ตอนที่ 18 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │7-1 │ Too good too be true 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    13 ม.ค. 62



“นี่เราต้องไปขึ้น Singapore flyer จริงๆ เหรอ”

เสียงร้องถามนั้นเรียกสายตาเป็นประกายของผู้ชายวัยสามสิบสอง เฮียเหอพยักหน้ารับอย่างมาดมั่นแล้วเดินสาวเท้ากลับมาเพื่อจูงมือฉันให้รีบเดินตามไป จากสะพานฮีลิกซ์[1] ที่เป็นไฮไลต์ของช่วงหัวค่ำจนถึงชิงช้าสวรรค์ Singapore flyer ที่ฉันไม่เคยคิดจะขึ้นไปเลยสักครั้งเพราะคิดว่ามันก็คงไม่ต่างอะไรกับการดูวิวบนยอดตึกสูงๆ

ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าคนตรงหน้าวางแผนอะไรเอาไว้รึเปล่า เขาถึงได้กระตือรือร้นนักที่จะไปขึ้นไอ้นั่นให้ได้

“ทำไมคุณถึงอยากขึ้น Singapore flyer นัก ฉันว่ามันก็ไม่เห็นต่างอะไรกับดูวิวบนยอดตึกไม่ใช่เหรอ”

“คุณจะบ่นทำไม ยังไงผมก็ออกค่าตั๋วให้คุณอยู่แล้ว รีบไปเถอะ มันปิดตอนสี่ทุ่มครึ่ง ถ้าเราไปไม่ทัน ผมคงเสียดายแย่”

ฉันก้มลงมองนาฬิกาในมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว เรายังมีเวลาเหลืออีกตั้งเยอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบอะไรขนาดนั้น แต่เพราะท่าทีที่ดูตื่นเต้นมากๆ นั่นล่ะมั้ง ฉันถึงไม่กล้าขัดและทำได้เพียงแต่จับมือหนาของอีกฝ่ายแล้วเร่งฝีเท้าตามร่างสูงไปยังจุดหมาย

พวกเราเดินเข้ามาในตึกที่มีนักท่องเที่ยวยืนรอต่อคิวที่ทางขึ้นชิงช้าสวรรค์ประปราย ฉันกวาดตามองไปโดยรอบระหว่างที่รอให้คนแก่กว่าเดินเข้าไปคุยรายละเอียดกับพนักงานที่ตรงเคาน์เตอร์ เห็นว่าเจ้าตัวทำการจองเอาไว้ก่อนล่วงหน้า คงจะได้บัตรในราคาพิเศษมากๆ

“จันทร์เจ้า?”

เสียงหนึ่งดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังหมุนตัวมองบรรยากาศโดยรอบ เจ้าของร่างบางที่สวมเครื่องเพชรครบชุดและสะพายกระเป๋าราคาแพงเดินควงคู่มากับผู้ชายคนหนึ่งทำให้ฉันชะงัก เราสบสายตากันตอนที่เธอเป็นฝ่ายย่ำส้นสูงเดินตรงมาหาฉัน

“พี่จุ๊” ฉันยกมือไหว้ผู้หญิงตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะมาเจอพี่รหัสของตัวเองที่นี่

พี่จุ๊คือพี่รหัสของฉันเมื่อตอนสมัยเรียน เธอสนิทกับฉันมากจนกระทั่งเรียนจบแล้วเราก็ยังติดต่อกันผ่านทางเฟซบุ๊กเสมอ มีแค่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้เองที่พี่จุ๊เพิ่งเปลี่ยนสายงานจากการเป็นตากล้องไปรับงานเป็นผู้ช่วยประสานงานให้กับเอเจนซี่ดาราแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ฉันเซอร์ไพรส์เอามากๆ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าเราจะมาบังเอิญเจอกันที่นี่

“เป็นยังไงบ้างเรา สบายดีมั้ย พี่ไม่คิดเลยนะว่าเราจะมาเจอกันที่นี่เนี่ย”

ใบหน้าสวยเฉี่ยวของพี่จุ๊หันไปคุยอะไรบางอย่างกับผู้ชายที่มาด้วย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มและพูดทักทายฉันอย่างดีใจ มือเรียวที่ทาเล็บสีแดงยื่นออกมาจับมือฉันเอาไว้แน่น รอยยิ้มหวานๆ ทำให้ฉันเผยอยิ้มตามอย่างเก้อเขิน เพราะเทียบสภาพของเธอกับฉัน เราเหมือนหลุดออกมาคนละโลกเลยล่ะ

“จันทร์สบายดีค่ะ พอดีหยุดงานมาเที่ยวที่นี่อาทิตย์หนึ่ง พี่จุ๊ล่ะคะสบายดีมั้ย”

คนแก่กว่าพยักหน้ารับ เธอใช้นิ้วจับปอยผมบ็อบขึ้นทัดหูก่อนจะเอ่ยทักถึงใครบางคนที่ทำให้ฉันหน้าชาดิก

“แล้วนี่มากับใคร มากับซันรึเปล่า รายนั้นน่ะนอกจากเรื่องงานก็ไม่ยอมติดต่อหาพี่เลย สายโคกันแท้ๆ”

ลำคอของฉันตีบตันขึ้นมากะทันหัน ไม่รู้ว่าพี่จุ๊ได้รู้ข่าวอะไรที่ไทยมาบ้างรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือเธอไม่รู้เรื่องที่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับซันมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

Hey

ฉันสะดุ้งตกใจไปกับเสียงเอ่ยทักของคนตัวสูงที่เดินเข้ามาสมทบในวงสนทนา ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกบดบังด้วยผ้าคาดปากมองฉันสลับกับพี่รหัสเล็กน้อย ก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะไม่รู้เวลา

“โอ๊ะ ขอโทษทีครับ พอดีผมมัวแต่มองโทรศัพท์ เลยไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังคุยกันอยู่”

เฮียเหอไม่ได้ทำเสียมารยาทใดๆ แถมเขายังอัธยาศัยดีชวนพวกเราคุยได้ลื่นไหล เพียงแต่ว่าสายตาของพี่จุ๊ที่มองเหลือบมาทางฉันสลับกับเขา และรอยยิ้มแปลกๆ ที่ส่งมาให้ราวกับมีคำถามนั้น มันทำให้ฉันร้อนๆ หนาวๆ ราวกับเป็นเด็กน้อยที่กำลังถูกจับผิด

“ใครเหรอจันทร์”

ฉันรู้ว่าคำถามนี้ยังไงก็ต้องหลุดออกมาจากปากของเธอ มือที่ชื้นเหงื่อของฉันผละออกจากมือของพี่จุ๊ ฉันสาวเท้าถอยหลังเล็กน้อยตอนที่พยายามหาคำมาอธิบายความสัมพันธ์ของเราสองคน

“เอ่อ เพื่อน...เพื่อนจันทร์น่ะค่ะ”

ฉันโกหกออกไปคำโต สถานะเพื่อนที่บอกออกไปมันห่างไกลเกินความเป็นจริง เพื่อนไม่จูบเพื่อนด้วยกันแบบนั้น แต่จะให้ฉันนั่งสาธยายว่าเราเริ่มต้นเจอกันยังไง แล้วทำไมถึงมาอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ ฉันก็รู้สึกพูดไม่ออก มันเหมือนสับสนไปหมด

“จันทร์มาเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายสองคนเนี่ยนะ”

ฉันรู้ว่าพี่จุ๊ไม่มีทางเชื่อ และเธอคงจะตกใจไม่น้อยที่ผู้หญิงแบบฉันมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ซันสองต่อสอง ขนาดเบญที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุด เรายังไม่เคยไปไหนมาไหนที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศด้วยกันสองคน เพราะฉันค่อนข้างเกรงใจซันและกลัวว่าจะทำให้ภาพลักษณ์เขาดูแย่ ฉันมักจะระวังเสมอ ทั้งการกระทำและคำพูด แต่ว่าตอนนี้...หลายสิ่งหลายอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“ผมควรออกไปรอข้างนอกรึเปล่า”

ใบหน้าคมคายนั้นโน้มต่ำลงมากระซิบถามที่ข้างหู ฉันสบสายตาเฮียเหอเพียงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้เขารีบถอยออกไปจากวงสนทนา

พี่จุ๊ยังคงมองตามแผ่นหลังกว้างของใครอีกคนหนึ่ง เธอจ้องอยู่นานมาก ทั้งขมวดคิ้วมุ่นและทำหน้าครุ่นคิด มีอะไรบางอย่างในตัวเฮียเหอที่ทำให้เธอติดใจสงสัย แม้ฉันจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันทำให้ฉันรู้สึกกังวลยังไงชอบกล

“พี่ถามได้มั้ยว่าเราสองคนไปรู้จักกันได้ยังไงน่ะ เป็นเพื่อนร่วมงานเหรอ หรือว่ารู้จักกันทางอื่น”

มันแปลกแฮะที่จู่ๆ พี่จุ๊ก็เอ่ยถามแบบนั้น ฉันเม้มริมฝีปากอย่างประหม่า ถูมือทั้งสองข้างตรงหน้าก่อนจะอับจนหนทาง ไม่รู้จะตอบคำถามของพี่รหัสตัวเองยังไงเลยต้องตอบความจริงออกไป

“คือเราเจอกันที่นี่ก็เลยตกลงว่าจะเที่ยวด้วยกันน่ะค่ะ”

“ฮะ? กับคนแปลกหน้าเนี่ยนะ แล้วเราไปไว้ใจเขาได้ยังไง ยิ่งเขา...”

พี่จุ๊หยุดคำพูดไปชั่วคราวแล้วหันกลับไปมองเฮียเหอที่กำลังยืนรออยู่ห่างๆ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองมั้ย แต่เธอทำท่าเหมือนกับว่ารู้อะไรบางอย่างงั้นแหละ หรือว่าเธอก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รู้จักเขา?

มันก็เป็นไปได้อยู่นะ เพราะพี่จุ๊ย้ายสายงานมาทำเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วนี่ ไม่แน่ว่าเธออาจจะเคยติดต่อกับบริษัททางฝั่งจีนก็เป็นได้

“ถ้าเป็นคนอื่นพี่จะไม่พูดอะไรมากเลยนะ แต่ว่านี่เป็นจันทร์...พี่เลยต้องถาม”

“...”

“เรากับซันน่ะเลิกกันแล้วจริงๆ น่ะเหรอ”

ฉันควรที่จะพยักหน้าตอบพี่จุ๊กลับไปได้ในทันที แต่ทว่าฉันกลับชะงักไปชั่วขณะและเผลอคิดทบทวนถึงคำตอบของคำถามนั้นให้ดีอีกครั้ง ระหว่างฉันกับซันมันมีเรื่องเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ร้ายแรงและยากเกินกว่าที่ฉันจะทำใจรับได้ เพราะแบบนั้นฉันถึงได้หนีมาที่นี่ แต่ถ้าพูดกันไปแล้วตั้งแต่ที่ฉันหนีมาและขาดการติดต่อกับเขา ฉันก็ยังไม่เคยได้คุยกับซันให้รู้เรื่องเลยสักครั้ง

“อ้ำอึ้งแบบนี้หมายความว่าไง จะบอกว่าเรายังไม่ได้เลิกกับซัน แต่หนีมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นเพื่อประชดเขาเหรอ”

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะพี่จุ๊ แค่เรื่องของซันกับจันทร์...มันยากที่จะอธิบาย”

คำพูดของฉันทำให้ดวงตาคู่สวยนั้นดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ฉันรู้นะว่าเพื่อนๆ หลายคนเชียร์ให้ฉันกับซันไปได้ไกลจนถึงขั้นแต่งงาน พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและมั่นคงมาก จนกระทั่งเขาไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องนั่นแหละ ทุกอย่างที่ฉันเคยคิดว่ามันเป็นจริง ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมันถึงได้ถูกทำลายไป

พี่จุ๊ระบายลมหายใจจนฉันรู้สึกอึดอัด ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สายตาที่มองฉันสลับกับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ห่างออกไปนั้นทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจ

“จันทร์จะรับมือไหวจริงๆ น่ะเหรอ” เธอจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของฉัน

จับแขนเล็กเอาไว้แล้วบีบเหมือนกับต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างผ่านสัมผัส แต่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงไม่พูดสิ่งที่เก็บไว้ออกมาตรงๆ มีอะไรที่เธอกำลังเป็นห่วงฉันกับคนตรงหน้าอย่างนั้นเหรอ

“พี่ต้องไปแล้ว แต่...นี่คือเบอร์โทรพี่ที่สิงคโปร์ ถ้าจันทร์มีปัญหาหรือว่าอยากหาคนคุยด้วย โทรหาพี่นะ”

นามบัตรใบเล็กถูกยื่นส่งให้ฉัน พี่จุ๊เดินเข้ามาสวมกอดฉันแน่นๆ ก่อนที่จะขอตัวออกไปพร้อมกับคู่เดตของเธอ

ฉันก้มลงมองนามบัตรใบนั้นด้วยความสับสน รู้สึกค้างคาใจกับอะไรหลายๆ อย่างที่คนแก่กว่าทำ แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบใดๆ ได้นอกจากเก็บนามบัตรใบนั้นเหน็บไว้ในช่องกระเป๋ากล้อง แล้วเดินสาวเท้าไปหาคนตัวสูงที่ยืนรออยู่นานแล้ว

“คนรู้จักคุณเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามแทบจะทันทีที่ฉันสาวเท้าเข้าไปหา

ฉันพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาสดใส แต่ทว่าร่องรอยบางอย่างที่มันติดอยู่ในใจมันถูกสะกิดอีกครั้งจนฉันรู้สึกยากที่จะมองข้ามมันไปได้เหมือนที่เคยเป็นมา

 

ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะแอบไปจองคอร์สดินเนอร์พิเศษสำหรับเราสองคนบน Singapore flyer คือถ้าฉันรู้มาก่อนฉันคงจะเลือกชุดที่ดีกว่านี้ใส่มา แต่มันคงจะไม่ทันแล้วล่ะมั้ง เพราะตอนนี้ฉันไม่สามารถกระโดดลงจากกระเช้าที่มีเพียงเราสองคนและพนักงานเสิร์ฟอีกหนึ่งได้แล้ว

“ผมตั้งใจพาคุณมาที่นี่ มันเป็นไฮไลต์สำคัญ”

“อ่อ...อ่า”

ฉันไม่รู้ว่าจะต้องขานรับยังไงเลยส่งเสียงเออออไปตามเรื่อง สายตาที่ควรจะหันมองคู่สนทนากลับจดจ้องอยู่แต่ที่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งฉันไม่ได้เข้าไปในแอพโซเชียลต่างๆ มาหลายวัน โนติฟิเคชั่นของเฟซบุ๊กยังมีแจ้งเตือนค้างอยู่เกือบเป็นร้อย และฉันกำลังนั่งไล่อ่านแต่ละข้อความที่เพื่อนๆ ส่งมาให้กำลังใจกันเกี่ยวกับข่าวที่ออกไป

นอกเหนือจากข้อความที่ถามไถ่ว่าตอนนี้ฉันเป็นยังไงบ้าง ก็ยังมีอีกหลายคนที่ส่งหน้าข่าวที่ยังคงเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มาให้ฉันในทุกๆ ช่องทาง ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนออกไป แต่ที่แน่ๆ ภายในใจของฉันมันกำลังเจ็บปวดและรู้สึกสับสน

อาจเป็นเพราะคำพูดของพี่จุ๊ที่ถามฉันว่าความสัมพันธ์ระหว่างซันกับฉันมันจบไปแล้วจริงๆ น่ะเหรอ ฉันถึงได้ตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ฉันพยายามจะหนีจากทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันเหมือนกับว่าฉันก็เอาแต่วิ่งวนอยู่ในวงกลมไม่รู้จบ พยายามหนีต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และจนถึงตอนนี้ฉันยังจัดการกับต้นเหตุที่ทำให้ฉันหนีทุกสิ่งทุกอย่างมาที่นี่ไม่ได้

ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมาก ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นคนขี้ขลาดและโลเลมากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันจะต้องจบ แต่ทำไมฉันถึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับซันแล้วทำให้มันจบจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงฉันก็ต้องเลิกกับเขาเพราะเราไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันได้ในสถานะของชายหนึ่งหญิงสองบวกลูกอีกคน แล้วทำไมฉันถึงไม่พูดมันออกไปให้ชัดเจน

หรือเพราะที่จริงแล้วลึกๆ ฉันกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง คาดหวังว่าความสัมพันธ์ของเรามันจะไม่ได้จบลงจริงๆ คาดหวังว่าเขาจะเห็นค่าฉัน เลือกฉัน และมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ...โง่เง่า ฉันรู้ดีแก่ใจว่าตัวเองไม่มีทางเป็นตัวเลือกอันดับแรกของซัน แต่เมื่อคิดว่าต้องเลิกและจบมัน ฉันกลับสับสนและได้แต่ถามตัวเองว่าฉันอยากจะเลิกกับเขาจริงๆ รึเปล่า ฉันสามารถตัดขาด ตัดความสัมพันธ์ที่มีมาตลอดหลายปีกับเขาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันจริงๆ น่ะเหรอ

ฉันมันเป็นผู้หญิงโง่ที่ไม่สามารถหาคำตอบอะไรให้ตัวเองได้เลยสักอย่าง เหมือนที่ทุกคนบอกจริงๆ...

 

 

 



[1] สะพานฮีลิกซ์ (Helix Bridge) เป็นสะพานสำหรับคนเดินที่มีรูปทรงทันสมัยและสวยงามที่สุดสะพานหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ ใช้เหล็กที่มีลักษณะเป็นท่อ 2 อันมาหมุนพันกันไปเรื่อยๆ ตามความยาวของสะพาน ได้รับแนวคิดมาจากรูปแบบของดีเอ็นเอ (DNA)



ง่ะ เมนต์หายไปไหนกันทุกคนนนนน


ทุกคนได้กลิ่นอะไรกันมั้ยคะ นี่มันกลิ่นมาม่านี่เอง 5555

หวานกันมาหลายตอนกลัวคนจะเบื่อ เลยเสิร์ฟมาม่าให้ทุกคนได้กินคั่นเวลา

กินอิ่มแล้วก็อย่าลืมแวะมาเมนท์ให้กำลังใจเฮียเหอกันด้วยน้า

เรื่องนี้ทั้งเฮียเหอทั้งหนูจันทร์ยังต้องรับศึกหนักอีกมาก 

ไม่จบง่ายๆ แน่นอน หุหุหุ


 มาอัพแล้วค่าา วันนี้มาดึกนิดนึงงงง

ช่วงนี้ติดงานอยู่ แต่ว่าหลังจากนี้น่าจะโล่งๆ ขึ้น 

จะพยายามมาอัพให้มากขึ้นนะ ใจจริงอยากอัพสักสองครั้งต่อวัน

แต่พอดูเวลาทีไร ก็ดึกแล้วทุกทีเลย 5555555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:01
    อย่าต้มนานนะ ใจไม่ดี
    #331
    1
    • #331-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      15 มกราคม 2562 / 20:54
      มาเสิร์ฟมาม่าร้อนๆ ต่อแว้ววว
      #331-1
  2. #329 jenxnyz (@Galaxy_hzttao) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:35
    มาม่าอีกแล้ววว
    #329
    1
    • #329-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      14 มกราคม 2562 / 22:01
      นิดนึง พอหอมปากหอมคอน่านะ
      #329-1
  3. #328 VadeeArada (@VadeeArada) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 19:26
    รักกันมานานจะตัดใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย
    #328
    1
    • #328-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      13 มกราคม 2562 / 21:13
      เนาะ คบกันตั้งหลายปี จะมาลืมทันทีไม่ได้หรอกกก
      #328-1
  4. #326 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 18:52
    รับมือกับดราม่า //ปาดน้ำตาเเปป
    #326
    1
    • #326-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      13 มกราคม 2562 / 21:13
      55555 ไม่หนักหน่วงขนาดนั้นนนนน
      #326-1
  5. #325 jenxnyz (@Galaxy_hzttao) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:12
    จันทร์เจ้าบอกไปค่ะ มากับคนที่ดีกว่าซันล้านเท่าาา
    #325
    1
    • #325-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      12 มกราคม 2562 / 17:04
      55555 เฮียเหอยืนหนึ่ง
      #325-1
  6. #324 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:35
    มากับเฮียเหอคนดีจ้า55555555 อย่าพูดชื่อซันนะ
    #324
    1
    • #324-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 18)
      11 มกราคม 2562 / 21:43
      จุ๊ๆๆๆ อย่าเอ่ยชื่อคนที่คุณก็รู้ว่าใคร
      #324-1