพี่จะคอยดูแลให้เอง”
“ไม่เอา อย่าไปนะ” เจ้าหนุ่มที่นอนอยู่เมื่อกี้ลุกพรวดขึ้นเกาะแขนเจ้าหญิงอาเรียทันที ทำท่าเหมือนกับว่าไม่อยากถูกทิ้งไว้กับคนแปลกหน้าที่มีท่าทางน่ากลัวอย่างเมอร์เคน “ขอไปด้วยคนไม่ได้เหรอครับ”
“อย่าดื้อสิ ฉันแค่ไปทำธุระแป๊บเดียวเอง” เพิ่งสอบเสร็จแถมเกิดอุบัติเหตุในห้องสอบทำให้เลอะเทอะไปทั้งตัว ถึงเจ้าหญิงอาเรียจะแก่นยังไงก็ยังรักสวยรักงาม จึงอยากไปอาบน้ำให้สะอาดสดชื่นก่อนค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนต่อ แต่พอจะขอตัวไปทำธุระเท่านั้นแหละ พ่อตัวดีก็ทำหน้าตื่นเหมือนลูกหมาตกใจที่ถูกเจ้านายเอาไปทิ้งไม่มีผิด “ไปไม่นานหรอกน่า รออยู่ที่นี่แหละ”
เจ้าหญิงอาเรียเดินออกไปพร้อมกับซาฟีลและลาร์ค สองหนุ่มจะไปคอยช่วยดูแลรับส่งให้เพราะตอนนี้เย็นย่ำค่ำลง ถึงจะมั่นใจว่าปลอดภัยแต่เผื่อไว้จะดีกว่า ดังนั้นคามิวจึงถูกทิ้งเอาไว้กับรุ่นพี่ผมขาวตามลำพังในห้องพยาบาล เมอร์เคนจึงเพิ่งมีโอกาสได้เห็นนิสัยดั้งเดิมของหนุ่มรุ่นน้อง เพราะตอนนี้คามิวกลายร่างเป็นตุ๊กตาลานหมดนั่งนิ่งเงียบ จนเมอร์เคนรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองอยู่ในห้องพยาบาลตามลำพังไม่มีผิด
“เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย ไม่ต้องกลัวน่า พี่ไม่แกล้งหรอกนะ” รุ่นพี่ผมขาวยิ้มให้ กำลังจะยื่นมือไปลูบหัวน้องแต่แล้วก็ต้องชะงักไว้ เพราะเจอตัวอะไรบางอย่างโผล่หน้าออกมาจากกลุ่มเส้นผมสีดำสนิท
“อาเรส! ไรออท! ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงดุเฉียบขาดไม่เหลือเค้าของความเป็นคนป่วยความจำเสื่อม ดังออกมาจากปากหนุ่มน้อยที่นั่งนิ่ง “พวกเจ้ามาได้ยังไง ก็ท่านอาจารย์ทิวลีนผนึกเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“คามิว? ไม่ได้ความจำเสื่อมเหรอ?” เมอร์เคนถามงงๆเมื่อเห็นท่าทางเครียดจัดของรุ่นน้องผมดำ “ทำแบบนี้ทำไมกัน ทุกคนเขาเป็นห่วงจะแย่อยู่แล้วนะ”
“รุ่นพี่ครับ ผมจะขอกลับไปที่ราเชลสักพัก ช่วยบอกเจ้าหญิงอาเรียด้วยนะครับ” คามิวลงจากเตียงคนป่วย ในมือของหนุ่มน้อยมีตัวประหลาดสองตัวโดนหิ้วห้องต่องแต่ง พวกมันดูคล้ายทั้งแมวและกระรอกขนาดไม่ใหญ่นักตัวหนึ่งสีเทาเงินอีกตัวสีดำปี๋ “ต้องเอาเจ้าพวกนี้ไปส่งคืนก่อน จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”
“คงให้ไปไม่ได้หรอก ถึงจะมีเวทเคลื่อนย้ายแสนสะดวกก็ตาม แต่จะไปจะมาต้องขออนุญาตท่านอาจารย์ใหญ่ให้เรียบร้อยตามระเบียบก่อนนะ” รุ่นพี่ผมขาวยังคงให้ความสนใจกับสัตว์ประหลาดสองตัวนั้นอยู่ ไม่ใช่เพราะความน่ารักแต่เนื่องจากคุ้นๆกับชื่อที่คามิวเรียกมันเมื่อสักครู่นี้ “อาเรส กับไรออทเหรอ หรือว่าจะเป็น…?”
“อย่างที่รุ่นพี่คิดนั่นแหละ แต่ไม่ใช่ร่างจริงหรอก เจ้าสองตัวนี้น่ะเป็นแค่จิตที่ควบคุมร่างการ์เดี้ยนอยู่เท่านั้นครับ” คามิววางอาเรสกับไรออทลงบนเตียงแต่มันทั้งคู่ยังคงออดอ้อนเอาหัวซุกไซร้มือเจ้านายอยู่ไปมา ราวกับจะบอกว่าอยากให้ลูบหัวแสดงความเอ็นดูหนูหน่อย “ไม่ต้องมาประจบให้ยาก สั่งให้กลับก็ไม่ยอมกลับ ถ้าเกิดอาจารย์ทิวลีนรู้เข้าละก็ฉันต้องโดนทำโทษแน่ๆ”
“การ์เดี้ยนถูกผนึกไว้แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ? หรือว่ามันจะมีลับลมคมในเกิดขึ้นในการเจรจา เพราะพวกพี่เองก็ถูกส่งตัวกลับมาก่อนเหมือนกัน” เมอร์เคนกอดอกทำท่าครุ่นคิด เพราะจริงๆแล้วก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกันว่าทำไมต้องรีบส่งพวกตนกลับมากรุนเบอร์เรีย ทั้งๆที่การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติด้วยซ้ำไป “เรื่องหลังจากนั้นก็เป็นความลับ โดยท่านอาจารย์อ้างว่ามันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเด็กๆอย่างพวกเราซะด้วยสิ”
“ผมนึกว่าถ้าความจำเสื่อมจะถูกส่งตัวกลับไปราเชลหรือไม่ก็โรแลนเซียซะอีก ไหนๆก็หยุดเรียนตั้ง 15 วัน อาจจะพอรู้เรื่องอะไรขึ้นมาบ้างแท้ๆ” หนุ่มน้อยถอนหายใจส่ายหน้าปลงๆ ส่วนมือก็ยังคงลูบหัวการ์เดี้ยนที่กลายสภาพเป็นสัตว์อสูรขี้อ้อนด้วยความอ่อนใจ “ท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่ยอมส่งข่าวอะไรมาเลย ผมรู้สึกว่าอาจจะมีลับลมคมในที่ผมยังไม่รู้อีกหลายอย่าง”
“อือม์… งั้นก็ลองความจำเสื่อมต่อไปอีกสักพักก็แล้วกัน แต่ระวังหน่อยตัวด้วยล่ะ ถ้ามีคนอื่นรู้ว่านายแกล้งทำละก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้” เมอร์เคนส่งสายตาวิบวับเพราะมองเห็นปัญหาอยู่รำไร “ว่าแต่อย่าอ้อนให้มากนักล่ะ เดี๋ยวจะเพิ่มปัญหาโดยไม่จำเป็นซะเปล่าๆ”
คามิวตีสีหน้ายุ่งยากใจกับคำเตือนของรุ่นพี่ตัวแสบ ที่จริงการแกล้งความจำเสื่อมแบบนี้มันก็ยากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แล้วอะไรๆก็ดูจะผิดแผนไปหมดจนอยากจะล้มเลิกโครงการแอ๊บแบ๊วนี้เหลือเกิน แต่เมื่อรุ่นพี่บอกให้ลองทำต่อไปอีกสักพักก็จะลองเชื่อดู ขณะที่สองหนุ่มกำลังครุ่นคิดถึงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ทางด้านอาณาจักรโรแลนเซียเองก็กำลังถกปัญหาที่เคร่งเครียดและสำคัญไม่แพ้กัน

ณ ห้องทรงอักษรของราชาคาร์ลอสในพระราชวังโรแลนเดียในอาณาจักรโรแลนเซีย
"ท่านทำได้เยี่ยมมาก รีมัส ถึงแม้มันจะดูเหมือนใจร้ายกับคนของตัวเองมากไปหน่อยก็ตาม”
น้ำเสียงทุ้มมีอำนาจของคิงคาร์ลอสเจือกระแสพอใจอย่างไม่ปิดบัง เมื่ออ่านรายงานการเจรจาสนธิสัญญาต่างๆกับทางอาณาจักรพรีมิวเลีย ซึ่งรีมัส ทีเอเนียเป็นผู้ดำเนินการแทนพระองค์ ทั้งรายงานเรื่องสำคัญที่ว่า คามิว ว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์ กลายเป็นผู้ควบคุมการ์เดี้ยนที่เคยสร้างความหายนะเมื่อ 30 ปีก่อน และเรื่องข้อสัญญาว่าด้วยการให้ความร่วมมือในการคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่เด็กหนุ่มคนนั้น
“ขอบคุณท่านทิวลีนมากที่ยอมทำตามแผนของข้า” คิงคาร์ลอสปรายตามองมหาปราชญ์สูงวัยที่ยอมลดตัวลงไปวุ่นวายกับเด็กอย่างคามิว ทั้งๆที่มันไม่ใช่หน้าที่เลยสักนิด “ใครจะไปนึกละว่า เด็กคนนั้นจะกลายเป็นคนสำคัญที่มีอิทธิพลต่ออาณาจักรของเราและของคนอื่นมากขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยที่ให้ท่านเล่นบทอาจารย์ใจร้าย ผนึกพลังของเขาเอาไว้เหมือนจะเป็นการทำโทษแบบนั้น”
“หามิได้ ในฐานะที่ข้าก็เป็นชาวโรแลนเซียคนหนึ่งย่อมต้องเห็นแก่ประโยชน์ของแผ่นดิน แต่ทว่าอย่างที่ข้าเคยบอกกับฝ่าบาทไปแล้ว ว่าการผนึกให้สมบูรณ์นั้นคงทำได้ยากยิ่ง แม้จะเก็บงำร่างจริงของการ์เดี้ยนเอาไว้ได้ แต่สิทธิการควบคุมก็ยังคงเป็นของคามิวอยู่ ที่ข้าทำลงไปก็เพียงแค่ทำให้เด็กคนนั้นเรียกใช้งานได้ยากขึ้นเท่านั้นเอง”
มหาปราชญ์ทิวลีนเอื้อนเอ่ยอย่างสุภาพ การบังคับเข้มงวดที่มากเกินไปสำหรับคามิวนั้นส่วนหนึ่งมาจากรับสั่งของคิงคาร์ลอสก็จริง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทิวลีนไม่อยากให้ลูกศิษย์คนนี้ต้องเด่นสะดุดตามากเกินไป ความเก่งกาจที่เริ่มฉายแววจนกลายเป็นเป้าหมายของหลายๆคน อีกทั้งอำนาจที่ได้มาด้วยความโชคดีหรือบังเอิญก็ไม่ทราบได้นั้น มันมีแต่จะนำภัยมาให้เสียมากกว่า ทิวลีนจึงไม่อยากให้คามิวต้องเผชิญหน้ากับอะไรที่ร้ายแรงถึงชีวิตเช่นนี้อีก
เนื่องจากมหาปราชญ์ทิวลีน คาลาฮาน คือบุคคลอีกผู้หนึ่งที่ได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดอันเป็นปริศนาของคามิว เมื่อคราวที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเพียงอาจารย์ในสำนักปราชญ์ราเชลเมื่อ 12 ปีก่อน คามิลล่าซึ่งเป็นลูกศิษย์คนโปรดนำตัวลูกน้อยที่ใกล้ตายมาขอร้องให้ช่วยเหลือ อาจารย์สูงวัยผู้นี้จึงได้รู้ความจริงที่ว่าเด็กคนนี้คือโฮมุนคูลัส และผู้ที่ช่วยต่อเส้นด้ายแห่งชีวิตที่บอบบาง จนแทบขาดได้ทุกวินาทีให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนบัดนี้ได้ก็คือ มหาปราชญ์ทิวลีนผู้นี้นั่นเอง
“ฝ่าบาทรับสั่งให้คามิวกลับมาอยู่โรแลนเซียเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องเจอกับอันตรายอีกต่อไปแล้ว” น้ำเสียงของจอมเวทสาวฟังดูร้าวราน ใบหน้างามของเธอเศร้าหมองแม้อยากจะไปเยี่ยมไปหาแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต ยิ่งเมื่อได้รับรู้ว่าลูกชายเกือบไม่รอดด้วยแล้ว หัวใจของคนเป็นแม่ก็แทบจะหยุดเต้นเสียให้ได้ “หรือไม่ก็ส่งเขาไปร่ำเรียนเวทมนตร์ที่ราเชลแทนเถอะเพคะ อย่างน้อยๆก็ยังอยู่ในเขตของโรแลนเซียน่าจะปลอดภัยกว่า”
“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกคามิลล่า หากโรแลนเซียแสดงท่าทีว่าให้ความสำคัญกับคามิวมากเกินไป ทางพรีมิวเลียจะเกิดความระแวง ยิ่งการเมืองของทางนั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง และยังอ่านทิศทางนโยบายของพวกนั้นไม่ออกก็ควรนิ่งเฉยไว้ เพราะพวกเราชาวโรแลนเซียจะไม่รุกรานใครก่อน”
ฟาร์ริสมหาเสนาธิการฝ่ายซ้ายซึ่งรับผิดชอบด้านการทหารเป็นผู้เอ่ยชี้แจงแทนคิงคาร์ลอส ถึงแม้ตนเองจะเป็นห่วงหลานชายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร แต่ทว่าในฐานะชายชาติทหาร จึงจำต้องหักใจเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ประเทศชาติของตน
“ไม่ต้องห่วงหรอกท่านหัวหน้าจอมเวท ถึงจะดูเหมือนว่าทางเราเสียเปรียบและไม่ได้ทวงถามความเป็นธรรมจากพรีมิวเลียก็ตาม แต่ยังไงพวกเราก็ยังคงได้กำไรอยู่ดี คามิวเป็นชาวโรแลนเซียทั้งยังเป็นว่าที่ราชบุตรเขยซึ่งในอนาคตเขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ร่วมกับอาเรียของฉัน การหยิบยื่นไมตรีจิตให้แก่พรีมิวเลียอีกครั้ง น่าจะทำให้เกิดมิตรภาพและความเกรงอกเกรงใจ ที่สำคัญทางฝ่ายนั้นเองก็ชื่นชมคามิวลูกชายของท่านอยู่ไม่น้อย การมีคนมาคอยช่วยดูแลป้องกันอันตรายให้ ย่อมดีกว่ามีคนคอยคิดกำจัดเขาไม่ใช่หรือ?”
“ท่านอาจารย์ใหญ่ของกรุนเบอร์เรียส่งข่าวมาบอกว่า ตอนนี้คามิวอยู่ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด จะน่าเป็นห่วงก็แค่เรื่องที่ว่า เจ้าหญิงชาโรเรียจะหาโอกาสเล่นทีเผลอหรือเปล่าเท่านั้น แต่ทางฝ่ายบัลเบิร์คนั้นยังไม่แสดงท่าทีอะไรเด่นชัดนัก” รีมัส รายงานความเคลื่อนไหวของหลานชายให้ฟังด้วยท่าทีสงบ “กระหม่อมกำลังรอข่าวความเคลื่อนไหวจากสายของเราที่อยู่ในบัลเบิร์คพะย่ะค่ะ”
“อือม์…แล้วทางอานาโตเลียล่ะ ยังคงเงียบอยู่งั้นรึ” คิงคาร์ลอสดูขรึมลงไปเมื่อพูดถึงสองอาณาจักรนี้ “สั่งให้คนของเราคอยจับตาดูสองอาณาจักรนี้ให้ดีๆด้วยนะท่านรีมัส”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” รีมัสรับบัญชา ที่จริงคำสั่งสืบสวนในเชิงลับเช่นนี้มีมาบ่อยๆตั้งแต่คามิวและเจ้าหญิงอาเรียเดินทางไปยังกรุนเบลค์ และยิ่งมีมากขึ้นเป็นเท่าตัวหลังจากที่เหตุร้ายทั้งหลายพุ่งเป้าโจมตีไปทางหลานชายของตน
“เอาละท่านคามิลล่า เรื่องที่ฉันมอบหมายให้ไปค้นคว้าหาข้อมูล พอจะได้เรื่องอะไรบ้างรึยัง?”
“เพคะ กรานิสและเคออส เคยมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่ม เท่าที่พบอยู่ในบันทึกและศิลาจารึกโบราณปรากฏว่าเป็นคนสนิทของจักรพรรดิอีวาน ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจอมมารในเวลาต่อมาเพคะ” จอมเวทสาวรายงานสิ่งที่ตนเองค้นพบไปพลางหวั่นใจ เมื่อนึกถึงคำสาปที่จอมมารได้ทิ้งเอาไว้ก่อนตาย “และผู้ที่สามารถนำชัยชนะในสงครามครั้งบรรพกาลได้นั้น เป็นจอมเวทขาวที่มีชื่อว่า ซีซาเรม ซาเรียส แต่ทว่าไม่มีบันทึกเหตุการณ์ในช่วงนั้นไว้เลยเพคะ”
“เป็นไปได้ว่าบันทึกส่วนนั้นอาจจะสูญหายไปแล้ว หรือไม่ก็อาจจะหลงเหลืออยู่ในวิหารโบราณที่ไหนสักแห่ง” ท่านอาจารย์ทิวลีนซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นจากชื่อจอมเวทดำที่ทำให้พรีมิวเลียเกือบล่มสลาย เริ่มการค้นคว้ามาได้ระยะหนึ่งแล้วโดยมีคามิลล่าเป็นผู้ช่วย “ทางราเชลเองก็เร่งตรวจสอบอยู่เช่นกัน และคาดว่าคงจะได้เงื่อนงำภายในเร็ววันนี้พะย่ะค่ะ”
“ต้องฝากให้ทุกท่านช่วยร่วมแรงร่วมใจกันหน่อยนะ เพื่ออาณาจักรและเพื่อคนของเรา และมันอาจจะหมายถึงความอยู่รอดของแผ่นดินที่พวกเราอาศัยอยู่ก็ได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6111 yukai (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 11:53
    ไม่น่าเชื่อ ว่า คามิวจะแอ๊ปได้
    #6,111
    0
  2. #5073 DaviL-PrincesS (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2553 / 20:53

     รู้สึกคามิวจะเล่นละครตบตาได้เก่งสุดๆเลยนะเนี่ย

    (O.O!!)
    #5,073
    0
  3. #4243 Lux51Forever (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 02:56
    เราก็นึกว่าจะความจำเสื่อมจริงๆ

    เฮ้อ โล่งๆ

    คราวนี้จะมีเรื่องอะไรตามมาให้คามิวปวดหัวเล่นอีกล่ะเนี่ย
    #4,243
    0
  4. #3756 toey1405 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 09:27

    คือว่าตอนนี้มันมีจุดทะแม่งๆอยู่นิดนึง อ่านแล้วมันจี๊ดใจนิดหน่อย
    คือว่าตรง"ใครอยากให้คนรักของตัวเองกลายเป็นน้องชายกันบ้างล่ะ จริงไหม"ที่เจ้าหญิงอาเรียคิดน่ะค่ะ คามิวเป็นคนรักของเจ้าหญิงอาเรียตอนไหนหรอคะ หรือว่าเราอ่านข้าม ถ้าอ่านข้ามคงต้องขอโทษด้วยนะคะ เอ่อ กลับมาที่เรื่องเดิมก่อนนะ ถ้าเกิดว่ายังไม่ได้เป็นคนรักกันล่ะก็น่าจะเป็น"คนที่ตัวเองรัก"มากกว่า(เชียร์ข้อนี้สุดๆ)นะ

    ป.ล. เพราะจุดนี้มันฝังใจ ก็เลยกลับมาเม้นซะเลย ตอนแรกว่าจะไม่เม้นแล้วเพราะ...ขี้เกียจพิมพ์

    #3,756
    0
  5. #3605 loli (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 00:49
    ชอบเมอร์เคนจัง

    รุ่นพี่ยอดเยี่ยม!!!!

    555
    #3,605
    0
  6. #3060 entask (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:10

    ใจหายเลยนึกว่าคามิวจะความจำเสื่อมจริง ๆ ซะแล้ว
    แต่เดี๋ยวนี้คามิวเล่นละครเก่งขึ้นเยอะนะเนี่ย

    #3,060
    0
  7. #3037 toy (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:37
    อัพต่อไวๆนะครับ สนุกมาก
    #3,037
    0
  8. #3036 angel & demon (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:59
    อัพต่อเร็ว ๆ นะครับ
    #3,036
    0
  9. #3035 conankun (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:35

    ลงต่อเร็วๆๆนะ
    คิดว่าคามิวจะความจะเสื่อมไปจริงๆๆซะแล้ว

    #3,035
    0
  10. #3034 Y_Oร้าย (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:21
    สนุกจร้า
    #3,034
    0
  11. #3033 เอกเองครับ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:22
    อืม เริ่มมีเบาะแสให้หาความเป็นมาตัวร้ายแบบนี้ หวังว่าจะค้นพบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคามิวนะ
    #3,033
    0
  12. #3032 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:59
    สู้ ๆ ต่อไป คามิว
    #3,032
    0
  13. #3031 ~*>> IN (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:34

    ครบ 100 %  แล้ว   รออ่านอย่างใจจดใจจ่อเลย  (TOT)o

    ชอบวิธีการคิดของแต่ละอาณาจักรจริงๆ  โดยเฉพาะกับโรแลนเซีย   เพราะ....  เป็นบ้านเกิด คามิว   >  <  ~

    ปล.  ^^  +   คามิวร้ายนะเดี๋ยวนี้

    #3,031
    0
  14. #3030 DeK_LeaW (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:40

    โห...แอบเนียนนะคามิว

    เมอร์เคนสอนหรอ

    #3,030
    0
  15. #3029 cypher (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:32
    แล้วงี้ถ้าเกิดเจ้าหญิืงรู้ึความจริงขึ้นมามีหวังต้องง้อยาว

    เอิ๊กๆๆๆๆ
    #3,029
    0
  16. #3028 ViViD ^^ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:09
    เอาแล้วไงคามิว -*-
    เดี๋ยวนี้ชักจะร้ายขึ้นทุกวัน
    ติดนิสัยเจ้าเล่ห์มาจากใครเนี่ย ??
    #3,028
    0
  17. #3023 Chal (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:41
    แกล้งเร๊อะ!!! เชื่อเค้าเลย เนียนเทพจริงๆ
    #3,023
    0
  18. #3022 เอกเองครับ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:07
    แกล้งความจำเสื่อมนี่เอง หุหุ อย่าแกล้งอ้อนมากนักล่ะ
    #3,022
    0
  19. #3021 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:47
    โอ้ย.............คามิวอ่ะ ทำอำใจหายใจคว่ำหมดเลยอ่ะ
    #3,021
    0
  20. #3020 เงามายาแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 04:45
    โถ่เอ้ย! นึกว่าจะความจำเสื่อม เสียดายอ่ะ >3<
    #3,020
    0
  21. #3019 yukiyuki (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 02:06
    อ้าว หนูคามิวเปลี่ยนไป๊ ไหงเจ้าเล่ห์แบบเนี๊ยะ ร้ายเดียงสาไปแล้ว ช้อบ ชอบ หึ หึ หึ เมอร์เคนเล่นด้วยเหรอ เหอ เหอ สนุกล่ะสิ แล้วพวกที่วางแผนจะจัดการหนูคามิวจะหนาว
    #3,019
    0
  22. #3017 RayGuard (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 22:11
    คามิวชักจะร้ายขึ้นทุกวัน

    ตะ แต่ แต่ว่า...

    ถึงร้ายก็น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    #3,017
    0
  23. #3016 toyo_jeab (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 21:51
    กร๊ดคามิวขาน่ารักจัง
    #3,016
    0
  24. #3015 White_Smile (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 21:34
    -_-" 

    ที่แท้ก็แกล้งนี่เอง หลงนึกว่าพระเอกจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปซะแล้ว
    #3,015
    0
  25. #3012 brava (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 20:28
    แล้วการ์เดี้ยนละคะ เอาไปเก็บแล้วเหรอ
    #3,012
    0