วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 100 : สายสัมพันธ์(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ขออภัยสำหรับความล่าช้า ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆนอกจากงานช่วงปลายปีทำพิษค่ะ
ยังไงก็จะพยายามปั่นออกมาให้ไวที่สุดเท่าที่จะไวได้ 
ขอบคุณและขอโทษเป็นอย่างสูง สำหรับแฟนคลับและท่านผู้อ่านที่รักสำหรับการรอคอยอย่างอดทนค่ะ  - -"
**+++**+++**+++**


กึกกกก… กึกกกก… กึกกกก…
เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูด้วยหินอ่อนดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงหรูหราแต่ทว่ามืดทมึน เจ้าของเสียงกำลังเดินวนเวียนขณะใช้ความคิดและยังหาข้อสรุปไม่ได้ น้ำหนักในการลงเท้าแต่ละฝีก้าวบ่งบอกได้ดีถึงความโกรธาที่ยากจะระงับ ย่างก้าวที่รวดเร็วรุนแรงดุจพายุส่งให้ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผมสีดำยาวสลวยในชุดเกราะสีทองคำดูน่าเกรงขาม ใบหน้างดงามได้สัดส่วนลงตัวดูน่ากลัวเพราะดวงตาสีทองคมกริบและคิ้วที่ขมวดมุ่นเป็นปม ริมฝีปากแสยะแยกเขี้ยวขาววับ พร้อมที่จะกัดขย้ำทำลายใครก็ตามที่ขัดใจ
ภาพเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสายตาของสัตว์อสูรตัวเขื่องที่หมอบซุกอยู่ข้างบัลลังก์ทอง มันกำลังมองดูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรงอำนาจเหนือทุกชีวิตในปฐพีนี้ ร่างที่คล้ายมังกรย่อส่วนของมันเต็มไปด้วยเกล็ดแข็งสีน้ำเงินสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวับวาม ดูงดงามเยือกเย็นนิ่งงันดุจน้ำแข็งสลัก ทว่าดวงตาสีแดงจัดที่คอยจับจ้องอากัปกิริยาของคนตรงหน้า เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต
“ทั้งที่ข้าเคยสั่งไว้แล้วแท้ๆ ว่าไม่ให้ไปเสวนากับพวกมนุษย์ ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงได้เอ็นดูสัตว์ชั้นต่ำพวกนั้นนัก!?” หนุ่มผมดำในชุดเกราะทองคำเอ่ยเสียงดังอย่างขัดใจ “เจ้าพวกนั้นมันละโมบโลภมากพยายามตีตนเสมอไฮลอร์เดรียนผู้สูงส่งอย่างพวกเรา ทั้งๆที่ไม่มีความสามารถและอำนาจใดๆเลยแท้ๆ”
“ทว่าตอนนี้เกิดมีมนุษย์ผู้ได้รับพรจากธาตุแห่งธรรมชาติขึ้นมาแล้ว และพวกมันก็ได้รับการสอนสั่งคาถาอาคมจากคนของเรา ก่อนที่พวกมันจะหึกเหิมยิ่งกว่านี้ กระหม่อมเห็นว่าฝ่าบาทควรประหารผู้เอาใจออกห่างไปเสีย เพื่อเป็นการตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลังพะย่ะค่ะ”
ภาพต่อมากลายเป็นร่างในชุดคลุมสีดำเจ้าของเสียงแหบต่ำ ค่อยก้าวเดินเหมือนกับเพิ่งแบ่งตัวออกมาจากความมืดที่ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งยังน่าพรั่นพรึงด้วยรังสีแห่งความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาแบบไม่คิดจะปิดบัง ทำให้สัตว์อสูรสีน้ำเงินซึ่งเป็นผู้จับตาดูเกิดความรู้สึกเกลียดชังขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่มันก็เลือกที่จะนิ่งเฉยมองดูสถานการณ์ตึงเครียดเบื้องหน้านี้ต่อไป
“เจ้าจะให้ข้าสังหารน้องชายของตัวเองอย่างนั้นรึ กรานิส!?” ร่างสูงสง่าหันควับไปตวาดใส่ผู้บังอาจเสนอคำแนะนำที่ไม่โดนใจ ดวงตาสีทองดุกร้าวส่งประกายราวจะแผดเผาร่างในผ้าคลุมดำให้มอดไหม้ลงทันที “จะออกความเห็นอะไรก็หัดคิดให้ดีเสียก่อน ไม่งั้นเจ้าจะโดนประหารเสียเอง”
“กระหม่อมก็เห็นด้วยกับท่านกรานิสพะย่ะค่ะ!” เสียงแหบต่ำดังสะท้อนหาที่มาไม่ได้ราวกับเจ้าของเสียงไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ ทว่าเมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นว่า เงาที่ดำยิ่งกว่าความมืดของร่างชุดคลุมมีการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับต้นกำเนิด “ฝ่าบาทไม่น่าปล่อยให้คนที่คิดทรยศมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะอาจจะเป็นภัยร้ายแรงในภายหลังได้นะพะย่ะค่ะ”
“บังอาจนัก!! พวกเจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้า อีวาน ผู้เป็นถึงจักรพรรดิ์แห่งไฮลอร์เดรียน จะตัดสินเองว่าใครสมควรอยู่และใครสมควรตาย”
บรรยากาศรอบตัวหนุ่มผมดำดูเกรี้ยวกราดด้วยประกายไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากองศาอารมณ์ที่พุ่งทะลุจุดเดือด ใบหน้างามปรากฏริ้วรอยประหลาดพาดสองข้างแก้ม ดวงตาแปรเปลี่ยนไปเป็นเส้นขีดคล้ายปีศาจร้าย เขาสีทองคำอันเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงแห่งเผ่าพันธุ์ไฮลอร์เดรียนอันเกรียงไกรปรากฏอยู่บนศีรษะ เสริมให้ความสง่างามที่มีอยู่เต็มเปี่ยมเพิ่มดีกรีไปสู่ความน่าสะพรึงกลัวได้อย่างง่ายดาย ความห้าวหาญเด็ดเดี่ยวแสดงออกชัดเจนด้วยท่วงท่าองอาจมั่นใจและทรงไว้ซึ่งอำนาจอันยิ่งใหญ่
“กรานิส! เคออส! ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้พวกเจ้ายื่นมือยื่นปากมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!!” คำสั่งดุจประกาศิตหลุดออกจากปากของอีวานจักรพรรดิแห่งไฮลอร์เดรียน สะกดร่างในชุดคลุมดำและเงาประหลาดให้นิ่งสงบยอมจำนนต่อคำสั่ง “ไกเซอร์! เจ้าจงไปตามตัว อูรัค น้องชายข้ากลับมาโดยเร็วที่สุด”
ร่างสูงสง่าของหนุ่มผมดำรูปงามก้าวย่างขึ้นสู่บัลลังก์ทอง จากนั้นก็ชี้นิ้วตรงมาพร้อมกับออกคำสั่งเฉียบขาด ทำให้สัตว์อสูรสีน้ำเงินขยับเคลื่อนไหวราวกับเพิ่งรับรู้ว่าตนคือไกเซอร์ตามชื่อที่ถูกเรียกขาน หัวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดชิ้นยาวเรียวก้มเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากโถงทึบทึมแห่งนั้น ทิ้งภาพบุรุษผมดำผู้องอาจซึ่งขานนามตนเองว่าจักรพรรดิอีวานไว้เบื้องหลัง
.
สัตว์อสูรสีน้ำเงินก้าวเดินเข้าสู่ความมืดมิดดุจรัตติกาลอันเงียบงัน มันทั้งมืดและหนาวเย็นสงบนิ่งเนิ่นนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ กระทั่งประกายแสงสว่างจุดเล็กๆส่องลอดเข้ามาปลุกสติที่ด้านชานั้น สัมผัสแห่งความอบอุ่นอ่อนโยนดุจฤดูใบไม้ผลิเข้ามาแทนที่ขับไล่ความเย็นยะเยือกและโดดเดี่ยวให้สลายไป ภาพสดใสของทุ่งดอกไม้ซึ่งแต่งแต้มด้วยสีสันและดวงตะวันอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นมาแทนที่ มันดูซีดจางไปถนัดใจเมื่อต้องกลายเป็นฉากหลังให้กับหญิงสาวนางหนึ่ง
ร่างบอบบางนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ป่าที่แข่งกันชูช่อหากแต่ทาบรัศมีความงดงามของนางมิได้ ด้วยผิวขาวนวลและเส้นผมสีทองอร่ามยาวสยายพลิ้วไหวตามสายลม ดวงตากลมโตสีฟ้าสดใสแฝงแววอ่อนโยนยามก้มลงมองทารกน้อยในอ้อมแขน ดวงหน้าหวานล้ำยิ้มละไมให้คนข้างกายซึ่งเป็นชายหนุ่มผมดำในชุดจอมเวทสีขาว
รูปลักษณ์ของบุรุษผู้นี้ช่างเหมือนกับอีกคนที่ทรงบัลลังก์ทองคำไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งรูปร่างหน้าตาเส้นผมสีดำสนิทรวมทั้งเขาทองคำที่น่าเกรงขาม ทว่าบรรยากาศรอบตัวของเขากลับตรงข้ามเพราะมีแต่ความอ่อนโยนเยือกเย็นมิได้ร้อนแรงดุจไฟประลัยกัลป์ดังเช่นผู้เป็นเชษฐา เขาผู้นี้ก็คือ อูรัค อนุชาฝาแฝดของจักรพรรดิอีวาน ผู้นำแห่งไฮลอร์เดรียนที่กรานิสและเคออสเรียกขานว่าเป็นคนทรยศ
“ไกเซอร์เอ๋ย วานเจ้าไปบอกเสด็จพี่ให้ทีว่า ข้าจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีก” อูรัค ลูบหัวที่มีแต่เกล็ดแข็งของสัตว์อสูรสีน้ำเงินด้วยความเอ็นดู ถึงมันจะน่าเกลียดน่ากลัวในสายตาของมนุษย์แต่สำหรับเขา ไกเซอร์คือเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวในพระราชวังที่แสนเย็นชาแห่งนั้น “เพราะตอนนี้ข้ามีสิ่งสำคัญที่จะต้องปกป้องคุ้มครองแล้ว”
ดวงตาสีทองงดงามจ้องมองหญิงสาวและทารกน้อยด้วยความรักใคร่ สัตว์อสูรตัวใหญ่ไม่เข้าใจว่าสิ่งสำคัญคืออะไร? และทำไมนายน้อยของมันถึงต้องยอมเสียสละความสุขในวัง มาอยู่กับมนุษย์ที่แสนเปราะบางในที่กันดารเช่นนี้ แต่สิ่งเดียวที่มันรู้และตั้งใจเอาไว้ก็คือ จะขอจงรักภักดี ติดตามและเชื่อฟังบุรุษผู้นี้ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากเป็นการตัดสินใจของผู้เป็นนายมันก็พร้อมจะทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข ...และหากอูรัคอยากจะปกป้องหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะเป็นสิ่งสำคัญของมันเช่นกัน...
.
.
“…จักรพรรดิแห่งไฮลอร์เดรียน อีวาน!? อูรัค!? ทำไมถึงได้เหมือนตัวเราขนาดนี้? นี่เรากำลังมองดูอะไรอยู่? ตัวเราในอดีตหรือในอนาคตกันแน่?…” อีกหนึ่งหนุ่มผมดำผู้ตกอยู่ในห้วงนิทราเฝ้าถามตัวเองด้วยความงุนงงสับสนและไม่แน่ใจ ว่าตนกำลังฝันไปหรือยืนอยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ
“…นายน้อยของข้า นี่คือความทรงจำในครั้งอดีตกาลที่ผ่านมานับพันปี จงเฝ้าดูและรับรู้ทุกสิ่งที่ข้าจะบอกเล่าต่อไปนี้ จนกว่าจะถึงเวลาที่ท่านจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพื่อทำภาระกิจแห่งชะตากรรมให้ลุล่วง จงค้นให้พบว่าตัวตนที่แท้จริงของท่านคืออะไร…”

เสียงแผ่วเบาราวกระซิบดังแว่วมาเหมือนจะคอยเตือนให้คนที่กำลังนึกว่าตนเป็นคนในห้วงอดีตได้รู้ตัวว่า มันเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ล่วงเลยมานานแสนนาน
“…ไกเซอร์ พวกเขาเป็นใครกัน!? ทำไมถึงเหมือนข้าขนาดนี้!?…”

ดวงจิตของคามิวยังคงร่ำร้องถามถึงปัญหาคาใจด้วยความร้อนรน เนื่องจากบุคคลในอดีตที่เห็นอยู่นี้มีส่วนละม้ายคล้ายกับตนเองอย่างน่าตกใจ แต่เพราะพวกเขาดูจะเป็นหนุ่มฉกรรจ์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี แถมยังมีลักษณะที่บ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ ...ความหวาดกลัวจึงเกิดขึ้นในใจของคามิวอย่างช่วยไม่ได้...
“…อย่าเพิ่งตระหนกไปเลยนายน้อยเอ๋ย ข้าจะให้ท่านได้เห็นต้นกำเนิดของจอมมารผู้ครอบครองโลกในอดีตกาล ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายต่อหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน เพราะบัดนี้มันใกล้จะถึงกำหนดที่คำสาปสุดท้ายของอีวานจะเริ่มทำงาน เพื่อตัดสินชะตากรรมตามคำทำนายของซาเรียสแล้ว...".
.
ถ้อยคำเจือกระแสบังคับของไกเซอร์สะกดให้คามิวนิ่งเงียบ เมื่อการ์เดี้ยนบอกว่ามันคือภาพในความทรงจำของมันก็คงจำเป็นต้องเชื่อ ดังนั้นหนุ่มน้อยผมดำจึงพยายามสงบจิตอันว้าวุ่นของตนเองเพื่อดูความเป็นไปต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ภาพต่างๆมันแจ่มชัดจนแทบสัมผัสได้ทั้งสายลมที่กำลังพัดยอดหญ้าไหวโอนเอน หรือแม้แต่สูดดมกลิ่นหอมของมวลบุพผาที่ดารดาษในท้องทุ่งที่เด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่อย่างสนุกสนาน
เด็กน้อยคนนั้นมีเส้นผมสีดำสนิทและดวงตาสีทองใสแจ๋ว ที่คามิวมองยังไงก็เป็นตัวเองสมัยเด็กชัดๆ หากแต่สิ่งที่คอยเตือนว่าไม่ใช่ก็คือหญิงสาวอีกคนที่คอยอยู่ใกล้ๆ เพราะเธอคนนั้นต่างจากคามิลล่ามารดาสุดที่รักของเขามากทั้งสีนัยตาและรูปร่างที่บอบบางกว่า ทว่ารอยยิ้มอ่อนโยนยามมองดูลูกน้อยนั้นแต่งแต้มให้ใบหน้าของเธองดงามอ่อนหวานจนยากจะละสายตาไปได้
“ซาเรียส อย่าวิ่งเล่นไปไกลนัก เดี๋ยวท่านแม่ของเจ้าก็ต้องลำบากเดินตามหาอีกหรอก” ภาพต่อมาคือบุรุษผมดำคนเดิม ถึงแม้จะอยู่ในชุดจอมเวทเก่าๆที่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อหยาบก็ไม่ทำให้สง่าราศีของเขาลดน้อยถอยลงแม้แต่น้อย “ไกเซอร์ เจ้าช่วยไปตามลูกข้ากลับมาให้หน่อยได้ไหม? ข้าจะรออยู่ที่นี่กับซีเดียก็แล้วกันนะ”
ห่างไปไม่ไกลนักเป็นสัตว์อสูรสีน้ำเงินตัวเดิมหมอบนิ่งอยู่ดูเผินๆคล้ายก้อนหิน มันลุกขึ้นบิดตัวอย่างเกียจคร้านคล้ายไม่อยากทำตามคำขอร้องของผู้เป็นนาย เพราะเด็กน้อยตัวป่วนช่างซุกซนชอบที่จะหลบซ่อนและสนุกที่ได้รอคอยให้มันไปค้นหา ร่างเล็กๆมักส่งเสียงหัวเราะยามวิ่งมุดไปมาตามสุมทุมพุ่มไม้ดูน่าเวียนหัวก็จริง แต่ไกเซอร์กลับไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือรังเกียจแม้แต่น้อย ทั้งยังคิดว่าคงจะดียิ่งหากช่วงเวลาแสนสงบสุขเช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานๆ ...แต่ชะตากรรมและความเป็นจริงกลับโหดร้ายยิ่งนัก...
จุดแปรผันก็คือบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขาทั้งสามออกมาเที่ยวเล่นในทุ่งหญ้ากันตามปกติ กองทหารอสูรของไฮลอร์เดรียนที่เที่ยวค้นหาตัวอนุชาผู้ทรยศจนแทบพลิกแผ่นดิน เพื่อนำตัวกลับไปรับโทษทัณฑ์ตามคำสั่งของจักรพรรดิอีวาน ได้ยกทัพมาถึงหมู่บ้านของซีเดียซึ่งเป็นภรรยาของอูรัค แม้พวกเขาจะระดมกำลังอันน้อยนิดเข้าต่อต้าน ก็ไม่อาจรอดพ้นถูกกองทัพปีศาจบุกถล่มฆ่าทำลายจนไม่เหลือซาก
“พระอนุชาอูรัคอยู่ที่ไหน? บอกมาเดี๋ยวนี้” เสียงเหี้ยมเกรียมตะคอกใส่มนุษย์คนหนึ่งที่โดนทำร้ายสาหัสใกล้หมดลม แต่ยังไม่วายโดนลากมาสอบถามเอาความ เมื่อไม่ได้รับคำตอบใดๆก็ถูกฆ่าตายอย่างน่าอนาถ “ใครบอกให้รู้ มันผู้นั้นจะได้รับการยกเว้น”
.
.
“…เพราะเงื่อนไขที่เกี่ยวพันถึงชีวิตจึงได้มีมนุษย์เห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ยอมบอกให้พวกปีศาจรู้ว่าอูรัคอยู่ที่แห่งใด แต่น่าเสียดายที่พวกมันไม่เคยรักษาสัจจะ หมู่บ้านแห่งนั้นจึงไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว…”

ไกเซอร์ยังคงเล่าเรื่องราวประกอบภาพอดีตอันโหดร้ายจนคามิวต้องหลับตาเบือนหน้าหนี เป็นเพราะหนุ่มน้อยผู้นี้เคยมีประสบการณ์ตรงกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนนั่นเอง

“…อูรัคสังเกตเห็นควันไฟจากหมู่บ้านจึงย้อนกลับไป โดยฝากให้ข้าช่วยดูแลเมียและลูกที่เขาปล่อยให้รออยู่ในทุ่งหญ้าเชิงเขา เพราะนึกว่าที่นั่นจะปลอดภัยกว่า…”
เขม่าควันจากการเผาบ้านเรือนและศพผู้เคราะห์ร้ายลอยปกคลุมไปรอบด้าน ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับมืดมัวหม่นหมองดูน่าสะพรึงกลัวดุจขุมนรก ภาพเหล่านั้นทำร้ายความรู้สึกของคามิวอย่างรุนแรง ที่สำคัญคือมันชัดเจนราวกับกำลังอยู่ในเหตุการณ์จนคามิวไม่แน่ใจว่ามันคือความฝันหรือความจริง หนุ่มผมดำรู้สึกถึงความเศร้าที่เอ่อล้นท่วมหัวใจจนไม่อาจครองสติตั้งสมาธิรับรู้ความเลวร้ายได้อีกต่อไป สภาพรอบด้านจึงเริ่มเลือนรางใกล้ดับวูบดุจตกเข้าสู่ห้วงรัตติกาล
“…จงอดทนดูต่อไปเถิดนายน้อยเอ๋ย ท่านจะได้ประจักษ์ชัดเจนถึงสิ่งที่เรียกว่าอำนาจ ว่ามันสามารถสร้างและทำลาย ทั้งชีวิต มิตรภาพ ความรัก ความผูกพันธ์ หรือแม้กระทั่งตัวตนอันยิ่งใหญ่เหนือปฐพี เพียงแค่หลงระเริงเหลิงในอำนาจหากแต่ไร้ซึ่งความเมตตาแล้วไซร้ มันผู้นั้นก็จำต้องชดใช้อย่างเท่าเทียมในวาระสุดท้ายที่จะมาถึง”
..
ร่างสูงสง่าของอูรัคปรากฏตัวกลางหมู่บ้านที่เหลือแต่ซากปรักหักพัง ไฮลอร์เดรียนหนุ่มถึงกับยืนตัวแข็งตกตะลึงต่อภาพที่เห็นอยู่รอบตัว ศพของเพื่อนมนุษย์ผู้อารีนอนตายเกลื่อนกราดอย่างน่าอนาถ ร่องรอยของเศษเนื้อจากซากที่ถูกฉีกกระชากกัดกินกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ...ผู้ที่ทำอย่างนี้ได้มีแต่เหล่าอสูรร้ายกระหายเลือดซึ่งอยู่ในอาณัติของจักรพรรดิอีวานเท่านั้น...
อูรัคพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตเพื่อให้การช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เขาพบในที่แห่งนั้นมีแต่ความตายอันสยดสยอง ทว่ากองทหารปีศาจที่เป็นผู้ลงมือกลับไม่เห็นแม้แต่เงา เพราะพวกมันได้เคลื่อนย้ายไปทางเชิงเขาซึ่งมีสองแม่ลูกรออยู่ มาถึงตอนนี้คามิวรับรู้ได้ถึงความหวั่นใจที่เพิ่มเป็นทวีคูณของหนุ่มไฮลอร์เดรียน หัวใจที่แทบหยุดเต้นเมื่อรีบย้อนกลับไปหาลูกเมียที่รออยู่แต่ช้าไปเพียงก้าวเดียว
ทุ่งดอกไม้ที่เคยงดงามถูกเหยียบย่ำทำลายจนไม่อาจพลิกฟื้นสู่สภาพเดิมได้ มันกลายเป็นท้องทุ่งแห่งความเศร้าสลดไปในทันทีที่อูรัคได้เห็นร่างไร้วิญญาณของซีเดียในสภาพแหลกเหลวจมดิน โดยมีสัตว์อสูรสีน้ำเงินซึ่งบาดเจ็บเจียนตายนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ ร่างสูงสง่าทรุดนั่งไร้เรี่ยวแรงที่จะทรงกายยืนอยู่ต่อไปได้ ดวงตาเบิกโพลงทว่าว่างเปล่าจ้องมองศพภรรยาสุดที่รักซึ่งเคยงดงามอ่อนหวาน หัวใจเจ็บปวดถึงขีดสุดจนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป น้ำตาแห่งความอาดูรไหลหลั่งหากไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ...ความสุขเล็กๆที่คอยผลักดันให้สู้ชีวิตถูกทำลายลงไปพร้อมกับความตายของเมียรัก...
เสียงกรีดร้องร่ำไห้ของไฮลอร์เดรียนผู้อาภัพดังโหยหวนสะท้อนไปมาในทุ่งร้างแห่งนั้นอยู่เป็นเวลานาน อูรัคกอดศพของซีเดียไว้แนบอกร่ำไห้อยู่เช่นนั้นจากวันเป็นคืน น้ำตาที่เคยใสกลายเป็นโลหิตหลั่งลงต้องร่างไร้ชีวิตของนางมนุษย์ผู้เป็นยอดดวงใจ ดวงตาสีทองที่เคยสดใสมาบัดนี้ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิตเหม่อมองอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งเหลือบมาเห็นบางสิ่งที่ซีเดียกำเอาไว้แน่น มันเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กๆจากเสื้อที่เด็กน้อยสวมใส่นั่นเอง เหมือนมีประกายไฟสว่างวาบขึ้นในดวงตาอันว่างเปล่าของอูรัคในทันที ความหวังที่แหลกสลายเป็นชิ้นๆเริ่มปะติดปะต่อกลับคืนมาอีกครั้ง ...ความหวังที่ว่าเด็กน้อยซาเรียสผู้เป็นลูกชายอาจจะยังไม่ตายก็ได้...
.

“…ข้าจำได้ว่าเขาอุ้มศพของซีเดียเที่ยวได้เดินค้นหาลูกชายไปจนทั่วเนินเขาแห่งนั้น ลงท้ายก็ไม่พบต้องเดินโซเซกลับมาหาข้าที่เจ็บใกล้ตาย แต่ข้าเป็นเพียงสัตว์อสูรจึงไม่สามารถบอกเล่าให้เขารู้ได้ ทั้งที่อยากพูดเหลือเกินว่านางมนุษย์คนนั้นพยายามยืดยุดลูกชายตัวน้อยของเธอเอาไว้สุดแรง จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายหลุดลอยไปอย่างทรมานก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ…”.
.
ภาพที่คามิวได้เห็นต่อมาก็คือร่างสูงที่ซึมเซาวางศพภรรยาลงสู่หลุมที่ใช้มือทั้งสองข้างขุดลงไป มือที่เคยขาวนุ่มนวลแตกยับเพราะครูดกับเศษหินเล็บฉีกจนเลือดโทรมเมื่อเจอกับรากไม้ แต่เหมือนอูรัคจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหล่านั้นเพราะเมื่อเทียบกับความร้าวรานในใจแล้วมันเพียงแค่น้อยนิด เขาเพียรขุดดินต่อไปโดยไม่ยอมใช้เวทมนตร์ด้วยเหตุผลที่ว่า ยามเธอมีชีวิตอยู่นั้นไม่สามารถปกป้องคุ้มครองได้ ดังนั้นในยามที่ต้องคืนร่างซีเดียสู่ผืนดินเขาอยากจะทำอะไรให้เธอด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
หยดน้ำจากท้องฟ้าพร่างพรมลงมาเพื่อไว้อาลัยให้กับเหล่าวิญญาณของมนุษย์ที่ต้องตายด้วยน้ำมือคนพาล ตลอดเวลาของการฝังศพภรรยาน้ำตาของไฮลอร์เดรียนผมดำยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย รวมกับหยาดพิรุณที่รินรดดุจจะชำระล้างความเศร้าโศกให้ไหลออกไปจนหมดสิ้น เพื่อเตรียมใจไปช่วงชิงตัวลูกชายซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่กลับคืนมา แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตและรบรากับพี่ชายร่วมสายเลือดผู้เก่งกาจก็จำต้องทุ่มเทเพื่อเอาชัย
หัวใจที่เจ็บจนถึงขีดสุดเปลี่ยนเป็นเย็นชา รอยยิ้มแห่งความสุขเลือนหายไปจากใบหน้างามที่ยามนี้กลับกลายเป็นเย็นชาและเหี้ยมเกรียม อูรัคยืนนิ่งไว้อาลัยหน้าหลุมศพนางมนุษย์ยอดรักพร้อมกับปลดปล่อยไอเย็นแห่งพลังธาตุซึ่งเคยเก็บกด ให้ล้นทะลักออกมาจากร่างเพื่อลดอุณหภูมิรอบเนินดินแห่งนั้นจนเข้าสู่จุดเยือกแข็ง เปลี่ยนน้ำแห่งท้องนภาเป็นหิมะพร่างพรมปกคลุมย้อมเชิงเขาแห่งความรันทด เป็นสีขาวนวลที่ดูดงามบริสุทธิ์แต่ทว่าหนาวเย็นและเงียบงัน
.
“…อูรัคดึงเอาวิญญาณออกไปจากร่างใกล้ตายของข้าและชุบชีวิตขึ้นมาใหม่เป็นสัตว์อสูรตัวเล็กๆ ข้าเพิ่งตระหนักตอนนี้เองว่าเขามีพลังที่มากมายขนาดไหน เพียงแต่เขาเลือกที่จะเก็บงำมันไว้และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย หลังจากปกคลุมเนินดินแห่งนั้นด้วยหิมะแห่งความอาลัยจนขาวโพลน อูรัคก็ออกเดินทางกลับไปหาอีวานเพื่อทวงคืนลูกชายคนสำคัญทันที…”
.
ตลอดทางที่ไฮลอร์เดรียนผู้เศร้าโศกเดินทางผ่านเกลื่อนกลาดไปด้วยซากของเหล่าอสุรกายปีศาจร้ายที่มาขัดขวาง จนกระทั่งมาถึงปราสาทของจักรพรรดิอีวาน ในที่สุดอูรัคก็ได้พบเชษฐาของตนรวมทั้งซาเรียสลูกชายซึ่งเป็นเหมือนสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ซีเดียเหลือไว้ให้ เด็กน้อยคนนั้นนอนหลับพริ้มอยู่บนตักของอีวานเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นบิดาของตน เนื่องจากพวกเขาทั้งสองคนเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก
“ข้าจะคืนลูกให้เจ้าก็ได้” อีวานหยิบยื่นข้อเสนอที่ดูเหมือนเมตตาทว่าแฝงความโหดเหี้ยมไว้เต็มพิกัด “พวกเจ้าอยากจะไปเป็นอิสระข้าก็ไม่ขัดข้อง แต่ในเมื่อเจ้าอยากจะตัดขาดจากเผ่าพันธุ์ก็ห้ามใช้พลังเด็ดขาด เจ้ากับลูกต้องเดินไปให้พ้นเขตแดนของข้า”
ภาพต่อมากลับกลายเป็นทะเลทรายเวิ้งว้างที่คามิวเคยฝันถึง แต่ตอนนี้คนที่กำลังเดินย่ำอยู่กลับเป็นบุรุษผมดำอีกคนหนึ่งแทน สายลมร้อนและแสงแดดที่จัดจ้าเร่งอุณภูมิของผืนทรายให้ระอุดุจถ่านแดงๆ เท้าเปลือยเปล่าที่เหยียบย่ำแตกยับเต็มไปด้วยบาดแผลแต่ไม่มีเลือดไหลเพราะโดนเม็ดทรายละเอียดเสียดแทรกเข้าไปแทนที่ ทุกย่างก้าวนั้นสร้างความเจ็บปวดจนอยากล้มเลิกความตั้งใจ ทว่าเพื่อที่เด็กน้อยในอ้อมกอดจะได้อยู่อย่าเป็นสุขห่างไกลจากอันตราย รอยยิ้มไร้เดียงสาเป็นกำลังใจให้ผู้เป็นพ่อกัดฟันฝืนทนความทรมานต่อไปแม้ลมหายใจใกล้จะขาดห้วงก็ตาม
.
“…เงื่อนไขที่ดูเหมือนง่ายกลับกลายเป็นหลุมพรางอันแยบยล อูรัคอุ้มลูกชายของตนเดินเท้ามุ่งหน้าสู่ชายแดนแถบทะเลทราย เพื่อไปให้พ้นเขตของไฮลอร์เดรี้ยนโดยมีกองทัพของจักรพรรดิอีวานตามหลังมา ระหว่างทางเขาต้องพบเจอพวกอสูรร้ายที่กรานิสและเคออสส่งมาคอยดักทำร้าย แต่ทว่านายของข้ายังคงยึดถือคำมั่นสัญญาที่จะไม่ใช้พลัง แม้ตัวเองบาดเจ็บสาหัสก็ยังคงอุ้มลูกและก้าวเดินต่อไป จนกระทั่งถึงขีดจำกัด…”
.
เสียงบอกเล่าเรื่องราวของไกเซอร์แฝงไว้ซึ่งความเสียใจยามถ่ายทอดเรื่องราวที่ดำเนินมาถึงฉากสุดท้าย เบื้องหน้าคามิวในตอนนี้คือภาพบุรุษผมดำหมดสิ้นเรี่ยวแรงทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างอ่อนล้า เขาพยายามฝืนยิ้มให้ลูกชายตัวน้อยในอ้อมแขนพลางส่งสัตว์อสูรสีน้ำเงินที่เพิ่งเกิดให้ เหมือนกับจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลือไว้ดูต่างหน้าก่อนที่ดวงตาสีทองคู่นั้นจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่ถูกพรากไปด้วยน้ำมือของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายร่วมสายเลือด ร่างของไฮลอร์เดรียนผู้ทรยศถูกทิ้งลงไปในหลุมทรายที่ลึกล้ำที่จักรพรรดิอีวานสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสุสาน
“ถึงเจ้าจะมีสายเลือดชั้นต่ำของมนุษย์ แต่ครึ่งหนึ่งก็เป็นไฮลอร์เดรียนเช่นกัน ดังนั้นข้าจะให้โอกาสอีกครั้ง” จักรพรรดิอีวานเดินมาหยุดอยู่หน้าเด็กน้อยไร้เดียงสาซึ่งงุนงงกับการจากไปของบิดาตน ใบหน้างามแฝงความร้าวรานยามยื่นเขาทองคำของอูรัคซึ่งตนได้ตัดออกก่อนจะประหารและฝังร่างไว้ใต้ผืนทราย “เจ้าเด็กน้อย เจ้าจงเลือกเอาว่าจะอยู่รอความตายที่นี่ หรือจะตามข้ากลับไป”
.
“…ข้าไม่รู้หรอกนะว่า ซาเรียสน้อยที่อายุเพียงแค่สามขวบจะรู้เรื่องราวมากแค่ไหน แต่เขาก็เลือกที่จะติดตามอีวานกลับไปยังที่อันตรายแห่งนั้น แม้สองพ่อมดดำจะเพียรพยายามหว่านล้อมให้กำจัดเขาทิ้งแต่อีวานไม่ยอมฟัง ซาเรียสเติบโตและเรียนรู้เวทมนตร์คาถาเก่งกล้าขึ้นท่ามกลางดงศัตรูจนกระทั่งเวลาสุกงอม เหมาะสมที่เขาจะลงมือแก้แค้นและตอบแทนความอำมหิต …”
.
เสียงของไกเซอร์แผ่วเบาพร้อมกับภาพอดีตทั้งหมดเริ่มเลือนราง ความหนาวเย็นอันแสนมืดมิดเข้ามาแทนที่ทำให้หนุ่มผมดำรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้าง ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจอีกครั้งไม่ต่างจากตอนถูกไกเซอร์ทดสอบเลือกนาย ลางสังหรณ์บ่งบอกว่าอดีตของไกเซอร์ที่ได้สัมผัสมามันจะต้องมีต่อไปอีก และเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรงอย่างแน่นอน แต่การ์เดี้ยนตัวแสบยังคงเก็บงำช่วงสำคัญเอาไว้เหมือนจะกลั่นแกล้ง
.
“…และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของไฮลอร์เดรียน เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี…”

***+++***+++***+++***
มีตรงไหนงงช่วยบอกให้ทราบหน่อยนะคะ จะได้ปรับปรุงค่ะ
เนื้อเรื่องของอีวานกับอูรัคยังมีรายละเอียดอีกเยอะพอสมควร แต่จะค่อยๆทะยอยเฉลยไปเรื่อย
ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอให้แฟนคลับและนักอ่านที่รักทุกท่านมีความสุขในช่วงเวลาดีๆ
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอบคุณจากใจ
จาก นัก(หัด)เขียนตัวเล็กๆคนหนึ่ง (นามสกุล หอยทากยังเรียกพี่ หุหุ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5602 SieL (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 21:47
     เริ่มมีปมมาอีกเเล้วเน้อ
    #5,602
    0
  2. #5139 Chiara Bonaducci (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 17:56
    ซาเรียสทำอะไรหนอ
    #5,139
    0
  3. #5118 Weira (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 17:40
    อัพเพื่อฉลองปีใหม่หน่อยเร้วววววว!!
    #5,118
    0
  4. #5117 เวนีล่า (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 18:04
     ค้างอ่ะคะ!
    #5,117
    0
  5. #5114 เอกเองครับ (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2553 / 19:48
    ซาเรียสทำยังไงหนอถึงทำให้ทั้งเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นย่อยยับได้
    #5,114
    0
  6. #5112 SRGN (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 20:52
    อ๊ายยย!! นัง(?)ไกเซอร์!!! จะบอกทั้งทียังบอกไม่หมด แล้วที่เหลือจะเก็บเอาไว้อมพะนำทำ...?อะไรย้า~
    #5,112
    0
  7. #5111 datandar (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 20:28
    สนุกค่ะ มาอัพเร็วๆนะคะ  สวัสดีปีใหม่!!
    #5,111
    0
  8. #5110 kittykid (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 20:17
    อดีตของคามิวคือซาเลียสเหรอเปล่าเนี่ย
    #5,110
    0
  9. #5109 focus (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 18:04
    หุหุ ต่อไวๆนะครับ หนุกๆ...
    #5,109
    0
  10. #5108 MAya SHadow (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 15:23

    เข้าใจค่ะ
    เข้าใจที่สื่ออกมา
    writer เยี่ยมยอดมากค่ะ

    #5,108
    0
  11. #5107 laiza (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 12:49
    ค้างงงง
    แต่เพื่อที่จะรู้ปริศนาของคามิวเราจอร้องเพลงรอต่อไป
    สู้ๆเจ้าค่ะ ท่านหอยทาก อิอิ
    #5,107
    0
  12. #5104 ->S-A-T-A-N<- (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 20:58
     โอย สนุกสุดๆไปเลย ! เราอ่านตั้งแต่ตอนแรกจนจบเลยนะเนี่ย 2 วัน วู้วๆ ! มาอัำพอีกนะ ! 
    #5,104
    0
  13. #5103 inasba (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 18:28
    โหเริ่มซับซ้อนขึ้นไปอีกนะนิ
    #5,103
    0
  14. #5101 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 14:43
    อัพ อัพ อัพ ด่วนค่า

    มาแค่นี้ก็ค้างซิคะ ปริศนามาอีกแล้ว ค้างมากมาย
    #5,101
    0
  15. #5099 Luckymusic (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 01:52


    อ่านไปอ่านมาชักงงๆ


    #5,099
    0
  16. #5098 focus (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 22:05
    เริ่มซับส้อนขึ้นอีก ต่อไวๆนะครับ...
    #5,098
    0
  17. #5097 เอกเองครับ (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 15:49
    คามิวมีเชื้อสายไฮลอร์เดรี้ยนส่วนหนึ่งล่ะมั้งเนี่ย รอดูครับว่าจะได้รู้ไหมว่าทำไมคามิวถึงอยู่ในโบราณสถานนั่น
    #5,097
    0
  18. #5096 -[-Mo-]- (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 13:56
    ค้างอีกแร้ว T^T
    #5,096
    0
  19. #5095 6892 (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 13:18
    รีบมาอัพต่อเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เดื๋ยวนี้เลย ลุ้นๆๆๆๆ
    #5,095
    0
  20. #5094 laiza (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 12:31
    ปริศนาเริ่มเผยออกมาทีละนิดแล้วสินะ อย่างไรก็อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    อากาศยิ่งปรวนแปรบ่อยเดี๋ยวข้าน้อยไม่ได้อ่านคามิวนาน (อ้าว: อ่ะล้อเล่นค่ะ)
    #5,094
    0
  21. #5093 นักฆ่าพเนจร (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 07:49
    สงสัยจะเป็นรูปพวกการ์เดี้ยน หรือเปล่าน่ะ
    #5,093
    0
  22. #5092 AzErOSth (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 03:10
    มาเท่านี้จริงๆ หรือครับ ท่านไรท์เตอร์

    ขออีกหน่อยไม่ได้หรือ?
    #5,092
    0