ตอนที่ 17 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 07-2 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    10 ต.ค. 61




คุยกันหน่อยสิ

ฌานว่าเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาสีน้ำตาลใสของเขาจับจ้องอยู่ที่หน้าฉัน จนแม้แต่การกลืนน้ำลายลงคอยังยากลำบาก สีหน้าของเขาตอนจ้องมานั้นจริงจังมากเหมือนกับจะบังคับไม่ให้ฉันหลบเลี่ยงเขาอีก

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ถึงเราจะใกล้ชิดกันมากขึ้นแค่ไหน ฉันก็พยายามหลบหลีกเขามากขึ้นแค่นั้น ฉันพยายามพาตัวเองออกห่างจากเขาสุดหล้าฟ้าเขียว จนในที่สุดฉันก็ไม่ได้พูดคุยกับเขาเหมือนเคย เจอเขาอยู่มุมไหนของร้าน ฉันก็จะย้ายตัวเองไปอยู่ในออฟฟิศบ้างหรือไม่ก็ไปแอบอยู่ในสต็อกบ้าง ฉันพยายามควบคุมหัวใจตัวเองแล้วนะที่จะไม่ชอบเขาให้มากขึ้น แต่มันดูไร้สาระและไม่ได้ผลเอาซะเลย

เราต้องรีบไปเก็บเงิน...

ฉันตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก สายตาก็หลุกหลิกไม่รู้จะวางตาไว้ที่ไหน สุดท้ายก็เหมือนถูกบังคับให้มองหน้าฌานอยู่ดี

พักหลังมานี้ทำไมต้องคอยหลบหน้าเราด้วย

เสียงของเขาตัดพ้อ เหมือนลูกหมาน้อยที่กำลังต่อว่าเจ้านายด้วยเสียงหงุงหงิง

ปะ...เปล่าสักหน่อย ก็แค่ยุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้คุยกัน

ใจร้าย...

หา ฉันเนี่ยนะใจร้าย ฉันว่าคนขี้อ่อยอย่างเขามากกว่าที่ใจร้าย ไม่สงสารหัวใจดวงน้อยๆ ที่เต้นรัวจนแทบจะระเบิดออกมาของฉันบ้างเลย  

เรามาทำงานที่ร้านเกว ก็เพื่อจะได้อยู่ใกล้เกว แต่ถ้าเกวตีตัวออกห่างเราแบบนี้ มันก็ผิดเป้าประสงค์ไปเยอะเลยนะ

คำพูดของเขาแม้จะไม่ได้ว่ากล่าวฉันด้วยน้ำเสียงตำหนิแต่อย่างใด ฉันกลับรู้สึกผิด...

จริงด้วยแฮะ เขาเป็นผู้ชายที่ลงทุนมากกับการตามจีบฉัน เขารู้ว่ามันเสี่ยงที่จะถูกเฮียเวเอาปืนมาเป่าหัวกระจุยโทษฐานที่มาเกาะแกะน้องสาว แต่เขาก็ไม่กลัว ถ้าไม่บ้าสุดโต่งก็ต้องเพี้ยนหลุดโลกใช่มั้ยล่ะ

เกวบอกเราได้มั้ยว่าเราทำอะไรผิด หรือทำให้เกวไม่สบายใจหรือเปล่า เราจะได้แก้ตัว ไม่ดิ อธิบาย...เราจะได้เข้าใจตรงกัน

ปะ...เปล่า มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก

แล้วมันคืออะไร เกวกำลังทำให้เรารู้สึกเหมือนโดนเกลียดขี้หน้าเลยนะ รู้มั้ย


ฌานว่าเสียงอ่อย นัยน์ตาของเขาเศร้าหมองเมื่อพูดประโยคนั้นออกมา

นี่เขาคิดว่าฉันเกลียดเขาเหรอ ฉันเผลอทำอะไรไม่ดีเข้าอีกแล้วใช่มั้ย

ขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น

ฉันเลือกที่จะสบสายตากับอีกฝ่ายโดยตรงเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกออกไป ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันเสียใจจริงๆ ที่ทำให้เขาคิดแบบนั้น ฌานหยุดนิ่งเหมือนรอฟังให้ฉันพูดต่อ

เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ตรงกันข้ามเรารู้สึกอยากขอบคุณเธอมากนะ...ที่เธอช่วยคุยกับครอบครัวเราเรื่องมหาลัยน่ะ ถ้าไม่ได้เธอช่วยป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะเข้าใจกับที่บ้านได้ยังไง

ฉันพยายามแล้วนะ พยายามคิดหาคำพูดที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ฉันยังไม่ได้ขอบคุณฌานสักคำที่ช่วยพูดกับครอบครัวฉันเรื่องมหาวิทยาลัย จะมีใครสักกี่คนที่จุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านได้เท่าเขา จะมีผู้ชายคนไหนที่ใส่ใจปัญหาชีวิตของผู้หญิงที่ตัวเองตามจีบและลงทุนช่วยแก้ปัญหาให้ มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นล่ะที่จริงใจกับฉันขนาดนี้

ฉันอยากจะตอบแทนฌานในทุกๆ เรื่อง อยากจะมอบความรู้สึกดีๆ และตอบรับความรู้สึกของเขาโดยไม่ขัดเขินหรือกังวลใจอีก แต่มันก็เป็นเรื่องยากมากนะ...เพราะยิ่งฉันรู้ว่าตัวเองชอบเขามากขึ้นเท่าไหร่ ความกลัวก็ยิ่งเกาะกินหัวใจฉันมากขึ้นเท่านั้น

เกวไม่จำเป็นต้องขอบคุณเราเลยสักนิด เราแค่อยากช่วยเกวเพราะมันเป็นความสุขของเราที่ได้ทำอะไรสักอย่างให้คนที่เราชอบ เราเต็มใจ

ฉันรู้ว่าเขาพูดมันออกมาจากใจและไร้ซึ่งคำโกหกเพียงเพราะอยากเอาอกเอาใจผู้หญิงที่เขาตามจีบ เราสบสายตากันเนิ่นนานในความเงียบ ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นถี่รัว ความประทับใจที่มีต่อฌานมันเพิ่มขึ้นทุกทีๆ และไม่มีที่สิ้นสุด ฉันควรจะทำยังไงดีนะ ความรู้สึกของฉันมันแน่นจนแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว...

ฌาน...เสียงใสของฉันขัดขึ้นมากลางความเงียบงัน

ฌานมองหน้าฉันเหมือนจะรอฟังว่าฉันจะพูดอะไรต่อไป สายตาของเขาทำให้หัวใจฉันปวดหนึบ ฉันสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิหน้าที่เริ่มร้อนจัด มือฉันเต็มไปด้วยเหงื่อชื้นๆ แต่ฌานกลับเอื้อมมือหนาของเขามาจับมือฉันเอาไว้

เพียงแค่ปลายนิ้วเขาแตะที่ปลายนิ้วฉันอย่างอ่อนโยนและสุภาพ ฉันก็ยอมแพ้ต่อหัวใจตัวเอง การที่เขาพยายามปรับตัวเองให้เข้ากันได้กับฉัน การที่เขายอมเว้นระยะ และไม่ดื้อรั้นเอาแต่ใจใช้กำลังฝืนบังคับฉันเหมือนที่เคยทำ เป็นสิ่งที่ฉันประทับใจมาก ฉันไม่สามารถเก็บความรู้สึกที่มีต่อฌานได้อีกแล้ว

ฉันกลั้นหายใจแล้วเริ่มเปิดปากพูด แต่เพราะฉันประหม่าและหวั่นไหวเกินไป ประโยคคำพูดของฉันถึงได้ถูกพ่นออกไปอย่างเร็วจนแทบจับใจความไม่ทัน  

ที่เราพยายามเลี่ยงเธอไม่ใช่เพราะเราเกลียดเธอ แต่เป็นเพราะเธอรุกเรามากไป เราตื่นเต้น เรากลัว เราหวั่นไหว แล้วเราก็อายมากจนทำอะไรไม่ถูก

ฌานเลิกคิ้วเหมือนงงๆ ว่าเมื่อกี้ฉันแร๊พอะไรออกไป แต่จะให้ฉันพูดอีกทีมันก็ไม่ใช่เรื่องแล้วล่ะ ฉันรวบรวมความกล้าตั้งนานกว่าที่จะสารภาพความจริงกับเขาไปตรงๆ จะให้พูดอีกทีนี่ได้มีเขินจนหัวระเบิดกันบ้างล่ะ

ไม่พูดแล้ว

ฉันบอกเขาด้วยเสียงเบาหวิวแล้วหลบสายตาอีกฝ่าย แต่แล้วฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากคนตัวสูงที่กักตัวฉันเอาไว้ ฌานกำลังยิ้ม ยิ้มไปทั้งหน้าทั้งตาและปาก เขาเอียงคอมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากจนเผลอกลั้นหายใจ  

แต่ได้ยินแล้ว

ไอ้บ้านี่! อยากแกล้งฉันให้ลงไปดิ้นตายใช่มั้ย!! ฉันใช้สายตาของตัวเองจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย คนตัวสูงไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เขากลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่...ริมฝีปากฉัน!!

เฮ้ๆๆ สายตาแบบนั้นน่ะฉันรู้นะ ฉันเคยเห็นมาก่อน!! มันสายตาเดียวกันกับตอนที่เขาจู่โจมฉันด้วยจูบนั่นไง!!

ฌาน! หยุดนะ เราอยู่กลางถนนนะ!!”

ไม่เห็นมีรถผ่านมาสักคัน

เขาสนใจที่ไหนล่ะ หน้าด้าน หน้ามึน อึน และขี้ยั่วขนาดนี้!! แงๆๆๆ ฉันขอถอนคำพูดที่บอกว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยเอาแต่ใจกับฉัน ความจริงแล้วเขาก็แค่รอจังหวะเท่านั้น


ฉันพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะประท้วงด้วยการดันเขาออกไป แต่ฌานที่มีแรงเยอะ เขาไม่สนใจหรอก ใบหน้าของเขาจึงเลื่อนเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ ใกล้มากขึ้นจนปลายจมูกเราชนกันแล้ว!!!

ปริ๊น!!

เสียงแตรรถยนต์ดังสนั่นจนฉันและฌานพากันสะดุ้งแล้วผละออกจากกัน ฉันหน้าถอดสีในขณะที่รีบหันไปทางต้นเสียง รถบีเอ็มดับเบิลยูสีน้ำเงินกรมท่าจอดอยู่ใกล้กับรถมอเตอร์ไซค์ของเรา

ฉันถลึงตากว้างด้วยความตกใจ เจ้าของรถที่กำลังเคลื่อนตัวมาจอดขนาบข้างกับมอเตอร์ไซค์ของฉันนั้นคือวิน!! เขาออกมาจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่รู้เรื่องเลย...แล้วฌาน!!

คนตัวสูงที่ใช้แขนกักกันฉันอยู่นั้นจ้องเขม็งไปที่เจ้าของรถซึ่งกำลังลดกระจกลงมา ใบหน้าของวินยังมีผ้าพันแผลพันอยู่โดยรอบศีรษะ นัยน์ตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ฌานอย่างน่ากลัว ฉันไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้จาก วินมาก่อน แววตาร้ายกาจที่พร้อมจะเอาเรื่องอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา

ฉันกลัวจริงๆ นะว่าพวกเขาจะปะทะกันตรงนี้ เลยรีบแทรกขึ้นมากลางบรรยากาศตึงเครียด

เอ่อ วิน ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ

แม้เสียงฉันจะดูเหมือนปกติเวลาพูดคุยกับเขา แต่ในใจฉันนี่กำลังเต้นรัวด้วยความกลัว เมื่อกี้วินจะเห็นรึเปล่า ที่ฉันกับฌานกำลังจะ...โอ๊ย แล้วถ้าเขาเห็นล่ะ!! เขาจะเอาไปบอกป๊ากับแม่ฉันรึเปล่า แล้วเรื่องวันที่ลูกน้องเขาไปอาละวาดที่ร้านอาหารนั่นล่ะ พวกลูกน้องวินจะเห็นฉันมั้ย! แล้วไหนจะเรื่องความบาดหมางของทั้งสองคน พวกเขาคงจะไม่ได้พุ่งเข้าใส่กันตรงนี้หรอกนะ แค่คิดก็เครียดจนมือเย็นเฉียบทำอะไรไม่ถูกแล้ว

วินละสายตาจากฌานแล้วทอดสายตามองมาที่ฉันแทน เขาหรี่ตามองฉันก่อนจะพยักหน้ารับ ประกายในนัยน์ตาเรียวคมนั้นบ่งบอกชัดว่าเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เพียงไม่นานวินก็เผยอยิ้มออกอย่างเป็นมิตร

เกวมาทำอะไรแถวนี้เหรอ

เขาถามด้วยเสียงเป็นมิตรมากจนฉันกังวล ทำไมถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้รวดเร็วขนาดนี้ วินกำลังซ่อนอะไรอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เป็นมิตรนั่นกันแน่

เอ่อ ป๊าใช้เราให้มาเก็บเงินค่าของกับพ่อวินน่ะ

อ้าวเหรอ งั้นขึ้นมาสิ นั่งรถไปพร้อมเรา

ให้ฉันนั่งรถไปพร้อมเขา งั้นฉันก็ทิ้งฌานกับมอเตอร์ไซค์ไว้น่ะสิ

เอ่อ เราเอารถมาด้วยฉันพยายามยิ้มอย่างแนบเนียนแล้วชี้นิ้วไปที่มอเตอร์ไซค์ที่ตัวเองนั่งอยู่

วินหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะลงมาจากรถแล้วพาร่างสูงโปร่งของตนเดินอ้อมมาเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้ฉัน เหมือนเป็นการบังคับมากกว่าการเชิญชวน 

มาเถอะน่า นั่งรถแอร์เย็นๆ สบายๆ ดีกว่าซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ร้อนๆ นะ

แต่ว่า...

มอเตอร์ไซค์น่ะเดี๋ยวก็ให้ลูกน้องขับตามไปที่ร้านสิ เรามีเรื่องจะคุยกับเกวด้วยนะ

ฉันเห็นนะว่าฌานขึงตาวาวโรจน์ใส่วินที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวเน้นย้ำคำว่าลูกน้องเข้ากระแทกหูอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี อันที่จริงแล้วฉันไม่ได้อยากนั่งรถไปกับวิน เขาทำตัวไม่ดีเลยที่พูดจาเหมือนดูถูกคนอื่นแบบนั้น

เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมขยับเท้าตามที่ตัวเองบอก วินก็ถือวิสาสะเข้ามาดึงข้อมือฉันให้เดินตาม ฉันรู้สึกแปลกใจที่วินแสดงท่าทีแบบนี้กับฉัน โดยปกติแล้วเขาไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวฉันขนาดนี้มาก่อน ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อบอกเป็นนัยๆ ไม่ให้ฉันปฏิเสธที่จะไปกับเขาสินะ

ฌานพยายามจะเข้ามาขวางเพื่อรั้งฉันกลับ เขาดูหัวเสียมากที่วินบังอาจมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน แต่อารมณ์ของเขามันกลับดูรุนแรงมากกว่าจะเป็นแค่การหึง ฉันหันไปส่งสายตาให้เขาเป็นเชิงขอร้องว่าให้หยุด ขืนปล่อยให้พวกเขาประจันหน้ากันนานกว่านี้ ต้องมีเรื่องวิวาทเกิดขึ้นแน่ๆ

ฌาน...เอ่อ เดี๋ยวไปรอเราที่ร้านนะ

ฉันหันไปบอกฌานแค่นั้นก็ยอมขึ้นรถไปกับวินแต่โดยดี คนตัวสูงดูฮึดฮัดคล้ายกับคนที่ใกล้จะระเบิด แต่เขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเพราะฉันเลือกปิดประตูรถแล้วยอมไปกับเพื่อนในที่สุด

วินจัดการล็อคประตูรถ แล้วเขาก็เหยียบคันเร่งส่งรถทะยานออกไป ระยะทางจากจุดที่เราอยู่กับร้านของวินมันไม่ไกลกันนัก แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่ากลัวและอึดอัดที่ต้องมาอยู่กับวินสองคนหลังจากสถานการณ์กระอักกระอ่วนนั่น ความรู้สึกอุ่นใจเพียงอย่างเดียวที่พอจะทำให้ใจชื้นมีแต่ที่ฌานขับรถตามหลังเรามาติดๆ  



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #80 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 08:26

    รถไม่มา จูบเลย 555
    #80
    0
  2. #79 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 12:39
    ได้จังหวะแล้ว เอ้า จูบ
    #79
    0
  3. #78 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 17:54
    เกว ถามใจตัวเองดีๆก่อนพูดนะ
    #78
    0