วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 108 : ตอนพิเศษ โลกใบเล็กของคามิวน้อย (ตอนต้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 พ.ค. 56

สวัสดีค่ะแฟนคลับและผู้อ่านที่รักทุกท่าน..
ขอบคุณสำหรับความคิดถึงและการทวงถามนะคะ 
ก่อนอื่นต้องขออภัยเรื่องความล่าช้าในการอัพนิยายตอนใหม่ๆ เพราะขณะนี้ผู้เขียนเข้าสู่ช่วงการรีไรท์ภาค 2 เพื่อเตรียมเสนอสำนักพิมพ์ค่ะ  
ตอนใหม่อาจจะมาช้า แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงก็จะเขียนให้จบแน่นอนค่ะ
ทีนี้มาพูดถึงตอนพิเศษกันสักหน่อย  หลังจากคุณแม่ของผู้เขียนจากไปอย่างไม่มีวันกลับมันทำให้อารมณ์และจินตนาการตีบตันไปพักใหญ่ๆเลยค่ะ ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นทำให้ผู้เขียนต้องทุ่มเวลากับการงานให้มากขึ้น มันเหนื่อยทั้งใจและกายค่ะ อยากเขียนแต่ก็เขียนไม่ออกจริงๆ  จึงต้องฝึกมือด้วยการเขียนตอนพิเศษทีละนิดทีละหน่อยสะสมไว้  พอเข้าที่แล้วตอนหลักจะตามมาค่ะ  วางพล็อตไว้แล้วเหลือแค่ลงมือเขียนให้จบตอนเท่านั้นเอง
ยังไงก็ขอความกรุีณาอดทนรอกันสักนิด ยังไงก็ทนอ่านตอนพิเศษไปก่อน อาจจะยืดยาดสักนิดอย่าเพิ่งเบื่อนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
*******************

ควันสีขาวและกลิ่นขนมปังอบใหม่หอมกรุ่นชวนหิวลอยออกจากปล่องไฟห้องครัวของคฤหาสน์หลังงามในเช้าวันหนึ่งของปลายหน้าร้อน วันนี้ท้องฟ้าดูสดใสแต่ทว่าอุณหภูมิกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เพราะมันเย็นฉ่ำเนื่องจากสายฝนต้นฤดูที่ตกพรำมาตลอดตั้งแต่เมื่อคืนและเพิ่งหยุดสนิทไปเมื่อย่ำรุ่ง 
 
เหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ทีเอเนียต่างก็ทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขันแต่เช้าตรู่ แม้เมื่อเทียบกับที่อยู่ของขุนนางชั้นสูงทั้งหลายที่นี่จะไม่ใช่คฤหาสน์ใหญ่โตอะไรนักก็ตาม  แต่ตอนนี้เพิ่งมีการต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อย  ทุกคนจึงค่อนข้างวุ่นวายตระเตรียมทำความสะอาดและปรุงอาหารเช้าเป็นพิเศษสำหรับบำรุงร่างกายคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงดูทารก
 
“ตั้งแต่เมื่อวานนี้คุณชายน้อยยังไม่กลับมาเลยนะเจ้าคะ  เกิดอะไรขึ้นเหรอเจ้าคะ คุณผู้หญิง?”
 
เสียงพี่เลี้ยงประจำตัวคุณชายน้อยบ้านทีเอเนียเอ่ยถามหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจกเงาบานใหญ่  และตนกำลังแปรงผมสีทองยาวสลวยให้อย่างเบามือ  ใบหน้างามที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นส่อแววเคร่งเครียด ดูเหมือนเมื่อคืนคุณผู้หญิงของเธอเอาแต่ชะเง้อคอรอคอยลูกชายจนไม่ได้หลับได้นอนเช่นกัน  ทั้งที่นานทีปีหนจะได้หยุดงานเพื่ออยู่บ้านแท้ๆ  
 
เนื่องจากคามิลล่า จอมเวทสาวแห่งราชสำนักเพิ่งให้กำเนิดบุตรีจึงได้รับอนุญาตให้พักงานชั่วคราวจนกว่าร่างกายจะแข็งแรงเป็นปกติ  ทว่าระหว่างที่เธอต้องประคบประหงมให้นมลูกสาวที่ยังเป็นเด็กอ่อนทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกชายเท่าที่ควร  ที่จริงอยากจะส่งคามิวไปให้ตายายเลี้ยงดูแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากเจ้าหญิงอาเรียไม่ยินยอมให้พระสหายคนโปรดขาดเรียน  หรือจะพูดให้ถูกคือไม่อยากให้ของเล่นชิ้นสำคัญต้องจากไปไกลตานั่นเอง
 
“ถูกกักตัวให้อยู่ในวังนั่นแหละ”  นายหญิงของบ้านพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่  “คงต้องรอให้พ่อเขาพากลับมาด้วยกัน เพราะข้าคงไม่ได้เข้าวังอีกพักใหญ่ทีเดียว”
 
คามิลล่าไม่นึกเลยว่าการได้หยุดเพื่อพักฟื้นร่างกายหลังคลอดมันจะกลายเป็นช่องโหว่ เปิดโอกาสให้เจ้าหญิงอาเรียและราชาคาร์ลอสกักตัวลูกชายของเธอเอาไว้ในวัง  ด้วยข้ออ้างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ที่ว่าไม่อยากให้บุตรชายของเธอต้องขาดเรียนและคงไม่มีที่ไหนให้การดูแลได้ดีไปกว่าเนอร์เซอรี่ในวังหลวงแห่งนี้  เมื่อคิงของโรแลนเซียมาออกปากเองใครเล่าจะกล้าขัดขืน
 
“แต่ว่าคุณชายน้อยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนะเจ้าคะ  ยิ่งอากาศเปลี่ยนแปลงข้าเป็นห่วงจังเลยเจ้าค่ะ  ให้คนอื่นที่ไม่คุ้นเคยมาคอยดูแลละก็ ข้าเกรงว่าจะเป็นการไปรบกวนเขาเสียมากกว่าเพราะคุณชายน้อยไม่ค่อยจะเหมือนเด็กทั่วไปซะด้วยสิ”  
 
พี่เลี้ยงสาวแย้งออกมาส่วนมือก็ยังคงแปรงผมนายหญิงไปเรื่อยๆ  แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ใจจริงแล้วเป็นเพราะเธอช่วยดูแลคามิวมาตั้งแต่เล็กๆจึงรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ  แถมยังชินกับความแปลกประหลากที่แตกต่างจากเด็กทั่วๆไปจนเห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ส่วนคามิวน้อยก็ค่อนข้างติดพี่เลี้ยงคนนี้มากกว่าคนรับใช้คนอื่นๆ จะเป็นรองก็แค่ท่านแม่และญาติๆของเขาเท่านั้น  พอต้องจากกันก็ให้รู้สึกห่วงหาอยู่ไม่น้อย
 
“ทางนั้นเขายินดีให้รบกวนนี่สิข้าเลยพูดอะไรไม่ออก” คามิลล่าถอนใจอีกเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงร่างกายที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงของคามิว พลางโทษตัวเองที่มัวแต่ดูแลลูกสาวซึ่งเพิ่งเกิดได้ไม่นานจนละเลยลูกชาย  “คงไม่เป็นอะไรหรอก  ถ้าเกิดอะไรขึ้นพ่อเขาก็คงจะหาทางช่วยพากลับมาเองนั่นแหละ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
 
ปากก็พูดไปเช่นนั้นแต่ลึกๆในใจจอมเวทสาวกลับคิดไปอีกอย่าง  จริงอยู่ว่าในวังหลวงนั้นมีให้ทุกสิ่งคามิวคงได้อยู่ดีกินดีมีคนคอยดูแลแถมมดหมอก็พร้อมสรรพ  แต่ในทางตรงข้ามความพรั่งพร้อมนี้แหละที่อันตรายต่อลูกชายเธอเป็นที่สุด  หากเจ้าหนูเกิดไม่สบายจนต้องให้แพทย์พยาบาลมาตรวจรักษากันจริงๆ  ความลับที่พยายามปกปิดไว้อาจจะแดงขึ้นมาก็ได้
 
“อุแว้ อุแว้”  เสียงร้องไห้โยเยดังขึ้นปลุกให้ผู้เป็นแม่หลุดจากห้วงกังวล  ฝ่ายพี่เลี้ยงสาวก็เกล้าผมให้นายหญิงของเธอเสร็จพอดีเช่นกัน  ทั้งสองจึงต้องหยุดเรื่องของคามิวไว้แล้วหันเหความสนใจไปที่ทารกน้อยที่ยังต้องการให้ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดแทน
 
ทางด้านคุณชายน้อยของบ้านทีเอเนียที่ใครๆก็พากันเป็นห่วงนั้นกำลังพยายามทำตัวให้คุ้นชินกับความสะดวกสบายระดับวีไอพีของวังหลวง  ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่คามิวถูกจับไปดูแลทนุถนอมราวกับเป็นตุ๊กตากระเบื้องแสนบอบบาง   มีคนคอยปรนนิบัติพัดวี ทั้งอาบน้ำประแป้ง ป้อนอาหาร เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องหยิบจับอะไรด้วยตัวเองเลย  ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้เจ้าตัวเล็กยิ่งเกร็งและตื่นกลัวมากขึ้น
 
อย่างห้องที่ใช้นอนเมื่อคืนนี้ก็หรูหรากว้างขวาง เตียงนอนหลังใหญ่พร้อมฟูกที่นอนหนานุ่มดูน่าสบาย  อีกทั้งยังมีเหล่าพี่เลี้ยงและนางกำนัลของเจ้าหญิงอาเรียมาดูแลใกล้ชิด แต่มันกลับทำให้ยากที่จะเข้าสู่ภวังค์นิทราเพราะแปลกที่ ที่สำคัญคือไม่มีคนที่เขาคุ้นเคยคอยนอนกกอยู่ข้างกายเหมือนทุกที  คามิวน้อยเลยนอนกระสับกระส่ายอยู่ค่อนคืนจึงผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย  เช้านี้เขาจึงดูไม่ค่อยสดชื่นเท่าที่ควร  
 
“ทานซุปร้อนๆอีกหน่อยนะจ๊ะ  หรือจะเอานมร้อนดีล่ะ ผลไม้มั้ยจ๊ะ …  เอ่อ…”  
 
นางกำนัลนางหนึ่งพยายามเอาใจเจ้าหนูน้อยที่นั่งนิ่งอยู่บนตักของเธออย่างใจเย็น  หลังจากยอมทานซุปที่ป้อนให้เพียงไม่กี่ช้อนก็เอาแต่นั่งนิ่งผิดวิสัยเด็กทั่วไปที่หากไม่พอใจมักจะงอแง  แต่เด็กคนนี้กลับปิดปากเงียบทำตัวแข็งเกร็งถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นลูกชายของจอมเวทสาวแสนสวยและอัศวินหนุ่มหล่อแห่งวังหลวง ก็อาจจะคิดว่าเขาคือตุ๊กตาที่ถูกประดิษฐ์มาอย่างประณีตบรรจงให้เหมือนคนทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าลืมใส่จิตวิญญาณลงไปเพื่อให้มันมีชีวิตจริงๆ
 
“คามิวกินอาหารเช้าเสร็จรึยัง ไปเล่นกันเถอะ”  
 
เสียงแจ๋วๆของเจ้าหญิงอาเรียดังมาพร้อมกับร่างสาวน้อยอายุ 7 ขวบในชุดกระโปรงสีหวาน รอยยิ้มเบิกบานเบียดแก้มใสเป็นพวงแต่งแต้มด้วยสีแดงเรื่อน่าหยิก  ดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามเช้ามีประกายแพรวพราวสดใส  ผมสีทองที่ถูกมัดเป็นเปียสองข้างขยับไหวตามจังหวะขณะวิ่งเข้ามาหาพระสหายคนโปรดของเธอ  
 
เมื่อได้ยินเสียงคนคุ้นเคยคามิวก็เลยหันหน้าไปมองหาคนที่เป็นเหมือนพี่สาว  เผื่อว่าท่านพ่อของเขาอาจตามมาด้วยจะได้รู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง  แต่คนที่เดินตามหลังเจ้าหญิงอาเรียเข้ามากลับเป็นผู้ชายสองวัยที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร่  คนหนึ่งอายุน่าจะมากกว่าท่านพ่อของคามิวหลายปี ท่าทางองอาจภูมิฐาน เส้นผมสีทองและดวงตาสีฟ้าเหมือนกับเจ้าหญิงอาเรียไม่มีผิด ต่างกันก็แค่แววตาคู่นั้นคมกริบราวกับจะมองทะลุได้ถึงวิญญาณ   ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มผมทองเช่นกันทว่าดวงตาสีไพลินพราวระยับเมื่อเห็นเจ้าหนูน้อย
 
“นี่เหรอลูกชายของท่านคริสโตเฟอร์  สีผมน่ะใช่อยู่นะครับ  แต่หน้าตาเหมือนแม่เขาไม่มีผิดเลยนะครับเนี่ย”
 
ชายหนุ่มผมทองพูดพลางย่อตัวลงมาจ้องมองเสียใกล้ คามิวน้อยที่ใจแป้วอยู่แล้วยิ่งตกใจทำท่าจะโผเข้ากอดนางกำนัลที่ตนกำลังนั่งอยู่บนตัก   แต่ไม่ไวเท่าอ้อมแขนของชายหนุ่มที่ตวัดรวบเอาร่างเล็กจ้อยลอยวูบขึ้นไปกอดไว้  คามิวพยายามดิ้นรนขืนตัวเพราะเพิ่งเคยโดนคนแปลกหน้าบุกประชิดถึงเนื้อถึงตัวแบบพรวดพราดขนาดนี้เป็นครั้งแรก
 
“ท่านพี่เอเดรียน   อย่าแกล้งคามิวสิคะ”  ดูท่าเจ้าหญิงน้อยคงไม่พอใจเท่าไหร่ที่พระสหายถูกอุ้มไปแบบนั้น จึงเริ่มออกอาการงอแงเอาแต่ใจพลางยื้อยุดแขนของชายหนุ่มที่เธอเรียกว่าท่านพี่เอเดรียนเอาไว้  “ปล่อยคามิวลงมานะ ข้าจะพาเขาไปเล่นด้วยกันที่อุทยาน”
 
“เล่นอะไรกันแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ล่ะ  เอเดรียนก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อสักครู่นี้เอง  พ่อว่าพวกเราน่าจะมานั่งคุยกันแบบสบายๆดีกว่า  คามิวจะได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกันเอาไว้เพราะต้องอยู่ด้วยกันอีกนานทีเดียว”
 
“สวัสดีคามิว   ข้าชื่อเอเดรียนจะมาอยู่กับอาเรียและเจ้าสักพัก  เรามาสนิทสนมกันไว้เถอะนะ”  หนุ่มผมทองพูดพลางมองเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของตนอย่างพินิจพิเคราะห์  “เหมือนท่านคามิลล่าจริงๆนะเนี่ย  แบบนี้ใครจะเชื่อล่ะว่าไม่ใช่…”
 
“เอเดรียน!”  เสียงดุเข้มเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่หนุ่มผมทองจะพูดจบประโยค  “อย่าเพิ่งพูดอะไร  เรื่องนี้ยังต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียดอีกที  เพราะมันอาจจะเป็นเพียงข้ออ้างของพวกเขาก็ได้   แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดต่อหน้าเด็กด้วย”
 
“ขอโทษครับท่านน้า  ข้าลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปสนิทเลย”   เอเดรียนเหมือนจะเพิ่งนึกได้จึงรีบเอ่ยขออภัยผู้ที่เขาเรียกว่าท่านน้า  ก่อนหันมามองเจ้าหนูผมดำในอ้อมแขน  “คามิว  ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะมาเป็นพี่ชายให้เจ้ากับอาเรีย  ลองเรียกว่าท่านพี่เอเดรียนหน่อยซิ”
 
ไม่มีเสียงตอบกลับมาแม้แต่แอะเดียว  คามิวน้อยในอ้อมแขนทำตัวนิ่งเกร็งเหมือนเป็นตุ๊กตากระเบื้อง  แม้จะดูแปลกผิดวิสัยเด็กเล็กทั่วๆไปที่มักจะโยเยหากตกใจหรือหวาดกลัว  และถึงแม้จะแปลกใจอยู่หน่อยๆแต่เอเดรียนก็ยังอุ้มเจ้าหนูผมดำเดินตามหลังราชาคาลอสไปยังห้องรับรองเพื่อนั่งพูดคุยกันตามที่ตั้งใจไว้
 
“ฝ่าบาท”  ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปในห้องรับรองอย่างที่ตั้งใจก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน  พร้อมกับร่างสูงสง่าของบุรุษผมสีดำในชุดเกราะอัศวินที่ก้าวเข้ามาอย่างร้อนรน “…เอ้อ  จะพาคามิวไปไหนหรือพะย่ะค่ะ”
 
“เรากำลังจะไปนั่งคุยกันน่ะ  พอดีเอเดรียนเพิ่งเดินทางมาถึงก็เลยอยากให้ทำความรู้จักกับเด็กๆเอาไว้  ท่านมาก็ดีแล้วนะคริสโตเฟอร์   ฉันมีเรื่องจะไหว้วานให้ช่วยจัดการนิดหน่อย  เข้ามาก่อนสิ”
 
ท่าทางอ้ำอึ้งของคริสโตเฟอร์ทำให้ราชาคาร์ลอสเดาออกไม่ยากว่าอัศวินราชองค์รักษ์คนนี้มาเพื่อจะพาตัวลูกชายของเขากลับบ้านเป็นแน่  เหนือหัวตัวแสบแอบลอบยิ้มที่ไปฉกตัวเจ้าหนูมาได้ก่อนที่จะโดนพ่อของเขาพาออกจากวัง  เพราะหากเป็นเช่นนั้นคงจะไม่ได้เห็นหน้าพระสหายน้อยๆของพระธิดาอีกนานแน่  เนื่องจากบรรดาคุณย่าคุณยายกำลังรอคอยที่จะได้เลี้ยงหลานชายสุดที่รักในระหว่างที่แม่ของเขาต้องดูแลลูกสาวคนใหม่
 
ทุกคนทยอยกันเข้าไปในห้องรับรองซึ่งมีชุดโซฟาจัดวางอยู่ บรรยากาศโปร่งโล่งสบายเพราะประตูกระจกบานใหญ่เปิดกว้างออกสู่อุทยานส่วนในแสนงดงามรับสายลมยามเช้าอันสดชื่น  บนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟายังเต็มไปด้วยขนมนมเนยสารพัดชนิดที่มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าจัดมาเพื่อเอาใจเด็กๆทั้งสิ้น  ซึ่งก็คงได้ใจเจ้าหญิงอาเรียนำร่องไปก่อนแล้วเพราะท่าทางดีอกดีใจแบบปิดไม่มิดมันฟ้องอยู่ชัดเจน  ต่างจากอีกหนึ่งคนที่ดูจะไม่ยินดียินร้ายกับของอร่อยเหล่านั้นเลย
 
“คามิว  อ้าปากหน่อย”  เจ้าหญิงอาเรียร้องสั่งพระสหายตัวน้อยที่เอาแต่นั่งเงียบส่งสายตาอ้อนวอนไปทางบิดาของตน  แต่เพราะท่านแม่ของเขาเคยสั่งเอาไว้ว่าต้องตามใจพี่สาวคนนี้ก็เลยจำยอมอ้าปากรับขนมที่ถูกป้อนให้  “อร่อยมั้ย?”
 
“ครับ”  แม้จะตอบเอาใจแต่ด้วยสีหน้าและท่าทางการเคี้ยวช้าๆไม่บ่งบอกเลยว่าคนกินรู้สึกอย่างที่พูด
 
“เอเดรียน  ส่งคามิวให้พ่อเขาอุ้มก่อนก็แล้วกัน”  เหนือหัวแห่งโรแลนเซียทนเห็นเจ้าหนูทำท่าห่อเหี่ยวไม่ไหวเลยยอมอ่อนให้  แต่เรื่องคืนตัวกลับไปบ้านน่ะคงจะยากหน่อย  “เซบาสเตียน ขอนมร้อนมาเสริฟให้เด็กๆหน่อยสิ”
 
ตลอดเวลาการสนทนาเรื่อยเปื่อยช่วงเช้านี้คามิวเอาแต่เกาะติดหนับอยู่กับคุณพ่ออัศวินรูปหล่อที่ทำหน้าลำบากใจ  เพราะเนื้อหาการสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นการบังคับกึ่งขอร้อง ให้ช่วยเกลี้ยกล่อมเจ้าหนูน้อยให้ยอมพำนักอยู่ในเนอร์เซอร์รี่ระดับวีไอพีของวังหลวงเป็นการชั่วคราว  อัศวินราชองครักษ์หมดปัญหาขัดพระบัญชาจึงต้องหันมานั่งคุยกับลูกชายที่ทำท่าจะงอแงอยากกลับบ้านไปหาท่านแม่ของเขาเต็มทีแล้ว
 
“ช่วงนี้อยู่กับพ่อในวังไปก่อนได้มั้ย”  คุณพ่อพยายามอธิบายให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต “ท่านแม่กับรินเซ่ยังไม่แข็งแรงดี พวกเราอย่าเพิ่งไปรบกวนเลยนะ”
 
แค่เอาชื่อท่านแม่สุดที่รักมาอ้างเจ้าหนูน้อยบนตักก็ยอมพยักหน้ารับคำ ดวงตาสีทองเศร้าโศกทั้งยังมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วย ทำให้คนเป็นพ่อเห็นแล้วอดสงสารลูกไม่ได้  คริสโตเฟอร์กอดลูกชายพลางลูบหลังปลอบใจโดยลืมไปว่าในห้องนี้ยังมีอีกหลายคนกำลังมองพวกเขาอยู่  
 
“ท่านคริสโตเฟอร์อย่าลืมบอกคามิวล่ะ ว่าให้เชื่อฟังพี่เลี้ยงบรรดาศักดิ์คนนี้ด้วย”  เอเดรียนยิ้มพลางก้าวเข้าไปหาสองพ่อลูก  “ข้าจะมาเป็นพี่ชายให้เจ้าเอง  พวกเราจะได้เล่นกันให้สนุกไปเลยไงล่ะ  ไหนเรียกท่านพี่เอเดรียนหน่อยสิ”
 
อัศวินผมดำพยักหน้าเป็นสัญญาณเมื่อคามิวหันมามอง ทั้งที่หวั่นๆใจร้อยแปดกลัวความลับของลูกชายตัวน้อยจะแตก  แต่ชายชาติทหารอย่างเขาคงไม่มีทางขัดคำสั่งของเจ้านายจึงต้องกล้ำกลืนฝืนใจทำตาม   หลายครั้งที่นึกค้านแต่ก็เหมือนน้ำท่วมปาก ขัดใจแต่ก็บอกใครไม่ได้
 
“ท่านพี่…  เอเดรียน”  
 
ในที่สุดเจ้าหนูคามิวก็ยอมเรียกชื่อ แม้จะแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจก็ตาม ทว่ามันสร้างความเอ็นดูให้พี่ชายกิตติมศักดิ์ได้ไม่น้อย  และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชีวิตวุ่นวายในวังหลวงของคามิวน้อยก็เริ่มต้นและดำเนินติดต่อกันไปถึงสองปีเต็มเลยทีเดียว
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6058 The New VaSo (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 16:20
    สนุกมากครับ ผมซื้อหนังสือมาเมื่อ3วันที่แล้วตอนนี้อ่านหมดเรียบร้อยจนถึงตอนล่าสุดละครับ เป็นนิยายที่อ่านไม่เบื่อจริงๆ แต่รู้สึกสงสารคามิวยังไงไม่รุ้เจอเเต่เรื่องชวนปวดหัว555
    #6,058
    0
  2. #6040 entask (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 / 17:39
    "ความรับผิดชอบ" คำ ๆ นี้มันทำให้เราต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ ต้องคิด ต้องทำ หลายสิ่งหลายอย่าง
    เลยพลอยทำให้จินตนาการ ความฝันของเราตีกรอบแคบเข้ามา เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
    เคาะสนิม เคาะ เคาะ เคาะ สนิมร่วงเร็ว ๆ จะได้โลดแล่นได้เหมือนเดิม ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ค่ะ
    #6,040
    0
  3. #6039 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 12:39
    คามิวน่ารักอ่ะ
    #6,039
    0
  4. #6038 suikun (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 20:48
    ยิ่งอ่านยิ่งเกลียดอีเจ้าหญิง ไม่รู้ทำไม
    ขอนางอื่นเป็นนางเอกทีเถอะ รับไม่ได้จริงๆ (กำ)
    #6,038
    0
  5. #6037 เอกเองครับ (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 13:11
    โห อยู่ยาวถึงสองปีเชียว น่าสงสาร

    ดึใจจังได้อ่านแล้ว ถึงจะเป็นตอนพิเศษก็เถอะ หุหุ
    #6,037
    0
  6. #6036 ginshine (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 12:25
    คามิวน่ารัก
    #6,036
    0
  7. #6035 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 08:52
    สงสารคามิว ไม่ชอบราชา ไม่ชอบเจ้าหญิงเพราะเอาแต่แกล้งคามิว T^T
    #6,035
    0