วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 104 : สัญญาณอันตราย(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    1 ม.ค. 55


สวัสดีปีใหม่ 2015(2555)
ปีใหม่นี้ขออนุญาตอวยพรให้ผู้อ่านและแฟนคลับที่รักทุกท่านสักเล็กน้อย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกันทั่วหน้า
คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง การงานก้าวหน้า ชีวิตรุ่งเรือง
น้องๆที่ยังเรียนก็ขอให้ได้เกรดเอ สอบได้ดังที่หวังไว้
โรคภัยใข้เจ็บอย่าได้กล้ำกลาย ร่างกายแข็งแรง
และมีแต่สิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตตลอดปีใหม่นี้นะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์อดทนรอคอย ไม่ทิ้งกันไปไหน
ปีใหม่นี้จะพยายามเขียนให้ไวขึ้น เพื่อตอบแทนน้ำใจของแฟนคลับและผู้อ่าน
ทุกคอมเม้นท์ที่กรุณาเขียนไว้นั้นถึงไม่ได้ตอบแต่อยากจะบอกให้ทราบว่า
มันเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดในยามทุกข์ของผู้เขียนค่ะ
ขอบคุณจากใจจริง
Black-kitty


"ถึงรู้ตัวก็สายไปซะแล้ว แม้ข้าจะตายเจ้าก็ไม่มีทางหนีพ้นชะตากรรมที่นายข้ากำหนดไว้ ข้าจะรอวันที่เจ้าจะตกลงสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดมิด"

ปีศาจจำแลงเอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นของเหลวสีดำน่าขยะแขยงต่อหน้าต่อตาทุกคนในที่แห่งนั้น นาร์อิม และผู้ไล่ล่าจากอานาโตเลียที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้พอจะได้ยินทุกถ้อยคำสนทนาตกอยู่ในความงุนงงกับความจริงที่ได้ประจักษ์กับตาตัวเองว่า คามิว ทีเอเนีย หนุ่มผมดำแห่งอาณาจักรโรแลนเซีย แท้จริงแล้วไม่ใช่คนที่ตนเชื่อมั่นว่าเป็นปีศาจอำมหิตที่ฆ่าและทำลายล้างหมู่บ้านชายแดนไปแล้วถึงห้าแห่ง

"เจ้าพ่อมดดำ มันต้องการอะไรกันแน่ถึงได้จงใจสร้างสมุนให้เหมือนคามิวขนาดนี้” อาเบลเป็นคนเปิดประเด็นทำลายความเงียบหลังจากที่ต่างก็ยืนอึ้งจ้องหน้ากันอยู่นานพอควร “จนป่านนี้แล้วมันยังไม่เลิกจองเวรอีกรึนี่”

“เรื่องคงไม่จบง่ายๆ นอกจากพวกมันจะตายกันหมดนั่นแหละ” ฟาร์ฟาร์ภูตพิทักษ์ตัวจิ๋วร่อนลงบนบ่าของหนุ่มแว่นหนา ใบหน้างามของเธอย่นยู่เมื่อเล็งเห็นความยุ่งยากที่ก่อตัวทะมึนมาแต่ไกล “ที่ราชาคาร์ลอสส่งเจ้ามืดหน้าตายคนนี้มาก็เพราะเรื่องนี้ละสิ” ดวงตาสีทองวาววับตวัดฉับไปจับจ้องผู้ติดตามพิเศษที่กำลังก้มลงสำรวจซากที่เหลือของคนร้าย “ทีนี้คงรู้แล้วสินะว่า เด็กของข้าไม่ใช่คนร้ายที่เจ้ากำลังตามหา เพราะฉะนั้นรีบเอากำไลทาสของเจ้าคืนไปเดี๋ยวนี้”

ภูตพิทักษ์ตัวจิ๋วออกคำสั่งเฉียบขาดพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกมากดดัน จนทหารหนุ่มจากอานาโตเลียออกอาการลนลานรีบเดินเข้ามาหาคามิว แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรลงไปหนุ่มผมดำซึ่งเพิ่งใช้พลังกำจัดความมืดมาหยกๆก็ทำท่าซวนเซเหมือนจะวูบจนต้องรีบเข้าไปประคอง เมื่อได้ใกล้ชิดแบบถึงเนื้อถึงตัวนาร์อิมก็ยิ่งสัมผัสถึงกลิ่นไอที่ต่างจากเจ้าคนร้ายเมื่อครู่ราวกับอยู่คนละมิติได้อย่างชัดเจน หนุ่มผิวเข้มแปลกใจตัวเองเป็นอย่างยิ่งที่ความโกรธความขุ่นเคืองที่เคยมีต่อเด็กผมดำคนนี้ได้จางหายไปและแทนที่ด้วยความชื่นชม

“ข้าจะเอากำไลออกให้ก็ได้ แต่ก่อนอื่นคงต้องพาเขาไปพักผ่อนสักหน่อย เพราะนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ต้องไปทำหน้าที่แล้วไม่ใช่รึ?” นาร์อิมข่มความกลัวชี้แจงเหตุผลกับภูตจิ๋ว พลางช้อนร่างเพรียวของคามิวขึ้นมา แล้วเดินนำหน้าไปยังห้องพักทันที

“…อ๊ะ ปล่อยข้าลงเถอะ ข้าเดินเองได้”

คนถูกอุ้มเองก็ตกใจและอับอายไม่น้อยที่ต้องให้คนอื่นซึ่งไม่ใช่พ่อของตัวเองมาบริการขนาดนี้ สองแก้มที่เคยซีดเซียวจึงเริ่มซับสีเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คามิวพยายามดิ้นรนจะลงจากอ้อมแขนแต่เรี่ยวแรงที่ถดถอยประกอบกับความเหนื่อยล้าที่ยังไม่ทันฟื้นฟูเริ่มทำพิษ ขัดขืนได้สักพักก็หมดแรงเอาดื้อๆต้องจำยอมอยู่นิ่งให้นาร์อิมพาเข้าไปส่งถึงห้องจนได้

“ข้าขอปลดปล่อยเจ้าจากการเป็นทาส กำไลวงนี้ข้ายกให้อยากจะถอดออกเมื่อไหร่ก็ทำได้ตามสบาย แต่มันสามารถเก็บกักพลังที่มากเกินไปของเจ้าเอาไว้ได้ เพราะฉะนั้นใส่เอาไว้จนกว่าจะได้อุปกรณ์ชิ้นใหม่ดีกว่านะ”

“ถึงจะยกให้แต่เจ้าก็ยังมีสิทธิในการออกคำสั่งใช่มั้ยล่ะ เจ้าเล่ห์นักนะ” ฟาร์ฟาร์ยังไม่ยอมญาติดีกับหนุ่มผิวเข้มที่ดูสุภาพใจดีขึ้นมากระทันหันมากนัก “ว่าแต่จะบอกมาได้รึยังว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

“ได้ ข้าจะบอกให้รู้กันไว้ ความจริงก็คือ…”

“ท่านคามิว ได้เวลาแล้วครับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกที่ดูจะรื่นเริงเป็นพิเศษของเจ้าเมือง “พวกเราจัดเตรียมลานพิธีและงานฉลองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนกำลังรอท่านอยู่นะครับ”

ก่อนที่ผู้ติดตามพิเศษจะได้อ้าปากเล่าแจ้งแถลงไขความเป็นไปให้ฟังก็ดันมีคนมาชัดจังหวะ เป็นอันว่าคงต้องยกยอดไปสอบสวนกันหลังจากเสร็จงาน ทั้งหมดจึงจำใจต้องยกโขยงกันออกมาจากห้องพักทั้งๆที่จริงแล้วอยากจะให้พระเอกของงานได้พักผ่อนอีกสักครู่ แต่ดูเหมือนจะทำเช่นนั้นไม่ได้เนื่องจากด้านนอกมีบรรดาผู้คนที่รอคอยด้วยความหวังว่าจะได้เห็นขวัญใจของพวกเขาโชว์ความเก่งกาจให้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวพรีมิวเลียจำนวนมากที่พากันแห่มาเพื่องานนี้ จนทำให้จตุรัสกลางเมืองที่เคยกว้างขวางดูคับแคบไปถนัดใจ

ทางเดินที่ทอดยาวไปยังปรัมพิธีเบื้องหน้ารูปสลักวีรบุรุษสยบการ์เดี้ยนนั้นมีกองทหารรักษาเมืองซึ่งมีอาวุธครบมือจำนวนมากยืนเรียงรายเป็นแถว คล้ายกำแพงป้องกันฝูงชนที่อาจจะพยายามผลักดันเพื่อเข้าไปให้ถึงตัวคนสำคัญ เสียงอื้ออึงดังขึ้นในทันทีที่ขบวนของเจ้าเมืองและกองทหารเดินเข้ามาพร้อมกับกองทหารองครักษ์โรแลนเซียที่ตัวสูงใหญ่ และด้วยความเป็นทหารระดับอัศวินที่เก่งกล้ากำยำจึงบดบังเด็กหนุ่มในชุดจอมเวทสีขาวเอาไว้จนเกือบมิด

“ถ้าเกิดพวกอสุรกายที่แฝงอยู่ในกลุ่มคนคืนร่างเดิมขึ้นมา คงเกิดจลาจลแน่ๆ” อาเบลแอบกระซิบเสียงเครียดกับเหล่าองครักษ์เพื่อให้คอยระแวดระวังมากขึ้น “รวมกลุ่มกันไว้ แล้วคอยสังเกตรอบตัวไว้ด้วยนะครับ”

“ที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เรื่องนั้นละมั้ง” ผู้ติดตามพิเศษที่เคยพูดมาตลอดการเดินทางช่วงแรกเริ่มเปิดปากพูดมากขึ้นจนอีกสองคนเริ่มเขม่น เพราะไม่แค่พูดเฉยๆพี่แกยังเดินประกบคนที่กำลังเดินโซเซเสียชิดแบบไม่สนใจสายตาเคืองๆของคนอื่นเสียด้วย

“อะไรกันเนี่ย มองแทบไม่เห็นตัวเลยนี่นา” เสียงบ่นเริ่มดังขึ้นเมื่อทัศนวิสัยในการชื่นชมไอด้อลถูกบดบังไปเกือบหมด

“โดนทหารล้อมหน้าล้อมหลังขนาดนั้น พวกเราจะมองเห็นชัดๆได้ไงกันล่ะ ก็ท่านคามิวยังเด็กตัวยิ่งเล็กๆอยู่ด้วย” ชาวพรีมิวเลียคนหนึ่งบ่นกับเพื่อนที่มาด้วยกันด้วยสีหน้าผิดหวัง แต่เพียงแค่นั้นก็เรียกให้สายตาอีกหลายคู่หันมาจับจ้องพร้อมกับคำถามที่ยิงมาเป็นชุด

“อะไรกัน นี่พวกท่านเคยเห็นตัวจริงของเขามาแล้วงั้นเหรอ เขาเก่งอย่างที่ชาวพรีมิวเลียบอกหรือเปล่าน่ะ” ชายคนหนึ่งท่าทางจะเป็นพ่อค้าต่างถิ่นทำทีเป็นสอบถาม

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้รู้เองละว่าท่านคามิวของเราเก่งแค่ไหน” พ่อค้าพรีมิวเลียยิ้มแย้มคุยโตโมเมด้วยความภาคภูมิใจ “ถึงเขาจะเด็กแต่ก็ไม่ธรรมดา ไม่งั้นชาวพรีมิวเลียที่แข็งแกร่งอย่างพวกเราคงไม่รักใคร่เชิดชูเขาขนาดนี้หรอก”

ทันทีที่เห็นใครคนหนึ่งในชุดจอมเวทสีขาวก้าวออกจากกำแพงทหารองครักษ์เพื่อขึ้นสู่ปรัมพิธี เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจก็พลันเบาลง ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างเพรียวซึ่งถูกชุดสีขาวคลุมไว้เสียมิดชิด แม้กระทั่งหน้าตาก็เห็นไม่ถนัดเนื่องจากเจ้าตัวดึงฮู้ดมาปิดเอาไว้ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะอายที่จะต้องไปยืนอยู่หน้ารูปสลักของตัวเองและต้องการเก็บงำไอธาตุแสงที่กระจายกรุ่นออกมาให้มากที่สุด แต่นั่นกลับเป็นการเพิ่มความขลังให้กับพิธีการโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่าพอออกไปยืนเด่นเป็นสง่าหน้าเวทีหนุ่มผมดำก็ต้องยืนอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้เงยหน้ามองอนุสาวรีย์ที่ระลึกชัดถนัดตา

เมื่อมาดูใกล้ๆถึงได้รู้ว่ามันแกะสลักได้เหมือนตัวจริงจนน่าขนลุก แถมก้อนหินที่ใช้แกะสลักนั้นใหญ่โตมโหฬาร และไม่ใช่หินอ่อนสีขาวเหมือนที่คิดไว้แต่กลายเป็นมูนสโตนซึ่งเป็นศิลาเวทชั้นดี ก้อนใหญ่ขนาดนี้จะต้องมีค่ามหาศาลแน่ แต่ข้อเสียของมันก็คือหากไม่สลักอักขระเวทกำกับให้ทั่วก้อนศิลาก็จำต้องหาจุดศูนย์รวมในการกระจายพลังเวทให้เจอก่อนจะทำการลงข่ายอาคม ซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก แต่ที่น่าหนักใจก็เพราะดูเหมือนว่ามันจะอยู่สูงจนสุดเอื้อมของคามิว ที่แย่กว่านั้นคือมันไม่มีแท่นหรือบันไดให้เหยียบปีนขึ้นไปเสียด้วยสิ

“อุ๊ย… นั่นน่ะเหรอท่านคามิว?” เสียงอุทานแปลกใจดังมาจากปากของหญิงสาวในกลุ่มผู้ชม

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้ชุมนุมก็คือ คามิวซึ่งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าศิลาเวทกำลังพยายามเขย่งก็แล้ว กระโดดก็แล้ว ยืดจนสุดแขนก็แล้ว เพื่อเอื้อมให้ถึงจุดรวมพลังเวทที่อยู่สูงขึ้นไปเกือบช่วงตัว มันทำให้ฮู้ดที่ปิดส่วนศีรษะหลุดลุ่ยลงมาเผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทและเสี้ยวหน้าที่ออกไปทางหวานละมุนเกินชาย เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดเอ็นดูจากสาวน้อยสาวใหญ่ที่ชะเง้อชะแง้แลคนดังได้อักโข ส่วนคนที่ยืนอยู่ใกล้ก็ได้แต่แอบอมยิ้มขำที่เด็กหนุ่มที่วางตัวเงียบขรึมเป็นผู้ใหญ่มาตลอด กลับหลุดกิริยาที่สมกับอายุจริงออกมา ร้อนถึงรุ่นพี่แว่นหนาทนอายแทนไม่ไหว เลยต้องบอกให้ทหารองครักษ์เข้ามาช่วยยกตัวให้ถึงได้เอื้อมมือแตะจุดที่ต้องการได้

“ต๊าย…หน้าหวานขนาดนี้โตขึ้นคงหล่อกว่าท่านพ่อของเขาแน่ๆ” ป้าแม้ค้าคนหนึ่งท่าทางจะรู้จักกับครอบครัวหนุ่มผมดำยิ้มแย้มเอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี

“ตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ อายุก็คงไม่ต่างจากลูกสาวข้าเท่าไหร่นะเนี่ย” พ่อค้าพรีมิวเลียยืนลูบคางพลางคิดไปไกล เพราะข้อตกลงลับๆเรื่องหนุ่มผมดำที่แพร่กระจายในอาณาจักร ทำให้พวกเขาต้องขอดูหน้าค่าตาของเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนจะลงสนามแข่งขัน

“โอ…” เสียงหัวเราะและเสียงชื่นชมจากผู้ชมข้างเวทีที่ดังกระหึ่มกลับเงียบสนิทลงกระทันหันเมื่อข่ายอาคมเริ่มทำงาน เส้นแสงสีทองเจิดจ้ากระจายออกรอบทิศทางสร้างความตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าครั้งก่อน เนื่องจากความมืดของยามค่ำทำให้เห็นความอลังการของมันได้ชัดเจนมากขึ้น แม้แต่นาร์อิมยังรู้สึกทึ่งกับความงดงามของเวทบทนี้เช่นกัน

“อ้ากกก…กกก” และมันก็เป็นไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ เมื่อโดมสีทองส่งละอองกระจายไปสัมผัสตัวอสุรกายที่แฝงร่างในฝูงชนพวกมันก็จำต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา แน่นอนว่าในเมืองใหญ่และมีผู้คนมากมายเช่นนี้ย่อมต้องมีพวกมันอยู่มากกว่าเมืองที่เพิ่งผ่านมา แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะอาละวาดสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้ฝูงชน ร่างอัปลักษณ์เหล่านั้นก็ลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะสลายกลายเป็นฝุ่นผงกระจายหายไปกับสายลม

เพราะคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ คามิวจึงแอบร่ายมหาเวทย์ขจัดความมืดทันทีที่สร้างข่ายอาคมเสร็จสิ้น ผลก็คือ สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมให้หมดไปจากเมืองหน้าด่านที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งกำลังอยู่ในโหมดงานรื่นเริงและไม่ได้สำเหนียกถึงภัยอันตรายที่อยู่ใกล้ตัว และ…ความเหนื่อยล้าสาหัสที่มากขึ้นจากการใช้มหาเวทหลายครั้งในวันเดียว

“หัวหน้าครับ จอมเวทคนนั้น…หมายความว่ายังไง ทำไมเจ้านั่นถึงได้…”

เสียงกระซิบรัวเร็วแสดงถึงความตื่นเต้นตกใจแบบปิดไม่มิดดังข้างกายหัวหน้ากลุ่มผู้ล่าจากอานาโตเลียซึ่งยืนห่างออกมาจากปรัมพิธี

“ข้าก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่ดูเหมือนพวกเราจะโดนหลอกครั้งมโหฬารเลยละ” ร่างสูงเอ่ยตอบทั้งๆที่ยังจ้องมองไปทางกลุ่มของเจ้าเมืองแบบไม่วางตา “ว่าแต่ จัดการปีศาจพวกนั้นหมดแล้วละสิ เก่งเหมือนกันนะที่เอาชนะได้โดยไม่บาดเจ็บกันเลย”

“ใครว่าล่ะ หลังจากหัวหน้าติดตามเจ้าผมดำไป พวกเราก็โดนปีศาจเน่าๆพวกนั้นเล่นงานจนเกือบไม่รอด แต่อยู่ๆพวกมันก็ชะงักแล้วสลายเป็นผงไปต่อหน้าต่อตา บาดแผลที่พวกเราแต่ละคนได้รับก็หายสนิทเป็นปลิดทิ้งด้วยครับ”

หนึ่งในกลุ่มผู้ล่าเล่าความเป็นมาให้ฟัง ท่าทางของเขายังคงมึนงงอยู่ไม่หาย

“หือ? นี่มัน…?” ร่างสูงเบิกตาสีน้ำตาลคมกริบด้วยความแปลกใจเพราะเมื่อได้สำรวจตัวเองก็พบว่าบาดแผลและรอยถลอกทั้งหลายทั้งปวงของตัวเองก็หายไปหมดเช่นกัน “ใช้เวทรักษาชั้นสูงได้ทั้งที่ยังเด็กขนาดนั้น น่าสนใจดีแฮะ ข้าว่าพวกเราคงต้องเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยละนะ พวกเจ้าช่วยกันสืบข่าวให้ข้าหน่อยก็แล้วกันว่า เจ้าเด็กผมดำนั่นเป็นใครและมีความสำคัญยังไงกันแน่ แล้วอีกสองชั่วโมงไปเจอกันที่จุดนัดพบนะ”

แม้จะยังงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแต่นักล่าจากทะเลทรายก็มิได้ซักถามให้มากความเพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของผู้นำ ทั้งหมดจึงพากันเร้นกายปะปนกับฝูงชนที่ทะยอยกันเข้าสู่ลานอเนกประสงค์ซึ่งจัดไว้สำหรับงานรื่นเริงต้อนรับการมาเยือนของหนุ่มผมดำ

“ท่านคามิว ข้าดีใจเหลือเกินที่มีโอกาสได้มาพบท่านอีกครั้ง” น้ำเสียงทักทายอย่างยินดีมาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของชายร่างท้วมคนหนึ่งซึ่งคามิวจำได้ว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งเมืองวินชายน์ “ข้าเป็นตัวแทนของชาวบ้านเมืองวินชายน์มาเยี่ยมเยือน ชาวบ้านก็เลยฝากของขวัญมากับข้า โปรดรับไว้ด้วยเถอะ”

“ส่วนข้าเป็นตัวแทนกลุ่มพ่อค้าพรีมิวเลีย รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาพบและสำนึกในบุญคุณของท่านเป็นอย่างมาก เพราะคนที่เป็นผู้หยิบยื่นอนาคตอันรุ่งเรืองและเส้นทางการค้าอันนำความเจริญมั่งคั่งมาสู่ดินแดนของพวกเรา ก็คือท่านนั่นแหละ ท่านคามิว”

ความวุ่นวายเกิดขึ้น ณ พื้นที่ซึ่งจัดตั้งโต๊ะสำหรับจัดวางอาหารไว้เลี้ยงต้อนรับ เนื่องจากมีอาคันตุกะจากต่างแดนมากหน้าหลายตากำลังรายล้อมหนุ่มผมดำเพื่อทักทายและทำความรู้จัก คามิวที่ยังเหนื่อยล้าก็ทำได้แค่พยักหน้ายิ้มรับและพูดคุยด้วยนิดหน่อย และด้วยการจัดแจงอันยอดเยี่ยมของเจ้าเมืองหน้าด่านที่คอยเร่งให้แถวผู้เข้าพบผ่านไปไวที่สุดเท่าที่จะทำได้รวมทั้งบรรดาทหารองครักษ์ซึ่งทำหน้าที่กีดกันขั้นเทพ หนุ่มน้อยเลยไม่ต้องใกล้ชิดกับใครให้เกิดอันตรายเกินจำเป็น แต่ที่น่าหนักใจก็คือของกำนัลที่ชาวพรีมิวเลียแต่ละคนอุตส่าห์ขนมาเพื่อมอบให้ผู้มีพระคุณนั้นมีมากมายก่ายกองซึ่งถูกวางรวมกันจนสูงเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ ต้องฝากไว้ที่เมืองหน้าด่านเพื่อรอวันส่งกลับไปยังโรแลนเซียเพราะคงแบกของทั้งหมดไปกรุนเบอร์เรียด้วยไม่ได้

ในส่วนของชาวเมืองก็เริ่มใจชื้นขึ้นเสียงหัวเราะและพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่จึงเต็มไปด้วยความโล่งอก สถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลายลงและถึงแม้บางคนจะสูญเสียคนในครอบครัวไปเพราะเขาเหล่านั้นกลับกลายเป็นอสูรกาย แต่ความเศร้าโศกก็เหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีสัญญาณบอกเหตุถึงความเปลี่ยนแปลงของคนเหล่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยและหวาดกลัวกับคนในครอบครัวมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว และความกังขาเหล่านั้นก็ได้รับการขจัดปัดเป่าพร้อมกันปลดปล่อยวิญญาณไปสู่โลกหลังความตายอย่างที่ควรจะเป็น

ตัวหนุ่มผมดำพระเอกของงานนั้นถึงจะเหนื่อยล้าแต่ทว่ายังคงอดทนนั่งร่วมโต๊ะเพื่อพบปะพูดคุยกับทุกคน เพราะเห็นใจคนเหล่านั้นที่อุตส่าห์มารอคอยด้วยความหวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับคนดังที่เคยได้ยินเพียงข่าวลือ อาเบลยังคงตามระแวดระวังรุ่นน้องของตนแบบไม่ยอมห่าง ทางด้านผู้ติดตามพิเศษก็เลี่ยงออกไปคุมเชิงอีกด้านหนึ่งทั้งยังคอยสอดส่ายสายตามองหาผู้ที่อาจจะเป็นอันตรายกับคนในความคุ้มครองของตนไปพลางพร้อมกับสังเกตท่าทางของคามิวไปด้วย ทว่ามองไปมองมาก็ไปสะดุดเข้ากับใครบางคนที่คุ้นหน้าเป็นอย่างยิ่ง ทว่าก่อนที่จะเคลื่อนไหวก็โดนตัดหน้าไปเสียก่อน

“พอดีมีคณะนางรำจากต่างแดนเดินทางผ่านมา ข้าก็เลยจ้างพวกเขามาแสดงการร่ายรำเพื่อเป็นการขอบคุณท่านคามิวที่ช่วยเหลือเมืองนี้เอาไว้”

เจ้าเมืองรีบเอาหน้านำเสนอสิ่งบันเทิงทันทีที่เห็นว่าพระเอกของงานเริ่มมีอาการตาปรือหาวหวอดๆ ด้วยนึกว่าเด็กหนุ่มอย่างคามิวคงจะเบื่อการสนทนากับคนแก่ก็เลยอยากหาอะไรมาสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แถมยังหันไปสั่งการโดยไม่รอคำตอบว่ามีใครอยากดูหรือไม่ เพียงครู่เดียวคณะนางรำต่างถิ่นอันประกอบด้วยนักดนตรีครบวง รวมทั้งคนที่น่าจะเป็นนางรำซึ่งอยู่ในชุดผ้าคลุมสีสันสดใสแถมมีผ้าผืนบางปิดบังใบหน้าจนเหลือแต่ตาคมวาวก็มาเตรียมพร้อมแสดงศิลปะให้ทุกคนได้ชมกัน

ท่วงทำนองแปลกประหลาดหากฟังดูสนุกเร้าใจจากเครื่องดนตรีต่างแดนดังขึ้น พร้อมกับการออกท่าเยื้องย่างอ่อนช้อยของนางรำดึงดูดสายตาของผู้ชมให้จดจ้องกันเป็นจุดเดียว เนื่องจากยามหมุนตัวผืนผ้าคลุมหลากสีก็จะปลิวไสวเผยให้เห็นผิวเนื้อสีน้ำผึ้งนวลเนียนและส่วนโค้งส่วนเว้าอยู่วับแวม เหล่าชายชาตรีจึงต้องอาศัยสมาธิขั้นสูงในการสอดส่องสายตาสำรวจสรีระของนางรำตรงกลางลาน

“มันตรารีญ่า เป็นศิลปะการร่ายรำเก่าแก่แขนงหนึ่งที่สืบทอดกันต่อๆมาในชนเผ่าดั้งเดิมของอานาโตเลีย ธรรมดาจะมีให้ดูแต่เฉพาะในพระราชวังเท่านั้น”

อยู่ๆเสียงทุ้มของผู้ดูแลพิเศษก็ดังขึ้นข้างหูทำเอาคามิวที่กำลังง่วงได้ที่สะดุ้งตื่นเต็มตา ด้วยความที่ไม่ค่อยสนใจศาสตร์ด้านดนตรีและการร่ายรำเป็นทุนอยู่แล้ว หนุ่มน้อยผมดำก็เลยกะจะงีบเอาแรงระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลินก็ดันโดนขัดคอเสียก่อน แต่พอเหลือบตามองไปที่คนพูดก็พบว่าแม้ตาจะจับจ้องการร่ายรำทว่ามือกลับกำอยู่ที่ด้ามดาบข้างเอว เหมือนเตรียมระแวดระวังภัยที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้

ท่วงทำนองดนตรีเปลี่ยนไปเมื่อนางรำกลางลานทำตัวราวกับพายุหมุนหลากสี พลางโปรยผงอะไรบางอย่างให้กระจายไปรอบตัวจนเกิดประกายระยิบระยับดุจสะเก็ดไฟลูกเล็กๆ หมอกควันที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนฟุ้งกระจายเต็มพื้นดินทั้งยังแผ่ขยายไปจนถึงกลุ่มผู้ชม บรรยากาศและภาพต่างๆเริ่มผันแปรเปลี่ยนจากจตุรัสจัดเลี้ยงกลายเป็นผืนทรายสีเงินกว้างไกลตัดกับท้องนภายามราตรีสีเข้มข้น และยิ่งเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อดนตรีเร่งจังหวะรุนแรงและเร่าร้อน

ทุกคนมัวแต่ตกตะลึงกับภาพมายาของเหล่านางงามกำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางโอเอซิสอันชุ่มฉ่ำกลางทะเลทรายสีทองที่สะท้อนแสงแดดราวเกร็ดทองคำ ไม่เว้นแม้แต่อาเบลและเหล่าทหารองครักษ์ที่พากันเคลิ้มไปกับการแสดงอันงดงามอลังการ ยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวที่มีปฏิกิริยาตรงข้ามกับทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5839 gentleroze gin (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 16:33
     คิดถึงๆๆพี่แหม่มคะ ยังรอต่อนะคะ
    แอบแอดเป็นfav.ในไอดีเก่าด้วยล่ะคะ^^

    #5,839
    0
  2. #5830 The rabbit (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 20:35
     ค้าง...อย่างแรง =[]=
    ไรท์เตอร์รีบมาอัพนะคะ...อย่าฆ่ารืดเดอร์อย่างนี้เลย T^T
    #5,830
    0
  3. #5828 rescare (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 15:05
    3 เดือนที่หายไป

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2555 / 15:18
    #5,828
    0
  4. #5827 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    คามิวสินะ!!

    #5,827
    0
  5. #5792 KamiNoDeshi (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 18:32
    จบไปอีกเรื่อง.......
    #5,792
    0
  6. #5791 gentleroze gin (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 12:32
    รอลุ้นต่อค่ะ^^
    #5,791
    0
  7. #5777 S.P.Jittsawang (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:29

    สนุกดีครับ...รอต่อไป
    #5,777
    0
  8. #5776 Zodass (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:45
    สนุกมากครับ แต่มาบ่อยๆก็ดีนะ
    #5,776
    0
  9. #5772 laiza (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:14
    น่าสงสารอาเรียแฮะ คู่หมั้นเนื้อหอมเกิ๊นนน
    ว่าแต่เค้าคิดถึงหนูอาเรียแล้วนะท่าน เอามาให้พบบ้างก็ดีนะเจ้าคะ
    #5,772
    0
  10. #5768 มายวัน (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 14:59

    ทำไหมมมมมมมมมมมม
    แก้งพระเอกของเราจังเจ้าค่ะ

    #5,768
    0
  11. #5735 จิ๋วหริ๋ว (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 17:54
     คิดถึง ไรท์เตอร์มากมาย

    กลับมาแล้ว ก็ขอให้มีสุขภาพ กาย ใจ แข็งแรง

    ปีที่แล้วผ่านไปขอให้หมดทุกข์ หมดโศก อัพนิยายได้เหมือนเดิม อิอิ
    #5,735
    0
  12. #5734 คนชอบวีรบุตรจำเป็น (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2555 / 13:33
    หายไปนานนะครับไรเตอร์รีบมาอัพต่อไวๆคอยเป็นกำลังใจให้ครับ

    ปล.สนุกมากครับ
    #5,734
    0
  13. #5733 ผงฝุ่น (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 13:18
    ดีใจจังเลยอ่ะ ในที่สุดก้ได้อ่านซักที รออ่านมานานมากเลยอ่ะ เกือบลงแดงตายเลยอ่ะ ขอบคุณไรเตอร์มากมายค่ะ ที่ไม่ทำให้รีดเดอร์ ลงแดงตายซะก่อน แต่แหม มาทั้งที่ดันทิ้งปริศนาไว้อีก กะให้ลุ้นจนตัวโก่งเลยน่ะคะ
    #5,733
    0
  14. #5732 Sai (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 มกราคม 2555 / 23:33
     จะรอนะ เป็นกำลังใจให้
    #5,732
    0
  15. #5730 yui (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 10 มกราคม 2555 / 17:31
    กลับมาแล้ว... กลับมาแล้ว.... เย้!! เย้!! ^O^!!

    #5,730
    0
  16. #5729 silverysnow (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 12:49
    กลับมาแล้ว~
    #5,729
    0
  17. #5726 Chiara Bonaducci (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 19:21
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ

    คามิวจะโดนจับมั๊ยนะ
    #5,726
    0
  18. #5724 ~•มๅEๅรั๓ติกๅa•~ (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 18:49

    หวัดดีปีใหม่ค่า

    #5,724
    0
  19. #5721 venusia (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 12:59
    เย่ ตอนใหม่มาแล้ว ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ 
    เพลียจัง เพิ่งกลับจากเที่ยวปีใหม่ ^^"
    #5,721
    0
  20. #5717 Ifiritear (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 08:32

    ช้าไปหน่อยเพราะพึ่งมีเวลา ยังไงก็

    สวัสดีปีใหม่ครับ

    #5,717
    0
  21. #5716 My_Time (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 23:39
    คิดถึงจังในที่สุดก้กลับมาแล้ว
    สวัสดีปีใหม่ เป็นกำลังใจให้
    แล้วก้รอตอนต่อไปครับ สู้ๆ
    #5,716
    0
  22. #5714 ★NA-M✞FA-R★ (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 22:07
    ว้าว! พี่แหม่มกลับมาอัพตอนใหม่แล้ว!! ><
    ดีใจมากๆเลยค่ะ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อน้า
    #5,714
    0
  23. #5713 Killer Of Darkness (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 21:42
    ในที่สุดก็อัพแล้วววววว หลังจากรอคอยมานาน 
    สู้ๆนะค่ะไรเตอร์

    #5,713
    0
  24. #5712 เอกเองครับ (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 20:53
    สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทั้งครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะครับ

    หายไปนานเลย ยังสนุกเหมือนเดิม ว่าแต่พวกนางรำจะใช่พวกเดียวกับนาร์อิมแต่ยังไม่รู้เรื่องตัวปลอมหรือเปล่าหนอ
    #5,712
    0
  25. #5710 sept (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 19:08
    มาต่อแล้วใช่ไหม



    คามิว่โดนจับตัวไปอีกแหงๆ

    #5,710
    0