วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 71 : ฝันร้ายกับการสอบ(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ตอนใหม่ของภาค 3 ความซวยก็ยังคงมาเยือนคามิวไม่ขาดสายนะคะ  กว่าจะอัพสำเร็จแทบแย่   เอามาแปะแล้วมันเปลี่ยนย่อหน้าให้ใหม่ซะงั้น 
**++**++**++**


ดวงตะวันเจิดจ้าลอยเด่นกลางท้องฟ้าสีครามสว่างไร้เมฆหมอกบดบัง สาดแสงอันร้อนแรงลงแผดเผาทุกสิ่งที่มิได้อยู่ในเงาร่ม ขอบฟ้ากว้างไกลสุดตาทาท้บด้วยสีฟ้าตัดกับสีเหลืองทองสว่างสลับน้ำตาลอ่อนแก่ สายลมพัดโชยตลอดเวลาทว่าร้อนระอุดุจอยู่ในเตาเผา มิได้นำความเย็นชื่นใจมาให้แม้แต่น้อย ความร้อนจากผืนทรายสีทองที่ถูกเปลวแดดอาบไล้นั้น สามารถทำให้อะไรก็ตามที่หาญกล้ามาเดินเล่นยามนี้ ต้องแห้งตายเพราะอาการขาดน้ำ
เนินทรายรูปทรงแปลกประหลาดปรากฏลดหลั่นไปจนสุดสายตา แปรเปลี่ยนไปเรื่อยตามแต่สายลมจะพัดพาเม็ดทรายปลิวไปทับถม กระดูกขาวโพลนของสัตว์ที่หลงเข้ามาสู่ทะเลแห่งความแห้งแล้งถูกกลบทับ รอคอยวันที่จะปรากฏซากแห่งความตายสู่สายตาของใครก็ตาม ที่กำลังจะมีชะตากรรมเดียวกัน ริ้วร่องรอยสายลมบนผืนทรายแห้งแล้งที่เกิดขึ้น ช่างคล้ายคลึงกับหาดทรายยามถูกน้ำทะเลพัดเข้าสู่ฝั่ง ...ทว่าต่างกันก็เพียงแค่ความแห้งแล้ง โดดเดี่ยว และไร้ชีวิต...
ฉับพลันทัศนียภาพเริ่มแปรเปลี่ยน ดวงตะวันสดใสกลายเป็นดวงจันทร์สีซีดจาง ท้องฟ้าสีครามกลับหม่นมืดดุจถูกห่มคลุมด้วยพรมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ทว่าไร้ดวงดาว เนินทรายที่เคยเป็นสีเหลืองทองถูกย้อมด้วยสีหม่นจนกลายเป็นสีเงินสะท้อนเงาระริบระยับงดงาม ความร้อนระอุยามกลางวันผันเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกจับขั้วหัวใจ ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนผืนทรายแห่งนี้ก็พร้อมที่จะกลืนกินชีวิตให้กลับสู่ความว่างเปล่าได้ตลอดเวลา
แกร๊กกก... แกร๊กกก… แกร๊กกก…
เสียงโลหะกระทบกราวดังตามจังหวะก้าวเดินไป เท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำทรมานบนทรายร้อนระอุปรากฏรอยแตกริ้วเลือดไหลเกรอะกรัง เม็ดทรายอัดแน่นปิดปากแผลเสียดแทรกเข้าสู่เนื้อสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าขาคู่นั้นยังคงเดินต่อไป โซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่ล่ามพันธนาการถ่วงให้เชื่องช้าลง ดุจเดียวกับสมอที่คอยแต่จะลากครูดก้นทะเลเพื่อหยุดเรือไม่ให้ลอยไปตามกระแสน้ำ
เพี๊ยะ… เพี๊ยะ… เพี๊ยะ…
เสียงแส้เรียวหวดฟาดบนร่างเร่งเร้าให้ก้าวเดินไปเรื่อยๆ เรียกเสือดจากบาดแผลแส้ฟาดตามตัวให้ไหลซึมเปรอะเปื้อนปะปนกันทั้งเก่าและใหม่ มันเจ็บจนสัมผัสทางกายด้านชาเหมือนว่าชีวิตนี้รู้จักแต่เพียงความรวดร้าวเท่านั้น ดวงตาสีทองหรี่ปรือคู่นั้นดูแห้งแล้งไร้แววแห่งความหวัง ทอดมองเหม่อไปไกลยังขอบฟ้า มันช่างอยู่ไกลราวกับว่าจะไม่มีวันเดินไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้
ครืนนน… ครืนนน… ครืนนน…
พื้นทรายตรงหน้ายุบหายกลายเป็นหลุมลึกสีดำมืดทะมึน เม็ดทรายไหลซู่ซ่าลงสู่ก้นหลุมดำเหมือนจะไม่มีวันถมให้มันเต็มหรือตื้นเขินได้ มันทำให้เท้าที่กำลังจะก้าวเดินหยุดชะงักลง ความมืดที่ลึกล้ำยิ่งกว่าความมืดที่เบื้องล่างช่างดูน่ากลัวและชั่วร้าย หากตกลงไปเมื่อใดคงยากที่จะได้กลับคืนสู่โลกเบื้องบนอันแสนสดใส ชีวิตคงต้องจบสิ้นลงแต่ยังคงเวียนว่ายในนรกอเวจีไปชั่วกัลป์ไม่มีทางได้ไปสู่สุคติ ทว่าผู้คุมกลับไม่ยอมให้นักโทษของตนหลบหนีชะตากรรมอันโหดร้ายนั้น ร่างเพรียวที่เต็มไปด้วยบาดแผลถูกผลักอย่างแรงจนตกวูบลงสู่ความมืดมิดอันสุดหยั่งนั้นในทันใด
“อ๊าาา…!!" พรึ่บบบ…!!
"คามิว!? เป็นอะไรไป? ฝันร้ายเหรอ?” คนแรกที่พุ่งเข้ามาถึงเตียงนอนของหนุ่มผมดำคือลาร์ค “พักนี้นายฝันร้ายบ่อยมากเลยนะ แถมฝันซ้ำๆเรื่องเดิมด้วยใช่มั้ย?”
“หรือจะเป็นฝันบอกอนาคต?” ซาฟีลเดินขยี้ตางัวเงียมาหาเพื่อน เพราะตอนนี้เป็นเวลาดึกสงัด และพักหลังๆมานี้เขาก็สะดุ้งตื่นเพราะคามิวหลายครั้งจนหลับไม่สนิทนัก “ฉันว่านายควรไปให้ท่านอาจารย์ทิวลีนทำนายฝันให้สักครั้งจะดีกว่าละมั้งเนี่ย”
“ขอโทษ… ฉันไม่เป็นไรแล้ว พวกนายไปนอนต่อเถอะ”
หนุ่มผมดำซึ่งนั่งอยู่บนเตียงหน้าซีดเผือดหอบแฮ่กราวกับไปวิ่งทางไกลมาไม่มีผิด เหงื่อเม็ดโตๆผุดพราวบนใบหน้าบ่งบอกความเหนื่อยล้าเป็นอย่างดี และหลังจากสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้ายกลางดึกทีไร คามิวก็มักจะไม่ยอมนอนต่อคอยแต่จะหาเรื่องฆ่าเวลารอให้เช้า ด้วยการลงไปอ่านหนังสือในห้องสมุดที่ชั้นสองของหอพักบ้างละ ไม่ก็นั่งเหม่ออยู่ข้างหน้าต่างจนสว่างคาตาบ้างละ จนเพื่อนๆพากันเป็นห่วงว่าร่างกายที่ขาดการพักผ่อนจะเกิดอาการน็อคกลางอากาศ
หลังจากเหตุการณ์ตัดช่องน้อยหนีการเจรจากลับมาก่อนของคามิว ความวุ่นวายทั้งหลายยุติลงได้ด้วยข้อตกลงอันชาญฉลาดของรีมัส ทีเอเนีย ท่านปู่คนเก่งของคามิว นั่นคือการให้ท่านอาจารย์ทิวลีนเป็นผู้ผนึกการ์เดี้ยนของหลานชายเอาไว้ เนื่องจากการ์เดี้ยนเหล่านั้นเป็นอาวุธร้ายกาจที่สร้างความหวาดกลัวให้ใครๆหลายคน ก็เลยจำเป็นต้องจำกัดสิทธิ์ในการเรียกใช้งาน ...แม้ว่าคามิวจะเป็นเจ้านายโดยชอบธรรมก็ตามที...
ที่สำคัญท่านอาจารย์จอมเวทออกอาการขัดเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เจ้าลูกศิษย์ตัวแสบแอบเจาะช่องหลบหนีเอาไว้ที่อื่นอีกนอกจากห้องทำงานของตน จึงยินดีให้ความร่วมมือในการผนึกการ์เดี้ยนอย่างเต็มที่ และยังแถมออฟชั่นเสริมสำหรับการคุมประพฤติเป็นกำไลสลักอักขระเวทสำหรับเรียกตัวฉุกเฉิน หากทำตัวเกเรหนีเที่ยวเมื่อไหร่ท่านอาจารย์ทิวลีนก็สามารถที่จะตามตัวกลับมาได้ตลอดเวลา เหตุที่คาถาบทนี้ใช้ได้ผลกับหนุ่มผมดำเพราะว่าถูกบังคับให้เป็นคนลงมือสลักอักขระและลงเวทเอาไว้ด้วยตัวเอง ...เข้าทำนองขุดหลุมฝังตัวเองไม่มีผิด...
อีกทั้งบรรดาองครักษ์เฉพาะกิจจากเผ่าต่างๆที่เสนอตัวมาคอยดูแลก็มีเยอะแยะมากมาย จนท่านอาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนกรุนเบอร์เรียปวดเศียรเวียนเกล้า จำต้องคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีความสามารถพอจะทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนได้ ให้ไปทำหน้าที่คล้ายๆอาจารย์พิเศษ เช่นสาวเอลฟ์ลีฟฟีนผู้มีความสามารถหลากหลาย นักดาบฝีมือดีจากเผ่าแวมพ์และจอมเวทอีกหลายต่อหลายคน เรียกว่างานนี้มาทำงานให้ฟรีของแค่มีที่นอนกับอาหารก็เพียงพอแล้ว
แต่ว่าการรับอาจารย์พิเศษเข้ามาใหม่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องยุ่งยากเสมอไป เพราะพวกเขาเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นเวรยามที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเด็กนักเรียน เป็นการแบ่งเบาภาระของเด็กๆที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยไปได้มากโข รวมถึงงานจิปาถะต่างๆเกี่ยวกับการสอนเช่นการตรวจการบ้านและการออกข้อสอบ

ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับพรีมิวเลียที่ได้รับจากเจ้าของสถานที่มีคุณค่าอย่างมาก ต่อการเรียนรู้ของนักวิชาการทั้งด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ยังดีที่คนเหล่านั้นคอยดูแลอยู่ห่างๆไม่ได้มาแสดงตัวและไม่ค่อยได้มายุ่งวุ่นวายกับคามิวมากนัก เพราะเรื่องรอบๆตัวหนุ่มผมดำนั้นจะปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของลาร์ค และเหล่ารุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์
แต่ละวันของหนุ่มผมดำผ่านไปด้วยความสงบ เจ้าหญิงชาโรเรียที่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านทางราชสาสน์จากพระมารดาก็ดูจะเงียบๆไป ไม่มาวอแวเหมือนเดิมราวกับยังทำใจไม่ได้ ส่วนเจ้าหญิงเวโรเน่และดีโอก็รู้แต่เพียงว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างการสำรวจเท่านั้น เพราะเหล่ารุ่นพี่พากันปิดปากเงียบไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ในพรีมิวเลียเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนตัวของคามิวก็ยังคงวุ่นวายทั้งเรื่องเรียนที่กรุนเบอร์เรียและราเชล ซึ่งเหนื่อยเพิ่มจากเดิมที่สัญญาไว้ว่าจะไปเรียนที่ราเชลห้าวัน เป็นสิบวันต่อเดือน
ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวและดำเนินไปด้วยดี ยกเว้นก็เพียงแต่เรื่องฝันร้ายที่คอยจะมารังควาญเกือบทุกคืนก็ว่าได้ และน่าแปลกที่มันเป็นความฝันที่ซ้ำๆกัน ทั้งสถานที่ สภาพแวดล้อม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกหวาดกลัวยามถูกผลักตกลงไปในหลุมลึกที่มืดมิดยังคงตามมารบกวนคามิวแม้ในยามตื่น เวลาเรียนก็ดูจะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าที่ควรจนบรรดาอาจารย์พากันเป็นห่วง อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เพราะอดนอนติดต่อกันหลายคืนจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้
“หลับอยู่” “ใช่ๆ หลับจริงๆด้วย” “เหลือเชื่อแฮะ พายุจะเข้ามั้ยเนี่ย?”
ในห้องเรียนก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอนตอนช่วงบ่าย พวกเด็กปีหนึ่งที่พากันมาจับจองที่นั่งก่อนเวลาพากันแปลกใจที่เห็นเพื่อนคนเก่งของตนฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ เพราะร้อยวันพันปีหมอนี่ไม่เคยเหลวไหลขนาดหลับกลางวันให้เห็นเลยสักครั้ง ที่แล้วๆมาถึงจะเห็นว่าอ่อนเพลียมากแค่ไหนก็ยังฝืนถ่างตาทนฟังบรรยายได้จนจบคาบ หากเพลียหนักถึงขั้นหลับสนิทขนาดนี้แสดงว่าต้องเป็นเรื่องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ดีไม่ดีจะพาให้ทุกคนได้รับแจกจ่ายความโชคร้ายกันโดยทั่วหน้าก็เป็นได้
“ปล่อยให้เขาหลับเถอะ อย่าเพิ่งปลุกเลย” เจ้าหญิงอาเรียซึ่งเดินตามเข้ามาทีหลังร้องห้ามเพื่อนที่ทำท่าจะปลุกองครักษ์ของเธอ “พักนี้เขานอนไม่พอน่ะ เดี๋ยวอาจารย์มาก็คงจะตื่นขึ้นมาเองนั่นแหละ”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? คามิวไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนี่นา?” เจ้าหญิงเวโรเน่กระซิบถามดีโอองครักษ์ของเธอเบาๆด้วยความอยากรู้ “ตอนกลางคืนไม่ได้นอนรึไงกัน?”
“ฝันร้ายพะย่ะค่ะ แทบทุกคืนเลย” ดีโอเองก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องเหมือนกัน แต่เห็นท่าทางเหนื่อยสาหัสของคามิวแล้วก็ต่อว่าไม่ลง “กระหม่อมไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นฝันแบบไหน แต่พอสะดุ้งตื่นกลางดึกทีไรเขาก็จะไม่ยอมนอนอีกเลยจนเช้า”
เสียงพูดคุยเงียบลงเมื่ออาจารย์เดินเข้าสู่ห้องเรียน สายตาทุกคู่ของนักเรียนชั้นปีหนึ่งพากันจับจ้องมองดูหนุ่มผมดำที่หลับสนิท พร้อมกับลุ้นด้วยใจระทึกว่าเจ้าเพื่อนคนนี้ มันจะตื่นขึ้นมาได้เองอย่างที่เจ้าหญิงอาเรียคาดการณ์ไว้หรือเปล่า แต่รู้สึกจะผิดโผไปมากโขอยู่ เพราะทั้งที่ท่านอาจารย์สอนจนหมดคาบเจ้าหนุ่มผมดำก็ไม่ยอมตื่น ยังดีอยู่อย่างที่อาจารย์ค่อนข้างเห็นใจว่าศิษย์คนโปรดคงจะมีงานหนักก็เลยปล่อยๆไป ...แม้หางคิ้วท่านจะเริ่มกระตุกยิกๆทั้งคาบเรียนก็ตามที...
วันเวลาดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยๆจนมาถึงวันสอบใหญ่ครั้งแรก ที่เหล่านักเรียนปีหนึ่งรอคอยด้วยใจจดจ่อ ในขณะที่คามิวก็ยังคงฝันร้ายแทบไม่เว้นวัน แต่ดูเหมือนพักหลังๆจะชินขึ้นมาบ้างแล้วและอาศัยการหลับกลางวันชดเชย ก็เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก ทั้งการบ้านและบทเรียนก็ยังตามทันได้อย่างน่าทึ่งจนเพื่อนๆพากันอิจฉา เพราะบางคนอุตส่าห์ถ่างตาฟังทั้งชั่วโมงยังจำได้ไม่ถึงครึ่งของคามิวเลยด้วยซ้ำไป
“ข้อสอบอะไรเนี่ย ไม่เห็นตรงกับที่อ่านมาเลยสักนิด”
“อ้ากกก… ฉันทำข้อสอบไม่ทัน เหลืออีกตั้งหลายข้อ จะทำไงดี”
เป็นเสียงโอดครวญของเหล่านักเรียนเกือบทุกชั้นปีที่เกือบจะเหมือนกันเปี๊ยบ การสอบข้อเขียนหฤโหดเป็นเวลาสามวันผ่านไปด้วยเลือด(?)และน้ำตาของพวกปีหนึ่งที่ชะล่าใจว่า สอบใหญ่ครั้งแรกคงไม่มีอะไรยากเย็นมากนัก ถ้าสอบผ่านก็จะได้หยุดพักลั้นลาเป็นเวลาถึง 15 วันสบายๆ แต่คงไม่ได้อ่านหมายเหตุบรรทัดสุดท้ายที่เขียนไว้ตัวกะจิ๋วหลิวที่ว่า นักเรียนที่ต้องสอบซ่อมจะต้องเรียนเสริม และสอบให้ผ่านรวมทั้งทำความสะอาดโรงเรียนตามแต่อาจารย์จะกำหนด ซึ่งอย่างหลังนี่แหละที่ดูท่าทางจะเป็นนรกของการสอบขนานแท้
ด้านกลุ่มของคามิวนั้นทำการติวบทเรียนกันมาอย่างดีจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก ยกเว้นวิชาที่ตัวใครตัวมันอย่างศาสตร์เวทมนตร์ การปรุงยา และวิชาการต่อสู้ ที่ต้องพึ่งฝีมือและความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล ซึ่งตรงจุดนี้ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหนุ่มผมดำอีกเช่นกัน เรื่องปรุงยาและเวทมนตร์นั้นฝึกมากับจอมเวทอันดับหนึ่งทั้งที่โรแลนเซียและราเชล แถมฝีมือการต่อสู้ก็เข้าขั้นสุดยอด เรียกว่าน่าจะลอยลำผ่านการสอบอย่างชัวร์ที่สุดท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของเพื่อนฝูง แต่ว่าเหตุที่ไม่คาดฝันมันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ..

ณ ห้องสอบวิชาเวทมนตร์ศาสตร์เบื้องต้นของพวกเด็กปีหนึ่ง

"การทดสอบเวทครั้งนี้ คือหัวข้อการอัญเชิญ เอาแบบง่ายๆเลยเพราะอาจารย์ไม่หวังอะไรกับพวกเธอมากนักหรอกนะ ขอแค่เสกอะไรให้เป็นตัวเป็นตนได้สักอย่างก็จะให้ผ่านทันที” โครอลบอกเกณฑ์ในการพิจารณาสอบผ่านวิชาเวทมนตร์ชั้นต้นที่ดูเหมือนง่ายให้เด็กปีหนึ่งฟังอย่างคร่าวๆ เพราะระยะเวลาในการเรียนเพียงแค่ไม่กี่เดือนคงจะหวังอะไรไม่ได้มากนัก “แต่ขอให้แต่ละคนวาดวงเวทป้องกันให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยอัญเชิญนะ ใครมั่นใจก็มาสอบก่อนได้เลย”
“โอ้โห อาจารย์ครับ เนี่ยเหรอที่ว่าง่ายๆ” เสียงประท้วงดังระงมขึ้นเกือบในทันทีที่โครอลบอกเงื่อนไขจบ
“วงเวทป้องกันที่มีรายละเอียดเยอะขนาดนั้นใครจะไปจำได้ล่ะครับ พวกเราไม่ใช่คามิวนะ จะได้เก่งไปหมดทุกอย่างน่ะ”
“ใช่ๆ ใช้มาตราฐานเดียวกันแบบนี้พวกเราเสียเปรียบแย่ ไม่ยุติธรรมเลยจริงมั้ยพวกเรา” เจ้าหัวเขียวเจ้าเก่าที่ไม่ได้เสนอหน้ามานานออกมาเป็นตัวแทนเรียกร้องความเป็นธรรมให้กลุ่มเพื่อน “คนธรรมดาอย่างพวกเรา จะไปเทียบกับคนโปรดของอาจารย์ได้ยังไงกันล่ะ”
เจ้าหญิงเวโรเน่ซึ่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าชั้นปีในช่วงที่คามิวไม่อยู่ ยังคงนิ่งเฉยไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมา เพราะที่จริงก็สงสัยและคิดอยู่เหมือนกันว่าไม่ค่อยยุติธรรมนัก ทั้งๆที่วิชาการต่อสู้ยังต้องให้คามิวแยกไปสอบกับพวกชั้นปีที่สูงกว่า แล้วทำไมวิชาเวทมนตร์ถึงให้มาสอบรวมกับพวกปีหนึ่งที่ยังไม่ได้เรื่องล่ะ?
“พอๆ ไม่ต้องโวยวาย สำหรับคามิวน่ะอาจารย์เตรียมข้อสอบพิเศษเอาไว้ให้แล้ว นั่นคือการเป็นหน่วยพยาบาลและซ่อมแซม อ๊ะๆ อย่าเพิ่งประท้วง พวกเธอก็รู้ใช่ไหมว่าการใช้เวทรักษาและฟื้นฟูเป็นเรื่องที่ยากกว่า แค่นี้คงไม่มีปัญหาใช่ไหมล่ะ?”
เพื่อนๆพากันเงียบกริบเพราะเรียนกันมาหลายเดือนก็จริง แต่เวทรักษาที่ต้องร่ายกันยาวเฟื้อยนั้น นอกจากคามิวแล้วก็ยังไม่มีใครเคยทำได้สำเร็จเข้าขั้นใช้งานได้เลยสักคน ยิ่งเวทฟื้นฟูซ่อมแซมข้าวของที่หักพังยิ่งไม่ต้องพูดถึง คาถาบ้าอะไรก็ไม่รู้ยาวเฟื้อยตั้งสองหน้ากระดาษใครมันจะไปจำได้หมดล่ะ ไม่ใช่อัจฉริยะเหมือนใครบางคนนี่นา
และแล้วการสอบเวทมนตร์ง่ายๆของเด็กปีหนึ่งก็เริ่มขึ้น แต่เพราะความที่เป็นเด็กปีหนึ่งแต่พื้นความรู้ก็ไม่เท่ากัน บางคนทำได้ดีในขณะที่บางคนทำท่าจะไม่รอดตั้งแต่เขียนวงเวทป้องกัน สิ่งที่อัญเชิญมาได้นั้นมีตั้งแต่สัตว์เวทขนาดใหญ่อย่างหมาป่าน้ำแข็ง ไปจนถึงพวกแมลงภูต ที่สำคัญอาจารย์แค่บอกให้เสกมาแต่ไม่ได้บอกว่าจำเป็นต้องควบคุมพวกมันได้ด้วย ดังนั้นความโกลาหลจึงบังเกิดขึ้นเมื่อสัตว์เวทบางตัวหลุดออกมาได้ จึงเดือดร้อนหน่วยพยาบาลและซ่อมแซมที่ต้องคอยกำจัดพวกมันและรักษาพยาบาลพวกที่โดนลูกหลง
“เอาละ คนอื่นสอบกันหมดแล้วสินะทีนี้ก็เหลือคนสุดท้าย คามิวมาสอบได้แล้ว”
โครอลเรียกลูกศิษย์คนโปรดที่นั่งหอบแฮ่กหลังจากตามเก็บงานให้คนอื่น มาสอบปิดท้ายรายการ เล่นเอาเพื่อนๆหันมามองอาจารย์ร่างเด็กเป็นตาเดียวกัน เพราะนึกว่าการทำหน้าที่หน่วยเก็บกวาดน่าจะเป็นการทดสอบของหนุ่มผมดำ พวกตนก็เลยทุ่มเทความรู้และสมองอันน้อยนิดเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูรกันอย่างเต็มที่ ผลก็คือ ...เพื่อนผมดำผู้เก่งกาจต้องทำงานไม่ได้หยุดมือนั่นเอง...
“อาจารย์ปรับผมตกก็แล้วกันครับ” คามิวพูดหน้าตาเฉยจนเพื่อนๆไม่อยากจะเชื่อหู ก็มันเก่งขนาดจัดการสัตว์อสูรร้ายๆได้อย่างสบายๆ แค่มนตร์อัญเชิญมันก็ไม่ได้ยากอะไรแล้วทำไมถึงยอมตัดใจง่ายๆล่ะ “ผมเหนื่อย กลัวว่าจะควบคุมพลังได้ไม่ดี เดี๋ยวจะเกิดอันตรายขึ้นมาครับ”
“อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะมีคนที่ต้องเป็นหน่วยเก็บกวาดตั้งหลายคนนี่นา” คำพูดของอาจารย์ร่างเด็กทำให้เหล่าเด็กปีหนึ่งหน้าตื่นหันควับจนคอลั่นกร๊อบแทบจะเคล็ดกันเป็นแถบ “ไม่ต้องเกรงใจนะ เต็มที่ไปเลยจ้ะ อ้อลืมบอกไปอย่างนึง ถ้าหน่วยเก็บกวาดทำงานไม่สำเร็จละก็ อาจารย์จะปรับตกทุกคนเลยนะ หึหึ”
“อาจารย์พูดเล่นใช่มั้ยครับเนี่ย? ขนาดสัตว์อสูรที่ตัวเองอัญเชิญมา พวกเราบางคนยังไม่มีปัญญาจะจัดการเลยนะ” ปีหนึ่งท่าทางอ่อนแอสุดๆในกลุ่ม หน้าซีดระล่ำระลักโวยวายเสียงดัง
“นั่นสิ แล้วคามิวก็บอกว่าเหนื่อยจนอาจควบคุมพลังไม่ได้เดี๋ยวจะมีอันตรายนะครับ ผมว่าอย่าเสี่ยงเลย” ลาร์คเองก็ไม่อยากจะเสี่ยงเพราะรู้ใจเพื่อนดีว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆคามิวคงไม่พูดแบบนี้แน่ “หรือไม่ก็ให้เขาสอบวันหลังเถอะครับ”
“อะไรกัน พวกเธออยู่กันตั้งหลายคนแบบนี้จะกลัวอะไรอีกล่ะ อย่ามัวแต่ชักช้าพูดจามากความ เริ่มกันเลยดีกว่า”
โครอลรุนหลังคามิวออกไปยืนอยู่กลางห้อง พลางร้องสั่งให้คนที่ต้องสอบวาดวงเวทป้องกัน แม้ลูกศิษย์ผมดำจะทำหน้าอ้อนวอนยังไงก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ คามิวก็เลยจำใจต้องทำการสอบทั้งๆที่เหนื่อยมากจนอยากจะกลับหอไปนอนพัก หนุ่มผมดำเสียพลังในการเก็บกวาดไปเยอะ ที่สำคัญพักนี้ฟาร์ฟาร์ก็หายหน้าไปไม่ยอมมาช่วยแบ่งเบาภาระ สาวน้อยตัวจิ๋วให้เหตุผลว่าต้องการเวลาเพื่ออบรมเจ้าคัมภีร์ปากมากให้รู้จักกาละเทศะเสียก่อน เพราะกลัวหูจะหนวกเนื่องจากยังต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม กระจายกำลังกันออกไปล้อมรอบเป้าหมายไว้ ถ้ามีตัวอะไรหลุดมาให้จัดการได้เลย”
สิ้นเสียงร้องสั่งงานของอาจารย์โครอล บรรดาเด็กปีหนึ่งก็กระจายกำลังกันออกรายล้อมวงเวทที่คามิวเขียนขึ้น ขณะนี้คนที่ยืนอยู่กลางวงเวทกำลังทำสมาธิกำหนดลมหายใจ เพื่อให้คลายความเหนื่อยล้าสักนิดก็ยังดี เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆเตรียมตัวพร้อมแล้วก็เริ่มการร่ายเวทอัญเชิญอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครฟังทัน หลายคนเคยคิดเล่นๆว่าคงจะมีสักวันที่คามิวอาจจะใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องร่ายคาถาให้เสียเวลา และเพราะความเร็วที่ไม่ธรรมดานี่แหละเป็นเหตุให้คนที่คิดว่าเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว กลายเป็นไม่พร้อม
พรึ่บบบ…!! คว้างงง…!!
คามิวร่ายเวทจบภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ลิ่งที่ปรากฏตัวออกมาภายหลังจากกลุ่มควันจางลงนั้นเป็นอะไรที่ทำให้ทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง สัตว์อสูรตัวน้อยน่ารักขนาดไม่ใหญ่เกินแมวสองตัวปรากฏอยู่แทบเท้าผู้อัญเชิญ ตัวหนึ่งมีขนสีเทาเงินเป็นประกาย ส่วนอีกตัวชนดำสนิทเป็นมันเงา พวกมันนอนขดตัวกลมดิกจนมองไม่ออกว่ามันใช่แมวหรือเปล่า
“เอ้อ นั่นตัวอะไรครับ? อาจารย์?” นักเรียนคนหนึ่งขมวดคิ้วงุนงงสงสัยหนัก เพราะไม่เคยเห็นสัตว์เวทหรือสัตว์อสูรที่น่ารักแบบนี้

“ห่วยชะมัด อัญเชิญตัวกระจอกมานี่หว่า โธ่เอ๊ย ไอ้เรารึก็นึกว่าจะเก่ง เสียเส้นชะมัดเลยฟ่ะ” เจ้าวอนซ่ายังคงปากเสียไม่เลิก “ที่แท้ก็เสกได้แค่แมวตัวเล็กๆแค่สองตัวเท่านั้น”


แต่ดูเหมือนคนที่ตกตะลึงยิ่งกว่าน่าจะเป็นคนที่อัญเชิญมานั่นแหละ เพราะตอนนี้หน้าเจ้าหนุ่มผมดำซีดเหลือแค่สองนิ้วแล้ว ด้วยพอจะรู้ว่าเจ้าสองตัวที่กำลังขดคุดคู้อยู่แทบเท้าคือตัวอะไร แต่ก่อนที่จะได้ส่งพวกมันกลับสู่ที่ที่ควรจะอยู่ เจ้าตัววอนหาเรื่องก็ชิงแกว่งเท้าหาเสี้ยน และแจกจ่ายความซวยให้แก่เพื่อนๆที่อยู่ในที่นั้นด้วยการโจมตีสัตว์อสูรตัวน้อยด้วยเวทสายฟ้า

"ไลท์นิ่งฟอร์ซ” วอนซ่าบรรจงตั้งท่าปล่อยเวทสายฟ้าที่คิดว่าเท่ห์บาดใจสาวที่สุด กะว่าจะได้เป็นจุดเด่นให้สาวๆที่มีน้อยยิ่งกว่าน้อยหันมาสนใจบ้างสักคนสองคนก็ยังดี “กลับไปสู่ความว่างเปล่าเสียเถอะ เจ้าสัตว์อสูรโชคร้ายเอ๋ย”
เปรี้ยงงง...!!

"เฮ้ย!?” “เหวอออ…!!" "ว้ากกก...!!"

เพื่อนเจ้าหัวเขียวกระโดดหลบแทบไม่ทัน เพราะสัตว์อสูรน้อยน่ารักสบัดหางทีเดียวก็ปัดเวทสายฟ้าออกไปได้อย่างสบาย เจ้าตัวสีเทาเงินเริ่มงัวเงียลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไม่ต่างจากสัตว์ประเภทแมวตอนเหยียดยืดตัว แต่ส่วนที่ต่างกันคือส่วนหัวและใบหน้าที่ไม่คล้ายแมวเลยแม้แต่น้อย ส่วนปากของมันยืดยาวกว่าแมวและออกไปทางแหลมคล้ายคลึงกับสุนัขจิ้งจอก ทว่ามีดวงตากลมโตใสแจ๋วสีแดงจัดหูยาวเรียวคล้ายกระต่าย ส่วนหางที่ยาวกว่าลำตัวเต็มไปด้วยขนนุ่มฟูฟ่อง เท้าเล็กๆทั้ง 4 ข้างมีเล็บแหลมคมปรากฏชัดเจน ที่สำคัญคือ ...เขี้ยวในปากดูยาวเกินกว่าจะให้นิยามมันว่าสัตว์อสูรตัวน้อยน่ารัก...

"อ… อาจารย์ครับ ช่วยบอกทีว่านั่นมันตัวอะไรครับ?” “ทำไมมันปัดเวทสายฟ้าได้ด้วยล่ะ”

นักเรียนเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นแววว่าพวกตนอาจจะรับมือตัวประหลาดที่คามิวอัญเชิญมาไม่ไหว ก็คิดดูสิขนาดสายฟ้ามันยังใช้แค่หางปัดออกไปสบายๆ แถมมันทำท่าจะไม่พอใจที่โดนรบกวนการนอน เพราะตอนนี้มันเริ่มหันมาขู่คำรามแยกเขี้ยวพองขน และถ้าตามไม่ฝาดละก็ เหมือนมันจะเริ่มขยายขนาดตัวให้ใหญ่ขึ้นจากแมวเหมียวตัวเล็กๆเป็นหมาอัสเซเชี่ยนตัวยักษ์ และขนที่เคยดูฟูฟ่องอ่อนนุ่มกลับเปลี่ยนไป กลายเป็นเกล็ดแข็งๆของสัตว์อะไรสักอย่างที่คุ้นตาเหลือเกิน

“ตัวอะไรก็ช่างเถอะ ไม่ต้องสนใจแล้ว ถล่มมันเลยพวกเรา”
เจ้าวอนซ่าทำเป็นใจกล้าออกหน้านำกลุ่มเพื่อนๆ ให้ช่วยกันระดมเวทสารพัดอย่างสาดเข้าใส่สองสัตว์อสูรราวกับห่าฝน ...โดยที่โครอลไม่ทันได้ห้ามปราม... และด้วยความแม่นยำของเหล่าปีหนึ่ง ทำให้คนที่ยืนอยู่กลางวงก็กลายเป็นเป้าโจมตีไปด้วย และมันก็ยิ่งทำให้สัตว์อสูรสีดำและสีเงินยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก ตอนนี้ตัวของมันขยายใหญ่เกือบเท่าลูกม้าแล้ว ร่างกายที่ปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งประกอบกับปากยาวเต็มไปด้วยเขี้ยว ใบหูยาวเรียบลู่ไปด้านหลัง อกและขาหน้าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น พร้อมกับกรงเล็บที่ยืดยาวน่าสยดสยอง
“อาเรส!! ไรออท!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงสั่งที่ดุเข้มดังลั่นจากปากหนุ่มผมดำที่กำลังโกรธและเครียดจัด “พวกนายด้วย หยุดโจมตีได้แล้ว”
เพราะเสียงตะโกนที่ดังเอาการของคามิวทำให้ทุกคนหยุดมือเพื่อดูลาดเลา ยกเว้นเจ้าวอนซ่าที่ยังเมามันส์กับการยิงเวทสายฟ้าจนโครอลหมั่นใส้ เอามือน้อยๆของเธอตบกระโหลกจนหัวทิ่มโทษฐานไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือให้ดีก่อน ส่วนเจ้าสัตว์อสูรสองตัวที่คามิวเรียกชื่ออันแสนคุ้นเคยนั้นก็หยุดนิ่ง และเริ่มหดเล็กลงกลับสู่สภาพก่อนหน้าที่ทุกคนเห็นตอนถูกอัญเชิญมาทีแรก และมันทั้งสองก็ทำท่าออดอ้อนเจ้านายไม่ต่างอะไรกับแมวน้อยเคล้าเคลียเจ้าของ
“พวกแกสองตัวมาที่นี่ได้ไง ก็ท่านอาจารย์ทิวลีนผนึกไว้แล้วนี่นา” คามิวกระซิบกับสัตว์อสูรทั้งสองตัวที่กำลังปีนป่ายขึ้นไปตามลำตัวเจ้านาย ตัวสีเงินเลือกที่จะอยู่ในอ้อมแขน ส่วนตัวสีดำจับจองที่นั่งบนไหล่พลางคลอเคลียใบหน้าของคามิวไม่ยอมเลิก “รีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นฉันต้องโดนเล่นงานตายแน่ๆ”
“เฮ้ วอนซ่า ฉันไปเอาระเบิดมาตามที่นายสั่งแล้ว" เพื่อนเจ้าหัวเขียวที่แวบไปหยิบระเบิดจากห้องเรียนเล่นแร่แปรธาตุวิ่งมาถึงพร้อมลูกระเบิดย่อมๆเต็มอ้อมแขน "ฉันโยนเลยก็แล้วกันนะ หลบให้ดีๆล่ะ อึ๊บบบ…!!"
"…!!?…” “เฮ้ย!! เดี๋ยวก่อน!" “เหวอออ…!!" “ว้ากกก…!!" ฯลฯ

บึ้มมม… ตูมมม…
“พวกรุ่นน้องปีนี้มันเก่งเนอะ กล้าระเบิดห้องทำงานอาจารย์โครอลด้วยแฮะ” เมอร์เคนพูดกลั้วหัวเราะขณะที่กำลังนั่งสอบข้อเขียนวิชาโบราณคดี เนื่องจากการลงภาคสนามจบด้วยความล้มเหลว เลยต้องมานั่งปวดหัวกับข้อเขียนพวกนี้จนได้ “หวังว่าคงไม่มีใครบาดเจ็บ โดยเฉพาะคามิว”
ทว่าความเป็นห่วงของเมอร์เคนดันเป็นจริงขึ้นมาจนได้ เพราะระเบิดหลายๆลูกที่เพื่อนเจ้าวอนซ่าขว้างไปแบบไม่ดูกาลเทศะมันเข้าเป้าเต็มๆ หลังจากกลุ่มควันจางลงจนพอจะมองเห็นสภาพห้องทำงานของโครอลซึ่งใช้เป็นสถานที่สอบ ก็พบว่ามันพังเละจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ผนังเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ข้าวของในห้องกระจัดกระจายเสียหาย ประเมินดูแล้วคาดว่าคงต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานหลายวันอย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่เพราะมีนักเรียนที่จะถูกปรับตก และคงได้ใช้ความสามารถด้านช่างหลายคน รวมทั้งเจ้าหัวเขียวและเพื่อนของมันทั้งกลุ่ม
“คามิว!! เฮ้… ทำใจดีๆไว้ คามิว!!" ลาร์คและซาฟีล ตาเหลือกรีบวิ่งไปหาเพื่อนผมดำที่ตอนนี้โดนก้อนอิฐทับอยู่

“รีบขุดออกมาเร็วๆเข้า บาดเจ็บมากรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเขาเป็นอะไรไปพวกเธอได้เข้าไปนอนเล่นในหออัปยศอีกแน่” โครอลหันมาแยกเขี้ยวถลึงตาใส่วอนซ่าและผองเพื่อน “ยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีก รีบมาช่วยกันสิยะ”
หลังจากใช้เวลาไม่นานนักในการช่วยกันลำเลียงก้อนอิฐออกไป จนเผยให้เห็นร่างของหนุ่มน้อยโชคร้ายที่ถูกทับอยู่ สภาพโดยทั่วไปไม่มีบาดแผลสาหัสให้เห็นนอกจากรอยถลอกและฟกช้ำ ทว่าตอนที่ลากออกมานั้นคามิวสลบหมดสติ เมื่อเพื่อนๆลองช่วยกันปฐมพยาบาลทำแผลและเอาน้ำเย็นๆมาเช็ดหน้าให้ จนเจ้าหนุ่มผมดำก็เริ่มจะรู้สึกตัวขึ้นมาให้ทุกคนได้โล่งอก แต่ความโล่งอกก็สลายหายไปกลายเป็นความตื่นตระหนกแทนอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินคำพูดจากปากของคามิวที่ว่า...
“ที่นี่ที่ไหน? พวกพี่ๆเป็นใครกันครับ? ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ท่านแม่กับท่านพ่ออยู่ที่ไหนครับ?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6110 yukai (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 09:04
    ขอบคุณมาก
    #6,110
    0
  2. #4242 Lux51Forever (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 02:42
    อย่าบอกนะว่าคามิวความจำเสื่อม

    ซวยยิ่งกว่าซวย

    มหาซวยเลยคราวนี้

    แล้วจะทำยังไงล่ะคราวนี้

    เกิดเรื่องอีกแล้วไง
    #4,242
    0
  3. #3105 แม่ม๑น้oe (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 / 07:08
    หนูน้อยคามิวเปนอะรัยเนี่ย

    แล้วที่เรียกมามันอะรัยเหรอ
    #3,105
    0
  4. #3008 As a Wind (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 22:36
    แวะมาอ่านอีกรอบ
    อ่านแล้วรู้สึกเคืองว่า คนของพรีมิวเลีย กับอาจ่ารย์ทิวลีนทำเกินไปหน่อยนะ ท่านปู่ก็ยอมรับข้อเสนอที่เสียเปรียบได้ไงละ

    อย่างแรก คามิวเกือบตายเพราะกษัตริย์ของพรีมิวเลีย ทั้งๆที่ให้หนังสือรับรองแล้ว(คนของพรีมิวเลียปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้) ไม่เห็นบอกว่าพรีมิวเลียชดเชยอะไรให้คามิว มีแต่เรียกร้องให้ผนึกการ์เดี้ยน ทั้งที่คามิวช่วยเหลือขนาดนี้ คนของพรีมิวเลียไม่สำนึกเลยเหรอ หรือว่ากลัวการ์เดี้ยนจนลืมคุณคนอะ

    คนต่อมา อาจารย์ทิวลีน ตั้งแต่อ่านมา รู้สึกว่าอาจารย์ทำตัวไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ทั้งที่ เป็นอาจารย์ใหญ่ น่าจะมีความเป็นนักปราญช์มากกว่านี้ นี่อะไร อยากได้คามิวเป็นลูกศิษย์จนออกนอกหน้าไปหรือเปล่า อีกทั้งเหมือนไม่ได้รักหรือเป็นห่วงลูกศิษย์เท่าไหร่ (จากการที่ผนึกการ์เดี้ยนของคามิว โดยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มันไม่น่าเป็นการกระทำของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์นะ เพราะคามิวยังไม่มีความผิด แต่ก็เสมือนหนึ่งถูกลงโทษแล้ว) แกล้งคามิวเหมือนเป็นร่นพี่รุ่นน้องกันมากกว่าศิษย์อาจารย์ (ลองดูดับเบิ้ลดอร์ เป็นตัวอย่าง) และขอบอกว่าการที่คามิวจะเรียนที่ไหน อาจารย์ไม่มีสิทธิ์กำหนดนะ ต้องให้คนเรียนหรือพ่อแม่ เป็นคนเลือกมากกว่า (ในที่นี้น่าจะเป็นว่าที่พ่อตา จริงเปล่า เพราะอนาคต คามิวอาจจะเป็นกษัตริย์ก็ได้)

    คุณปู่คนฉลาด(น้อย) ทั้งที่เป็นตัวแทนของกษัตริย์โรแลนเดีย แถมคามิวเองก็ไม่ได้ทำผิดต่อพรีมิวเลียแต่กลับมีบุญคุณอย่างมากมายต่อพรีมิวเลีย แต่ทำไมจึงยอมรับข้อเสนอที่เป็นเสมือนการลงโทษคามิวและละโอกาสที่ทำให้กองทัพของประเทศตนแข็งแกร่งได้ อีกทั้ง ณ ตอนนั้นคามิวเองก็ไม่อยู่ที่ประชุมแล้ว ไม่เห็นต้องยอมรับข้อเสนอใดๆ ที่ทำให้คามิวต้องเดือดร้อนและประเทศของตนเสียผลประโยชน์เลย เพราะคงไม่มีใครกล้าหืออยู่แล้ว หากว่าคนของพรีมิวเลียกล้าทำร้ายคนของโรแลนเดีย คามิวเอาการ์เดี้ยนมาช่วย ฝ่ายพรีมิวเลียก็แพ้ราบคาบด้วยซ้ำไป (ฝากไว้ว่าอ่อนโยนได้แต่อย่าอ่อนแอ )

    แถมท้าย วอนซ่า ไม่เข้าใจว่าเป็นนักเรียนที่กินดีหมีหรืออย่างไร กล้าบ้าได้ขนาด หรือว่าสมองมีปัญหา ความสามารถพิเศษใดๆ ก็ไม่มี นอกจากป่วน กวน ซ่าได้อย่างโง่ๆ อีกทั้งไม่เข้าใจว่าเข้ามาศึกษาในโรงเรียนนี้ได้อย่างไร เพราะถ้าอ่านตอนที่สอบคัดเลือก (ตอนที่17) คนประเภทวอนซ่าไม่น่าสอบติดเสียด้วยซ้ำ (คนสอบ 5000 คน รับ 80 คน แต่คนอย่างวอนซ๋าสอบได้ ไม่น่าเชื่อเลย)

    ปกติไม่ค่อยเม้นท์อะไรเท่าไหร่ วันนี้ขอเม้นท์ชดเชยแบบยาวๆ ละกันนะ (แบบข้องใจมาก) ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มกราคม 2553 / 20:19
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:39
    #3,008
    0
  5. #3004 ViViD ^^ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 20:39
    อีวอนซ่า !!!!
    น่าจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น 'วอนทีน' มากกว่านะ
    อะไรอ่ะ มาแกล้งคามิวอย่างงี้ได้ไง
    อย่าให้คามิวเอาคืนบ้างนะ
    พวกแก ไม่เหลือซากแน่ ย้ากกกกกกกกกกกกก ก !!!!! > <
    #3,004
    0
  6. #3001 ~*>> IN (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 15:32

    วอนซ่า นี่หาเรื่องปวดหัวจริงๆ      ปวดหัวจี๊ดเลยตอนอ่าน  - -*   

    คามิวน่าปล่อยให้สองตัวนั่นจัดการตามใจชอบนะ   คงสนุกน่าดูถ้ามีอะไรเกิดขึ้น

    #3,001
    0
  7. #2993 conankun (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 11:35

    คามิวฉันความจำเสื่อมเหรอ
    ไม่นะ คามิวอย่าเป็นอะไรไปนะ

    #2,993
    0
  8. #2961 yukiyuki (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 มกราคม 2553 / 02:09
    เห็นว่าครบร้อยแต่แค่อัพเพิ่มเติมนี่ ฮึ แต่ก็ดีนะให้รายละเอียดเพิ่ม เช่น เกี่ยวกับลักษณะของแมวน้อยน่ารัก ???? แหม อยากได้มากอดเล่นสักตัวเลย อิ อิ ส่วนเจ้าวอนซ่านี่ก็สมชื่อจริงๆทำซ่าจะวอนหาเรื่องได้ดีจริงๆ อืมม์ หนูคามิวต้องกลับไปอยู่ในความดูแลของเมอร์เคนอีกไหมนี่ หรือจะเป็นเหยื่อแสนดีเหมือนตอนเป็นเด็กของเจ้าหญิงกันนะ เหอ เหอ ความจำเหลือสักกี่ขวบล่ะนี่ ลุ้นกันต่อจ้า กลับไปอ่านหนังสือก่อนเพื่อรอตอนต่อไปพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนน้า
    #2,961
    0
  9. #2960 ~•[JaN]•~ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 มกราคม 2553 / 01:28
    อะเสื่อมแล้ว =A=!! รู้สึกครั้งนี้ ความโชคร้ายจะตามมาเรื่อยสินะค่ะ =w="" น่าสงสารคามิวจริง =A=""
    #2,960
    0
  10. #2959 lock_smile_at_me (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 23:41
    100 %

    ครบเเร้ว


    เป็นปลื้มอ่ะ


    อิอิ


    สนุกอ่า


    ชอบมากกกกกกกกกกกก

    คามิววววววว
    #2,959
    0
  11. #2958 RayGuard (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 23:01
    บอกได้คำเดียวว่า อึ้ง!!!

    ความจำเสื่อมซะงั้นเลยอ่ะคามิวเอ๋ย
    #2,958
    0
  12. #2957 DeK_LeaW (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 22:44

    เอ่อ...อึ้งอ่ะ

    สมองเสื่อมเลน ซะงั้น

    งั้นเอาหินทุบหัวอีกทีละกัน

    ความทรงจำจะได้กลับมาเหมือนเดิม

    รุนแรงไป รึป่าวหว่า

    #2,957
    0
  13. #2956 S.P.Jittsawang (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 21:42

    คามิวความจำเสื่อม!!

    งั้นคามิวก็จะกลับไปเหมือนตอนมาโรงเรียนใหม่ๆนะสิ(เป็นแบบติ๋มๆ)

    ขอเปลี่ยนให้คามิวสลับความทรงจำกลับคนในฝันได้ปะ? จะได้รู้ว่าคนในฝันเป็นใคร
    #2,956
    0
  14. #2955 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 20:16
    ความจำเสื่อมได้ค่ะไรเตอร์ !

    แต่ความเก่งห้ามเสื่อมตามนะคะ !!!!!!

    เหอ ๆๆ >''< !~
    #2,955
    0
  15. #2954 awernatae mistkwit (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 19:51
    เปลี่ยนจากแอ๊บเด็กเป็นแอ๊บแบ๊วสินะ หึหึ
    #2,954
    0
  16. #2952 MuJung (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 17:52
    ค.ห.27 ไรท์เตอร์เปลี่ยนใหม่ ไม่เอาคามิวกลายร่างเป็นเด็ก แต่เป็นความจำเสื่อมแทน 555+ สงสัยคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอีกแหงๆ
    #2,952
    0
  17. #2951 ~o~ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 16:56
    *0* เหอๆๆๆ ง่ายงี้เลยเรอะ!!! = ='' อาเมน... อาหุๆๆ - -
    #2,951
    0
  18. #2950 inasba (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 16:21

    เรื่องทั้งหมดความผิดที่อาจารย์โครอลคนเดียว คามิวก็บอกแล้วว่าหมดแรงควบคุมยังจะให้อัญเชิญอีก และที่ผิดอีกข้อคือตัวอาจารย์น่าจะระวังป้องกันเยอะกว่านี้

    #2,950
    0
  19. #2949 shadowdark (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 16:16
    ว้าวๆทำแบบเรื่อง"อินเด็ก"ไปเลยแบบว่าจบภาคหนึ่งแล้วเข้าสู่เนื้อเรื่องใหม่แล้วเปลี่ยนตัวของนางเอกใหม่ไปทุกๆเนื้อเรื่องอะ(ถึงนางเอกหลักจะคนเดิมแต่จะมีเนื้อหาของนางรองหรือก็คือหนึ่งในตัวประกอบโผล่ออกมาเป็นตัวหลักในเนื้อเรื่องอะ)ปล.ภาคนี้ขอน้องสาวนะไหนๆก็ความจำเสื่อมแล้วนิเอิ้กๆ
    #2,949
    0
  20. #2948 น้องมาย (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 15:34
    ความจำเสือมสะยัน  แล้วจะกับมาได้ไหมเจ้าค่ะ

    เขาไม่เอากับบ้านลอเจ้าค่ะ
    #2,948
    0
  21. #2947 vallnut (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 13:45
    ไม่ได้กลายเป็นเด็กใช่มั้ย แค่ความจำเสื่อม

    เอาตัวไปอยู่กับอ.ทิวลีน

    ไม่ต้องเอาตัวกลับมาเลย

    พวกชอบแกล้งจะได้รู้สึก
    #2,947
    0
  22. #2946 เอกเองครับ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 12:15
    เฮ้ย เล่นเอาความจำเสื่อมเลยเรอะ คราวนี้ตัวโตนิสัยเด็กจะป่วนขนาดไหนหนอ แบบนี้อาจารย์ทิวลีนเอาตัวกลับราเชลแน่เลย ฐานดูแลไม่ดี
    #2,946
    0
  23. #2945 ~พระจันทร์สีเลือด~ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 09:16
    แมวจ๋า กลายเป็นเด็กอีกแล้วคืออยากบอกว่ามุขนี้เล่นบ่อยๆมันไม่สนุกแล้วอะน่าเบื่ออะเปลี่ยนมุขมั้งนะ
    เดี๋ยวเขาหาว่าผู้เขียนทำได้แค่ว่าพระเอกกลายเป็นเด็กเท่านั้นแล้วไม่ใช่มุขแปลงเพศนั้นก็น่าเบื่อเยอะแล้ว
    เนื้อเรื่องยังสนุกดีนะแต่อย่างที่บอกมุขกลายเป็นเด็กใช้บ่อยๆมันไม่ไหวน่า
    #2,945
    0
  24. #2944 เงามายาแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 04:37

    อะจ้าย!!!!! OoO เกิดอะไรขึ้น

    #2,944
    0
  25. #2938 yukiyuki (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 02:52
    อืมม์ จากการ์เดี้ยนกลายเป็นสัตว์อสูรแทนเหรอ เอ แล้วไม่เห็นช่วยตอนคามิวโดยระเบิดเลยอ่ะ ส่วนอาจารย์โครอลก็น่าตำหนิทั้งที่เป็นคนสอนวิชาเวทมนตร์ควรจะมีมาตรการป้องกันหากเกิดปัญหาที่นักเรียนแก้ไม่ได้ก็กลับไม่มีอะไรไว้ป้องกันนักเรียนเลย ตกลงคามิวความจำเสื่อมใช้ไหมเอ่ย ถึงร่างกายไม่กลายเป็นเด็กแต่ความจำกลับเป็นเด็กแทน อิ อิ มีหวังโดนแกล้งโดยเมอร์เคนเจ้าเก่าแน่ ยืนยัน นั่งยันและนอนยัน โฮ่ โฮ่ โฮ่
    #2,938
    0