ตอนที่ 14 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 06-2 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

คำพูดของป๊าเหมือนเป็นน้ำที่ค่อยๆ ชโลมอารมณ์ที่รุกโชนไม่ต่างจากไฟของฉัน ฉันค่อยๆ คิดตามป๊าอย่างใจเย็นแล้วมันก็คงจะจริงอย่างที่ป๊าว่า เฮียเวอาจจะมีรุนแรงไปบ้างเวลาที่ฉันไม่ให้ความสำคัญเขา แต่ยังไงสิ่งที่เขาทำลงไปก็เพราะเป็นห่วงฉันล้วนๆ...ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายฉัน ถึงจะต่อต้านเฮียยังไง สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นพี่ชายคนโตของฉันอยู่ดี แล้วคนอย่างเฮียเวน่ะรึจะแสดงอาการเป็นห่วงฉันแบบพี่ชายทั่วๆ ไป ไม่มีทางหรอก พี่ชายฉันน่ะซึนตัวพ่อ! พูดเป็นห่วงก็ไม่เป็น น้อยใจรึอย่าหวังว่าจะบอก คงได้แต่เก็บความรู้สึกต่างๆ สุมกันเอาไว้แล้วระเบิดโพล่งออกมาจนบ้านแทบแตก!

ป๊าว่าหนูไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกินข้าวกันดีกว่า เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ

อื้อ

ป๊าเดินออกไปจากห้องนอนฉันแล้ว ฉันเลยค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเปิดตู้ออกเพื่อเตรียมเสื้อผ้าไปอาบน้ำ แต่แล้วจู่ๆ เสียงก๊อกแก๊กอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นตรงริมระเบียง และพอฉันชะเง้อคอผ่านประตูตู้เสื้อผ้าที่เปิดไว้ออกไปดู ฉันก็ต้องตกใจสุดขีด!

ฌาน!!”

ฉันเรียกเขาเสียงดังจนเจ้าตัวที่พุ่งเข้ามาในห้องต้องรีบยกมือขึ้นมาอุดปากฉันเอาไว้ เขา...เขาปีนขึ้นมาบนระเบียงห้องนอนฉันได้ไง แถมบนชั้นสองอีก!!!

มาได้ไง!”

เสียงร้องตกใจของฉันคงทำให้เขาขำมาก เพราะเจ้าตัวกำลังอมยิ้มแล้วก็เอียงคอมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เฮ้ย ลืมไป หน้าตาฉันแย่มากเลยนี่นา

หน้าบวมเป็นซาลาเปาเลยเนอะ

ทำไมเขาต้องมาเห็นฉันในสภาพนี้ด้วยเนี่ย เอ๊ะ แล้วนี่ฉันกำลังโกรธเขาเรื่องที่เขาจูบฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ!!

น่ารักจังเลย เหมือนปลาทองเลย ฮ่าๆๆ

ไอ้บ้านี่...บังอาจเอามือมาบีบแก้มฉันเหรอ! ฉันยกมือตีมือของฌานที่พยายามบีบแก้มฉันให้ปากจู๋ มันคงตลกและสนุกสำหรับเขามากสินะ

มาทำไม ปีนเข้าบ้านคนอื่นน่ะผิดกฎหมายนะ

ฉันว่าเสียงเขียวและกำลังจะดันเขาออกไปพร้อมกับปิดประตูระเบียง แต่ฌานกลับไหวตัวทัน เขาแทรกตัวเข้ามาในห้องฉันอีกครั้งโดยพลการ พร้อมกับก้าวเท้าเดินสำรวจห้องนอนฉันอย่างถือวิสาสะ เฮ้ย!!

นี่!!” ฉันแหวใส่ฌานที่กำลังเดินสำรวจห้องตัวเอง เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่วางหนังสือนิยายเป็นตั้งๆ ของฉัน  

มันไม่ดีเลยนะที่เขาเข้ามาอยู่ในห้องฉันแบบนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำยังไง! คิดได้ดังนั้นฉันก็เดินเข้าไปหาฌานและกำลังจะเอื้อมมือไปลากแขนเขาให้ออกไป แต่คนตัวสูงกลับพลิกตัวกลับมาเสียก่อน

เราเป็นห่วง เลยแวะมาดู

คำว่าห่วงทำให้ฉันหยุดมือที่กำลังจะลากเขาออกไป ถึงมันจะไม่ได้เป็นคำพูดสวยหรูอะไร แต่ความจริงใจที่ผ่านออกมาจากน้ำเสียงและแววตานั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกอ่อนไหวอย่างง่ายดาย

ไม่ได้การ ฉันยังโกรธเขาอยู่ แล้วการที่จะมาร้องไห้ต่อหน้าฌานที่ไม่ต่างจากคนแปลกหน้านั้นมันก็ไม่เท่เอาซะเลย ฉันไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ  

ห่วง จะมาห่วงทำไม...

ข้อแรก

ฌานโพล่งขึ้นมาขัดกับประโยคของฉัน ดวงตาสีน้ำตาลใสนั่นจ้องมาที่ฉัน คำพูดทุกคำของเขามันจริงจังมาก

ห่วงตัวเอง กลัวว่าจะถูกโกรธที่ดันเผลอไปจูบ

มะ...ไม่ต้องพูดตรงขนาดนั้นก็ได้

เรารู้สึกผิดมากที่เผลอจูบเกว

ไม่ต้องย้ำเรื่องจูบบ่อยขนาดนั้นก็ได้ แค่ได้ยินคำว่าจูบ สายตาฉันมันก็พลันจะไปหยุดที่ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอยู่เรื่อย บ้าเอ๊ย!  

ข้อสอง...เราห่วงเกว ได้ยินมาว่าทะเลาะกับที่บ้าน

เธอ...รู้ได้ยังไง

ฌานยักไหล่แทนคำตอบ เขายังคงจ้องฉันโดยไม่ละสายตาไปไหน

ส่วนข้อสาม ห่วงตัวเองอีกนั่นล่ะ กลัวจะบ้าตายซะก่อนถ้าไม่มาเห็นหน้าเธอ

แม้ว่าคำพูดของฌานมันจะฟังดูแปลกๆ และเห็นแก่ตัว แต่มันกลับมีความหมายที่ทำให้หัวใจฉันพองขึ้นเรื่อยๆ

บ้าบอที่สุด...

ถ้าคิดว่าบ้าจริงๆ อย่ายิ้มสิ

“…”

หยุดยิ้มนะ แน่ะ...แน่ะ ยังไม่หยุดอีก แน่ะ!!!”

โอ๊ย ฉันยอมแพ้เขา ฉันเผลอยิ้มออกไปจนได้ ก็ใครใช้ให้เขามาจ้องหน้าแล้วแกล้งกันแบบนี้เล่า เฮ้อ แล้วฉันจะวางฟอร์มว่าโกรธเขาให้เนียนยังไงล่ะ

เห็นเกวยิ้มได้แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย

ฉันก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยิ้มออกมาง่ายขนาดนี้ ทั้งๆ ที่วันก่อนยังเหมือนตกนรกอยู่เลย เหตุผลมันต้องมาจากคนตัวยุ่งที่กำลังมองฉันแล้วยิ้มเป็นตาแป๊ะอยู่แน่ๆ

เกว ลงมากินข้าว!”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านล่าง ฌานเองก็ตกใจจนหันไปมองตามสายตาฉันเหมือนกัน ให้ตายสิ ฉันนึกว่าจะมีคนเปิดประตูห้องเข้ามาซะแล้ว

ทุกคนรอเกวอยู่นะ เลิกหมกตัวเป็นนางห้องเถอะ

พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา จู่ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ เลือนหายไป ไม่ว่าฌานจะรู้เรื่องที่บ้านฉันได้ยังไงมันก็ไม่ได้สำคัญกับสถานการณ์ตอนนี้อีกแล้ว  

นั่นสินะ ฉันต้องลงไปกินข้าวกับที่บ้านแล้วเริ่มต้นคุยกันอย่างจริงจังกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วนี่นา แต่ไม่รู้ทำไมนะ ฉันรู้สึกหวั่นใจและไม่สบายใจเลยที่จะต้องลงไป

ไปเถอะ มีคนที่คิดถึงเกวมากกว่าเราอีกตั้งหลายคนเชียวนะ

เขาพูดมันก็เหมือนง่ายหรอกนะ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น ฉันเดินผละจากฌานแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง พยายามคิดหาคำพูดที่จะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ แต่ก็คิดไม่ออก

เราไม่อยากผิดหวัง...เราคิดว่าถ้าพูดให้ทุกคนเข้าใจ เขาน่าจะยอมรับการตัดสินใจของเราและร่วมยินดีไปกับเราได้ แต่จากที่ลองพูดแล้ว...มันทำให้เราเสียใจมากนะที่ไม่มีใครยอมรับฟังความคิดเห็นเราน่ะ

ร่างสูงของฌานที่ยืนมองฉันมาจากโต๊ะอ่านหนังสือค่อยๆ ขยับตัวเดินมาหาฉันที่นั่งอยู่ปลายเตียง คนตัวสูงค่อยๆ ย่อตัวลงมาจนนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฉัน เสียงนุ่มทุ้มของฌานดังขึ้น

เราขอมือเกวหน่อยสิ

แม้ฉันจะสงสัยว่าเขาขอมือฉันไปทำไม แต่ฉันก็วางมือลงบนมือหนาของฌานช้าๆ คนตัวสูงยิ้ม เขาจับมือฉันเอาไว้แล้วเริ่มร่ายคาถาประหลาดๆ

เพี้ยง!” ท้ายสุดฌานจัดการเป่าลมใส่มือ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองฉัน เรื่องดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น สบายใจเถอะ

เขารู้ได้ยังไงว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับฉัน เขาไม่ใช่ผู้วิเศษสักหน่อย  

คนอื่นๆ จะต้องเข้าใจ เอาหัวไอ้ฌานเป็นประกันสิ

คำว่าเอาหัวไอ้ฌานเป็นประกันกับรอยยิ้มยิงฟันตาหยีของเขามันไม่น่าจะรับประกันอะไรได้ แต่...มันกลับทำให้ฉันสบายใจและเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องโอเคตามที่เขาบอก

อื้ม!”

ฉันพยักหน้ารับคำฌานก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินลงไปข้างล่าง เสียงเรียกของเขาดังขึ้นอีกครั้งทำให้ฉันหันกลับไปมอง คนตัวสูงนั่งอยู่ตรงริมระเบียงพร้อมกับส่งยิ้มสวยมาให้

เรื่องเมื่อวันก่อน เราขอโทษนะ

“…”

ขอโทษนะครับ จะไม่ทำตัวเกเรแบบนั้นอีกแล้ว คืนดีกันแล้วนะ

คนบ้า...แค่ยกมือไหว้ขอโทษแล้วชูนิ้วก้อยไปมาแบบนั้นคิดว่าฉันจะลืมเรื่องจูบง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ เขาก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วมีกำลังใจจะไปคุยกับคนในครอบครัวแล้วนี่ หายโกรธก็ได้ แต่แค่ครั้งเดียวหรอกนะ เพราะถ้ามีครั้งหน้าที่เขากล้าทำใจร้ายกับฉันอีก ฉันจะโกรธเขาจริงๆ ด้วย  

 

มากินข้าวกันลูก แม่ลงมือเข้าครัวเองเลยนะ มีแต่ของโปรดหนูทั้งนั้นเลย

ทันทีที่ฉันลงมาจากห้อง ภาพที่ฉันเห็นคือโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยกับข้าวฝีมือแม่เมนูที่ฉันโปรดปราน เจ้เบลกำลังช่วยยกจานมาวางบนโต๊ะและเหลือบมองฉันพร้อมส่งยิ้มมุมปากให้ ป๊ากำลังแจกช้อนส้อมให้ทุกคน ส่วนเฮียเว...เขากำลังนั่งคุกเข่ายกมือขึ้นเหนือหัวในปากคาบช้อนอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะกินข้าว

ฉันค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวเองมายืนเกาะเก้าอี้กินข้าวที่เป็นที่นั่งประจำของตน รู้สึกคิดถึงบรรยากาศการกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทั้งๆ ที่ตัวเองเพิ่งจะเริ่มการประท้วงไปแค่สองวันเท่านั้น

เวมันลงโทษตัวเองที่ทำตัวไม่ดีใส่หนูป๊าเป็นคนอธิบายถึงการกระทำของเฮียเว

แม้ว่าเฮียจะยังหลบตาฉันและฉันเลือกที่จะหันสายตาหนีเพราะเรากำลังโกรธกัน แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่ฉันจะให้อภัยพี่ชายตัวเองอย่างง่ายดาย ก็เขายอมลงทุนนั่งรับบทลงโทษประจำบ้านของเราโดยไม่ปริปากบ่น แถมอายุของพี่ชายฉันก็ไม่ใช่เด็กเจ็ดแปดขวบอีกแล้วด้วย

เวจะได้ขึ้นมากินข้าวก็ต่อเมื่อหนูจะบอกว่าพอนะ

แม่ที่ยกกับข้าวจานสุดท้ายมาวางบนโต๊ะบอก ท่านหัวเราะนิดหน่อยแล้วเลื่อนเก้าอี้ข้างป๊านั่งลง เฮียเวยังคงก้มหน้าหงุดๆ อยู่

ให้อดข้าวไปเลยก็ได้นะเกว เจ้ว่าดี สมน้ำหน้า จะได้เลิกทำรุนแรงกับสาวๆ ในบ้านสักที

“!!!”

ฉันเชื่อเลยว่าเฮียเวคงอยากจะบ้วนช้อนในปากทิ้งแล้วปะทะฝีปากกับเจ้เบล แต่เขาทำไม่ได้ไงจนกว่าฉันจะอนุญาต มันเป็นกฎของบ้านที่ป๊ากับแม่ตั้งเอาไว้ ถ้าหากว่าเราเกิดทะเลาะกัน คนที่มีสิทธิ์สั่งให้ยุติการลงโทษ คือคนที่พร้อมจะให้อภัยอีกฝ่ายแล้ว  

มา กินข้าวกันเถอะ

เสียงประกาศจากป๊าเป็นอันได้ฤกษ์กินข้าวกันแล้ว เจ้เบลเริ่มตักข้าวแบ่งใส่จานทุกๆ คน ส่วนเฮียเวก็ทำได้แต่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งอนาถเนอะ พี่ชายสุดหล่อของฉันหงอเป็นหมาหงอยเชียว

เฮียเว ลุกขึ้นมากินข้าวกันเถอะ

ฉันรู้นะว่าทุกคนกำลังลอบยิ้มที่ฉันยอมปริปากพูดกับเฮียเวก่อน ร่างสูงของเฮียค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แม้ว่าจะเซเสียหลักไปบ้างเพราะนั่งคุกเข่าอยู่นานแล้ว แต่เฮียก็นั่งลงข้างๆ กับฉันจนได้

เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก การกินข้าวเป็นไปอย่างเงียบๆ ...

จนกระทั่งเฮียเววางช้อนลง มือหนาของเฮียเอื้อมมาลูบหัวฉันพร้อมกับพูดเสียงเบา

เฮียขอโทษนะ

เพียงแค่คำพูดนั้นของพี่ชาย ฉันก็ปล่อยน้ำตาลงมาใส่จานข้าวอย่างห้ามไม่อยู่

ฮึกๆฉันปล่อยโฮสะอึกสะอื้นกลางวงข้าวอย่างไม่อายใคร

สถานการณ์ในตอนนี้มันเหมือนเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด ตอนที่ฉันเพิ่งจะอยู่ ป.5 ฉันก็ร้องไห้ที่โต๊ะทานข้าวแบบนี้เหมือนกัน

ฮือ เกวเกลียดคณิต...เกวไม่เรียนแล้วได้มั้ย เกวเกลียดเลข ฮือๆๆ

ในตอนนั้นฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังลั่นบ้านเพียงเพราะโจทย์คณิตศาสตร์สุดหินที่ได้รับมาเป็นการบ้าน ฉันนั่งงมอยู่กับสมุดการบ้านตัวเองตรงโต๊ะทานข้าวนานกว่าชั่วโมงก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาโจทย์ข้อแรกได้

เฮียเวที่ตอนนั้นยังไม่เข้าเรียนมหาลัยเพราะดร็อปเรียนรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนการบ้านคณิตศาสตร์กิติมศักดิ์ให้ฉันเพราะว่างอยู่คนเดียว ฉันสาบานเลยว่าไม่มีอาจารย์สอนคณิตศาสตร์คนไหนจะดุและโหดได้เท่าเฮียเวอีกแล้ว

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #65 Wadee_MSR (@Wadee_MSR) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 16:12
    รอค่าาาาา
    #65
    1
    • #65-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 14)
      10 กันยายน 2561 / 15:35
      โง้ยย จะรีบมาอัพน้าา
      #65-1
  2. #64 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 05:10
    ท่าผู้ กล้า
    #64
    1
    • #64-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 14)
      10 กันยายน 2561 / 15:35
      ตายเป็นตายละงานนี้ 5555
      #64-1