คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ยอดยาหยี

ตอนที่ 3 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สวัสดีอิตาลี? 100%


     อัพเดท 29 ม.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : YBSoulmate [ลลลา] ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YBSoulmate [ลลลา]
My.iD: https://my.dek-d.com/black_devil_zaa
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 18 Overall : 57,186
219 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 422 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ยอดยาหยี ตอนที่ 3 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สวัสดีอิตาลี? 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4029 , โพส : 4 , Rating : 96% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

 


 

 

 

 

2

 

ญาดาเป็นผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่ไฟแรงสูงที่ตรงต่อเวลามาก หรือเธออาจจะตรงเวลามากเกินไป เพราะทันทีที่นาฬิกาตีบอกเวลาเจ็ดนาฬิกา เข็มยาวชี้ที่เลขสิบสองพอดีเป๊ะ ร่างบางก็ก้าวลงมาจากบันไดและเดินเลยทุกคนในบ้านออกไปที่ประตูบ้าน ไม่แตะข้าวเช้า ไม่พูดคุยทักทายกับใคร เพราะเธอถือว่าเวลานัดต้องมาก่อนเสมอ แต่เปล่าเล้ย! คุณผู้ชายตัวดีหน้ามึนคนนั้นกลับยังไม่โผล่หน้ามา ทำเป็นคนมองโลกในแง่ดีทั้งๆที่ขัดกับตัวตนของเธอว่าเขาคงมาสายสักสิบสิบห้านาทีตามวิสัยคนทั่วไปแหละ แต่ผิดถนัดญาดายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านจนเลยเวลานัดไปแล้วครึ่งชั่วโมง!!!

นี่คนเป็นผู้บริหารเขาจัดการเวลากันอย่างนี้หรอกหรือ ญาดาละกริ้วจนต้องกระชับกระเป๋าสะพายข้างสุดเก๋ของตัวเองให้แนบตัวเพื่อที่จะไม่เหวี่ยงมันใส่หน้าคนมาสาย ไม่เคยมีผู้ชายที่ไหนปฏิบัติกับเธอแบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่แล้วเธอไม่เคยต้องเป็นฝ่ายรอใครเลย เธอเกลียดการรอคอยมากพอๆกับการที่ให้คนอื่นมารอเธอ! เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เธอจะจำไปจนตายเอ๊ะ หรือว่านายวิทิตอะไรนั่นจะตั้งใจมาสายเพื่อให้เธอจดจำเขากัน?

เพ้อเจ้อใหญ่แล้วญาดา!! ผู้ชายที่ไหนกันจะเล่นมุกนี้ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะจีบเธอเสียหน่อย อาจจะแค่ส่งยิ้มหวาน ทอดสะพาน ล่อตะเข้บ้าง แต่เขาคือผู้บริหารนะ! แล้วยังเป็นลูกชายของบ้านศกุลกานต์อีก

แม่คะ ตาออกไปทำงานก่อนนะคะ

เสียงของต้องตาดังแผ่วๆมาจากในตัวบ้าน ญาดาที่ยืนเก้อกว่าครึ่งชั่วโมงแทบจะแทรกตัวเข้าเป็นพันธมิตรใหม่กับพุ่มดอกเข็มที่ปลูกข้างทางเดินเข้าบ้านของเธอ ขืนต้องตาออกมาเห็นแล้วรู้ว่าเธอถูกเบี้ยวนัดโดยผู้ชายไร้ความรับผิดชอบพันธ์นี้ มีเรื่องได้ถูกกัดเจ็บๆคันๆจนไม่มีอารมณ์ทำงานพอดี!

น้องญายลงไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ

มาแล้วไง เจ้าของเสียงนุ่มทุ้มแสนใสซื่อฟังแล้วรื่นหูที่ปล่อยให้เธอรอนานเป็นครึ่งชั่วโมงแบบนี้ ญาดาตวัดสายตามองไปยังเงาร่างสูงที่บัดนี้กำลังใช้แขนเท้าหน้าขาของตัวเองก้มลงมองเธอทำพฤติกรรมแปลกๆ อย่างกับจะเข้าไปรวมร่างกับต้นไม้กอหญ้าตรงนี้เสียให้ได้! หมดสภาพสาวมั่น หน้าเป๊ะ ชุดเลิศหมด เพราะนายวิทิตเพียงคนเดียวเลยเนี่ย!

คอยดูนะ แม่จะกรีดเล็บลงเนื้อให้เลือดไหลซิบๆโทษฐานที่ทำให้เธอต้องหน้าแหกแต่เช้า!

ชายหนุ่มที่สัมผัสได้ถึงออร่าแผ่กระจายดำซ่านยิ้มสำนึกผิดนิดๆ และทำท่าเหมือนจะฉุดหญิงสาวที่กำลังมุดหัวลงไปในพุ่มไม้ให้ลุกขึ้นมา พอดีกับประตูบ้านที่เปิดพรวดออกมาโดยมีหญิงสาวหน้าสวยมาดนิ่งกำลังยืนนิ่งค้างกลางอากาศ ดวงตาใสกลมของต้องตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าราวกับสติหลุดลอย

พี่ตา…”ต้องตาครางออกมาเบาๆ กระพริบตาปริบเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมา

คนถูกเรียกฉีกยิ้มกว้างอบอุ่นให้กับหญิงสาวตัวเล็ก ส่งเสียงหัวเราะนุ่มทุ้มจนสาวมั่นที่มุดหัวอยู่ใต้พุ่มไม้แทบจะใช้ปลายแหลมของรองเท้าส้นสูงตัวเองกระแทกเข้าหน้าแข้งคนตรงข้ามให้! ดีนะที่ญาดายังไม่อยากทำลายบรรยากาศที่เธอไม่เข้าใจ ดูต่อไปเรื่อยๆเพื่อรู้เรื่องราวเสียยังดีกว่า

อ้าว ต้องตา กำลังจะไปทำงานเหรอ

ดูก็รู้ไม่น่าจะถามไม่ใช่หรือไง! จะต่อความยาวเพิ่มบทสนทนาให้อีกฝ่ายได้ตอบล่ะสิ๊! ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจิกเล็บดึงขนหน้าแข้งของผู้ชายตรงหน้าให้หลุดกระเด็น ติดก็ตรงเสียแต่ว่าชายหนุ่มสวมกางเกงผ้าพอดีตัวสีกากีปิดทับหน้าแข้งของตนเองเอาไว้

ค่ะ ตาต้องรีบไปทำงาน เสียดายจังเลยนะคะ นึกว่าจะได้อยู่คุยกับพี่ตามากกว่านี้เสียอีก

รีบไปทำงานเถอะ เดี๋ยวเข้าสายจะถูกหักเงินเดือนเอานะ

จะไปถูกหักเงินเดือนได้ยังไงกันล่ะคะ ก็ตาเป็นเจ้าของนี่นา

โอ้โห เก่งจริงๆเลยนะเราเนี่ย

คุยกันสนิทสนมไม่เกรงใจคนข้างล่างที่มุดโพรงหญ้าเลยสักนิด ถ้าหากมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอนอยู่แถวนี้ ญาดาคงได้จับงูมารีดพิษทำเก็บเป็นคอเลคชั่นยาสั่ง แอบใส่กาแฟ น้ำชา นม เนยให้ต้องตากับวิทิตกินแล้วล่ะ

ตาใช่ว่าธรรมดาซะที่ไหนกันล่ะ

ยิ่งมองตากันก็ยิ่งส่งยิ้มหวานเยิ้มกันเข้าไปใหญ่! ไหนว่ารีบไปทำงานยังจะมียืนหัวร่อต่อกระซิกอะไรกับนายหน้ามึนคนนี้อีกล่ะ ญาดาขมวดคิ้วยุ่ง ย่นจมูกให้กับพี่สาวของเธอ ขาที่นั่งยองๆมาเป็นเวลานานก็ชักจะเป็นเหน็บ พอชักทนไม่ไหวเข้าก็เลิกเก็บอารมณ์ทำตัวเงียบโพล่พรวดขึ้นมาจากโพรงไม้ให้พี่สาวตัวเองตกใจจนร้องเสียงหลง

ว้าย!”เหมือนนางเอกเสียไม่มี

ยัยดา! มาทำอะไรตรงนี้ต้องตาร้องเสียงหลงปนตำหนิติเตียนคนเป็นน้อง

ญาดาสะบัดหน้าใส่และก้าวออกมาจากโพรงหญ้าอย่างเก้ๆกังๆ วิทิตที่เห็นท่าทีทุลักทุเลก็หวังดีจะเข้าไปช่วยประคอง แต่ก็โดนปัดมือทิ้งต่อหน้าอย่างไม่รักษาน้ำใจกันเลยสักนิด

ไหนแม่ว่าออกไปทำงานไม่ใช่เหรอ

จะออกไปไหนมันก็เรื่องของเธอ อยู่ดีๆคิดจะมาทำหน้าที่เป็นพี่สาวที่แสนดีต่อหน้าผู้ชายเหรอไง แบบนี้เขาเรียกว่าสร้างภาพจนเข่าข่ายหลอกลวงประชาชน มีโทษจำคุกกี่ปีต่อกี่ปีเคยศึกษาดูบ้างรึเปล่า! ยิ่งคิดยิ่งหมั่นไส้ อยากจะไปให้พ้นๆจากตรงนี้ แต่พอได้สติหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังจะย่างก้าวไปที่ไหนก็ไม่รู้ คำถามก็ผุดขึ้นมาในสมองทำไมเธอจะต้องอารมณ์เสียด้วย?

ตาไม่รีบไปทำงานเหรอ ไหนว่าสายไง

วิทิตที่เห็นญาดานิ่งค้างชะงักกลางอากาศด้วยท่าย่างก้าวเก้ๆกังๆของเธอพยายามกลั้นขำสุดชีวิต ปากก็หันไปคุยกับต้องตา สายตาก็เหลือบมองสาวมั่นที่ทำท่าทีตลกๆจนอดขำไม่ไหว

จริงด้วย งั้นตาไปก่อนนะคะ

ร่างบางของต้องตาเดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน สตาร์ทรถก่อนที่จะแล่นผ่านประตูบ้านออกไปโดยไม่หันมามองญาดาหรือวิทิตอีก เธอเองก็สายมากแล้วเหมือนกัน

ทำอะไรน่ะครับวิทิตนึกสนุกเอ่ยถามญาดาที่ยังคงเหม่อลอยไม่ได้สติ

ถือวิสาสะเดินเข้าไปประชิดด้านข้างร่างบาง เลื่อนนิ้วชี้ตัวเองสัมผัสกับเอวคอดๆนั่นจนญาดาสะดุ้งเฮือกตกใจอย่างกับเจอผีหลอก

พอได้สติญาดาก็ตวัดหางตาเขียวปั้ดมองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ทุ่มระเบิดอารมณ์ใส่วิทิตชนิดที่เรียกได้ว่าเอาภูเขาทุบหัวให้แบนเป็นกล้วยทับ! สมองก็พะวงคิดหาคำตอบของคำถามแปลกๆ เหตุผลที่เธอต้องอารมณ์เสียแต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ มันอาจจะเป็นอาการของคนเป็นลมบ้าหมูชนิดหนึ่ง ใช่ๆๆ

ทำตาเสียดุเชียว แบบนี้พี่ก็กลัวแย่สิครับน้องญาย

ยังจะมาทำหน้าซื่อเรียกชื่อเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอีก! ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆไม่คิดจะขอโทษเธอเลยหรืออย่างไร

รู้ไหมนี่กี่โมงแล้วญาดาไม่พูดเปล่า แต่ถอดสายนาฬิกาข้อมือตัวเองยัดใส่มือวิทิต

ร่างสูงรับมันเอาไว้ก่อนจะพลิกดูหน้าปัดนาฬิกา ตอนนี้ก็เป็นเวลาเจ็ดโมงสี่สิบห้านาทีเข้าไปแล้ว

เจ็ดโมงสี่สิบห้านาทีครับ

คนซื่อก็ตอบอย่างซื่อๆ แต่เล่นเอาสาวมั่นถึงกับปรี๊ดแตก ญาดาตวัดหางตาใส่อีกรอบและจัดการผมเผ้าตัวเองให้กลับไปสวยใส การมุดเข้ามุดออกโพรงหญ้าทำให้หัวเธอยุ่งเหยิงไปหมด

คุณนัดฉันไว้กี่โมงล่ะ

ทำเสียงแข็งไม่พอใจแบบสุดๆ พูดขนาดนี้ถ้ายังไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้โมโหก็ไม่รู้ว่าเรียนจบปริญญาโทมาได้อย่างไรแล้ว!  

ชายหนุ่มเมื่อรู้ตัวว่าถูกโกรธก็ทำหน้าตาตื่นตกใจเสียยกใหญ่ วิทิตอ้าปากค้างและชี้นิ้วเหมือนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หน้าตาก็ดูเศร้าสลดลงในบัดดล แววตาที่เปล่งประกายสุกใสก็หม่นหมองด้วยความรู้สึกผิด

พี่ขอโทษครับน้องญาย พี่นึกว่านัดน้องญายไว้ตอนแปดโมง

แปดโมง!! ตลกรึเปล่าน่ะ คนอะไรจะไร้ความรับผิดชอบได้ขนาดนี้ แล้วแบบนี้อนาคตแบรนด์ W.Y จะเป็นอย่างไรต่อไป ฝากไว้ในกำมือของผู้ชายคนนี้นี่นะ! ญาดากรนด่าวิทิตในใจชนิดที่ว่าแสดงออกให้เห็นกันจะๆว่าเธอด่าเขาในหัว ผ่านสายตา ผ่านสีหน้า

คนถูกมองทำหน้านิ่งสำนึกผิดได้ไม่กี่วินาทีก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาตรงๆกับหญิงสาวที่จ้องตาเขม็ง ใบหน้านิ่งๆเริ่มมีรอยยิ้มกว้างปรากฏ ดวงตาหรี่ลงโค้งงอตามรูปแก้มที่ยกสูงขึ้นเพราะรอยยิ้มกว้าง

พี่ล้อเล่นครับ อย่ามองพี่เหมือนพี่พึ่งพาไม่ได้แบบนั้นสิครับ ทั้งสายตา ทั้งสีหน้าน้องญายนี่ตำหนิพี่ จนพี่รู้สึกผิดที่เกิดมาเลยนะเนี่ย

คุณก็ควรจะรู้สึกแบบนั้นไม่ใช่เหรอไง ฉันเป็นคนตรงต่อเวลามากนะ

แหม น้องญายเอาจริงเอาจังกับงานน่าดูเลยนะครับ แต่ช่วยฟังพี่ก่อนนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาสายแต่พอดีพี่ไปติดต่ออะไรมานิดหน่อยน่ะครับ เลยทำให้มาไม่ทันเวลานัด

นั่นหรือคือข้อแก้ตัวที่ยกมาอ้างน่ะ มันดูไม่ค่อยจะมีน้ำหนักเท่าไหร่เลย

ญาดายังคงปั้นหน้าบึ้งตึงแม้ใจจะอ่อนไปกว่าครึ่งที่เห็นรอยยิ้มหวานกว้างส่งมา ผนวกกับใบหน้าอ่อนใสที่ขยี้ใจสาวเสียจนยับเยิน

ไม่ ไม่ ไม่!!! เธอจะใจอ่อนให้กับคนที่ทำความผิดจนไม่น่าให้อภัยแบบนี้ได้อย่างไรกัน ญาดาเธอต้องปัดความคิดเพี้ยนๆพวกนี้ออกไปให้หมดนะ! การทำงานจะต้องจริงจังสิ!

ถ้ายังไงเราสายขนาดนี้แล้ว จะไปกันเลยมั้ยครับ

ญาดาไม่พูดอะไรอีก ถ้าเธอโกรธหรือไม่พอใจใครเธอจะไม่ปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มตัวสูงที่โดนเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสใดๆส่งยิ้มนิดๆ เขารู้ว่าตัวเองทำผิดแต่มันก็เป็นความผิดที่จงใจ จะโดนโกรธตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะเขาจะต้องง้อหญิงสาวตรงหน้าให้ได้อยู่ดี  

ร่างบางนั่งเคียงข้างมากับชายหนุ่มบนรถเก๋งยุโรปสีขาวสะอาดตา ดูเข้ากับคนขับพอดีพอเจาะไม่มีอะไรที่ดูขัดหูขัดตา จากถนนเส้นกรุงเทพที่เต็มไปด้วยรถราแน่นขมัด ก็ตัดผ่านเข้าถนนอีกสายที่มุ่งตรงออกไปนอกชานเมือง ญาดาขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นป้ายบอกทางไปสระบุรีอยู่ตรงหน้า ปากอิ่มได้รูปที่เงียบมาตลอดทางเริ่มคันปากอยากจะถามคำถามค้างคา

จะบอกว่าบริษัทของเราอยู่นอกชานเมืองก็ไม่น่าจะไกลจนถึงขนาดออกถนนเส้นสระบุรี ดีไซน์เนอร์และพนักงานที่ไหนกันจะออกมาอยู่ไกลถึงต่างจังหวัด มีอะไรไม่ชอบมาพากลแปลกๆ แต่ยังไม่ทันจะสลัดฟอร์มจัดของตนเอง รถก็กำลังจะแยกเข้าทางขวา ป้ายบอกทางเห็นอยู่ลิบๆ เขาใหญ่? ธุรกิจแฟชั่นไม่มีทางขึ้นไปตั้งอยู่บนเขาบนดอยแน่ๆ จะให้กวางป่าเสือป่าใส่เสื้อผ้าเดินแฟชั่นโชว์หรือไง น่าขำ! ถ้าทำธุรกิจรีสอร์ตโรงแรมก็ไม่แน่

คุณพาฉันมาเขาใหญ่ทำไม

น้องญายพูดได้แล้วเหรอครับ พี่นึกว่าจะเป็นใบ้ไปเสียแล้ว

พูดยั่วยุด้วยอารมณ์อยากจะแกล้ง แต่หารู้ไม่ว่าสาวเจ้าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นหัวเล่นหางได้ ญาดาตวัดหางตาค้อนใส่ชายหนุ่มลูกใหญ่ วิทิตหันมามองใบหน้าของหญิงสาวก่อนจะยิ้มปนขำยอมแพ้ให้กับท่าทีของเจ้าหล่อน

พี่ก็แค่หยอกเล่นครับ

คุณวิทิต

โธ่ น้องญายครับ พี่เห็นน้องญายเครียดน้องญายทำหน้าบึ้งตลอดทางเลยนะครับ ทั้งๆที่วันนี้พี่ตั้งใจพาน้องญายออกมาเที่ยวแท้ๆ

ออกมาเที่ยว? ฉันบอกคุณเมื่อไหร่กันว่าจะออกมาเที่ยว คุณเห็นว่าฉันมีเวลาว่างมากนักเหรอไง!”

น้องญายอย่าเพิ่งอาละวาดนะครับ เดี๋ยวจะตกเขาเอา

วิทิตว่าแกมหัวเราะในขณะที่หมุนพวงมาลัยไปตามโค้งขึ้นเขา ญาดาจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ ดวงตาคมๆของเธอโปนขึ้นมาถนัดตาราวกับนางร้ายในตัวละครที่พร้อมจะวีนจะเหวี่ยงทุกครั้ง

พี่ก็แค่พาน้องญายมาเที่ยวอิตาลีเมืองไทยเท่านั้นล่ะครับ พรุ่งนี้เช้าก็กลับแล้ว

อิตาลี?

ครับ ที่เขาใหญ่นี่ล่ะเขาเรียกว่าอิตาลีเมืองไทย

ว่าไปวิทิตก็ยิ้มกว้างอบอุ่นไป ญาดาแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว เรื่องเมื่อวานที่พูดคุยเพื่อผ่านๆไปจะกลายเป็นจริงเป็นจังขนาดนี้ อีกอย่างนี่มันแค่วันเดียวเองนะ! วิทิตเอ่ยปากเมื่อวานวันนี้ก็พาเธอออกมาเที่ยวทันทีเลยรึ เขาจะยึดถือคำพูดของตัวเองมากเกินไปรึเปล่า แล้วเรื่องงานล่ะ!

คุณทิ้งบริษัทเพื่อที่จะทำตามคำพูดของตัวเองได้ยังไงกัน แล้วพนักงานคนอื่นจะทำอย่างไร

น้องญายไม่ต้องห่วงนะครับ ช่วงสองวันนี้คุณแม่พี่ท่านอยากลงไปสำรวจตลาดด้วยตัวท่านเองอยู่แล้ว ไม่มีอะไรกระทบต่องานแน่นอนครับ

ญาดาพยักหน้ารับเมื่อได้คำตอบ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักและสะบัดหน้ากลับไปมองคนขับรถ ซีกหน้าด้านข้างของวิทิตทำเอาใจแกว่งไปเลย!

คุณว่ายังไงนะ สองวันงั้นเหรอ!!”

ครับ วันนี้กับพรุ่งนี้วิทิตตอบซื่อไม่ได้คิดอะไร เอื้อมมือไปกดเปิดเครื่องเล่นเพลงที่ติดตั้งกับคอนโซลหน้ารถท่าทีสบายๆ

นี่คุณกำลังจะบอกว่า…”ญาดาละลำละลั่ก ในหัวก็เตลิดเปิดเปิงไปหมด!

พี่จองโรงแรมเอาไว้หนึ่งคืน อีกนิดหนึ่งก็จะถึงแล้วล่ะครับ น้องญายหิวแล้วหรือเปล่า?

ค้างคืนที่นี่!!!!”

วิทิตถดตัวถอยหลังเล็กน้อยเพราะเสียงหวีดร้องของสาวมั่นที่แผดออกมาลั่นรถ ดีนะที่มือข้างขวาของวิทิตจับพวงมาลัยรถไว้มั่นคงพอ ไม่เช่นนั้นอาจได้เกิดอุบัติเหตุแหกโค้งลงเขาก่อนจะได้เที่ยวชมอิตาลีเมืองไทยแน่ๆ

เอากุญแจรถมา ฉันจะกลับกรุงเทพ!”ญาดาหมายมาดจะแย่งกุญแจรถจากมือของอีกฝ่ายให้ได้ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดิน

คนตัวสูงไหวตัวทันเลยได้โอกาสชักกุญแจและเอาไปเก็บไว้ในที่ลับสักแห่งในร่างกายตัวเอง ครั้นจะให้ญาดาเอามือเข้าไปล้วงค้นหาตามร่างกายก็จะเป็นข้อหาอนาจาร! แถมพนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่ก็ยืนอยู่เยอะแยะไปหมด นายวิทิต!!

น้องญายอย่าเพิ่งฟาดหัว เอ้ย อย่าเพิ่งโวยวายเลยนะครับ

พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แต่จะให้ค้างคืนกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันแค่สองวันเนี่ยนะ! นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่าหลังข่าวใครจะไปยอมกันเล่า ญาดาเอื้อมมือเข้าไปกระชากแขนคนตัวสูงและออกแรงดึงจนคนตัวสูงเกือบทรงตัวไม่อยู่ เรี่ยวแรงของร่างบางไม่น่าจะมีเยอะขนาดนี้ ทำเอาวิทิตตกใจไปชั่วขณะหนึ่ง

ก็ได้ เห็นแก่ที่ฉันไม่สามารถล้วงมือเข้าไปค้นตัวคุณและอายสายตาคนอื่น! ค้างก็ได้!”

ทีแรกก็นึกว่าจะไม่ยอม แต่ที่ไหนได้ญาดากลับตกลงรับคำและเดินหน้าเชิดถือกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองเดินนำลิ่วไปที่ล็อบบี้ วิทิตที่หายตกตะลึงแล้วส่ายหน้ากับตัวเอง ยิ้มขบขันท่าทีที่แสนจะน่ารักน่าหยิกของหญิงสาวที่มากับตน บอกไม่ถูกเลยว่าตัวเองยิ้มละม้ายคล้ายคนบ้าขนาดไหน

คุณ! นอนฝั่งนั้น!”

ญาดาออกเสียงสั่งหนักแน่นตอนที่เดินเข้ามาในบ้านพักเดี่ยวหลังเล็กสไตล์คลาสสิคที่อยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ มองไปไกลๆเห็นทิวเขายาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม เบื้องหน้าเป็นสระน้ำใสสะอาด ราวกับเธอหลุดเข้ามาอยู่ในบ้านพักประเทศอิตาลีที่เคยเปิดเจอในนิตยาสารท่องเที่ยวบ่อยๆ

สองตาของญาดาสำรวจสอดส่องไปทั่วทั้งบ้านหลังเล็กที่น่ารักอบอุ่น มีบันไดวนปีนขึ้นไปชั้นลอยและเชื่อมต่อไปยังดาดฟ้าที่จัดโซฟาจากไม้สานเอาไว้ให้นั่งเล่นนอนเล่นชมดาว แต่ที่ดูจะช็อคและทำให้ญาดาต้องหันกลับมาเผชิญหน้าชายหนุ่มที่เดินหิ้วกระเป๋าตามมาติดๆก็คงจะเป็นห้องนอนนี่ล่ะ ห้องนอนขนาดกว้างขวาง มีเตียงวางติดข้างหน้าต่างทรงสูงสไตล์โกธิค  แขวนโคมไฟพัดลมส่องแสงส้มนวลตา ทว่าเหตุใดห้องนอนออกจะกว้างขวาง จะเว้นที่ปูพรหมเยอะแยะก็ไม่มีปัญหา แต่ทำไมต้องมีเตียงเพียงหนึ่งหลังเท่านั้น จะเว้นที่ไว้ให้เครื่องบินลงจอดหรือยังไงกันน่ะฮึ!

ครับ

คนถูกไล่ทำหน้าน่าสงสารอย่างเสียมิได้ ถ้าหากมีน้ำตาไหลลงมาด้วยวิทิตคงไม่ต่างจากสุนัขที่ถูกเจ้าของไล่ตะเพิดออกจากบ้าน ถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่เจ้าของก็ดูจะโหดร้ายทารุณกรรมเกินไปหน่อย

ญาดาขัดอกขัดใจกับท่าทางของวิทิต ตาก็ถลึงใส่อย่างสั่งเป็นสั่งตาย! ใครจะให้ข้ามเขตมานอนบนเตียงเดียวกันล่ะ นอนบนพื้นพรหมไปนั่นล่ะดี ข้อหาลักพาตัวเธอมาเขาใหญ่โดยไม่บอกไม่กล่าว นอนขดบนพื้นแข็งๆให้หนาวตายไปข้างหนึ่งเสียซะให้เข็ดหลาบ!

ว่าแล้ววิทิตก็จัดข้าวจัดของขนเสื้อผ้าของตัวเองใส่ตู้เสื้อผ้าที่ฝังอยู่ในกำแพงข้างห้องน้ำใหญ่ ญาดามองท่าทีของวิทิตที่ไม่ได้เอ่ยปากขัดคำสั่งประกาศิตของเธออย่างขัดใจ ทำเป็นพระเอกผู้แสนดี ยอมทำตามคำสั่งเธอไปหมดทุกอย่าง คิดรึว่าเธอจะใจอ่อน

พี่พาน้องญายมาปุบปับแบบนี้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ

พ่อพระเอกแสนซื่อ ทำหน้าตาขอโทษเหมือนตัวเองไปทำความผิดร้ายกาจถึงขั้นประหารชีวิตมาอย่างนั้น ร่างบางของญาดาที่นั่งอยู่บนเตียงมองใบหน้าซื่อๆนั่น ความรู้สึกก็ประเดประดังปนกันมั่วไปหมด

น้องญายคงไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาพอดีแม่พี่ฝากชุดมาให้น้องญายสองสามชุด น้องญายลองเอาไปใส่ก่อนไหมครับ

ทั้งตัวของญาดามีเพียงกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ โฟมล้างหน้าและแป้งพัพฟ์เอาไว้เติมหน้าอยู่ในกระเป๋าสะพายของเธอ กับกระเป๋าโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งใบเท่านั้น เธอไม่มีเสื้อผ้าติดตัวมาเลยสักชิ้น ถ้าจะให้ใส่ชุดเดิมกลับไปบ้านแล้วใส่ตอนนอนด้วยอีกมันคงจะแย่มาก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ซกมกแบบนั้น

เป็นชุดที่คุณแม่พี่สั่งตัด ตัวแบบคุณแม่ก็ออกแบบเอาไว้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าน้องญายจะใส่พอดีตัวรึเปล่า ถ้าเกิดว่าใส่ไม่ได้จริงๆ เราออกไปซื้อข้างนอกกันก็ได้นะครับ

พอแล้วๆ คุณไม่ต้องมาเอาอกเอาใจฉันขนาดนั้นหรอก แค่มีเสื้อผ้าใส่ก็พอ ฉันไม่เรื่องมากวาดหวังให้มันเก๋ไก๋ราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์หรอกนะ

ครับ แล้วน้องญายหิวหรือยังครับชายหนุ่มถามหญิงสาวอย่างเอาอกเอาใจ ใบหน้าก็ยิ้มพริ้มพรายชวนมองไปด้วย

ไม่ล่ะญาดาปฏิเสธทั้งๆที่ท้องตัวเองนั้นเริ่มร้องโครกครากเบาๆพอให้รู้สึกสะเทือน

แน่นอนว่าถ้าสาวมั่นเอ่ยปากไปว่าหิวแล้วล่ะก็ วิทิตก็คงจะต้องวุ่นวายไปตามหาของกินมากมายมหาศาลมาให้เธอได้ทานแน่ๆ ตั้งแต่เดินทางมาเขาก็พยายามเอาอกเอาใจเธออยู่ตลอด ถามตลอดว่าอยากจะแวะที่ไหนไหม หรือจะทานอะไรหรือเปล่า จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยที่ต้องให้คนมาคอยตามใจ

ถ้างั้นให้พี่พาน้องญายออกไปดูอิตาลีเมืองไทยดีกว่านะ

คุณนี่วุ่นวายเสียจริง เดี๋ยวก็จะไปที่นั่น เดี๋ยวก็จะไปที่นี่ ถามจริงเหอะ คุณไม่ได้กลับเมืองไทยมากี่ปีกัน

ก็สามสี่ปีได้ล่ะครับ อีกอย่างถึงจะอยู่ไทย พี่ก็ไม่เคยได้ออกมาเที่ยวต่างจังหวัดสักที ไม่คิดเลยว่าห่างจากกรุงเทพไม่กี่กิโลจะมีที่ที่อากาศดีเย็นสบายขนาดนี้อยู่ โชคดีจริงๆเลยที่ไปหาข้อมูลมา น้องญายชอบหรือเปล่าครับ

ชอบ ชอบรอยยิ้มกว้างอบอุ่นเหมือนแสงตะวันของเขา…!!! ยัยญาดาเธอคิดบ้าๆออกมาอีกแล้วนะ

แล้วคุณจองโรงแรมได้ยังไง ฉันเคยอ่านเจอในเน็ตว่าโรงแรมนี่จะเต็มตลอด ต้องจองกันข้ามปีเลยไม่ใช่หรือ

โรงแรมที่ญาดาและวิทิตเข้าพักเป็นโรงแรมยอดนิยมที่มีคนเข้าพักตลอดปี เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำละครมาหลายเรื่องนัก จึงมีหลายคนที่ช่วงวันหยุดจะออกเดินทางมาพักที่นี่

ไม่รู้สิครับ เมื่อเช้านี้พี่โทรไปก็บังเอิญโชคดีว่าที่พักว่าง

ชายหนุ่มยิ้มกว้างจนตาหยี ใสซื่อไม่มีพิรุธอะไรทั้งสิ้น ญาดาจึงคลายความสงสัยและนับถือในความโชคดีของชายหนุ่ม แต่เมื่อชายหนุ่มหันไปจัดข้าวจัดของของตัวเองต่อ พลันสายตาของญาดาก็เหลือบไปเห็นป้ายร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนัก ป้ายไม้ที่สลักโลโก้คุ้นตา…W.Y นั่นมันแบรนด์แฟชั่นของศกุลกานต์ชัดๆ ชายหนุ่มโกหกสาวเจ้าคำโต ที่แท้ที่พักแห่งนี้ก็เป็นอีกเครือหนึ่งของธุรกิจศกุลกานต์นั่นเอง

บ่ายของวันวิทิตคึกคักตื่นเต้นเสียกว่าหญิงสาวที่มาด้วย เขาขับรถพาญาดามายังปาลิโอ้ สัญลักษณ์ของเขาใหญ่ที่ไม่มาไม่ได้ เสียดายอยู่อย่างเดียวคือผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ จับกลุ่มเดินกันขวางทางเดินเต็มไปหมด แล้วยังถือกล้องถ่ายรูปกินพื้นที่ทำให้ทางเดินแน่นขนัด  

พี่ไม่น่าพาญายมาตอนวันหยุดเลยชายหนุ่มบ่นเบาๆตอนที่เดินเบียดเสียดกับผู้คน เขาตั้งใจจะพาญาดามาทานข้าวที่ร้านอาหารแนะนำในปาลิโอ้ แต่เห็นท่าว่าร้านอาหารคงจะเต็มไปด้วยผู้คน  

ฉันทำใจแล้วล่ะ

ญาดาบอกเสียงเรียบและเดินตามร่างสูงของวิทิตที่พยายามแหวกผู้คนออก ตัวสูงของชายหนุ่มพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเป็นเกราะกำบังให้กับคนตัวเล็ก แต่ดูเหมือนมันจะยากเมื่อคนไทยเป็นเลิศทางด้านความไม่เป็นระเบียบ เบียดเสียด จะพลัดหลงกันก็ง่ายแสนง่าย คาดสายตาไปเพียงแวบเดียวก็ไม่รู้แล้วว่าอีกคนหายไปกับฝูงคนตอนไหน

ตายแล้วเธอ คนๆนั้นดูดีจัง

เขาเป็นดารารึเปล่าน่ะ

หุ่นงี้น่าฟัดสุดๆ

เสียงซุบซิบนินทาที่ดังมาตลอดทางกำลังพูดถึงวิทิต ทั่วทั้งบริเวณมีแต่ผู้หญิงที่กำลังยืนถ่ายรูปซื้อของเต็มไปหมด จะว่าไปแล้วออร่าของวิทิตก็ดูจะโดดเด่นมากจนกลบรัศมีผู้ชายคนอื่นๆ ญาดานึกถึงสมัยก่อนที่ตัวเองยืนนินทาระยะเผาขนเรื่องผู้ชายกับยัยฟุ้งฟ้าอยู่บ่อยๆ

พอนึกได้สติว่าคนที่มาด้วยเริ่มอยู่ห่างออกไป ร่างสูงของวิทิตก็หายไปเสียแล้ว ญาดามองซ้ายและขวาเพื่อหาตัวชายหนุ่มแต่ก็ไม่พบวี่แวว อากาศก็ร้อนแสนร้อน คนก็ยังจะเยอะอีก เธอเกลียดการมาเที่ยวที่จะต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้เป็นที่สุด ดูซิ แค่จะถ่ายรูปกับตึกสวยๆเอาไปหลอกฟุ้งฟ้าว่าตัวเองมาอิตาลียังไม่ได้เลย

เฮ้อ เมืองไทยนะเมืองไทย

ถ้าเธอเป็นลมล้มพับเข่าอ่อนไปตรงนี้ก็มีสิทธิ์อาจจะตกส้นสูงคอหักเพราะถูกเหยียบซ้ำก็เป็นได้ เดินมานานบนส้นสูงมันทำให้เธอปวดน่องขาจนรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่ยืดตัว มันไม่ง่ายเลยที่คุณจะเดินบนส้นสูงขณะที่มาเที่ยวและเบียดเสียดกับคนเยอะๆ ต่อให้คุณมีฟังก์ชั่นพิเศษเสริมเยอะแค่ไหนก็เถอะ

เจ็บเท้าเหรอครับ

น้ำเสียงนุ่มทุ้มของวิทิตที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะย่อตัวลงต่อหน้าเธอ จัดการถอดสายรัดรองเท้าส้นสูงช้าๆ เท้าของญาดาแดงไปหมด

ถึงว่าน้องญายดูไม่สนุกเลย

ไม่ใช่เพราะเจ็บเท้าคือเหตุผลที่ทำให้เธอไม่มีอารมณ์ร่วมกับการเที่ยวในครั้งนี้หรอก แต่เพราะจำนวนคนมหาศาล ต่อให้คนคึกๆที่ไหนเจอคนเยอะขนาดนี้ก็มีจอดเหมือนกันล่ะ

คุณจะทำอะไรน่ะ

อยู่เฉยๆก่อนนะครับ

วิทิตพูดได้แค่นั้นก็จัดการรวบรองเท้าส้นสูงของญาดาไว้เป็นคู่ และยื่นรองเท้าอีกคู่หนึ่งมาให้ญาดาแทน จัดการสวมใส่เสร็จสรรพก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มสวยให้กับเธอ

ใส่สบายกว่ากันไหม?

คุณเอารองเท้าคุณมาให้ฉันใส่ทำไมกัน เดี๋ยวเท้าคุณก็พองหมดหรอก

เท้าพี่จะไปพองได้ยังไงครับ แดดมันไม่ได้แรงขนาดนั้นสักหน่อย อีกอย่างที่นี่ก็ปูพื้นด้วยอิฐ เดินสบายมากครับ

มันอันตรายนะ! คุณเอารองเท้าคุณคืนไปซะ

แล้วจะให้พี่ทนเห็นน้องญายใส่รองเท้าส้นสูงทั้งๆที่เจ็บเท้าเหรอ

นี่คุณ

น้องญายไม่เห็นต้องเป็นห่วงพี่เลย พี่เป็นผู้ชายนะครับ

เป็นผู้ชายแล้วยังไงเล่า ไม่ต้องใส่รองเท้าเดินหรือไง เธออยากจะเถียงใจจะขาดแต่เห็นความหวังดีที่ส่งผ่านดวงตาใสซื่อยิ่งทำให้เธอไม่กล้าปฏิเสธ พร้อมทั้งร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เอื้อมมือมาสัมผัสปลายนิ้วเรียวของญาดาโดยพลการ

ถ้าจะให้เบียดคนเข้าไปถ่ายรูปข้างในคงแย่แน่ๆ เราถ่ายรูปกันตรงนี้แทนดีกว่ามั้ย

ถ่ายรูป? ตรงนี้? คุณจะถ่ายรูปกับอะไรน่ะ ไม่มีอะไรน่าถ่ายสักอย่างว่าแล้วก็กวาดสายตามอง

ตรงนี้แทบจะไม่มีแสงสอดส่องเข้ามาเพราะเป็นมุมใต้ตึกที่มีทางเดินชั้นลอยเชื่อมต่อกับตัวตึกข้างๆ มีกำแพงสีส้มๆเป็นพื้นหลัง และผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมากลางแสงแดดจ้าเท่านั้น

ถ่ายกับน้องญายก็พอแล้วนี่ครับ

ว่าแล้ววิทิตก็คว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาและกดถ่ายรูปอย่างรวดเร็ว ดูภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็อมยิ้มไปกลั้นขำไป

หน้าน้องญายเหวอมากๆเลย

อะไรนะ! รูปฉันน่าเกลียดเหรอ!”

อ่ะๆ ไม่ให้ลบหรอก

ญาดาถูกตีมือที่เอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์ วิทิตยิ้มหวานหัวเราะชอบใจกับภาพในโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะกดอะไรบางอย่างสองสามที ไม่นานนักก็หันมาอวดพื้นหลังหน้าจอโทรศัพท์ใหม่ของตัวเองอย่างชอบอกชอบใจ

นี่ไง รูปคู่แรกของเรา

น่าเกลียดมาก! คุณตั้งรูปแบบนั้นเป็นพื้นหลังจอโทรศัพท์ได้ยังไง ลบเดี๋ยวนี้นะ!”

น่ารักดีออก

คุณวิทิต!”

ฮ่ะๆ พี่ขอตั้งเถอะนะครับ นะครับน้องญายคนดี

ญาดาไม่สนใจแล้วว่าวิทิตจะเรียกเธอด้วยชื่อเพราะพริ้งน่าฟังแค่ไหน! ตอนนี้เธอกำลังจะเหวี่ยงมือฉวยเอาโทรศัพท์ของวิทิตมาเหวี่ยงลงกับพื้นด้วยความร้อนที่ทำให้เกิดลมบ้าหมู! แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆโลกของญาดาก็รู้สึกว่ามันเอียงข้าง ขาแข้งก็อ่อยระทวยขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แค่เสี้ยววินาทีที่เธอวูบลงไปร่างทั้งร่างของญาดาก็ทิ้งดิ่งลงกับพื้น โชคดีที่วิทิตไหวตัวเข้ามาประคองร่างบางเอาไว้ได้ทัน

น้องญาย น้องญาย!”

คุณไม่ต้องเรียกชื่อฉันดังขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่มึนหัวนิดหน่อยเท่านั้นญาดาว่าเสียงอ่อนปนดุที่เห็นใบหน้าของคนตัวสูงดูเป็นห่วงจนโอเวอร์ เธอก็แค่หน้ามืดไม่ได้บาดเจ็บเข้าห้องไอซียูเสียหน่อย

มึนหัวอะไรกัน จะเป็นลมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!”

คุณวิทิต ฉันไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้น พาฉันไปนั่งที่เก้าอี้ก็พอแล้ว

ไม่ครับ พี่จะพาน้องญายไปหาหมอ น้องญายอาจจะมีอะไรผิดปกติก็ได้ ต้องไปเช็ค

ไม่ต้อง!”

หรือว่าน้องญายจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นโลหิตจางรึเปล่าครับ หรือเป็นโรคหัวใจ น้องญายมีโรคประจำตัวอะไรรึเปล่า เลือดไปเสี้ยงสมองไม่พอเหรอ

คุณวิทิต! พอเลยพอ

ญาดารีบยกมือห้าม ก่อนที่เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต วิทิตที่ประคองไหล่บางเอาไว้หยุดชะงักก่อนจะนิ่งรับฟังคนตัวเล็กพูด

ฉันแค่หิวข้าว และอากาศมันร้อนก็เท่านั้น

หิวข้าว?

ก็เออน่ะสิหิวข้าว ทำไมต้องทวนคำทำให้เธอรู้สึกกระดากอายด้วยนะ ผู้หญิงประเภทไหนกันที่หิวข้าวจนเป็นลม เธอไม่ได้เป็นคนเห็นแก่กินซะหน่อยนะ สงสัยว่านายวิทิตจะได้หัวเราะลั่นปาลิโอ้แน่ๆ ก็เหตุผลของญาดามันช่างตลกเสียจริง

แค่หิวข้าวเหรอ?

ญาดาหลบสายตาก่อนจะพยักหน้ารับอีกครั้ง กระดากอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ หลับตาปี๋รอรับฟังเสียงหัวเราะที่น่าจะระเบิดออกมา แต่มันก็เงียบ

คุณไม่หัวเราะฉันเหรอ?เผยอตาขึ้นข้างหนึ่งและเอ่ยปากถาม มองเห็นใบหน้าที่อยู่ไม่ห่างยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

ใจหายแทบแย่ดีจังเลยที่น้องญายไม่เป็นไร

คนตัวสูงถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะประคองไหล่บางของญาดาให้ทรงตัวได้ปกติ แต่ก็ไม่ได้ละฝ่ามือหนาอุ่นของตัวเองออกห่างจากร่างบางเลยแม้แต่นิด ถ้าญาดาเอ่ยปากว่าไปต่อไม่ไหว เธอเชื่อเลยว่าไม่กี่วินาทีต่อมาวิทิตคงจะช้อนทั้งร่างของเธอขึ้นอุ้มต่อหน้าสายตาประชาชี

ผู้ชายคนนี้เคยแคร์สายตาใครที่ไหนกันล่ะ ญาดาคิดในใจ ดวงตาคมๆของเธอก็เหลือบมองเจ้าของร่างสูงที่ประคองเธอมุ่งตรงไปที่รถไม่วอกแวก ยิ่งเห็นซีกหน้าข้างของผู้ชายตรงนี้ยิ่งทำให้ญาดาปักใจเชื่อไม่ลงว่าเขาจะอายุห่างกับเธอถึงเจ็ดปี เธอก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะกับคนที่แก่กว่าขนาดนี้ แต่ช่วยลดอายุลงมาหน่อยจะได้มั้ยคะคุณ บางทีเธออาจจะใจแกว่งมากกว่านี้ก็ได้ เธอคิดอะไรบ้าๆอีกแล้วใช่ไหม!

จิบน้ำต้มย้ำนี่สักหน่อยเถอะครับน้องญาย จะได้สดชื่นขึ้น

ตรงหน้าของญาดาตอนนี้ราวกับถูกเนรมิตด้วยมนต์ของยักษ์จินนี่ที่เธอเคยดูตอนเป็นเด็กๆ อาหารนานาชนิดที่ขึ้นชื่อที่สุดของเขาใหญ่ถูกสั่งมาเรียงบนโต๊ะไม่ขาดสาย จนจะต้องลากอีกโต๊ะหนึ่งมาต่อให้เพียงพอกับพื้นที่ในการวางเรียงอาหารเสียแล้ว ญาดาจ้องตาเขม็งไปที่อาหารสลับกับช้อนที่วิทิตกำลังตักน้ำต้มยำร้อนๆรอจ่อปากสวยๆของเธอ

คุณจะบ้าเหรอไง สั่งอาหารอย่างกับไม่ได้สั่งให้คนทาน

สั่งเหลือดีกว่าสั่งขาดนะครับ ถ้าทานขาดตอนแล้วจะไม่สะดุดหรอกหรือครับ

มันก็จริงอย่างที่คนตัวสูงว่า ญาดาไม่ค่อยชอบนักหรอกเวลาท้องหิวไส้กิ่วแล้วอาหารประทังถึงท้องไม่ต่อเนื่องกัน ฟังดูแล้วเหมือนเธอเห็นแก่กินยังไงชอบกล! กลิ่นน้ำซุปต้มยำที่เคี้ยวมาอย่างดีนี่ก็ช่างยั่วน้ำลายเหลือเกิน อาหารที่วิทิตตักมาใส่จานเธอก็ยังทานไม่หมด มีทั้งข้าวผัด ผัดผักสี่ฤดู ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ไก่ทอดสมุนไพร แล้วยังไม่นับสเต็กจานเด็ดชื่อดังของที่นี่จานใหญ่โตที่วางอีกโต๊ะหนึ่ง

ช่างเอาใจขนาดนี้ จะไม่มีใครที่สนใจผู้ชายคนนี้เลยเหรอยังไงนะ อายุก็ปาไปยี่สิบแปดไม่น่าจะรอดเงื้อมือนางมารนางชะนีทั้งหลายได้ ญาดาเชื่อมาตลอดว่าผู้ชายหล่อส่วนใหญ่เป็นเกย์ และผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งดีแต่ไม่เป็นเกย์ยังไงซะก็ต้องมีภรรยาแล้วทั้งนั้น

ฉันทานได้ คุณไม่ต้องตักอาหารมาให้ฉันเยอะแยะขนาดนั้นหรอก มันจะล้นจานอยู่แล้ว

วิทิตไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่ยกยิ้มเคลือบริมฝีปากบางของตนแล้วหันไปเติมน้ำดื่มที่พร่องลงไปเยอะในแก้วของญาดา โดยไม่ต้องพึ่งบริกรเดินเข้ามาบริการให้เสียเวลา

เสร็จจากทานข้าวแล้ว น้องญายอยากจะไปที่ไหนต่อรึเปล่าครับ

คุณยังอยากจะไปที่ไหนอีกงั้นเหรอ คนเยอะขนาดนี้

อืม น่าเสียดายจริงๆเลยที่ดันเลือกมาวันที่เป็นช่วงเทศกาลแบบนี้ ทำให้น้องญายต้องลำบากไปด้วย

เธอลำบากตั้งแต่เขาลากเธอขึ้นรถมาด้วยแล้วล่ะ แต่เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจของคนที่อยากพาเธอมาเที่ยวชมธรรมชาติสวยๆและผู้คนมากหน้าหลากนิสัย เธอจะไม่พูดทำลายน้ำใจของเขาให้มากไปกว่านี้แล้วกัน เพราะฝีปากของญาดาคมกริบยิ่งกว่ามีดหั่นสเต็กเสียอีก

นี่ก็บ่ายสามแล้ว เรากลับเข้าที่พักเลยดีมั้ยครับ?

วิทิตหันมาถามญาดาที่เดินตามหลังเขามาไม่ห่างนัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือตัวเองที่กดส่งข้อความไปหาแม่ของเธอว่าคืนนี้จะไม่กลับ เธอรู้ว่าหน้าที่ของลูกต้องทำยังไง ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยสนิทใจในการทำก็ตาม

อืม ยังไงก็ได้ทั้งนั้นล่ะ

ไม่มีใครพูดอะไรในระหว่างที่วิทิตขับรถพาญาดากลับเข้าที่พัก เมื่อมาถึงหญิงสาวก็เดินดุ่มๆเข้าไปในบ้านโดยไม่หันกลับมามองร่างสูงของวิทิตที่เดินตามมาเลย ญาดาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงหนานุ่มเพื่อหวังจะผ่อนคลาย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะลืมตัวไปว่าห้องนอนนี้ถูกหารสองอย่างเป็นทางการ

น้องญายเหนื่อยเหรอครับ?ถามเสียงซื่อพร้อมกับชะโงกหน้าโผล่พ้นขอบเตียงที่ร่างบางนอนทิ้งตัวอยู่

คนสวยสะดุ้งพรวดขึ้นมาหลังแนบติดกับกำแพง เมื่อกี้นี้คงไม่มีอะไรหลุดรอดวับๆแววๆรอดใต้กระโปรงสั้นทรงเก๋ของเธอไปหรอกนะ! แล้วกระดุมเสื้อก็คงจะไมได้หลุดหรือโผล่อะไรออกไปให้คนตรงข้ามเห็น! เธอจะต้องระมัดระวังตัวเองให้มากกว่านี้ถ้าอยากจะอยู่รอดพ้นคืนนี้ไปได้

ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พี่ไม่ทำอะไรน้องญายหรอกวิทิตว่าและยิ้มกว้างละไมให้กับหญิงสาว

ร่างสูงหันกลับไปสนใจกับโต๊ะตัวเล็กที่เขาลากเข้ามาจากห้องนั่งเล่น จัดวางผ้านวมต่างเบาะรองนั่ง และคว้าเอาคอมพิวเตอร์พกพาตัวเก่งสีดำสนิทของตัวเองขึ้นมาวางบนโต๊ะ ทันทีที่หน้าจอส่องแสงสว่างพร้อมใช้งาน เจ้าตัวก็คว้าเอาแว่นกรองแสงขึ้นมาสวมใส่และสนใจอยู่กับตัวหนังสือที่ปรากฎบนหน้าจออย่างขมักเขม่น

ญาดาชะเง้อคอมองจนเกือบสุด พยายามมองว่าอีกคนหนึ่งกำลังทำอะไรอยู่แต่ก็มองไม่เห็น ครั้นจะเอ่ยปากถามเธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไร อาการหาวหวอดๆของเธอก็ช่างเหมาะเจาะกับสถานที่ให้เอนหลังพักสายตาเสียจริง แต่จะให้นอนกับคนแปลกหน้าที่แทบไม่รู้จักมักจี่กันเลยก็ดูจะอันตราย โอ้ย! หนังตามันหนักเกินจะต้านทานเสียจริง

ถ้าน้องญายง่วงก็นอนเถอะครับ พี่เห็นน้องญายกลั้นหาวแล้วอดที่จะขำไม่ไหวจริงๆ

ร่างบางที่ใกล้จะพริ้มตาหลับเบิกโพรงขึ้นมาในทันที เมื่อกี้นี้วิทิตมองดูเธอตลอดเวลาอย่างนั้นเหรอ! เขามองเห็นได้ยังไงกันน่ะในเมื่อญาดามองอยู่ตลอดเวลาว่าเขาสนใจกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอมองดูเขาตลอดเวลา? ทำไมเธอจะต้องมองดูเขาด้วยล่ะ ก็แค่มองหน้าข้างของวิทิตแล้วมันเคลิ้มกับใบหน้าหล่อๆนั่นก็เท่านั้น ไม่ใช่เหรอ!!!

ใครจะไปหลับลงกัน! คนแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้มานั่งอยู่ห้องเดียวกันแบบนี้

ก็จริงของน้องญายนะครับ ฮ่ะๆ

ยังจะมาขำอีกนะ! คุณคือต้นเหตุไม่ใช่เหรอไง

ถ้างั้นทำไมเราไม่มาทำความรู้จักกันล่ะครับ ไม่อย่างนั้นน้องญายคงไม่ได้นอนทั้งคืนแน่ๆ เดี๋ยวจะมีรอยช้ำใต้ตากลับไปฝากที่บ้านเอานะครับ

หมอนลอยเข้าปะทะหน้าของวิทิตอย่างจัง ญาดาทั้งอายทั้งอยากจะหัวเราะออกมากับท่าทีล้อๆของเขา

คนบ้าที่ไหนกันทำความรู้จักกันแค่วันเดียว

ใครๆเขาก็เริ่มทำความรู้จักกันที่วันเดียวทั้งนั้นล่ะครับ ต่อจากนั้นเราก็จะเป็นคนรู้จักกัน จากนั้นก็อาจจะเลื่อนไปเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงาน แล้วก็…”

คุณไม่ต้องลากแม่น้ำไนล์มาเชื่อมโยงประเด็นเลย! ฟังแล้วปวดหัว ยาวเหยียดยังไงชอบกล

และยิ่งฟังก็ยิ่งทำให้สาวขามั่นหาเรื่องมาเถียงกับเหตุผลบ้าๆของชายหนุ่มไม่ทัน และเมื่อเริ่มต้นเถียงผลสุดท้ายที่ออกมาก็คือเหนื่อยเปล่าๆ!

ดวงตาคมๆของญาดาประสานเข้ากับสายตาของอีกฝ่าย เหมือนมีไฟฟ้าสถิตที่ทำให้ญาดาต้องละสายตาหันไปมองกำแพงห้องปูนเปลือยที่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพนังอื่นๆ แต่เป็นเพราะเธอไม่อาจสบตากับเขาได้นานๆ

คุณก็ลองว่ามาสิ ไอ้ทำความรู้จักอะไรของคุณน่ะญาดาพูดเสียงดังกว่าปกติ

เธอควบคุมเสียงและท่าทีของตัวเองไม่ได้เลย! ให้ตายเหอะ

ก็แค่คุยกันน่ะครับ ผลัดกันถามคำถามคนล่ะคำถาม

วิทิตยิ้มกว้าง เล่นเอาหัวใจของอีกฝ่ายแกว่งไม่เป็นท่า คนช่างฟอร์มอย่างญาดามีหรือที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใจ แสร้งกระแอมไออย่างมีจริตและกลอกตาไปมาเหมือนไม่ค่อยเต็มใจจะร่วมมือกับการทำความรู้จักในครั้งนี้สักเท่าไหร่

คุณกำลังทำอะไรน่ะว่าแล้วก็บุ้ยหน้าไปทางคอมพิวเตอร์พกพาที่เปิดหน้าจอค้างไว้อยู่

วิทิตที่ทอดสายตามองตามใบหน้าสวยของอีกฝ่ายฉีกยิ้มกว้างและพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในความหมาย ร่างสูงของวิทิตหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับญาดาที่นั่งชันเข่าใต้ผ้าห่มบนเตียงตรงๆ

กำลังสำรวจการตลาดน่ะครับ

การตลาด? หมายถึงตลาดแฟชั่นตอนนี้เหรอ

ครับวิทิตไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากมาย ญาดาเป็นผู้หญิงฉลาด เธอไม่ต้องแกล้งโง่หรือทำทีเป็นฉลาดเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยพบ

ช่วงนี้มีการจัดแฟชั่นวีคค่อนข้างบ่อย เลยมีการอัพเดทเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอดเวลา บวกกับการที่ผู้หญิงไทยมีอิสระทางความคิดมากขึ้น โลกเปิดกว้างมากขึ้น การแต่งตัวมีหลายแบบมาก ถ้าเราสามารถจับกระแสตลาดถูกเราก็จะลงทุนได้ตรงเป้าหมาย

ร่างบางของญาดาคลานลงมาจากเตียงอย่างรวดเร็ว ผ่านหน้าคนตัวสูงไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่วางไว้บนโต๊ะทั้งๆที่ขาอีกข้างยังอยู่บนเตียง ดวงตาของเธอเป็นประกายเจิดจรัสในขณะที่ไล่สายตาไปตามภาพแฟชั่นบนนิตยาสารออนไลน์ฉบับดัง

ช่วงนี้เทรนด์วินเทจกำลังมาแรงเลยล่ะ ยิ่งถ้าเราตีตลาดเสื้อผ้าที่สาวๆใส่แล้วให้ความรู้สึกว่าสามารถหยิบจับมาใส่ได้ทุกโอกาสจะยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น ผู้หญิงสมัยนี้ชอบอะไรที่มันค่อนข้างสะดวกและจับมิกซ์แอนด์แมทช์กับชุดอื่นๆที่มีในตู้ได้ง่าย ขนาดฉันเองช่วงนี้ยังชอบซื้อเสื้อผ้าสีเรียบๆและไปเน้นที่เครื่องประดับ คอนเซปต์คือเรียบหรูแต่ดูดะ…”

คำพูดหยุดชะงักไป ใบหน้าของสาวสวยที่กำลังจะหันไปพูดกับวิทิตหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ระยะห่างของเธอกับชายหนุ่มแทบจะสัมผัสลมหายใจอุ่นๆที่ลดผ่านจมูกของอีกฝ่าย ญาดากระพริบตาปริบเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ดวงตาของผู้ชายตรงหน้าเธอมันช่างสวยราวกับลูกแก้วใสๆ 

อ่ะแฮ่มคือว่ามันก็แค่เป็นอีกแนวน่ะนะญาดากระแอมไอและรีบถดตัวถอยกลับขึ้นเตียงไป

วิทิตยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้น สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้กลายเป็นรูปปั้นกรีกที่ญาดาเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์คือดวงตาที่กระพริบถี่ๆของเขา และรอยยิ้มที่เจืออยู่ตรงมุมปากสวยๆ

คุณทำงานของคุณไปเหอะ ฉันนอนล่ะ ฝันดี!”

ญาดามุดตัวเข้าใต้ผ้าห่มก่อนจะจัดการพันตัวเองกับผ้าห่ม ม้วนตัวเองจนเกือบจะกลมดิกเป็นหนอนใบชาและหันหน้าเข้ากำแพง เมื่อกี้นี้ปลายจมูกของเธอเกือบจะสัมผัสโดนข้างแก้มของเขาแล้วมั้ยล่ะ! ญาดาเธอต้องระวังตัวไม่ใช่เหรอไง!!!

 

Talk with writer ::
หายหน้าหายตาไปตั้งสามวัน มีใครคิดถึงนักเขียนกันบ้างไหมคะ?
ส่วนตัวนักเขียนเเล้วคิดถึงนักอ่านทุกคนเลยค่ะ แล้วก็คิดถึงญาดากับตา
เอามากๆ ชอบนึกเพ้อเจ้อไปเรื่อยว่าตอนนี้ญาดากับตาจะไปถึงไหน
กันเเล้วบ้างนะ มีน้องญายตัวน้อยๆกันหรือยัง หัวเราะ. 
อยากให้ทุกท่านได้อ่านนิยายอย่างมีความสุขกันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
  



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ยอดยาหยี ตอนที่ 3 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สวัสดีอิตาลี? 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4029 , โพส : 4 , Rating : 96% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 55
ฮ่า กับคุนวิทิต มากค่ะ

นิยายสนุก
PS.  ตราบใดที่ยังไม่ตาย ย่อมมีความหวัง
Name : puifaizaa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ puifaizaa [ IP : 110.49.242.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2556 / 01:22
# 3 : ความคิดเห็นที่ 26
ชอบอ่ะ น่าระก ><
PS.  warrior"DμάπG !! : ไม่ว่าจะได้บทไหนเธอก็คือ นางเอกในใจของฉัน SAKURA
Name : I'AM Warrior_DUANG < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'AM Warrior_DUANG [ IP : 118.174.72.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:40
# 2 : ความคิดเห็นที่ 15
ชอบเรื่องนี้จังเลยยยย
Name : MBBBBBBBB [ IP : 202.28.7.51 ]

วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:20
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9
Name : cattycall < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cattycall [ IP : 223.206.209.145 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2556 / 12:22
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android