วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 1 : ปฐมบท ลางแห่งชะตากรรม(รีไรท์ใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    2 ส.ค. 54

เพราะปัญหาที่มีเวปไซด์แห่งหนึ่ง ดึงข้อมูลนิยายเด็กดีและที่อื่นๆไป  และไม่ได้เปิดระบบป้องกันการก๊อปปี้  ทำให้ผู้เขียนต้องรีบลบเนื้อหาเพื่อรักษาสิทธิ์ (ถึงนิยายเราจะห่วยก็เถอะนะ  มันทำใจไม่ได้อ่ะ)  มีนักอ่านถามถึงเลยมาแปะให้ก่อนค่ะ  สักพักจะทยอยนำมาลงให้จนครบค่ะ   **++**++**++**

ยามดวงสุริยาถูกจันทรากลืนกินเมื่อ 1000 ปีก่อน ยามนั้นคือจุดสิ้นสุดแห่งกลียุคที่เหล่าปีศาจอสุรกายภูตพรายอาจหาญขึ้นเป็นใหญ่ ยึดครองทุกดินแดน แย่งชิงและฆ่าฟันสิ่งมีชีวิตอื่นอย่างไร้ความปราณี เหล่ามนุษย์ถูกกดขี่ข่มเหงจนเหลือที่จะทน จนกระทั่งกษัตริย์แห่งดินแดนทั้ง 4 พากันยกทัพเข้าต่อต้านเพื่อปลดแอกมนุษยชาติจากพันธนาการอันแสนโหดเหี้ยมของจอมมารทมิฬ

          ในวันนั้น ท้องฟ้ามืดมิด ดำทะมึนราวกับดวงตะวันได้ดับสูญลับลาจากท้องฟ้าไปตลอดกาล บรรยากาศรอบด้านปั่นป่วนไปด้วยพายุที่พัดรุนแรงบ้าคลั่ง ดุจต้องการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนพื้นปฐพีให้พินาศสิ้น ฟ้าแลบแปลบปลาบครืนโครม คำรามกึกก้อง จากนั้นสายอัสนีบาตมากมายพากันตกต้องฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางรัศมีทำลาย ไม่เว้นแม้แต่เหล่ามนุษย์ตัวจ้อยที่กำลังเคลื่อนพลเข้าโรมรันกับกองทัพอสุรกายภายใต้การนำของจอมมารทมิฬอย่างกล้าหาญ

          สงครามสองพิภพนี้ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว แม้จอมมารทมิฬจะมีพลังและสมุนมากมายยังไงก็ยังไม่อาจทำลายมนุษย์ด้อยอำนาจให้ถึงกาลพินาศได้เสียที อาจจะเป็นเพราะความสามัคคีที่มักเกิดขึ้นยามเมื่อเผ่าพันธุ์ของตนมีภัย มนุษย์ทุกผู้ทุกคนจึงพากันร่วมมือร่วมใจเข้าต่อต้าน เหล่าจอมเวทจากทั่วทุกสารทิศช่วยกันระดมกำลังร่ายมหาเวทเพื่อจัดการกับจอมมารให้แดดิ้น

          ...กองทัพของเหล่าอัศวินผู้กล้าและนักรบนิรนามของทุกดินแดนระดมพลเข้าต่อต้าน รุกไล่จนกระทั่งกองทัพอสูรกายแตกพ่ายถอยร่นไม่เป็นท่า...

          จนกระทั่ง เหล่าผู้กล้ารุกคืบเข้าต้อนจอมมารทมิฬให้ล่าถอยไปจนมุมยังปราสาทลอยฟ้าของมัน พวกปีศาจอสุรกายไร้ซึ่งความจงรักภักดีตามสันดาน เมื่อเห็นจอมมารกำลังจะพ่ายแพ้จึงตีจากเพื่อหนีเอาตัวรอด จอมมารขาดซึ่งสมุนแม้จะมีพลังอำนาจมากมายเพียงใดกลับต้องพ่าย เมื่อเจอกับความสามัคคีของเหล่ามดปลวกตัวจ้อย ที่มันเคยดูหมิ่นเหยียดหยามว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำ

          ...ก่อนสูญสลายจอมมารยังร่ายคำสาปแช่งไว้ เพื่อรอวันหวนคืนสู่โลก รอเวลาที่จะได้ครอบครองอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่งอีกครั้ง...

          ...เมื่อถึงปีแห่งมังกร เมื่อดวงตะวันถูกกลืนกินเป็นครั้งที่ 20 ข้าจะกลับมาเกิดใหม่ เพื่อทำลายล้างและเรียกคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของๆข้าคืนมา มนุษย์ผู้โง่เขลาจะต้องพินาศด้วยน้ำมือเด็กชายแห่งหายนะซึ่งจะมาเป็นร่างใหม่ให้กับข้า...

                                   จารึกไว้ ณ สุดแผ่นดินโดยซาเรียส

 

         ปัจจุบัน ณ เมืองโรแลนเดีย เมืองหลวงของอาณาจักรโรแลนเซีย

          แสงตะวันเจิดจ้าฉาดฉายอยู่กลางท้องฟ้าสีครามสดใส ส่องแสงสะท้อนกับผิวน้ำในทะเลสาบใสแจ๋วสีมรกตเป็นประกายระยิบระยับดุจโรยด้วยกากเพชร สายลมพัดแผ่วๆหอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ป่าที่กำลังเบ่งบานโชยไปทั่วบริเวณ ที่ริมตลิ่งตื้นเป็นหาดทรายนุ่มเท้าเหมาะเป็นที่เล่นสนุก หรือพักผ่อนและมันก็ไม่เคยขาดผู้มาเยือน

          ...วันนี้ก็เช่นกัน ณ หาดแห่งนั้นยังคงก้องไปด้วยเสียงเด็กๆเล่นน้ำกันอย่างร่าเริงสนุกสนาน...

          ...จ๊อกกก!!...โครกกก...!!...

          "หิวจังเลย..."

          เสียงท้องร้องอุทรเบาๆของเด็กชายตัวน้อยๆที่นั่งกอดเข่าอยู่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากริมน้ำเท่าใดนัก ผมสีดำเป็นประกายพลิ้วไหวด้วยสายลมเย็นสบายจากทะเลสาบ นัยน์ตาสีทองคู่สวยฉายแววหม่นหมองทำให้ใบหน้าที่ดูหวานเหมือนเด็กผู้หญิงของเขาดูเศร้าๆกว่าปกติ

          ...เป็นเพราะวันนี้เขาถูกไล่ออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้า หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จได้ไม่นานนัก...

          "ท่านคามิว ออกไปเล่นข้างนอกนะ" เสียงร้องสั่งจากพี่เลี้ยงดังขึ้น "แล้วเที่ยงๆ ข้าจะไปรับกลับมาทานข้าวกลางวัน.."

          พี่เลี้ยงหญิงวัยกลายคน รวมทั้งสาวใช้อีกหลายๆคนพากันวิ่งวุ่นวาย ไปทั่วบ้านมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว แต่เด็กอย่างเขาก็ทำได้แค่มองอย่างงงๆ แม้จะเพียรถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครยอมให้คำตอบซะที จนกระทั่งพี่เลี้ยงทำเหมือนจะไล่เขาออกไปราวกับว่าเป็นอะไรสักอย่างที่อยู่ในบ้านแล้วจะเกะกะการวิ่งไปมาของพวกนางงั้นแหละ

          "...ฮะ" ดวงตาสีทองใสแจ๋วของเด็กขายตัวน้อยจ้องมองพี่เลี้ยงที่ออกปากไล่เขาอย่างงุนงง

          ถึงแม้จะสงสัยแต่เขาก็รับคำอย่างง่ายดายทั้งๆที่อายุเพียง 5 ขวบ เป็นที่รู้กันว่าคามิวเป็นเด็กว่าง่ายไม่เคยมีปัญหาหรืองอแงผิดกับเด็กปกติทั่วไป ที่สำคัญเขาไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกบ่อยนัก ถ้าสั่งให้นั่งนิ่งๆก็จะอยู่อย่างนั้นได้เป็นชั่วโมงราวกับเป็นตุ๊กตาไม่มีผิด ในตอนแรกพวกพี่เลี้ยงต่างพากันกลัวความผิดปกติของเด็กน้อยคนนี้ แต่เมื่อชินแล้วก็จะเริ่มสังเกตเห็นได้ว่าเด็กน้อยคนนี้ก็แสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นเหมือนเด็กทั่วไป ...เพียงแต่ ไม่บ่อยเท่านั้นเอง...

          "...เที่ยงแล้ว ทำไมยังไม่มารับซักทีนะ?"

          ตั้งแต่ถูกไล่ออกมา เขาก็มานั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ริมน้ำตั้งแต่เช้าแล้ว แม้จะมีเพื่อนๆมาชวนเล่นน้ำเขาก็ไม่ไปเพราะมารดาสั่งห้ามไว้ ถึงจะว่าง่ายเชื่อฟังยังไงก็ตาม แต่เด็กก็ยังคงเป็นเด็ก ออกมานั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่แบบนี้มันก็เบื่อเป็นเหมือนกันนะ แถมตอนนี้ก็ทำท่าจะเลยเที่ยงแล้วด้วย หิวก็หิว

         ...ทำไมไม่มีใครมารับเขาซะที หรือว่าจะถูกทุกคนลืมไปแล้ว?...

          คามิวทอดสายตามองไปยังบ้านของตนที่อยู่เลยไปไม่ไกลนัก .... บ้าน.... หรือจะเรียกให้ถูกก็คือคฤหาสน์สีขาวหลังย่อมๆ มีบริเวณสวนหย่อมหน้าบ้านที่ปลูกไม้ประดับและดอกไม้เอาไว้หลากสีดูสดชื่นมีชีวิตชีวาน่าอยู่อาศัยยิ่งนัก เจ้าของคฤหาสน์หลังงามนี้ก็คือ คริสโตเฟอร์ ทีเอเนีย อัศวินแห่งราชสำนัก และคามิลล่า ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นถึงจอมเวทแห่งราชสำนัก เรียกได้ว่าเป็นคนดังของเมืองนี้ทีเดียว

          เมืองโรแลนเดีย เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรแลนเซีย ศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านอารยธรรมและการทหาร หนึ่งในสี่อาณาจักรใหญ่ที่เรียกได้ว่ามีแสนยานุภาพไม่เคยเป็นรองใคร ทั้งยังเป็นหนึ่งในด้านศาสตร์เวทมนต์ลึกลับ คามิลล่าจอมเวทแห่งราชสำนักมารดาของเขาก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของผู้ใช้ศาสตร์เวทมนต์เช่นกัน

          "คามิว... คามิว..." เสียงเรียกดังมาจากเด็กหญิงอายุประมาณ 7 ขวบคนหนึ่ง "คามิว... มาเล่นน้ำกันเถอะ"

          เจ้าของเสียงที่กำลังวิ่งตรงมาหาเป็นเด็กหญิงที่มีทั้งผมและดวงตาสีน้ำตาล ผมยาวของเธอรวบเป็นหางม้าไว้อย่างลวกๆ เนื้อตัวเปียกโชกเพราะการลงน้ำจับปลากับเพื่อนๆ เธอคนนี้เป็นทั้งเพื่อนเล่นทั้งยังถือว่าตัวเองเป็นพี่สาวเลยมักจะคอยชวนเขาไปเล่นอยู่บ่อยๆ ที่จริงเธอก็ชวนไปเล่นด้วยกันหลายครั้งแล้วแต่เจ้าหนูน้อยคนนี้ไม่ยอมไปด้วยซักที คราวนี้เธอตรงเข้ามาหาคามิว พลางยื่นมือของเธอมาตรงหน้า

          "นั่งทำอะไรอยู่น่ะ?" เธอเอียงคอมองตรงมายังเด็กน้อยที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า

          "...ลิลลี่..ไม่หนาวเหรอฮะ?" คามิวถามออกไปเบาๆ

          "ไม่หนาวหรอก เย็นดี... แถมได้ปลาไปเป็นอาหารเย็นด้วยนะ" เด็กหญิงบอกอย่างภาคภูมิใจในความเก่งที่สามารถจับปลาได้ แต่เธอก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งที่คามิวกำลังทำอยู่

          "เล่นอะไรอยู่เหรอ?" ลิลลี่ถามออกไปอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่า คามิวกำลังใช้กิ่งไม้ขีดเขียนพื้นทรายตรงหน้าเป็นรูปประหลาดๆ

          "ท่านแม่เขียนให้ดูบ่อยๆ ก็เลยลองเขียนดูเล่นๆน่ะ"

          สิ่งที่เห็นตรงหน้าดูเผินๆก็แค่ลวดลายแปลกๆ แต่หากเป็นคนที่พอจะมีความรู้ด้านเวทมนต์ละก็ต้องร้องอุทานด้วยความประหลาดใจแน่ เพราะมันคือวงเวทอาคมนั่นเอง และที่น่าแปลกใจที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องที่ว่า เด็กอายุเพียงแค่ 5 ขวบกลับจดจำรายละเอียดที่ซับซ้อนของวงเวทอาคมชั้นสูงและอักขระโบราณได้นั่นเอง

          "ไปเล่นกันเถอะน่า นั่งอยู่แบบนี้ไม่สนุกหรอก"

          ลิลลี่คะยั้นคะยอหลังจากหมดความสนใจกับลวดลายแปลกๆพวกนั้น เธอไม่พูดเปล่า ยังคว้าหมั่บมาที่ข้อมือของคามิวแล้วออกแรงดึงเพื่อให้เดินตามไป สงสัยว่าคราวนี้เธอคงไม่ยอมให้เด็กชายปฏิเสธเป็นแน่

          "......!?" ร่างเล็กหยุดกึกนิ่งกับที่  จนลิลลี่ต้องชะงักเท้า พลางหันมามองคามิว

          "...มีอะไรเหรอ หยุดเดินทำไมล่ะ?" เธอหันมาถามอย่างขัดใจที่น้องต้วน้อยไม่ยอมเดินตาม แต่ก็ต้องงง เพราะบัดนี้คามิวกำลังแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าอย่างตะลึงงัน

          ...และเมื่อลิลลี่เงยหน้ามองตามก็ต้องตกใจไปอีกคน...

          ท้องฟ้าที่เคยสว่างเจิดจ้าเพราะเป็นเวลาเที่ยง บัดนี้มันได้ปรากฏเงามืดคืบคลานเข้ามา ทำให้แสงอาทิตย์ค่อยๆอ่อนลงไปเรื่อยๆราวกับจะเข้าสู่ยามเย็นที่แสงตะวันโรยแสง นกกาเริ่มบินกันพึ่บพั่บราวกับว่าพวกมันไหวตัวถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น

          "อาทิตย์ดับ....ดวงอาทิตย์จะดับแล้ว"

          เสียงตะโกนโหวกเหวกของพวกผู้ใหญ่ที่ตกปลาอยู่ริมทะเลสาปดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกตกใจ พวกเขาพากันรีบเก็บข้าวของและเรียกเด็กๆที่เล่นอยู่แถวนั้นให้ขึ้นจากน้ำอย่างร้อนรน

          "เด็กๆรีบกลับบ้านเร็วเข้า แล้วอย่าออกมาจนกว่าดวงอาทิตย์จะกลับคืนมาเข้าใจมั้ย"

          เสียงผู้ใหญ่คนหนึ่งตะโกนบอกเด็กๆที่ตอนนี้กำลังวิ่งหน้าตั้งกลับไปหาพ่อแม่ของตนเอง ไม่เว้นแม้แต่ลิลลี่ที่ตอนนี้กำลังวิ่งพร้อมทั้งลากเอาคามิวติดมือไปด้วยอย่างทุลักทุเล

          "...โอ๊ย!" เสียงคามิวร้องขึ้นเมื่อเขาล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นเพราะขาเล็กๆสั้นๆของเขาวิ่งไม่ทันเด็กหญิงที่ลากเขาอยู่ เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็เห็นว่าเข่าของตัวเองมีรอยถลอกเลือดออกซิบๆ

          "ขอโทษนะ เจ็บรึเปล่า? เพี้ยงหายเจ็บนะ...เอาละวิ่งต่อเถอะ"

          ลิลลี่ไม่รอคำตอบจากคามิว พอลุกขึ้นได้ปั๊บ เด็กหญิงก็ลากคามิวให้วิ่งตามเธอไปอีกครั้งอย่างร้อนรน ซึ่งขณะนั้นท้องฟ้าก็เริ่มจะมืดมิดลงเรื่อยๆ เหมือนจะเข้าสู่เวลากลางคืนแต่ว่ามันเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติเท่านั้นเอง

          ตอนที่พวกคามิววิ่งมาถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดสนิทดุจรัตติกาล ถ้าจะมีใครแหงนมองท้องฟ้าก็จะสามารถเห็นดวงดาวส่องประกายอยู่เบื้องบนได้ แต่ยามนี้จะมีใครสนใจมาชมธรรมชาติกันล่ะ ชาวบ้านชาวเมืองต่างพากันเข้าบ้านปิดประตูปิดหน้าต่างเก็บตัวกันเงียบเชียบไปหมด เพราะต่างก็กลัวอาถรรพ์ที่จะตามมากับปรากฏการณ์ประหลาดครั้งนี้

          สุริยคราส... ปรากฏการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ตามคำบอกเล่าที่มีแต่โบราณของโรแลนเซียว่าไว้ว่า ...หากดวงตะวันดับกลางนภา...นำพาอาเพศเหตุร้าย...จงร่วมใจภาวนา...

          "...อุแว้ อุแว้..."

          เมื่อคามิวเปิดประตูเข้ามาในคฤหาสน์ เขาได้ยินเสียงร้องไห้จ้าของเด็กทารก พร้อมทั้งเห็นเหล่าคนรับใช้วิ่งกันพล่านอยู่เต็มบ้าน แต่ละคนท่าทางรีบร้อนจนไม่มีเวลาสนใจเจ้านายตัวน้อยที่เพิ่งกลับเข้ามา ทำเอาเด็กน้อยผมดำทำได้แค่ยืนงงอยู่กลางบ้านของตัวเอง

          ...จนกระทั่ง...

          "คามิว ลูกเป็นพี่ชายแล้วนะ"

          ต้นเสียงคือบุรุษร่างสูงสง่า ผิวขาวผมหยักศกสีดำขลับตัดสั้นดูเรียบร้อย ดวงตาสีมรกตวาววับฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด ใบหน้าคมคายแย้มยิ้มกว้างเปิดเผย เขาคนนี้คือ คริสโตเฟอร์ ทีเอเนีย อัศวินแห่งราชสำนักผู้เป็นบิดาของคามิวนั่นเอง

          "ไปดูน้องด้วยกันมั้ย? ...อ้าว? ไปได้แผลมายังไงเนี่ย? ...มาๆ... มาทำแผลก่อนก็แล้วกัน" คริสโตเฟอร์ตรงเข้ามาอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ยังยืนจ้องเขาตาแป๋วด้วยความงุนงง เพื่อพาไปทำแผลที่เข่าให้ก่อน "เอาละ..เสร็จแล้ว ไปดูน้องกับพ่อนะ" ผู้เป็นพ่อพูดพลางจูงมือลูกชายตัวน้อยเดินตรงไปยังห้องที่ใช้เป็นห้องคลอด

          ชั้นล่างของคฤหาสน์ จะมีห้องนั่งเล่นที่ใช้เป็นห้องรับแขกอยู่กลางบ้าน ในห้องนั้นมีโซฟาตัวใหญ่หนานุ่มนั่งสบาย พรมที่ปูพื้นสีออกโทนน้ำตาลแดง รับกับผ้าม่านสีครีมดูสว่างไสว ถัดจากห้องนั้นจะเป็นห้องสมุดที่มีหนังสือหายากอัดอยู่เต็ม และห้องข้างๆที่เคยใช้เป็นห้องพักแขก แต่บัดนี้ใช้เป็นห้องคลอดให้กับภรรยาเจ้าของบ้านชั่วคราว

          "...คริส..คามิว..." เสียงหวานๆที่เจือด้วยความอ่อนเพลียดังขึ้น เจ้าของเสียงนั้นนอนอยู่บนเตียง เคียงข้างด้วยเบาะเล็กๆสีขาว ซึ่งบนเบาะนั้นก็คือเด็กทารกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอนั่นเอง

          "ลูกสาวค่ะ...หน้าเหมือนคุณเปี๊ยบเลย"

          คามิลล่าภรรยาของคริสโตเฟอร์เอ่ยขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ดวงหน้างดงามที่พราวด้วยละอองเหงื่อเม็ดเล็กๆเพราะความอ่อนเพลียจากการคลอดยังคงยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีทองที่ทอดมองสองพ่อลูกเต็มไปด้วยความรัก

          "ผมสีทองเหมือนเธอเลยนะเนี่ย...ฮ่าๆ... ลูกพ่อโตขึ้นต้องสวยแน่ๆ"

          คริสโตเฟอร์หัวเราะอย่างถูกใจพลางมองลูกสาวตัวเล็กๆที่นอนอยู่บนเบาะอย่างแสนรัก คามิวเดินเข้ามาชิดขอบเตียงแล้วเขย่งขาเพื่อจะดูบ้าง แต่สิ่งที่เขาเห็นช่างขัดกับสิ่งที่ผู้เป็นบิดาพูดซะเหลือเกิน

          "...ลิง?" คำพูดของเด็กชายทำเอาผู้เป็นพ่อหันมามองทันที

          "อะไรกันคามิว น้องออกจะสวย ดูสิผมสีทอง แก้มยุ้ย ปากก็แดง แบบนี้โตขึ้นมาต้องเป็นสาวสวยแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า"

          คามิวพยายามชะโงกหน้าเพื่อมองเด็กทารกให้ชัดๆอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเด็กชายก็คือ ใบหน้ากลมๆดูยับย่น แก้มยุ้ยสีชมพูเรื่อ ปากเล็กๆแดงเหมือนลูกเชอร์รี่ก็จริง

          ...แต่ดูยังไงก็เหมือนลิงอยู่ดี...

          "คริสคะ... จะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดีคะ?"

          เสียงคามิลล่าร้องถามสามี ด้วยแน่ใจว่าเขาคงต้องเตรียมหาชื่อที่เหมาะสมเอาไว้แล้วอย่างแน่นอนตามประสาคุณพ่อเห่อลูก

          "ฉันคิดไว้แล้วละ ถ้าเป็นลูกสาวจะให้ชื่อ..."

          "...รินเซ่..." คริสโตเฟอร์หันขวับมาเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆเรียกชื่อน้อง และยังตามมาด้วยเสียงอ้อแอ้ของลูกสาวตัวน้อยที่ร้องขึ้นราวกับจะตอบรับชื่อที่พี่ชายตั้งให้

          "ง่า...พ่อว่าชื่ออื่นเถอะนะ แคโรไรน์หรือ เฟลิเซียดีกว่ามั้ย ชื่อรินเซ่น่ะมัน..."

          พูดยังไม่ทันจบเสียงอ้อแอ้ของเด็กทารกก็ขานรับขึ้นมาเมื่อเขาเอ่ยชื่อรินเซ่ คริสโตเฟอร์หันไปมองภรรยาของตัวเองที่กำลังนอนอมยิ้มมองเขาอยู่ ด้วยเธอนึกขำอยู่ในใจว่า คุณพ่อโดนลูกชายแย่งซีนซะแล้ว...

          "เฮ้อ...ชื่อรินเซ่ก็ได้... ร้ายนักนะเจ้าตัวแสบ"

          คริสโตเฟอร์หันไปคว้าตัวลูกชายมากอดอย่างมันเขี้ยว เสียงหัวเราะของพ่อลูกที่กำลังฟัดกันอย่างสนุกสนาน พลอยทำให้คามิลล่ายิ้มตามด้วยความรู้สึกเป็นสุข

          แต่ในใจเธอกำลังหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ เพราะคำทำนายที่เธอเคยทำนายให้กับลูกชายของเธอ มันเป็นคำทำนายของจอมเวทแห่งราชสำนักที่รับประกันความแม่นยำ แต่ทว่ากลับตีความได้ยากยิ่ง

          ...หากสิ้นไร้ซึ่งแสงตะวัน...จักพลันก่อเกิดผู้ทำลายล้าง...

          คำทำนายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้เธอจะลองทำนายใหม่สักกี่ครั้งก็ตาม เพราะเด็กชายที่กำลังหัวเราะอยู่กับสามีของเธอคนนี้ มีชาติกำเนิดเป็นปริศนา ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าเธอและสามีไปพบเขาในถ้ำโถงของโบราณสถานแห่งหนึ่งในแคว้นกอร์มเมื่อ 5 ปีที่แล้วขณะไปสำรวจด้วยกัน ตอนนั้นคามิลล่าและคริสโตเฟอร์เพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน พวกเขารู้สึกสงสารจึงรับ คามิว เด็กที่ถูกทิ้งไว้ในโบราณสถานมาเป็นลูกบุญธรรม และด้วยความที่เด็กคนนี้มีส่วนละม้ายคล้ายเธอและสามีราวกับเป็นลูกแท้ๆ จึงไม่มีใครสนใจจะขุดคุ้ยประวัติของเขามากนัก

          แต่ตอนนี้เธอเริ่มจะมองเห็นเค้าลางของคำทำนายแล้ว แสงตะวันของคามิว อาจจะเป็นลูกสาวของเธอก็ได้ ลูกสาวที่เกิดตอนสุริยคราสพอดี พลังของเด็กคนนี้อาจจะมีไว้เพื่อช่วยคามิวและช่วยแผ่นดินนี้ให้พ้นจากหายนะตามคำทำนายก็เป็นได้

          "เอาละไปหาอะไรกินกันเถอะคามิว พ่อหิวแล้ว ให้แม่กับน้องนอนพักดีกว่านะ"

          "...ฮะ ท่านแม่ หายไวๆนะฮะ"

          คามิลล่ามองตามสามีและลูกชายของเธอที่กำลังเดินหยอกล้อกันไปอย่างแสนรัก ดวงตาสีทองส่งประกายกล้าราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ในอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายและลูกสาวของเธอต้องพบกับเภทภัยใดๆเป็นอันขาด เธอจะต้องสอนคามิวให้เขาเป็นคนดี สอนรินเซ่ให้เป็นจอมเวทที่เก่งกาจ เด็กสองคนนี้จะต้องคอยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันต่อไป

          ขณะนี้ท้องฟ้าได้กลับสู่ความสว่างไสวดุจเดิม กิจกรรมประจำวันต่างๆก็กลับสู่ภาวะปกติด้วยความโล่งใจของผู้คน แต่ในอีกอาณาจักรหนึ่งที่ไกลออกไปทางทิศตะวันตก กลับบังเกิดเงาดำกระจายไปบนท้องฟ้าราวกับมีอาเพศ

         "...ในที่สุด..เวลาที่ข้ารอคอยก็ใกล้จะมาถึงแล้วสินะ"

          เสียงแหบพร่าของบุรุษผู้หนึ่งที่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นจอมเวท เพราะชุดคลุมยาวสีดำเก่าคร่ำคร่าที่ปิดบังแม้กระทั่งหน้าตาเอาไว้อย่างมิดชิด จะมีก็เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ไม่ค่อยแน่ใจว่า คนผู้นี้ใช่มนุษย์หรือไม่? สิ่งที่ว่านั้นคือส่วนมือที่โผล่พ้นเสื้อคลุมออกมาปรากฏแก่สายตา มือของมันดูประหลาดผิดแผกจากคนปกติ เพราะมันเต็มไปด้วยเกล็ดกระดำกระด่าง ผิวหนังแห้งติดกระดูก จนข้อนิ้วปูดโปนผิดรูปและยิ่งเพิ่มความน่าขนลุกด้วยเล็บยาวงองุ้มสีดำดุจเล็บเหยี่ยว

          "อีกไม่นาน ความปรารถนาของข้าจะเป็นจริง" จอมเวทลึกลับเอ่ยกับตัวเองอย่างพึงพอใจ "รอให้ข้าหาตัวเจ้าพบก่อนเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องอยู่ในกำมือของข้า ฮ่าฮ่าฮ่า"

          เกิดเสียงครืนครามดังขึ้น ราวกับท้องฟ้าที่มืดทมึนอยู่นั้นจะรับรู้ความต้องการของจอมเวททมิฬ "จงไปตามหาตัวมันมาให้ข้า ตามหาผู้ทำลายล้างให้พบ แล้วเอาตัวมันมาให้ข้า" มันร้องสั่งออกไป ฉับพลันก็ปรากฏภูตตัวเล็กๆสีดำราว 10 ตัว ปีกเหมือนค้างคาว ใบหน้าคล้ายมนุษย์แต่มีเขี้ยวยาวเต็มปาก บินหายไปในท้องฟ้า "อีกไม่นานหรอก ฮ่าๆๆๆๆ" ร่างของสิ่งที่เคยอยู่ตรงนั้นก็ค่อยๆสลายเป็นควันและหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือแต่เพียงเสียงหัวเราะที่แหบพร่าซึ่งสะท้อนก้องอยู่ในอากาศ

          สิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนตะวันตกอันแสนไกลนี้หาได้มีผู้ใดระแคะระคายไม่ คงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า คำสาปของจอมมารทมิฬเมื่อพันปีก่อนกำลังจะหวนคืนมาสร้างความพินาศให้แก่โลกนี้อีกครั้ง

          ...เพราะผู้คนในยุคนี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ไปจนสิ้น...

          และในยามนี้ ครอบครัวของคามิวกำลังมีความสุข มากเสียจนไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติบนท้องฟ้า พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าความสุขในช่วงเวลานี้กำลังจะถูกทำลายจากเงามืดที่ย่างกรายเข้ามาอย่างประสงค์ร้าย หรือแม้จะรู้แต่พวกเขาก็อาจจะขอดื่มด่ำกับความสุขตรงหน้าให้เต็มที่ ก่อนที่จะต้องเผชิญชะตากรรมที่แสนสาหัส ซึ่งกำลังรอคอยอยู่ในอนาคตเบื้องหน้าที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #6107 yukai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 07:21
    เปิดได้น่าติดตามค่ะ
    #6,107
    0
  2. #6004 Robee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 14:35
    เกริ่นก็มันเเล้ว
    #6,004
    0
  3. #5980 Oh...my love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 08:29
    น่าติดตามมากเลย แค่เกริ่นนำก็สนุกแล้วอ่ะ
    #5,980
    0
  4. #5966 koori yuki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 12:35
    โอ๊ว~ มาอ่านครั้งเเรกเลยนะขอรับ
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากเลยง่า >.<
    #5,966
    0
  5. #5950 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:28
    กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ อิอิ

    ยังคงสนุกไม่เปลี่ยนแปลง
    #5,950
    0
  6. #5909 แสบสะท้าน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 / 20:22
    เคยอ่านมาครั้งนึงนะแต่อ่านไม่จบ ( เพราะไรตอร์ไม่มาเขียนต่อนะ ) เวอร์ชั่นใหม่งวดนี่น่าอ่านกว่านะพยายามต่อไปละ
    #5,909
    0
  7. #5877 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 16:34
    สนุกมากกก
    #5,877
    0
  8. #5873 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 / 22:54
    อ่านแล้วเห็นภาพต้วเองตอนเด็กๆ แอร้ยยย เขิน เหมือนเป็นพระเอกนิยาย (ทั้งที่เอ็งเป็นหญิง??)


    ฮ่าๆๆๆๆ ผู้ใหญ่สั่งให้นิ่งก็นิ่งเป็นตุ๊กตา(แม่บอกว่าเมื่อก่อนหน้าตาก็เหมืออนตุ๊กตา) กับเพื่อนก๋ไม่พูดเพราะครูสอนว่าเด็กดีไม่พูกมาก ในเวลาเรียนห้ามพูด (ปากเลยไม่เคยอ้า) จนบัดนี้กลับมาคิดดู ทำไมปัจจุบันมันช่างต่งกับวัยเด็กเหลือเกิน กร๊ากกกกกก (และหน้าก็เหียงลง ฮ่าๆๆๆๆ)
    #5,873
    0
  9. #5833 นักเวทย์ปีศาจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 16:24
    สนุกมากๆเลยค่ะ
    ภาษาสลัดสลวยดีค่ะ

    #5,833
    0
  10. #5736 คนรักนิยายมหัศจรรย์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 14:58
    อ่าน่าสนุกมากๆเลยครับ

    มีคนมาแนะนำให้อ่าน เลย ลองอ่านดู
    #5,736
    0
  11. #5731 ~XzeaR~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 21:00
     ไม่ได้อ่านนานมากกก จำเนี้อไม่ค่อยได้แล้ว
    เริ่มอ่านใหม่แต่ต้นเลยละกัน 

    ชอบมากกกๆๆๆๆๆๆ
    #5,731
    0
  12. #5719 * Pukky..!! (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 10:05
    กลับมาอ่านใหม่

    หยุดไปนาน ถึงพอจะจำพล็อตได้ แต่ขออ่านเก็บรายละเอียดใหม่ดีกว่า

    อ่านลื่นมาก ~

    สนุกมากกก
    #5,719
    0
  13. #5660 DREAMMY x') (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 12:44
     สำนวนแหล่มมาก
    #5,660
    0
  14. #5630 อัศวินสีเลือด (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 12:48

    ไม่ได้อ่านนานแล้วนะเนี่ยเรื่องนี้แต่ยังจำเนื้อเรื่องได้อยู่เลย เริ่มอ่านใหม่เลยแล้วกัน

    #5,630
    0
  15. #5595 no matter (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 16:27
    จำไม่ได้แล้วว่าอ่านถึงต้องไหนอ่ะ เลยเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ตอนแรกอ่ะค่ะ
    อยากรู้จังว่าคามิวโตขึ้นแค่ไหนแล้ว อิอิ
    #5,595
    0
  16. #5558 O-Z-One (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2554 / 15:52

    ชอบอ้ะ บรรยายดี เนื้อเรื่องน่าติดตาม โอ๊ยชอบๆ ><

    #5,558
    0
  17. #5555 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 20:59
    เอ๊ะ เนื้อหาหายไปไหน หรือครับ ? อ่า งง ^^
    #5,555
    0
  18. #5527 OCEAN PLANET (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:22
     I love คามิว !!!!
    #5,527
    0
  19. #5503 Mr.BlackList (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 18:41
    เปิดซิงได้แหล่มมากเลยครับ
    #5,503
    0
  20. #5471 jokker (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 21:58
    หายไปไหนง่า
    #5,471
    0
  21. #5464 littleb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 19:30
    ทำไมเปิดมาแล้วไม่มีอะไรเลยง่ะ TT^TT
    #5,464
    0
  22. #5257 rambo.nat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2554 / 23:03
     หนุกมากกกถึงมากที่สุด แบบว่าใช่เลยนี้แหละนิยายในฝัน พยายามเข้าน้า~จะเอาใจช่วย
    #5,257
    0
  23. #5230 rockanddora (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 00:50
    สุดยอดค้าบ ใช้คำได้ดีแถมเข้าใจง่ายด้วย

    #5,230
    0
  24. #5220 Petty Bad Girl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 22:17
    โอ้วววว พี่แหม่มขา ฮายขอคารวะ
    ใช้สำนวนภาษาได้ดีมากๆเลยล่ะค่ะ ว้าว... แบบว่ามัน... อะจะมากๆเลยอ้ะค่ะ
    #5,220
    0
  25. #5209 momay111 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:21
     บรรยาย ดัมากเลยคะพี่ ^^ คามิวน่ารักจัง
    #5,209
    0