ตอนที่ 4 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 01-3 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    10 พ.ค. 61



อ้าว ไอ้ฌาน หมดกะมึงไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ

จู่ๆ ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเราสองคน เขาเป็นคนตัวสูงแต่เตี้ยกว่าฌานแน่นอน แถมยังไว้ผมสกินเฮดที่เริ่มยาว ซึ่งนั่นทำให้เขาดูเหมือนเด็กมัธยมไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่ อายุของเราสามคนน่าจะไล่เลี่ยกันนะ  

อ้อ เรื่องที่ฉันรู้ว่าเขาเป็นพนักงานที่นี่ ก็เพราะเขาสวมเสื้อเอี๊ยมแบบเดียวกันกับฌานและพนักงานคนอื่นๆ ดูเหมือนว่ายูนิฟอร์มของอู่นี่จะเป็นเอี๊ยมกางเกงนะ

หาลูกค้ามาให้ไม่ดีเหรอไง เออ เชน ขอยืมโทรศัพท์มึงหน่อยดิ

หือ แล้วโทรศัพท์มึงไปไหนอ่ะ

เหอะน่า ชักช้าอยู่นั่นล่ะ

คนชื่อเชนขมวดคิ้วอย่างงุนงงแต่ก็ยอมควักโทรศัพท์ตัวเองออกมาจากกระเป๋าเอี๊ยมด้านหน้าและยื่นส่งให้คนตัวสูงกว่า ฌานรับมันไว้และเดินมาทางฉันพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้

มันไม่ใช่เบอร์เรานะ เพราะฉะนั้นกลับไปไม่ต้องเมมก็ได้

ฉันทำหน้างงใส่เขา ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร และนั่นทำให้เขาหัวเราะคิก

เอาไปโทรหาที่บ้านให้มารับไง

อ๋อ

ฉันพยักหน้ารับทำเหมือนว่าเข้าใจ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด โทรศัพท์ที่ฌานยืมมาจากเชนเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ฉันใช้อยู่ ฉันเลยกดเบอร์เพื่อที่จะโทรหาเจ้เบลซึ่งอยู่ใกล้ฉันมากที่สุดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักนิ้วที่กำลังจะปัดปุ่มโทรออกบนหน้าจอ

ถ้าหากว่านี่เป็นโทรศัพท์ของฌาน นั่นแปลว่าเขาจะมีเบอร์ที่บ้านฉัน...และการที่เขาห้ามไม่ให้เมมเบอร์เชน นั่นเป็นเพราะเขาหวง...?

ไม่โทรเหรอคนถามทำหน้าซื่อพร้อมกับเอียงคอมอง แต่องศาที่เจ้าตัวโน้มหน้าเข้ามามันใกล้มากจนเหมือนกับรอส่องประวัติการโทรหลังจากฉันโทรเสร็จ

ถึงฉันจะไม่รู้แน่ชัดว่าที่เขาทำไปแบบนี้เพราะจีบ...หรืออะไรก็ช่าง ฉันรีบกดลบเบอร์ที่ร้านออกไปเพื่อกันปัญหาที่จะเกิดในภายภาคหน้า แล้วเปลี่ยนมากดเบอร์มือถือเจ้เบลแทน อย่างน้อยๆ เขาคงไม่กล้าโทรเข้าเบอร์มือถือใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกมั้ง อีกอย่างเจ้ฉันน่ะโหดใช่ย่อย เธอเคยได้ฉายาว่านางมารร้ายเลยนะเมื่อสมัยเรียนน่ะ

สัญญาณรอสายดังเพียงไม่นาน เจ้เบลก็กรอกเสียงกลับมา

เจ้ เกวมีเรื่องเดือดร้อนอ่ะ

เสียงเจ้เบลแผดแหลมออกมาทันทีที่ฉันพูดจบประโยค ฉันต้องนั่งสาธยายเรื่องราวทั้งหมดให้พี่สาวฟังกว่าเธอจะใจเย็นลงและตบปากรับคำว่าจะมารับพร้อมกับลูกน้องที่ร้านที่จะมาช่วยขนกล่องพวกนั้นกลับไป แต่คงต้องรอเวลาสักพัก เพราะช่วงเย็นๆ ลูกค้าที่ร้านจะเยอะมาก เจ้เบลเลยบอกว่าจะมารับฉันหลังจากที่ปิดร้านเสร็จเรียบร้อย ซึ่งนั่นก็เป็นเวลากว่าหนึ่งทุ่ม!

ให้ตายสิ

ฉันสบถออกมาแผ่วเบาโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มประหลาดที่ไม่เคยเจอมาก่อน และคนที่กำลังส่งสายตานั่นมาให้ฉันคือเด็กอู่ซ่อมรถที่เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์ให้จนเสร็จสรรพนานแล้ว

ขอบใจนะ

ฉันเลือกที่จะหลบสายตาจากฌาน โดยการยื่นส่งมือถือคืนให้เชนที่อยู่ห่างไปเป็นวา เจ้าตัวทำหน้างงๆ แต่ก็เข้ามารับโทรศัพท์ไป ฌานจ้องโทรศัพท์ของเชนตาเป็นมัน แต่เหมือนเจ้าของจะรู้ เพราะเชนหัวเราะหึหึในลำคอและจัดการเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าซิบด้านหน้าที่ฌานไม่มีทางเข้าถึงมันได้ง่ายๆ

จ่ายค่าโทรศัพท์มาด้วยนะเว้ยฌาน ไม่มีบริการโทรฟรี

เชนพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงจังเมื่อเงยหน้ามาเจอฌานชะโงกคอตามโทรศัพท์ เขาถูกล็อคคอด้วยฝีมือของเพื่อนจนต้องร้องขออากาศหายใจ

มึงนี่!”

ฌานโวยวายอยู่พักใหญ่ เชนก็หัวเราะร่าแล้วก็เดินจากไป ราวกับว่าสองคนนี้มีความนัยที่รู้กันเพียงสองคน

บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง และแทนที่ฉันจะยินดีกับบรรยากาศเงียบสนิทนี่ แต่มันกลับสร้างความอึดอัดให้ฉันซะมากกว่า เพราะสายตาของฌานยังคงจ้องมองมาที่ฉันด้วยท่าทีกรุ้มกริ่มแบบสุดๆ

ไม่ได้การ ฉันต้องหาเรื่องมาคุย สักอย่างหนึ่ง ฉันทนให้เขาจ้องด้วยสายตาแบบนั้นไม่ไหวแล้ว

เท่าไหร่

ฉันถามเขาเสียงเข้มเพียงเพื่อจะหลบตา แต่ฌานไม่ได้ละสายตาไปเลย เขากลับยิ้ม และรอยยิ้มเขามันก็สวยพิลึก  

ไม่คิดตังค์

ฮะ?

คำตอบของเขาทำให้ฉันงง เขาเป็นลูกจ้างที่อู่แห่งนี้นะ แล้วมีสิทธิ์อะไรที่จะให้ฉันซ่อมรถฟรีกันล่ะ

ถ้าเธอให้เบอร์เรา เราไม่คิดตังค์นะฌานว่าและอมยิ้ม ตางี้เป็นประกายวิบวับไม่ต่างจากสิงโตรอขย้ำเหยื่อ

ไม่ดีกว่า...

ฉันตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเจาะจงเข้าประเด็นสุดๆ นั่นไงล่ะ เขาจีบฉันจริงๆ ด้วย โธ่ ชีวิต โสดมา 19 ปีไร้ซึ่งคนจีบ ทำไมคนที่มาจีบฉันเป็นคนแรกต้องเป็นเด็กอู่ซ่อมรถไว้หนวดไว้เคราเลอะเทอะไม่ต่างจากโจรป่าด้วย! ถึงจะแอบหน้าตาดีนิดๆ มีน้ำใจช่วยเหลือฉันหน่อยๆ แต่มันก็ไม่ผ่านเกณฑ์รึเปล่า!!  

เฮ้ย โปรโมชั่นแบบนี้ไม่มีอีกแล้วนะ ซ่อมฟรีไม่คิดตังค์ ขอแค่เบอร์โทรสิบหลักใช่ว่าขอพรหมจรรย์ที่ไหนล่ะ

ฉันรู้สึกแปลกกับประโยคช่วงท้ายของเขา แต่ก็พยายามวางตัวนิ่งแล้วตอบกลับไปทันควัน

ไม่กลัวเฒ่าแก่หักเงินเดือนเหรอไง!”

ฌานสั่นหัวและฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีราวกับว่าเรื่องซ่อมรถฟรีเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเท่านั้น เรื่องใหญ่กว่าสำหรับเขาคือการพุ่งชนเป้าหมายอย่างฉัน!! ฉันเนี่ยนะไปมีอะไรเข้าตาผู้ชายอย่างเขา...บ้าแน่ๆ    

ทำไมอ่ะ เธอน่ารักดี ขอจีบได้ป่ะ

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั่นถูกส่งมาให้...ฌานเท้าเอวและเอียงคอมองฉันเหมือนกับกำลังพินิจพิจารณาฉันอยู่ ฉันที่รู้ตัวว่าไม่สามารถหนีไปไหนพ้นจนกว่าเจ้เบลจะมารับเลยทำใจดีสู้เสือด้วยการมองเขากลับ แต่การสบตาระหว่างเรากลับทำให้ฉันกระอักกระอ่วนสุดชีวิต และสายตาฉันมันคงฟ้องล่ะมั้งว่าคิดยังไงกับเขา

เครื่องแบบอู่ซ่อมรถ ตัวเปรอะคราบน้ำมัน หน้าดำปี๋ ไว้หนวดเครา และมือหยาบกร้านสกปรก เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันคิดจะหวั่นไหวด้วยเลยสักนิด ไม่ใช่ประเภทที่จะเจอได้ในละคร ไม่ใช่พระเอกที่หลุดมาจากในนิยายที่ฉันอ่าน โอเค เขาอาจจะเป็นคนดี มีน้ำใจช่วยเหลือฉันทั้งๆ ที่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่นั่นก็ควรจะอยู่ในขอบเขตของคำว่าเพื่อนร่วมโลก เท่านั้นมั้ย

ฌานที่รู้ตัวว่าฉันกำลังมองเขาด้วยความรู้สึกยังไงใช้มือเช็ดกับกางเกงยีนส์เก่าๆ ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันอีกครั้งพร้อมกับยักคิ้วให้หนึ่งข้าง สายตาของเขาแพรวพราวมากจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาอีกจนได้


นี่เขาไม่รู้สึกแย่เลยเหรอกับการที่ฉันมองแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้เขาคงเกลียดฉันไปแล้วเพราะคิดว่าฉันมองเหยียด    

ทำไมอ่ะ ไม่ไว้ใจเรา เพราะเราเป็นเด็กอู่เหรอ อ่านนิยายมากไปป่ะเนี่ย

เปล่านะ...ฉันตอบเขาเสียงเบาหวิวเมื่อถูกจี้จุดบางอย่าง ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าการชอบอ่านนิยายมันจะมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ แต่พอฟังคำตอบฉันก็ถึงบางอ้อ...

ไม่เห็นเข้าใจเลย หน้าตาอย่างเราไม่เหมือนโจรผู้ร้ายสักหน่อย เราไม่ฉุดกระชากจับกดเหมือนนิยายติดเรทเพียงเพื่อจะจีบเธอหรอก

เขาเดาได้แม่นมากว่าฉันอ่านนิยายประเภทไหน และนั่นทำให้ฉันหน้าชาจนต้องก้มหน้าหงุดๆ ไม่กล้าสบสายตาด้วย

เราจีบเธอแบบน่ารักนะ อ่อยนิดๆ อ้อนหน่อยๆ อึนน้อยๆ แค่นี้ไม่พอให้เธอหวั่นไหวเหรอ

เจ้าตัวไม่ได้พูดเปล่า แต่ยังทำท่าทางประกอบด้วยการยิ้มหวานตาหยีและเอียงหัวไปมาเหมือนกับเด็กน้อย นอกจากกำลังใจเขาจะมาเต็มร้อยแล้ว ลูกเล่นของเขายังเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน  

ถึงเราจะไม่ได้รวยเหมือนคนอื่นๆ อ่ะนะ แต่เราก็มีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่นหน้าหล่อๆ ของเราก็ทำเธอฟินติดลมบนได้…”

นอนวัดไม่คิดตังค์ด้วยรึเปล่าวะฌาน!! ฮิ้วๆ

หรือจะพายเรือข้ามคลองเป็นขวัญกับเรียม กิ๊วๆ

แล้วก็ซ่อมมอไซค์ฟรีไม่คิดตังค์สินะ! ฮิ้ววววววว

เสียงโห่แซวนั้นดังมาจากเพื่อนๆ ร่วมงานของฌานทางด้านหลัง พอฉันชะโงกคอมองข้ามไหล่เขาด้วยความสงสัย ก็พบว่าตอนนี้พนักงานอู่ที่ว่างจากงานแล้วกำลังเกาะกลุ่มยืนแซวและผิวปากเชียร์เพื่อนตัวเองอยู่

พวกมึง!” ฌานหันกลับไปหาเพื่อนและทำท่าเหมือนจะเข้าไปเอาเรื่องที่ถูกแซว แต่เขาก็แค่ทำเป็นเล่นไปอย่างนั้นเอง เพราะเจ้าตัวหันกลับมาหาฉันในทันทีพร้อมกับเท้าเอวมองตอนที่พูดบางอย่างออกมาโดยที่ฉันไม่ได้ถาม  

ใช่ เราเป็นเด็กกำพร้าที่หลวงตาเก็บมาเลี้ยง แต่เราขยัน ถ้าตั้งใจอะไรไว้ เราต้องทำให้ได้ เราไม่สูบบุหรี่ กินเหล้าบ้างตามภาษา แล้วเราก็จริงใจ ไม่เจ้าชู้

มาบอกเราทำไม...ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย

ก็เราอยากให้เธอตัดสินใจใหม่อ่ะ อย่าเพิ่งตัดสินเราจากภายนอก อยากให้มองเราที่ภายใน ให้เราจีบเธอนะ รับรองไม่ผิดหวังหรอก

เขาพูดเองเสร็จสรรพและเรียกเสียงฮิ้วจากเพื่อนๆ ได้ยกใหญ่ ฌานอาจจะเป็นคนดีอย่างปากว่า แต่คนที่เพิ่งเคยเจอกันแค่วันเดียว...ฉันไม่มีทางให้เบอร์โทรหรือยอมโอนอ่อนอนุญาตให้เขาจีบหรอก ใครๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นล่ะว่าตัวเองมีดียังไง แต่ไม่เคยเผยข้อเสียของตัวเองออกมาให้ได้เห็นกันจะๆ หรอก  

สีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองฉันอย่างคาดหวังทำให้ฉันกระอักกระอ่วนจนถึงขั้นอึดอัด ฉันถอนหายใจเหยียดยาวและเหลือบสายตามองนาฬิกาที่แขวนบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาหกโมง ซึ่งนั่นหมายความว่าฉันต้องรอเจ้เบลกว่าอีกชั่วโมงและอาจถูกตามตื๊อแบบนี้ไม่หยุด และความน่าอึดอัดก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ฉันต้องจบปัญหานี้ ตัดไฟแต่ต้นลม แม้เขาจะมีบุญคุณ แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทดแทนเขาด้วยเบอร์มือถือหรือยอมให้เขาจีบนี่

โทษนะฌาน แต่เราไม่ชอบอ่ะ เราไม่ชอบคุยกับคนไม่รู้จัก

คำพูดตรงๆ ของฉันทำให้สีหน้าของฌานดูเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่เคยมีประกายสุกใสกลับกลายเป็นประกายหม่นหมองจนฉันใจหายแวบ มันโทษกันไม่ได้นี่ที่ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงใจง่ายแบบนั้น ต่อให้การที่ฉันไม่เปิดใจจะเป็นกำแพงสูงที่ทำให้ไม่มีใครมาจีบตลอดสิบเก้าปี แต่ฉันก็ยังจะเป็นแบบนี้นี่ล่ะ...ขึ้นคานก็ช่างมันปะไร

เราค่อยๆ รู้จักกันไปก็ได้นี่ฌานยังคงทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าเขากำลังคอตกจากการผิดหวังก็ตาม

เสียงเพื่อนด้านหลังเขาเงียบกริบเมื่อฉันลุกขึ้นยืนตรงหน้าเขา ต่อให้ฉันพูดปฏิเสธอะไรไป ผู้ชายตรงหน้าฉันก็คงจะดึงดันดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สินะ

แต่เราว่า...เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ ขอบคุณมากจริงๆ นะสำหรับความช่วยเหลือ

ฉันเดินกระเผลกๆ อย่างดื้อรั้นไปที่ออฟฟิศของอู่และจัดการจ่ายเงินกับเชนที่อยู่ในนั้น ก่อนจะเดินอย่างเชื่องช้าไม่ต่างจากหอยทากไปที่รถมอเตอร์ไซค์ เสียบกุญแจและบึ่งรถฟีโน่ออกไปโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองอีก

ฉันกับเขาไม่มีทางที่จะได้เจอกันอีกแล้วล่ะ ฌาน เขาก็เป็นแค่ผู้ชายหน้าหม้อที่ป้อสาวไปวันๆ ไม่มีทางที่จะสานสัมพันธ์กับฉันได้ การตัดจบความสัมพันธ์ไปตั้งแต่ต้นมันก็ดีแล้ว...

มันดีแล้วจริงๆ...ใช่มั้ย

แล้วทำไมฉันต้องรู้สึกแย่ที่ตัวเองเป็นสาเหตุทำให้สายตาสดใสคู่นั้นดูหม่นหมองด้วยล่ะ ดูท่าว่าฉันจะประสาทกลับซะแล้ว

 

 

น้องเกวเอ๋ย บอกให้รู้ไว้นะลูกว่าบางทีภาพลักษณ์ภายนอกมันอาจจะเป็นผ้าขี้ริ้ว

แต่ภายในแล้วพี่ฌานอาจจะเป็นยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้วก็ได้ (ผิด) 55555 

ก็ไม่แปลกนะถ้าหากว่าน้องเกวจะกลัว

เจอกันวันแรกก็มาขอจีบ รุกแรงเว่อร์ชนิดที่ว่า

สาวใสซื่อไม่เคยมีแฟนอย่างเกวคงต้องกลัวอ่ะ

อีพี่เอ๊ยยยยย ใจเย็นๆ หน่อยยยยย ถ้าไม่ติดว่าหน้าตาดี 

น้องจะคิดว่าพี่เป็นบ้า (กาม) แล้วนะ 55555


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

96 ความคิดเห็น