วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 2 : จุดเริ่มต้นการผจญภัย(ฉบับรีไรท์ค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    3 ส.ค. 54

     12 ปีต่อมา ณ โรงเรียนการทหารแห่งเมืองโรแลนเดีย ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่ต้องการเข้ารับราชการในราชสำนักฯ เด็กส่วนใหญ่ที่เข้าเรียนที่นี่มักจะเป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และเหล่าทหาร แม้จะมีบางส่วนที่มาจากชาวบ้านธรรมดาแต่ทุกคนที่เข้าเรียนที่นี่มักจะเป็นพวกที่มีความสามารถโดดเด่นมากกว่าคนทั่วไป

          ยามบ่ายในชั่วโมงเรียนวิชาภูมิศาสตร์ เหล่าเด็กๆกำลังนั่งฟังการบรรยายถึงลักษณะภูมิประเทศและอื่นๆของดินแดนสำคัญทั้ง 4 ในทวีปมิดการ์ดซึ่งเป็นทวีปที่ใหญ่ที่สุด แต่ทว่าอากาศที่อุ่นสบาย กับห้องเรียนที่เงียบสงบคงมีแต่เสียงเจื้อยแจ้วของอาจารย์ผู้สอนที่กำลังพูดอย่างติดลม

          ...มันช่างเหมือนกับเพลงกล่อมชั้นดีทำให้หลายคนเริ่มเข้าญาณไปเรียบร้อยแล้ว...

          "โรแลนเดีย คือเมืองหลวงของอาณาจักรโรแลนเซีย หนึ่งใน 4 อาณาจักรใหญ่แห่งทวีปมิดการ์ด อาณาจักรแห่งนี้มีสภาพภูมิอากาศพอเหมาะกับการเพาะปลูก นับเป็นแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในทวีปก็ว่าได้"

          อาจารย์ชายวัยกลางคน ชี้ไปยังแผนที่บนผนัง ประกอบคำบรรยายของตน

          "อาณาจักร์ที่เหลือก็มี บัลเบิร์ค ที่ค่อนไปทางทิศเหนือ ภูมิอากาศหนาวเย็น เต็มไปด้วยภูเขาสูง แต่อาณาจักรนี้เป็นดินแดนแห่งนักรบกล้า แสนยานุภาพเหนือกว่าอาณาจักรอื่นๆ"

          ภาพในแผนที่เปลี่ยนไป ตอนนี้มันปรากฏภาพของภูเขาหิมะและพื้นที่สีขาวที่กระจายเป็นวงกว้าง

          "อีกอาณาจักรหนึ่งก็คือ พรีมิวเลีย ภูมิอากาศค่อนข้างร้อนชื้นเพราะอยู่แถบเส้นศูนย์สูตร เต็มไปด้วยป่าดิบชื้น ที่นี่มีชนเผ่าต่างๆและสัตว์แปลกๆมากมาย รวมทั้งสภาพทางนิเวศน์ที่หลากหลาย แต่ทว่าพื้นที่เพาะปลูกกลับมีน้อย เนื่องจากการแผ้วถางที่ทำกินนั้นกระทำได้ยาก เพราะพวกสัตว์แปลกๆที่อยู่ในป่าส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ร้ายเสียมาก"

          ภาพในแผนที่เปลี่ยนไปอีกรอบ คราวนี้มันเป็นผืนป่าสีเขียวชอุ่มประกอบกับภูเขาสูงลดหลั่นกันดูแปลกตา

          "อาณาจักรสุดท้ายคือ อานาโตเลีย แห้งแล้งเต็มไปด้วยทะเลทราย ถึงแม้จะมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแต่ทว่ามีประชากรน้อย แต่อาณาจักรนี้กลับร่ำรวยที่สุดในทวีปเพราะว่าเต็มไปด้วยเหมืองแร่นานาชนิด"

          ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง ขณะนี้มันกลายเป็นผืนทรายสีทองระยิบระยับสลับกับโอเอซิสใหญ่ๆหลายแห่งซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองต่างๆในอานาโตเลีย

          "อาณาจักรทั้ง 4 พยายามจะไม่กระทบกระทั่งกัน แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่ามีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน เพราะแต่ละอาณาจักรก็มีนโยบายของตนที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก เมืองที่อยู่ตามชายแดนของแต่ละอาณาจักรก็ยังคงมีการไปมาหาสู่กันบ้างตามสมควร ดูเผินๆแล้วจะเหมือนกับทั้งหมดอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ลึกๆแล้วต่างก็ระวังท่าทีของกันและกันอยู่ ราวกับว่าต่างฝ่ายกำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆถ้าใครล้ำเส้นแม้แต่น้อยสงครามคงได้เกิดขึ้นแน่ๆ"

          เสียงบรรยาย ถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทวีปมิดการ์ดดังเจื้อยแจ้ว ฟังแล้วชวนง่วงนอนยังคงดำเนินต่อไปทำให้นักเรียนหลายคนถึงกับฟุบคาโต๊ะฝันหวานมาตั้งแต่เรียนได้เพียงแค่ 10 นาทีแรก แต่สำหรับคามิว หนุ่มน้อยผมดำลูกชายคริสโตเฟอร์ ทีเอเนีย อัศวินแห่งราชสำนักคนนี้แล้ว มันไม่มีผลอะไรกับเขาเลย เขาสามารถทนฟังเรื่องน่าเบื่อแบบนี้ได้โดยไม่เคยหลับสักครั้งเดียว จนกระทั่งได้ชื่อว่าเป็นศิษย์รักของอาจารย์ทุกคน เพราะผลการเรียนที่ดีเลิศแถมยังสนใจฟังบรรยายทำให้คนสอนรู้สึกเป็นปลื้มกันทั่วหน้า

          ...ยกเว้นก็แต่อาจารย์สอนการต่อสู้ที่ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับเด็กคนนี้มากนัก...

          กิ๊งก่อง... กิ๊งก่อง...

          ในที่สุดเสียงกระดิ่งหมดเวลาเรียนก็ดังขึ้นดุจเสียงสวรรค์ที่ดังปลุกให้ตื่นจากนิทราแสนสุข คนที่นั่งหลับอยู่ดีๆก็ลุกพรวดตื่นขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเริ่มดังมากขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะได้กลับบ้านกัน เพราะนี่เป็นวิชาสุดท้ายของวันนี้แล้ว

          "คามิว... วันนี้ไปตกปลากันมั้ย?"

          เสียงชวนเถลไถลนอกทางดังมาจากเรฟเพื่อนซี้ที่มักจะคอยขอลอกการบ้านอยู่บ่อยๆ เด็กหนุ่มมักจะชอบนั่งถัดไปจากคามิวไม่ไกลนักเพื่อที่ว่า เวลาอาจารย์จิกถามปัญหาจะได้ให้คามิวคอยช่วยกระซิบบอกคำตอบให้ เรฟมีผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาสีน้ำตาล ใบหน้ามักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ทำให้ดูดีน่าคบหานิสัยโดยทั่วไปก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่หมอนี่ชอบชวนไปเที่ยวอยู่เรื่อย

          "คงไม่ได้หรอก วันนี้ต้องรีบกลับ ท่านพ่อจะมาที่บ้านน่ะ..." คามิวตอบแบบเนือยๆไม่มีทีท่าสนใจอะไรมากนัก

          "อ๋อ วันเกิดน้องสาวนายใช่มั้ย? ท่านแม่ทัพถึงได้กลับมาบ้านได้น่ะ"

          เรฟเพิ่งจะนึกออก เพราะร้อยวันพันปี คริสโตเฟอร์ ทีเอเนีย พ่อของคามิวซึ่งตอนนี้เป็นถึงแม่ทัพกองทัพอัศวินฯ มักจะมีงานยุ่งอยู่เสมอ ส่วนใหญ่จะอยู่ประจำการแต่ในพระราชวัง เพราะความรับผิดชอบที่มากขึ้นจึงไม่เคยจะได้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน ยกเว้นในวันสำคัญๆของครอบครัวที่ไม่ว่ายังไงคุณพ่อคนนี้ก็จะต้องหาเหตุปลีกตัวจากงานกลับมาบ้านให้ได้ และวันนี้ก็คือวันสำคัญที่ว่าอีกวันหนึ่ง

          "แล้วน้องนายกลับมารึยังล่ะ ได้ข่าวว่าไปเรียนที่โรงเรียนจอมเวทฯไม่ใช่เหรอ" เรฟถามขณะที่พวกเขาพากันเดินออกจากห้องเรียน

          "กลับมาแล้วมั้ง ตอนนี้คงช่วยงานท่านแม่อยู่" คามิวตอบโดยไม่สนใจรายละเอียดมากนัก

          "เก่งเนอะ อายุแค่ 12 ก็เป็นถึงว่าที่จอมเวทแล้ว...แสดงว่าได้รับกรรมพันธุ์ความเก่งกาจมาจากท่านแม่ของนายเต็มๆเลยนะเนี่ย..." เรฟเอ่ยถึงน้องสาวคามิวอย่างชื่นชม เพราะเรฟเพื่อนเขาคนนี้รู้จักรินเซ่น้องสาวของเพื่อนเป็นอย่างดี

          รินเซ่ ทีเอเนีย เด็กหญิงผมทองยาวถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตสีเขียวมรกตที่ดูสดใสอยู่เสมอ และเด็กหญิงคนนี้แหละที่เรฟมอบฉายาให้เธอว่า ...น้องหวงพี่...

          ก็น่าอยู่หรอกที่จะได้ฉายานี้ เพราะตั้งแต่รู้จักคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมา คามิวกับรินเซ่จะอยู่ด้วยกันตลอดไม่เคยห่างเรียกว่ามีตัวติดกันก็คงได้ ยกเว้นเวลาเรียนเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นแล้ว จะต้องเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆหน้าตาจิ้มลิ้ม ใส่กระโปรงสีชมพู คอยวิ่งตามคามิวไปโน่นมานี่อยู่เสมอจนใครๆรู้เห็นจนเป็นเรื่องเคยชินไปเสียแล้ว

          ส่วนคามิวเพื่อนของเขาคนนี้ก็ใช่ย่อย เพราะมีฉายาเหมือนกัน เป็นฉายาที่เขาบรรจงมอบให้หลังจากที่คบกันมานานว่า ...ไอ้เสือยิ้มยาก...

          เพราะว่าคามิวเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ เขามักจะเงียบๆ เหมือนเจ้าตัวจะพยายามทำตัวให้ดูปกติธรรมดาที่สุด ...ใช่สิ ต้องใช้คำว่าพยายามแหละถูกต้องที่สุดแล้ว...

          เหตุผลที่เรฟสรุปเอาเองแบบนั้นก็เพราะว่า เพื่อนของเขาคนนี้เป็นพวกคมในฝัก ทั้งๆที่อายุของเรฟมากกว่าแต่คามิวซึ่งควรจะเป็นรุ่นน้องกลับมาเรียนอยู่ระดับเดียวกันซะอย่างนั้น แม้พวกเขาจะเรียนชั้นเดียวกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องวิชาการต่อสู้แล้ว คามิวยังนำหน้าเขาไปจนแทบมองไม่เห็นฝุ่นอีกด้วย ขณะที่เขาเรียนอยู่แค่ขั้นนักดาบฝึกหัด แต่คามิวเด็กหนุ่มผมดำคนนี้กลับก้าวกระโดดไปอยู่ในขั้น "ว่าที่อัศวิน" ซะแล้ว

          และก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ใครๆในราชสำนักรู้กันดีว่า คามิว ลูกชายของคริสโตเฟอร์ ทีเอเนีย อดีตอัศวินแห่งราชสำนัก ซึ่งบัดนี้ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพแห่งกองทัพอัศวินโรแลนเซียคนนี้เก่งแค่ไหน ฝีมือของเด็กหนุ่มผมดำคนนี้เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะในด้านศาสตร์การต่อสู้ก็ว่าได้ ทุกกระบวนท่าของการต่อสู้ที่เหล่าอาจารย์สอนให้เขานั้น จะถูกเขาซึมซับเอาไว้ราวกับทะเลทรายที่ไม่มีวันชุ่มน้ำ ไม่เพียงแค่เรียนรู้ได้ไว แต่เขายังนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นวิชาเฉพาะตัวของเขาได้อีกด้วย

          "คามิว...นายจะได้ตำแหน่งอัศวินเมื่อไหร่เหรอ?" เรฟถามเรื่อยเปื่อยขณะพากันเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ทางเดียวกัน ที่จริงเขาไม่อยากได้คำตอบนักหรอก เพราะรู้อยู่แล้วว่า เด็กอายุแค่ 17 ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางได้ตำแหน่งอันทรงเกียรติขนาดนั้นแน่...

          "...ไม่รู้สิ เห็นท่านพ่อบอกว่า ถ้าอยากได้ตำแหน่งอัศวินก็ต้องเข้าประลองยุทธฯ แต่ฉันยังเข้าประลองฯไม่ได้เพราะอายุไม่ถึง..." เป็นคำตอบที่ไม่ว่าใครก็รู้ๆกันอยู่ ว่ากฏของการเป็นอัศวินจะต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไปเท่านั้น ให้เด็กๆมาเป็นอัศวินคงได้ยุ่งตายแน่ๆ

          "หึหึ...ถ้านายลงสนามประลองจริงๆละก็ ฉันว่านักดาบคนอื่นๆคงถอนตัวกันหมดแหงๆ" เรฟพูดพลางหัวเราะ เพราะรู้ฝีมือของเพื่อนดี ก็ขนาดอาจารย์ที่โรงเรียนยังไม่อยากจะซ้อมกับลูกชายแม่ทัพฯเลยนี่นา "...ว่าแต่เหงาเหมือนกันเนอะ ที่น้องสาวนายต้องไปเรียนที่เมืองอื่นเนี่ย..."

          "...อือม์..."

          "น้ำเสียงของคามิวแผ่วลง คงจะเหงาเหมือนกันสินะเนี่ย" เรฟแอบเห็นใจเพื่อนหน้าตายของตนเช่นกัน

          เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ที่รินเซ่ต้องไปเรียนเวทมนต์ที่เมืองราเชล เมืองแห่ง นักปราชญ์ ทำให้คามิวผู้พี่ต้องอยู่คนเดียว แม้จะมีบิดามารดา แต่ทว่าทั้งสองคนต่างก็มีภาระหน้าที่ต้องทำแบบว่างานรัดตัวจนไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง ปล่อยให้ลูกชายอยู่กับพี่เลี้ยงและคนรับใช้ ถึงแม้นานๆทีจะกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกันนัก ทำให้คามิวต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาในวังเสียเอง ซึ่งเมื่อเข้าไปครั้งใดก็จะต้องซ้อมดาบกับเหล่าอัศวินลูกน้องบิดาของตนทุกครั้ง จนไม่มีเวลาได้คุยกันอีกนั่นแหละ แถมบางครั้งยังเจอเจ้าหญิงรัชทายาทคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งทุกที ในฐานะที่คามิวเป็นพระสหายจะหลีกเลี่ยงไม่ยอมพบก็คงทำไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะให้เลือกเขาก็ไม่ค่อยอยากจะเข้าวังนักหรอก

          ส่วนเมืองราเชล ที่รินเซ่ไปเรียนวิชาเวทมนต์นั้น เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่บนเกาะในน่านน้ำของอาณาจักรโรแลนเซีย ที่ว่าเป็นเมืองแห่งนักปราชญ์ก็เพราะ ที่นั่นเป็นศูนย์รวมของสรรพวิชาว่าด้วยการเล่นแร่แปรธาตุและเวทมนต์ทั้งหลาย เป็นแหล่งเรียนรู้ของเหล่าจอมเวททั่วทุกสารทิศที่จะพากันแห่มาที่เมืองนี้ เพื่อสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรจอมเวทระดับสูงที่มีการคัดเลือกอย่างเข้มงวด

          รินเซ่ น้องสาวของคามิวสามารถสอบเข้าไปเรียนได้ตอนที่เธออายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น ที่จริงคามิวเองก็เคยไปทดสอบที่ราเชลเช่นกัน แต่พลังเวทของเขาไม่ค่อยคงที่นัก เหล่าคณาจารย์จึงลงความเห็นว่าควรให้เขาเอาดีทางด้านการต่อสู้ซึ่งโดดเด่นกว่า น่าจะเป็นผลดีแก่ตัวเขาเองมากที่สุด หลังจากนั้นมาคามิวก็ไม่เคยคิดที่จะใช้พลังเวทของตนเองอีกเลย ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่า ...มันพึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้...

          เรฟยังจำวันที่รินเซ่ต้องออกเดินทางไปยังราเชลได้ดี เพราะเมื่อรวมคนที่จะตามไปดูแลเด็กหญิงแล้วมีร่วมๆ 20 คนเห็นจะได้ มีทั้งพี่เลี้ยง องครักษ์...? อาจารย์ และทหารคุ้มกัน แต่ที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ภาพของเด็กผู้หญิงผมทองหน้าตาน่ารักที่เคยยิ้มแย้มอยู่ข้างๆพี่ชาย กลายเป็นเด็กขี้แยร้องไห้งอแง กอดเอวพี่ชายเสียแน่นหนึบ กว่าจะแยกออกจากกันได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปมาก

          "โฮ…หนูไม่ไป หนูจะอยู่กับพี่ชาย โฮ…” เสียงร้องงอแงของรินเซ่ดังลั่น “ไม่เอา หนูจะอยู่กับพี่ หนูไม่ไปเรียนแล้ว นะคะ ท่านแม่” สาวน้อย อายุ 10 ขวบ พยายามอ้อนมารดาด้วยการช้อนดวงตาสีมรกต ที่พร่างพราวไปด้วยหยาดน้ำใสมองมารดาอย่างอ้อนวอนสุดชีวิต

          “แต่เราสัญญากันแล้วนะลูก หนูไปเรียนที่ราเชลไม่กี่ปีเองนะ หยุดเทอมก็กลับมาหาพี่เขาได้นี่จ๊ะ” คามิลล่าพยายามตะล่อมลูกสาวตัวน้อย

          “งั้นให้พี่ชายไปกับหนูนะคะท่านแม่” สาวน้อยยังไม่ยอมแพ้

          “ไม่ได้หรอกจ้ะ คามิวต้องเรียนวิชาการทหารที่นี่” มารดาชักจะเริ่มหมดความอดทนขึ้นมาบ้าง

          “ไม่เอา ถ้าพี่ชายไม่ไปหนูก็ไม่ไป แง…” อาวุธสุดท้ายของสาวน้อยคือการกอดพี่ชายแน่นและร้องไห้ฟูมฟายราวกับจะขาดใจ ใครที่เห็นภาพนี้มีหรือจะทนใจแข็งต่อไปไหว

          “คามิว ช่วยแม่หน่อยได้มั้ย” ในที่สุดคามิลล่าก็ต้องหาตัวช่วย ซึ่งหาใช่คนอื่นไม่ แต่เป็นคามิวพี่ชายสุดที่รักของน้องสาว แทนที่จะเป็นคริสโตเฟอร์ สามีของเธอ นั่นก็เป็นเพราะสามีเธอนั่นแหละคือคนแรกที่คัดค้านเรื่องส่งรินเซ่ไปเรียนไกลถึงราเชล ตามประสา …คุณพ่อขี้หวง…

          "ครับท่านแม่" คามิวรับคำอย่างง่ายดาย พลางคุกเข่าลงและดึงร่างน้องสาวมากอดไว้อย่างอ่อนโยน "ทำเพื่อพี่ได้มั้ย? น้องก็รู้ว่ามีแต่พลังเวทมนต์ของน้องคนเดียวที่มีปฏิกิริยากับร่างกายพี่ ถ้าน้องไม่เรียนให้เก่งๆ เกิดพี่บาดเจ็บหนักขึ้นมาใครจะรักษาให้ล่ะ?"

          “จริงด้วย หนูลืมไป... แต่ ...แต่ว่า...” สาวน้อยยังคงดื้อดึง ด้วยไม่อยากจากพี่ชายสุดที่รักไปไกล

          "พี่หวังพึ่งน้องได้คนเดียวเท่านั้นนะ ทำเพื่อพี่สักครั้งได้มั้ย?”

          คามิวยิ้มพลางมองดวงหน้าเศร้าสร้อยของน้องสาว เป็นความจริงที่ว่าร่างกายของคามิวเด็กหนุ่มผมดำหน้าตาคมคายคนนี้ผิดแปลกจากคนทั่วไป ร่างกายของเขาต่อต้านพลังเวทมนต์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือการรักษาด้วยเวทมนต์คาถาแล้ว มันค่อนข้างจะไม่มีผลกับเขาเลย อย่างเช่นเวทโจมตีที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้นั้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะบาดเจ็บสาหัส แต่สำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ผลกระทบที่ได้รับก็เพียงแค่เจ็บๆคันๆเท่านั้นเอง จะว่าดีก็ดีในด้านหนึ่ง แต่ผลเสียก็มีมากเช่นกัน เช่นตอนบาดเจ็บก็ไม่สามารถใช้เวทรักษาได้ แต่ทว่า ถ้าเป็นพลังเวทของรินเซ่แล้ว ดูเหมือนร่างกายของคามิวจะตอบรับได้โดยไม่มีการต่อต้านแม้แต่น้อย

          “…ค่ะ” ในที่สุดรินเซ่ก็ตกลงแม้น้ำตาจะยังไหลพราก แต่มือที่กอดพี่ชายเสียแน่นก็ยอมคลายออก

          “รีบๆเรียนให้จบ แล้วกลับมาไวๆนะ พี่จะรอ” เด็กหนุ่มดึงน้องสาวมากอด พลางจูบที่สองแก้มซึ่งเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

          และนั่นคือการลาจากกันแค่ระยะสั้นๆ ของสองพี่น้อง ที่ไม่เคยได้แยกห่างกันแม้แต่วันเดียว หลังจากวันที่รินเซ่ไปราเชล คามิวก็ดูซึมๆไปบ้างเหมือนกัน จากที่เคยเป็นคนเงียบๆอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบขรึมลงไปอีก พูดจาแทบจะนับคำได้จนเพื่อนๆเริ่มหวั่นๆว่า เขาอาจจะเป็นแค่ตุ๊กตารึเปล่าเพราะนิ่งเงียบจนน่ากลัว แต่จะมีก็วันนี้แหละที่ดูเขาจะพูดมากขึ้น

          "...!!..." อยู่ๆคามิวก็หยุดเดิน หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ดวงตาสีทองที่โดนเส้นผมด้านหน้าบดบังไว้ฉายแววสงสัย

          "มีอะไรเหรอ? หยุดเดินทำไมล่ะ...?" เรฟชะงักเมื่อเห็นท่าทางผิดปกติของเพื่อน

          "...ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ..." คามิวพูดพลางก้าวเดินต่อเหมือนกับไม่มีอะไรผิดปกติ

          "...นายนี่พิลึกคนจริงๆ มีอะไรก็พูดออกมาสิ เงียบแบบนี้ใครจะไปรู้เรื่องล่ะ" เรฟบ่นด้วยความเซ็ง ก็เพื่อนเขาคนนี้มันเป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ค่อยชอบอธิบายปล่อยให้คิดเอาเองมันก็ใช่ที่ เลยต้องดุกันซะบ้าง ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นบางครั้ง

          "...ขอโทษ ฉันแค่รู้สึกเหมือนโดนใครจ้องมองอยู่ แต่คงคิดไปเองน่ะ" ในที่สุดคามิวก็ยอมบอกจนได้

          "อ๋อเหรอ... งั้นฉันแยกตรงนี้ก็แล้วกัน... เจอกันมะรืนนี้นะเพื่อน"

          ว่าแล้วเรฟก็เดินเลี้ยวขวาไปทางทะเลสาปเพื่อจะตกปลาอย่างที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก ส่วนคามิวก็เดินต่อไปตามถนนใหญ่เพื่อตรงไปยังบ้านของเขา โดยไม่ทันได้รู้ว่า บนยอดหอระฆังศาสนสถานที่อยู่บนเนินไม่ไกลจากจุดนั้น มีเงาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาอยู่อย่างประสงค์ร้าย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6108 yukai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 07:36
    สนุกมากค่ะ
    #6,108
    0
  2. #5981 Oh...my love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 08:40
    สนุกกมากเลยค่ะ อ่านแล้วติตดใจอยากอ่านต่อเลยอ่ะ
    #5,981
    0
  3. #5968 koori yuki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 12:48
    โอ๊ว ~~~
    #5,968
    0
  4. #5878 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2555 / 05:43
    สงสารรินเซ่
    #5,878
    0
  5. #5834 นักเวทย์ปีศาจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 16:37
    กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!
    ชอบคามิวมากๆค่ะ
    #5,834
    0
  6. #5780 what_อะไร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 04:07
     แอบมาอ่าน ไว้จะรีบวาดแฟนอาร์ทมาเซ่นนะคะ*_*
    #5,780
    0
  7. #5737 คนรักนิยายมหัศจรรย์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 15:14
    น่าติดตาม ตื่นเต้น ดี ครับ
    #5,737
    0
  8. #5661 DREAMMY x') (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 12:51
    ลึกลับอ่ะ อ่านแล้วลุ้นนน
    คามิวจะต้องเป็นตัวร้ายจริงๆหรอ T^T
    #5,661
    0
  9. #5643 snow_crystal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 / 15:01
    อ่ะ! หวายยยยย
    คามิวก็เป็นพี่ติดน้องเหมือนนี่นา
    #5,643
    0
  10. #5528 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:44
     สมุนของตัวร้าย(พระเอก)  มาแล้ว !~!! ช๊อบชอบ คามิว คามิ้วววว....... ^_________________^
    #5,528
    0
  11. #5374 dreammono (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 17:53

    ความหวงไม่มีที่สิ้นสุด

    #5,374
    0
  12. #5221 Petty Bad Girl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 22:27
    โอ้ว... นับถือพี่แหม่มจากใจจริง!!
    ทำไมพี่ถึงได้บรรยายได้ลื่นไหลเช่นนี้กันคะเนี่ย
    อ่านของพี่แหม่มแล้วก็มองมาที่ผลงานตัวเอง... แง้ๆ แฟนตาซีของฮายซับซ้อนยุ่งยากจริงๆ
    #5,221
    0
  13. #5130 Ekurumi Noa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 08:14
     คามิว..พี่ชายผู้อบอุ่น ใจดี กับน้องสาว
    รินเซ่หนึ่งเดียวผู้สยบคามิว
    อยากให้ 2 คนนี้เป็นพี่น้องกันธรรมดา เพราะดูจากที่รินเซ่ใช้พลังใส่คามิวได้คนเดียวนี่..มันเหมือนนิยายบางเรื่อง
    ความรักสยบราชาปีศาจหนุ่มผู้ทรงสเน่ห์ เลยทำให้คิดว่ารินเซ่"น่าจะ"เป็นนางเอก
    ส่วนตัวแล้วคิดว่ารินเซ่เหมาะจเป็นน้องสาวผู้น่ารักมากกว่า 

    เห็นใจคามิว(TT~) แล้วถ้าโดนเวทย์แรงๆ เข้า ให้ใครรักษาดีล่ะนั่น  
    #5,130
    0
  14. #4480 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2553 / 18:14

    อืม ตอนแรกก็อ่านเรื่อยๆ นะ แต่ไหงพออ่านจบตอนนี้แล้วมันรู้สึกเหมือนอยากอ่านต่อจนหยุดไม่ได้ 
    พูดง่ายๆ สนุกกว่าที่คิดแฮะ

    #4,480
    0
  15. #4089 Lux51Forever (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 / 16:18

    เป็นคู่พี่น้องที่ดูรักกันดีจังเลย

    ทำให้คิดว่า ทำไมน้องฉันไม่เหมือนน้องนายเลยล่ะคามิว ==

    ความคิดส่วนตัวนะค่ะ

    ตอนแรกคิดว่ารินเซ่จะเป็นนางเอกซะอีก

    ด้วยการกระทำท่าทางและปัจจัยด้านอื่นๆมันบ่งบอกอ่ะค่ะ

    แต่ก็ต้องรอดูต่อไป~

    #4,089
    0
  16. #3949 ใบเฟิร์นแก้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 21:13
    อ๊ากก~

    พออ่านเรื่องของรินเซ่แล้วหันไปมองน้องสาวตัวเอง...

    "จะหาเรื่องรึไง จ้องอยู่ได้ -*-"

    - -* ให้ตายเซ่ เกลียดมันชิบเป๋ง!

    ปล.พี่น้องคู่นี้น่ารักจริงๆ ^^
    #3,949
    0
  17. #3934 Gyaboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 23:03
    แต่งได้ดีจริงๆ ค่ะ อ่านแล้วลื่นไหล เห็นภาพชัดเจน
    #3,934
    0
  18. #3912 HxH^U^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 15:50

    หูย~~ น่าติดตามมาก เขียนบรรยายความเป็นตัวละครนั้นๆได้ดีเลยล่ะ

    #3,912
    0
  19. #3901 FiNall (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 / 19:43
       ใคร ที่ จะ ประสงค์ ร้าย ต้องดูฝีมือ ของตัว เอก ดี ดี ก่อน ที่ จะ ไป หาเรื่อง คามิว เค้า
    #3,901
    0
  20. #3893 AliKA-Sand (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2553 / 00:26
    มีเวลานิดหน่อยเลยแว๊บมาอ่านน่ะค่ะ 555+

    คือว่าโดยรวมแล้ว 2 ตอนแรก เท่าที่อ่านก็คิดว่าโอเคนะคะ
    เขียนได้ลื่นไหลดีค่ะ...

    อ่านไปแค่ 2 ตอนแรก คงมีอะไรมาติชมไม่ได้มากนัก อิอิ
    แต่ถ้ามีอะไรติดๆขัดๆ หรืออ่านแล้วรู้สึกมันขัดๆดูแปลกๆ 555 ก็จะท้วงติงให้ค่ะ
    (...แต่ยังไง คนที่อ่านไปก่อนแล้วก็คง ท้วงติง ติชม กันไปหมดแล้วล่ะ 55)
    #3,893
    0
  21. #3804 ทางสายกลาง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 08:47

    ได้รับพันธุกรรมมาจากแม่เต็มๆ <<~ อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆครับ น่าจะใช้สายเลือด เชื้อ  กรรมพันธุ์ ก็ได้ครับ

    #3,804
    0
  22. #3736 แมวน้อยเนโร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 14:32
    แหงะ ต้องแยกจากกันวะแล้ว

    #3,736
    0
  23. #3672 reypheal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 14:35
    เอ่อ เด็ก 10 ขวบไปอยู่ 
    รร.ประจำแบบนี้เหงาแย่เลยค่ะ
    ดีหน่อยที่ยังได้กลับมาค่ะ
    #3,672
    0
  24. #3618 OCELOT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 01:15
    แก้คำผิด 
    ต่อจากย่อหน้าที่ 10 
    คามิวตอบแบบเนีอยๆ เป็น เนือยๆจ่ะ
    จริงๆแล้วพิมพ์ผิดก็ไม่เป็นไรแค่เราอ่านแล้วเข้าใจก็พอเน๊าะ ไม่ว่ากัน

    บรรยายได้เฉียบมาก รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของนิยายเลยจ่ะ
    #3,618
    0
  25. #3599 Shiro-kun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 07:50

    ซึ้งมากๆเลยค่ะ ตอนที่ต้องจากกับรินเซ่ T^T

    #3,599
    0