ตอนที่ 21 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 08-3 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    16 พ.ย. 61



ยิ่งอยากอยู่ห่างวินเพราะรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา ฉันยิ่งกลับอยู่ใกล้เขามากขึ้น มากยิ่งกว่าคนที่เป็นเจ้าของหัวใจฉัน ตัวอยู่ใกล้กัน แต่เหมือนยิ่งห่าง

ฉันกระโดดลงจากรถฟีโน่คันเดิมที่มีคนขับคือฌาน ร่างบางของฉันหมุนตัวเพื่อหมายจะเดินเข้าไปในตัวร้านของวินโดยไม่พูดกับคนที่รับหน้าที่มาส่ง

อันที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องให้ฌานมาส่ง ปกติฉันก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาบ้านวินเองแล้วขับกลับเองเสมอ เพียงแต่วันนี้ที่บ้านมีรถไม่พอใช้ แม่กับป๊าจะออกไปงานกินเลี้ยงกับเพื่อนเก่า เฮียเวก็จะออกไปธุระข้างนอก ส่วนเจ้เบลมีลูกค้านัดมารับของเลยจะกลับดึก แม่เลยใช้ให้ฌานแวะมาส่งฉันที่บ้านวินเพราะเขาต้องแวะไปส่งของต่อ ส่วนขากลับนั้นวินอาสาจะไปส่งฉันที่บ้านด้วยตัวเอง

ฉันว่าแม่ค่อนข้างชอบวินนะ...คงเป็นเพราะแม่ฉันสนิทกับแม่วินตั้งแต่สมัยเรียนด้วยล่ะมั้ง เลยมองวินเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน แล้วเมื่อตอนเรียนม.ปลาย วินก็ขับรถไปกลับโรงเรียนกับฉันอยู่บ้าง แม่เลยค่อนข้างวางใจและโอเคที่ฉันจะมาช่วยทำแผลหรือแวะมาเยี่ยมเขาตามประสาเพื่อน

ฉันไม่รู้หรอกว่าครอบครัววินเคยคิดจะไปขอฉันเป็นลูกสะใภ้อย่างที่วินว่าไว้รึเปล่า แต่พวกท่านก็ไม่เคยปล่อยให้พวกเราอยู่กันตามลำพังสองต่อสองหรือทำอะไรไม่ดีให้เสื่อมเสียอยู่แล้ว ฉันจึงไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลมากนักกับการมาบ้านวิน   

พ่อกับแม่วินค่อนข้างสงสัยกับแผลบนหน้าลูกชายคนเดียวของตน ท่านถามฉันคำถามเดิมซ้ำๆ ทุกวันว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ฉันบอกแม่กับพ่อวินไปแล้วว่าที่เขาเจ็บตัวเพราะช่วยฉันไว้จากอันธพาล ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่จะเชื่อหรือเปล่า แต่ฉันก็ใช้ข้ออ้างนี้นี่ล่ะมารับผิดชอบความผิดที่เกิดจากฌาน มันก็แค่จนกว่าวินจะหายดี...และเขารับปากว่าจะไม่เอาเรื่องฌานจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกัน ก็แค่นั้น

เกว...เสียงนุ่มของฌานเรียกฉันที่กำลังหอบข้าวของมุ่งหน้าไปยังร้านของวิน

ฉันหยุดชะงักฝีเท้าแต่ไม่ได้หันหลังกลับไปมองคนตัวสูง เพราะฉันรู้ว่าเขาคงจะกำลังส่งสายตาพิฆาตมาให้อยู่ สายตาน่าสงสารเหมือนหมาน้อยๆ หรือไม่ก็สายตาอ้อนวอนขอร้องอะไรสักอย่าง

ไม่ไปได้มั้ย

เสียงของเขาทำให้ฉันใจสั่น ฉันแทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้นเพราะแข้งขาอ่อนแรง เขามันอันตราย ผู้ชายตัวร้ายที่ถือไพ่เหนือกว่าหัวใจสาวๆ ทุกคน

อย่าไป...ได้มั้ย

ที่เราต้องทำแบบนี้ทุกวัน มันก็เป็นเพราะเธอไม่ใช่เหรอ

ความพยายามของฉันดูเหมือนจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยสักนิด ฉันพยายามกลั้นเสียงตัวเองไม่ให้สั่นแล้วบอกตัวเองไม่ให้หันไปสบสายตากับฌาน แต่สุดท้ายฉันก็หันกลับไป...ฉันเมินเขาไม่ได้นานนักหรอก ฉันทำไม่ได้

เราขอโทษ เราก็ไม่รู้ว่าเราพูดคำนี้มากี่ร้อยครั้งแล้ว แต่...มันเป็นความผิดของเรา ทุกๆ อย่าง เรารู้ เราควรจะเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่เกว

“…”

เกวไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้

ใช่ ฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมด...ก็เพื่อเขา เพื่อปกป้องเขา

เรากลับกันเถอะ...นะ

น้ำเสียงออดอ้อนของฌานเป็นน้ำเสียงที่หวานที่สุดเท่าที่ฉันจะเคยได้ยินจากผู้ชายคนหนึ่ง ชะนีทั้งโลกคงต้องยอมพลีกายทำทุกอย่างตามที่เขาบอกเพียงเสียงพูดหวานๆ นั่น

และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น...ใจของฉันสั่นระรัว ม่านตาเปิดกว้างขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฉันอาจจะเผลอพยักหน้ารับเขาไปแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ฉุกคิดขึ้นมาได้ สัญญาต้องเป็นสัญญา ฉันไม่เคยผิดคำพูดที่ตัวเองให้ไว้   

สติเกว!! วันนี้มันก็วันสุดท้ายแล้วที่ฉันจะแวะมาดูแลวิน ก็แค่วันสุดท้าย เธอจะยอมใจอ่อนแล้วกลับไปกับเขาไม่ได้

เกว

ไม่ เธอห้ามสนใจเสียงหวานที่เคลือบยาพิษนั่นเด็ดขาด เขาสมควรจะได้รับบทเรียนบ้างสิ เขาจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้! เขาต้องรู้จักฟังแล้วยอมบ้าง

เธอกลับไปเถอะ...ฉันบอกฌานเสียงแข็งแล้วหมุนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านของวินต่อ

หากแต่แขนเล็กของฉันกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของฌาน เขาดึงฉันให้หมุนตัวกลับไปหาเขา

เกว...

ไม่ไหว...!!! ฉันทนสบตาของเขาไม่ได้ ฉันกลั้นหายใจแล้วเม้มปากแน่น หัวใจของฉันกำลังเต้นอย่างบ้าคลั่งเพียงเพราะสบสายตากับเขา

ฌานสบตาฉันนิ่งๆ เขาทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจเสียก่อน คนตัวสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาก้มหน้าลงมองพื้นก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาเหมือนจำนนยอมฉันในที่สุด

เย็นนี้...เดี๋ยวมารับนะครับ

มือที่เคยจับแขนฉันค่อยๆ คลายออก ฌานเลื่อนมือลงมาสอดประสานมือตัวเองเข้ากับมือเล็กของฉัน ปลายนิ้วของเขาแตะที่ปลายนิ้วเล็กของฉันอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะดึงมือกลับไปหาตัว เหมือนเขาไม่กล้าที่จะสัมผัสฉัน เขาไม่กล้าที่จะแตะต้องฉันอีกต่อไปแล้ว  

แต่เขาคงไม่รู้เลยสินะ...เขาไม่รู้เลยว่าความอบอุ่นที่ส่งผ่านสัมผัสปลายนิ้วของเขาที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นทำให้ฉันรู้สึกโหยหาเขาอย่างรุนแรง...ความอบอุ่นของฌานที่ฉันคิดถึง มันทำให้ฉันน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ฉันเกลียดเหลือเกินที่เราต้องทะเลาะกัน ฉันเกลียดเหลือเกินที่ไม่เข้าใจในการกระทำของเขา ฌานที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ทั้งอ่อนโยนและสุภาพ เกินกว่าฉันจะทำใจเชื่อได้ว่าเขามีอีกตัวตนหนึ่งซึ่งฉันยังไม่รู้จักดีพอ...  

กลับไปเถอะฌาน...

ร่างบางของฉันหมุนตัวหันหลังกลับในที่สุด ทำเหมือนไม่แคร์กับสัมผัสที่เขาทิ้งไว้ ก้าวเดินที่ย่ำไปกับพื้นเร่งรีบและร้อนลน ทิ้งฌานไว้เบื้องหลังโดยบังคับฝืนใจตัวเองไม่ให้หันกลับไปสนใจเขาอีก

มันเจ็บนะ...เจ็บที่ต้องรู้สึกโหยหาและต้องการเขามากขนาดนี้ และในขณะเดียวกันมันก็เจ็บยิ่งกว่าที่รู้ว่าฉันกำลังทำร้ายจิตใจคนที่อยู่ด้านหลังตัวเองอย่างแสนสาหัส เราทั้งคู่เจ็บปวดไม่ต่างกันเลย  

 

อ้าว เกว

วินร้องทักฉันทันทีที่เห็นฉันเดินเข้ามาในร้าน ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทั้งๆ ที่เมื่อกี้น้ำตายังคลอนัยน์ตาทั้งสองข้าง แล้วส่งยิ้มเป็นเชิงทักทายให้วินนิดๆ ปกติเขาจะไม่มานั่งที่หน้าร้านหรอก เขามักจะออกไปข้างนอกเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า อย่างเช่น ซ้อมเทควันโดให้สาวๆ กรี๊ดที่ยิม ออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่กับลูกสมุนเขา หรือใช้วันว่างๆ ไปกับการท่องเที่ยวที่ฮ่องกง ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ (ญาติผู้ใหญ่หลายคนของวินตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่น)

โอกาสน้อยมากที่วินจะอยู่ประจำร้านรับเหมาก่อสร้างและสำนักงานตลาดของเขา ลุงสิบผู้เป็นพ่อของวินเคยเอ่ยแซวลูกชายด้วยว่าติดฉันแจยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหน พอฉันอาสาจะมาดูแล วินก็ไม่เคยก้าวเท้าออกจากบ้านเลยสักครั้ง ฉันเชื่อว่าคำพูดนี้เกินความจริงไปมาก วินไม่ได้ติดฉันขนาดนั้นสักหน่อย เขายังคงทำกิจวัตรประจำวันของเขาเหมือนเดิม อย่างเมื่อวานฉันก็เห็นเขาออกไปเที่ยวกับลูกสมุนแล้วถ่ายรูปอัพลงเฟซบุ๊คอยู่เลย สาวๆ ที่โรงเรียนกดไลค์กันกระจายกับภาพใหม่ๆ ของวิน


ฉันบอกแล้วไงว่าวินค่อนข้างฮอตมากที่โรงเรียนของเรา เขาขึ้นแท่นเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวๆ กดติดตามเฟซบุ๊คมากที่สุด เขาเคยถูกทาบทามให้ไปแคสติ้งงานเอ็มวีหรือถ่ายแบบมาบ้าง ฉันจึงค่อนข้างแปลกใจที่คนอย่างเขามีความรู้สึกให้ฉันเกินกว่าเพื่อน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเรียนโรงเรียนเดียวกันก็จริง อาจไปกลับบ้านด้วยกันบ้างช่วงที่ขึ้นม.ปลาย แต่ว่าวินคือหนุ่มฮอต ส่วนฉันก็แค่นักเรียนหญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นตัวแทนถือพานไหว้ครูหรือได้เป็นดาวเด่นในงานกีฬาสีเหมือนเขา

ฉันก็แค่โนบอดี้คนหนึ่งในโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ (ฉันค่อนข้างเข้าถึงยากน่ะ) การที่ฉันได้เป็นเพื่อนกับวินมันก็แค่ผลพลอยได้จากการที่พ่อแม่ของเรารู้จักกัน ซึ่งความเป็นไปได้ที่เขาจะคิดเกินเลยกว่าเพื่อนกับฉันมันต่ำมาก...เขาไม่เคยแสดงท่าทีแบบนั้นเลยสักนิด ไม่เคยพูดถึง ไม่เคยบอก ยกเว้นวันนั้น...วันที่เขาระเบิดอารมณ์ใส่ตอนเห็นฉันอยู่กับฌาน

เราซื้อของมาฝากเกวด้วย น่ารักมั้ย

ร่างสูงของวินที่ไม่รู้ว่าขยับเข้ามาใกล้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ร้องถาม เขากำลังชูที่ห้อยโทรศัพท์มือถือรูปโบว์ประดับด้วยลูกปัดห้อยเป็นเส้นยาวตรงหน้าฉัน

จากญี่ปุ่นเลยนะ

ขอบใจนะ...แต่

ฉันกำลังจะปฏิเสธไม่รับของที่วินซื้อให้ แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจฟังที่ฉันพูด เขากำลังมองที่ห้อยโทรศัพท์มือถือที่เขาซื้อให้สลับกับมองหน้าฉัน เขายิ้มอย่างพอใจเหมือนกับจะบอกว่าที่ห้อยมือถือนั่นเข้ากันดีกับฉัน บางทีวินอาจจะกำลังเข้าใจผิด สาวๆ ที่อยู่รายล้อมรอบตัวเขาคงเป็นปลื้มกับของขวัญที่เจ้าตัวซื้อให้ แต่ฉันไม่ชอบมันเลยสักนิด

ฉันไม่ได้อยากทำให้วินเสียความรู้สึกหรอกนะ แต่ช่วงนี้เขาขยันซื้อของมาฝากฉันเหลือเกิน มันเยอะมากเสียจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกวินยัดเยียดให้รับของๆ เขา ทุกชิ้นที่เขาซื้อให้ฉันนั้นล้วนแล้วแต่ราคาแพงทั้งนั้น ฉันทั้งเกรงใจและอึดอัดเกินกว่าจะรับมันไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธคนให้ยังไงดี

เดี๋ยวเราจัดการข้าวของพวกนี้ก่อนดีกว่าเนอะ

ฉันเลือกที่จะบอกวินเร็วๆ แล้วเดินปลีกตัวไปยังโต๊ะกระจกว่างๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน จัดการเทกับข้าวที่วินขอร้องให้ฉันทำมาให้ทุกวันใส่ชามเปล่าอย่างคล่องแคล่ว คนตัวสูงเดินตามมานั่งตรงเก้าอี้เข้าชุดกันกับโต๊ะตัวใหญ่ เขานั่งมองดูฉันขยับตัวเคลื่อนไหวไปมาโดยไม่ปริปากพูดสักคำ ทำเหมือนว่ามีความสุขที่เห็นฉันมาเดินวนไปวนมาอยู่ในบ้านเขา  

แล้วนี่พ่อกับแม่วินไปไหนเหรอ

ฉันถามวินหลังจากที่นั่งรอให้เขาจัดการกับกับข้าวฝีมือฉันจนหมด

มือเล็กเลื่อนแก้วน้ำพร้อมกับส่งยาให้เขา ใบหน้าของวินดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก รอยฟกช้ำจางลงไปมากแล้ว แต่ถึงกระนั้นฉันหน้าของเขาก็ยังไม่ได้กลับมาใสกริ๊ง เป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียนคนเดิมซะทีเดียว สภาพของเขากับฌานนั้นไม่ต่างกันเลยสักนิด  

ไม่อยู่หรอก ออกไปข้างนอกกันตั้งแต่บ่ายแล้ว

วินตอบพร้อมกับยิ้มให้ฉัน แต่รอยยิ้มสวยๆ นั่นกลับทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม

โดยปกติแล้วพ่อกับแม่วินจะอยู่ที่บ้านตลอด เพราะพวกเขาใช้บริเวณด้านล่างตัวอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เปิดเป็นออฟฟิศรับเหมาก่อสร้างและสำนักงานตลาดตรีษิยา เราอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอด ถ้าหากฉันรู้ว่าวันนี้พ่อกับแม่วินจะไม่อยู่บ้าน ฉันก็คงจะไม่ต้องมาหาเขาแล้วอยู่กันตามลำพังแบบนี้   

คือฉันก็รู้นะว่าวินคงไม่ทำอะไรอุกอาจอย่างเช่นขืนใจฉัน เพราะหนึ่งเราอยู่กันตามลำพังก็จริง แต่ถ้าฉันไม่ขึ้นไปที่ห้องนอนเขาและอยู่ในที่ปิดมันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร สอง ฉันไม่ได้น่าพิศวาสขนาดยั่วยวนให้เขาเข้ามาทำมิดีมิร้ายได้ และสามมันจะส่งผลกระทบไปถึงพ่อแม่ของเรา เฮียเวจะเอาเขาตายแน่ๆ ถ้าเขาพยายามทำอะไรแบบนั้น

ความเงียบเข้าคืบคลานระหว่างเรา ฉันไม่ใช่คนชวนคุยเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว วินเองก็เหมือนกัน เขาเป็นคนไม่ชอบพูด เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มบทสนทนากับใครก่อน สาวๆ ทุกคนมีเรื่องอยากคุยอยากเม้าท์ให้เขาฟังเป็นล้านๆ เรื่อง ต่างกับฉัน...ฉันไม่รู้จะคุยอะไรกับวิน ถึงเราจะอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกัน แต่เราก็ใช้ชีวิตต่างกันมาก

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #96 Gratoonland (@Gratoonland) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 14:48
    ไรท์ กลับมาเหอะะ
    #96
    0
  2. #93 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 04:32
    อดทนไว้วันสุดท้ายแล้ว หมาน้อย ดุนัก ต้องลำบากเจ้าของ
    #93
    0