NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,238 Views

  • 583 Comments

  • 449 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    28,238

ตอนที่ 19 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │7-2 │ Too fast too serious 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



“หน้าตาคุณดูไม่ค่อยโอเคเลยนะ”

คนที่ยกแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบอย่างมีมาดเอ่ยถาม ฉันที่ยกมือขึ้นกุมขมับแล้วเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตั้งแต่ขึ้นมาบนนี้เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด ทั้งๆ ที่ฉันควรจะใส่ใจกับเฮียเหอที่ปลดผ้าคาดปากออก ควรจะรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่ดูเปลี่ยนไปกลายเป็นคนมีมารยาทของเขา แต่ตอนนี้ฉัน...กลับเอาใจออกห่างจากปัญหาที่ตัวเองหนีมาไม่ได้เลย

“ฉัน...ขอโทษนะ พอดีมีเรื่องให้ต้องคิดน่ะ”

ฉันสารภาพออกไปตามตรงเพราะไม่คิดว่าการปิดบังอะไรเฮียเหอนั้นจะมีประโยชน์ ยังไงในตอนนี้เขาก็เป็นคนที่ฉันอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด

“ตอนนี้เราขึ้นมาเกือบบนยอดแล้ว ผมคงเสียดายแย่ถ้าคุณไม่ได้มองวิวสวยๆ บนนี้”

ฉันกะพริบตาปริบๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองโดยรอบก่อนจะพบว่ากระเช้าที่เรานั่งนั้นกำลังขึ้นมาถึงบนยอดสุดจริงๆ

“ฉันพลาด...” เสียงเศร้านั้นเอ่ยออกไปอย่างรู้สึกผิด แต่ทว่าคนตรงหน้ากลับยิ้มจนเห็นเขี้ยว จัดการหั่นสเต็กในจานเป็นคำๆ แล้วยกนำมันมาวางตรงหน้าฉัน

“ไม่เป็นไร ความพิเศษของการจองคอร์สดินเนอร์ คือเราสามารถนั่งบนนี้ได้สองรอบ เรายังมีโอกาสอีกครั้ง”

คำพูดที่แสนอ่อนโยนและใจดีนั้นทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฉันยกยิ้มบางๆ ให้เฮียเหอ ก่อนจะเริ่มใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กขึ้นมาลองชิม รสชาติของมันดีมากจนฉันเบิกตากว้างขึ้นอย่างมีความสุข

That’s my girl. 

ฉันรู้สึกเขินนิดหน่อยตอนที่คนตัวสูงยกแขนขึ้นมาเท้าคางแล้วมองหน้าฉันที่กำลังกินข้าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จริงๆ แล้วตลอดวันที่ผ่านมา เฮียเหอก็เอาแต่มองฉันกินด้วยใบหน้ายิ้มๆ พอถามเขาก็ตอบว่า

หน้าคุณเวลากินดูมีความสุข ผมเลยพลอยมีความสุขไปด้วยเวลาที่คุณกิน

ขนาดเรื่องธรรมดาอย่างการกิน เขายังหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีให้ฉันใจสั่นได้ คนอะไรก็ไม่รู้ มีลูกล่อลูกชนเอาซะฉันหวั่นไหวไปหมด

“ขอบคุณนะที่พาฉันมาที่นี่”

ฉันส่งยิ้มกว้างให้คนตรงข้าม รู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เขาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องดีๆ ของวัน ไม่สิ ทั้งหมดที่ทำให้เกิดวันดีๆ ได้ ต้องขอบคุณเขา

เฮียเหอไม่ได้พูดตอบกลับอะไร เขาแค่หั่นสเต็กในจานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนเช่นปกติ แต่ในขณะที่เรากำลังดื่มด่ำไปกับบรรยากาศตอนกลางคืนของวิวเมืองสิงคโปร์จากมุมสูง เห็นทั้งแสงไฟจากบนยอดตึกและจากจุดแลนด์มาร์กที่น่าจะยังคราคร่ำไปด้วยผู้คน คำถามที่หลุดออกมาจากปากเขากลับทำให้ทุกอย่างตึงเครียดขึ้นมา

“เจ็ดวันหลังจากนี้คุณคิดว่าเราจะเป็นยังไงต่อ”

“เรา...?”

ฉันทวนคำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นดังตุบๆ รู้สึกตาพร่าหูอื้อขึ้นมาชั่วขณะเมื่อลากสายตาสบเข้ากับอีกฝ่ายที่ทอดมองตรงมาอย่างจริงจัง

“ผมไม่อยากให้เรื่องระหว่างเราจบลงแค่เจ็ดวัน”

“...”

“แต่ผมอยากอยู่กับคุณต่อจากนี้ไปทุกๆ วัน”

ในขณะที่ฉันกำลังรู้สึกสับสนและหวั่นใจจนเหงื่อชื้นที่มือทั้งสองข้าง คนตัวสูงก็ก้มลงหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากในกระเป๋ากางเกงแล้ววางมันลงบนโต๊ะ ฉันมองสิ่งๆ นั้นเนิ่นนานก่อนจะพบว่ามันเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีข้อความเขียนเอาไว้

“ตอนที่ผมอยู่ที่สนามบิน ผมเคยกินคุกกี้เสี่ยงทายมาก่อน ข้อความที่คุณได้...ผมเองก็เคยได้เหมือนกัน”

รอยยิ้มบางๆ ที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาชวนให้ฉันใจสั่นได้ไม่ยาก แต่ทว่าตอนนี้นิ้วมือที่กำลังไขว้กันไปมาอย่างหวั่นวิตกนั้นทำให้ฉันไม่สามารถที่จะเผลอปล่อยใจตัวเองให้หวั่นไหวไปกับคนตรงหน้าได้

“เราได้ข้อความเหมือนกัน คุณไม่คิดว่ามันเป็นพรหมลิขิตเหรอ”

ฉันไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไปได้ข้อความแผ่นนั้นมาจากไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาแอบมาค้นกระเป๋าฉันเพื่อดูคำทำนายในคุกกี้เสี่ยงทายของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คือเขาคิดว่าเหตุผลที่ทำให้เรามาเจอกันนั้นเป็นเพราะพรหมลิขิตที่ผูกเราไว้

ฉันเคยคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ที่คนบนฟ้าจะกำหนดมาให้เราพบกัน ฉันเคยอยากจะเชื่อว่าเฮียเหออาจจะเป็นคนคนนั้นที่ฉันเฝ้ารอมาตลอด แต่ว่า...

“ผมคิดว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับผมนะ”

เรื่องทุกอย่างสำหรับฉันมันเร็วเกินไป...

มันเหมือนกับฝัน ราวกับฉันอยู่ในเทพนิยายที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้มั่นใจความรู้สึกตัวเองขนาดนั้น ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ไม่กี่วัน ทำไมเขาถึงได้เชื่อนักว่าฉันคือใครคนนั้นที่เขาจะมอบทั้งใจให้ตลอดไป

ขนาดคนที่ฉันคบและทุ่มเทให้ใจไปทั้งดวงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขายังกลายมาเป็นคนที่ฝากแผลใจอันบาดลึกให้ฉันได้ แต่ระหว่างเราที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วัน สถานะความสัมพันธ์ก็ยังไม่ชัดเจน อาจจะเป็นได้แค่คนแปลกหน้าที่ผ่านมาบรรจบกันในช่วงเวลาหนึ่ง แต่มันไม่ได้แปลว่าช่วงเวลาต่อจากนี้เราจะสามารถมีกันและกันในชีวิตได้รึเปล่า

มันยากที่จะเชื่อ มันยากที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่หวัง...ฉันไม่สามารถเชื่อในความรู้สึกนี้ได้ ถึงแม้ในใจของฉันจะยอมรับว่าชอบคนคนนี้เข้าให้แล้วจริง แต่ความรู้สึกนี้มันมากพอแล้วเหรอ มากพอที่ฉันจะใช้หัวใจแลกกับความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตจริงๆ น่ะเหรอ

“คุณจะว่าอะไรมั้ยถ้าหากหลังจากนี้ผมอยากพาคุณไปพบแม่ผม ผมคิดว่าท่านต้องดีใจมากแน่ๆ ที่ได้เจอคุณ แล้วถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากพาคุณไปไต้หวันนะ ที่นั่นมีสถานที่สวยๆ ให้คุณไปถ่ายรูปอีกเยอะเลย แล้วก็...”

“ฉัน...” เสียงนั้นเอ่ยขัดประโยคที่เต็มไปด้วยความสุขขึ้นมากะทันหัน ฉันเผลอกลั้นหายใจอย่างลืมตัวตอนที่ช้อนสายตามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด

ในขณะที่คนตรงหน้าวางแผนเอาไว้มากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรา แต่ฉันกลับไม่เคยมีความคิดพวกนั้นอยู่ในหัวเลยสักนิด สิ่งที่ฉันคิดและยังคงมัดตรึงตัวเองเอาไว้คือปัญหาต่อจากนี้อีกเจ็ดวันที่ฉันต้องตามกลับไปแก้ไข ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการ มีงานที่ต้องกลับไปทำ ฉันต้องกลับไปประเทศที่อยู่ห่างไกลกับเขาตั้งหลายพันกิโลเมตร เราไม่สามารถจะติดต่อหากันได้แม้ว่าโลกของเราจะเชื่อมด้วยอินเตอร์เน็ตแล้ว ไหนจะเรื่องปัญหาของเวลาและความห่างไกล ถ้าหากเขาคิดว่าฉันคือคนที่ใช่และเราคบกันจริงๆ ขึ้นมา ฉันไม่สามารถตอบได้เลยว่าเราจะประคับประคองความสัมพันธ์ไปได้ไกลแค่ไหน

ไม่ต้องมองไกลไปถึงอนาคต มองแค่ตอนนี้ที่ฉันยังไม่สามารถเคลียร์สถานะของตัวเองได้ชัดเจน แค่นี้ฉันก็รู้สึกแย่กับเฮียเหอจนไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาแล้ว ฉันเป็นใคร ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเอาเปรียบความใจดีของเขาและยืมมันมาเพื่อช่วยให้ตัวเองสบายใจขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ในขณะที่เขากำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจากความสัมพันธ์ในครั้งนี้

แต่ฉันกลับ...ฉันกลับตอบรับความรู้สึกของเขาเหมือนที่เขารู้สึกกับฉันไม่ได้

“จันทร์เจ้า...”

ฉันรู้ว่ามันไม่ถูกต้องที่จู่ๆ ก็มาน้ำตาไหลกลางดินเนอร์มื้อพิเศษที่แสนโรแมนติก แต่ว่ามันเจ็บปวดนี่ ฉันเจ็บปวดเหลือเกินที่เจอคนที่ดีแสนดีกับฉันขนาดนี้ แต่ฉันกลับไม่สามารถตอบแทนความรู้สึกของเขาได้

ทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไปจนฉันกลัว ฉันกลัวเหลือเกินว่านี่จะเป็นเพียงแค่พลุที่ถูกจุดขึ้นไปบนฟ้า สวยงามแบบฉาบฉวย และมลายหายไปในอากาศ

หัวใจที่แสนอ่อนแอของฉันมันไม่สามารถรับความสัมพันธ์แบบนั้นได้อีกแล้ว ฉันรับมือกับมันไม่ไหวหรอก

“ฉันขอโทษ ฮึก”

แม้ม่านน้ำตาจะบดบังภาพเบื้องหน้าจนแทบมองไม่เห็น แต่ประกายความผิดหวังในดวงตาคู่สวยนั้นกลับชัดเจนในความรู้สึก ฉันอยากจะเอื้อมมือออกไปเพื่อสัมผัสโครงหน้าที่คอยยิ้มให้ตัวเองตลอดเวลา แต่ในตอนนี้แค่ความกล้าที่จะพูดอะไรออกไปนอกเหนือจากคำว่าขอโทษ ฉันก็ไม่มีแรงมากพอที่จะก้าวข้ามเส้นความกลัวนั้นไปได้

“คุณไม่เห็นจำเป็นต้องขอโทษเลย”

เสียงร่าเริงนั้นเอ่ยขึ้น ฝ่ามือหนาที่คอยมอบความอบอุ่นให้ฉันตลอดเวลาเลื่อนขึ้นมาวางบนหัวฉันแล้วออกแรงปั่นน้อยๆ เพื่อหวังจะช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น

“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย ที่จริง...ผมเข้าใจนะว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่”

“...”

“เป็นผมเองต่างหากที่ต้องขอโทษคุณด้วยซ้ำที่รีบร้อนเกินไป ขอโทษนะที่ไม่ถามความรู้สึกของคุณให้ดีซะก่อน”

ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ตำหนิฉันและเอาแต่ส่งยิ้มอันแสนน่ารักมาให้ แต่หัวใจของฉันมันกลับปวดร้าวราวกับจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

ฉันไม่ได้ต้องการให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้เลย...


“คุณขึ้นไปที่ห้องก่อนเถอะ”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นตอนที่เราเดินกลับมาถึงหน้าทางเข้าโรงแรมแล้ว ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่ายตรงๆ เป็นครั้งแรก เฮียเหอที่ไม่ได้สวมผ้าปิดปากบดบังใบหน้าของตัวเองแล้วส่งยิ้มให้ฉันบางๆ เขาหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป

ฉันรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะถามหรือว่าห้ามเขา เพราะสาเหตุที่ทำให้ทริปในวันนี้จบลงด้วยความเศร้าหมองนั้น มันก็เป็นเพราะฉันล้วนๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังก้าวเท้าตามเขาไป จับแขนเสื้อของคนตัวสูงเอาไว้ตอนที่เอ่ยถามประโยคที่ข้ามเส้นบางๆ ระหว่างเรา

“คุณจะไปไหนเหรอ...คุณจะกลับมาที่ห้องรึเปล่า”

ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงถามออกไปแบบนั้น เขาก็แค่บอกให้ฉันขึ้นห้องไปก่อนและตัวเองขอเวลานอกเพื่ออยู่ตามลำพัง แต่ฉันก็ยังรั้น...

“ผมแค่จะออกไปสูบบุหรี่แถวนี้น่ะ บนห้องเขาห้ามสูบบุหรี่นี่”

เฮียเหอตอบกลับฉันสั้นๆ เขายิ้มจนเห็นเขี้ยว แต่ฉันกลับยิ่งขมวดคิ้วยุ่งเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนตรงหน้าสูบบุหรี่ ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เพราะฉันก็เคยได้ยินมามากว่าผู้ชายทางแถบไต้หวัน จีน เกาหลี และญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะชอบสูบบุหรี่เพราะอากาศบ้านเมืองที่หนาวจัด

แต่ตลอดเวลาที่เราใช้ร่วมกัน ฉันไม่เคยเห็นเขาหยิบมันขึ้นมาสูบเลยสักครั้ง ไม่ใช่ว่ามันเป็นข้ออ้างที่จะขอเวลานอก หรือว่าเขากำลังเครียดกับสิ่งที่ฉันพูดออกไปก่อนหน้านั้นบนชิงช้าสวรรค์กันแน่

“แค่เดินเล่นสูบบุหรี่แถวนี้ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหลงทางหรอกน่า”

ฉันรู้ว่าเขาไม่มีทางหลง แต่สิ่งที่เป็นห่วงน่ะ...คือความรู้สึกกับใจของคนตรงหน้าต่างหากล่ะ

“ผมไปนะ”

แม้มันจะไม่ใช่คำบอกลาอะไร แต่ไม่รู้ทำไมตอนที่เขาดึงแขนออกจากการเกาะกุมของฉัน หัวใจของฉันมันถึงได้ปวดหนึบไปหมด ราวกับมีใครเอามือมาบีบมันให้แหลกสลาย จนฉันไม่อาจทรงตัวยืนอยู่บนสองขาของตัวเองได้ไหว

ฉันทรุดตัวลงนั่งยองๆ หลังจากที่แผ่นหลังกว้างนั่นเดินห่างออกไปสุดสายตา น้ำตามากมายที่ฉันไม่คิดจะเผยให้ใครเห็น กลับปล่อยออกมาราวกับเขื่อนแตก

ฉันกอดตัวเองเอาไว้ในขณะที่ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง โดยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะมองตัวเองเป็นยังไง ตอนนี้ฉันก็แค่เจ็บปวดและเสียใจเกินกว่าจะจัดการความรู้สึกเหล่านี้ได้ ฉันเสียใจจริงๆ นะที่ทำร้ายความรู้สึกของเฮียเหอแบบนั้น

ฉันไม่ได้อยากทำให้เขาต้องมาเจ็บปวดเพราะฉันเลย



เฮียเหอออออ ฮืออออ

อย่าทิ้งหนูจันทร์ไว้คนเดียวแบบนี้ 

เข้าใจว่าตอนนี้กำลังเสียใจอยู่ แต่แบบเฮียต้องเข้าใจด้วยนะ

ว่าอะไรหลายๆ อย่างมันยังเร็วเกินไปอ่ะ ;-;

ฮือออ อยากให้เขารักกันดีๆ ไม่อยากให้ทะเลาะกัน

เขียนเอง สับสนเองสุด 555555

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ eddie peng

 

หนูจันทร์กับเฮียเหอเคยเจอกันมาก่อน

นี่มันอะไรยังไงกันคะซิส!! คือทั้งหมดที่เฮียทำมาคือเฮียตั้งใจใช่มั้ย

นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเรื่องบังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

เหยยยยย แล้วหนูจันทร์จะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย

ควรจะโรแมนติกหรือควรกลัวก่อน เอาอันไหนก่อนดี 55555

 


ฮะ อะไรนะคะเฮีย 
เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงอาทิตย์
เฮียจะพาหนูจันทร์ไปเจอแม่แล้วเรอะ!
งานนี้จะม่าไม่ม่า ต้องตามต่อกันละล่ะทุกคนน

ช่วงฝากนิยาย

สายฮาเกรียนประสาทเสียจิ้มพี่เจ๋งโล้ดดด

____________เด็กแว๊นบางพลี vs สก๊อยบางระจัน____________
'ตัวเอง นิ้วนางกับนิ้วกลางเค้าหายไปอ่ะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน'
ตาโตๆ ของพี่เจ๋งกวาดมองร่างฉันที่นอนหอบอยู่ด้านล่าง 
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเขาคงหมายถึงท่าไอเลิฟยู
แต่พอกระดิกนิ้วเท่านั้นแหละ 
'อุ๊ย เจอแล้ว อยู่ในนี้!' 
อยู่ในนี้ที่พี่มันว่าคือในตัวฉัน! ไอ้เชี่ยพี่เจ๋ง หนูใช่ของเล่นมั้ยวะพี่
แฟนฉันมีแล้ว...เอาเก่งด้วย
สายโรแมนติกโดนเด็กจับกินจิ้มนุ้งฮันโล้ดด

________________________นายน้อย vs หนูลิต________________________

“ชัวร์นะ” ฮันถามย้ำอีกครั้งตอนที่ฉันปรือตาขึ้นมามองหน้าเขา 
ถ้าเขาไม่เซ็กซี่บาดใจขนาดนี้ ฉันคงไม่สมยอมขึ้นเตียงกับเขาหรอก แต่นั่นมันประเด็นรอง หลักๆ แล้วคือฉันแค่ชอบเขาเอามากๆ ก็เท่านั้น 
“ชัวร์” ฉันตอบออกไปเสียงแผ่ว มือที่เคยบังหน้าถูกจับออกทำให้สบตากับเขาตรงๆ 
การที่เขายิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่จะบอกว่าเอ็นดูก็ไม่ใช่จะคลั่งไคล้ก็ไม่เชิงนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกใจสั่น ฉันไม่รู้หรอกว่าฮันจะรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันมั้ย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้น มันมากพอแล้วจริงๆ ที่ฉันจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นไป 
“ลิตรู้มั้ย...” 
“ฮะ...ฮ๊า” ฉันหอบหายใจและเผลอร้องสลับเสียงครางตอนที่อีกฝ่ายแนบชิดลงมา 
“ลิตเซ็กซี่กว่าที่ฮันคิดนะ” 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #336 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 19:12
    สงสารอ่ะ ทำไมมันหน่วงเเบบนี้
    #336
    0
  2. #335 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:01
    ฮือออออออ ม่ายยยย จั่นเจ้าเราต้องเจ้มเเจ๋งนะ
    #335
    0
  3. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:14
    โอ๋ๆไม่ร้องนะหนูจันทร์ เฮียปลอบน้องหน่อยสิ
    #334
    0
  4. #333 VadeeArada (@VadeeArada) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 05:37
    เอ๊ะ ยังไง
    #333
    0
  5. #332 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:19
    งุ้ยยยยยยย
    #332
    0
  6. #330 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:29
    รอเฮียยยยยยย
    #330
    1
    • #330-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 19)
      14 มกราคม 2562 / 22:01
      รอนะ เดี๋ยวพน เจอกันนน XD
      #330-1