วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 3 : คำสั่งด่วน(ลงใหม่แล้วค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    5 ส.ค. 54

   
  "พี่จ๋า.."

เสียงใสๆที่คุ้นเคยของเด็กหญิงร้องเรียกดังมาแต่ไกล   พร้อมกับเสียงฝีเท้าตึกตักวิ่งใกล้เข้ามา   ทำให้คามิวต้องหันไปมองในทิศทางต้นเสียง  และโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็แทบจะล้มลงไปกับพื้นเพราะแรงของเด็กหญิงที่เขารู้จักดีโถมเข้าใส่ทั้งตัว

"คิดถึงจังเลย พี่จ๋า"

สาวน้อยพูดพลางกอดเอวพี่ชายแน่นพร้อมซบหน้าลงไปคลอเคลียไม่ห่างนั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็น รินเซ่ น้องสาวสุดที่รักของคามิวที่เพิ่งกลับมาจากราเชลนั่นเอง ขณะนี้รินเซ่อายุได้ 12 ปีแล้ว ห่างกันไปเกือบ 2 ปีพอมาเจอหน้ากันแต่ละครั้ง เธอก็ดูจะเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยน่ารักมากขึ้นทุกที ผมสีทองยาวสลวยถูกมัดรวบเอาไว้เรียบร้อย ดวงตากลมโตสีมรกตใสแจ๋วเต็มไปด้วยประกายระยับ บ่งบอกความดีใจของเจ้าตัว ดวงหน้าได้รูปรับกับปากอิ่มสีแดงเรื่อที่ระบายยิ้มเต็มที่ ดูดีจนพลอยทำให้คนเป็นพี่ต้องยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ รินเซ่" พี่ชายยิ้มพลางกอดตอบ

"ท่านแม่บอกให้มาตามพี่ชายเข้าไปในวังก่อน มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะค่ะ" พูดพลางคล้องแขนพี่ชายแล้วพาเดินมุ่งหน้าไปยังวังหลวงด้วยกัน

"...จะใช้ช่วยเรื่องอะไรกันนะ?" คามิวเริ่มสงสัย เพราะร้อยวันพันปีบิดาและมารดาของเขาไม่เคยที่จะขอความช่วยเหลือจากเด็กอย่างเขาสักครั้ง

"รู้สึกว่าคนที่มีธุระจะเป็นท่านพ่อมากกว่านะ แต่สั่งผ่านท่านแม่มาเท่านั้นแหละค่ะ" เป็นคำตอบที่ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มงุนงงมากขึ้นไปอีก "รีบไปกันเถอะค่ะ"

แม้จะสงสัยว่าเป็นธุระอะไรกันแน่ แต่ก็ยอมที่จะมุ่งหน้าไปหาถึงในวังหลวง แม้ว่าคามิวจะไม่ค่อยอยากเข้าไปในวังเท่าไรนัก เนื่องจากกลัวว่าจะเจอคนสำคัญที่คอยกลั่นแกล้ง ทั้งสองเดินไปครู่ใหญ่ๆ จนกระทั่งมาถึงประตูหน้าของวังหลวงซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าอยู่อย่างแข็งขัน เมื่อทั้งคู่ไปถึงประตูวังก็เปิดรับทันที เพราะพวกเขาเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ทหารหลวงที่ทำงานอยู่ในวังเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

ทางเดินไปสู่หอจอมเวทนั้นอยู่ด้านข้างทางเดินหลัก ซึ่งแยกออกไปทางด้านขวาของพระราชวังเพื่อความเป็นสัดส่วน และเพื่อความสงบเงียบในการปฏิบัติงานซึ่งต้องอาศัยสมาธิเป็นอย่างสูง ทางเดินปูลาดด้วยหินก้อนใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบแวดล้อมด้วยไม้ยืนต้นและไม้พุ่มเขียวชะอุ่มร่มรื่น ตัวหอจอมเวทนั้น เป็นหอคอยสูงตระหง่านสร้างด้วยหินสีเทาดูแข็งแกร่ง ...แต่ด้วยความเก่าแก่ของมันทำให้ดูทะมึนน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง...

เมื่อทั้ง 2 มาถึงยังหอคอยจอมเวทแล้ว ก็หยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งเพราะว่าประตูทางเข้ามีตาข่ายอาคมขึงไว้ป้องกันไม่ให้มีใครรุกล้ำเข้าไปได้ เนื่องจากภายในหอคอยจอมเวทนี้ถูกใช้เป็นที่เก็บรักษาบรรดาของมีค่าในตำนานและของอาถรรพ์นานาชนิด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องเก็บสมบัติของราชวงศ์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

แต่ทว่า สำหรับคามิวผู้มีร่างกายพิเศษต่างจากคนธรรมดาทั่วไปแล้ว ข่ายอาคมพวกนี้ไม่มีผลกับเขาแม้แต่น้อย หนุ่มน้อยจึงเดินเข้าไปได้อย่างสบายๆ ...ผิดกับรินเซ่ที่ต้องเสียเวลาร่ายเวทเพื่อแทรกตัวเข้าไปภายใน...

เมื่อเข้าไปภายในได้แล้ว สิ่งที่พบก็คือห้องโถงกว้างใหญ่ที่มีเหล่าจอมเวทแห่งราชสำนักหลายคนกำลังทำงานกันอยู่ บางคนก็กำลังหอบตำหรับตำราสำหรับการค้นคว้า บางคนก็บดสมุนไพรทำยา บางคนก็กำลังเล่นแร่แปรธาตุสร้างสิ่งของแปลกๆอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง แต่ละคนทำงานกันไม่มีหยุดมือ และเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินเข้ามาต่างก็หยุดกิจกรรมที่กำลังทำ พลางส่งเสียงทักทายอย่างคนคุ้นเคย

"สวัสดีครับ ท่านแม่อยู่ห้องไหนครับ" คามิวเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เพราะหอจอมเวทนี้มีห้องมากมายชวนให้หลงกันได้ไม่ยากนักหากไม่คุ้นเคย

"อยู่ที่ห้องทำงานของท่านนั่นแหละ ขึ้นไปเถอะ ท่านคริสโตเฟอร์ก็อยู่ที่นั่นด้วยนี่นา" เสียงตอบกลับมาอย่างเป็นกันเองดังขึ้นจากจอมเวทที่กำลังบดยาใกล้ๆนั้น

"ขอบคุณครับ" พูดจบคามิวก็เดินนำหน้าน้องสาวขึ้นบันไดไปยังชั้น2 ซึ่งเป็นห้องทำงานของมารดาทันที

ห้องทำงานของคามิลล่า ซึ่งมีตำแหน่งห้วหน้าจอมเวทแห่งราชสำนัก อยู่บนชั้นที่ 2 ของหอคอยเวทมนต์ ภายในมีห้องสมุดเล็กๆที่เก็บหนังสือมีค่าหายากเอาไว้เป็นจำนวนมาก และในห้องยังแยกเป็นสัดส่วนสำหรับการทดลองเวทมนต์และปรุงยาตามแต่จอมเวทสาวต้องการ แต่ขณะนี้ตัวเจ้าของห้องกำลังนั่งสนทนาอยู่กับสามีของเธอที่โซฟารับแขกในมุมหนึ่งซึ่งจัดไว้พักผ่อนที่ทำงานของมารดา

ก๊อกกก... ก๊อกกก... ก๊อกกก...

"ขออนุญาตครับ" คามิวส่งเสียงนำไปก่อนเพื่อขออนุญาต ขืนพรวดพราดเข้าไปตอนที่มารดากำลังลองเวทละก็ อาจจะมีการเจ็บตัวเกิดขึ้นก็ได้

"เข้ามาสิ คามิว รินเซ่" คามิลล่าเอ่ยเรียกลูกทั้ง 2 ของเธอเข้าไปในห้องเป็นเชิงอนุญาต

ในห้องทำงานของคามิลล่านั้น กำแพงด้านหนึ่งเต็มไปด้วยตำราเก่าแก่ล้ำค่า และขวดโหลที่ใส่ของแปลกๆเอาไว้ตั้งเรียงรายกันอยู่เป็นจำนวนมากมายบนชั้นที่สูงจนถึงเพดาน ตรงกลางเป็นโต๊ะไม้สีเข้มตัวใหญ่ที่เอาไว้ใช้ทำงานเอกสารและอื่นๆตามแต่เจ้าของห้องต้องการ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นส่วนพักผ่อนมีโซฟาและโต๊ะรับแขกวางตั้งไว้ ...คริสโตเฟอร์และคามิลล่ากำลังนั่งจิบน้ำชากันอยู่ที่โต๊ะรับแขกนั่นเอง...

"ท่านพ่อขา คิดถึงจังเลย" สาวน้อยยิ้มแป้นรีบวิ่งเข้าไปหาอ้อมแขนของบิดาที่รอจะกอดลูกสาวให้สมกับความคิดถึง

"โอ้โห ตัวหนักขึ้นรึเปล่านี่ ฮ่าๆๆๆ" คริสโตเฟอร์รวบตัวลูกสาวแล้วอุ้มขึ้นมากอดไว้

"คิดถึงท่านพ่อที่สุดเลยค่ะ" รินเซ่เอียงศรีษะได้รูปซบลงที่ไหล่ของบิดาพลางใช้สองแขนเล็กๆโอบกอดบิดาของตน พร้อมหอมแก้มอย่างประจบเอาใจ

คริสโตเฟอร์แม่ทัพอัศวินคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องรักครอบครัวอยู่แล้ว ยิ่งกับลูกสาวตัวน้อยคนนี้ละก็ เรียกได้ว่าดั่งแก้วตาดวงใจเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและภรรยาโดยตรงก็ว่าได้ ส่วนคามิวเขาก็รักไม่ต่างจากลูกในใส้ทั้งๆที่เป็นเพียงลูกบุญธรรม ถึงแม้จะไม่ได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อแสดงความรักเหมือนตอนเด็กๆแล้ว เนื่องจากพวกเขาต่างก็เป็นผู้ชายเมื่อเด็กหนุ่มเติบโตเข้าช่วงวัยรุ่น การจะให้พ่อกอดลูกชายมันก็ออกจะแปลกๆยังไงอยู่

"รินเซ่ลูกกับท่านพ่อไปคุยกันทางโน้นก่อนนะ แม่มีเรื่องจะคุยกับคามิวก่อน" คามิลล่ายิ้มๆมองสองพ่อลูกที่กอดกันกลม

เมื่อคามิลล่าเอ่ยปากขอคุยกับลูกชายเป็นส่วนตัวตามลำพัง สองพ่อลูกจึงปลีกตัวไปนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงให้หายคิดถึงที่มุมพักผ่อนมุมหนึ่งในห้อง เหลือเพียงคามิลล่ากับคามิวเท่านั้น ธรรมดาแล้วหน้าที่คุยกับลูกชายนั้นมักจะยกให้คริสโตเฟอร์ผู้เป็นพ่อ แต่คราวนี้เป็นเรื่องที่ผู้เป็นพ่อออกจะเอ่ยปากได้ลำบากเนื่องจากเป็นคำสั่งจากเบื้องบน จึงต้องมาขอให้ผู้เป็นมารดาทำหน้าที่เกลี้ยกล่อมลูกชายแทนตนเอง

"คามิว แม่จะส่งลูกไปเข้าเรียนที่กรุนเบลค์นะ" น้ำเสียงของมารดาฟังดูราบเรียบเมื่อเป็นเรื่องปกติ

"....กรุนเบลค์? รัฐอิสระที่อยู่ระหว่าง โรแลนเซียกับ บัลเบิร์ค?" คามิวทบทวนความจำที่ได้เรียนมาในชั่วโมงเรียนด้วยความฉงน

"ใช่ ...ที่ต้องส่งไปก็เพราะว่า... เจ้าหญิงอาเรียจะไปเข้าเรียนในโรงเรียนการปกครองที่นั่น" คามิลล่าบอกเหตุผลให้ลูกชายฟัง

เจ้าหญิง อาเรียริน่า เดอ โรแลนเซีย รัชทายาทอันดับ 1 แห่งโรแลนเซีย อายุมากกว่าคามิว 2 ปี ด้วยความที่มีอายุใกล้เคียงกันและรู้จักมักคุ้นกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพวกคามิวเข้าไปเล่นในวังบ่อยๆ จึงเรียกได้ว่าพวกเขา 2 พี่น้องเป็นพระสหายของเจ้าหญิงไปโดยปริยาย และเจ้าหญิงรัชทายาทคนนี้แหละที่มักจะคอยกลั่นแกล้งคามิวที่เข้าไปหาบิดามารดาในวังบ่อยๆ บางทีก็โดนแกล้งจนถึงขนาดเจ็บตัวก็ยังเคยมี

โรงเรียนการปกครองของรัฐกรุนเบลค์ตั้งอยู่ในเมืองหลวงกรุนเบอร์เรีย มีหลักสูตรในการเรียน 6 ปี แถมคนที่จะเข้าไปเรียนได้ก็มีแต่ลูกท่านหลานเธอไม่ก็เชื้อพระวงศ์ เจ้าเมืองผู้ครองแคว้น หรือบรรดาลูกๆของทหารเท่านั้น การคัดเลือกก็ค่อนข้างเข้มงวด จนคนธรรมดาแทบไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าไปได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเหล่าคิงทั้งหลายมักจะจบการศึกษาจากที่นี่ และอาจจะพูดได้ว่าการที่ทั้ง 4 อาณาจักรยังไม่ทำสงครามกันก็เพราะ ...มีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างที่ร่ำเรียนมาด้วยกันจากสถาบันแห่งนี้นั่นเอง...

แล้วทำไมถึงจะส่งเขาไปล่ะ...? กับเจ้าหญิงอาเรีย ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากมายนัก ถึงจะได้ชื่อว่าพระสหาย แต่ก็เป็นตำแหน่งที่ได้มาเพราะไม่มีเด็กที่รุ่นราวคราวเดียวกันซะมากกว่า จะว่าไปก็แทบจะเรียกได้เลยว่าเขาเป็นเพียงแค่ของเล่นที่ถูกใจเท่านั้น การจะให้ไปด้วยกันนี่ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ

"เจ้าหญิงอาเรีย จำเป็นต้องมีองครักษ์ ที่จริงให้รินเซ่ไปจะเหมาะกว่าเพราะเป็นผู้หญิง แต่น้องยังเด็ก แม่ก็เลยต้องขอให้ลูกรับหน้าที่นี้แทนน่ะ"

มารดาพูดพลางทำหน้ายุ่งยากใจ เพราะที่แล้วๆมาเธอไม่เคยให้คามิวออกไปนอกเมืองโดยไม่มีเธอไปด้วย คงเพราะกลัวคำทำนายที่เคยทำนายไว้ กับลูกชายคนนี้แล้วเธอค่อนข้างห่วงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขานั่นเอง

"ครับ ท่านแม่..." เป็นไปตามคาด คามิวรับคำอย่างว่าง่าย ลูกชายของเธอคนนี้ไม่เคยที่จะไม่เชื่อฟัง แม้ว่าตอนนี้ใบหน้าคมคายของหนุ่มน้อยคามิวจะมีแววไม่พอใจเล็กน้อยก็ตาม "ต้องออกเดินทางเมื่อไหร่ครับ?"

"จะต้องออกเดินทางใน 7 วันข้างหน้านี้แหละ ตอนแรกเจ้าหญิงบอกว่าจะไปคนเดียว แต่ฝ่าบาททรงเป็นห่วง ก็เลยมาขอร้องท่านพ่อให้ส่งลูกไปเป็นเพื่อนด้วยน่ะ" รอยยิ้มเจื่อนๆของมารดาไม่ได้ทำให้คามิวรู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อย

เพราะว่าเป็นคำขอร้องของพระราชา ซึ่งมันก็เท่ากับเป็นคำสั่งกลายๆนั่นแหละ ถึงจะเป็นห่วงไม่อยากให้ลูกชายไปไหนก็จำใจต้องยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่จริงในตอนแรกคามิลล่าพยายามคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะคามิวไม่เคยออกไปไหนไกลจากเมืองหลวงมาก่อน ถึงลูกชายของเธอคนนี้จะเก่งแค่ไหนก็ยังไร้เดียงสาต่อโลกภายนอก คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นเป็นแน่ แต่เมื่อคริสโตเฟอร์ถูกสั่งให้มาขอร้องเธอก็จำต้องยอมจำนน ปล่อยให้ลูกชายทำหน้าที่ ซึ่งโดนบังคับจากเบื้องบนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

"แล้วต้องสอบเข้ารึเปล่าครับ ผมต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?" คามิวเอ่ยถามมารดาเบาๆ

"ฝ่าบาทคาร์ลอสเจาะจงว่าองครักษ์ที่จะไปด้วยต้องเป็นคามิวเท่านั้น ที่จริงอายุของลูกยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนที่นั่น แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะมีหนังสือรับรองของทางนี้ส่งไปที่โน่นแล้ว พอไปถึงลูกกับเจ้าหญิงก็แค่เข้ารับการทดสอบข้อเขียน แล้วก็วิชาการต่อสู้กับเวทมนต์ จากนั้นอาจจะมีสัมภาษณ์อีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง" คนที่ตอบคำถามคือ คริสโตเฟอร์ ที่อุ้มลูกสาวเดินเข้ามาสมทบ ซึ่งตัวลูกสาวสุดที่รักขณะนี้กำลังทำหน้างอง้ำอย่างไม่สบอารมณ์เต็มที่ เนื่องจากพี่ชายของเธอจะต้องห่างกันออกไปอีกแล้ว

โรงเรียนการทหารกรุนเบอร์เรียนั้น มีเกณฑ์ในการพิจารณารับนักเรียนเพียง 3 ข้อคือ ความสามารถ ชาติกำเนิด และประวัติการศึกษา แม้ตามปกติแล้วจะรับนักเรียนที่อายุเกิน 18 ปีเข้าเรียนตามหลักสูตร แต่ถ้าหากผ่านเกณฑ์เหล่านี้แล้วละก็ เด็กหนุ่มอายุเพียง 17 ปีที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างคามิว ก็สามารถรับสิทธิ์ในการสอบเข้าเรียนพร้อมกับคนอื่นที่อายุมากกว่าตนเองได้เช่นกัน

"พ่อรู้ว่าอาจจะลำบากอยู่บ้าง เพราะลูกไม่เคยไปไหนไกลขนาดนั้น" คริสโตเฟอร์พูดพลางเหลือบตามองภรรยาสุดที่รัก ที่ไม่เคยปล่อยคามิวให้ห่างสายตาราวกับว่าห่วงลูกคนนี้เสียเหลือเกิน

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รังแกคามิวหรอก วางใจได้เลย" เจ้าของเสียงเปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ

"เจ้าหญิงอาเรีย ฝ่าบาทเสด็จมาถึงที่นี่...." คริสโตเฟอร์ อึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาในห้อง

เธอคือเจ้าหญิงอาเรียริน่า เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งโรแลนเซีย เธอเป็นสาวน้อยร่างแบบบาง ใบหน้าหวานอายุ 19 ผมสีทองยาวสลวยถูกถักเป็นเปียไว้ด้านหลังเพื่อความทะมัดทะแมง ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองมายังคามิว ส่องประกายระยิบระยับเหมือนได้ของเล่นถูกใจ นิสัยส่วนตัวของเจ้าหญิงพระองค์นี้ก็เป็นที่รู้กันดีอีกนั่นแหละว่าแก่นแก้วราวกับผู้ชาย ...ที่สำคัญคือเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด...

"ธรรมดาพวกเราก็เล่นกันบ่อยๆนี่นา จริงมั้ย คามิว?" เธอหันมาถามยิ้มๆกับหนุ่มน้อยตรงหน้า

เป็นคำพูดที่ทำให้หนุ่มน้อยผมดำสะดุ้งเฮือก นึกหวาดจนต้องก้าวถอยหลังอย่างระวังภัย เพราะว่าเจ้าหญิงอาเรียมักจะมีการละเล่น(?) แปลกๆมากลั่นแกล้งเขาได้ไม่ค่อยซ้ำกัน อย่างคราวที่แล้วก็โดนแกล้งหนักขนาดแขนหักมาทีนึงแล้ว หลังจากนั้นมาคามิวจึงค่อนข้างระวังตัวแจ ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าหญิงได้แกล้งหรือเข้าใกล้เขาได้ง่ายๆอีกเลย

"...เล่นบ่อยๆอะไรกัน เจ้าหญิงแกล้งพี่ชายมากกว่า" คนที่โพล่งออกมาอย่างไม่กลัวเกรง คือรินเซ่ที่พยายามปกป้องพี่ชายของตัวเองเต็มที่

"แกล้ง? เปล่าซะหน่อย ฉันเห็นคามิวน่ารักก็เลยหยอกด้วยความเอ็นดูตะหากล่ะ หึหึ" เจ้าหญิงตอบนิ่มๆแถมรอยยิ้มอย่างเป็นต่อ และมันก็เป็นคำตอบที่ทำให้รินเซ่ยิ่งหน้างอมากขึ้น แต่พออ้าปากจะเถียงก็ถูกตัดบทโดยผู้เป็นมารดา

"ฝ่าบาทไม่ต้องห่วงเพคะ คามิวต้องไปกับฝ่าบาทแน่นอน ยังไงก็ช่วยเพลาๆมือทนุถนอมลูกชายหม่อมฉันหน่อยก็แล้วกันนะเพคะ"

แม้ใบหน้าคนพูดจะเคลือบด้วยรอยยิ้มแต่น้ำเสียงกลับเย็นจนคนฟังรู้สึกได้ คนที่เจ้าหญิงจะเกรงใจก็คงมีแต่ท่านหัวหน้าจอมเวทคามิลล่าคนนี้แหละ อาจจะเป็นเพราะเจ้าหญิงอาเรียสูญเสียพระมารดาไปตั้งแต่ยังเล็กๆ คามิลล่าที่กล้าดุเธอจึงเปรียบได้กับแม่คนหนึ่งนั่นเอง

"อืม ไว้เจอกันวันเดินทางนะ คามิว" พูดจบเจ้าหญิงก็ยิ้มให้แล้วเสด็จออกไปจากห้องทันที ทุกคนในห้องพากันถอนใจอย่างโล่งอกที่พายุพัดผ่านไปแล้ว

"คามิว ขอโทษนะที่จริงพ่อก็ไม่อยากให้ลูกไปหรอก แต่มันเป็นคำสั่ง...ก็เลย...." คริสโตเฟอร์มองหน้าลูกชายที่ยืนนิ่งอย่างรู้สึกผิด

"ไม่เป็นไรหรอกครับท่านพ่อ เพื่อท่านพ่อกับท่านแม่ จะให้ทำอะไรผมก็จะทำครับ" เป็นคำตอบที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ทำเอาคนฟังแทบสะอึก

ใช่แล้ว เพื่อบิดาและมารดาที่อุตส่าห์เก็บเด็กกำพร้าอย่างเขามาเลี้ยงดูให้ความรักเต็มที่ดุจลูกในไส้ของตน เขายินดีจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ หากเป็นสิ่งที่เขาทำได้เขาก็จะทำ ...แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยอม...

"เอาเถอะ เรื่องเตรียมตัวเอาไว้ก่อน ตอนนี้เราไปฉลองวันเกิดรินเซ่กันดีกว่า" เมื่อเห็นบรรยากาศระหว่างพ่อลูกที่เริ่มอึมครึม คามิลล่าจึงดึงความสนใจของทุกคนไปเรื่องอื่นแทน

"ดีเหมือนกันงั้นพวกเรากลับบ้านกันเถอะ ป่านนี้ของขวัญพิเศษของพ่อคงส่งถึงบ้านแล้วละ"

"หนูไม่เอาของขวัญได้มั้ยคะท่านพ่อ?" น้ำเสียงสั่นๆที่แสดงให้รู้ว่าเจ้าของเสียงเริ่มไม่อยู่ในอารมณ์ฉลองวันเกิด "ขอแค่พี่ชายไม่ต้องไปที่อื่น หนูก็พอใจแล้ว ไม่ได้เหรอคะ?"

ดวงตาสีมรกตเอ่อคลอไปด้วยน้ำหยาดน้ำตาใสช้อนมองบิดา มันเจือไปด้วยความเสียใจและน้อยใจ ก็คิดดูสิอุตส่าห์หยุดเทอมกลับมาบ้านทั้งที แทนที่จะได้อยู่กับพี่ชายสุดที่รักให้นานสักหน่อย แต่นี่อะไรกัน อีกแค่ 7 วันพี่ชายก็ต้องไปจากเธออีกแล้ว

"ผมหิวแล้วละครับ เรากลับบ้านกันเถอะ รินเซ่..." คามิวเป็นคนตัดบทอ้อนของน้องสาว เพราะรู้ดีว่าท่านพ่อของเขาต้องใจอ่อนให้กับลูกอ้อนแบบนี้ในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน

รินเซ่หันขวับมามองหน้าพี่ชายพลางขยับปากจะเอ่ยแย้ง แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มจากคนเป็นพี่ที่ส่งมาให้ ก็พูดอะไรไม่ออก เธอจึงรีบตะกายออกจากอ้อมแขนบิดาลงไปเกาะแขนพี่ชายแทน แม้ใบหน้าจะยังงอง้ำอยู่ก็ตามที จากนั้นทั้ง 4 คนพ่อแม่ลูกชายลูกสาวก็พากันกลับบ้านของพวกเขาด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยสดชื่นนัก

ในคืนนั้น 4 คนพ่อแม่ลูกฉลองกันอย่างสนุกสนานสมกับที่ไม่ได้มาพร้อมหน้ากันเสียนาน ของขวัญวันเกิดหลายชิ้นวางกองอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่นรอให้เจ้าของมาเปิด แต่ตัวเจ้าของวันเกิดไม่ได้สนใจ เพราะขณะนี้กำลังเกาะพี่ชายแจแบบไม่ยอมห่างราวกับจะตักตวงความอบอุ่นเอาไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่จะต้องจากกันไปไกลให้ต้องคิดถึงอีกแล้ว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปค่อนคืน เจ้าของวันเกิดก็หลับผลอยไปด้วยความเหนื่อย

หลังจากคริสโตเฟอร์อุ้มลูกสาวไปส่งที่ห้องนอนบนชั้น 2 แล้ว ก็เดินกลับลงมาเพื่อคุยกับลูกชายที่ยังคงนั่งรอเขาอยู่ในห้องนั่งเล่น

"คามิว พ่อต้องบอกให้ลูกรู้เอาไว้ก่อนนะ ที่กรุนเบอร์เรียน่ะ พอเข้าเรียนแล้วทุกคนจะเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายหรือลูกทหาร แต่ยังไงก็ยังต้องให้เกียรติเจ้าหญิงตลอดเวลานะ แล้วก็ถ้าเข้าเรียนที่นั่นได้ลูกก็คงจะเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในโรงเรียนนั้น มันอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ขอให้อดทนไว้ก็แล้วกัน" คริสโตเฟอร์อธิบายคร่าวๆให้ลูกชายฟัง เพราะเขาเองก็จบจากที่นั่นเช่นกัน

"ครับ...แล้วกับคนอื่น...." คามิวที่นิ่งฟังเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง เพราะอยากจะรู้ว่านอกจากเจ้าหญิงอาเรียแล้ว เขาจะต้องวางตัวกับคนอื่นอย่างไร

"ไปเรียนให้สนุกเถอะ ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาซะบ้าง ลูกเองก็อยู่แต่ในโรแลนเดียมาตลอดนี่นา ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศไงล่ะ" ผู้เป็นแม่ตัดบท อย่างทำใจได้แล้วว่า ยังไงก็คงต้องปล่อยให้ลูกคนนี้ไปไกลตา "นี่ก็ดึกแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องรีบเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเดินทางในอีก 7 วันข้างหน้า มีของที่ต้องส่งล่วงหน้าไปก่อนหลายอย่างด้วยสิ"

"ครับท่านแม่ งั้นผมขอตัวไปนอนละ ราตรีสวัสดิ์ครับท่านพ่อ ท่านแม่" พูดเสร็จเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นเตรียมเข้านอนตามคำสั่งมารดาอย่างว่าง่าย

อีก 7 วัน จะต้องจากบ้านไปไกลถึงรัฐกรุนเบลค์ นับเป็นครั้งแรกที่คามิวจะได้เดินทางไกล เพราะตั้งแต่จำความได้เขาไม่เคยได้ออกไปจากเมืองหลวงโรแลนเดียนี้เลย นอกจากเมืองราเชลที่เคยไปกับมารดาเท่านั้น แต่ครั้งนี้จะเป็นการเดินทางตามลำพัง ถึงแม้จะไปกับเจ้าหญิง แต่พอเข้าเรียนแล้วคงไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาหรอก อย่างน้อยก็ตอนเข้านอนละนะ หญิงชายต้องแยกกันคนละห้องอยู่แล้ว

'การอยู่คนเดียวไกลบ้านแบบนี้จะเป็นยังไงกันนะ?' คามิวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง 'ก็คงไม่ต่างจากตอนนี้เท่าไหร่ละมั้ง เอาเถอะ แล้วก็รู้เองนั่นแหละ'

ความคิดที่วนเวียนอยู่ในใจค่อยๆสงบลงพร้อมกับลมหายใจเบาๆที่สม่ำเสมอ แสดงว่าเขาหลับสนิทไปแล้วตามประสาคนนอนง่าย แต่ทว่า ถ้าจะมีใครเฉลียวใจสักนิด แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างในยามนี้ ก็จะเห็นเงาคนๆหนึ่งยืนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามและจ้องมองตรงไปยังห้องบนชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนอนของคามิวอย่างประสงค์ร้าย

"ในที่สุดก็หาเจอจนได้ หึหึ"

เงาคนลึกลับขยับเข้าใกล้คฤหาสน์แต่ก้ต้องมีอันชะงัก "บัดซบ มีข่ายอาคมด้วยรึนี่ ฮึ่ม... เอาเถอะ ยังมีเวลาอีกถมเถไป ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนก็ได้" มันพูดกับตัวเองพลางถอยกลับออกไปเงียบๆ "สักวันโอกาสต้องเป็นของข้าแน่ ระวังไว้ให้ดีเถอะ"

พูดจบเงาร่างนั้นก็เริ่มเจือจางและหายไปดุจหมอกควันเหลือแต่ความว่างเปล่า เหมือนกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้นมาก่อน แต่ทว่า เบื้องบนท้องฟ้ากลับปรากฏกลุ่มเมฆกระจายบดบังแสงจันทร์ ราวกับจะคุกคามทุกชีวิตที่กำลังนิทราอย่างเป็นสุขในขณะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6109 yukai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 08:40
    คามิว รู้ตัววาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ใช่ไหม
    #6,109
    0
  2. #5951 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:57
    อ๊างง คามิวน่ารักไม่เปลี่ยน 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:48
    #5,951
    0
  3. #5738 คนรักนิยายมหัศจรรย์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 15:54
    สนุก ครับ
    #5,738
    0
  4. #5662 DREAMMY x') (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 12:58
     เอ... เย็นชาไปไหมเนี่ย
    - -* เหมือนอ่านบทละครชีวิต
    #5,662
    0
  5. #5531 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 21:10
     คามิว คามิ้วววว...  อย่าไปยอมยัยเจ้าหญิง !!!
    #5,531
    0
  6. #5530 black-kitty (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:54

    รินเซ่เกิดตอนคามิวอายุ 5 ขวบ ก็ห่าง5ปี ถูกแล้วนี่คะ
    แต่ในตอนหมายถึง จากไปเรียนที่อื่น อยู่ห่างกัน 2 ปีค่ะ ไม่ใช่อายุห่างกันสองปีนะคะ  หุหุ
    ขอบคุณที่ทักท้วงค่ะ  จะได้แก้ให้ชัดเจนขึ้นกว่านี้ค่ะ^^

    #5,530
    0
  7. #5529 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:47
    อ่า คามิวอายุ 17 รินเซ่อายุ 12 ต้องห่างกัน 5 ปีนะครับ ^^
    #5,529
    0
  8. #5504 Mr.BlackList (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 19:00
    โอ้วเรื่องราวชักเข้มข้นทุกทีแล้ว สนุกมากมาย
    #5,504
    0
  9. #5480 Rainhawk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 23:30
    อะไรนี้นี้ ที่ลบ ลบวันเดียวหมดได้

    ทำไมลงใหม่ลงวันละตอน? อู้?
    #5,480
    0
  10. #5375 dreammono (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 18:19
    อยากให้รินเซ่ไปด้วยอะ
    #5,375
    0
  11. #5222 Petty Bad Girl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 22:37
    อ่าว ถ้ารินเซ่ไม่ได้ไปด้วย แล้วตอนที่คามิวบาดเจ็บใครจะรักษากันล่ะนิ....
    บทนี้ก็อีกเช่นเคย สนุกมากค่า!!
    #5,222
    0
  12. #5160 PphungNbet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:57
    เจ้าหญิง ขี้แกล้งอ่ะ

    ชอบคาแรกเตอร์ของ คามิว

    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #5,160
    0
  13. #5144 คุณมึนจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 05:50
    เจ้าหญิงจะเป็นพวก เกลียดหน้านิ่งๆของคามิว หรือปล่าว ถึงต้องเล่นแรงๆให้แสดงสีหน้าอื่นออกมามั้ง
    แล้วจะเป็นพวก ข้าแกล้งได้คนเดียว คนอื่นมาแกล้งคามิว มันต้องตาย เอิ๊กๆ
    #5,144
    0
  14. #5131 Ekurumi Noa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 08:24
    น้องหวงพี่ ฉายานี้ถูกใจจริงๆ
    คามิวรับคำง่ายไปแล้ว.. เจ้าหญิงแกล้งอะไรคามิวถึงแขนหัก??~
    แล้วถ้าคามิวอยู่กับเจ้าหญิง(ซึ่งแยกกับรินเซ่)  ใครจะรักษาให้ 

    ปล.เจ้าหญิงแอบซึน= =;;
    #5,131
    0
  15. #4091 Lux51Forever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 / 16:34
    การเดินทางครั้งนี้ เจ้าหญิงจะแกล้งอะไรคามิวอีกล่ะเนี่ย

    รุนแรงน่าดูเลย ถึงขั้นแขนหัก

    อิจฉาคามิวจริงๆ ทำไมไม่มีน้องน่ารักแบบนี้บ้างเนี่ย

    ใครกันที่ต้องการตัวคามิว

    ต้องการไปทำไมเนี่ย

    จิ้มๆ ตอนต่อไป ^^
    #4,091
    0
  16. #3950 ใบเฟิร์นแก้ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 21:36
    แวะๆ มาอ่าน ^^
    #3,950
    0
  17. #3913 HxH^U^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 16:00
    ชักชอบเจ้าหญิงซะแล้ว แกล้งคามิวให้หนักๆเลย~~
    #3,913
    0
  18. #3902 FiNall (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 / 20:13
      น้อง สาว ห่วง พี่ ชาย มาก เลย น๊ะ  น่า รัก ดี อ่ะ
    #3,902
    0
  19. #3673 reypheal (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 14:52

    น้องสาวห่วงพี่ชายน่าดูเลยสิค่ะเนี่ย
    อยากรู้จัง ใครที่ต้องการตัวคามิว

    #3,673
    0
  20. #3619 OCELOT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 01:22

    สปีดตก ไว้จะกลับมาอ่านใหม่นะจ๊ะอย่าไปไหนล่ะ 555+
     
    บรรยายโคตรเฉียบเลยจ่ะ

    #3,619
    0
  21. #3600 Shiro-kun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 08:21

    ใครกันล่ะเนี่ย อยากรู้จัง ^ ^

    #3,600
    0
  22. #3582 กะรัตนิรันการ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 20:19
    ใครเนี่ยบังอาจมากที่มายุ่งกะคามิวของฉัน

    อิอิ

    *-*
    #3,582
    0
  23. #3489 KilLMaN45 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 16:42
    ไคเนี่ยจะมาประสงร้ายกระผม

    สนุกๆคับ สนุกแบบเงียบๆเรียบ เอาใจช่วยคับ
    #3,489
    0
  24. #3472 loli (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 23:19
    สงสารรินเซ่จัง T.T
    #3,472
    0
  25. #3464 Cyanide[XIII] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 10:49
     แหะๆ 

    ตอนนี้ก็สนุกอีกเช่นเคยครับ 

    (หาคำผิดและจุดบกพร่องไม่เจอครับ และถ้าอ่านแบบจงใจจับผิดก็ไม่สนุกเท่าไหร่ ผมเลยไม่ได้ช่วยหา ต้องขออภัยครับ)

    เหอๆๆ รินเซ่ทำให้ผมคิดถึงน้องสาวที่เป็นญาติกันเลย...น่ารักจัง
    #3,464
    0