NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,237 Views

  • 583 Comments

  • 449 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    28,237

ตอนที่ 6 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │2-3 │ fiancé 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    31 ต.ค. 61




ฉันปิดเปลือกตาลงกว่าสามวินาทีแล้วกำลังจะพรมนิ้วไปบนแป้นเพื่อกรอกรหัสบัตรเครดิตของตัวเอง แต่จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ภายในห้องก็ดังขึ้น ฉันสะดุ้งสุดตัว หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม จ้องมองไฟสัญญาณโทรศัพท์ที่ยังคงดังไม่หยุดเกือบสิบวิ ก็ตัดสินใจยื่นมือออกไปรับสาย

Hello?” (ฮัลโหล)

ฉันกรอกเสียงลงไป ก่อนจะได้ยินเสียงตอบกลับเป็นเสียงผู้ชายที่คล้ายคลึงกับพนักงานตรงอินฟอร์เมชั่นที่เจอกันตอนเช็คอิน

Hello miss… I'm sorry to disturb your resting time but…” (ฮัลโหลครับ ผมขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาการพักผ่อนของคุณ แต่...)

ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้น หัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะไม่รู้ว่าการที่พนักงานโรงแรมโทรขึ้นมาหาที่ห้องมันจะเกี่ยวข้องกับคนที่ฉันเพิ่งไล่ออกไปรึเปล่า

ปลายสายดูอึกอักไปเล็กน้อย ท่าทางเขาดูลำบากใจ เพราะฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเหยียดยาวก่อนที่ประโยคถัดมาจะทำให้ฉันตัวชาและปลายนิ้วเย็นเฉียบ

It seems like your fiancé is waiting for you at the lounge for long time and he’s look so bad” (ดูเหมือนว่าคู่หมั้นของคุณจะรอคุณอยู่ที่ด้านล่างนานแล้ว และเขาดูอาการแย่มากเลย)

ทั้งๆ ที่ฉันคาดคิดไว้อยู่แล้วว่าตาลุงเหอจะต้องนั่งรอฉันอยู่ด้านล่างไม่ยอมขยับไปไหน แต่พอมาได้ยินคำยืนยันจากพนักงานและประโยคทิ้งท้ายว่าเขาดูไม่ดี ฉันก็รู้สึกร้อนลนขึ้นมาจนต้องยืดตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ ถึงเขาจะดูไม่ได้คล้ายกับคนป่วย แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่ฉันจับเสียงเวลาไอของเจ้าตัวได้ว่ามีเสมหะอยู่ หรือว่าเขาจะทรุดป่วยขึ้นมาจริงๆ?

แล้วการที่ฉันไล่เขาให้ออกไปจากห้อง...มันคงจะไม่ได้ทำให้ตาลุงโฮมเลสอาการแย่ลงหรอกใช่มั้ย

ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนกระทั่งพนักงานโรงแรมกรอกเสียงกลับมาในสาย หัวใจของฉันถึงได้เต้นรัวราวกับเพิ่งไปวิ่งระยะไกลมา

I know you guys are having problems…Could you please check him out??” (ผมรู้ว่าพวกคุณกำลังมีปัญหากันอยู่ แต่คุณช่วยลงมาดูเขาหน่อยได้มั้ยครับ)

ถ้าอาการของตาลุงเหอไม่ได้หนัก พนักงานก็คงจะไม่โทรเรียกฉันให้ลงไปดูเขา...

Ok I’ll…I’ll check him

ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างตะกุกตะกัก กำโทรศัพท์ที่อยู่ในมือไว้แน่น จนกระทั่งพนักงานกล่าวคำขอบคุณและวางสายไป ฉันถึงได้ตั้งสติได้แล้วรีบร้อนวางโทรศัพท์กลับเข้าที่ สาวเท้ายาวๆ กึ่งวิ่งสวมรองเท้าสลิปเปอร์ หยิบเอาคีย์การ์ดอย่างอลหม่านแล้วมุ่งตรงลงไปด้านล่างด้วยความรวดเร็วอย่างวุ่นวายใจ

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้...แต่เพียงแค่คิดว่าคนตัวสูงอาการทรุดลงเพราะฉันเป็นฝ่ายไล่เขาออกไปอย่างใจดำ ฉันก็รู้สึกแย่มาก จนไม่อาจควบคุมสติตัวเองได้อีกแล้ว  

ลิฟต์ของโรงแรมพาฉันมาถึงเลาจน์ชั้นล่างสุดของโรงแรมในเวลาต่อมา ฉันเดินผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์แล้วกวาดสายตาตามหาเจ้าของร่างสูงหนวดเฟิ้มด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้ใจเต้นเร็วมากขนาดนี้ จนกระทั่งฉันเห็นร่างสูงภายใต้ผ้าคลุมลายเสือดาวนั่งแผ่อยู่ตรงโซฟาใกล้ๆ กับเคาน์เตอร์อินฟอร์เมชัน ฉันถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วฉันกำลังกลัวเอามากๆ...

Are you ok?!!” ฉันร้องอย่างตื่นตระหนกตอนที่วิ่งมาหยุดยืนอยู่ใกล้ร่างที่กำลังหอบหายใจอย่างทรมาน

คนที่นอนหลับตาพริ้มในตอนแรกค่อยๆ ปรือตาขึ้นมามองฉัน ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูเริ่มแห้งแตกอย่างอาการไม่ค่อยดีนัก ฉันรีบมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบพนักงานโรงแรมหญิงวัยกลางคนที่เดินมาทางนี้พร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว

Your fiancé’s so sick. You should take him rest.” (คู่หมั้นคุณป่วย คุณควรพาเขาไปพักนะคะ)

ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้พนักงานหญิงคนนั้นด้วยความรู้สึกขอบคุณ ก่อนจะรับน้ำเปล่าแก้วนั้นมาถือไว้ ทิ้งตัวลงนั่งบนพนักโซฟาที่ว่าง แล้วเลื่อนขอบแก้วไปจรดชิดริมฝีปากเพื่อป้อนน้ำให้คนที่กำลังพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาอย่างไม่สบายตัว

“คุณ...หาโรงแรมให้ผมได้แล้วเหรอ” เสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยถามอย่างรู้ทัน เขาคงจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางปล่อยให้เขาออกไปร่อนเร่ที่ข้างนอกโดยไม่หยิบยื่นความช่วยเหลืออะไรให้เลย

ฉันเม้มปากแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองถูกคุ้ยความลับที่พยายามซ่อนเอาไว้ สายตากลมโตกำลังจดจ้องมองฉันนิ่งๆ ราวกับรอคำตอบอะไรบางอย่างที่เขาเองก็คงจะพอคิดได้อยู่แล้วว่าฉันกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรกับสถานการณ์บ้าๆ ระหว่างเราที่เกิดขึ้น   

ฉันรู้ว่าพวกเราอยู่ในสถานะคนแปลกหน้าที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลยสักอย่าง และความถูกต้องคือฉันไม่ควรใจอ่อนยอมให้เขามาอาศัยอยู่ห้องเดียวกัน แต่ว่าความลับที่ฉันพยายามซ่อนไว้และคนตรงหน้าก็ดูจะจับจุดฉันได้แม้เราเพิ่งจะเคยพบกัน กลับค่อยๆ ถูกเผยออกไปให้เขาได้รู้ ความลับที่ว่าฉันใจอ่อนกับเขา...และไม่สามารถปฏิเสธเขาได้จริงอย่างที่พยายาม

“ผมสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนคุณ ขอบคุณนะสำหรับความช่วย...แค่กๆ” 

สภาพเขาเป็นซะแบบนี้ แล้วจะให้ฉันใจร้ายไล่เขาให้ไปนอนโฮสเทลได้ยังไง...

“พอแล้ว คุณไม่ต้องพูดแล้ว”

“?”

“กลับขึ้นไปนอนบนห้องเถอะ ฉันมียาแก้หวัดอยู่”

ฉันตอบออกไปเสียงเรียบ วางแก้วน้ำที่เคยถืออยู่ในมือลงข้างตัว จากนั้นก็ลากสายตามองคนแก่กว่าที่กำลังกะพริบตาปริบๆ และคลี่ยิ้มออกมาให้ฉันบางๆ อย่างขอบคุณ

รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่ามันเสี่ยง ไม่ปลอดภัย และไม่ดีเลยที่ยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ฉันก็คงจะรู้สึกผิดและเป็นกังวลจนนอนไม่ได้ ถ้าหากปล่อยเขาที่กำลังป่วยให้อยู่คนเดียว...

กลายเป็นคนใจดีเว่อร์ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะเรา เฮ้อ

 

“แล้วนี่คุณชื่ออะไร มีชื่อเรียกรึเปล่า”

ตาลุงเหอที่ได้รับยาลดไข้มาจากพนักงานของโรงแรมแล้วเอ่ยถาม เจ้าตัวที่ดูอาการดีขึ้นทันตาเห็นเพียงแค่ฉันอนุญาตให้กลับขึ้นมานอนบนห้องลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองเข้ามาข้างใน เขาจัดการวางกระเป๋าเดินทางไว้ที่ปลายเตียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนฟูก พร้อมกับเอียงหน้ามองฉันด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะร่าเริงผิดมนุษย์มนา

ขนาดว่าผ่านเรื่องซวยมาตั้งเยอะขนาดนี้ เขายังคงยิ้มได้ นี่ถ้าเป็นฉันนะ ป่านนี้คงร้องไห้จะกลับประเทศตัวเองอย่างเดียวแล้วล่ะ

“ผมเองก็มีชื่อเหมือนกันนะ แค่กๆ”

คงเพราะฉันไม่ได้ตอบคำถามของเจ้าตัวในทันที ตาลุงเหอเลยพูดต่อประโยคแถมตบท้ายด้วยการไอโชว์สภาพในความเป็นจริงที่เหมือนคนป่วยใกล้ตายของตน จะว่าไปแล้วตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเขาก็เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ไม่เหลือสภาพความเป็นคนป่วยและผิดกันกับผู้ใหญ่หลายๆ คนที่ฉันรู้จัก คนที่โตกว่าฉันในช่วงอายุประมาณนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะตีนิ่งทำขรึมไม่ค่อยพูดล้อพูดเล่นโดยเฉพาะกับคนเด็กกว่า แต่อีตาคนอายุสามสิบสองนี่...เขากลับดูสนุกสนานซะเหลือเกินกับการได้แกล้งแหย่ฉันให้ได้ตวาดแว้ดใส่ แถมยังดูไม่เดือดร้อนเลยสักนิดกับทุกปัญหาที่เข้ามา

จะบอกว่าเป็นเพราะมีฉันอยู่กับเขาเลยทำให้อุ่นใจขึ้น ฉันว่ามันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว ตาลุงเหอแค่ดูเป็นมนุษย์ใจเย็น...ไม่ตระหนกไปกับสิ่งที่เข้ามา เขาดูรับมือไหวแม้ว่าตัวเองจะป่วยหนักกว่าที่ตาเห็นก็ตาม

แต่ก็ไม่รู้ทำไมอีกเหมือนกัน ฉันถึงทิ้งเขาให้จัดการปัญหาทั้งหมดตามลำพังไม่ได้ คนอย่างเขาดูแล้วน่าจะผ่านประสบการณ์มามากกว่าฉัน เขาน่าจะเอาตัวรอดเก่ง ดูแลตัวเองได้ แต่ดันมาพึ่งพาผู้หญิงไทยตัวคนเดียวที่ไม่ประสีประสาอะไรอย่างฉัน แล้วฉันก็ดันบ้าจี้เปิดรับเขาเข้ามาอยู่ในความดูแลซะด้วย เฮอะ ความสัมพันธ์ของเรานี่ โคตรแปลกเลยนะว่ามั้ย  

“ฉันรู้จักชื่อคุณแล้วล่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆ ตอนที่ยกกระเป๋าเดินทางของตัวเองขึ้นไปวางบนแท่นนั่งข้างริมหน้าต่างทรงสูงที่สร้างจากหินอ่อน

มันมีขนาดใหญ่พอให้คนขึ้นไปนั่งดูวิวได้สบายๆ ฉันเลยเลือกวางกระเป๋าไว้บนนั้นเพื่อที่จะได้ไม่เกะกะขวางทางเดินและเผื่อแผ่พื้นที่ให้แขกที่ไม่ได้ตั้งใจจะรับเชิญ (ฉันชอบเดินเตะนู้นเตะนี่ สร้างแผลให้ตัวเองอยู่เรื่อย เลยต้องระวังเป็นพิเศษน่ะ)

“คุณรู้จักชื่อผมแล้ว? นี่คุณชอบผมเหรอ”

ฉันรู้นะว่าเขาแค่แกล้งแหย่ฉัน แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ที่จะหันขวับกลับไปแล้วอธิบายข้อเท็จจริงให้เขาฟัง จะได้หยุดมโน!

“ฉันไม่ได้ชอบคุณ ฉันแค่เห็นชื่อคุณจากใบ special pass ที่ได้รับมาก็เท่านั้น!

“เข้าใจแล้ว คุณไม่ได้ชอบผม แต่ผมชอบคุณนะ”

ฉันถลึงตากว้างมองคนที่กำลังปาดน้ำมูกกับแขนเสื้อและลงไปนอนกลิ้งเกลือกบนเตียงฝั่งตัวเองอย่างมีความสุขราวกับเป็นเด็กๆ เมื่อกี้นี้เขาพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างรึเปล่า เคยคิดก่อนจะพูดบ้างมั้ย หรือว่าอายุมันไม่ได้มีส่วนในการพัฒนาสมองเลย

เห็นฉันแหย่ง่ายหน่อย ก็คิดแต่ว่าจะแกล้งเอาสนุกเท่านั้นเหรอ ฉันเป็นคนนะไม่ใช่ของเล่น!

“นี่คุณ! ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ แค่ฉันยอมให้คุณพักที่นี่โดยไม่แจ้งตำรวจจับคุณก็ดีแค่ไหนแล้ว ช่วยอยู่อย่างสงบๆ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกันให้มากได้มั้ย”

“หมายถึงให้เราต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเที่ยว เหมือนคนที่มาแชร์ห้องกันอยู่แต่มีเขตกั้นเป็นเส้นล่องหนที่ห้ามข้ามเข้าไปหาแบบนี้เหรอ” คนตัวสูงขมวดคิ้วมุ่นด้วยสีหน้ายู่ยี่ คล้ายกับว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปมันค่อนข้างยุ่งยากกว่าที่คิด  

คือฉันก็รู้นะว่าสำหรับคนที่ไม่คิดมากอะไรและยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไปมากแล้ว คนเราสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงสถานะหรือเพศสภาพ แต่เราเป็นคนแปลกหน้ากัน ฉันเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่ถึงหนึ่งวันดี และต่อให้ฉันจะรู้สึกลำบากใจอยู่เล็กๆ ที่ต้องมาแชร์ทริปเที่ยวคนเดียวของตัวเองกับใครอีกคน แต่ยังไงซะ...เราก็ต้องพูดเรื่องนี้กันอย่างชัดเจน

“คุณก็รู้ว่าผมไม่มีที่ไปและผมก็ยังป่วย แค่กๆ คุณจะทิ้งผมให้นั่งเหงาอยู่ที่ห้องจริงๆ เหรอ”

ดวงตาใสๆ ของคนที่กำลังป่วยช้อนมองด้วยแววตาเหมือนหมาอ้อน ฉันที่กำลังจะอ้าปากพูดเลยรีบหุบปากฉับ เพราะมาคิดๆ ดูแล้ว คนตรงหน้าฉันไม่มีทั้งพาสปอร์ตหรือแม้กระทั่งกระเป๋าเงิน การต้องปล่อยเขาให้นอนเฉาอยู่ที่ห้อง ฉันก็แอบสงสารอยู่นิดๆ แถมออกจะเป็นห่วงข้าวของของตัวเองอีกด้วย ก็ไม่ได้อยากยัดเยียดข้อหาขโมยให้คนตรงหน้าหรอกนะ แต่เก็บคนที่อาจจะอันตรายไว้ข้างตัวเพื่อคอยควบคุมความประพฤติมันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอไง

“ฉันหมายถึงถ้าเราจะอยู่ด้วยกัน คุณต้องห้ามทำเกินเลยกับฉัน คุณต้องให้เกียรติ เป็นสุภาพบุรุษ และห้ามล่วงเกินไม่ว่าจะทั้งคำพูดหรือทางการกระทำเด็ดขาด”

“นี่เราย้อนเวลากลับไปยุคสมัยวิคตอเรียนเหรอ”

เขากำลังประชดประชันว่าฉันหวงตัวและหัวโบราณเกินไป!

“ถ้าไม่พอใจ คุณก็เก็บกระเป๋าออกไป” ฉันขึงตาใส่อีกฝ่าย ทำท่าดุอย่างจริงจังเพื่อยืนยันจุดประสงค์ของตัวเอง

“ก็ได้ แต่อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย”

เป็นเพื่อนกับคนแปลกหน้า เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อน แต่พอสบเข้ากับดวงตาใสๆ ที่ยังคงจ้องมาอย่างรอคำตอบ ฉันก็เหมือนคนน้ำท่วมปากที่ไม่อาจปฏิเสธอะไรได้

“ก็ได้”

พอได้รับคำตอบที่พึงพอใจ ตาลุงเหอก็ยิ้มกว้างหน้าแป้นแล้วยิงคำถามต่อ

“งั้นเป็นเพื่อนกัน เราก็ไปเที่ยวด้วยกันได้ใช่มั้ย”

“ก็...ได้แหละ”

Great!!




อยากเที่ยวกับเขาจังเลยน้าเฮีย

คิดอะไรอยู่รึเปล่าจ๊ะ 



เมื่อวานไม่ได้มาอัพ เพราะมีแก้ต้นฉบับตรงส่วนที่ต้องอัพต่อเล็กน้อย

แต่ตอนนี้แก้เสร็จแล้วเลยมาอัพต่อ 55555 แต่ไม่รู้นะทุกคนว่าจะต้องแก้อีกมั้ย

ยังไงฝากให้ทุกคนที่ติดตาม อดใจรออีกนิดเด้อออ

ไรต์จะสู้วววเพื่อให้เฮียเหอได้ไปอยู่ในมือทุกคน 


จู่ๆ ก็มีคู่หมั้นไม่รู้ตัว และจู่ๆ ก็ร้อนรนเพราะเป็นห่วงเขาไปหมด

ยังไงล่ะคู่นี้ หนูจันทร์ แน่ใจนะว่าแค่น้ำใจ ไม่ได้มีซัมธิงกันเลยจริงจริ้งงง




เนี่ย หน้าไม่หนาไม่ทน ไม่ใช่เฮียเหอนะจะบอกให้ 


 SPOILER ALERT
It seems like your fiancé is waiting for you 

ช่วงฝากนิยาย

สายฮาเกรียนประสาทเสียจิ้มพี่เจ๋งโล้ดดด

____________เด็กแว๊นบางพลี vs สก๊อยบางระจัน____________
'ตัวเอง นิ้วนางกับนิ้วกลางเค้าหายไปอ่ะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน'
ตาโตๆ ของพี่เจ๋งกวาดมองร่างฉันที่นอนหอบอยู่ด้านล่าง 
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเขาคงหมายถึงท่าไอเลิฟยู
แต่พอกระดิกนิ้วเท่านั้นแหละ 
'อุ๊ย เจอแล้ว อยู่ในนี้!' 
อยู่ในนี้ที่พี่มันว่าคือในตัวฉัน! ไอ้เชี่ยพี่เจ๋ง หนูใช่ของเล่นมั้ยวะพี่
แฟนฉันมีแล้ว...เอาเก่งด้วย
สายโรแมนติกโดนเด็กจับกินจิ้มนุ้งฮันโล้ดด

________________________นายน้อย vs หนูลิต________________________

“ชัวร์นะ” ฮันถามย้ำอีกครั้งตอนที่ฉันปรือตาขึ้นมามองหน้าเขา 
ถ้าเขาไม่เซ็กซี่บาดใจขนาดนี้ ฉันคงไม่สมยอมขึ้นเตียงกับเขาหรอก แต่นั่นมันประเด็นรอง หลักๆ แล้วคือฉันแค่ชอบเขาเอามากๆ ก็เท่านั้น 
“ชัวร์” ฉันตอบออกไปเสียงแผ่ว มือที่เคยบังหน้าถูกจับออกทำให้สบตากับเขาตรงๆ 
การที่เขายิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่จะบอกว่าเอ็นดูก็ไม่ใช่จะคลั่งไคล้ก็ไม่เชิงนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกใจสั่น ฉันไม่รู้หรอกว่าฮันจะรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันมั้ย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้น มันมากพอแล้วจริงๆ ที่ฉันจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นไป 
“ลิตรู้มั้ย...” 
“ฮะ...ฮ๊า” ฉันหอบหายใจและเผลอร้องสลับเสียงครางตอนที่อีกฝ่ายแนบชิดลงมา 
“ลิตเซ็กซี่กว่าที่ฮันคิดนะ” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #212 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:52

    เฮียมันร้ายอ่ะ มันร้ายๆๆ
    #212
    0
  2. #194 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 22:52
    เฮียโชคดีที่เจอคนใจดีนะเนี่ย
    #194
    1
    • #194-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 20:05
      ถ้าเจอคนใจร้าย เฮียตายแน่ๆ เลยยย
      #194-1
  3. #193 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 17:49
    เอ๊ะะะ เฮียคิดไรกับเขาป่ะเนี่ยยยย5555
    #193
    1
    • #193-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2561 / 21:14
      นั่นจิน้าาา เขาคิดอะไรกันรึเปล่าน้าาาา ><
      #193-1
  4. #192 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:02
    โฮกกกกกก
    #192
    0
  5. #191 vivasweet (@KittyNice) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 22:58
    ทั้งๆที่อัพช้ามาก แต่ไม่รู้ทำไม รอ e-book แล้วเนี่ย
    #191
    1
    • #191-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2561 / 09:53
      ใจเย็นๆ นะคะ อีบุ๊คยังไม่มาแน่นอน เพราะตอนนี้รอสนพ.ตรวจต้นฉบับอยู่จ้า
      #191-1
  6. #190 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:11
    มาอ่านแล้วจ้า
    #190
    0
  7. #188 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:50
    รออออออออ
    #188
    0
  8. #187 huvmk (@huvmk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:21
    รอจ้าาา
    #187
    0
  9. #64 หนิงเฟิ่ง [宁凤] (@poppik) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 22:48
    เศร้าาาา
    #64
    0
  10. #63 B.Y. (@grayseas) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:05
    เฮียเอางี้เลยหรอ หนูจันทร์เจ้าคิดดีๆนะคะ
    #63
    1
    • #63-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      30 พฤษภาคม 2559 / 20:30
      ถ้าเป็นไรต์ ไรต์จะพุ่งเข้าไปกระโดดกอดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าหนูจันทร์นี่ ...
      #63-1
  11. #62 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:08
    เศร้าได้อีกกกกกกกก
    #62
    0
  12. #61 La Siesta (@nootuatia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 08:26
    หน่วงงงงงง
    ช่วงนี้เริ่มเศร้าๆ อึนๆ แล้วว
    #61
    0
  13. #59 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 19:22
    เค้าอยากส่งกำลังใจให้เฮียกับจันทร์เจ้า
    #59
    0
  14. #58 PUFFER :D (@puffer-w) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:06
    เศร้า ทำไมเป็นแบบนี้ละ
    #58
    1
    • #58-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      28 พฤษภาคม 2559 / 13:49
      ความจริงย่อมเป็นความจริงเนาะ TT
      #58-1
  15. #57 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 11:59
    โอ้ยเพิ่มความสงสารมาอีกเยอะเลยค่ะ คู่นี้ช่างยากเหลือเกิน คือถ้าจบแบบแฮปปี้ได้เนี่ย อยากให้รักกันนานๆ ให้คุ้มกับความยากลำบาก 5555 พูดเหมือนเราไม่ได้อ่านนิยายเลย 5555
    #57
    1
    • #57-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      28 พฤษภาคม 2559 / 13:49
      5555 คู่นี้ไม่รักกันง่ายแน่นอนค่ะ นี่เพิ่งเริ่มหมดฮุคแรกของเรื่องเท่านั้นเอ๊งงง
      #57-1
  16. #56 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 14:33
    หน่วงอ่ะ สงสารทั้งหมดเลย ไม่มีใครผิดหรอก
    #56
    1
    • #56-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 6)
      27 พฤษภาคม 2559 / 18:50
      ใช่ค่ะ เรื่องนี้ไม่มีคนผิด ถ้ามันจะผิด ก็ผิดที่โชคชะตา TT ดีใจจังที่มีคนอ่านแล้วคิดตรงกับไรต์ อิอิ
      #56-1