พรหมลิขิตรักสองภพ

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ส.ค. 58










 

ยามพลบค่ำ พันอินยืนทอดถอนใจอยู่ในสวน หัวคิ้วขมวดมุ่นอย่างคนกลัดกลุ้ม ป่านนี้แม่เจ้าประคุณคงเกลียดเขาเข้าไส้เลยมั้ง เขาทำตัวเองแท้ๆ ไม่น่าเลยเรา เสียงย่ำเท้าเบาๆ ศรีนวลเดินฉายยิ้มมาหา

“พี่ท่านจะให้น้องเตรียมสำรับเลยไหมเจ้าค่ะ นี่ก็ค่ำแล้วยังมิได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อกลางวัน” เสียงหวานหยดย้อยแบบประจบเอาใจ พันอินส่ายหน้า

“เจ้ากินก่อนเถิด พี่ยังมิหิว”

ศรีนวลแอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ แค่ทะเลาะกับเมียแค่นี้ถึงกับกินอะไรไม่ลง หล่อนแสร้งตีหน้าเศร้าเหมือนจะเห็นใจ “เห็นพี่ท่านเป็นเช่นนี้แล้ว น้องไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ น้องผิดเอง หากน้องไม่บอกพี่เรื่องพี่เพียงออ พี่ก็คงมิต้องมีปากเสียงกันเช่นนี้ ถ้าทำไม่รู้ไม่เห็นเสีย”

“เจ้ามิผิดดอกแม่ศรีนวล อย่าได้โทษตัวเลย พี่เองต่างหากที่ผิด หากพี่รู้จักระงับยับยั้งโทสะไว้บ้าง เรื่องมันก็คงไม่ลุกลามใหญ่โตเช่นนี้ดอก” พันอินบอกอย่างเหนื่อยใจ หาได้ล่วงรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว หล่อนไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด แถมยังนึกสมน้ำหน้าเพียงออเสียด้วยซ้ำ ขัดใจอยู่อย่างเดียวที่พันอินไม่ลงหวายเพียงออไปพร้อมกับไอ้ก้านให้มันรู้แล้วรู้รอดเสียด้วยเลยโทษฐานแอบไปหาชายชู้

ในยามสายของวันต่อมา เพียงออเดินเลาะไปทางท้ายเรือน ในมือกำห่อยาแน่น ส่วนนั้นเป็นเรือนทาส ปลูกเป็นเพิงแบบถาวร หลังคามุงจากตีฝาไม้ไผ่สาน แต่ก็คงทนแดดฝนพอให้คุ้มกะลาหัว หน้าเรือนที่อยู่ด้านในสุด เธอเห็นก้านนอนอยู่บนแคร่ไม่ไผ่ โดยมีนางอาบช่วยทายาให้

“อูย! แม่อาบ เบาๆ หน่อยสิ ข้าแสบนะ”

“เอ็งก็ทนเอาหน่อยสิวะ แผลแค่นี้ร้องเหมือนจะเป็นจะตาย” นางอาบบ่นไป มือก็ป้ายสมุนไพรสีเขียวเข้มที่บดจนละเอียดโป๊ะลงไปบนแผล ก่อนจะหันมาเห็นเพียงออ แล้วสะดุ้งตกใจ ก้านรีบลงมานั่งอยู่กับพื้น

“แม่เพียงออลงมาเรือนทาสทำไมหรือเจ้าคะ อยากได้อะไรให้คนเอาไปให้ก็ได้” นางอาบว่า

“ฉันไม่ได้อยากได้อะไรหรอกจ๊ะ ฉันมาหาก้าน”

“มาหาข้า นี่แม่เพียงออคงมิได้หมายจักให้ข้าพาไปเรือนอ้ายฝรั่งนั่นอีกใช่ไหม”

“เปล่า! ฉันก็แค่เอายามาให้ ฉันไปขอแม่ศรีนวลมา”

“เป็นพระคุณยิ่งขอรับ ที่จริงแม่เพียงออมิต้องลำบากขนาดนี้หรอก แผลแค่นี้เอง พวกกระผมชินแล้วขอรับ” ก้านแอบโล่งอก ขืนให้เขาพาไปอีก คราวหน้ามีหวังตายคาหวาย

“ชิน? นี่แปลว่าโดนกันบ่อยเหรอ”

“ก็มีบ้างเจ้าค่ะ หากเราทำผิดก็ต้องลงโทษเป็นเรื่องธรรมดา นายสั่งมา บ่าวอย่างเราก็ต้องทำตาม” นางอาบบอกเสียงเนือยราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับการลงทัณฑ์ที่แสนทารุณนี้

“สำหรับที่นี่อาจใช่ แต่ถ้าเป็นยุคฉันนะ ทารุณกันแบบนี้ผิดกฎหมาย กดขี่ข่มเหงกัน ใช้แรงงานอย่างกับทาสแน่ะ เอะอะก็ลงหวาย”

“ก็เราเป็นทาสจริงๆ นี่เจ้าค่ะ”

“เออ..มันก็จริง” เพียงออทำหน้าเซ็งๆ คงอีกนานกว่าจะมีการเลิกทาส เห็นมันแล้วมันหดหู่ใจเสียจริง ทาสไม่ใช่คนรึไงนะ เจ็บปวดไม่เป็นรึไง

“แต่กระผมว่าที่นี่ยังดีกว่าเรือนอื่นเป็นไหนๆ นะขอรับ เรือนอื่นตายคาหวายยังมีเลยขอรับ เท่าที่จำได้ ตั้งแต่อยู่มาน้อยนักที่จะเห็นท่านพันอินลงโทษบ่าวไพร่หนักๆ อย่างมากก็แค่ดุด่าว่ากล่าวตักเตือน ก็เพิ่งจะเห็นหนนี้แหล่ะขอรับ ท่านคงโกรธมาก” ก้านว่า ทำหน้าเหยเก มือคลำแผ่นหลังอย่างลืมตัว มันยังปวดแปลบๆ อยู่เลย

“ฉันก็ยังคิดว่าป่าเถื่อนอยู่ดี คนอะไรก็ไม่รู้พอโมโหขึ้นมาใช้คนอื่นเป็นที่รองรับอารมณ์ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน คนนิสัยไม่ดี” เพียงออยังบ่นว่าต่อไป โดยไม่รู้ว่าเจ้าตัวมายืนอยู่ข้างหลัง นางอาบกับนายก้านพยายามจะสะกิดบอกเธอ

“คนเถื่อน!

“อะแฮ่ม”

เสียงกระแอมดังๆ แทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาเพียงออสะดุ้งโหยง พอเธอหันไปเห็นพันอินตกใจเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นมึนตึงเพราะยังเคืองใจอยู่ หญิงสาวรีบเดินหนีเพราะไม่อยากเสวนาด้วย พันอินถอนหายใจดังเฮ้อ! จากนั้นเดินตามเธอไป

เพียงออเดินเลี่ยงไปทางสระบัวอย่างคนหงุดหงิดเหลียวหลังไปมองเห็นพันอินเดินตามมาติดๆ ก่อนที่เขาจะเร่งฝีเท้าขึ้นมาดักหน้า

“เดี๋ยวก่อนสิแม่ หยุดคุยกับพี่ซักประเดี๋ยวมิได้หรือ”

“คุยเพื่อ” เธอย้อนเสียงเย็นเยียบ ทำเอาคนฟังใจเสีย

“เจ้า...ยังโกรธพี่อยู่หรือ”

“ยังมีหน้ามาถาม ฉันไม่โกรธเลยมั้ง” สุ่มเสียงประชดประชันแต่แลดูน่าขันจนชายหนุ่มแอบหัวเราะ มองหน้าคนแสนงอนช่างน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร

“พี่ขอโทษ”

“พูดง่ายเนาะ เวลาทำผิดคิดว่าแค่ขอโทษคำเดียวแล้วมันจะจบเหรอ ถ้าขอโทษกันง่ายๆ อย่างนั้นก็ไม่มีต้องมีตำรวจสิ!” เธอย้อนไปตามความเคยชิน

“แล้วเจ้าจะให้พี่ทำฉันใด”

“ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น แค่อยู่ห่างๆ ฉันไว้ก็พอ”

 “มันจะเป็นไปได้อย่างไร คนบ้านเดียวกัน ผัวเมียนอนร่วมเตียงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะให้...”

 “นี่...เมื่อไหร่คุณจะเลิกตู่ว่าฉันเป็นเมียซะที” เพียงออพูดอย่างหงุดหงิด เธอเบื่อที่จะพูดซ้ำซากเต็มทน “เราแค่เป็นผัวเมียกันหลอกๆ เฉยๆ เข้าใจบ้างไหมเนี่ย”

“จะจริงหรือปลอม เจ้าก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียพี่ เมียก็คือเมีย สำหรับพี่ไม่มีคำว่าปลอม” เขาลอยหน้าลอยตาพูดแบบคนหน้ามึน มันทำให้เธอหมั่นไส้เขาเป็นอันมาก คนอะไรหน้าด้านจริงๆ คิดเองเออเองอยู่คนเดียว เพียงออคิดในใจว่าเขาจงใจให้มันเป็นแบบนั้นนะสิ

 “เอาเถอะ! พี่ว่าเราอย่าพูดเรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดีดีกว่า วันนี้พี่ว่างกลัวเจ้าอยู่บ้านคงจะเบื่อ พี่จะพาไปเที่ยวตลาดเอาไหม” พันอินถามเสียงปะเหลาะ หรี่ตาคู่คมลงมอง แวบหนึ่งเธอทำหน้าสนใจขึ้นมา แต่เพราะทิฐิและเธอยังโกรธเขาอยู่นี่

“ไม่ไป”

“ไม่ไปจริงหรือ พี่ได้ยินว่าที่ท้ายวังมีแสดงปาหี่ด้วยนา ไม่อยากไปจริงหรือ” เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้ ปรายตามองรู้อยู่ว่าเธออยากไป เพียงออยังทำหน้าบูดบึ้งแต่พันอินนั้นหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

350 ความคิดเห็น