ตอนที่ 16 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 07-1 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    4 ต.ค. 61



ฌานมาทำงานที่ร้านฉันจริงอย่างที่เจ้เบลว่า โดยเขาเข้ามาสมัครงานกับแม่ฉันในเช้าหลังจากวันที่ฉันออกไปกับเขานั่นแหละ ซึ่งแม่ก็ทำการสอบประวัติเขาเล็กน้อยก่อนจะตกลงรับเขาเข้าทำงาน เพราะที่ร้านก็มักจะขาดคนงานคอยดูแลเรื่อง ขายของ ส่งของ และยกของอยู่แล้ว (นี่ล่ะเหตุผลสำคัญที่ฉันต้องมาช่วยงานที่ร้าน)

ซึ่งโดยปกติแล้วที่บ้านฉันมีห้องแถวประมาณ 10 ห้องอยู่ด้านหลังบริเวณร้านหลักเพื่อใช้เป็นที่พักคนงาน ซึ่งมันไม่ได้ใหญ่โตอะไร ออกจะคับแคบกว่าหอพักของฌานที่ฉันเคยไปมา แต่เจ้าตัวกลับยืนยันว่าตัวเองไร้ที่อยู่และขอเข้ามาพักในห้องพักคนงานเพื่อสะดวกต่อการตื่นเช้ามาทำงานที่ร้าน

ให้ฟ้าผ่าตายก็รู้ว่าเขาโกหก แถมเป็นคำโกหกที่แนบเนียนโดยไม่มีใครจับผิดได้ทั้งนั้น

ด้วยความขยัน มุมานะ เป็นคนหัวไวอะไรก็แล้วแต่ ฌานเรียนรู้งานที่ร้านฉันได้อย่างรวดเร็วในเวลาแค่ไม่กี่วัน เขากลายมาเป็นคนโปรดของแม่เพราะใช้ง่าย ขยันขันแข็ง บวกกับหน้าตาเขาและความดัดจริตทำเป็นมารยาทงาม ช่างพูดช่างคุย เข้าหาผู้ใหญ่เก่งของเขาด้วยแล้วนั้น บอกเลยว่าแม่ยกให้ฌานเป็นลูกน้องท็อปลิสต์ที่มีสิทธิ์ได้เงินโบนัสในช่วงสารทจีนนี้ด้วย 

ส่วนป๊าฉันน่ะเหรอ...พอเห็นว่าเขามาทำงานที่ร้านก็มีซักถามกันบ้างว่างานที่อู่ล่ะเลิกทำแล้วเหรอ ซึ่งเจ้าตัวก็ให้คำตอบง่ายๆ ว่าเปลี่ยนไปทำงานตอนกะดึกแทน เขาจัดระบบชีวิตตัวเองยังไงฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้เขาทำงานอยู่ทั้งหมดสามที่ด้วยกัน คือที่ร้านฉัน ที่อู่ของเชน และเล่นดนตรีที่ร้านอาหาร ซึ่งป๊าถูกใจฌานโดยทุนเดิมที่เขาแต่งเครื่องยนต์รถวอลโว่ให้อยู่แล้ว ป๊าจึงยกให้ฌานเป็นลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่ง

ส่วนเจ้เบลของฉันตอนที่ได้เจอฌานที่ร้านนั้นแทบกรี๊ดสลบ เจ้ชอบฌานมาแต่แรกอยู่แล้วเพราะเขาหล่อไง ฉันแอบเห็นนะว่าเจ้เบลแอบมีเลียปาก สูดน้ำลายเวลาเห็นกล้ามแขนฌานเวลายกของ ถึงจะเจอกันแค่ช่วงตอนปิดร้าน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่เจ้จะสามารถกะขนาดและสัดส่วนของฌานได้อย่างตรงเป๊ะ

ฟังๆ ดูแล้วเหมือนเจ้เบลค่อนข้างชอบฌานแล้วอยากจีบเขาใช่มั้ยล่ะ แต่เจ้เบลบอกขอผ่าน...เพราะงานนี้ฌานอายุน้อยกว่าพี่สาวฉันหลายปี ทำให้เจ้ได้แต่ดูฌานเป็นอาหารตาเท่านั้น เฮ้อ (ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกทำไมเนี่ย)

อะไรๆ ก็ดูเป็นไปได้ง่ายดายมากกับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน ฌานตื่นเช้ามาทำงานอย่างขยันขันแข็ง ตกเย็นเขาก็ไปทำงานที่อู่ และหัวค่ำเขาก็ไปทำงานที่ร้านอาหารต่อ กว่าจะกลับเข้ามาถึงห้องพักก็ปาไปเกือบตีสองของทุกวัน  

ถ้าเป็นฉันต้องใช้ชีวิตแบบนี้คงมีล้มป่วยหรือไม่ก็เหนื่อยตายซะก่อน แต่กับฌาน...ฉันไม่เคยเห็นเขาตื่นมาทำงานสายหรืองัวเงียไม่มีแรงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเป็นเดอะฮักค์เหรอ ฉันว่างานที่ร้านฉันมันก็หนักไม่ใช่น้อยเลยนะ แถมเวลาที่เราต้องทำงานร่วมกัน ฉันแทบจะไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรเองเลย ฌานจะต้องเข้ามาจุ้นจ้านช่วยงานที่ฉันกำลังทำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสต็อก ยกของ ขายของ เขาไม่ยอมให้ฉันเหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว จนฉันคิดว่าตัวเองใกล้จะเป็นง่อยทุกทีเพราะสบายจนเคยชิน


เนี่ย! เพราะเขาเป็นแบบนี้จะไม่ให้ทั้งแม่ทั้งป๊าปลื้มเขาได้ยังไง ในประวัติการณ์ของร้านเราไม่เคยมีลูกจ้างหนุ่มคนไหนที่ทุ่มเทให้งานที่ร้านเท่าฌานมาก่อน แถมด้วยความที่เจ้าตัวอัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นเก่งมาก เขารู้เสมอแหละว่าจะเอาใจผู้ใหญ่ ให้พวกท่านรักท่านหลงยังไง อย่างเช่นทุกครั้งเวลาเขาออกไปไหน ฌานมักจะมีของฝากมาติดไม้ติดมือให้ครอบครัวฉันและคนในร้านตลอด ไม่ว่าจะเป็นขนมนมเนยหรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าสวยๆ ที่เขาไปเดินเจอในตลาดนัด  

นี่มันเข้าข่ายการซื้อใจพ่อตาแม่ยายรึเปล่าอ่ะ! เขาทำให้ฉันกลัวกับการรุกของเขาจริงๆ นะ

และเพราะเขาสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวฉันได้อย่างแนบเนียนภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์ ความคิดของคนในบ้านต่อการที่ฉันสอบติดเข้าคณะนิเทศศาสตร์ถึงได้รับอิทธิพลจากเขาอยู่บ้าง

คุณฟังไม่ผิดหรอก ฌานนั่นแหละที่เปลี่ยนความคิดของคนในครอบครัวฉันที่มีต่อคณะนิเทศฯ ว่าไม่ได้เป็นแต่คณะเต้นกินรำกินและไม่มั่นคง ฉันได้ยินมาว่าฌานพยายามเป่าหูเรื่องโอเพ้นท์เฮ้าส์ของมหาวิทยาลัยที่ฉันสอบติดให้ป๊ากับแม่ฟัง แถมยังพูดถึงเพื่อนๆ ของเขาที่เรียนอยู่คณะนิเทศฯ อีกด้วยว่าสามารถหารายได้เสริมพิเศษตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนปีหนึ่ง งานในวงการนี้มันค่อนข้างกว้างมาก และทุกวันนี้โลกก็กำลังพัฒนาไปสู่ยุคดิจิตัลแบบเต็มตัว หลายๆ บริษัทจึงต้องการกำลังงานทางด้านนี้สูง เรียกได้ว่าถ้าเขาทำกราฟมานั่งอธิบายกับป๊าและแม่ฉันให้รู้จักคณะที่ฉันสอบติดได้ เขาก็คงจะทำไปแล้ว แต่อย่างน้อยที่สุดเพราะการที่เขาช่วยพูด ช่วยอธิบายอีกเสียง มันก็ทำให้ที่บ้านของฉันเริ่มใจอ่อน ส่วนเฮียเวที่หัวแข็งดื้อรั้นยิ่งกว่าป๊าและแม่ก็ดูเหมือนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับคณะนี้ไปพร้อมๆ กับการรวบรวมข้อมูลของตัวเองไปพลาง บวกกับคำพูดของฌานที่ว่า

ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับเฮียว่าครอบครัวแต่ละบ้านเป็นยังไง เพราะผมเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด การที่มีพ่อแม่มีพี่น้องคอยห่วงมันคงเป็นความรู้สึกที่ดีมาก แต่ถ้ามันมากเกินไปก็คงจะอึดอัด ความห่วงน่ะมันมีให้กันได้...แต่ถ้ามัวแต่ห่วงกันตลอดชีวิตจนไม่ยอมปล่อยให้ได้ล้ม ได้ยืนด้วยลำแข้งตัวเองเลย แล้วสักวันหนึ่งถ้าเราไม่มีพวกเขาขึ้นมา เราจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ยังไง คอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ ดีกว่าเปลี่ยนความเป็นห่วงเป็นการบงการชีวิต ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

แม้เฮียเวจะเก็บคำพูดของฌานนำกลับไปคิด แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานของพี่ชายฉันสักเท่าไหร่ ต่อให้เฮียจะเจอฌานแค่ตอนช่วงปิดร้านเช่นเดียวกับเจ้เบล แต่เฮียก็มักออกท่าทีอาการเขม่นฌานตลอด โดยให้เหตุผลว่า

มันทำอย่างกับมันจะมาสมัครเป็นลูกเขยแทนคนงานงั้นล่ะ

ชิบ!! เซนส์พี่ชายฉันจะแรงไปไหน ฉันขนลุกซู่ไปหลายวันเลยที่ได้ยิน แต่นอกเหนือจากการจับผิดสังเกตการณ์ของเฮียเว ฌานก็ทำงานได้ดีไร้ซึ่งข้อบกพร่องใดๆ เฮียก็เลยไม่มีช่องโหว่ที่จะต่อว่าเขาหรือแอบกลั่นแกล้งได้

ฌานเข้ากันได้ดีกับลูกจ้างคนอื่นๆ ด้วยนะ ไม่เว้นแม้แต่น้าหงวนที่ทำงานกับบ้านเรามาหลายสิบปี สองคนนี้เคยกอดคอไปก๊งเหล้าด้วยกันมาแล้ว และเพราะความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ที่เขาได้รับ บ่อยครั้งแม่จึงตักกับข้าวที่ทำเองกับมือไปแบ่งให้ฌานด้วย (ถึงแม้ว่าปกติแม่จะตักแบ่งให้ทุกคนในร้านได้กินอยู่แล้วก็เถอะ) แล้วคนที่ซวยต้องเอากับข้าวไปให้เขาถึงห้องพักก็คือฉันไงล่ะ

ฉันคิดว่าแม่ส่งลูกแกะเข้าไปใกล้เสือเกินไป ทำไมถึงได้ไว้ใจให้ฉันเข้าใกล้ฌานขนาดนั้นก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เฮียเวไม่ปลื้มเอามากๆ ที่ฉันเข้าไปข้องเกี่ยวกับฌานแม้ว่าแม่จะเป็นคนใช้ฉันให้ทำก็ตาม ฉันต้องคอยเทียวเอากับข้าวไปแบ่งให้ฌานในทุกๆ เย็น แต่มันก็ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น ฌานวางตัวดี เขาไม่ทำอะไรรุ่มร่ามต่อหน้าสาธารณชนให้ฉันได้อาย ยกเว้นแต่เวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสองเท่านั้นล่ะที่เสือร้ายจะเผยเขี้ยวเล็บออกมา!

ใช่ การทำงานร่วมกันระหว่างฉันกับฌานทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นเพราะข้อแลกเปลี่ยนที่ป๊าบอกไว้แท้ๆ ว่าถ้าอยากเรียนนิเทศก็ห้ามละทิ้งงานที่บ้าน ฉันถึงต้องมาเหนื่อยมากกว่าเดิมเป็นล้านเท่า! ต้องศึกษางานที่บ้านอย่างขยันขันแข็งเพื่อเอาใจทุกคนไม่พอ ฉันยังต้องมาคอยระแวงว่าฌานจะทำหัวใจฉันหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อไหร่อีก  

คนบ้า เขารู้ตัวเสมอล่ะว่าการที่เขายิ้ม ยักคิ้ว หลิ่วตา หรือเข้ามาป้วนเปี้ยนวนเวียนใกล้ฉันนั้นจะทำให้เกิดอาการประหลาด พูดติดขัด หน้าแดง วางตัวไม่ถูก ต้องแอ๊คตีนิ่ง ทำหน้าเบ้เหยเก แต่เขาก็ยังสนุกกับการได้หว่านเสน่ห์ใส่ฉัน

อย่างวันก่อนนู้นไงที่เราถูกใช้ให้ไปเช็คสต็อกคลังสินค้าตอนเย็น เขาก็ใจกล้าหน้าด้านมากที่เข้ามาประชิดตัว พอฉันจะหนี เขาก็ใช้แขนเกี่ยวเอวฉันไว้ แล้วแจ๊คพ็อตก็เกิด เพราะเฮียเวเปิดประตูคลังสินค้าเข้ามาเจอพอดี!!!

ฉันงี้หน้าซีดเหงื่อแตก ดีนะที่ยกเท้าถีบฌานจนกระเด็นออกไปก่อน แม้เจ้าตัวจะบ่นว่าหลังยอกเพราะแรงถีบของฉันไปหลายวัน แต่เชื่อฉันเถอะ ฉันทำเขาเจ็บตัวดีกว่าให้เฮียเวเห็นฉากเด็ด ไม่งั้นล่ะก็งานงอกแน่ๆ!!!

แล้ววันนี้ก็อีก หัวใจของฉันกำลังเสี่ยงตายอย่างรุนแรง เพราะป๊าใช้ให้ฉันกับฌานไปเก็บบิลค่าของกับลูกค้า โดยพาหนะที่เรานั่งไปด้วยกันก็คือ มอเตอร์ไซค์ฟีโน่ เจ้าคันที่ฉันเคยให้เขาเปลี่ยนยางนั่นไง ซึ่งปกติแล้วฉันสามารถไปเก็บบิลคนเดียวได้ แต่เพราะว่ามันเย็นมากแล้วมั้ง ป๊าเลยให้ฌานไปเป็นเพื่อนฉันเพื่อความปลอดภัย

ฉันอยากจะกู่ร้องบอกโลกให้รู้จริงๆ ว่าคนที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดสำหรับฉันก็คือคนที่ฉันนั่งซ้อนท้ายเกาะมอเตอร์ไซค์อยู่เนี่ย  

เดี๋ยวเราต้องไปเก็บบิลที่ไหนบ้างนะ

จู่ๆ ฌานก็ถามขึ้นขัดกับลมที่ตีพัดเข้าหน้าเราอยู่ เราเพิ่งแวะไปเก็บบิลที่ร้านขายส่งสองสามร้าน ยังเหลืออีกที่หนึ่งก็คือบ้านของเฮียสิบซึ่งอยู่ถัดไปอีกไม่กี่ซอย ฉันคิดว่าที่ป๊าตั้งใจให้ฌานมาเป็นเพื่อน ก็เพราะว่าช่วงนี้วินค่อนข้างจะอันตรายเกินไปสำหรับฉัน แต่ป๊าหารู้ไม่ ว่าคนตัวสูงที่ขับรถพาฉันมานั่นแหละที่มีประเด็นกับเพื่อนของฉัน  

เดี๋ยวเลี้ยวเข้าซอย 35 ข้างหน้าน่ะ

ฉันชี้บอกทางฌาน เขาพยักหน้าแล้วเลี้ยวรถเข้าไปในซอย บ้านของเฮียสิบอยู่ติดกับถนนเส้นเล็กตรงอีกฝั่งหนึ่ง เป็นตึกพาณิชย์ที่ใช้เป็นทั้งออฟฟิศรับเหมาก่อสร้าง สำนักงานตลาดและบ้านที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือนั่นไง แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ฌานก็จอดรถลงตรงบริเวณกลางซอยซะอย่างนั้น

จอดรถทำไมอ่ะ

ฉันร้องถามแล้วชะโงกหน้าไปหาฌาน คนตัวสูงไม่พูดอะไรแต่กลับเตะขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์พร้อมกับลงมายืนด้านข้าง แขนแกร่งทั้งสองข้างของเขาเอื้อมมากักตัวฉันที่นั่งอยู่บนเบาะหลังรถไว้ ฉันถลึงตากว้างเพราะกำลังช็อคกับระยะใกล้ที่เจ้าคนตัวยุ่งเขยิบเข้ามา

อะไร...ฉันถามเสียงตะกุกตะกักแล้วพยายามดันแขนของอีกฝ่ายออก

แต่ให้ตายเถอะ แค่ฉันแตะแขนแกร่งที่แข็งแรงของเขา หัวใจฉันมันก็เต้นตุบๆ ไม่เป็นจังหวะแล้ว ฮือ การที่เราชอบใครสักคนหนึ่งแล้วต้องแกล้งทำเป็นไม่ชอบเนี่ยมันยากนะ

คือตั้งแต่ที่ฉันรู้มาจากเจ้เบลว่าฌานช่วยเกลี้ยกล่อมครอบครัวฉันให้ยอมรับฉันเรื่องมหาลัย ฉันพูดได้เต็มปากเลยว่าเขาเข้ามานั่งจับจองพื้นที่อยู่กลางใจฉันหมดแล้ว แต่มันก็ยังมีปัญหาติดขัดอยู่ดี...ฌานอาจจะเป็นคนโปรดของที่บ้าน แต่ถ้าทุกคนรู้ว่าลูกสาวคนเล็กแอบรักกับคนงานในบ้าน มันจะเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวฉันเองก็รู้เรื่องปูมหลังของเขาหมดแล้วด้วยว่าเป็นเด็กวัดกำพร้ามาก่อน  

ฉันกลัวนะ...กลัวมาก กลัวจนถึงขั้นแอบคิดในใจว่าถ้าฌานไม่ใช่เด็กวัดลูกกำพร้าพ่อแม่ มันคงจะราบรื่นกว่านี้ที่ฉันจะเผยความรู้สึกออกไป แค่จินตนาการว่าฉันเดินไปบอกพี่ชายตัวเองว่าฉันชอบฌานลูกจ้างในบ้าน ฉันก็ไม่อยากคิดเลยว่าเฮียเวจะมีปฏิกิริยายังไง เฮียเวไม่มีทางยอมรับฌานได้แน่ๆ เขาไม่เคยชอบผู้ชายคนไหนที่อยู่ใกล้ฉัน

แม้แต่วินที่เป็นลูกชายของเพื่อนแม่...เฮียเวยังไม่ชอบหน้าเขาเลย ถ้าไม่เกรงใจว่าพ่อแม่เรารู้จักกัน เฮียอาจจะไล่กระทืบวินเหมือนที่ทำกับผู้ชายคนอื่นที่เคยส่งเสียวแซวฉันเวลาเดินผ่านแล้วก็ได้ (เฮียหวงฉันเหมือนหมาบ้าเลยแหละ) ทั้งๆ ที่วินก็เป็นแค่เพื่อนที่ดีของฉันเท่านั้น ไม่รู้เฮียเวจะหวงอะไรนักหนา หน้าตาฉันก็ไม่ได้สวย มีพี่ชายมาตามหวงอีก งานนี้ฉันมีหวังจะขึ้นคานกับคานทองเท่านั้นล่ะ  

 

 

ฮันแน่ อะไรแว้บๆ หว่าาา


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #77 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:54
    จ้า พ่อคนดีต่อหน้า
    #77
    0
  2. #76 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 00:51
    เรียนรู้งาน เพื่อเป็นเขยเล็กอย่างเต็มตัวแล้ว พ่อตาแม่ยายจะได้ไม่กดดันลูกสาวให้เรียนเพื่อมาดูแลร้านอีก ว่าที่สามีฉลาดมากค่ะ
    #76
    1
    • #76-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 16)
      2 ตุลาคม 2561 / 14:13
      555555 พี่ฌานเขามาเหนือ เขารักใคร เขาเอาจริง แอร๊ยยย
      #76-1