คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ยอดยาหยี

ตอนที่ 2 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สีเเดงจ้ำข้างคอ 100%


     อัพเดท 21 ม.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : YBSoulmate [ลลลา] ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YBSoulmate [ลลลา]
My.iD: https://my.dek-d.com/black_devil_zaa
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 23 Overall : 57,191
219 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 422 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ยอดยาหยี ตอนที่ 2 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สีเเดงจ้ำข้างคอ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5812 , โพส : 3 , Rating : 92% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


1

 

นี่มันเรื่องอะไรกัน! คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของญาดาในขณะที่เธอถูกอุ้มตัวลอยอยู่กลางอากาศชนิดที่ว่าเป็นตัวประหลาดของคนทั้งร้าน ใครเดินผ่านไปผ่านมาจำต้องเหลียวหลังหันกลับมามองสถานการณ์ไม่คุ้นตาตรงหน้า ที่นี่คือผับชั้นหนึ่งของกรุงเทพ แล้วทำไมเธอต้องโดนหิ้วห้อยหัวเดินไปเดินมาแบบนี้ด้วย!

ฝ่ามือหนาของญาดาทุบลงไปกลางแผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของคนตัวสูงโรคจิตที่อุ้มเธอออกมาจากร้านหน้าตาเฉย ถ้านี่คือการลักพาตัว มันก็เป็นการลักพาตัวที่ไม่มีความรัดกุมกับการวางแผนมาก่อนเลย หรือว่าผู้ชายที่ทำตัวแปลกๆคนนี้จะโง่เกินเยียวยากันนะ!

วางฉันลง!”

ญาดาประกาศเสียงกร้าวพร้อมกับกระแทกเข่าเข้าที่อกของชายหนุ่มปริศนาเข้าดังอั่ก! คนปกติดีควรจะล้มลงไปตั้งแต่เธอกระแทกเข่าใส่ในนัดแรก แต่ทว่าชายหนุ่มกลับเดินต่อไปหน้าตาเฉยอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่กี่นาทีต่อมาญาดาก็ถูกจับยัดเข้าไปในรถเก๋งคันหรูมียี่ห้อสีขาวสะอาดตาเสียแล้ว

เฮ้อ กว่าจะหาตัวญายเจอนี่ยากจังเลยนะ!”

เสียงนุ่มๆของคนตรงหน้าบ่งบอกให้รู้ถึงความเหนื่อยยากของเจ้าตัว ญาดากระพริบตาปริบและกำลังจะทารุณกรรมคนตรงหน้าต่อ

อ๊ะ! เดี๋ยวสิครับน้องญายคนสวยแสนดี

ถ้าผู้ชายตรงหน้ารู้จักเธอ เขาจะไม่เรียกเธอด้วยคำที่ดีเวอร์เกินกว่าเป็นจริงแน่ๆ! ญาดาสวยแต่เธอไม่ใช่คนแสนดี ออกจะเป็นนางปีศาจร้ายที่ไล่คร่าหัวใจผู้ชายไปทั่วด้วยซ้ำ!

คุณเป็นใคร ถ้าคิดจะลักพาตัวฉันบอกให้รู้เลยนะว่าเสียเวลาเปล่า

อุ๊บ!”

หัวเราะ?! ผู้ชายตรงหน้าญาดากำลังกลั้นหัวเราะเสียจนตัวโก่ง ญาดารู้สึกได้ถึงความขายหน้าที่ตัวเองเพิ่งก่อไป

น้องญายคิดอะไรตลกๆจังเลยนะครับ พี่ไม่ได้คิดจะลักพาตัวน้องญายเสียหน่อย

น้องญาย?!!! ชื่อเล่นนั่นแทบจะไม่มีใครใช้เรียกเธอมานานแล้วนะ แต่ทำไมผู้ชายตรงหน้ากลับเรียกเธอด้วยชื่อนั้นอย่างสนิทใจ พร้อมกับยิ้มยิงฟันขาวสะอาดเรียงตัวอย่างมีเสน่ห์แบบนั้น นี่ไม่ใช่เวลาที่ญาดาจะมาหลงเคลิ้มอะไรกับรอยยิ้มนั่น และไม่ใช่เวลาที่จะเพิ่มผู้ชายตรงหน้าเข้าไปในลิสต์เผด็จศึกส่วนตัวเสียหน่อย!

นี่น้องญายจำพี่ไม่ได้จริงๆเหรอครับ

ชายหนุ่มเมื่อสังเกตเห็นใบหน้างงงวยเป็นไก่ตาแตกของหญิงสาวก็ควบคุมอาการหัวเราะต่อเนื่องของตัวเอง รูปตาคมๆที่มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายเจิดจรัสจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกแตกต่าง ญาดาไม่เคยเห็นสายตาของผู้ชายคนไหนมองเธอแบบนี้มาก่อน ราวกับว่าเอ็นดู?

พี่ก็อุตส่าห์ตามหาน้องญายไปเสียทั่วเพราะคิดถึง แต่ดันโดนจำไม่ได้เสียแล้ว นี่พี่หายหน้าหายตาไปจากเรานานขนาดนี้เชียวหรือ

นี่มันรายการซ่อนกล้องอะไรรึเปล่า มีคนกำลังจะมาขอฉันแต่งงานรึยังไง

อุ๊บอั่ก!!”

มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของญาดา ทันทีที่ผู้ชายตรงหน้าทำท่าจะหัวเราะอีกครั้ง ฝ่ามือเรียวของเธอก็ช่วยบรรจงทุบหลังให้เขาได้ไปสู่สุขคติอย่างรวดเร็วขึ้น

ญาดาถลึงตาใส่คนตรงหน้า ดวงตาคมๆของเธอมันดูน่ากลัวมากจนทำให้ชายหนุ่มต้องขยับถอยหลังห่างจากไปไปสามสี่ก้าว

ไม่เห็นจะต้องลงมือกันเลย

คุณมีธุระอะไรกับฉันกันแน่ถึงได้แบกผู้หญิงที่ไม่รู้จักคุณไปไหนมาไหนตามอำเภอใจแบบนี้

ใครบอกกันล่ะครับว่าเราไม่รู้จักกัน พี่ไง ตา

ตา! นี่ริอาจแอบอ้างว่าเป็นคุณตาของฉันเชียวรึ!”

ชายหนุ่มแทบจะหัวเราะให้ลั่นลานจอดรถเสียให้ได้กับความคิดแต่ล่ะอย่างที่สาวสวยคิดออกมา เธอช่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกประหลาดจนหาตัวจับได้ยากเหลือเกิน

พี่ชื่อตาครับ พี่ไม่ได้จะล่วงเกินคุณตาของญายเสียหน่อย

ตาคนบ้าที่ไหนกันชื่อตา!”

อืม นั่นสินะ แล้วน้องญายคนสวยน่ารัก ทำไมถึงชื่อญายกันล่ะครับ

แววตากรุ้มกริ่มของผู้ชายตรงหน้าที่ย่อตัวลงมาให้ระดับสายตาของทั้งคู่ตรงกันทำให้ญาดาหยุดชะงัก ความทรงจำที่ถูกฝังลึกลงไปจนเกือบหมดพุ่งพรวดขึ้นมาในทันที! ไม่ต้องเสียเวลาขุดคุ้ยหาความทรงจำให้ยากลำบาก บนโลกนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หาญกล้าเรียกชื่อเล่นที่เธอเกลียดแสนเกลียดนั่นออกมา!!

ญาดาถลึงตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ และกำลังจะยกนิ้วเรียวชี้หน้าด่าไอ้คนโรคจิตที่ยังคงส่งยิ้มหวานจนตาเยิ้มมาให้

จำได้แล้วล่ะสิ

วิทิต ศกุลกานต์!!!”

ฝ่ามือเรียวของญาดายกขึ้นมาตบหน้าผากของตัวเองอย่างแรง จนคนตรงข้ามกลัวเหลือเกินว่าผิวขาวๆที่โดนตบนั่นจะเกิดเป็นรอยแดงเถือกขึ้นมา

ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูในขณะที่ทอดสายตามองสำรวจร่างของสาวน้อยที่ตอนนี้เติบโตขึ้นมาเป็นสาวสวยเต็มตัว ความสวยของเธอมันบาดใจใครต่อใครก็ตามที่ได้พบประสบจนเขายังรู้สึกอิจฉา ช่วงเวลากว่าสี่ปีที่เขาปล่อยให้หญิงสาวค่อยๆเติบโตขึ้นมาจนเป็นนางฟ้าเต็มตัวแบบนี้ จะมีใครต่อใครบ้างนะที่ได้มองเธอเต็มตาในทุกวัน จะมีใครบ้างนะที่ได้เป็นเจ้าของสาวสวยคนนี้

คุณคือเศรษฐีคนดังคนนั้นสินะ!!”

สรรพนามที่ญาดาใช้เรียกมันทำให้ชายหนุ่มถึงกับหน้าเสีย ความเหินห่างจากสรรพนามนั่นแทบจะทำให้วิทิตน้ำตาล่วงลงมาเผาะๆเพราะความผิดหวัง หญิงสาวจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ญาดาที่สัมผัสได้ถึงสีหน้าของชายหนุ่มที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดหยุดชะงัก ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ทำหน้าเสียใจได้น่าสงสารขนาดนี้ ทั้งๆที่ญาดาไม่เคยรู้สึกผิดเลยถ้าจะทำให้ใครเสียใจ

น้องญายลืมพี่ไปหมดแล้วเหรอ ตอนเด็กๆเราสนิทกันออกจะตายไป

วิทิตว่าเสียงเศร้าและร่ำไห้สะอึกสะอื้นซบหน้าลงกับฝ่ามือหนาของตัวเอง ก้อนสะอึกอะไรบางอย่างเตะเข้ากลางอกของญาดา เล่นละครหรือว่าเสียใจจริงๆกันแน่! ผู้ชายที่ไหนกันจะมานั่งร้องไห้ให้ผู้หญิงเห็นน่ะ

แต่ไม่เป็นไร เรามาสนิทกันใหม่ก็ได้ จริงไหมครับ

ผีเข้าผีออกรึไงกันตาคนนี้! เมื่อกี้ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับบ้านเป็นเป้าระเบิดปรมานูอยู่หมาดๆ ตอนนี้กลับหันมายิ้มกว้างอย่างร่าเริงให้เธอเสียแล้ว ญาดาอยากจะเอาหัวโขกประตูรถให้เลือดคลั่งสมองตายเสียจริงๆ ผู้ชายคนนี้เป็นโรคละเลือนหรืออะไรสักอย่างรึเปล่านะ เพราะเท่าที่ค้นในความทรงจำดูนั้นญาดาจำไม่ได้เลยว่าเคยรู้จักอัครมหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้ตอนไหนกัน

เค้าโครงหน้าเรียวยาวรูปไข่ ผิวสีน้ำผึ้งอ่อน ดวงตาเป็นประกายคมราวกับราชสีห์ที่อ่านออกทุกการเคลื่อนไหว จมูกโด่งเหมือนคนตะวันตก และริมฝีปากบางได้รูปไม่ได้อ้อนแอ้นเหมือนผู้ชายวัยรุ่นสมัยนี้เลย หูยอัครมหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้คิ้วเข้มเป็นบ้าเลยแหะ ญาดาแอบสำรวจใบหน้าของผู้ชายตรงหน้าอย่างละเอียด เธอเคยพบผู้ชายมาหลายรูปแบบแต่ทว่าไม่มีใครที่มีความหล่อโดดเด่นเหมือนกับผู้ชายคนนี้เลยสักนิด แม้แต่ปฏิการก็ยังต้องหลบทางให้กับผู้ชายคนนี้

ความคิดชั่วร้ายของญาดาบอกว่าผู้ชายคนนี้คงผ่านมีดหมอมาสักร้อยครั้ง ไม่มีใครบนโลกที่จะเกิดมาแล้วหน้าตาดีได้ขนาดนี้หรอก ชัวร์!!

แอบมองใหญ่เลยนะ มองเห็นชัดรึเปล่า ต้องให้พี่ขยับเข้าไปให้ดูหน้าใกล้ๆไหมเอ่ย?

ใบหน้าของหญิงสาวแทบจะผงะหนีไม่ทันตอนที่ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าตัวเองพุ่งเข้าใส่ จะประชิดตัวกันไปถึงไหน ไว้ท่าทีในฐานะคนหน้าตาดีหน่อยไม่เป็นหรือยังไงกัน ญาดาบ่นอุบอิบอยู่ในใจเพราะการจะพูดจากับคนที่ไม่รู้จักมากเกินไปเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เธอระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ

อืม ตัวเรามีกลิ่นเหล้าด้วย นี่เราหัดดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

มันไม่ใช่กงการอะไรของคุณไม่ใช่รึไง

ถึงจะเจอสายตาคมๆของวิทิตจ้องมองอย่างตักเตือน แต่ญาดาก็ไม่ได้หงอเหมือนใครคนอื่นที่เคยสบเข้ากับสายตาคู่นี้

เป็นผู้หญิงทำไมไม่ระวังตัวหน่อยล่ะครับ

คุณคะฉันว่าฉันไม่เคยรู้จักคุณเลยนะ คุณไม่ต้องมาทำท่าออกตัวเป็นห่วงความปลอดภัยของฉันหรอกค่ะ มันไม่จำเป็น แล้วถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้วฉันก็จะขอตัวกลับไปหาเพื่อนๆฉันข้างในต่อ

ญายเย็นชาจังเลยนะ

คำด่าของญาดาที่คิดไว้ล่วงหน้าหายไปเกือบหมดเมื่อฝ่ามือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมือมาลูบหัวเธอโดยพลการ ผู้ชายแปลกๆคนนี้กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอเหมือนกับรู้จักเธอมาเป็นเวลานานแล้วอย่างนั้นล่ะ แต่สาบานได้จริงๆว่าญาดาไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มากกว่าเคยเห็นในทีวี!

พี่ห่วงสุขภาพของญายต่างหากล่ะครับ ผู้หญิงดื่มเหล้ามากมันจะไม่ดีต่ออวัยวะภายในร่างกายนะ ส่วนเรื่องความปลอดภัยน่ะพี่ไม่ห่วงหรอกครับ เพราะญายจะมีพี่คอยดูแลอีกทั้งคน

สวรรค์! ญาดาอยากจะกรีดร้องให้ลั่นโลก ผู้ชายหน้ามึนคนนี้มันเป็นใครกันแน่วะ!!!

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนมา ญาดาขับรถกลับบ้านด้วยอาการชวนหัวที่ประเดประดังเข้ามาไม่หยุด เธอแทบจะทิ้งตัวลงนอนทันทีที่เดินทางมาถึงบ้าน เช้าวันนี้จึงเป็นวันสบายๆของคนทำงานทั่วไปเพราะมันคือวันเสาร์ ญาดาเหยียดกายลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดปานกลางที่ตั้งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดหกเมตรคูณหกเมตร ห้องนอนของเธอที่ไม่ได้ใช้การมานานมากแล้วยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ที่เธอไม่ได้ขนไปด้วยตอนย้ายออกไปอยู่คนเดียว

ญาดาสำรวจรอบห้องตัวเองอีกครั้งก่อนจะคว้าเอาเสื้อคลุมทำจากผ้าแพรตัวบางขึ้นมาคลุมทับชุดนอนของตนเอง นี่คือวันแรกที่เธอกลับมาอยู่บ้านอย่างจริงจัง ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนักนอกจากขนาดบ้าน การตกแต่งใหม่ และเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ ธุรกิจของพ่อกับแม่เธอคงจะกำลังไปได้สวย ที่บ้านสิงหเดชากุลสมัยก่อนนั้นไม่ได้มีฐานะร่ำรวยออกจะลำบาก พ่อกับแม่ต้องกัดก้อนเกลือกินเพื่อเลี้ยงลูกสาวสองคนที่ยังเล็กอยู่ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ญาดาถูกส่งไปอยู่กับยายตั้งแต่ยังเล็ก เธออาจจะเป็นตัวซวยของบ้านสิงหเดชากุลก็เป็นได้ เพราะทันทีที่น้องสาวคนเล็ก เชิญเกล้า เกิดมา พ่อกับแม่ก็พอจะมีฐานะขึ้นมาบ้างจากการทำธุรกิจเล็กๆของตนที่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณป้าอรนิภา

ทำอะไรอยู่เหรอดา

พอดีเดินสำรวจอะไรหน่อยน่ะค่ะ

คุณหญิงวิกานดาเดินออกมาจากในครัวพร้อมกับถาดใส่ขนมในมือ ญาดารู้สึกแปลกใจที่เห็นแม่ของเธอทำขนมด้วยตัวเอง โดยปกติแล้วแม่ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมานั่งทำอะไรประดิดประดอยแต่เช้าอย่างนี้

เรานี่ตื่นเช้าจังเลยนะ ไม่นอนต่อเหรอ

ญาดาส่ายหน้าเบาๆ เธอติดนิสัยตื่นเช้าไปเสียแล้วตอนเรียนมหาลัย เพราะเธอต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาจนบางครั้งก็ไม่ได้นอนทั้งคืน ตอนเช้าซึ่งจำเป็นต้องตื่นไปเรียนเธอจึงเลือกใช้วิธีที่จะไม่นอนและเลื่อนเวลาไปนอนตอนกลางคืนของอีกวันแทน

ต้องตากับเชิญเกล้ายังไม่ตื่นเลยน่ะ สองคนนี้ตื่นสาย สิบโมงนู้นล่ะกว่าจะตื่นลงมากินข้าวได้

พี่สาวของญาดามีชื่อว่าต้องตา เธอเป็นคนสวยที่ดูเรียบง่าย ส่วนเชิญเกล้าน้องสาวของญาดาก็เป็นคนน่ารักและพูดคุยสนุก ใบหน้าของทั้งสองคนมีส่วนคล้ายพ่อมากกว่าแม่ แต่ญาดานั้นแทบจะเรียกได้ว่าถอดแบบพิมพ์มาจากคุณหญิงวิกานดาสมัยยังสาว

พรุ่งนี้ญาดาไปทดลองงานได้เลยใช่ไหมคะ

ญาดาไม่อ้อมค้อมประเด็นที่เธอสงสัย คุณหญิงวิกานดาที่จัดเรียงขนมใส่ตะกร้าใบเล็กเงยหน้าขึ้นมามองลูกสาวที่กำลังเอนหลังพิงกำแพงห้องครัวอยู่

เดี๋ยวก่อนก็ได้ลูก ไว้แม่พาลูกไปไหว้คุณป้าอรนิภาเสียก่อน

คุณป้าอรนิภา เพื่อนสนิทสมัยคุณหญิงวิกานดายังสาวอยู่เพียงข้ามรั้วไปเท่านั้นเอง บ้านหลังใหญ่โตราวกับราชวังหรูหรานั่นเป็นที่สะดุดตาของใครต่อใครที่สันจรไปมาอยู่เสมอ

ไปไหว้วันนี้เลยก็ได้ค่ะ วันนี้ญาดาว่าง

ใบหน้าของคุณหญิงวิกานดาออกอาการหนักใจเสียเล็กน้อย ความจริงแล้วเธออยากใช้เวลาอยู่กับลูกคนกลางให้มากกว่านี้ แต่ญาดากลับไม่คิดแบบนั้นและไม่เคยคิดจะให้ความร่วมมือในการสร้างสันพันธ์อันดีในบ้านเลย

งั้นเดี๋ยวแม่จัดขนมใส่ตะกร้าเสร็จแล้วจะพาไปนะ ลูกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวก่อนเถอะ

ค่ะ

ญาดารับคำสั้นๆก็ก้าวเท้าสง่างามราวกับนางหงส์กลับขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องนอนของเธอเป็นห้องนอนที่อยู่บนชั้นสองเพียงห้องเดียว พี่สาว น้องสาว และพ่อกับแม่จะอาศัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กและชั้นหนึ่งของบ้าน ความเป็นส่วนตัวทำให้ญาดาพอจะรับไหวกับการที่ต้องกลับมาอาศัยอยู่ในบ้านว้างเวิ้งไร้ความทรงจำ ไม่มีการพบปะเจอหน้ากันเกินความจำเป็น ไม่มีการพูดคุยกันให้เกิดโทสะ

เรือนร่างบางของญาดาสวมทับด้วยเสื้อตัวยาวลายขวางพอดีตัวหลังจากที่ชำระล้างร่างกาย เธอเลือกที่จะแต่งตัวไม่ฉูดฉาดมากจนเกินไปนักแต่ก็ใช่ว่าจะเรียบร้อยเสียจนทิ้งความเป็นนักออกแบบแฟชั่นไปเสียทีเดียว การเข้าหาผู้ใหญ่ไม่ใช่งานถนัดของญาดา เธอเสแสร้งแบบต้องตาไม่เป็น หรือพูดจาชวนหัวเราะอย่างเชิญเกล้า สิ่งที่เธอทำได้คือการเป็นตัวของตัวเอง

คนตัวเล็กไม่เปลืองเวลาในการแต่งเติมเครื่องสำอางลงบนใบหน้าให้มากเกินความจำเป็น ญาดาเพียงแค่ตบแป้งเบาๆเพื่อขับผิวขาวของเธอให้เปล่งประกาย และเติมริมฝีปากด้วยสีชมพูเนื้อเพื่อไม่ให้ตัวเองหน้าเหมือนศพเดินได้มากเกินไป

อ้าว ดามาพอดีเลยคุณหญิงวิกานดาร้องเรียกคนเป็นลูกสาวตอนเธอเดินลงมาจากบันได

ที่โต๊ะทานข้าวนั้นมีต้องตาและเชิญเกล้าที่เพิ่งตื่นนอนกำลังนั่งทานข้าวต้มหมูอยู่ พี่น้องทั้งสองคนของญาดาไม่ได้หันมามองร่างบางที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้องครัวแม้แต่น้อย บรรยากาศมาคุที่คุณหญิงวิกานดาพยายามเปลี่ยนดูจะเป็นเรื่องหินชนิดที่ว่ากระทิงพุ่งทะลุกลางเป้ายังต้องสลบเหมือดไป

มาทานข้าวเช้าก่อนสิลูก แล้วค่อยไปไหว้คุณป้าอรนิภา

แม่คะ ยัยดาคงไม่ทานข้าวต้มหมูธรรมดาๆแบบนี้หรอกค่ะ

ไม่ต้องให้ใครอัญเชิญให้พระพี่นางผู้สูงศักดิ์คนโตของบ้านตระกูลสิงหเดชากุลอ้าปากพูด หล่อนก็รีบฉวยโอกาสที่จะกัดญาดาเข้าแผลใหญ่อย่างไม่ลังเล

ไอ้นิสัยแย่ๆภายใต้หน้ากากแก้วที่แสนจะเลิศหรูของต้องตาน่ะ ญาดาดูออกทะลุปรุโปร่งทั้งหมดนั่นล่ะ แค่ไม่อยากจะใส่ใจและต่อปากต่อคำให้มากความ เพราะในสายตาของทุกคนในบ้านญาดาก็เป็นนางมารร้ายมากพออยู่แล้ว ถ้าได้เห็นตัวตนที่แท้จริงขึ้นมาอาจจะช็อคอ้าปากค้างกันไปเลยก็เป็นได้

ยัยดาหัวสูงจะตายไป อาหารเช้าแบบไทยๆคงจะไม่ถูกปากเท่าไหร่หรอกค่ะ

เมื่อเห็นว่าญาดาไม่ตอบโต้อะไร ต้องตาก็ยิ่งได้ใจรีบใช้ปากคมๆของตัวเองกัดญาดาเข้าอีกดอก คราวนี้คนสวยจิกสายตามองต้องตาด้วยหางตาชนิดที่ว่ากรีดลึกให้เจ็บแค้นกันไปถึงชาติหน้า

ปกติดาไม่ค่อยทานข้าวเช้าหรอกค่ะ เดี๋ยวจะอ้วนพุงพลุ้ย…”

ญาดาหยุดคำพูดนั่นไว้อึดใจหนึ่งและใช้หางตาตนเองมองต้องตาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดหยามดูถูก ทำเอาไฟร้อนระอุแทบจะพ่นออกมาจากปากของคนถูกต้อนจนมุม! คิดจะแข่งเรื่องฝีปากกับญาดายังเร็วอีกร้อยปีนะแม่คุณหนู

พี่ต้องกับพี่ดาทะเลาะกันเสร็จหรือยัง ตอนเช้าๆเกล้าหนวกหูเสียงไก่เสียงกา

เชิญเกล้าที่นั่งกินข้าวอย่างไม่มีความสุขเปิดปากพูดออกมาตรงๆตามนิสัยของน้องคนเล็ก ต้องตากำลังจะหันไปต่อว่าเชิญเกล้าที่แทรกสอดเข้ามาไม่รู้เรื่อง แต่ทว่าญาดาก็โพล่งขึ้นทะลุกลางป้องเปลี่ยนเรื่องคุยกับคนเป็นแม่ในทันที

ดาอยากไปไหว้คุณป้าอรนิภาแล้ว คุณแม่จะพาดาไปได้หรือยังคะ

อ้อ ไปสิลูก แม่ห่อขนมเสร็จพอดี

ตะกร้าใบน้อยที่บรรจุขนมและผูกโบว์สวยงามอย่างดีถูกหยิบขึ้นมาถือไว้

คุณหญิงวิกานดาก้าวขาสวยๆของตนออกเดินนำหน้าลูกสาวคนรองไปยังบ้านศกุลกานต์ทันที ไม่อยากจะขัดใจลูกสาวนัก เธอไม่ค่อยรู้จักญาดาดีจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอมันแย่ไปมากกว่านี้ ต้องตาก็พอต้องตาเลยทีเดียว ปากคอเราะร้ายแว้งกัดญาดาอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย คุณหญิงไม่รู้เลยว่าจะชักแม่น้ำอีกสักกี่สายเพื่อผสานรอยร้าวฉานในครอบครัวของเธอ

อรนิภา

คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองคนมาเยือน ใบหน้าผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังคงสวยสง่าไม่สร่างคลี่ยิ้มบางๆต้อนรับเพื่อนรัก คุณหญิงอรนิภาขยับตัวเว้นที่ว่างบนโซฟาตัวหรูเพื่อให้คุณหญิงวิกานดาได้นั่งข้างกัน

ลมอะไรหอบมาได้ล่ะวิกานดา

พูดเป็นคนอื่นคนไกลไปได้นะอร วันนี้ฉันพาลูกสาวคนกลางมาทำความรู้จักกับเธอยังไงล่ะ ญาดาลูกสาวฉันที่เรียนดีไซน์เนอร์มา

นี่น่ะเหรอหนูญาดาที่เธอพูดถึง

คุณหญิงวิกานดาพยักหน้ารับและยิ้มละไมไปทางลูกสาว คุณหญิงอรนิภาทอดสายตามองสำรวจญาดาอย่างสนอกสนใจ ใบหน้าสวยพริ้มคมสะดุดตา เรือนร่างก็สะโอดสะอง ผิวนี่ขาวไม่แพ้กับคุณหญิงวิกานดาผู้เป็นแม่เลยสักนิด ท่าทีที่ยืดหลังตรงทรงตัวราวกับนางอัปสรของญาดานั้นสร้างความประทับใจให้คุณหญิงอรนิภาตั้งแต่แรกเห็น

สวัสดีค่ะคุณป้าญาดายกมือไหว้อย่างมีมารยาท เธอเผยอยิ้มเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นยิ้มแค่นๆก็เถอะ

ไหว้พระเถอะหลาน โตขึ้นสวยจนผิดหูผิดตาเชียวนะ เห็นทีว่าจะสวยกว่าแม่เสียแล้ว

แหม อร เธอก็พูดเหมือนเรายังสาวๆอยู่อย่างนั้นแหละ

สมัยก่อนเธอสวยจะตายไปวิกานดา ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอกน่า

คุณหญิงวิกานดายิ้มจนแก้มแทบปริเมื่อได้รับคำชมจากเพื่อนสาว ออกอาการตัวลอยจนลูกสาวจับสังเกตได้ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะเพราะแม่ของญาดานั้นสวยมากจริงๆตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นคนสวย เก่ง ดัง ใครๆก็สนใจไปหมด ไม่แตกต่างจากญาดาในตอนนี้เลยสักนิดเดียว

ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เถิดหนูดา ป้าเรียกอย่างนี้คงไม่ทำให้หนูไม่ชอบใจหรอกนะ

ไม่หรอกค่ะ ที่บ้านกับเพื่อนๆหลายคนก็เรียกหนูว่าดา

ญาดาตอบออมเสียงและเคลื่อนตัวเองขึ้นมานั่งบนโซฟาเดี่ยวที่จัดเข้าชุดกับโซฟาตัวอื่นๆ คุณหญิงอรนิภาดูมีท่าทีเอ็นดูญาดาไม่น้อยทีเดียว

ก่อนอื่นป้าคงต้องขอโทษหนูก่อนนะจ๊ะที่ทำให้หนูไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ตอนนี้บริษัทของป้ากับแม่ของหนูนั้นขาดคนที่จะมาทำงานด้านนี้จริงๆ ถ้าได้พึ่งชื่อเสียงของหนูล่ะก็รับรองเลยว่ากิจการจะต้องขยายตัวออกอย่างรวดเร็วแน่ๆ

คุณป้าก็เชื่อมั่นในตัวหนูมากเกินไปค่ะ ความจริงแล้วหนูยังมีอะไรต้องพัฒนาอีกเยอะ

เชื่อมงเชื่อมั่นอะไรกัน ป้าน่ะเชื่อถือเลยต่างหากล่ะ! ขนาดลูกชายป้าที่ไม่ได้สันทัดเรื่องธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้า ยังรู้จักหนูดียิ่งกว่าอะไรเสียอีกนะ ออกปากชมหนูใหญ่เลยล่ะ

ลูกชายของคุณป้าอรนิภาความจริงแล้วญาดาก็นึกสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ชายแท้ๆที่ไหนกันนะที่จะมาสนใจธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าแบบนี้ ยิ่งรู้มาจากแม่ของเธอว่าลูกชายป้าอรนิภานั้นจบบริหารมาจากเมืองนอกยิ่งฟังดูประหลาดเข้าไปใหญ่ เก่งเรื่องบริหารเรื่องการตลาด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำแบรนด์แฟชั่นให้เกิดได้หรอกนะ

เห็นรอยยิ้มของคุณป้าอรนิภาและประกายระยิบระยับบนดวงตาคุณหญิงวิกานดา ญาดาจึงต้องเก็บปากสงบคำไม่ถามข้อสงสัยของตัวเองออกไปตรงๆ ลูกชายป้าอรนิภาอาจจะไม่ได้เป็นผู้ชายแท้ๆก็เป็นได้! ญาดาอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงเพศที่สามมาเยอะ และไม่เคยมีเพศชายแท้คนไหนที่เรียนและรักทางด้านเดียวกับเธอ

จัน จันไปตามคุณตาลงมาข้างล่างก่อนสิ จะได้ทำความรู้จักกับหนูดาเอาไว้

คุณป้าอรนิภาหันไปสั่งสาวใช้ที่เข้ามาเสิร์ฟน้ำชาเพื่อทานคู่กับขนมของคุณหญิงวิกานดา

คำถามอีกคำถามหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาในหัวของญาดาอีกครั้ง ไม่ต้องลำบากไปตามคนสูงอายุมาเพื่อรู้จักเธอก็ได้มั้ง มันดูออกจะไม่งามนะถ้าเด็กสาวรุ่นหลานอย่างเธอต้องรอให้คนแก่เดินมาแนะนำตัว ยิ่งคิดก็คันปากอยากจะขัด แต่ทว่าก็ทำไม่ได้เพราะมารยาทที่ดี  

นี่ตากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ ไหนว่าจะกลับมาราวอาทิตย์หน้าไง

คุณหญิงวิกานดาถามในขณะที่ยกน้ำชารสเลิศขึ้นจิบไปพลาง คุณหญิงอรนิภาหันมามองเพื่อนรักก่อนจะยิ้มเป็นปลื้ม

ดูเหมือนตาตาเองก็จะสนใจธุรกิจของพวกเรามากน่ะ ก็เลยรีบจัดการงานที่ต่างประเทศแล้วรีบขึ้นเครื่องกลับมาเลย

ได้ฟังอย่างนี้ฉันก็โล่งอกแล้วล่ะนะ ตอนแรกก็ยังคิดอยู่เลยว่าพ่อตาจะละมือจากกิจการของศกุลกานต์กลับเมืองไทยได้อย่างไรกัน

ศกุลกานต์? นามสกุลแบบนี้มันคุ้นๆหูจังเลยนะ เธอเคยไปฟังมาจากไหนรึเปล่า ??

ความจริงสามีฉันก็มีมือซ้ายมือขวาที่คอยรับผิดชอบงานด้านนี้ได้เยอะแยะไป ที่ให้ตาตาไปช่วยนั่นก็เพราะอยากจะให้ตาตารับช่วงสืบทอดธุรกิจต่อ เป็นการศึกษางานไปในตัว นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยนะที่ตาตาออกปากขอ อยากบริหารกิจการเป็นของตัวเองสักครั้งหนึ่งน่ะ ฉันเห็นว่าเป็นการดีเลยยกกิจการที่เราลงทุนด้วยกันให้ตาบริหาร

พ่อตานี่เป็นคนที่ขยันขันแข็งดีจริงๆเลยนะ

แหม ก็จะให้นอนอยู่บ้านกระดิกเท้าไปวันๆหนึ่งได้อย่างไรกันล่ะ เป็นลูกผู้ชายอายุตั้งยี่สิบแปดแล้ว

คุณแม่ไม่ต้องเผาเรื่องอายุผมก็ได้มั้งครับ แค่ชื่อผมก็แก่จะแย่แล้ว

เสียงนุ่มๆน่าฟังที่คุ้นหูทำให้ญาดาหันขวับไปทางประตูเข้าห้องรับแขกแทบจะทันที! ผู้ชายที่ปรากฏตัวต่อหน้าเธอคือตาหน้ามึนเมื่อวานนี้ที่ผับนี่!

สาวสวยพยายามอย่างมากที่จะไม่อ้าปากค้างและยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าผู้ชายตรงหน้า นึกสงสัยตั้งแต่แรกอยู่แล้วเชียวว่านามสกุลทำไมคุ้นๆ แล้วทำไมคำว่าตามันถึงได้สะกิดหูยิ่งนัก ที่แท้ก็เป็นเขา!

โลกมันกลมหรือว่าญาดาเผลอลืมอะไรไปบางอย่างกันแน่นะ เธอจำไม่เห็นได้เลยว่าคุณป้าอรนิภามีลูกชาย เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคุณป้าอรนิภาใช้นามสกุล ศกุลกานต์ พรุ่งนี้เธออาจจะต้องเข้าไปตรวจเช็คระบบสมองหรือไม่ก็จิตใจสักอย่างแล้ว เธอความจำสั้นอะไรจะขนาดนั้นกันนะ

หนูดา นี่พี่ตาจ๊ะ จำได้รึเปล่าเอ่ย

จำได้รึเปล่าเอ่ย?! ประโยคคุ้นหูที่ทำให้ญาดาอยากจะประสาทกิน เธอจำไม่ได้ แต่จะปฏิเสธต่อหน้าตรงๆก็อาจจะทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนแปลกใจก็เป็นได้ เธอขี้เกียจจะอธิบายอะไรให้มันยืดยาวเสียด้วยสิ

พี่ตา!”

ในเมื่อไม่เหลือทางเลือกใดให้คนสวยชะตาตกอับเดิน เธอจึงต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นว่าจำตาหน้ามึนคนนี้ได้แม่นยำ ราวกับว่าเขาเคยทำเรื่องระทึกขวัญจนลืมไม่ลง

คนหน้ามึนที่ดูเหมือนจะงงๆเผยอยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกสนุก ไม่กี่ช่วงอึดใจร่างสูงของวิทิตก็สาวเท้าพุ่งพรวดเข้ากอดร่างบางของญาดาอย่างไม่เกรงกลัวสายตาผู้ใหญ่ทั้งสองที่หันมองหน้ากันอย่างตกใจ

น้องญาย!”

จะดีใจเวอร์เกินไปหน่อยแล้ว นี่ไม่ใช่นิยายรักน้ำเน่าไม่ต้องมากอดเธอแล้วเอาจมูกดันต้นคอเธอก็ได้ แบบนี้มันเหมือนโรคจิตอ่อนๆเลยนะ!

ดูเหมือนทั้งคู่จะสนิทกันดีนี่จ๊ะ

สนิทกันตายล่ะ! ตาหน้ามึนนี่บังอาจโผเข้ามากอดเธอโดยพลการ ญาดาอยากจะผลักร่างสูงกำยำนี่ออกไป แต่เธอทำได้เพียงแต่ใช้เรียวมือสวยตบแผ่นหลังนั้นให้กระอักเลือดตายอย่างแนบเนียน แต่ดูเหมือนนายวิทิตจะไม่สะท้าน กลับใช้ริมฝีปากบางร้อนผ่าวของตนละลาบละล้วงเธอ ใช้ประโยชน์จากการเป็นคนตัวใหญ่บังร่างเธอเสียมิด!

คุณทำอะไรน่ะ!”คิ้วเรียวสวยของญาดาขมวดปม ดวงตาคมสวยจิกสายตามองคนตัวสูงที่ใช้ริมฝีปากจูบต้นคอเธออย่างน่าไม่อาย!

ค่าจ้างที่พี่ช่วยญายเล่นละครไงครับ

พูดไปก็ทำหน้าระรื่นมีความสุขเหมือนหมาได้กระดูก! ญาดาใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างสูงของวิทิตออกไปอย่างแนบเนียน คนตัวสูงก็ดูเหมือนจะรับส่งมุกอย่างชำนาญยืนทรงตัวราวกับเป็นคนผละออกมาเอง

เห็นแบบนี้แล้วพวกแม่ก็สบายใจ นึกว่าจะเข้ากันได้ไม่ดีเสียอีก

คุณป้าวิกานดาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ ผมกับญายน่ะเข้ากันดีตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะครับ

ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงวางใจเรื่องแบรนด์ W.Y ได้แล้วสินะ

ก็นั่นน่ะสิ

ญาดาลอบส่งสายตาอาฆาตปาดคอคนตรงข้ามที่นั่งยิ้มกว้างไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรในจังหวะที่คุณหญิงทั้งสองหันไปหัวเราะชอบใจกับความสัมพันธ์บ้าๆบอๆที่แต่งแต้มขึ้นมา

งั้นแม่กับวิดานดาขอตัวไปดูเครื่องเพชรที่ส่งมาจากเปอร์เซียหน่อยแล้วกันนะ พวกลูกก็คุยกันไปก่อนแล้วกัน

วิทิตพยักหน้ารับคำมารดาอย่างเต็มใจ สายตาราวกับราชสีห์ป่าของเขานั้นเลื่อนมามองร่างบางที่ควรจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่ทว่าว่างเปล่า! พอรู้ตัวอีกทีวิทิตก็ถูกหมอนอิงข้างโซฟาฟาดเข้าหน้าให้อย่างจัง

ข้อหาที่ทำให้คอฉันเป็นรอย!”

ญาดาพูดเสียงรอดไรฟัน มือบางที่ขย้ำหมอนอิงไว้อย่างน่ากลัวพุ่งตรงเข้าหาวิทิตอย่างมาดร้าย ใครจะไปคิดกันล่ะว่านางฟ้าคนสวยของวิทิตจะมีมุมน่ากลัวได้ขนาดนี้

พี่ขอโทษ

รู้ทั้งรู้ว่าคำขอโทษไม่น่าจะช่วยเหลืออะไรได้ในเวลานี้ แต่วิทิตก็ต้องพูดเพราะความรู้สึกผิดที่ทำเรื่องวู่วามลงไป ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกผิดมากขนาดนั้นก็เถอะ

พี่ขอโทษนะครับ

มันไม่มีประโยชน์ รอยแดงนี่จะรักษายังไงกัน ทายาหม่องจะหายรึเปล่าก็ไม่รู้!”

คนสวยกำลังแยกเขี้ยวใส่วิทิตอยู่ก็จริง แต่ทว่าชายหนุ่มกลับกลั้นเสียงหัวเราะสุดตัว

หัวเราะอะไรไม่ทราบ!”

หัวเราะความไร้เดียงสาของน้องญายครับ

มะมีอะไรน่าขำงั้นเหรอ!”ญาดารู้สึกได้ถึงแก้มที่ร้อนผะผ่าวขึ้นเรื่อยๆ การที่วิทิตหัวเราะไม่ยอมหยุดทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งทำเรื่องน่าขายหน้าสุดร้ายกาจลงไป!

ก็รอยแดงๆนั่นไม่ใช่รอยแมลงกัดต่อยเสียหน่อย ถึงจะได้ใช้ยาหม่องทาแล้วหาย

แล้วใครใช้ให้มาทำรอยบ้าๆนี่กันล่ะ!”

โธ่ น้องญายคนดีของพี่ พี่ขอโทษจริงๆนะครับที่ทำอะไรวู่วาม แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้พี่รู้เรื่องหนึ่งนะครับน้องญายของพี่เป็นนางฟ้าที่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องไงล่ะครับ

นางฟ้าที่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องงั้นเหรอ! คำชมนั่นมันทำให้ผู้หญิงหลายคนตัวลอยได้เลย แต่ทว่าญาดาก็ควบคุมความรู้สึกพวกนั้นได้ดีเยี่ยม เธอกลั้นรอยยิ้มและปั้นหน้าบึ้งตึงใส่คนตัวสูงที่ยังคงยิ้มละไมให้เธอไม่หยุด อยากจะตรงเข้าไปทุบตีเอาเรื่องให้สาแก่ใจ แต่นั่นก็ไม่ใช่นิสัยปกติของญาดาในเวลาแบบนี้ เธอมีเรื่องที่ต้องสืบประวัติค้นความจริงจากผู้ชายคนนี้เสียก่อน

ไม่มีผู้หญิงที่ไหนหรอกนะที่จะไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงบนหอคอยแสนเปราะบางที่มีเจ้าชาย(หน้ามึน)คอยปกป้องดูแล ทั้งสายตา คำพูดคำจา มันชวนให้ญาดาหลงเคลิ้มละเมอไปเสียหมด โดยปกติญาดาก็ชอบใจอยู่แล้วกับการถูกปฏิบัติตัวเหมือนเจ้าหญิง ถูกเอาอกเอาใจ ผนวกกับรอยยิ้มของวิทิตมันช่างเข้าทางเธอเสียเหลือเกิ๊น ราวกับเป็นกักดักที่รอลากเจ้าหงส์น้อยลงไปติดอวนช้าๆ

น้องญายมีอะไรจะถามพี่หรือเปล่าครับ?

ญาดาสะดุ้งตัวโยนเมื่อถูกเอ่ยทักขึ้นมาสอดคล้องกับความคิดของเธอ วิทิตนั่งผสานมือโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมสันได้รูปของเขาระบายยิ้มพิมพ์ใจ นี่เขาเป็นพ่อมดหรือยังไงกันนะ เหตุใดเขาถึงได้อ่านความคิดของญาดาออกไปเสียทุกเรื่อง 

สาวขามั่นสะบัดหน้าเชิดคางขึ้นเล็กน้อยพอเป็นพิธี สายตาก็เหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้เธอ

ยังไงก็แล้วแต่…”

ญาดารู้สึกว่าหัวตัวเองมันว่างเปล่า เมื่อกี้เธอต้องการจะสืบประวัติเขาหรือเปล่า? เมื่อกี้เธอตั้งใจจะถามคนตรงหน้าว่าอย่างไรนะ แค่สายตาคมสวยของเธอผสานเข้ากับสายตาของราชสีห์ปากหัวเธอก็เบลอไปเสียหมด!

“…?วิทิตเลิกคิ้วขึ้นและเอียงคอเหมือนรอฟังตอนต่อของประโยค

ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน คุณไม่ต้องพยายามทำตัวเหมือนเราสนิทกันมาล้านชาติก็ได้

นี่น้องญายยังไม่เชื่ออีกหรือครับว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆที่คุณแม่พี่กับคุณแม่น้องญายก็เป็นที่ยืนยันขนาดนี้แล้ว

ก็ฉันจำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จักคุณ!”

น้องญายต้องจำได้แน่ๆครับ พี่เชื่อ

เธอจะไปจำได้ได้ยังไงกัน ในเมื่อค้นทุกซอกของความคิดก็แล้ว แทบจะขูดเลือดขูดเนื้อเอากล้องจุลทรรศน์มาส่องโมเลกุลดูว่าในเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งเคยรู้จักผู้ชายตรงหน้าหรือไม่ แต่คำตอบที่พบก็คือ ไม่ ญาดาไม่เคยรู้จักผู้ชายที่แก่กว่าเธอถึงเจ็ดปี แถมยังหน้าตาดีขนาดนี้ก็แค่ดีกว่าคนทั่วไปนั่นล่ะ!

ตอนนี้น้องญายแค่ยังจำไม่ได้เท่านั้นเองวิทิตยังคงยืนกรานหนักแน่น ดวงตาคมเรียวของวิทิตดูเหมือนราชสีห์ที่มีความมุ่งมั่นมากเสียจนญาดายังแอบเขวในความมั่นใจของตัวเอง

หรือเธอจะเคยรู้จักเขามาก่อน? แต่นั่นอาจจะนานมามากแล้ว เธออาจจะเคยเดินผ่านเขาที่ห้างสรรพสินค้าโซนของเล่น หรือไม่ก็เคยกินข้าวที่ร้านเดียวกัน แต่จะมีคนประเภทไหนบ้างล่ะที่จำแม่นฝังลึกได้ขนาดนั้น เธอกับนายวิทิตจะต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในอดีตแน่ๆ เพียงแต่เธอลืมมันไปแล้ว

น้องญายครับ ไม่คุ้นกับหน้าแบบนี้บ้างเลยหรือ

เฮ้ย! นี่คุณทำอะไรของคุณน่ะ!”

ใบหน้าซื่อๆที่ถามหาเอาคำตอบของเจ้าหนุ่มยื่นเข้าใกล้ใบหน้าของหญิงสาวจนจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว ญาดารู้สึกได้ว่าข้างแก้มเนียนใสของเธอทั้งสองข้างจะต้องขึ้นสีแดงระเรื่อแน่ๆ ไม่ใช่ว่าญาดาจะไม่เคยใกล้ชิดชายหนุ่มคนไหนมาก่อน แต่ทว่านายวิทิตมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากทุกๆคน  

เพื่อปกปิดอาการใจเต้นระทึกอย่างกระสับกระส่าย ญาดาใช้มือข้างที่ว่างผลักอกของวิทิตออกไปสุดแรง แสร้งทำเป็นโมโหโกรธาและแผดเสียงแหลม เป็นผู้หญิงจะเผยให้อีกฝ่ายเห็นท่าทีทั้งหมดของตัวเองได้อย่างไร จะหาว่าเธอฟอร์มจัดก็ว่าได้

ให้เกียรติฉันบ้างนะคะ! อีกอย่างฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อเล่นว่าญาย ถ้าจำเป็นที่จะต้องเรียกชื่อฉัน ก็กรุณาเรียกว่าญาดาเถอะค่ะ!!”

ตอนแรกนึกว่าวิทิตจะโมโหคืนบ้างที่ถูกตอกหน้ากลับด้วยวาจาห่างเหิน ทั้งๆที่เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าเป็นคนรู้จัก แต่ความคิดของญาดาผิดถนัด สิ่งที่วิทิตทำคือแค่ส่งยิ้มให้กับญาดาอย่างเข้าใจดีเท่านั้น ไม่มีแววขัดเคืองกับกิริยาที่คนด้อยอาวุโสกว่ากระทำเลยเสียนิด

พี่ขอโทษนะครับ พอดีพี่เองก็เผลอลืมตัวเรียกน้องญายซะตีสนิทเชียว เป็นใครก็คงจะไม่ชอบชื่อที่ตั้งมาพ้องเสียงกับคำว่ายาย พี่จะพยายามปรับแล้วกันนะครับ ญาดา ญาดา ญาดา

ท้ายประโยคชายหนุ่มพยายามที่จะท่องจำกับตัวเอง ใบหน้าตั้งใจและมือแกร่งกำยำทั้งสองข้างของวิทิตกำมือแน่นอยู่ที่ระดับอกไปตามจังหวะเสียงที่เปล่งชื่อของอีกฝ่าย

ญาดามองภาพตรงหน้าแปลกใจระคนตำหนิตนเอง ถึงเธอจะยังไม่ได้แผลงฤทธิ์เจ้าแม่อะไรมากมายอย่างที่เคยทำ แต่ทว่าความรู้สึกผิดกลับจับใจเธอ เธอทำอะไรลงไป? ทำร้ายน้ำใจของผู้ชายตรงหน้าเสียยับเยิน เขาก็แค่ลืมตัวเผลอเรียกชื่อเธออย่างสนิทใจก็เท่านั้น ทำตัวเป็นนางอิจฉาที่วีนแตกไร้เหตุผลไปได้!

พอๆ! ไม่ต้องมาท่องอะไรต่อหน้าฉันทั้งนั้นล่ะ ถ้ามันลำบากนักก็เรียกว่าดาแล้วกัน

ดาเหรอ…”

นั่นคือชื่อเล่นที่เพื่อนๆฉันตั้งให้ ถ้าคุณเรียกญาดาไม่คุ้นปากหรือเมื่อยปากนัก ก็เรียกดาแล้วกัน

ที่ทำงานมีคนชื่อดาตั้งเยอะ แล้วแบบนี้จะไม่สับสนหรือครับ

มากเรื่องจริงตาคนนี้! เดี๋ยวแม่ก็กระโดดตบให้หน้าหันเสียหรอก! แต่เพราะท่าทางของวิทิตที่ไม่ได้แสดงอาการงี่เง่าแต่เป็นใบหน้าใสซื่ออย่างสงสัยจริงๆ ทำให้ญาดาไม่กล้าจะเอ่ยปากต่อว่าเขา

แล้วยังในประเทศไทยมีคนชื่อดาอีกตั้งเป็นพันเป็นหมื่นคน น้องญายชอบเหรอครับที่ชื่อซ้ำกับคนอื่นน่ะ พี่นึกว่าน้องญายต้องเป็นผู้หญิงที่มีคนเดียวในโลกเสียอีก

ไอ้สายตาที่ส่งมานั่นมันแอบแฝงความหมายอะไรหรือเปล่า ญาดากอดอกแน่นและสะบัดใบหน้าขึ้น ช่างสงสัย ขี้ถามไปสารพัด ตกลงว่าเธอกลายเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นให้กับนักธุรกิจหนุ่มที่อายุปาเข้าไปยี่สิบแปดแล้วหรือไงกันนะ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งปวดหัว เริ่มควบคุมเส้นประสาทที่กระตุกข้างขมับขวาไม่ได้ กับอีแค่ชื่อจะหาเรื่องให้มากความไปทำไมกันนะ เสียเวลาที่สุด

คุณจะเรียกอะไรก็เรื่องของคุณเถอะ ฉันขี้เกียจจะอธิบายอะไรให้มันมากความ

น้องญาย น้องญาย น้องญาย พี่ขอเรียกชื่อนี้นะครับ

แล้วไอ้ที่โต้เถียงกันมาทั้งหมดเธอทำไปเพื่ออะไรกันนะ ไหล่ลู่ตกลงไปเพราะหมดแรงเปลืองเวลาไปฟรีๆเลย

ถ้ายังไงพรุ่งนี้พี่จะมารับไปที่บริษัทพร้อมกันนะครับ

ร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินมาส่งสาวมั่นถึงหน้าประตูบ้านร้องบอกเสียงนุ่ม ญาดาไม่อยากให้นายหน้ามึนคนนี้ตามมาส่งเธอถึงที่บ้านนักหรอก ถ้าหากคุณป้าอรนิภาจะไม่สนับสนุนกันขนาดนี้ ส่วนคุณแม่ของเธอถึงจะมีท่าทีอึกอักไปบ้าง แต่ก็ออกปากบอกนายวิทิตให้มาส่งเธอจนได้

รอยยิ้มละไมใสซื่อฉายเด่นอยู่บนใบหน้าหล่อคมสัน ยิ่งเพ่งพินิจดูก็ไม่พบริ้วรอยแห่งวัยเลยเสียนิด ญาดาตั้งฉายาให้วิทิตในใจว่าเป็นพ่อมดแห่งศัลยกรรม เธอดูออกว่าใครเสริมแต่งอะไรมาบ้าง แต่เท่าที่ดูวิทิตไม่ได้ผ่านเรื่องศัลยกรรมมาเลยสักนิด ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นข้องใจ ผู้ชายอะไรจะหน้าใสเด้งกว่าผู้หญิงขนาดนี้!

บ้านน้องญายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับเสียงนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับดวงตาเป็นประกายที่สำรวจภายนอกของบ้านอย่างสนอกสนใจ

ญาดาเองก็ไม่ได้ต่างจากวิทิตนัก เธอก็แปลกใจที่บ้านของเธอเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ มีการต่อเติมบ้านส่วนนอกออกไปเป็นเรือนหลังเล็ก มีสวนหย่อมน้อยๆติดกับตัวบ้าน และด้านหน้าบ้านก็ปูหญ้าจัดสวนสวยสลับ ต้นไม้ พุ่มไม้น้อยใหญ่ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นเขียวขจีน่าอยู่มากขึ้น

คุณแม่น้องญายท่านเก่งเรื่องจัดสวนจังเลยนะครับ เหมือนอยู่ในอิตาลีเลย

เคยไปมาด้วยเหรอ

ครับ เคยไปเที่ยวอยู่ครั้งหนึ่ง บ้านที่อิตาลีมักจะนิยมปลูกไร้องุ่น ทำฟาร์มนม ทำชีส สไตล์การจัดสวนก็เหมือนกับสวนหน้าบ้านน้องญายเลยครับ

ญาดายังไม่เคยไปอิตาลี เธอฝันว่าสักครั้งก็จะไปเที่ยวที่นั่นสักที แต่ยังไม่สบโอกาสเหมาะเท่านั้น  

ไว้พี่อาสาเป็นไกด์ทัวร์พาน้องญายไปเที่ยวอิตาลีมั้ยครับ

คุณนี่พูดอะไรตลกๆไปได้นะ ใครจะไปเที่ยวกับคุณกันล่ะ

สักวันล่ะครับ พี่จะพาน้องญายไปเที่ยวให้ได้จริงๆ

 คำพูดหวานๆที่มาพร้อมกับคำสัญญาสวยหรูไม่ได้ทำให้ญาดาเป็นปลื้มนักหรอกนะ ก็แค่หัวใจพองโตขึ้นมาหน่อยๆเท่านั้น ผู้ชายคนอื่นๆของเธอก็พูดจาชวนฝันแบบนี้กันทั้งนั้นล่ะ อีกอย่างเธอจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้นขอแค่มีเวลาว่างก็พอ

สาวมั่นสะบัดหน้าขึ้นอีกครั้ง กอดอกและทำปากเชิดเหมือนพญาหงส์ที่ไม่สนใจกับคำพูดใสๆของชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าวิทิตจะยังคงยิ้มละไมตายีอยู่ตรงหน้า

คุณกลับไปได้แล้วล่ะ ฉันจะเข้าบ้านแล้ว

ชายหนุ่มยิ้มกว้างเห็นฟันขาวๆเรียงตัวสวยก่อนจะพยักหน้ารับ

ครับ แล้วพรุ่งนี้พี่จะมารับตอนเจ็ดโมงเช้านะครับ

ญาดาไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้ารับและรีบแทรกตัวเข้าไปในบ้านทันที แผ่นหลังบางของเธอเอนพิงกับฝาพนังบ้านเพื่อยืนทรงตัว ผู้ชายยิ้มสวย หน้าตาหล่อ เป็นผู้ใหญ่ ไม่งี่เง่า ช่างเอาอกเอาใจ ฐานะมั่นคง นี่มันสเปคว่าที่สามีในอนาคตของเธอแท้ๆ รับมืออย่างนี้ก็เหมือนกับแพ้ทางผู้ชายในฝันของตัวเองไม่มีผิด ควบคุมหัวใจตัวเองก็ยากแสนยาก จะวางฟอร์มก็ยิ่งดูพิลึกพิกลจะน่าขัน 

คุณญาดาคะ

ร่างบางรู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากปล่อยความคิดเพ้อเจ้อลอยไปไกล สาวใช้ในบ้านที่คุณหญิงวิกานดาเพิ่งว่าจ้างไม่นานมานี้คลานเข่าเข้ามาหาคุณหนูกลางของบ้าน เธอเป็นเด็กวัยรุ่นอายุประมาณสิบสามสิบสี่เห็นจะได้

ญาดาไม่ชอบใจนักหรอกที่สาวใช้จะต้องคอยคลานเข่าเข้าหาเจ้านาย เธอรู้ว่ามันเป็นการเคารพผู้ใหญ่ แต่เธอก็ไม่ได้แก่หงำเหงือกอะไรขนาดนั้น

มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหลายสายเลยค่ะ แต่แพวไม่กล้ารับ จะไปตามคุณญาดาที่บ้านศกุลกานต์ก็กลัวจะไม่เหมาะ ก็เลยไม่ได้รับสาย…”

ใบหน้าของญาดาพยักหน้ารับคำรายงานของสาวใช้อายุยังน้อย มือเรียวของเธอรับโทรศัพท์มาจากแพวก่อนจะเปิดดูสายที่ค้างอยู่ ปฏิการโทรมาหาเธอเป็นทั้งหมดสามสาย คงจะโทรมาชวนคุยหรือไม่ก็โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบเสียล่ะมั้ง

ขอบใจมากแพวญาดาบอกพร้อมโปรยรอยยิ้มสวยของเธอให้กับสาวใช้

แพวรู้สึกประทับใจกับความสวยของญาดาตั้งแต่แรกเห็นเมื่อวานนี้ ยิ่งคุณหนูคนกลางเป็นคนมีเมตตายิ่งทำให้เธอรู้สึกเคารพในญาดามากขึ้น

อ้อใช่ แพว คราวหลังไม่ต้องคลานเข่าเข้ามาหาฉันนะ เธออายุน้อยกว่าฉันไม่กี่ปี ก็เหมือนน้องสาวฉันนี่ล่ะ

แพวยิ้มแก้มบานก่อนจะโค้งให้กับญาดาและหายตัวเข้าไปในครัว ญาดาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองเกลียดกับคนอื่น เธอเกลียดการกดข่ม การดูหมิ่นคนอื่น เธอก็จะไม่ทำกับคนอื่นเช่นกัน

ดีกับเด็กมันมาก มันก็เหลิงเอาน่ะสิ

ไม่เหมือนกับต้องตาหรอกมั้งที่ดูเรียบๆนิ่งๆแต่ว่าร้ายลึก

ใจเขาใจเรา นึกถึงคนเป็นพ่อเป็นแม่แพวบ้าง

ต้องตายืนพิงกำแพงอีกฝั่งหนึ่งของบ้าน ทำหน้าเหมือนกับว่าได้ฟังเรื่องเซอร์ไพร์สประจำวันที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากของญาดา

วันนี้ต้องตาแต่งตัวด้วยชุดสูทดูเรียบร้อยเป็นทางการ คงจะเพิ่งกลับจากทำงานมาหรืออะไรสักอย่าง ญาดาไม่สนใจต้องตาหรอกนะเพราะมันทำให้เธอปวดสมอง ทั้งๆที่เป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาไม่กี่ปี แต่เธอกับต้องตาก็ไม่ค่อยจะกินเส้นลงลอยกันนัก ตัวเธอเองก็ลืมไปแล้วด้วยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เธอกับต้องตาไม่ลงลอยกันแบบนี้

แปลกนะที่ดาคิดถึงหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่

ป่วยการที่จะต้องมายืนนิ่งให้ต้องตากัดแทะเล่นระบายอารมณ์ ญาดาเลือกที่จะเดินหนีเสียไปให้พ้นๆ ถึงแม้ว่าต้องตาทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาอีกก็ตาม

ร่างบางของญาดาทิ้งตัวลงนั่งกับเตียงนุ่มในห้องนอนส่วนตัว ปลายนิ้วสวยคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู อึดใจเดียวปลายสายก็รีบกดตัดสายหญิงสาว และโทรกลับมาอย่างเร่งด่วน

ฮัลโหลดา

ว่าไงพาย

ญาดามองเงาตัวเองในกระจกที่แขวนอยู่ข้างหัวเตียงในขณะที่คุยโทรศัพท์ไปด้วย ใบหน้าของเธอนั้นเรียบเฉยในขณะที่พูดคุยกับปฏิการ ปลายสายมีน้ำเสียงยินดีที่ได้คุยกับเธอ ญาดาหัวเราะขำๆกับน้ำเสียงตื่นเต้นที่พยายามจะชวนเธอคุย

วันมะรืนนี้พายได้หยุด วันมะรืนเราไปหาอะไรอร่อยๆทานกันดีไหมคะ?

เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก แต่ทว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปญาดาจะต้องเริ่มทดลองงานแล้ว เธอไม่คิดว่าตัวเองจะมีเวลาว่างออกไปเที่ยวที่ไหนไกลๆกับปฏิการได้

ขอโทษนะพาย พรุ่งนี้ดาทดลองงานแล้วน่ะ ไม่รู้ว่าจะว่างเมื่อไหร่เลย

อย่างนั้นเหรอ ว้า แย่จังเลยนะ นานๆทีพายจะได้หยุดเลยไม่รู้จะไปไหนเลย นอนอยู่บ้านก็เบื่อหลานมันส่งเสียงดัง ซนไม่หยุดอีก

ญาดาหัวเราะเสียงใสกับน้ำเสียงที่น่ารักของปฏิการ ปลายสายได้ยินอย่างนั้นเลยเผลอหัวเราะตามไปด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของญาดาเหมือนเป็นตัวจุดประกายให้กับเขา ราวกับแรงบันดาลใจให้กับศิลปินอะไรเถือกนั้น เพียงแต่ปฏิการเป็นนักวิเคราะห์มากกว่าศิลปิน การจะคิดหรือแสดงความรู้สึกอะไรบางอย่างเลยทำได้แต่แสดงออกผ่านน้ำเสียงที่จริงใจของตนเท่านั้น ผู้หญิงอย่างญาดาไม่ได้โง่และไม่คิดจะแกล้งโง่ผลักดันความรู้สึกดีๆของหนุ่มหน้าใสคนนี้ เธอยินดีรับมันไว้ทั้งหมด

ลองถามฟุ้งฟ้าดูสิ ช่วงนี้ฟ้ามันว่างน่ะ โทรมาบ่นบ่อยๆว่าอยากจะไปกินบุฟเฟ่ต์แถวสุขุมวิท

เที่ยวกับฟ้า พายก็โดนแซวยับหมดน่ะสิ ดาก็รู้อยู่ว่าฟุ้งฟ้าขี้แซวขนาดไหน

แหม ถ้างั้นพายก็คงต้องนั่งแกร่วอยู่กับหลานจอมซนของพายแล้วล่ะ

ก็ได้ๆ พายจะพาฟุ้งฟ้าไปกินบุฟเฟ่ต์ โดนแซวก็ยังดีกว่าโดนจับเป็นช้างม้าวัวควายทั้งวันล่ะนะ

เสียงหัวเราะเบาๆของญาดาสร้างรอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มปลายสาย ปฏิการไม่ขออะไรอีกแล้วนอกจากการได้คุยและได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของญาดา เขาจินตนาการถึงรอยยิ้มสวยของเธอได้ไม่มีผู้หญิงที่ไหนที่จะยิ้มได้สวยน่ารักเท่าญาดาอีกแล้ว

พายรักดามากนะคะ

ความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ชัดเจนแจ่มแจ้งเสียขนาดนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ยืนยันถึงความซื่อสัตย์ที่มีมา ญาดาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ความรู้สึกของตัวเองเป็นอย่างไรกันแน่ แค่คำว่าคนดีมันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคำว่ารักก็เป็นได้

 

  

  

 

Talk with writer 

หวังว่านักอ่านที่น่ารักจะชื่นชอบกับพระเอกหน้ามึนของเรากันนะคะ 
เพราะโดยส่วนตัวเเล้วนักเขียนก็ชอบตัวพระเอกมากเป็นพิเศษ 
ตอนนี้ก็...แม่สามี เจอกับลูกสะใภ้ อุ๊บส์ๆๆ เขินแทนเป็นอย่างมาก 
คิดเห็นกันอย่างไรก็เม้นท์มาคุยกันได้นะคะตื่นเต้นที่มีคนมาคุยเรื่องนิยายด้วยกัน 
ส่วนคำผิดต้องขออภัยด้วย ทางนักเขียนจะรีบเเก้ให้ไวที่สุดเลยค่ะ 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ยอดยาหยี ตอนที่ 2 : น้องญายคนสวยแสนดีของพี่ตา--->สีเเดงจ้ำข้างคอ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5812 , โพส : 3 , Rating : 92% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 14
น่ารักมากๆๆเลยค่ะ สุดยอด
Name : BMMMMM [ IP : 202.28.7.51 ]

วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:18
# 2 : ความคิดเห็นที่ 6
อัยย่ะ พี่ตาน่ารักอ่ะ
Name : แอม [ IP : 182.52.117.157 ]

วันที่: 17 มกราคม 2556 / 00:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 5
ออกแนวพระเอกตามนางเอก
Name : เมเปิ้ล [ IP : 58.9.170.11 ]

วันที่: 16 มกราคม 2556 / 20:53
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android