วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 101 : ความลับ(100%) Happy New Year 2011!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

Happy New Year!!  2011
ขอให้ท่านผู้อ่านและแฟนคลับที่รักทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่นี้
สุขกาย สบายใจ รับปีใหม่  ขอให้มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ
การงานรุ่งโรจน์  การเรียนราบรื่น  ได้คะแนนงดงาม
สอบได้ดังใจหวัง  ที่กำลังหาที่เรียนก็ขอให้เข้าสถาบันที่ต้องการได้ดังใจ
โรคภัยไม่มาเบียดเบียน  ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ

อวยพรจากใจ 
Black-kitty
***+++***+++***+++***

“…และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของไฮลอร์เดรียน เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี…”

เสียงสุดท้ายเหมือนดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจที่ได้รับจากประสบการณ์ในอดีตของไกเซอร์ ส่งผลให้คามิวหมดเรี่ยวแรงและจมดิ่งเข้าสู่ภวังค์แห่งนิทราเพื่อพักผ่อน จวบจนความมืดรอบด้านเริ่มเจือจางด้วยประกายสีทองระยิบระยับซึ่งเข้าโอบล้อมรอบตัวหนุ่มผมดำ มอบความอบอุ่นอ่อนโยนให้กับหนุ่มผมดำที่อ่อนล้า แสงเหล่านั้นซึมซาบเข้าสู่ร่างหลอมรวมและเติมเต็มวิญญาณที่บกพร่องให้สมบูรณ์เฉกเช่นมนุษย์ปกติทั่วไป ทั้งยังให้ความแข็งแกร่งทางกายรวมทั้งพลังเวทที่มากมายมหาศาลจนแทบจะเอ่อล้นออกจากภาชนะ
แต่มันก็ต้องแลกด้วยความทรมานที่เนิ่นนานเหมือนไม่รู้จักจบสิ้น เพราะการปรับรับธาตุใหม่จำต้องสลายธาตุเดิมที่มีอยู่ในร่างเพื่อการประกอบขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นสร้างความทรมานไม่ต่างจากความตาย แต่ยังดีที่มีภาพความทรงจำในอดีตของการ์เดี้ยนซึ่งแฝงตัวอยู่ในร่าง มาช่วยดึงความสนใจให้ลืมเลือนความเจ็บปวดเหล่านั้นไปได้บ้าง ท่ามกลางความสับสนนั้นไกเซอร์พยายามช่วยโดยพร่ำบอกตอกย้ำอยู่เป็นระยะเพื่อให้นายน้อยของมันอดทนรับขั้นตอนปรับสภาพได้สำเร็จ ...บัดนี้คามิวผ่านการปรับสภาพและได้รับธาตุแท้ประจำตัวที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิตเรียบร้อยแล้ว...
ในที่สุดแพขนตาสีเข้มเริ่มขยับพลิ้วไหวเป็นสัญญาณว่าเจ้าของดวงตาสีทองคู่งามพร้อมจะกลับคืนสู่ความเป็นจริง แม้จะยังง่วงอยู่ก็ตามแต่ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ดังอยู่รอบตัวมันน่ารำคาญจนทำให้ไม่สามารถทนหลับต่อไปได้ แต่พอลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับแสงสว่างราวกับไม่ได้เห็นมาเสียนาน รวมทั้งประสาทสัมผัสอื่นๆก็เริ่มทำงาน จมูกได้กลิ่นหอมของอาหารจนท้องเริ่มเกิดอาการร้องประท้วงอยากได้พลังงานมาเติมเต็มความหิวโหยที่มากกว่าปกติ ร่างที่เคยนอนนิ่งเงียบบนเตียงนุ่ม จึงเริ่มเคลื่อนไหวขยับแขนขาของตน แต่ก็พบว่ามันปวดเมื่อยไปหมดทุกส่วนจนต้องส่งเสียงครางออกมา
“อุ๊ย ท่านคามิว?” นางกำนัลสาวที่คอยเฝ้าดูแลรีบร้องบอกคนอื่นๆทันทีที่เหลือบมาเห็นหนุ่มน้อยบนเตียงลืมตา “ท่านหมอ ท่านคามิวตื่นแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเรียนให้ท่านอื่นๆทราบก่อนนะเจ้าคะ”
หลังจากเสียงแสบแก้วหูของนางกำนัลสักพักก็มีเสียงคนจำนวนมากเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวดังตามมา จนคนเพิ่งตื่นแต่ยังงัวเงียต้องขมวดคิ้วงุนงงว่าตนยังฝันอยู่หรือไม่ หลังจากกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างยามเช้า หนุ่มผมดำก็จำต้องอึ้งเมื่อพบว่าตนกลับมาอยู่ในห้องนอนของตนในวังหลวง คามิวจำได้ว่ากำลังประลองกับอลิสแตร์ลูกชายของมาร์ควิสลัสเตอร์อยู่ดีๆก็วูบหลับหลังจากนั้นก็ตามด้วยความฝันสุดเศร้า สิ่งที่สร้างความหวั่นใจให้คามิวเป็นอย่างยิ่งก็คือจำไม่ไม่ได้ว่าผลการประลองออกมาในรูปไหนต่างหาก
“เป็นไงบ้างจ๊ะหลานรัก?” มิคาเอลล่าเป็นคนแรกที่เข้ามาจับเนื้อต้องตัวหลานชาย แล้วก็ได้ยินเสียงครวญครางที่ชวนหัวเราะดังออกมาจากท้องของหนุ่มน้อย “คงหิวมากละสิ แต่รอให้คุณหมอตรวจร่างกายเสร็จก่อน ค่อยทานอาหารก็แล้วกันนะ”
ท่านย่าผมดำเข้ามาช่วยพยุงคามิวที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของหลานชายคนเก่งจะยังไม่กลับคืนมาจึงป้อแป้น่าสมเพช พอจัดท่าให้นั่งเอนหลังเรียบร้อยหนุ่มน้อยก็ทำหน้าเหมือนอยากถามปัญหาคาใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวคำตอบที่ได้กลับมาจะเป็นเหมือนที่กำลังกลัวอยู่ มิคาเอลล่าได้แต่ยิ้มให้ เพราะเธอเองก็รู้ใจหลานชายดีแต่คงบอกอะไรไม่ได้เนื่องจากเป็นพระบัญชาจากเหนือหัว ...ว่าต้องปิดทุกอย่างเป็นความลับห้ามบอกว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์เด็ดขาด...
“ฟื้นแล้วเรอะเจ้าลูกศิษย์จอมยุ่ง” คนที่เข้ามาเยี่ยมหน้ารายต่อมาคือท่านมหาปราชญ์แห่งราเชลที่มีฟาร์ฟาร์บินนำ สีหน้าท่านอาจารย์เครียดขมึงทำเอาคนเป็นศิษย์กลัวจนไม่กล้าสบตา “ขยันก่อเรื่องไม่มีหยุดหย่อนแบบนี้ เห็นทีจะต้องจับไปขังลืมที่ราเชลท่าจะดี”
เจอดุเข้าแบบนั้นก็มีอันคอตกอีกยกจนได้ คามิวแน่ใจเลยว่าลองท่านอาจารย์โมโหขนาดนี้ผลการประลองต้องออกมาเละเทะ ดีไม่ดีจะมีคนรับเคราะห์ถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายเพราะตัวเองอีกแหงๆ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพลั้งเผลอทำร้ายลูกชายมาร์ควิสผู้มีอำนาจคนนั้นหนักมือเกินไป ความบาดหมางจะต้องตามมาปัญหาอีกร้อยแปดที่ญาติผู้ใหญ่ของตนจะต้องตามแก้ไข แล้วยังรุ่นพี่ผมขาวจอมจุ้นที่คอยวนเวียนรอบตัวอีกคนที่หายหน้าไปอย่างผิดสังเกต ...สรุปแล้วคราวนี้คงต้องรับโทษหนักเป็นแน่แท้...
“อาจจะดีกว่าก็ได้” หลังจากสมองเต็มไปด้วยความคิดด้านลบ จิตที่ตกเป็นทุนอยู่แล้วจึงวูบดิ่งลงต่ำคำพูดที่หลุดออกมาจากปากหนุ่มผมดำจึงดูหมดอาลัยตายอยากถึงขีดสุด แม้ไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยินแต่มันก็ยังลอยไปเข้าหูคนหลายคนในห้องทำให้ต้องหันมามองด้วยความแปลกใจ “ถ้าเป็นการป้องกันไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้ใครอีกละก็ ไปอยู่ที่ราเชลซะเลยก็สมควรแล้ว”
“ถ้ายังพูดแบบนั้นอีก ฉันจะสั่งคุมขังเจ้าไว้ในหอคอยของพระราชวังแห่งนี้แหละ” สุรเสียงเกรี้ยวกราดดังมาก่อนตามด้วยวรกายสูงสง่าของพระราชาแห่งโรแลนเซีย ที่ยามนี้ตีหน้ายักษ์ได้น่ากลัวอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน “จะไม่ให้พบหน้าใคร ทั้งพ่อแม่ ทั้งปู่ย่าตายาย ตัดขาดจากโลกภายนอกไปซะเลย ดีมั้ยล่ะ?”
“ท่านน้าอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ ใครเห็นก็กลัวทั้งนั้นแหละ” คนต่อมาคือเอเดรียนดยุคผมทองสุดหล่อผู้ได้ชื่อว่าเคยเป็นพี่เลี้ยงของเจ้าหญิงอาเรียและคามิวมาก่อนนั่นเอง “เขาเพิ่งตื่นคงจะยังงงอยู่ก็เลยพูดอะไรแบบนั้นออกมา รอให้ฟื้นตัวเรียบร้อยก่อนค่อยดุว่าก็ยังไม่สายนะครับ”
ตลอดเวลาของการถกเถียงวุ่นวายคามิวนั่งก้มหน้านิ่งเงียบจึงไม่มีใครเห็นว่า สีหน้าของหนุ่มผมดำยามนี้มันดูเศร้าสร้อยและเจ็บปวดแค่ไหน ยกเว้นฟาร์ฟาร์ที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเจ้านายน้อยของเธอ ภูตพิทักษ์ตัวจิ๋วร่อนลงบนบ่าของคามิวกะว่าจะไปปลอบใจเด็กน้อยเสียหน่อย แต่หยดน้ำใสที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาสีทองสุดหม่นหมองคู่นั้นทำให้เธอต้องชะงัก
“เป็นอะไรไปน่ะ เจ้าร้องไห้ทำไม? เจ็บตรงไหน? หรือว่าไกเซอร์มันทำอะไรเจ้างั้นเหรอ?”
อาจเพราะตกใจเสียงของฟาร์ฟาร์จึงไม่ได้เล็กเหมือนร่างที่เห็นทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบลง และหันควับมาจ้องมองหนุ่มผมดำเป็นตาเดียวกัน ฝ่ายคนถูกจ้องก็รีบเงยหน้าขึ้นมองเพราะตกใจไม่แพ้กัน แล้วก็ต้องอึ้งรอบสองกับน้ำตาที่นองใบหน้าตัวเองอยู่
“เอ๊ะ? อะไรกันเนี่ย? …น้ำตา? นี่ข้าร้องไห้อยู่เหรอ?” หนุ่มผมดำใช้หลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเองออกไป แต่ดูเหมือนยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลพรากมากกว่าเก่า “แปลกจัง ก็ข้าไม่ได้เจ็บตรงไหนนี่นา ไม่รู้สึก…เจ็บ…ฮึก”
คำพูดกลายเป็นเสียงสะอื้นเบาๆของคนที่บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร อ้อมกอดอบอุ่นของมิคาเอลล่ากลายเป็นที่พักใจให้หลานชายอีกครั้ง เธอปล่อยให้คามิวร้องไห้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจโดยที่ในห้องเหลือกันอยู่เพียงสี่คนสำคัญ นอกนั้นโดนราชาคาร์ลอสไล่ออกไปรอนอกห้องกันหมด เพราะพระองค์ไม่อยากให้ใครเห็นภาพว่าที่ราชบุตรเขยในยามอ่อนแอเช่นนี้
“เฮ้อ…” คามิวผ่อนลมหายใจยาว หลังปลดปล่อยความเศร้าที่น่าจะตกค้างจากความฝันออกไปจนกระทั่งอารมณ์กลับมาเป็นปกติ กลายเป็นหนุ่มผมดำคนเก่าที่เอาแต่นิ่งเงียบอีกครั้งพาให้คนที่รอฟังเหตุผลเริ่มหงุดหงิด “ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรได้ไหมพะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมเองก็ไม่รู้จะทูลว่ายังไงดีเหมือนกัน ขอเวลาเรียบเรียงเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะทำเป็นรายงานถวายพะย่ะค่ะ”
ต่อจากร้องไห้ก็เป็นลูกอ้อนขอความเห็นใจที่มาพร้อมกับใบหน้าหมองและดวงตาสีทองชอกช้ำ ทำเอาคนที่อยากจะสั่งลงโทษต้องขมวดคิ้วอ้ำอึ้งขัดใจยิ่งนักเพราะสงสัยว่าคราวนี้คงทำอะไรไม่ได้อีกตามเคย เหนือหัวโรแลนเซียจึงเลือกที่จะเดินออกไปสงบสติอารมณ์นอกห้องและปล่อยให้ญาติและศิษย์อาจารย์สอบถามกันเองต่อไป เซบาสเตียนมหาดเล็กคนสนิทที่ยืนรออยู่ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อราชาคาร์ลอสหันมาสบตา คล้ายจะทักท้วงว่ายามนี้คงไม่เหมาะที่จะไปบังคับเด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในวัยต่อต้าน
“ตอนนี้เราคงทำได้แต่รอคอย ปล่อยเป็นหน้าที่ของท่านทิวลีนดีกว่าพะย่ะค่ะ” มหาดเล็กคนขยันเดินตามพลางเกลี้ยกล่อมให้คนใจร้อนค่อยเย็นลงบ้าง “เห็นว่ายังต้องจัดการผนึกพลังที่มากเกินไปของท่านคามิวให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะส่งตัวกลับไปเรียนด้วยนี่พะย่ะค่ะ”
“เรื่องนั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่เป็นห่วงก็คือสถานการณ์ชายแดนตะหาก” ริ้วรอยแห่งความเครียดปรากฏบนใบหน้าราชาคาร์ลอสชัดเจน ดวงตาสีฟ้าที่เคยพราวระริกอารมณ์ดีฉายแววจริงจัง “ถึงเรื่องภายในโรแลนเซียกับสำนักพระราชวังจะคลี่คลายไปด้วยดีก็เถอะ แต่ศึกภายนอกที่ยังคลุมเครืออาจจะนำภัยมาให้ทั้งตัวคามิวและอาณาจักรของพวกเราก็ได้ เรียกทุกหน่วยที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาประชุมด่วนเลยนะเซบาสเตียน เราคงต้องเตรียมหามาตราการรับมือกับอานาโตเลียก่อนจะสายเกินไป”
.
.
"เมอร์เคนน่ะเหรอ หมดธุระของเขาแล้วนี่ ตอนนี้ส่งกลับไปกรุนเบอร์เรียแล้วละ"
เอเดรียนตอบคำถามหนุ่มผมดำด้วยทีท่าไม่พอใจเล็กน้อย เพราะตอนน้องชายคนโปรดเอาแต่เงียบยังพอว่าแต่พอเปิดปากมาก็ถามถึงแต่คนที่หายหน้าไป ส่วนคนที่เป็นห่วงเป็นใยมาคอยดูแลอยู่ข้างๆกลับถูกมองข้ามมันน่าน้อยใจเสียจริงๆ ดยุคหนุ่มรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ไม่มีโอกาสได้เล่นกับเจ้าตัวเล็กที่ห่างหายกันไปนาน เนื่องจากต้องอยู่เป็นพยานในการพิพากษาเหล่าขุนนางผู้คิดการใหญ่ทั้งหลายให้แล้วเสร็จ พอจัดการเรียบร้อยก็หมดเวลาสนุกแถมหนุ่มผมดำเหมือนจะถอยกลับไปกลายเป็นคนเงียบขรึมพูดน้อยคนเก่า
“ไม่ต้องไปถามหาคนอื่นให้วุ่นวาย เรื่องตัวเองน่ะเอาให้รอดก่อนเถอะ” ท่านอาจารย์ตะคอกใส่เพราะหมดความอดทนแล้ว สารพัดอุปกรณ์เวทที่อุตส่าห์ผลิตคิดค้นมาแทบเป็นแทบตายกลับใช้การไม่ได้เลยสักชิ้นเดียว พอมองซากแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยของอัญมณีเวทราคาอภิมหาแพงก็ต้องถอนหายใจเฮือกโตๆ ถ้าไม่ใช่คนมีเชื้อมีอำนาจคงไม่มีปัญญาผลาญเงินทองได้ขนาดนี้แน่ “หรือว่าจะต้องใช้วิธีสุดท้ายจริงๆ”
“ภาวนาให้ชิ้นสุดท้ายมันใช้งานได้ผลก็แล้วกัน เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าหนูคามิวต้องเสี่ยงกับคำสาปอันตรายพวกนั้น” ภูตตัวจิ๋วเองก็เครียดไม่แพ้กันเท่าไหร่ ใบหน้าหวานของเธอมุ่ยได้ที่เมื่อคิดถึงมาตราการสุดท้ายที่กะว่าจะใช้ในยามฉุกเฉินเพื่อปิดกั้นพลังที่มากจนล้นของนายน้อย “ที่คามิวควบคุมพลังไม่ค่อยได้น่าจะเป็นเพราะมีไกเซอร์แฝงอยู่ในร่าง ถ้ามีวิธีแยกเจ้าตัวแสบนั่นออกไปได้ก็คงจะดี”
“ไกเซอร์แตกต่างจากอาเรสและไรออทครับ เพราะเป็นวิญญาณของสัตว์อสูรอายุกว่าพันปีที่ถูกผนึกไว้ในร่างของแกรนมาสเตอร์การ์เดี้ยน ไม่เหมือนกับจิตของการ์เดี้ยนตนอื่นที่เป็นแค่โปรแกรมคำสั่ง”
คนที่นิ่งเงียบมานานเริ่มพูดเหมือนเพิ่งหาเสียงตัวเองพบ คามิวจมอยู่ในภวังค์แห่งความสับสนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เจอในความฝันนั้นควรจะบอกให้คนอื่นรู้ดีหรือไม่ แถมยังไม่ถนัดในการตัดสินใจด้วยตัวเองจึงได้แต่ลังเลไม่กล้าเปิดปาก เนื่องจากดยุคเอเดรียนที่ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องการ์เดี้ยนก็ยังอยู่ในห้อง ถ้าบอกอะไรออกไปจะกลายเป็นการเปิดเผยความลับที่ราชาคาร์ลอสสั่งให้ปิดตายเสียเปล่าๆ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวว่าสายตาคนใกล้ตัวที่เคยมอบความอาทรให้อาจจะมองตนผิดแปลกไปจากเดิมนั่นเอง
เหมือนทิวลีนจะรู้ความในใจของลูกศิษย์แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เสไปหยิบอุปกรณ์เก็บกักพลังเวทชิ้นใหม่มาทดลองใช้กับหนุ่มผมดำต่อไป คราวนี้เป็นกำไลวงเล็กๆที่ประดับด้วยอัญมณีสีนวลเม็ดขนาดหัวแม่โป้ง ส่วนตัวกำไลคล้ายจะเป็นโลหะสีออกคล้ำลักษณะเหมือนเถาวัลย์ถักร้อยเข้าด้วยกันเป็นวง ที่น่าแปลกคือเหมือนกับว่าโลหะเหล่านั้นคือกิ่งก้านหรือรากที่งอกออกจากอัญมณีเม็ดนั้นไม่มีผิด
“ชิ้นนั้นมันโหดไปหน่อยรึเปล่า?” ฟาร์ฟาร์เอ่ยท้วงขึ้นก่อนที่มหาปราชญ์จะนำมันไปสวมให้คามิว “มาน่าจูเวล เป็นแก่นของปีศาจกาฝากชนิดหนึ่งที่ตกผลึกจนกลายเป็นอัญมณี แต่มันก็ยังคงเป็นกาฝากที่จะดูดกลืนพลังในยามที่ใช้เวทมนต์ อือม์ ไม่แน่นะอาจจะเหมาะกับเจ้าหนูคามิวที่ไม่ถนัดใช้พลังเวทก็ได้”
ทิวลีนสวมกำไลเข้าไปที่ข้อมือซ้ายของลูกศิษย์แล้วรอดูปฏิกิริยาต่อต้าน ท่านอาจารย์ถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติเรียบร้อยไม่มีการแตกหักเสียหายเกิดขึ้นเช่นชิ้นที่ผ่านๆมา เป็นอันว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้คงพอจะต้านทานพลังของคามิวได้ แต่จะทนได้แค่ไหนนั้นยังไม่มีใครรู้เนื่องจากไม่อยากเสี่ยงให้หนุ่มผมดำใช้พลังในตอนนี้ ...เพราะแค่อยู่เฉยๆก็แผ่รัศมีเจิดจ้าดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารและนางกำนัลจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว...
ธรรมดาก็สะดุดตาใครต่อใครจนรู้จักกันไปทั้งเมือง แถมธาตุแท้ประจำตัวยังเร่งความโดดเด่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจนเหมือนมีออร่าสว่างไสวแผ่กระจายออกจากร่าง ยามที่เจ้าหนุ่มผมดำเดินไปเข้าเฝ้าหรือเข้าหอจอมเวทก็จะต้องมีใครต่อใครคอยมองตามด้วยความชื่นชม แต่ออร่าเจ้าเสน่ห์นี่แหละที่กำลังสร้างความปวดหัวและกลัดกลุ้มกับเรื่องนี้ ...อย่างน้อยก็มีอยู่สองคนคือมหาปราชญ์ทิวลีนและเหนือหัวแห่งโรแลนเซีย...
“การที่อาณาจักรของเราได้จอมเวทซึ่งมีธาตุแท้เป็นแสงสว่าง คงจะเรียกว่าเป็นโชคดีของอาณาจักรโรแลนเซียได้ใช่ไหม?” ราชาคาร์ลอสเปรยขึ้นขณะปรึกษาหารือกับมหาปราชญ์แห่งราเฃล แน่นอนว่าประเด็นที่ต้องคุยกันคงไม่พ้นว่าที่ราชบุตรเขยซึ่งกลายเป็นที่หมายปองของใครต่อใครในเวลาอันรวดเร็ว ขนาดรู้ทั้งรู้ว่าถูกจองตัวเป็นคู่ของเจ้าหญิงรัชทายาท แต่เหล่าเลดี้บุตรีขุนนางก็ยังเพียรพยายามทอดสะพานให้ไม่ลดละ “แล้วอีกคนที่ได้เชื้อแม่มาแรงทั้งที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆนั่นล่ะ จะเรียกว่ายังไงดี?”
“กระหม่อมไม่มีความเห็นพะย่ะค่ะ” ทิวลีนพูดเสียงเรียบๆทั้งที่ในใจกำลังคิดค้านอย่างหนัก เฉพาะเรื่องที่คามิวถือกำเนิดมาจากเลือดเนื้อของคามิลล่าและคริสโตเฟอร์ ทั้งที่ไม่ใช่เด็กที่คลอดออกมาตามธรรมชาติเท่านั้นที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้ได้ “ฝ่าบาทรับสั่งอนุญาตให้เขาเตรียมการเดินทางกลับกรุนเบอร์เรียแล้วใช่ไหมพะย่ะค่ะ? กระหม่อมนึกว่าจะประกาศแต่งตั้งก่อนเสียอีก”
“ก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าอาเรียจะมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้ยังไง ท่านก็รู้นี่นาว่าลูกสาวของข้าน่ะเอาแต่ใจแค่ไหน และข้าก็สงสัยอยู่ว่าอาเรียน่าจะยังไม่รู้เรื่องที่ข้าจองตัวคามิวไว้ให้นาง”
พูดถึงตรงนี้พระราชาแห่งโรแลนเซียก็ถอนหายใจยาว ปลงกับความไม่เอาไหนของธิดาที่เอาแต่เล่นสนุกแก่นแก้วไปวันๆไม่ได้สนใจในฐานันดรและราชบัลลังก์ ดูเหมือนพระธิดาของพระองค์จะไม่รู้ว่าเครื่องประดับที่เจ้าหนุ่มสวมติดคออยู่ตลอดคือเครื่องหมายความเป็นเจ้าของ แม้วงแหวนเดียวกันนี้จะถูกเขียนไว้ในภาพพระมารดาที่ด่วนจาก แต่เพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้เหมาะสำหรับผู้สวมใส่ จึงดูแตกต่างกันไปตามแต่คนที่ครอบครองนอกจากหินเกร็ดตะวันเม็ดใหญ่เท่านั้นที่ยังคงเดิม
“ป่านนี้ยังไม่มีจดหมายต่อว่าหรือถามไถ่มาสักฉบับ ข้าละเหนื่อยใจกับลูกคนนี้จริงๆ เรื่องสำคัญของตัวเองแท้ๆกลับไม่ใส่ใจ ข้าเลยคิดว่าคงง่ายกว่าถ้าจะฝากทุกอย่างไว้กับคามิว ถึงได้อยากฝึกเขาให้พร้อมสำหรับการสืบทอดบัลลังก์เร็วๆ แต่มันคงเร็วเกินไปสำหรับเด็กอายุแค่ 17 สินะ”
“ขอทูลตามตรงว่า กระหม่อมไม่อาจคาดเดาอนาคตของเด็กคนนั้น” มหาปราชญ์มีทีท่าหนักใจอยู่ไม่น้อย หลังจากเกิดเรื่องต่างๆจนเป็นเหตุให้คามิวได้ครอบครองสมบัติอาถรรพ์รวมทั้งการ์เดี้ยนเป็นต้นมา การทำนายทายทักต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหนุ่มผมดำกลับทำได้ยากเย็นมากขึ้นถึงขั้นล้มเหลวกันเลยทีเดียว “แต่ด้วยพื้นฐานหลายๆอย่างที่ได้รับการฟูมฟักมาอย่างดี สำหรับเด็กที่ยังเป็นลูกแหง่ติดแม่แบบนั้นด้วยแล้ว คงไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายหรือเป็นพิษเป็นภัยกับใคร เว้นแต่…”
ความเงียบงันและหนักอึ้งเข้าครอบคลุมบรรยากาศภายในห้องทรงอักษร ด้วยทั้งคู่รู้สึกตรงกันว่าความยุ่งยากทั้งหลายที่มันพากันกรูเข้าหาหนุ่มน้อยผมดำไม่ว่างเว้นล้วนมาจากการชักนำของคนภายนอกทั้งสิ้น ตอนถูกมารดากักตัวให้อยู่แต่ในเมืองหลวงไม่เคยมีปัญหาใดๆ แต่พอปล่อยออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกเท่านั้นก็เป็นเรื่องขึ้นมาทันที ตอนนี้ราชาคาร์ลอสเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคามิลล่าที่ไม่อยากปล่อยมือจากลูกชายแต่คงสายเกินไปที่จะแก้ไข ...สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ประคับประคองและป้องกันให้สุดความสามารถ...
ส่วนเจ้าหนุ่มที่เป็นประเด็นหลักกำลังนั่งมองสองแม่ลูกคร่ำเคร่งค้นคว้าตำราโบราณอยู่ในหอจอมเวท เหลืออีกเพียงวันเดียวก็จะต้องกลับไปยังกรุนเบอร์เรียเพื่อเรียนในเทอมใหม่ทีใกล้จะเปิดภาคอยู่รอมร่อ เวลาที่เหลืออยู่จึงเทให้กับครอบครัวสุดที่รักแต่มองกลับกันก็คือการหนีหน้าว่าที่พ่อตาซึ่งพักนี้เข้มงวดขึ้นกว่าเก่า แม้จะเขียนรายงานส่งให้แต่ก็ไม่วายถูกสงสัยว่ายังปกปิดข้อมูลสำคัญเอาไว้เลยโดนซักถามจนน่ารำคาญใจ ส่วนดยุคเอเดรียนนั้นจำต้องกลับไปยังเมืองของตนไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากติดใจที่จะได้เย้าแหย่คามิวเวอร์ชั่นเดิมซึ่งเป็นคนนิ่งๆและพูดน้อย
“คามิว ถ้าเบื่อก็หาหนังสืออ่านฆ่าเวลาได้นะลูก แถวๆนั้นมีหนังสือเกี่ยวกับยาและสมุนไพรหลายเล่ม คงจะมีประโยชน์กว่ามานั่งอยู่เฉยๆในนี้”
คามิลล่าเงยหน้ามาเห็นลูกชายนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นไร้ชีวิตจึงพยายามหากิจกรรมให้ทำ เธอกลัวว่าหากปล่อยไว้แบบนั้นจะกลายเป็นตุ๊กตาประดับห้องทำงานไปจริงๆ ถึงแม้จะกังวลกับอาการถดถอยของคามิวแต่คงต้องปล่อยไปก่อน ตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่าคือการหาข้อมูลของจอมปีศาจอีวานในบันทึกโบราณทั้งหลาย แต่ที่ไม่ขอให้เขาช่วยค้นคว้าเพราะเรื่องนี้เท่านั้นที่ไม่อยากให้ลูกชายต้องมารับรู้ เนื่องจากอาจจะเกี่ยวพันถึงการกำเนิดของเขาก็ได้
หนุ่มน้อยผมดำส่งสายตาเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่างทว่าจอมเวทสาวไม่ยอมเปิดโอกาสให้ จึงได้แต่ถอนหายใจลุกเดินไปมองๆหนังสือบนชั้นวางแล้วก็เลือกหยิบมาเล่มหนึ่งจากนั้นก็เดินหลบมุมลับตาไป ในสายตาของรินเซ่แล้วคามิลล่าในวันนี้ดูจะเย็นชากับพี่ชายสุดที่รักของเธออย่างไรพิกล แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพราเชื่อแน่ว่ามารดาของตนจะต้องมีเหตุผลที่ทำเหมือนใจร้ายกับลูกชายแบบนั้น เธอจึงก้มหน้าก้มตาค้นหาประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือนกันอย่างคร่ำเคร่งต่อไป
ดวงตาสีทองกวาดไล่ไปตามอักขระโบราณในคัมภีร์เก่าแก่ที่ตนหยิบติดมือมา แรกๆก็ไม่ได้สนใจจะอ่านเท่าไหร่แต่ตอนนี้กลับตั้งใจอ่านมันอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างและลักษณะทั่วไปของโฮมุนคูลัสชนิดต่างๆ ด้วยความที่สงสัยว่าตนเองจะไม่ใช่มนุษย์ปกติทั่วไปทำให้เกิดความไม่แน่ใจ แต่ก็ลังเลและไม่กล้าถามเอาความจริงจากมารดาจึงได้แต่เก็บเอาความกลัวเอาไว้ แต่มันก็ช่างสมกับเป็นคัมภีร์โบราณเพราะภาษาที่ใช้ช่างเข้าใจได้ยากเย็นจนคามิวต้องมองหาเล่มอื่นเพื่อมาเทียบแปลความหมาย
คามิวจมอยู่กับกองหนังสือรอบตัวจนไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานแค่ไหน ข้อมูลที่ได้ก็ยังไม่กระจ่างพอจะไขข้อข้องใจให้หมดสิ้นไป ถึงตอนนี้รู้เพียงแต่ว่าโฮมุนคูลัสส่วนใหญ่จะมีจุดที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปเช่น อายุสั้น เปราะบาง และสีของเลือดในกาย แต่ส่วนสำคัญเช่นขั้นตอนการสร้างและเลี้ยงดูนั้นข้อมูลลบเลือนไปบางส่วน ทำให้อ่านยากขึ้นเป็นเท่าตัวถ้าไม่ใช่ผู้ที่สนใจศึกษาด้านนี้ละก็ยากที่จะเดาเนื้อหาที่ถูกต้องได้
ขณะมองหาตัวช่วยในการแปลบนชั้นหนังสือเก่าๆก็พลันสัมผัสได้ถึงไอเวทแปลกประหลาดทว่าคุ้นเคย หนุ่มผมดำก้าวเดินตามร่องรอยที่แสนเจือจางนั้นไปเรื่อยๆราวกับต้องมนตร์ จนกระทั่งมาพบทางลงห้องใต้ดินหอคอยจอมเวทที่ใช้เก็บบรรดาของสำคัญและไอเท็มอาถรรพ์ทั้งหลาย ประตูบานใหญ่สูงตระหง่านเบื้องหน้าไม่ได้ใส่กลอนเพราะมันถูกเคลือบไว้ด้วยอาคมป้องกันไม่ให้มีใครเข้าไปก่อนได้รับอนุญาต ...แต่สำหรับคามิวแล้วมันไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย...
สองมือของคามิวเอื้อมไปแตะบานประตูไม้หนาหนักตรงหน้า ผิวหนังรู้สึกแปลบปลาบรับรู้ได้ถึงกระแสเวทผนึกที่เคลือบเอาไว้ยามก้าวเท้าเหยียบย่างเข้าสู่เขตห้องใต้ดิน ดวงตาสีทองมองเหม่อไปยังทางเบื้องหน้าซึ่งเป็นบันไดวนทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว เสียงดังสะท้อนจากผนังหินดังก้องยามสองเท้าขยับก้าวลงไปทีละขั้น ...จนกระทั่งร่างเพรียวของหนุ่มผมดำกลืนหายไปกับความสลัวรางรอบด้าน...
.
.
สุดทางของบันไดเวียนเป็นห้องกว้างมืดทึมที่เต็มไปด้วยชั้นไม้สูงเสียดเพดานแน่นขนัดไปด้วยไอเท็มอาถรรพ์ แร่เรืองแสงที่ติดตั้งไว้ส่องสว่างพอให้เห็นข้าวของที่จัดเก็บในแต่ละชั้น มันมีทั้งของที่คล้ายอาวุธ เครื่องมือ เครื่องเรือน ของใช้ต่างๆ ขวดโหลขนาดใหญ่เล็กใส่ตัวอย่างสัตว์ประหลาด พืชพันธุ์หายาก และที่แปลกที่สุดเห็นจะเป็นโครงกระดูกและซากแห้งกรังรวมทั้งของที่เก็บไว้ในกล่องมิดชิดจนเดาไม่ออกว่ามันคืออะไร ...ทว่าแต่ละชิ้นถูกปิดผนึกไว้อย่างดีอีกทั้งมีการลงมนตร์กำกับไว้อีกหลายชั้น...
คามิวเมินของเหล่านั้นไปราวกับว่ามันเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่า ดวงตาสีทองมองตรงไปยังมุมมืดด้านในสุดของห้องเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง พลางก้าวเดินช้าๆไปยังจุดหมายซึ่งเป็นโต๊ะไม้ตัวใหญ่และมีบางอย่างวางอยู่ หนังสือเล่มใหญ่ส่วนปกทำจากไม้แกะสลักด้วยอักขระประหลาด มีแผ่นโลหะคาดทับพร้อมกับสลักกุญแจแน่นหนาราวกับไม่ต้องการให้ใครเปิดอ่านได้ มันคือหนังสือโบราณซึ่งมีคนไปพบในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งถูกนำมาเก็บรักษาเอาไว้ เพื่อรอคอยให้มหาปราชญ์ทิวลีนนำกลับไปวิเคราะห์ที่ราเชล ไอเวทบางเบาที่คามิวสัมผัสได้โชยออกมาจากสิ่งนี้นั่นเอง
“อย่าแตะต้องมันจะดีกว่า เพราะยังไม่รู้ว่ามีอาถรรพ์หรือคำสาปอะไรเคลือบอยู่” ก่อนที่คามิวจะเอื้อมมือไปจับปกหนังสือก็มีเสียงห้ามดึงขึ้นเสียก่อน “ไม่รู้รึไงว่าห้องเก็บของใต้ดินแห่งนี้เป็นสถานที่หวงห้าม รีบกลับขึ้นไปข้างบนก่อนแม่เจ้าจะรู้ดีกว่านะ”
เงาร่างที่เดินออกมาจากเงามืดด้านหลังใส่ชุดจอมเวท เขามีเส้นผมสีฟางแห้งและสวมแว่นตาหนาเตอะเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว อาเบลได้รับมอบหมายหน้าที่จากท่านอาจารย์ใหญ่ทิวลีนให้คอยติดตามดูแลสอดส่องรุ่นน้องคนนี้ทุกฝีก้าว พอเห็นคามิวมีท่าทีแปลกไป นักเรียนรุ่นพี่ผู้มีฉายาว่าบุรุษเงาจางจึงลอบเดินตามหลังหนุ่มผมดำมาตลอดด้วยความเป็นห่วง
“รุ่นพี่อาเบล?” หลุดปากออกมาเพียงแค่นั้นคามิวก็รู้สึกว่าทุกอย่างเบื้องหน้าหมุนคว้างดำมืดไปหมด ร่างเพรียวซวนเซทรุดฮวบลงดุจตุ๊กตาเชือกขาด หากแต่ว่าได้อาเบลมารับเอาไว้ทันก่อนจะล้มฟาดพื้น หนุ่มแว่นหนาถอนใจส่ายหน้ากับความไร้เดียงสาของรุ่นน้องคนสำคัญ ที่เข้ามาในห้องเก็บของโดยไม่ได้ทำอะไรเพื่อป้องกันตัวเลยสักอย่าง
“ว่าแล้วเชียว คงไม่รู้สินะว่าระบบป้องกันของห้องเก็บของ ไม่ได้มีแค่เวทผนึกที่ประตู” อาเบลช้อนตัวรุ่นน้องที่หลับสนิทแล้วตวัดร่างขึ้นพาดบ่าได้ไม่ยากเย็นนัก จากนั้นก็ก้าวเดินออกจากห้องพร้อมทั้งร่ายเวทปิดประตูห้องเก็บของอย่างเงียบเชียบ เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามีการล่วงล้ำเขตหวงห้าม “เข้ามาได้ลึกขนาดนี้นี่นับว่าอึดเหมือนกันนะ ถ้าเป็นคนอื่นเข้ามาตัวเปล่าเหมือนเจ้าละก็แค่สามก้าวก็หลับสนิทแล้ว เพราะว่าอากาศในห้องใต้ดินจะมีผงยาสลบชนิดรุนแรงกระจายอยู่ด้วย”
ความเงียบงันอันมืดสลัวเข้าปกคลุมห้องใต้ดินแห่งหอคอยจอมเวทอีกครั้งหลังการจากไปของผู้บุกรุก ยกเว้นแสงเรื่อเรืองที่สาดส่องออกมาจากหนังสือโบราณเล่มนั้น สลักกุญแจที่เคยแน่นสนิทเริ่มมีการเคลื่อนไหวคล้ายมีชีวิต แต่เหมือนมันจะยิ่งยืดขยายออกห่อหุ้มตัวหนังสือให้แน่นหนากว่าเดิม โต๊ะไม้ที่ใช้ตั้งวางสั่นโครมครามราวกับสิ่งที่ถูกกักไว้ด้านในหนังสือกำลังดิ้นรนที่จะปลดปล่อยตัวตันของมันออกมาสู่อิสรภาพภายนอก ครู่ใหญ่สรรพเสียงก็เบาลงจนกระทั่งกลับสู่ความสงบมันเป็นการต่อสู้ที่จบลงในเวลาไม่นานนัก ...ทว่าบัดนี้สลักกุญแจที่เคยเป็นเพียงแถบโลหะรัดตรึงสมุดโบราณ ได้กลายเป็นแผ่นโลหะขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มมันเอาไว้จนแทบมองไม่ออกว่ามันเคยเป็นอะไรมาก่อน...
.
รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมๆกับการออกเดินทางกลับสู่กรุนเบอร์เรียของคามิว รถม้าสีดำซึ่งมีตราของราชวงศ์โรแลนเซียอันเกรียงไกรรวมทั้งกองทหารองครักษ์ตั้งกองเพียบพร้อม ณ จตุรัสหน้าพระราชวัง บรรดาผู้มารอส่งประกอบด้วยตระกูลมหาเสนาบดีทั้งสองฝ่ายอย่างพร้อมหน้า พระราชาคาร์ลอสเปิดโอกาศให้คามิลล่าและคริสโตเฟอร์รวมทั้งรินเซ่ได้ร่ำลาหนุ่มผมดำ ปิดท้ายด้วยการมอบหมายหน้าที่สำคัญในการสร้างเขตอาคมตามเมืองผ่านทาง
“ข้าจะให้อาเบลไปส่งจนถึงกรุนเบอร์เรีย ส่วนทางนี้คือผู้ติดตามพิเศษของเจ้า” เหนือหัวหยุดคำพูดไว้เมื่อเห็นว่าคิ้วเข้มของว่าที่ราชบุตรเขยคนเก่งเริ่มขมวดเป็นปม ส่งผลให้ใบหน้านิ่งๆนั้นเริ่มแสดงอารมณ์มากขึ้น “เขาจะติดตามดูแลเจ้าทุกฝีก้าว คิดเสียว่าเขาคือเงาที่ต้องคอยตามติดไปทุกหนแห่งก็แล้วกัน”
ดวงตาสีทองเจือแววฉงนจดจ้องร่างสูงของผู้ติดตามพิเศษคนใหม่ของตน เขาเป็นชายหนุ่มร่างกำยำล่ำสันอายุก็น่าจะมากกว่าคามิวหลายปี แม้เครื่องแต่งกายที่รัดกุมตามแบบฉบับองครักษ์เงาที่ปกปิดทุกส่วนของร่างจะอำพรางรูปลักษณ์เอาไว้จนเกือบมิดชิด ทว่าดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มที่จ้องเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว รวมทั้งผิวเกรียมแดดบนใบหน้าที่ไร้ผ้าบดบังยังคงฟ้องชัดว่าเป็นไม่ใช่คนของโรแลนเซีย
“แม้แต่ในโรงเรียนงั้นหรือ พะย่ะค่ะ?” คามิวเอ่ยปากถามออกมาหลังจากยืนขมวดคิ้วใช้ความคิดหนักในการพิจารณาคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง “ที่นั่นก็มีใครต่อใครคอยตาม ดูแล กระหม่อมตั้งหลายคนแล้วนี่พะย่ะค่ะ”
“อย่ามีปัญหามากนักจะได้ไหม ฉันสั่งยังไงก็ทำตามไปก็พอแล้วไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่ได้กลับไปเรียนที่นั่นอีก” พระราชาคาร์ลอสตัดบทฉับราวกับไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด “เอาละ ออกเดินทางกันได้แล้ว”
รถม้าสีดำพร้อมกองทหารองครักษ์เคลื่อนขบวนจากไปทิ้งให้คนข้างหลังจมอยู่กับความหนักใจและกังวน ด้วยมองเห็นลางๆว่าอนาคตข้างหน้าของหนุ่มผมดำยังคงมีอุปสรรคสำคัญรอคอยอยู่ แม้ทุกฝ่ายจะหาทางช่วยเหลือค้ำจุนแต่การฟันฝ่าไปให้ลุล่วงก็ยังต้องอาศัยความพยายามและอดทนของเจ้าตัวอยู่ดี ...สิ่งนี้แหละที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากหลังเกิดเรื่องครั้งล่าสุดเป็นต้นมาคามิวมีทีท่าเงียบขรึมซึมลงไปไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน...
“ผู้ติดตามคนนั้นจะไว้ใจได้หรือพะย่ะค่ะ?” แม่ทัพอัศวินทูลถามเสียงเครียดด้วยรู้ดีว่าผู้ติดตามพิเศษคนใหม่นั้นคือใคร “ขอทูลตามตรงว่างานนี้กระหม่อมไม่เห็นด้วยที่จะให้คนอย่างนั้นอยู่ใกล้ตัวคามิว”
“ฉันเข้าใจว่าคงจะรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกชาย แต่บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเลือกทางเสี่ยงเพื่อให้ทุกอย่างมันกระจ่างชัดโดยเร็ว” ริ้วรอยเคร่งเครียดไม่แพ้กันปรากฏชัดบนพระพักตร์ของราชาคาร์ลอส ตั้งแต่ได้ว่าที่ราชบุตรเขยคนนี้มาเป็นสมบัติของราชวงศ์พระองค์ก็ได้รอยย่นบนหน้าผากเพิ่มขึ้นจนดูแก่ลงไปหลายปี “ถ้าหากเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของคามิวละก็ เราต้องรอให้ความจริงปรากฏชัดขึ้นมา เมื่อนั้นแหละเขาก็จะเป็นพยานปากเอกคอยแก้ต่างข้อกล่าวหาทั้งหลายให้เราเอง”
เมื่อได้ฟังเหตุผลแม่ทัพอัศวินได้แต่ถอนหายใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาพระราชาแห่งโรแลนเซียมักจะทรงคิดนอกกรอบและชอบทำอะไรเสี่ยงๆอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้คริสโตเฟอร์ยากที่จะทำใจเนื่องจากเป็นปัญหาโดยตรงต่อชีวิตลูกชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนสำคัญ อีกทั้งยังครอบครองอำนาจมากมายถึงขนาดทำลายอาณาจักรได้อย่างสบาย หากเกิดพลาดพลั้งผิดแผนขึ้นมาละก็จะพากันย่ำแย่กันทั่วหน้า ... เพราะครั้งนี้มันเหมือนกับยอมเสียเปรียบแบไพ่ในมือให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นไม่มีผิด...
“เดิมพันครั้งนี้มีความสำคัญต่อชีวิตและอนาคตของอาณาจักรของเรา เจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ คามิว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5824 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    เครียดเกินไปก็ไม่ดีนะค่ะไรเตอร์...ถึงจะสนุกก็เถอะ...แต่น่าจะมีตอนให้ฮามั้งนะค่ะ

    #5,824
    0
  2. #5603 SieL (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 21:47
     รู้สึกจะกดดันไปไหมอ่ะ
    #5,603
    0
  3. #5369 amnesiac (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2554 / 13:45
    ตอนนี้ยกนิ้วให้ทางแก้ปัญหาของพระราชาค่ะ ชอบ



    ดีใจที่จะได้อ่านต่อ
    #5,369
    0
  4. #5214 entask (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 16:44
    พึ่งได้กลับมาอ่านค่ะ มาถึงตอนนี้คลายปมไปได้เยอะ

    ขอให้คุณแม่ของไรท์เตอร์หายเร็ว ๆ นะคะ
    #5,214
    0
  5. #5213 yukiyuki (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 09:31
    เพิ่งกลับมาอ่านเหมือนกัน ดีใจด้วยที่อาการของคุณแม่ไรท์เตอร์ดีขึ้น ช้าดีกว่าไม่มาอัพนะ ไม่เป็นไรรอได้แต่อย่าทิ้งเรื่องนี้ไปล่ะ เสียดาย
    #5,213
    0
  6. #5212 ~*>> IN (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 00:20
    อยากรู้เรื่องหนังสือโบราณเล่มนั้นมากเลย

    ต่อไปคงมีเฉลยสินะครับ ^^

    ยังไงก็จะติดตามอ่านแน่นอน ~
    #5,212
    0
  7. #5207 เอกเองครับ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:49
    แหม เกือบได้ปลดปล่อยอะไรที่อันตรายอีกแล้วสิเนี่ย ยังดีสลบก่อน องครักษ์นั่นใช่พวกโจรสลัดหรือพวกเมืองอื่นเอ่ย รอดูอยู่ครับ
    #5,207
    0
  8. #5206 axis (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:46
     คลานเข้ามาหาพี่  ไม่ได้เข้ามาซะนาน

    ไว้คงต้องเข้าำำไปคุยยาวๆ
    #5,206
    0
  9. #5201 DeK_LeaW (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:25
    ถ้ารู้ความจริง

    จิตใจของคามิวจะเป็นไรมั้ยนะ

    จะบอบช้ำ และก้าวผ่านไปได้มั้ย
    #5,201
    0
  10. #5181 amnesiac (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:45
    คามิวหน้าเหมือนคามิลล่า แล้วก็หน้าเหมือนเอเดรียนด้วย



    อืม... มีอะไรเชื่อมกันรึเปล่านะ
    #5,181
    0
  11. #5174 ภุตแห่งสายลม (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 02:30
    กว่าจะตามทัน รอตอนต่อไปค้า สู้ ๆ นะคะไรเตอร์
    #5,174
    0
  12. #5166 DIGIT@L-SENTINEL (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:50
    น้องหมาน่ารักมาก >.< b

    น้องหมาตัวเล็กของข้างบ้านเพิ่งถูกพี่เจ้าของถอยรถทับตาย T_T
    พี่เค้าเสียใจจนช็อคเป็นลมไปเลย
    ผมเองก็โหวงๆอยู่...


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:47
    #5,166
    0
  13. #5164 Chiara Bonaducci (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:56
    ไม่เป็นไรจ้ารอได้

    แต่คามิวจะเจออะไรล่ะ

    คิดถึงอาเรียมากเลย
    #5,164
    0
  14. #5163 Weira (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:39
    จะเจออะไรในห้องใต้ดินหว่า?...
    เจอข้อมูล?...   ช่างเถอะ!
    จะเจออะไรก็ช่าง เอาอีก 20% มาก่อน!!!!
    #5,163
    0
  15. #5159 มารใหญ่ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:47
    คามิว คงจะเจอความจริงของตัวเองแน่

    แต่คามิวก็ไม่ใช่ โฮมุน ตั้งแต่ ได้เลือดของ พ่อกับแม่แล้วนี่นา หรือยังเป็นอยู่
    #5,159
    0
  16. #5158 เอกเองครับ (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:47
    อุ๊ น้องหมาน่ารักเชียว

    รอดูครับว่าจะได้อะไรมาอีกคราวนี้ ฮิฮิ ลงห้องปิดผนึกทั้งทีต้องมีอะไรให้ลุ้นสิเนอะ
    #5,158
    0
  17. #5157 Kaikiro (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:54
     หนูคามิวน่าสงสารหงะ

    ดูแลตัวเองด้วยนะฮับไรเตอร์........รู้มั้ยมีคนเป็นห่วง
    #5,157
    0
  18. #5156 kangwal (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:37
    อ่านะ
    มาต่อให้จบด้วยล่ะรอมานาน
    #5,156
    0
  19. #5155 [N]ature (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:35
    สนุกมากๆครับ^^ ไม่ไหวเลยจริงๆ น้องหมาทำเสียเวลาซะงั้น แต่ไม่เป็นไร น่ารัก ให้อภัยได้*-*

    อีกเรื่องนึงนะครับ รบกวนเปลี่ยนกริตเตอร์เรื่องAm I A Prince Of The Elf?!! ให้หน่อยนะครับT^T

    เปลี่ยนเป็นอันนี้อาครับ>>>Am I a prince of the elf?!!
    #5,155
    0
  20. #5150 amilie (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 14:12
    น่าสงสารคามิวอ่ะ เรื่องคงสะเมือนน่าดูชม

    ฟาร์ฟาร์น่ารักจัง ขอยืมกลับบ้านจะมามั้ยนะ
    #5,150
    0
  21. #5148 kittykid (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 11:20
    สุขสันต์วันปีใหม่จ้าไรท์เตอร์ พักผ่อนแล้วก็มาอัพต่อน้า สงสารคามิวจังเจอแต่เรื่องเดือดร้อนทั้งที่ตัวเองไม่ไ้ด้เป็นคนก่อ ไกเซอร์ทำตัวดีขึ้นเยอะเลยนะ
    #5,148
    0
  22. #5142 focus (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 21:00
    ต่อไวๆนะครับ พยายามเข้า....
    #5,142
    0
  23. #5141 loli (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 19:59
    สุดยอดดดดดไปเล้ย!!!
    #5,141
    0
  24. #5140 Chiara Bonaducci (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 18:02
    HAPPY NEW YEAR 2011 จร้า
    #5,140
    0
  25. #5128 dek-dd-na (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 21:51

    Happy New Year 2011

    ปีใหม่นี้ขอให้มีความสุขมากๆ
    คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการค่ะ

    #5,128
    0