ชุด │สี่จตุรเทพ │: THIS's MA MAN สุดหล่อคนนี้เจ๊ขอ ♥

ตอนที่ 2 : THIS's ★ MA MAN ★ พี่ทิมของอีเจิด │ 01-1 │ สวัสดีสี่หนุ่ม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    16 มี.ค. 62


 

 

สวัสดีสี่หนุ่ม

 

ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยกำลังให้ความสนใจกับการชนะรางวัลแข่งรถฟอร์มูล่าวันแห่งประเทศไทย เป็นข่าวเด่นดังที่ทั้งนิสิตนักศึกษารวมไปถึงอาจารย์จากทั่วทุกคณะกำลังพูดถึง รางวัลระดับประเทศที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยและกำลังทำให้สถาบันแห่งนี้ดังเป็นพลุแตก

โดยปกติแล้วมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งนี้ก็มีชื่อเสียงเรื่องมาตรฐานการศึกษาที่อยู่ระดับแถวหน้าของประเทศอยู่แล้ว แน่นอนว่านักศึกษาทุกคนที่สอบเข้าที่นี่ได้จะต้องเป็นผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและมีความอดทนมากพอที่จะเล่าเรียนในระบบหลักสูตรที่เคร่งครัด แต่ในวันนี้มหาวิทยาลัยกำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันระดับประเทศ

แต่...ทำไมแค่รางวัลระดับประเทศของนักศึกษาทั่วไป ถึงได้เป็นที่พูดถึงจนเป็นกระแสสังคมในโลกออนไลน์ขณะนี้ล่ะ ทั้งยอดวิว ยอดแชร์ ยอดคอมเมนต์ที่ทะลุหลักหมื่น มันเกิดจากอะไรกันนะ

สวัสดีค่ะ พบกับพวกเรา KMTL CHANNEL ทีวีมหาวิทยาลัยที่จะพาทุกท่านไปเกาะติดกับกระแสสังคมของมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด เรื่องไหนอินเราจะไม่รอช้านำมาเสนอให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ทราบกัน

เสียงโทรทัศน์ของมหาวิทยาลัยใจกลางโรงอาหารตึกเรียนรวมนั้นเรียกความสนใจของนักศึกษาทุกคนที่กำลังทานข้าว ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มนักศึกษาชายสี่คนที่นั่งรวมตัวกันอยู่ด้านในสุดของโรงอาหาร พวกเขากำลังจดจ้องสิ่งมีชีวิตสี่คนบนหน้าจอโทรทัศน์ ที่ดูยังไง๊ ยังไง...หน้าตามันก็ช่างเหมือนพวกเขาเสียจริง

วันนี้เราได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ผู้ชนะการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันแห่งประเทศไทย หนุ่มฮอตทั้งสี่คนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล จนมียอดไลก์ ยอดแชร์ ถล่มทลาย ทำให้สาวๆ ทั้งหลายพากันแห่ขอสมัครเป็นแฟนของหนุ่มๆ ทั้งสี่คน จนมีคนตั้งฉายาให้พวกเขาว่าเป็นสามีแห่งชาติกันเลยทีเดียว!

สามีแห่งชาติ? อยากจะขำ! ให้มีเมียเป็นผู้หญิงทั้งประเทศนี่ได้ฟ้าเหลืองตายกันพอดีน่ะสิ

แต่สำหรับพวกเราชาว KMTL คงรู้จักพวกเขาดีในนามของ สี่จตุรเทพ!หนุ่มฮอตสมบัติล้ำค่าของพวกเรา!! วันนี้โชคดีมากๆ ที่ KMTL ได้เชิญพวกเขามาให้สัมภาษณ์ได้สำเร็จ สวัสดีค่ะหนุ่มๆ

สวัสดีครับ

ชายหนุ่มสี่คนยกมือไหว้พิธีกรสาวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างหันมามองหน้ากันหลังจากที่ยกมือไหว้สวัสดีเสร็จ ใบหน้าหล่อเหลาอันเป็นเอกลักษณ์ของสี่หนุ่มเรียกสีเลือดฝาดจากใบหน้าขาวเนียนของพิธีกรสาวคนสวย หัวใจเธอคงจะกำลังเต้นกระหน่ำเพราะปะทะเข้ากับออร่าเจิดจ้าของพวกเขาจนอยากจะขอแว่นกันแดดมาสวมบังแสงเจิดจรัสนั่นเสียหน่อย

ช่วยแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ทั้งมหาวิทยาลัยหน่อยค่ะ

หลังจากที่พิธีกรสาวสวยตั้งสติกับความหล่อขั้นเทพของพวกเขาได้ เธอก็ทำหน้าที่ต่ออย่างแนบเนียนด้วยการส่งไมค์ไปให้คนตัวสูงที่นั่งอยู่ใกล้เธอมากที่สุด

สวัสดีครับ ฌาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลปี 3 ครับ

ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าผสมระหว่างตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัวนั้นกล่าวทักทายกับกล้องพร้อมทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง นัยน์ตาสีน้ำตาลของเจ้าตัวที่ตกกระทบกับแสงไฟสปอร์ตไลท์เป็นประกายวิบวับราวกับแก้วใส เรือนผมสีน้ำตาลธรรมชาติสะท้อนแสงเป็นประกายทองเล็กน้อย จมูกได้รูปโด่งเป็นสันคือเอกลักษณ์ที่หาที่ติไม่ได้ และผิวขาวของเจ้าตัวก็ขึ้นสีแดงระเรื่อนิดๆ เพราะเพิ่งเดินผ่านสนามหญ้าของมหาวิทยาลัยเพื่อมายังสถานที่ถ่ายทำ

ฌานโบกมือให้กล้องเล็กน้อยตามสคริปต์ที่เขาได้อ่านมา วันนี้คนตัวสูงสวมเสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อปวิศวะสีน้ำเงินเข้ม รองเท้าที่สวมใส่ดูออกจะเลอะเทอะไปหน่อยเพราะเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวเก่าๆ แต่มันก็เป็นรองเท้าคู่ที่ดูดีที่สุดที่เจ้าตัวมี แขนแกร่งมีกล้ามที่โผล่พ้นเสื้อออกมานั้นมีรอยสักรูปนกสยายปีกและฟันเฟืองแบบอาร์ตๆ อยู่บนท้องแขนสองข้าง บนใบหูทั้งสองใส่ต่างหูเป็นจิวสีดำสะดุดตา

ภาพลักษณ์แบบแบดบอยของอดีตเดือนมหาวิทยาลัยปีที่แล้วแทบทำให้พิธีกรสาวลืมหายใจ เธอเคยเดินสวนกับฌานในระยะห่างๆ อยู่หลายครั้ง แต่พอได้มานั่งใกล้ๆ ในระยะประชิด มองเห็นใบหน้าเนียน นัยน์ตาสวย ขนตายาวๆ จมูกโด่งๆ เธอก็ไม่มีข้อกังขาในความหล่อเหลาและรังสีความฮอตปรอทแตกที่ส่งให้เขาได้ขึ้นเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยโดยไร้คู่แข่ง รู้สึกได้เลยว่าต้องมีสาวๆ หลายคนกำลังอิจฉาเธออยู่!

สวัสดีครับผมเชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลเหมือนกัน แต่ปี 2 ครับ

ไมค์ถูกส่งต่อให้คนถัดไปที่นั่งข้างกัน ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินคล้ายๆ กันกับฌานแต่แตกต่างกันที่เสื้อตัวในเป็นสีเลือดหมูหม่นๆ ส่งยิ้มนิดๆ แบบฝืดๆ ให้กับกล้องอย่างเงอะงะ เชนไม่ค่อยถนัดนักกับงานออกกล้องอะไรพวกนี้ ส่วนใหญ่แล้วเขามักที่จะขลุกตัวอยู่แต่ในอู่ซ่อมรถและช็อปของคณะเท่านั้น พอได้มาโชว์ใบหน้าหล่อแบบไทยๆ โครงหน้าคมเข้มชัดๆ ของตัวเองสู่สายตาประชาชนเป็นครั้งแรก มันก็อดที่จะประหม่าไม่ได้

เชนเป็นนักศึกษาที่ซิ่วมาจากมหาวิทยาลัยอื่น เขากับเพื่อนๆ ในกลุ่มจตุรเทพนั้นสนิทกันมาตั้งแต่มัธยม และเด่นดังมาตั้งแต่สมัยเรียน หากแต่ว่าเชนไม่เคยลงประกวดเดือนมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่เดือนคณะอย่างที่เพื่อนในกลุ่มทำ ต่อให้คนในรุ่นเดียวกันจะคะยั้นคะยอให้เชนลงประกวดในหลายๆ รายการ แต่เขาไม่ถนัดงานที่จะต้องใช้หน้าตาเป็นอาวุธ ทำให้ใครต่อหลายคนเสียดายในใบหน้าคมเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่ม

คิดดูแล้วกันว่าจะมีผู้ชายคนไหนไว้ผมสกินเฮดได้หล่อเท่ากับเชนในมหาวิทยาลัยนี้อีก ถ้าเบ้าหน้าไม่ให้ ตัดผมทรงนี้ยังไงก็ดับ! เชนเป็นอีกหนึ่งชายหนุ่มที่ทำอะไรก็ดูดี เป็นที่น่าจับตามอง และมีเอกลักษณ์อันน่าจดจำ ด้วยองค์ประกอบอันโดดเด่น ผิวสีน้ำผึ้ง รูปตาคมชัด นัยน์ตาสีดำใหญ่ จมูกโด่งเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากรูปกระจับ และคิ้วเข้มราวกับบรรจงตัดแต่งมาอย่างดี ไม่ต้องพูดถึงน้ำเสียงแหบปนหวานของเขาเวลาที่ร้องเพลงในงานมหาวิทยาลัยต่างๆ นั่นแทบจะเป็นงานแสดงเพียงอย่างเดียวที่เชนยอมเข้าร่วมโดยสมัครใจ เขาเป็นนักร้องเสียงดีประจำวงดนตรีร็อคที่ประกอบไปด้วยเพื่อนสมาชิกจตุรเทพ

ลำดับต่อมาที่หนุ่มหน้าไทยรีบยื่นไมค์ส่งต่อไปให้คือบริเวณด้านหลัง ถ้าหากมองเผินๆ อาจจะคิดว่ามีดวงวิญญาณดำทะมึนอะไรนั่งหน้านิ่งอยู่ด้านหลังเชนรึเปล่า แต่เมื่อลองสังเกตดูดีๆ คุณจะได้พบกับรูปปั้นจำลองเทพในร่างมนุษย์กำลังนั่งสอดส่องสายตาดูอุปกรณ์ถ่ายทำเงียบๆ

ทิม นิเทศภาพยนตร์ ปี 3”

คนที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวประติมากรบรรจงสันสร้างตอบสั้นประหยัดคำพูด แล้วใช้สายตาสีดำของตัวเองมองเลยไปยังกล้องและไฟที่วางอยู่นอกเฟรมถ่ายทำ สายเลือดและจิตวิญญาณความเป็นเด็กนิเทศฯ สาขาภาพยนตร์ทำให้เขาไม่ชอบใจนักกับการใช้ไฟสาดเข้ามาแบบไม่ยั้ง ทำให้เงาและเหลี่ยมมุมที่ควรจะดูดีบนกล้องผิดพลาด แต่จะให้ลุกไปจัดไฟใหม่เองก็คงจะทำไม่ได้ ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ ‘the show must go on’

พิธีกรสาวที่จับรังสีอำมหิตของร่างสูงโปร่งแบบบางของทิมได้นั้นกลืนน้ำลายลงคอนิดๆ ถึงเขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมาเรื่องการถ่ายทำ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาไม่พอใจของเจ้าตัว อยากจะเหลือบสายตามองชื่นชมเครื่องหน้าที่พอเหมาะพอเจาะของเขาอยู่หรอกนะ แต่ไอ้ชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมยาวหยักศกเล็กน้อยประบ่าที่ถูกรวบมัดไว้ครึ่งหัว และนัยน์ตาว่างเปล่าเหมือนคนเบื่อโลกนั่นก็ทำให้เธอขยับตัวค่อนข้างลำบาก

ทิม เป็นเจ้าของร่างสูงโปร่งราว 185 ซม. ไม่ได้มีมัดกล้ามอย่างเพื่อนสนิทสองคนก่อน แต่มีรูปร่างแบบบาง ผอม และดูเพรียวกว่าคนปกติทั่วไป ขาของเขายาวกว่าใครเพื่อน น่าอิจฉาที่สุดก็คือรอบขาของเจ้าตัวที่เล็กกว่าผู้หญิงบางคน แต่ถึงจะดูผอมเกินไปเหมือนพวกนายแบบนิตยสารร่างแห้ง แต่ทิมไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาเป็นตากล้องและผู้กำกับอันดับต้นๆ ของสาขาภาพยนตร์ สามารถวิ่งแบกกล้องไปไหนมาไหนได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อย และน่าแปลกมากที่ผิวขาวจนเกือบซีดของเขา ต่อให้โดนแดดมาอย่างหนักหน่วงแค่ไหน มันก็ยังขาวใสไร้ริ้วรอยอย่างกับเป็นรูปปั้นปูนขาวที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเครื่องหน้าที่ประกอบกันอย่างลงตัวของเขา สวรรค์ช่างเป็นใจให้ทิมมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่สันคางชัดเจน จมูกโด่งได้รูปอย่างพิมพ์นิยมของชาวกรีก รูปตาลึกสองชั้น นัยน์ตาสีดำ ขนตายาวเป็นแพหนา ไฝเสน่ห์ที่ใต้ตาข้างซ้าย ริมฝีปากบางเล็กได้รูปสีแดงสด ทั้งๆ ที่ทิมไม่ได้มีเชื้อลูกครึ่งตะวันตกแบบฌาน แต่หากได้ลองมองใบหน้าของเขาในมุมต่างๆ ก็จะเห็นความหล่อในแบบที่เปลี่ยนไป บางทีถ้าลองมองด้านข้างเขาก็ดูเหมือนคนตะวันตก พอมองหน้าตรงก็เหมือนคนเอเชีย แต่ถ้าลองมองมุมสี่สิบห้าองศา บางทีเขาก็เหมือนพวกแขกขาวอะไรแบบนั้น เป็นใบหน้าที่เก๋ไก๋และรูปร่างที่เกิดมาพร้อมจะเป็นนายแบบอย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ครองตำแหน่งเดือนคณะนิเทศฯ ที่ได้ชื่อว่ารูปปั้นมีชีวิต


ตาผมละ ตาผม! เสียงร้องที่ดังมาจากชายหนุ่มที่นั่งข้างกับทิมทำให้พิธีกรสาวได้สติ

เธอสะดุ้งเล็กน้อยเพราะต้องมนต์สะกดของทิมอยู่พักใหญ่ ทั้งๆ ที่หวาดกลัวการมองหน้าเขา แต่เธอก็ดันเผลอจ้องเขาจนลืมสคริปต์ที่ต้องพูดไปซะได้

เอ่อ เชิญแนะนำตัวเลยค่ะ...สาวสวยสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วหันไปสนใจกับแขกรับเชิญคนสุดท้าย

หนุ่มหล่อคนสุดท้ายของกลุ่มนั้นรู้สึกเหมือนถูกลืม

ใช่! มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ!!

เขามักจะไม่ได้รับความสนใจเพราะมีเพื่อนเป็นไอ้เวรสามตัวที่โดดเด่นกันคนละด้าน ฌาน หล่อลูกครึ่ง เชน หล่อแบบไทย และทิมหล่อแบบไม่ใช่มนุษย์ ทุกคนมีจุดเด่นของตัวเองทั้งนั้นยกเว้นเขา...

ผมชื่อเจตน์ คณะนิเทศปี 3 สาขาภาพยนตร์ ยังไม่มีแฟน โสด อยากจีบ แอดไลน์มาได้ไม่ว่ากัน แต่ถ้าแอดไลน์มาถามเรื่องเพื่อน จะเอาน้ำกรดไปสาดหน้าถึงที่เลย

เอ่อ...นั่นคือคำแนะนำตัวที่เหมาะสมกับรายการทีวีสถาบันแล้วเหรอ

พิธีกรสาวได้แต่อ้าปากค้างอย่างไม่รู้จะพูดยังไงต่อเมื่อเห็นใบหน้าตี๋ๆ ของเจตน์ที่กำลังส่งยิ้มราวกับว่าไม่ได้พูดเรื่องน่ากลัวเมื่อกี้ออกไป

คนตัวสูงตามมาตรฐานชายไทยที่ 170 เซนติเมตรพยายามอย่างมากในการยืดตัวให้สูงขึ้นกว่าเดิมเพราะตอนนี้เขาดูเหมือนหลุมดำกลางวงล้อมของเพื่อนๆ เจตน์มีข้อด้อยที่ยิ่งใหญ่และเห็นได้ชัดที่สุดเวลารวมกลุ่มก็คือส่วนสูง เขาแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตัวเองหยุดการเจริญเติบโต และไอ้พวกเพื่อนไซส์เปรตสามตัวก็เริ่มสูงเอาๆ จนทิ้งห่างกับเขาเป็นสิบเซน เวลาไปไหนมาไหนกับกลุ่ม เจตน์จะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกมองด้วยสายตาที่หลากหลาย ไม่มองเขาเป็นหลุมดำ ก็จะมองเขาเป็นเหมือนเคะฝ่ายรับในหมู่เมะชาวรุก และด้วยเหตุผลนั้นล่ะมั้งถึงทำให้เขาไม่เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เท่าไหร่

ไม่ใช่ว่าเจตน์ไม่หล่อหรือหน้าตาไม่ดีหรอกนะ เขาน่ะหน้าตาจัดได้ว่าหล่อตี๋ตามพิมพ์นิยมมากๆ ทั้งผิวขาวจัดประหนึ่งกินโอโม่แทนข้าวมาตั้งแต่เกิด ตาสองชั้นหลบในหางตาตวัดเฉียงขึ้น คิ้วเข้มสีดำ จมูกโด่งได้รูปกำลังดี ริมฝีปากสีแดงเป็นธรรมชาติ ใบหน้ารูปไข่ ทุกเครื่องหน้าของเขาพอประกอบกันแล้วก็คือหนุ่มหล่อสไตล์โอปป้าที่สาวๆ พากันคลั่งไคล้ เขาดูโดดเด่นมากจนสามารถมองเห็นได้ในระยะสามร้อยเมตร แต่นั่นต้องเป็นตอนที่ฉายเดี่ยวอยู่ลำพัง...เพราะเมื่อใดก็ตามที่หนุ่มร่างเล็กคนนี้ไปประกบคู่กับเพื่อนทั้งสาม ออร่าที่เคยพวยพุ่งก็ดูจะถูกทำลายย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี

เจตน์อยากจะประกาศก้องบอกให้โลกรู้จริงๆ ว่าการมองข้ามเขาเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ ถึงเขาจะตัวเล็กและหล่อสู้เพื่อนอีกสามคนไม่ได้ แต่สิ่งที่เขามีเหนือกว่าเพื่อนในกลุ่มก็คือความรวย!

ถูกต้อง เขาคือทายาทของตระกูลเตชะศิริวานิช เศรษฐีใหญ่ของเยาวราชที่มีธุรกิจโรงแรม ร้านขายทองและภัตตาคารอาหารสุดหรูหลายสาขา เงินในบัญชีหนุ่มร่างเล็กคนนี้มีเป็นล้านๆ สามารถเปและเทให้แฟนสาวได้ไม่อั้น แต่อนิจจัง...ความรวยนั้นไม่ได้ช่วยให้เขาหาแฟนได้อย่างที่หวัง

เอาล่ะค่ะ สาวๆ ทุกคนก็ได้รู้จักหนุ่มๆ สี่จตุรเทพกันไปแล้วนะคะว่าใครเป็นใครบ้าง ทีนี้มีน้องๆ ปีหนึ่งหลายคนที่ยังสงสัยกันอยู่ว่าทำไมพวกคุณทั้งสี่คนถึงเรียกตัวเองว่าสี่จตุรเทพ พอจะมีคำตอบมั้ยคะ

หลังจากที่แนะนำตัวเสร็จก็เข้าสู่ช่วงการตอบคำถาม พิธีกรสาวยิงตรงคำถามก่อนจะกวาดสายตามองหนุ่มๆ เพื่อหาคนตอบ

พวกเราไม่ได้เรียกตัวเองว่าสี่จตุรเทพนะครับ

คนที่อยู่ใกล้ที่สุดตอบ เป็นฌานนั่นเองที่กำลังขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำถาม ความจริงแล้วเขามีคำตอบเตรียมไว้ในใจอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ตอบออกไปเพราะกำลังตะขิดตะขวงใจว่าคำถามเหล่านี้มันเกี่ยวอะไรกับการที่พวกเขาไปแข่งฟอร์มูล่าวันชนะระดับประเทศมา

แต่ชื่อมันต้องมีที่มาที่ไปนี่คะ ยังไงพวกเราทุกคนในมหาวิทยาลัยก็รู้จักพวกคุณในชื่อนั้นอยู่แล้ว

ผมว่ามันเกินจริงไปหน่อยนะ สี่จตุรเทพน่ะ...สมาชิกกลุ่มคนล่าสุดที่เพิ่งย้ายมาจากต่างที่ว่า

เชนยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเล็กน้อย เริ่มสัมผัสได้ว่าการสัมภาษณ์ครั้งนี้พวกเขาถูกหลอก ตอนแรกที่ตกลงกันไว้คือพวกเขาจะมาตอบคำถามเกี่ยวกับการแข่งรถฟอร์มูล่าวันที่ไปชนะรางวัลมาเพียงอย่างเดียว คำถามที่ถูกเตรียมไว้จะเป็นในส่วนของขั้นตอนการเตรียมตัวจนถึงการแข่ง แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงสัมผัสใจความหัวข้อหลักที่นัดแนะกันไว้ในตอนแรกไม่ได้เลย

ก็ตอบไปสิวะว่าตอนรับน้องพวกเราหล่อ แล้วก็มีคาแรคเตอร์คล้ายตัวละครในเรื่องสุภาพบุรุษจตุรเทพที่กำลังดัง ก็เลยมีคนให้ชื่อมหาลัยกับพวกเราเป็นชื่อของตัวละคร พอไอ้เชนซิ่วตามมาก็เลยครบองค์ประชุม เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน สาวๆ ก็พากันเรียกสี่จตุรเทพอย่างที่เห็นนี่แหละ

คนที่ตอบคำถามอย่างฉะฉานออกนอกหน้าคือเจตน์ที่นั่งอยู่หลังสุด การเล่าเรื่องของเขาใช้น้ำเสียงจังหวะจะโคนที่ดูตื่นเต้นราวกับเล่ามหากาพย์สงครามดวงดาวอยู่ พิธีกรสาวดูพอใจกับคำตอบนั้นแล้วกำลังจะอ่านคำถามต่อไป

หากแต่ชายหนุ่มสามคนที่เป็นตัวท็อปของกลุ่มกลับเริ่มสัมผัสได้ว่าบทสัมภาษณ์นี้มันผิดจุดประสงค์ และพวกเขาถูกหลอกใช้ให้มาออกรายการทีวีของมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจและปฏิเสธการออกอากาศกับช่องสถาบันมาแต่ไหนแต่ไร พวกเขาขยับตัวรวมกลุ่มกันแล้วกระซิบกระซาบต่อหน้ากล้อง

กูว่านี่ไม่ได้มาสัมภาษณ์เรื่องรางวัลแล้วว่ะเชนเป็นคนกระซิบบอกเปิดหัวข้อ

พวกเขาสี่หนุ่มจตุรเทพเป็นเสมือนเซเลบคนดังของมหาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ เพราะทุกครั้งจุดประสงค์ที่ถูกลากมาให้สัมภาษณ์ก็มักจะเป็นการจัดรายการเหมือนสัมภาษณ์ดาราอะไรพวกนั้น ซึ่งเชน ทิม และฌานไม่ใช่ดาราดังที่ไหน ต่อให้ฌานจะเริ่มรับงานนายแบบบ้าง แต่เขาก็ยังไม่ค่อยชอบออกกล้องให้คนกรี๊ดกร๊าดอยู่ดี มันรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจะตายไป เวลามีพวกแฟนคลับคอยเอาแต่จับจ้องหรือเข้ามาขอถ่ายรูปจนรบกวนเวลาส่วนตัวที่เขาหวงแหน

ก็ไม่เห็นจะเป็นไรป่ะวะ ตอบๆ ไปเหอะ สาวกรี๊ดแน่เจตน์ผู้ที่ถูกมองข้ามอยู่เสมอชื่นชอบที่จะถูกจับตามอง

เขาตบเข่าดังฉาดใหญ่แล้วเอื้อมมือตบไหล่เพื่อนให้เห็นด้วยกับตน

น่ารำคาญฉิบหาย ถ้ามึงอยากสัมภาษณ์ มึงสัมภาษณ์ไปคนเดียวเลย กูจะไปแล้ว

ทิมบอกเสียงเรียบแล้วทำท่าเหมือนจะลุกออกไปจากห้องจริงๆ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นไอ้รูปปั้นหน้านิ่งบอกคำไหนมักเป็นคำนั้นเสมอ เจตน์ใช้แขนยื้อยุดฉุดเพื่อนเอาไว้สุดแรง ยกมือข้างหนึ่งทำท่าเหมือนขอโทษที่ทำให้เพื่อนหน้าหล่อคนนี้ขัดใจ

มึงจำไม่ได้เหรอว่าครั้งล่าสุดที่เราให้ความร่วมมือกับหนังสือพิมพ์มหาลัย เราเจออะไรบ้าง

เชนที่เป็นคนจดจำเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดีว่าพลางทำหน้าสยองขวัญ ถึงแม้เรื่องมันจะไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาโดยตรง แต่ชายหนุ่มยังจำได้ถึงของขวัญที่ส่งมาทางไปรษณีย์ให้ทิม ภายในนั้นมีตุ๊กตาที่ยัดไส้เอาไว้ด้วยเส้นผมและเศษเล็บ สยองขวัญจนรูมเมทอย่างทิมกับเจตน์ต้องอพยพย้ายห้องมาเบียดในหอของเขากับฌานอยู่ตั้งหลายอาทิตย์

กูไม่โอเคนะที่ถูกหลอกแบบนี้ฌานเป็นคนสุดท้ายที่สรุปจบให้ สีหน้าจริงจังจนแม้แต่เจตน์ยังไม่กล้าที่จะปริปากค้านและทำได้แต่หน้างอยอมรับการตัดสินใจของเพื่อน   

สายตาทั้งสี่มองสบกันอย่างรู้งาน พวกเขาเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่ไม่จำเป็นต้องเปิดปากพูดออกมา ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าจะใช้แผนไหนรับมือกับสถานการณ์ที่เจออยู่ตรงหน้า ในเมื่อถูกหลอกให้มาสัมภาษณ์แบบผิดจุดประสงค์ งั้นพวกเขาก็จะจัดบทสัมภาษณ์ให้เผ็ดถึงใจกันไปเลย  

เอ่อ...หนุ่มๆ คะ เรากำลังให้สัมภาษณ์กันอยู่นะพิธีสาวเอ่ยตักเตือนเมื่อเห็นทั้งสี่ยังคงสุมหัวกันอยู่

อ๊ะ โทษทีครับ พอดีเรามีเรื่องปรึกษาอะไรกันนิดหน่อยฌานเป็นคนตอบเอาตัวรอดให้กลุ่ม

สาวสวยยิ้มหวานเมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มพิมพ์ใจของเขา ใครบ้างจะไม่หวั่นไหวกับรอยยิ้มละลายใจสาวและความอบอุ่นน่ารักน่าหยิกจากผู้ชายที่ลุคดูแบดบอยอย่างเดือนมหาวิทยาลัย

ถ้างั้นเรามาต่อกันที่คำถามซึ่งสาวๆ ส่งกันเข้ามาเลยนะคะ

พิธีกรคนสวยเอ่ยต่อแล้วหยิบกระดาษโพยขึ้นมาอ่าน

ทั้งสี่คนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แบบนี้ก็สนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยสิคะ

คำถามนั้นทำให้ทั้งสี่หนุ่มถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากออกมาพร้อมกัน ไม่เว้นแม้แต่คนที่นั่งนิ่งที่สุดเป็นรูปปั้นอย่างทิม ก็ยังพยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายเขาก็หัวเราะหึหึในลำคอไปพร้อมกับเพื่อนจนน้ำตาเล็ด

เป็นการหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นการหัวเราะที่ไม่ได้มีในสคริปต์แต่นัดแนะกันผ่านสายตามาอย่างดีแล้วภายในกลุ่ม

สนิทกับผีน่ะสิ!! ไปเอาความคิดอย่างนั้นมาจากไหน!

คราวนี้คนตัวเล็กสุดในกลุ่มเอื้อมมือมาคว้าเอาไมค์ไปจากพิธีกรเอง ทิมที่นั่งข้างๆ กับเจตน์หัวเราะหึหึแล้วยกมือขึ้นมาแคะขี้มูกไปพลางๆ ปฏิบัติการป่วนการถ่ายทำของสี่หนุ่มกำลังจะเริ่มแล้ว

นัดตีกันหลังโรงเรียนได้ไม่เว้นแต่ละวัน ตอนนั้นนะผมกับไอ้ฌานนี่หมั่นไส้กันฉิบหายเลยเว้ย แบบไอ้เวรนี่เป็นเด็กวัดไง ทำตัวกร่าง เจอกับผมที่ปากหมาหน่อยๆ ลูกคุณหนูไม่แคร์ใคร ซัดกันบรรลัยเลย แล้วไอ้เชนนะ...เห็นมันหน้าหล่อใสๆ ดูเป็นคนดีพ่อพระ ไอ้นี่ตัวแสบเลย ไม่ถูกกับทั้งผมและไอ้ทิม เจอหน้ากันทีไรไม่เอาคัตเตอร์ออกมาไล่จ้วงไส้กันบ้าง ก็ต้องมีพกประแจเหน็บกางเกงฟาดกันงี้เลือดอาบ

เจตน์ว่าเสียงดังด้วยท่าทางเอะอะโวยวาย เล่าเรื่องราวผ่านสมรภูมิรบสมัยมัธยมปลายด้วยคำหยาบคายจนคนตัดต่ออาจจะต้องเซ็นเซอร์กันเหนื่อย พิธีกรสาวอ้าปากค้างนิดๆ ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินและแทบตั้งหลักรับไม่ทันที่จู่ๆ ท่าทีของทั้งสี่หนุ่มก็เปลี่ยนไปราวกับมีผีเข้าสิง  

เชนพยายามกลั้นขำเมื่อเห็นท่าทีของทีมงานที่ทำหน้าเหวออย่างไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์ยังไง และเขาก็เข้าใจดีว่าทำไมทีมงานทุกคนถึงได้กะพริบตาปริบๆ ทำหน้างงๆ ใส่กันตอนที่ได้ฟังเรื่องเล่าสมัยก่อนที่เป็นความจริงเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของพวกเขา แต่อย่างว่าแหละภาพลักษณ์อันดีงามมาโดยตลอดอาจจะดูขัดๆ กับสภาพความกุ๊ยที่เจตน์เล่าออกไป แต่ด้วยน้ำเสียงการเล่าเรื่องขั้นเซียนของคนปากมาก มันทำให้สถานการณ์ในตอนนั้นดูยิ่งใหญ่ สมจริงราวกับเป็นฉากรบฉากหนึ่งในหนังมหาสงครามที่ทำให้ทุกคนต้องอึ้ง  

ถ้าอยากจ้วงให้ไส้ไหลทะลัก ผมแนะนำให้เปิดคัตเตอร์ขึ้นมายาวประมาณหนึ่ง แล้วแทงเข้าไปตรงๆ บริเวณท้อง จากนั้นก็ค่อยๆ หมุนใบมีดกระซวกออกมาช้าๆ

น้ำเสียงเย็นนิ่งๆ ของรูปปั้นเทพบุตรดังขึ้น นัยน์ตาสีดำที่ดูว่างเปล่าของทิมกำลังจ้องมองเข้าไปในกล้องด้วยท่าทางจิตหลุดแบบสุดๆ ยิ่งผมเผ้ายาวๆ ของเขาไหลลงมาปรกหน้าปรกตายิ่งทำให้ดูเหมือนฆาตกรโรคจิตในหนังเข้าไปกันใหญ่

เอ่อ…” สีหน้าของสาวสวยเพียงหนึ่งเดียวทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เพราะไม่สามารถควบคุมแขกรับเชิญที่พูดพล่ามเพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้ได้  

เธอหลบสายตาหันมองทีมงานคนอื่นๆ ที่ก็ทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่เบื้องหลังกล้อง นี่ควรจะเป็นรายการสัมภาษณ์หนุ่มหล่อของมหาวิทยาลัย แต่ทำไมจู่ๆ มันถึงกลายมาเป็นรายการฆาตกรรมโรคจิตขึ้นมาได้!!

แต่ไม่เป็นไร...นี่ไม่ใช่รายการสด แค่ตอนตัดต่อ ทีมงานอาจจะต้องทำงานกันหนักมากเพื่อคัดเฉพาะฉากที่ใช้ได้เอาไปลงฉาย พวกเขาจะไม่มีทางพลาดหรืองดออนแอร์คลิปสัมภาษณ์กลุ่มจตุรเทพคนดังของมหาวิทยาลัยเด็ดขาด กว่าจะลากตัวพวกเขามารวมกันที่นี่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ผมพกคัตเตอร์มานะ ดูสิ...ทิมที่เห็นท่าทางสติแตกของพิธีกรยิ่งได้ใจ

เขาแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วแกล้งทำเป็นหยิบของทรงสี่เหลี่ยมออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วพุ่งตัวส่งไปให้หญิงสาว เธอสะดุ้งโหยงตกใจกรี๊ดเสียงหลงแล้วผุดลุกวิ่งหนีจากเก้าอี้ออกไปจากห้อง สี่หนุ่มที่ยังคงอยู่ในจอทีวีต่างพากันหัวเราะเสียงดังเมื่อสามารถป่วนการถ่ายรายการได้สำเร็จ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางทีมงานได้มีการตัดต่อคัดเฉพาะส่วนที่ใช้ได้สำหรับการออนแอร์เรียบร้อยแล้ว แต่น่าเสียดายที่สมาชิกในกลุ่มจากคณะนิเทศฯ คุ้นเคยกับการทำงานเบื้องหลังมากกว่าทีมงานรายการ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ทิมกับเจตน์จะได้ฟุตเทจบทสัมภาษณ์และแอบตัดเวอร์ชั่นจริงที่มีการอัดรายการผีต่อจากนั้นแบบอันเซนเซอร์ ไรท์ลงแผ่นซีดีแล้วเอาไปสลับกับแผ่นที่ต้องออกฉายทั่วทั้งมหาลัยอย่างที่เห็นกันอยู่นี้  

เรียกได้ว่ารายการสัมภาษณ์พังยับไม่มีชิ้นดีและถูกแทนที่ด้วยเรื่องเล่าผียามกลางวัน...

ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพราะฝีมือพวกตัวแสบ...สี่จตุรเทพเอ๊ย

 

 

 




สวัสดีค่าทุกคน หลังจากที่เราได้ทำการปล่อยพี่ฌานและพี่เชน

สองหนุ่มจากคณะวิศวะกับทาง JLS+ ไปแล้ว 

วันนี้เราก็มารีอัพหนึ่งหนุ่มจากคณะนิเทศกันสักหน่อย -..-

ตอนนี้ได้รับผลพิจารณาแล้วส่งแก้รอบแรกไปแล้วนะคะ

มารอดูกันว่าพี่ทิมของเราจะผ่านมั้ยหรือว่าต้องมีแก้ไขอะไรอีก

ระหว่างนี้ก็จะรีอัพให้ทุกคนอ่านไปพลางๆ ก่อนน้า ♥

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,282 ความคิดเห็น