NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,231 Views

  • 583 Comments

  • 450 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    28,231

ตอนที่ 21 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │8-2 │ Really miss him 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    28 ม.ค. 62

Orange Fish in Body of Water


ในที่สุดฉันก็ได้เริ่มต้นทริปเที่ยวคนเดียวแบบที่โดดเดี่ยวตามลำพังจริงๆ สักที!!

ฉันมีเวลาหนึ่งวันอยู่ที่เกาะเซนโตซ่าแม้จะมีสถานที่ที่เคยอยากไปแต่ตอนนี้ไม่อยากจะไปแล้ว แต่สุดท้ายฉันก็เลือกได้ที่หนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผน และคิดว่าเวลาที่เหลือจากการไปเที่ยวที่นั่น คงเพียงพอให้ฉันเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก Universal Studios จนถึงเวลาปิด

ฉันตั้งใจว่าจะอยู่ที่สวนสนุกจนถึงเย็น พักหาอะไรกินแถวนั้นระหว่างรอชมโชว์น้ำพุที่ประกอบไปด้วยแสงสีเสียงอย่าง Songs of the Sea [1] ที่จะจัดแสดงทุกวันเวลา 19.40 น. และ 20.40 น. ตอนที่มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งก่อนๆ ฉันพลาดโชว์นี้เลยยังไม่ได้ดูเลยสักครั้งด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่ว่าคราวนี้ฉันจะไม่มีทางพลาดเด็ดขาด!

สถานที่แรกที่ฉันตั้งใจจะไปก็คือ S.E.A. Aquarium ดินแดนอัศจรรย์ใต้ท้องทะเลที่ฉันจะได้ชมเหล่าสัตว์น้ำนานาชนิดมากกว่าแปดร้อยสายพันธุ์ภายใต้พื้นที่ขนาดใหญ่และสามารถใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์น้ำได้ เย้! ตอนอยู่ที่ไทยฉันไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวอควาเรียมเลยสักครั้ง ตอนนี้มีโอกาสได้มาตามใจตัวเอง ฉันก็อยากจะลองเข้าไปสัมผัสประสบการณ์เหมือนเดินอยู่ใต้ท้องทะเลดูบ้าง

จุดแรกที่ฉันเจอก่อนเดินเข้าไปในอควาเรียมคือส่วนบริเวณที่จัดพิพิธภัณฑ์เรือเดินสมุทรกับโรงภาพยนตร์ไต้ฝุ่นสี่มิติแห่งแรกของโลกเอาไว้ ตอนแรกฉันตั้งใจว่าไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ฉันควรที่จะเดินชมตรงบริเวณนี้ดูสักครั้ง แต่เพราะด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่หนาแน่น ฉันก็เลยต้องโบกธงยอมแพ้แล้วเดินต่อเข้าไปในโลกใต้ทะเลอย่างเสียดายสุดๆ

งี้แหละ คนเรามันจะได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการได้ยังไงล่ะจริงมั้ย

ร่างบางของฉันเดินรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์จนกระทั่งมาถึงตรงส่วนแรกที่จัดแสดง ฉันไม่แน่ใจนักว่าโซนนี้เรียกว่าอะไร แต่เห็นมีซากเรือปรักหักพังและผู้คนที่ยืนเกาะออกันจนเต็มหน้ากระจกเพื่อถ่ายรูปก็ได้แต่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ฉันไม่สามารถเข้าไปถึงบริเวณหน้าสุดได้ ก็เลยเปลี่ยนใจด้วยการแยกไปอีกทางหนึ่งก่อนจะพบกับโซนที่มีตู้กระจกขนาดเต็มผนังส่วนสูงเหนือหัวตั้งเอาไว้รอบทิศของห้องทั้งสี่ด้าน ไฟสีฟ้าที่จัดแสดงอยู่โดยรอบตู้กระจกนั้น ราวกับจำลองว่าเรากำลังอยู่ใต้ผืนน้ำยังไงอย่างนั้น

ฉันไล่ดูแต่ละตู้ด้วยความตื่นเต้น มีปลาหลากหลายชนิดที่ฉันไม่เคยเห็น ก่อนจะสะดุดกับฝูงปลาที่มีป้ายชื่อติดเอาไว้ว่านโปเลียน ฉันหลุดหัวเราะออกมาตอนที่เจ้าปลานโปเลียนตัวใหญ่ว่ายมาทางนี้แล้วหยุดอยู่ตรงกระจก เราสบตากันตอนที่มันทำปากขมุบขมิบแล้วว่ายต่อไปอย่างไม่แยแสกัน

Look at them! (ดูพวกมันสิ!)”

ไม่ใช่แค่ฉันที่กำลังยืนมองเจ้าปลาตัวนั้นด้วยความสนใจ แต่ยังมีเด็กน้อยอีกคนหนึ่งที่เดินจูงมือพ่อและแม่หยุดมองที่ตู้กระจกใบเดียวกันกับฉันอย่างตื่นเต้น ท่าทางของเด็กน้อยดูกระตือรือร้นมาก เขาวิ่งพุ่งเข้าไปเอาหน้าแนบกระจก แถมยังกระโดดโลดเต้นราวกับลิงจนฉันอมยิ้มขำ คิดๆ ไปแล้วเด็กชายคนนี้ก็ดูคล้ายกับใครคนหนึ่งอยู่นะ คิดไม่ออกเลยว่าถ้าฉันพาเฮียเหอมาที่นี่ ระหว่างเขากับเด็กน้อยคนนี้ ใครจะซนมากกว่ากัน

เด็กน้อยที่หันกลับมาหาพ่อกับแม่มองสบตาเข้ากับฉันที่แอบมองอยู่ เขาทำหน้าตาตลกๆ ใส่ฉันพร้อมกับโบกมือให้ด้วยล่ะตอนที่วิ่งกลับไปหาครอบครัว ฉันได้แต่อมยิ้มมองพวกเขาจากไป ก่อนจะพบว่าทั่วทั้งบริเวณที่ฉันยืนอยู่กลับเงียบสงบขึ้นมาเพราะนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เคลื่อนตัวไปที่โซนอื่นกันหมด

ฉันควรที่จะรู้สึกดีใจน่ะนะเพราะอย่างน้อยในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผู้คน ฉันก็ได้ยืนมองดูเจ้าปลาพวกนี้ตามลำพังในชั่วขณะหนึ่ง แต่ว่าความเงียบที่ก่อตัวขึ้นมันกลับทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ฉันเผลอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดูเวลา ไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายรูป และไม่ได้ตั้งใจจะโพสต์อะไรก็ตามลงไปในโซเชียล ฉันแค่มองหน้าจอนิ่งๆ มองว่ามีใครส่งข้อความมาหาตัวเองอีกหรือไม่ แต่สุดท้ายฉันก็ได้แต่หัวเราะขบขันกับสภาพของตัวเอง ฉันไม่ได้ตอบกลับข้อความเฮียเหอเลยสักประโยค แล้วเขาจะส่งข้อความอะไรตอบกลับมาได้ล่ะ

พอมาคิดๆ ดูแล้วตัวเองก็ประสาทแฮะ ทั้งๆ ที่ฉันพูดออกไปว่าเรื่องระหว่างเรามันเร็วเกินไป และคำว่าชอบของฉันก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามันมีความหมายมากในระดับไหน แต่ฉันกลับคาดหวังลึกๆ ว่าถ้าได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ด้วยกันกับเขา มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

ฉันเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัวเกินไปรึเปล่านะ ทั้งๆ ที่ตอบรับความรู้สึกของเขาแบบจริงๆ จังๆ ไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองที่ชอบเขาไปแล้วไม่ได้

ชอบก็คือชอบ ฉันชอบเฮียเหอแม้จะไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นมาจากจุดไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีข้อดีอะไรถึงได้ทำให้ฉันพูดคำนี้ออกไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพูดไปมันก็ไม่ใช่เรื่องโกหก เพียงถ้าหากว่าเราเจอกันในช่วงเวลาอื่น และมีเวลามากกว่านี้ที่จะเรียนรู้และใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่าในอนาคตเขาอาจจะเป็นผู้ชายที่ฉันกล้าตอบรับคำชวนของเขา ฉันคงตกลงคบกับเฮียเหอในสักวันหนึ่ง แค่ไม่ใช่วันนี้...

ฉันไม่ได้อยากยกเรื่องของซันมาเป็นข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองปิดกั้น เพราะตัวฉันเองก็เคยพูดไปแล้วว่าถ้ามีใครสักคนหนึ่งที่เข้ามาและพร้อมจะมอบความรักให้ฉันแบบจริงๆ มันคงเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันไม่กล้าเปิดประตูออกไป มันอาจจะเป็นความระแวงและไม่มั่นใจในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของเวลาที่มันรวดเร็ว

เรื่องของความสัมพันธ์มันไม่เหมือนกันกับเรื่องเบียร์ที่เขาให้ฉันดื่มในวันนั้น สำหรับเรื่องนั้นมันไม่ยากที่จะลอง แต่ถ้าฉันพลาดและไม่โอเคกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างเรา ใครกันล่ะที่จะมารับผิดชอบความรู้สึกของฉัน ถ้าไม่ใช่ตัวเอง...

มันก็มีแค่ฉันกับเขาที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของกันและกัน...แค่ฉันกับเขาที่ต้องคิดให้ดีถึงเรื่องระหว่างเรา

แต่ทำไมทั้งๆ ที่มันมีแค่ฉันกับเขาที่เป็นปัจจัยหลักและความรู้สึกของเราที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นเหตุผลเสริม ฉันถึงยังคิดมากและเป็นกังวลขนาดนี้ เหตุผลทั้งสองข้อนั้น มันไม่ได้ช่วยยืนยันว่าเรากำลังมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันหรอกเหรอ

ฉันจะยอมปล่อยให้ความสุขที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ สลายหายไปในอากาศเพียงเพราะว่าฉันปฏิเสธที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเองอย่างนั้นเหรอ

เสียงดังจากรอบข้างทำให้ฉันได้สติ กรุ๊ปทัวร์เคลื่อนตัวผ่านมาที่ห้องที่ฉันยืนค้างอยู่นานกว่าหลายนาทีจนทำให้บรรยากาศที่เคยเงียบสงบหายไป ฉันรีบสาวเท้าเดินต่อไปยังโซนอื่นเพราะอยากหลบเลี่ยงออกไปให้ไกลผู้คน แต่สุดท้ายฉันก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ นอกจากต้องเผชิญหน้ากับนักท่องเที่ยวมหาศาล และมายืนเกาะขอบรั้วดูความใหญ่โตของโซน Open Ocean ที่มีปลากระเบน ฉลามเสือดาว ปลาจมูกยาว ฯลฯ จำนวนมากกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำไปพลางๆ ระหว่างที่ยังหาทางออกไปจากตรงจุดนี้ไม่ได้

ตรงจุดที่ฉันกำลังยืนอยู่นั้นคือตู้ปลาขนาดใหญ่มากเสมือนกับว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ใต้มหาสมุทรจริงๆ เหล่าปลาน้อยใหญ่ที่อยู่ในตู้ต่างแหวกว่ายอยู่ตรงหน้าฉันในรูปแบบที่ใกล้มากๆ และบริเวณด้านหลังที่ถูกทำเป็นที่นั่งขั้นบันไดก็เต็มไปด้วยผู้คนที่แออัดซึ่งกำลังนั่งมองดูเหล่าปลาน้อยใหญ่ในตู้แหวกว่ายไปมา

“เอ่อ ขอโทษนะครับ คนไทยใช่รึเปล่า”

ในขณะที่ฉันกำลังยืนเหม่อมองปลาที่อยู่ในตู้กระจกแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เสียงเอ่ยทักจากผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ฉันสะดุ้งตกใจ ชักเท้าหลบไปด้านหลังอย่างตั้งป้อมแล้วเลิกคิ้วมองเขาอย่างระแวดระวังในขณะที่ใช้สองมือจับสายกระเป๋าตัวเองไว้แน่น

เขารู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นคนไทย แล้วคนไทยมาทักคนไทยที่เจอกันที่ต่างแดนแบบนี้นี่...ต้องการอะไรกันแน่

“คือผมอยากให้คุณช่วยถ่ายรูปให้หน่อยน่ะครับ พอดีผมมากับที่บ้าน”

เขาว่าอย่างสุภาพแล้วยื่นกล้องมาให้ ฉันขมวดคิ้วมุ่นมองเขาสลับกับผู้ใหญ่ที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้างหลัง แม้จะรู้สึกไม่ไว้วางใจเอามากๆ แต่แค่ถ่ายรูปสองสามรูปมันคงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ฉันรับกล้องจากในมือผู้ชายแปลกหน้ามาถือไว้ แล้วก้าวเท้าตามเขาห่างๆ เพื่อไปยืนอยู่ในจุดที่สามารถถ่ายรูปทั้งครอบครัวได้สวยที่สุด ฉันยกมือนับหนึ่งถึงสาม ถ่ายภาพให้พวกเขาไปประมาณห้าถึงหกรูปก็ส่งกล้องคืนให้ แต่ตอนที่ฉันยื่นกล้องกลับไปนั้น ปลายนิ้วของฉันกับคนแปลกหน้ากลับเผลอแตะกัน

“ที่จริงผมเห็นคุณตั้งแต่เดินเข้ามาที่นี่แล้ว คิดว่ายังไง...”

ฉันรีบชักมือหลบแล้วสาวเท้าถอยหลังอย่างรวดเร็ว รู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทมาก ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังพูดไม่จบ ฉันก็ชิงหมุนตัวแล้วรีบวิ่งซอยเท้าออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว ฉันทำตัวเหมือนกระต่ายตื่นตูม หวาดกลัวแม้กระทั่งคนจากประเทศเดียวกัน แถมยังไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ทั้งนั้นแม้ว่าเขาอาจจะแค่อยากชวนคุยเรื่องทั่วๆ ไปตามประสาคนไทยที่เจอกันในต่างแดน ซึ่งฉันไม่โอเคเลยที่ต้องมายืนปั้นหน้าคุยกับเขา และไม่โอเคเลยที่ตัวเองรู้สึกเหมือนถูกคุกคามทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันร้ายแรงสักหน่อย

ยิ่งถ้าเทียบกับเฮียเหอ สถานการณ์ระหว่างเราที่เจอกันนั้นยังดูน่ากลัวกว่ามาก

แต่ทำไมทั้งๆ ที่เขาดูไว้ใจไม่ได้และทำให้ฉันกลัวจนต้องวิ่งหนีป่าราบ ในตอนนี้ฉันกลับรู้สึกสบายใจและไม่รู้สึกถึงการคุกคามใดๆ จากเขาเลย

ไม่สิ ไม่ใช่ในตอนนี้ มันตั้งแต่วินาทีแรกที่เราต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วต่างหาก เฮียเหอเป็นข้อยกเว้นที่ฉันไม่สามารถหาเหตุผลหรือคำตอบใดๆ ให้กับความสัมพันธ์ของเราที่มันเริ่มต้นขึ้น และเขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องหวาดกลัวหรือระแวงเลย

เรื่องของคนบนฟ้าที่กำหนดมาให้เราได้เจอกัน เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ

พระเจ้าคะ...ช่วยให้คำตอบฉันหรือบอกใบ้สักนิดไม่ได้เลยเหรอ ทำไมต้องให้ฉันมานั่งคิดปวดหัวถึงผู้ชายคนนั้นอยู่ได้เนี่ย

 

Universal Studios Singapore

ทริปเที่ยวคนเดียวของฉันยังคงดำเนินต่อไป เครื่องเล่นแรกที่ฉันตัดสินใจเข้าไปต่อแถวโดยไม่ต้องคิดคือรถไฟเหาะ Battlestar Galactica ที่เป็นเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวจากหนังเรื่อง Transformers คิวต่อแถวยาวมากๆ อย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด แต่มันก็คุ้มค่ากับการได้ขึ้นไปเล่นรถไฟเหาะที่มันที่สุดและได้แหกปากกรี๊ดออกไปจนสุดเสียง

ฉันมีเวลาไม่มากพอที่จะไปเสียเวลายืนต่อคิวที่เครื่องเล่นสามมิติที่จะพาเราหนีเหล่าดีเซปติคอนส์ที่ตามไล่ล่าอย่าง Transformers The Ride : The Ultimate 3D Battle ที่เคยขึ้นมาแล้วจากหนังเรื่องเดียวกัน เลยเลือกไปยังโซน Ancient Egypt แล้วต่อแถวรอเล่นเครื่องเล่น Revenge of the Mummy จากหนังเรื่อง The Mummy ที่เป็นรถไฟเหาะอีกตัวที่จะพาเราตะลุยไปในยุคมัมมี่โบราณและพบกับฟาโรห์สยองขวัญที่พร้อมจะไล่ล่าทุกคนที่อยู่ในขบวนรถแทน ตอนแรกฉันคิดว่าคนคงไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะเครื่องเล่นหลักๆ ที่คนทั่วไปให้ความสนใจส่วนใหญ่จะอยู่ที่โซน Sci-Fi ซึ่งฉันเพิ่งเดินจากมา แต่ความจริงแล้วฉันต้องยืนเข้าคิวอีกประมาณสามสิบนาทีกว่าจะได้เข้าไปเล่น

ฉันไม่ได้มีปัญหากับการยืนรอต่อแถว ไม่หรอก อันที่จริงฉันมีปัญหามากกับการต้องรอ แม้ว่าตัวเองจะได้รับอภิสิทธิ์ไปยืนตรงคิว Single Rider ซึ่งสามารถเข้าไปนั่งเสริมเครื่องเล่นหากขาดคนเล่นหนึ่งที่ในแต่ละรอบได้เพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่เพราะมีกลุ่มเด็กสาวชาวฝรั่งที่กำลังส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดและร้องเพลงไม่หยุด ฉันเลยรู้สึกว่าการรอมันน่าเบื่อและยาวนานกว่าปกติ

ถ้าหากว่าผู้ชายวัยสามสิบสองที่โตแต่ตัวมากับฉันด้วย ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องชวนกลุ่มเด็กผู้หญิงพวกนั้นคุยและถามเธอว่ามาจากประเทศไหน จากนั้นก็คงจะตบท้ายด้วยการบอกว่า เอาล่ะ พวกเธอน่ารักมาก แต่ถ้าฉันมีลูก ฉันจะไม่ส่งพวกเขาไปเรียนโรงเรียนเดียวกับพวกเธอแน่นอน

บางทีฉันก็ต้องการวิธีจัดการแบบร้ายๆ มากำราบพยศเด็กพวกนี้เหมือนกัน

เสร็จจากท่องแดนอียิปต์ ฉันก็ไปต่อที่โซน The Lost World ที่สร้างมาจากหนังเรื่อง Jurassic Park และอัดแน่นไปด้วยเครื่องเล่นสไตล์แอคชั่นบู๊ล้างผลาญ จุดหมายแรกที่ฉันรีบไปต่อคิวคือ Jurassic Park Rapids Adventure เครื่องเล่นที่พาเราไปร่องแพชมไดโนเสาร์และทดลองให้ตัวเองหัวใจวายเล่นไปกับสัตว์ร้ายที่โผล่ออกมาพร้อมกับได้ของแถมเป็นการตัวเปียกไปกว่าครึ่ง ฉันเลยแวะไปทำให้ตัวแห้งต่อด้วยการขึ้นรถไฟเหาะที่ canopy flyer ที่เป็นรถไฟเหาะแบบห้อยขานั่งกันเป็นคู่ แต่ว่าฉันได้นั่งคนเดียวเพราะไม่มีใครคบ




เดี๋ยวตอนเย็นมาอัพอีกตอนน้าาา จุ๊บบบบ

_______________________________ 

เอาแล้วววว หนูจันทร์มีผู้มาเหล่

อีเฮียล่ะอยู่ไหน จะเอายังไง จะเอามั้ยเมีย! 5555

ตามมาเคลมด่วนๆ แต่พระเอกเรื่องนี้ค่าตัวแพง เดี๋ยวก็มาผลุบๆ โผล่ๆ

 

 

 



[1] การแสดงน้ำพุดนตรี เป็นการแสดงโดยใช้เทคนิคการทำน้ำทะเลให้พุ่งขึ้น เสมือนกับเป็นฉากขนาดใหญ่ และยิงแสงเลเซอร์ ไปที่ฉาก โดยควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #350 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 16:07
    คิดถึงเฮียยยยย
    #350
    0
  2. วันที่ 28 มกราคม 2562 / 11:40
    กลับมาได้หรือเปล่าาาาา กลับมาหาช้านนนนทีได้มั้ยยยย มาหาหนูมาไม่ต้องไปหาหรอกจันทร์ อ่อก โทษค่า555
    #349
    0
  3. #348 ning89nong (@ning89nong) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:31
    เฮียยย ไปทำใจที่ไหนเหรอ กลับมาด่วนนนนน
    #348
    0
  4. #347 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:56
    เฮียไปไหน หนูจันทร์จะโดนตกเเล้ว55
    #347
    0
  5. #346 hanzi (@luknu13) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 09:49
    เฮียกลับเร็วๆๆๆ
    #346
    0