NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,224 Views

  • 583 Comments

  • 451 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    28,224

ตอนที่ 26 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │10-2 │ Who are you? 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    9 ก.พ. 62



“คุณพี่คะ~

ฉันลากเสียงยาวกว่าปกติตอนที่เอาหน้าแนบลงไปบนโต๊ะกระจก แล้วส่องเจ้าไข่กลมๆ สีส้มขาวที่กำลังทำหน้าอ้อน คนตัวสูงที่หอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือคงจะกำลังกลอกตามองบนใส่ฉันอยู่ เพราะตั้งแต่ที่เราเข้ามาในนี้ฉันก็ออกอาการกรี๊ดกร๊าดให้กับความน่ารักของเจ้าไข่ขี้เกียจแบบสุดฤทธิ์

แถมเพื่อไม่ให้คุณผู้ชายนั้นเบื่อหรือไม่อินไปกับความน่ารักของพวกมัน ฉันก็เลยเอาใจด้วยการเรียกเฮียเหอว่าคุณพี่ตามนางเอกในละครที่เขาเคยได้ยิน ซึ่งเจ้าตัวดูจะอินกับคำเรียกนั้นอยู่นะเพราะมีการยืดอกอย่างภาคภูมิใจที่ถูกเรียกเพราะๆ...ซึ่งฉันตามใจเขาเพราะเห็นว่าในร้านดูแล้วไม่น่าจะมีคนไทยหรอกนะ (ใครจะกล้าเรียกเขาว่าคุณพี่ ทั้งๆ ที่มีคนไทยอยู่กันล่ะ)

“ไปนั่งได้แล้ว คุณทำกระจกโต๊ะสกปรกหมดแล้ว”

ฉันยืดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สะบัดหน้าหันกลับไปมองคุณผู้ชายที่ปากมอมไม่เข้าเรื่อง แต่พอเห็นว่ามันมีร่องรอยของคุชชั่นที่ฉันลงไว้เมื่อเช้าเหลืออยู่ ฉันก็รีบใช้มือถูกระจกให้กลับมาใสดังเดิมแล้วรีบจรลีตามร่างสูงของเฮียเหอไปนั่งที่โต๊ะในทันที

“ตกลงคุณจะสั่งอะไร”

ฉันแทบจะไม่สนใจเสียงทุ้มที่เอ่ยถามตอนอีกฝ่ายก้มมองดูเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะ ความสนใจเดียวของฉันคือมุมของที่ระลึกซึ่งอยู่ริมสุดของร้าน ฉันเล็งเอาไว้แล้วว่าตัวเองจะต้องได้เจ้ากระเป๋าผ้าไข่ขี้เกียจและพวงกุญแจตัวกลมอ้วนของน้องกลับไป

คนที่เท้าคางมองฉันเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร เขาแค่หันไปสั่งเมนูเพื่อไม่ให้พนักงานต้องรอนาน แล้วเอียงหน้ามองฉันที่ยังคงไล่ถ่ายรูปตั้งแต่ฝาผนังไปจนถึงหมอนอิงที่วางอยู่ข้างๆ ซึ่งแต่ละสิ่งล้วนถูกตกแต่งด้วยเจ้าไข่ขี้เกียจ และธีมของร้านก็ยังให้บรรยากาศน่ารักตะมุตะมิอย่างกับหลุดไปอยู่ที่ญี่ปุ่นแน่ะ

โอ๊ย น่ารักๆๆ มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลย

“คุณกับผมนี่เหมาะสมกันจริงๆ นะ”

“คุณจะบอกว่าฉันดูเป็นแฟนเกิร์ลเหมือนที่คุณเป็นแฟนบอยใช่มั้ย”

เฮียเหอพยักหน้ารับ เขาใช้ดวงตากลมใสของตัวเองมองฉันเหมือนจะล้อนิดๆ กับท่าทีโอเวอร์ที่ฉันเคยมองอย่างเหนื่อยใจในทีแรก ฉันรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นตอนที่พนักงานเดินเอาเครื่องดื่มของโต๊ะข้างๆ ที่มีน้องไข่แปะติดกับหลอดไปเสิร์ฟ ฉันก็เหลียวมองตามจนคอแทบเคล็ดอยู่ดี

“ผมสั่งเมนูนั้นมาแล้ว คุณไม่ต้องมองตามขนาดนั้นก็ได้”

“จริงเหรอ แล้วคุณได้สั่งพวกเมนูพิเศษประจำฤดูนี้มารึเปล่า”

“สั่งสิ สั่งแน่นอนอยู่แล้ว”

“โห ทำไมคุณรู้ใจฉันจังเลยล่ะ” ฉันยกมือขึ้นมากุมไว้ที่อก มองเฮียเหอด้วยความประทับใจสุดๆ จนเจ้าตัวหัวเราะร่วนออกมาพร้อมคำสารภาพที่ทำให้ฉันแทบช็อก

“ผมก็แค่สั่งมาทุกเมนูที่มีในร้านเท่านั้นแหละ คุณจะได้ลองกินมันทุกอย่าง แล้วก็จะได้ถ่ายรูปเอาให้เต็มที่ไปเลยไง”

“คุณจะบ้าเหรอ!” ฉันร้องเสียงหลงอย่างตกใจ ถลึงตากว้างใส่เขา แล้วรีบเปลี่ยนมาเป็นยกมือขึ้นป้องปากกระซิบ “เมนูที่นี่แพงจะตายไป คุณสั่งทั้งหมดมาได้ยังไง อีกอย่างเรามากันแค่สองคนนะ เราไม่มีทางกินหมดหรอก”

“แล้วไงล่ะ กินไม่ไหวก็แค่กินเท่าที่ไหว ส่วนเรื่องเงินมันไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้ว ผมบอกแล้วไงว่าจะเลี้ยงมื้อกลางวันคุณ”

มันจะไม่เป็นปัญหาได้ยังไง ก็ในเมื่อ...

อืม มันคงไม่เป็นปัญหาจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งมาเห็นเขาช็อปปิ้งซื้อของจากคาเฟ่ซุปเปอร์ฮีโร่หมดไปตั้งเกือบพันดอลลาร์ ฉันว่าเขาก็คงจะไม่สนใจหรอกว่าตัวเองจะถลุงเงินในกระเป๋าหมดไปเท่าไหร่ หมั่นไส้อ่ะ หมั่นไส้คนรวย!!

“นี่ ฉันถามจริงๆ เถอะนะ คุณทำงานอะไรกันแน่น่ะ”

“ผมตอบไปแล้วไงว่าผมทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์”

“มันก็ใช่ แต่ว่าวงการภาพยนตร์ในบ้านคุณได้เงินดีขนาดนั้นเลยเหรอ”

คนตัวสูงที่ถูกฉันยิงคำถามนั่งนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาคมๆ ของเขามองสบกับฉันแค่เพียงแวบเดียวเท่านั้นก็เสมองไปทางอื่น ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเจ้าตัวดูจะหลบเลี่ยงการตอบคำถามของฉันยังไงก็ไม่รู้แฮะ 

“ตุ้ยปู้ฉี่...”

ในขณะที่ฉันกำลังจะเริ่มการซักฟอกอีกชุด จู่ๆ แขกที่นั่งอยู่ในร้านก็ลุกขึ้นมาหาเราที่โต๊ะ เธอพูดด้วยภาษาจีน นั่นทำให้ฉันฟังไม่ออกและไม่เข้าใจ คนเดียวที่เธอสื่อสารด้วยได้คือผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามฉัน และเขาก็เป็นเป้าหมายของเธอมาตั้งแต่แรก

ฉันมองเฮียเหอคุยอะไรบางอย่างกับผู้หญิงคนนั้นเป็นภาษาจีน เธอยิ้มกว้างมากตอนที่เขาส่งยิ้มให้เธอและพูดอะไรบางอย่าง ฉันขมวดคิ้วมุ่นมองคนทั้งสองด้วยความสับสน เพิ่งรู้สึกว่าการทิ้งภาษาจีนเมื่อสมัยมัธยมของตัวเองเป็นอะไรที่น่าเสียดายที่สุด เพราะอย่างน้อยถ้าฉันเลือกเรียนภาษาจีนอย่างต่อเนื่อง ฉันก็คงจะรู้ไปแล้วว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน

“หว่อเหิ่นเป้าเชี่ยนต๋าเหร่าหนี่เหย่เฟยฉางก่านเซี่ยหนี่ เจียโหยวอา หว่อฮุ้ยหยงหยวนจือชื๋อหนี่เตอะจั้วผิ่นเตอะ”

“เหมยกวานซี”

คำเดียวที่ฉันแปลออกคือคำว่า ก่านเซี่ยหนี่ ที่แปลว่าขอบคุณซึ่งมาจากปากของหญิงสาวคนนั้นที่เดินกลับไปที่โต๊ะ ไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองรึเปล่า แต่ตอนที่เธอเดินมา บนคอของเธอมีกล้องคล้องเอาไว้ด้วย ดูเหมือนว่าเธอตั้งใจเดินมาเพื่อขอถ่ายรูป แต่ที่ฉันไม่เข้าใจเอามากๆ ก็คือเธอมาเพื่อขอถ่ายรูปเฮียเหออย่างนั้นเหรอ...

แต่จะขอถ่ายรูปเขาไปเพื่ออะไรล่ะ หรือว่าเขาจะเป็นตากล้องชื่อดังมากๆ ที่จีน? แล้วทั้งๆ ที่เธอมาเพื่อจะขอถ่ายรูป แต่ทำไมเธอถึงไม่ได้รูปกลับไป นี่เฮียเหอปฏิเสธเธออย่างนั้นเหรอ

“เธอพูดอะไรเหรอ” ฉันลองถามอ้อมๆ เพื่อไม่ให้เป็นการละลาบละล้วงมากเกินไป

“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่คนรู้จักผมที่บังเอิญมาเจอกันที่นี่น่ะ”

คนรู้จักที่บังเอิญมาเจอกันที่นี่? ฉันไม่คิดว่าท่าทางของเธอดูเหมือนคนรู้จักของเขานะ ทั้งท่าทางการโค้ง น้ำเสียงที่พูดอย่างเกรงใจ และกล้องที่เธอเอาติดตัวมาด้วย คนรู้จักจำเป็นจะต้องมาขอถ่ายรูปกับคนรู้จักที่ต่างแดนเหรอ ฉันว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

“คุณเลิกทำตัวเป็นเชอร์ล็อคเถอะ มันไม่มีอะไร อาหารมาแล้ว กินซะสิ”

ฉันว่ามันแปลก แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันแปลกยังไง แต่คงจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากจัดการกับอาหารตรงหน้าในระหว่างที่คิดทบทวนไปพลางๆ เท่านั้น

...นี่ฉันโดนซื้อด้วยอาหารอีกแล้วรึเปล่าเนี่ย

 

พวกเราใช้เวลาอยู่ที่คาเฟ่ไข่ขี้เกียจเพียงไม่นาน เพราะทั้งฉันและเฮียเหอต่างรู้สึกว่าเราทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้านตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหาเราที่โต๊ะ ด้วยความอึดอัดใจและไม่ชอบที่รู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างแต่ไม่สามารถบอกได้ ฉันเลยชวนเขาให้ออกมาจากร้านโดยที่แตะอาหารไปไม่ถึงครึ่งและไม่ซื้อของที่ระลึกใดๆ ทั้งสิ้น

และก่อนหน้าที่เราจะออกมานั้นพนักงานที่ร้านได้ขอถ่ายรูปเฮียเหอคู่กับหุ่นจำลองมาสคอตประจำร้านอีกต่างหาก ตอนแรกเขาตั้งใจจะปฏิเสธแล้ว แต่เพราะพนักงานตามตื๊อและขอร้องอยู่นานหลายนาที คนตัวสูงก็เลยต้องยอมให้พวกเขาถ่ายรูปที่มีเฉพาะเขาคู่กับเจ้าไข่ขี้เกียจตัวยักษ์ ส่วนฉันถูกกันออกไปให้ยืนรออยู่ที่หน้าร้านด้วยความงุนงง

ความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจทำให้ฉันนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เหตุการณ์ทำนองนี้คล้ายๆ กันกับตอนที่ฉันยังคบกับซันไม่มีผิด แม้ว่าจะไม่ได้วุ่นวายเท่า...แต่มันก็ทำให้ฉันสงสัยเหลือเกินว่าแท้จริงแล้วเฮียเหอนั้นเป็นใครกันแน่

“คุณจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันคงใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสืออีกสักพัก”

ตอนนี้พวกเราเดินทางมาถึงร้านหนังสือ Kinokuniya ที่อยู่ภายในห้าง Takashimaya ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายสำหรับวันนี้ ดูจากสภาพของเฮียเหอที่สองมือเต็มไปด้วยข้าวของ ฉันเลยคิดว่าเขาน่าจะไปรอฉันที่ร้านคาเฟ่ในห้างดีกว่าที่จะมายืนถือของหนักๆ เพื่อรอฉันเลือกซื้อหนังสือ

“จันทร์เจ้า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกตอนที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในร้าน

ฉันหมุนตัวกลับมามองคนตรงหน้าที่ตอนนี้สวมทั้งหมวก ทั้งแว่นกรอบหนา และได้ไปหาซื้อผ้าปิดปากอันใหม่สวมเอาไว้มิดชิด แต่ถึงอย่างนั้นสายตาที่แสดงออกว่ากำลังเป็นห่วงนั้นก็ฉายชัดออกมา

“คุณไปนั่งรอฉันที่ร้านกาแฟเถอะ ถือของหนักๆ มันเมื่อยนะ”

ฉันพยายามยิ้มให้คนตัวสูง แต่ว่ามันคงจะออกมาเป็นยิ้มแกนๆ ที่ดูไม่มีความสุขเท่าไหร่ เฮียเหอถึงได้ยื่นมือที่มีถุงข้าวของพะรุงพะรังนั่นมารั้งข้อมือฉันไว้ ดวงตากลมโตจ้องมองฉันอย่างจริงจัง

“คุณไม่พอใจอะไรรึเปล่า วันนี้คุณดูไม่สนุกเลยนะ”

“ฉันมีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อยน่ะ” ฉันสารภาพไปตามตรง ส่งยิ้มให้เขาในขณะที่แกะมือหนาออกจากข้อมือ

ใบหน้าเศร้าสร้อยของเฮียเหอทำให้ฉันรู้สึกหม่นหมองลง ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบหรอกนะที่เราสองคนต้องมารู้สึกเหมือนมีกำแพงขวางกั้นระหว่างกันแบบนี้ ดังนั้นฉันเลยหมุนตัวกลับมายืนตรงหน้าเขา เงยขึ้นสบตาตรงๆ เพื่อค้นเข้าไปให้ลึกถึงข้างใน

“คุณรับปากกับฉันเรื่องหนึ่งได้มั้ย”

“...?”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันขอร้อง คุณต้องไม่ทำร้ายฉันนะ”

เพราะความกลัวและความผิดหวังจากความรักครั้งเก่าทำให้ฉันกลายมาเป็นคนหวาดกลัวเรื่องของความรัก ฉันกล้าก้าวเข้าไปในความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถเชื่อมั่นได้ด้วยซ้ำว่าจะเป็นเรื่องจริงก็เพราะเขา เขาเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ฉันอยากจะลองเชื่ออีกครั้ง

ดังนั้นขอร้องล่ะ...ฉันหวังจริงๆ นะว่าเฮียเหอจะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกนี้ที่ไม่ทำร้ายฉันให้ต้องเสียใจอีก

“ผมสัญญา”

แค่คำสัญญาที่ออกมาจากปากเขา หัวใจของฉันก็ราวกับมีความเชื่อมั่นกลับคืนมาอีกครั้ง

ฉันส่งยิ้มกว้างให้เฮียเหอ หมุนตัวเตรียมจะเดินเข้าไปในร้านหนังสือ แต่ความรู้สึกที่มันเอ่อล้นในใจกลับออกคำสั่งให้ฉันพลิกตัววิ่งกลับไปหาเขาแล้วสวมกอดเอาไว้ สองแขนของฉันรัดรอบร่างสูงไว้แน่น ใบหน้าซุกอยู่ที่แผงอกกว้าง รับรู้ได้ถึงความไร้ยางอายของตัวเองที่พุ่งทะลุเพดานไปแล้ว แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฉันแค่อยากกอดคุณชายเอาไว้เท่านั้นเอง

“ฉันเคยบอกคุณมั้ยว่าดีใจแค่ไหนที่ได้เจอคุณ”

“เหมือนว่าจะไม่เคยนะ” เสียงหัวเราะอย่างขัดเขินนั้นทำให้ฉันยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

ฉันฉวยโอกาสตอนที่เฮียเหอทำอะไรไม่ถูกเขย่งปลายเท้าแล้วจุ๊บเบาๆ ที่ข้างแก้มเขา วิ่งผละออกมาก่อนที่คนแก่กว่าจะไหวตัวจับฉันไว้ได้ทัน

“ฉันดีใจที่เจอคุณ ไปหากาแฟดื่มรอฉันแถวนี้นะ เดี๋ยวฉันไปหา”

ฉันโบกมือให้เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่งยิ้มที่ยิ้มไปทั้งดวงตา ยิ้มไปทั้งหน้าแล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้านหนังสืออย่างรวดเร็ว เฮียเหอยังคงยืนอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือแก้มทั้งสองข้างของเขาที่ดูจะแดงทะลุผ้าปิดปาก แถมยังทำให้เสียอาการจนเกือบจะชนกับคนที่เดินสวนมาอีกด้วย

ฉันแอบมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลงบันไดเลื่อนเพื่อไปหาร้านกาแฟตามคำบอกอย่างว่าง่าย หลุดหัวเราะนิดหน่อยเพราะความสบายใจและความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ต่อให้ไม่รู้ว่าฉันสามารถเชื่อความรู้สึกนี้ของตัวเองได้หรือไม่ แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นตอนเราทั้งคู่อยู่ด้วยกัน มันดีมากจริงๆ นะ

 

ฉันใช้เวลาอยู่ที่หน้าชั้นหนังสือหมวดหมู่ Graphic design และ Photography ที่ต่อกันยาวเกือบสี่ถึงห้าชั้นเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง คัดหนังสือมาได้ทั้งหมดสามเล่มด้วยกัน สองเล่มแรกนั้นเป็นหนังสือภาพรวบรวมผลงานของช่างภาพที่มีชื่อเสียง ส่วนอีกเล่มคือฉันตั้งใจซื้อสนองความต้องการตัวเองเลยได้หนังสืออาร์ตบุ๊กจากภาพยนตร์เรื่อง Shrek มา

ถ้าให้ทายนะ เฮียเหอจะต้องหัวเราะจนหน้ายับแน่ๆ เพราะเขาคงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าฉันคงจะได้หนังสืออะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับแอนิเมชันเรื่องนี้กลับไป ซึ่งมันช่วยไม่ได้นี่นาเพราะอาร์ตบุ๊กเล่มนี้ไม่มีขายที่ไทยแล้ว ถ้าฉันไม่รีบซื้อมันตอนนี้ ในอนาคตก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าจะได้มีเล่มนี้มาเก็บสะสมไว้ในตู้หนังสือ

ฉันเดินกอดหนังสือทั้งสามเล่มไว้แนบอก ตั้งใจว่าจะเอาไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์เลยเพราะมันหนักจนแทบถือไม่ไหว แต่ในขณะที่กำลังจะเดินไปต่อแถวรวมกับลูกค้าคนอื่นในร้าน สายตาก็สะดุดเข้ากับชั้นหนังสือที่มีแต่ภาษาจีนเต็มไปหมด จะว่าไปฉันยังไม่เคยเดินโซนนี้เลยนี่นา

ฉันตัดสินใจเดินออกมาจากแถว แอบแวบไปที่ชั้นหนังสือใกล้ๆ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นพวกนิยายจากจีนวางเรียงกันเป็นแถว แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถอ่านชื่อนิยายและเรื่องย่อด้านหลังออก นี่ถ้าลากเฮียเหอให้มาด้วยกัน เขาน่าจะพออธิบายให้ฉันเข้าใจได้นะว่าหนังสือแต่ละเล่มที่วางอยู่บนชั้นว่าด้วยเรื่องอะไร ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะมีสำนักพิมพ์ในไทยซื้อลิขสิทธิ์แปลแล้วก็ได้

ฉันเดินผละออกจากชั้นหนังสือนิยาย แล้วเดินสำรวจทั่วไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงชั้นที่วางนิตยสารเอาไว้หลากหลายหัว แม้ว่าตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงลาหยุด แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นช่างภาพนิตยสารแฟชั่นมืออาชีพเลยทำให้ฉันไม่สามารถเดินผ่านชั้นนี้ไปได้เฉยๆ ฉันหยุดยืนอยู่ตรงนั้นแล้วเลือกหยิบเอานิตยสารแฟชั่นที่เป็นฉบับอีดิตของประเทศสิงคโปร์ออกมาเล่มหนึ่ง ส่วนที่เลือกเล่มนี้มาก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่ชอบแจ็คสัน หวังที่มีรูปขึ้นบนปกเท่านั้นเอง

ฉันรีบวางหนังสืออาร์ตบุ๊คทั้งสามเล่มไว้บนกองนิตยสารที่เรียงกันขึ้นมาเป็นตั้ง โชคดีนะที่ตรงโซนนี้ไม่ค่อยมีคนมากนัก ฉันเลยวางหนังสือและยืนอยู่ตรงนี้ได้นานขึ้นโดยไม่ต้องเกะกะใคร

“โอ้...แฟชั่นเซ็ตนี้ของแจ็คสันดีจังละ...”

เสียงของฉันสะดุดไป เมื่อหน้ากระดาษที่พลิกบทสัมภาษณ์เปลี่ยนเป็นหน้าโฆษณาเต็มหนึ่งหน้ากระดาษ มันเป็นปกติอยู่แล้วที่ในนิตยสารหนึ่งเล่มจะต้องมีภาพแทรกจากโฆษณาที่เป็นสปอนเซอร์ เพียงแต่ว่าใบหน้าของใครคนนั้นที่อยู่ในหน้ากระดาษนี้กลับทำให้ฉันชะงักค้างด้วยความตกใจ

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจช้าลง หัวใจก็เต้นช้าลงตามไปด้วย ความรู้สึกมวนๆ ท้องนั้นส่งผลให้ปลายนิ้วมือและทั้งตัวของฉันชาดิก ฉันพยายามใช้สายตาเพ่งเข้าไปที่รูป แถมยังพลิกหน้ากระดาษกลับไปกลับมาอยู่หลายครั้งเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

และใช่...ฉันไม่ได้ตาฝาด ผู้ชายที่อยู่ในนิตยสารนั้นดูคล้ายคลึงกับใครคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก

เขาคือเฮียเหอ หรือที่ฉันรู้จักในชื่อของ...

เหอหยางหยี



 

ทิ้งท้ายกันไว้แค่นี้ให้ลงแดงกันไปก่อนน้า ♥

___________________________________

อรุณสวัสดิ์ค่าทุกคน เช้านี้รับวันใหม่ด้วยดราม่าอ๊ะเปล่าน้าาา

55555 ลองอ่านกันดูนะคะ 

ป.ล.ย้ำอีกทีหนังสือออกวันที่ 12 นี้นะคะ ฝากเฮียเหอไว้กับทุกคนด้วยน้า

___________________________________________________


สวัสดีจากเชียงคานจ้าทุกคน 

ขอโทษนะคะที่มาอัพช้าไปนิด พอดีเพิ่งถึงที่พักเมื่อกี้เอง 

ใครที่รออยู่ก็มาอ่านกันได้เล้ยยยย 

อ่านแล้วอย่าลืมหยอดเมนต์ททิ้งกันไว้น้าาา

ตอนนี้บอกได้แค่ว่าพีคคคคค

___________________________________




หนูจันทร์ตาฝาดไม่ตาฝาดอะไร
หรือมันจะมีเรื่อง?? O_o
มารวมตัวกันตรงนี้เลยจ้า พรุ่งนี้มาอัพนะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #394 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:19
    ได้หัวเราะด้วยความค้าง
    #394
    0
  2. #393 hambearger (@hambearger) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:11

    อยากจะดิ้นตายลงตรงนี้ อ้ากกกกกกก!!!!!

    #393
    1
    • #393-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 26)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:07
      55555 แกล้งทุกคนสนุกจังเลย
      #393-1
  3. #392 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:59
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ทำไมไรต์ทำเเบบนี้
    #392
    1
    • #392-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 26)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:07
      55555 แกล้งกันนิดหน่อยเองงง
      #392-1
  4. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:54
    น่ะ น้องเอ้ะใจละน้าาา
    #391
    1
    • #391-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 26)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
      อะไรกันน้าๆ
      #391-1
  5. #390 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:41
    เฮียเเกทำอะไรกันแน่นะ ครุ่นคริส
    #390
    1
    • #390-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 26)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
      นั่นสิ ทำไมดูรวย 5555
      #390-1
  6. #389 9ningnong9 (@9ningnong9) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:45
    นางเริ่มสงสัยทีละนิดละนะเฮีย
    #389
    1
    • #389-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 26)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:45
      ก็มันมีเหตุให้สงสัยยย
      #389-1
  7. #388 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:42
    เม้นรอออ
    #388
    0
  8. #387 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:42
    รอจั่นเจาเเละเฮียเหอออออออออ
    #387
    0