NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,221 Views

  • 583 Comments

  • 451 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    28,221

ตอนที่ 17 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │6-3 │ หยางหยีทัวร์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    10 ม.ค. 62


ฉันกับเฮียเหอตัดสินใจจะเริ่มต้นเดตของเราในวันนี้ด้วยการทำตามแผนของเขา ซึ่งตอนแรกฉันเถียงแทบขาดใจว่าไม่อยากทำตามแผนที่ว่าเพราะเราอาจจะต้องไปตกระกำลำบาก เช่น ต้องปีนเขาหรือเดินทางไกล แต่เมื่อเขาเดินนำหน้าฉันมายัง Maxwell Food Centre[1] ที่อยู่ใกล้กับวัดพระเขี้ยวแก้ว[2] สถานที่อันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่งของย่าน Chinatown[3] ฉันก็รู้สึกว่าการพึ่งพาคนตรงหน้าให้เป็นผู้นำมันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่

ฉันขออธิบายให้ทุกคนฟังสั้นๆ เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์สักหน่อย ที่ประเทศแห่งนี้มีความหลากหลายทั้งทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่าง ประชากรกว่าเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของที่นี่เป็นชาวจีน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็ได้ถูกแบ่งออกเป็นเขตๆ และมีความแตกต่างกันทางด้านวัฒนธรรมที่ชัดเจนตามประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตนั้นๆ

จากประสบการณ์ที่ฉันเคยมาที่นี่แล้วกว่าห้าครั้ง ฉันคิดว่าน่าจะมีทั้งหมดเจ็ดเขตด้วยกันที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ควรพลาด

Chinatown เป็นหนึ่งในย่านทีเด็ดที่ฉันแนะนำให้ทุกคนจดไว้ในลิสต์ เพราะย่านเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง ซึ่งฉันเคยแวะมาเที่ยวที่นี่แล้วหลายครั้ง เก็บภาพวัดต่างๆ ทางแถบนี้ไปก็หลายรอบ แต่ก็ยังคงตะลึงและหยุดยืนมองวิวของวัดพระเขี้ยวแก้ว ทุกครั้งเพราะประทับใจในความงดงามของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตามแบบศิลปะของราชวงศ์ถัง

ฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายความสวยงามของวัดแห่งนี้ยังไง แต่บอกได้แค่ว่ามันคุ้มค่าที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะแวะมาสักการะและเดินดูบริเวณรอบๆ สักครั้ง ซึ่งฉันขอย้ำเลยว่าถ้ายิ่งมาตอนกลางคืน ตอนที่ทั้งวัดเปิดไฟแล้วล่ะก็...จะยิ่งสวยจนแทบลืมหายใจเลยล่ะ

คนที่อาสาเป็นเจ้ามือในการเลี้ยงข้าวฉันเพื่อตอบแทนหลายวันที่เขามาเกาะติดและสร้างความลำบาก (เราจะไม่พูดโกหกกันเรื่องนี้ เพราะเฮียเหอนั้นทำฉันลำบากมากจริงๆ) จัดแพลนโดยการข้ามวัดพระเขี้ยวแก้วไป เพราะเขารู้ดีอยู่เล้วว่ายังไงฉันก็ต้องเคยมาที่นี่ เพราะฉะนั้นเราเลยมุ่งตรงไปยัง Maxwell Food Centre เพื่อพาฉันมากินข้าวแทน

ศูนย์อาหารที่นี่ไม่ได้มีความแตกต่างจากที่เมืองไทยสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อทุกคนเข้าไปด้านในก็จะเห็นโต๊ะเหล็กที่วางเรียงกันเป็นแถว ร้านอาหารถูกจัดเป็นห้องๆ ไล่เรียงติดกันเป็นแถวรายล้อมอยู่ด้านข้าง มีตั้งแต่อาหารจีนไปจนถึงอาหารไทยและของหวานมากมาย เราสามารถสั่งทุกอย่างที่เราอยากกินได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน เพราะค่าอาหารที่นี่ค่อนข้างถูก ถึงบรรยากาศตอนกลางวันมันจะร้อนอบอ้าวไปบ้างและผู้คนค่อนข้างเยอะตลอดทั้งวัน แต่โชคดีที่เราได้โต๊ะโดยไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร ฉันเลยมานั่งรออยู่ที่นี่โดยมีน้ำเย็นๆ สองขวดเตรียมพร้อมสำหรับมื้อใหญ่

“ผมรับประกันเลยว่าคุณจะต้องถูกใจ”

คนตัวสูงจัดการสั่งอาหารทุกอย่างที่เขาลิสต์ไว้ว่าเป็นเมนูแนะนำมาวางเรียงบนโต๊ะ โดยเริ่มต้นจากการเสิร์ฟข้าวมันไก่ชื่อดังจากร้าน Tian Tian Hainanese Chicken Rice ร้านโปรดของฉันที่มาทีไร จะต้องสั่งจานนี้เป็นอย่างแรกทุกที

“ผมขอนำเสนอจานแรกที่คุณจะต้องประทับใจ ข้าวมันไก่เทียน เทียน ร้านเด็ดที่ขึ้นชื่อเรื่องไก่ฉ่ำและข้าวที่หุงเรียงตัวสวยกำลังดี กับน้ำจิ้มรสเด็ด อันนี้จานเด็ดของผมเลยนะ คุณจะต้องชอบมันแน่ๆ”

พอได้มองใบหน้าของคนที่กำลังบรรยายด้วยท่าทางตื่นเต้น ฉันก็ได้แต่อมยิ้มขำๆ แล้วนึกสนุกอยากแกล้งเขาขึ้นมาบ้าง

“ร้านนี้ฉันกินบ่อยแล้วล่ะ คุณต้องงัดทีเด็ดกว่านี้ออกมานะถ้าจะทำให้ฉันประทับใจ”

เฮียเหอหรี่ตามองฉัน เขาทำหน้าบูดเล็กน้อยเพราะผิดคาดกับการตอบสนองของฉัน เจ้าตัวก็เลยเดินลุกไปรับของที่สั่งเอาไว้จากอีกร้านหนึ่ง แล้วนำมาวางบนโต๊ะพร้อมกับสวมมาดพิธีกรรายการอาหาร บรรยายถึงรสชาติและรสสัมผัสของเมนูจานนี้ซะเล่นใหญ่เล่นโต

“งั้นลองนี่เลย โจ๊กไก่จากร้าน Zhen Zhen Porridge โจ๊กที่นี่เขาไม่เหมือนใครเพราะตุ๋นเนื้อข้าวจนเนียนนุ่มละมุน เวลาตักเข้าไปในปากคุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน แถมยังให้เยอะ ชามใหญ่สุดๆ อีกด้วย”

ฉันมองโจ๊กที่วางอยู่ตรงหน้า จากกลิ่นของมัน ฉันไม่ต้องเดาเลยว่าจะอร่อยแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่เลิกแผนกลั่นแกล้งคนตรงหน้าอยู่ดี

“ไม่เอาสิ คุณต้องมีไพ่ไม้ตายเก็บไว้มากกว่านี้ อย่าทำให้ฉันผิดหวังสิ”

เฮียเหอที่โดนฉันพูดปรามาสเหมือนลูบคมเข้าให้เริ่มแสดงท่าทีว่าฮึดฮัด อยากเอาชนะเต็มที่ เจ้าตัวก็เลยเดินไล่ไปแต่ละร้าน แล้วคัดอาหารอีกมากมายหลายจานนำมาวางเรียงบนโต๊ะ จนฉันที่นั่งตักโจ๊กเข้าปากระหว่างรอเขาไปพลางๆ ถึงกับหัวเราะจนท้องแข็ง เพราะมุมเด็กของเฮียเหอมันช่างน่ารักน่าเอ็นดูซะเหลือเกิน

“คุณต้องไม่เคยกินนี่แน่ๆ เต้าหู้นมสดร้าน Lao Ban Soya Beancurd เขาว่ากันว่า...”

“ร้านนี้ดัง มีคนพากันแห่มาต่อแถวซื้อกันจนขายหมดภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมง คุณใช้เทคนิคอะไรถึงได้มาเนี่ย”

พอรู้ว่าตัวเองกลั่นแกล้งให้คนตรงหน้าหมดความมั่นใจไปกว่าครึ่ง ฉันก็เปลี่ยนมาเป็นพูดเอาใจเขาพร้อมกับเบิกตากว้างตอนดึงเต้าหู้นมสดนั้นมาใกล้ตัว เฮียเหอยกแขนขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองเล็กน้อยแก้เขิน ก่อนจะถูกฉันถามต่อถึงอาหารจานอื่น ที่บางจานฉันก็ยังไม่เคยได้ลอง

“เมนูนี้เรียกว่าอะไรเหรอ หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวแห้งที่ประเทศฉันเลย”

“มันเรียกว่าลอหมี่น่ะ” ว่าแล้วก็รีบทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หยิบเอาตะเกียบมาคีบลูกชิ้นกลมๆ ในชามน้ำซุปวางลงบนเส้นบะหมี่แบบแบนให้อย่างเอาใจใส่

“ผมอ่านมาจาก TripAdvisor[1] ร้าน Zhong Xing Fu Zhou Fish Ball เขารีวิวกันว่าลูกชิ้นปลาร้านนี้อร่อยมาก เต็มปากเต็มคำ ได้รสชาติเนื้อปลาเต็มๆ ผมอยากให้คุณลอง”

ฉันอมยิ้มไปกับประกายความตั้งใจในดวงตาใสของอีกฝ่าย พยักพเยิดหน้าไปยังเจ้าลูกชิ้นกลมๆ สีขาวที่อยู่ในชาม แล้วส่งสัญญาณให้คนแก่กว่าช่วยคีบมันมาป้อนเข้าปากให้หน่อย เฮียเหอก็เลยคีบทั้งเส้นทั้งลูกชิ้นแล้วส่งเข้าปากฉันตามคำขอ แต่สีหน้าตอนที่เฝ้ามองมา เหมือนจะลุ้นอยู่ไม่น้อยเลยนะว่าฉันจะว่ายังไง

“เป็นไง...พอได้มั้ย”

ฉันเคี้ยวลูกชิ้นและเส้นบะหมี่ที่อยู่ในปาก แสร้งทำเป็นนิ่งไปพักหนึ่งให้อีกฝ่ายใจหายเล่น จนเมื่อเขาเริ่มร้อนรนทนไม่ไหว ฉันก็เผยอยิ้มกว้างและพูดชมเขาด้วยความจริงใจ

“อร่อย อร่อยมากเลยล่ะ”

“คุณนี่ร้ายจริงๆ ทำผมกลัวไปหมดเลย”

อะไรกัน ฉันก็แค่แกล้งเอาคืนเขานิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง ทำเป็นบ่นกันไปได้ ฮ่ะๆ


 

พวกเราตบท้ายมื้อใหญ่ของวันด้วยเมนูของหวานอย่างกล้วยทอด Lim Kee (Orchard) Banana Flitters ที่ฉันแนะนำให้เฮียเหอได้ลองทาน เป็นเมนูของหวานที่ก็ไม่ได้พิเศษอะไรหรอก แต่รสชาติที่ได้รับตอนกัดกล้วยทอดร้อนๆ เข้าปากแล้วซึมซับรสหวานของมัน เป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก แถมตอนที่คนตัวสูงทำเนื้อกล้วยร้อนๆ ลวกปากตัวเอง ยังทำให้ฉันหัวเราะจนปวดกรามไปหมด

หลังจากที่เราถมกระเพาะกันจนเต็ม เฮียเหอก็พาฉันมาเดินย่อยอาหารกันต่อด้วยการพาทัวร์วัดและศาลเจ้าที่อยู่แถบย่าน Chinatown พวกเราแวะกันที่วัดซินชอคุง[2] เป็นที่แรกเพื่อขอโชคลาภตามความเชื่อของชาวจีนแต้จิ๋วที่อาศัยอยู่ทางแถบนี้

จากนั้นก็ไปเดินชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของวัดเทียนฮกเก๋ง[3] วัดที่มีการตกแต่งด้วยวัสดุและชิ้นงานจากหลากหลายประเทศ แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดสำหรับฉันคงเป็นเสาแกรนิตแกะสลักลายเป็นรูปมังกรจากจีนและหลังคาของวัดที่ถูกประดับตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ อย่างบรรจง

ฉันเก็บภาพบรรยากาศภายในวัดมาเพิ่มเติมเพราะไม่เคยได้ใช้เวลาเดินชมภายในวัดสักเท่าไหร่ ด้วยจำนวนของนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศที่วันนี้เราโชคดีไม่เจอคนเยอะอย่างนั้น ฉันเลยมีโอกาสที่จะได้ชมจุดต่างๆ ของวัด

“คุณรู้รึเปล่าว่าที่วัดแห่งนี้เขาสร้างโดยที่ไม่มีตะปูแม้แต่ตัวเดียวเลยนะ” คนที่ชี้นิ้วให้ฉันดูไปตามรอยต่อของเสาและคานที่รับน้ำหนักหลังคาของวัดว่าตอนที่เรากำลังเดินชมทัศนียภาพตรงจุดต่างๆ

ฉันค่อนข้างทึ่งก็เลยเดินวนอยู่ในนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าที่เฮียเหอพูดมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ดูเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาตะปูเจอสักกะตัว ก็เลยยอมแพ้แล้วเดินออกมาเพื่อไปยังจุดถัดไปที่เจ้าตัวเตรียมไว้

วัดสุดท้ายก่อนที่เราจะจบทัวร์ไหว้พระคือวัดเยว่ไห่ชิง[1] หรือวัดวัคไห่เชงเปียว เฮียเหออธิบายให้ฉันฟังเกี่ยวกับวัดแห่งนี้เพราะเขาใช้เวลาเมื่อคืนตอนที่ฉันหลับเข้าเว็บอ่านประวัติอยู่นาน

“ที่นี่ถึงจะเป็นวัดขนาดเล็ก แต่ก็มีจุดเด่นอยู่ที่รูปปั้นติดผนังรูปสามมิติตามแบบศิลปะของจีนโบราณที่ได้รับการสร้างและปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ภายในตัววัดก็จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือด้านซ้ายมือจะเป็นศาลาสำหรับบูชาเทพมาจู่ ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลหรือเป็นมารดาแห่งสรวงสวรรค์ ส่วนด้านขวาจะเป็นศาลาสำหรับบูชาเทพเจ้าเซวียนเทียนซังตี้หรือตั๋วเหลาเหย่ซึ่งเป็นบิดาแห่งสรวงสรรค์ เป็นเทพเจ้าหลักที่ชาวจีนซึ่งอพยพมาที่สิงคโปร์บูชา พวกเขาเชื่อกันว่าเทพเจ้าทั้งสองนี้จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยในการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล แล้วก็...”

ในขณะที่ฉันกำลังฟังไกด์ทัวร์จำเป็นพูดอย่างตั้งใจ คนตัวสูงก็หยุดประโยคนั้นลงเสียดื้อๆ ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง เดินตามไล่หลังอีกฝ่ายที่เดินต่อไปยังอีกจุดแล้วเขย่าแขนเขาให้เล่าเรื่องต่อ แต่ทว่าเฮียเหอกลับยกนิ้วขึ้นมาจุ๊ปาก แล้วบอกให้ฉันเดินตามเขาไปยังฝั่งขวาของวัด

ทีแรกฉันก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมคนแก่กว่าถึงได้ย้ำนักว่ายังไงก็ต้องมาวัดนี้ให้ได้ จนกระทั่งเข้าไปด้านในส่วนขวาของวัดและพบคู่รักมากมายที่พากันจูงมือเข้ามาขอพรด้วยกัน ฉันถึงได้เริ่มตงิดใจสงสัยว่าวัดนี้อาจจะขึ้นชื่อเรื่องการขอพรความรักหรือเรื่องคู่ครองก็เป็นได้

ฉันพยายามบังคับถามคนเจ้าเล่ห์แสนกลว่าตกลงวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องอะไร แต่เจ้าตัวกลับยื่นส่งด้ายแดงให้และบอกให้ฉันนำด้ายสีแดงไปคล้องไว้ที่องค์เทพเจ้า Elder of Moon เพื่อแลกเปลี่ยนกับคำตอบ ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเพราะคนอื่นๆ เขาก็ทำกันเป็นแบบแผน ก็เลยเดินไปเอาด้ายแดงคล้องแล้วอธิษฐานตามเรื่อง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเจอดวงตาที่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ฉันก็มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองทันทีว่าจอมวายร้ายพาฉันมาอธิษฐานขอพรเกี่ยวกับความรัก โดยมีเขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เทพเจ้าอาจส่งมาให้เราได้คู่กัน

ปกติฉันไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้เท่าไหร่ แต่พอนึกถึงคำทำนายในคุกกี้และอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น ฉันคิดว่าตัวเองเริ่มจะคล้อยตามแล้วล่ะว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่คนบนฟ้าเหวี่ยงให้เราสองคนมาเจอกันที่นี่ และมันอาจจะเป็น...ความรัก

ฉันไม่อยากจะงมงายเพราะเอาจริงๆ ฉันก็เพิ่งเจ็บมาจากความรัก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและฉันยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นมันเป็นความชอบในลักษณะไหน แต่ที่ฉันพูดออกไปว่าชอบเฮียเหอน่ะ ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันชอบเขาจริงๆ ทั้งตัวตน ทัศนคติ และความดูแลเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแสดงออก

ฉันคิดว่ามีผู้หญิงไม่น้อยเลยล่ะที่ถ้าได้มารับการทรีตแบบที่ฉันได้รับจากเขา ก็คงจะตกหลุมรักคนตรงหน้าได้ไม่ยาก ลองคิดดูสิ จะมีผู้ชายสักกี่คนบนโลกที่สังเกตว่าเราเดินเท้ามาหนักมากและเริ่มใส่รองเท้าไม่สะดวกเลยแอบเอาแผ่นกันรองเท้ากัดไปติดให้ที่รองเท้าของเราโดยไม่ได้บอก หรืออย่างตอนที่เรากำลังเดินอยู่บนทางเท้าข้างถนน คนตัวสูงกลับเดินเนียนๆ เปลี่ยนข้างมาเดินริมนอกแล้วใช้ไหล่ดันฉันให้เข้าไปเดินข้างในแทน หรือเรื่องการวางแผนทริปในวันนี้ที่พอเขารู้ว่าฉันตั้งใจจะมาเที่ยวแบบไหน เจ้าตัวก็จัดทริปตะลุยกินเต็มที่อย่างไม่มีกั๊ก ทั้งๆ ที่ดูแล้วเขาน่าจะเป็นคนที่รักสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (ถึงฉันจะเคยบอกว่าลุงเหอเริ่มมีไขมันส่วนเกิน แต่เขายังมีซิกซ์แพ็กส์และไลน์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ) แต่เขาก็ไม่ได้ขัดกับรสนิยมของฉันแถมยังสนุกไปกับการเที่ยวโดยไม่ฝืน

ขนาดว่าฉันแวะร้านเครื่องสำอางและใช้เวลาดูกระเป๋าในร้าน Charles & Keith[2] เป็นเวลานาน เจ้าตัวก็ไม่ได้บ่นว่าอะไร แค่สะกิดบอกฉันว่าเขาจะเดินไปดูรองเท้าผ้าใบที่ร้านฝั่งตรงข้ามและถ้าหากว่าฉันเลือกของของตัวเองเสร็จแล้ว ก็ให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับร้านหนังสือ Kinokuniya ที่เจ้าตัวไปเดินฆ่าเวลาเพื่อรอ

เนี่ย! ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรมาถึงได้บุญหล่นทับมาเจอผู้ชายแบบนี้ คือเฮียเหอเขาก็ไม่ได้สุภาพบุรุษจ๋าราวกับเป็นเจ้าชายเดินออกมาจากในเทพนิยาย แต่ด้วยความเข้ากันและความสบายใจที่เกิดขึ้น มันทำให้ฉันประทับใจเขาเอามากๆ

“คุณฟังเพลงอะไรอยู่เหรอ”

เจ้าของร่างสูงที่ยังคงสวมผ้าคาดปากเอ่ยถามตอนที่ยกหัวขึ้นนอนเท้าแขนกับพื้นหญ้าแล้วมองหน้าฉันที่กำลังโยกหัวไปตามจังหวะเพลง ตอนนี้เรามาแวะพักขากันที่ด้านบนสุดของดาดฟ้าเขื่อน Marina Barrage[1] เขื่อนกั้นน้ำที่บริเวณด้านบนถูกจัดทำขึ้นเป็นสวนลอยฟ้าที่มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและทำกิจกรรมต่างๆ ของคนสิงคโปร์ ทั้งออกกำลังกาย ปิกนิก เล่นกีฬาต่างๆ รวมไปถึงเป็นที่ปลีกวิเวกของพวกเราในการนั่งชิลชมวิวเมืองและแลนด์มาร์กสำคัญๆ ที่อยู่ติดกับอ่าว เรียกได้ว่าเป็นสถานที่โปรดอีกแห่งหนึ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนได้มาเห็นกับตาตัวเอง ความจริงฉันเคยมาที่นี่เพื่อขึ้นไปยังสวนลอยฟ้าอีกแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้กัน แต่เพราะวันนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังคงหนาแน่นแม้ว่าจะเป็นช่วงเย็นแล้วเลยทำให้ถอดใจไม่ขึ้นไปบนนั้น และเลือกจะมานั่งรับลมเย็นๆ ตรงสนามหญ้าเหนืออาคารใกล้เขื่อนแทน ตรงจุดนี้เราสามารถมองเห็นได้ทั้งตึก Marina bay sands[2] สวน Garden By The Bay[3] โดม Cloud Forest Dome [4] และ Singapore flyer[5] แลนด์มาร์กสำคัญที่เป็นจุดเด่นของประเทศ

ฉันอมยิ้มนิดหน่อยแล้วเปลี่ยนท่านั่งเอกเขนกมาเป็นขัดสมาธิ ใช้มือข้างที่ว่างจากการถือกล้องถ่ายภาพเก็บบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินดึงหูฟังข้างหนึ่งเสียบใส่หูให้คนที่นอนอยู่ด้านข้าง เจ้าตัวทำหน้าขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ก่อนจะเผยอยิ้มจนดวงตากลมโตของเขาโค้งงอจนรอยตีนกาขึ้น

แต่ก่อนฉันเคยคิดนะว่าคนที่จะดูดีได้ต้องหน้าเรียบเนียนปราศจากซึ่งริ้วรอยแห่งวัย แต่กับคนตรงหน้าพอฉันมาลองสังเกตดูดีๆ ฉันกลับรู้สึกว่าเฮียเหอดูดีในแบบของตัวเอง ทุกอย่างที่เขาทำ ที่เขาเป็น มันดูธรรมชาติไปหมด แม้การวางตัวของเขาจะดูเด็กกว่าวัยและเราเข้ากันได้ดีทั้งๆ ที่ช่องว่างอายุห่างกัน แต่ฉันคิดว่าเรื่องของอายุไม่ได้เป็นปัญหาอะไรของผู้ชายคนนี้เลย เขาดูดีตามช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ฝืน ไม่ได้ปรุงแต่ง ดูแล้วมีชีวิตชีวาและน่ามองเป็นที่สุด

“เพลงเกาหลีใช่รึเปล่า”

เฮียเหอเดาถูก แม้ว่าจะดูท่าทางแล้วไม่น่าใช่คนที่รู้จักเพลงเกาหลีที่กำลังอยู่ในกระแสตอนนี้ก็ตาม

“ผมขอดูเพลย์ลิสต์ในมือถือคุณได้มั้ย”

ฉันพยักหน้ารับก่อนจะยื่นส่งโทรศัพท์ตัวเองให้คนแก่กว่าดู สายตากลมโตไล่มองรายชื่อเพลงในมือถือของฉันด้วยความสนใจ

“ดูเหมือนจะเป็นเพลงซีรี่ส์เกาหลีกับเพลงในรายการซะส่วนใหญ่นะ”

“คุณเคยฟังด้วยเหรอ หูว...” ฉันเผลอร้องออกไปด้วยความตื่นเต้น ตอนที่เขาใช้นิ้วจิ้มกดเปลี่ยนเพลงเป็นเพลงซีรี่ส์เรื่องล่าสุดที่ฉันกำลังดูอยู่ โดยปกติแล้วพวกผู้ชายหรือคนรอบข้างที่ฉันรู้จักส่วนใหญ่มักจะไม่ฟังเพลงเกาหลีเพราะไม่อิน แต่พอมาเห็นคนตรงหน้าฮัมเพลงออกมาตามจังหวะ ฉันก็ถึงกับทึ่งที่เขาดูรู้จักและสนใจเพลงที่ฉันฟังแบบจริงๆ

“ผมฟังเพลงหลายแนวน่ะ หนังหรือซีรี่ส์ที่กำลังเป็นที่นิยม ผมก็ดูหลายเรื่องนะถ้ามีเวลา อย่างเรื่อง Suits ที่ทางเกาหลีนำไปรีเมคผมก็ดูซ้ำทั้งๆ ที่ดูเวอร์ชั่นอเมริกาไปแล้ว”

ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าจะรู้ลึกรู้จริง แต่พอมาลองคิดๆ ดู เขาบอกว่าตัวเองทำงานทางด้านภาพยนตร์อยู่ที่จีน ถ้าเป็นตากล้องมันก็ไม่แปลกรึเปล่านะที่จะศึกษาเรื่องมุมกล้องจากในหนังและซีรี่ส์ต่างๆ ขนาดฉันเป็นช่างภาพแฟชั่นในกองนิตยสาร ฉันยังได้ไอเดียหรือคอมโพสใหม่ๆ เวลาที่ดูหนังเลย

“แต่ดูเหมือนคุณจะไม่รู้จักเพลงจีนเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นตอนที่ไล่ดูรายชื่อเพลงในเครื่องฉันจนหมด

ฉันหัวเราะแห้งๆ แล้วมองสบตากับอีกฝ่ายก่อนจะสารภาพไปตามความจริง

“ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องเพลงจีนน่ะ”

“ถ้าให้ผมพนัน คุณคงไม่ดูหนังจีนด้วยล่ะสิ”

“ใครบอก! ฉันดูหนังจีนนะ โดยเฉพาะหนังที่มีเฉินหลงเล่นน่ะ เพียงแต่ว่า...พักหลังๆ มานี้ก็ไม่ค่อยได้ดูแล้วเหมือนกัน”

เสียงที่อ่อนลงในตอนท้ายเรียกความมันเขี้ยวจากอีกฝ่ายจนเขาต้องยกมือยีหัวฉันราวกับเป็นของเล่น

“ผมไม่ค่อยแปลกใจหรอก เพราะหนังดังๆ หลายเรื่องในจีนไม่ค่อยเข้าประเทศคุณนี่นะ บางทีผมอาจจะต้องพยายามมากกว่านี้เพื่อที่จะให้คนทั่วโลกได้รู้จักผลงาน”

พอโดนเขาพูดด้วยเสียงสลดเหมือนตัวเองพยายามไม่พอ ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมาในทันที แต่ก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง เพราะประเทศไทยเราปีๆ หนึ่งนับกันแล้วดาราเกาหลีบุกประเทศกันตั้งแต่ต้นปีจนถึงท้ายปี กระแส K-POPในประเทศไทยก็ดังมาก ยังไม่นับรวมทั้งแฟชั่น เครื่องสำอาง และอาหารการกิน แถมช่องทางการติดตามต่างๆ ก็ยังกระจายเข้าถึงผู้คนในโลกโซเชียลได้กว้างกว่าทางฝั่งจีน แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าวงการบันเทิงและผลงานทางฝั่งจีนจะไม่ได้รับความนิยมในประเทศเราหรอกนะ เพียงแต่ฉันดันเป็นสายอินกระแสเกาหลีมากกว่าอ่ะ (ฉันเป็นติ่ง ฉันยอมรับ)

“แต่เดี๋ยวนี้ซีรี่ส์จีนหลายเรื่องก็เริ่มเข้ามาในไทยแล้วนะ ฉันมีซีรี่ส์เรื่องหนึ่งที่ตั้งใจจะดูแต่ยังไม่มีเวลา ถ้ากลับไปไทยเมื่อไหร่ฉันจะรีบดูทันทีเลย”

ฉันพยายามพูดเอาใจคนที่กำลังทำหน้าสลด เฮียเหอเงยหน้าขึ้นมองสบตากับฉันที่ชูกำปั้นสองข้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้กำลังใจ ก่อนที่เขาจะหลุดหัวเราะออกมาดังพรืดแล้วเอื้อมมือมาบีบจมูกฉันจนแทบหายใจไม่ออก

“เอ้อ ผมมีเพลงหนึ่งที่ชอบมาก คุณอยากลองฟังดูมั้ย”

ฉันไม่ลังเลเลยที่จะพยักหน้ารับทั้งๆ ที่เขายังไม่เอานิ้วออกจากจมูก คนที่มีผ้าปิดปากคาดทับส่งยิ้มกว้างจนตาหยี รีบหยิบเอามือถือของตัวเองออกมาเสียบสายหูฟังแล้วยัดหูฟังข้างหนึ่งให้ฉัน

 

我要爱爱爱 的就是你可爱女孩

หว่อ เย้า อ้าย อ้าย อ้าย เดอ จิ้ว ชื่อ หนี่ เขอ อ้าย หนู ไห

คนที่ฉันรักคือเธอผู้น่ารักคนนี้

天上星星我为你摘 所有账单我来买

เทียนช้าง ซิงซิง หวอ เว่ย หนี่ ไจ โช โย จ้าง ดาน หว่อ หลาย ไม

ผมจะซื้อดวงดาวบนฟ้าทุกดวงตามที่เธอต้องการ

跟我来 帽子一起歪歪戴

เกิน หวอ หลาย ชาว ไช่ มาว จิ ยีชี ไว ไว ได

มากับฉันเถอะ ฉันจะเป็นผู้ชายอย่างที่เธอชอบ

全世界我只爱你一个 永不言改

ฉวน ชือเจี้ย หว่อ จื่อ อ้าย หนี ยีเก้อ หย่ง บู้ เหยียน ไก้

บนโลกทั้งใบ ผมจะรักเพียงเธอคนเดียวไม่มีเปลี่ยนแปลง

 

“โอ๊ะ ทำนองน่ารักจังเลย” ฉันหันหน้ากลับไปหาคนที่กำลังนอนเท้าหัวมองมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ถึงแม้ว่าจะฟังเนื้อเพลงไม่ออกสักท่อนหนึ่งเพราะเป็นภาษาจีนล้วน แต่ฉันรู้สึกว่าดนตรีมันไร้พรมแดน ต่อให้ฉันไม่เข้าใจความหมาย ทำนองของมันก็ส่งให้เพลงนี้น่ารักมากๆ อยู่ดี

“คุณชอบมั้ย”

ฉันพยักหน้ารับรัวๆ แล้วหยิบมือถือตัวเองขึ้นมา

“เพลงนี้ชื่อว่าอะไรเหรอ ฉันอยากเก็บไว้ฟัง แล้วก็อยากรู้คำแปลด้วย”

“ผมไม่บอกคุณหรอก”

อ้าวเฮ้ย ไหงอยู่ๆ ก็มาเล่นแง่แบบนี้อ่ะ ไม่ใช่ว่าเขาอยากให้ฉันฟังเพลงนี้หรอกเหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้มาหวงไม่ยอมบอกชื่อเพลงแบบนี้นะ

“ไว้คุณอยากฟังเมื่อไหร่ คุณก็ค่อยมาขอผมฟัง แล้วถ้าคุณอยากรู้ความหมายของเพลง ผมแปลให้ก็ได้ แต่ต้องแลกกับ...”

ว่าแล้วก็ใช้นิ้วสะกิดที่แก้มป่องๆ ของตัวเอง ฉันทำหน้าเบ้ หมั่นไส้เต็มทนกับความท่าเยอะอันแสนเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายก็เลยถอดหูฟังออกแล้วขยับตัวถอยห่าง

“งั้นก็ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากรู้จักเพลงของคนหน้าไม่อายแล้ว”

คนที่เห็นท่าทางสะบัดหน้าเชิดใส่ขยับตัวเข้ามาหาฉัน ในระยะเวลาอันสั้นผ้าคาดปากที่ถูกสวมมาตลอดวันก็ถูกปลดออก ปลายนิ้วของเฮียเหอแตะที่คางของฉันก่อนจะเชยให้หันกลับไปหาเขา พร้อมกับริมฝีปากบางที่ประทับจูบลงบนริมฝีปากของฉันโดยไม่แคร์สายตาคนอื่นๆ ที่อยู่ในสวน

“ใช่ ผมมันคนหน้าไม่อาย”

เขายอมรับสารภาพแล้วขยับเข้ามาชิดใบหู เสียงกระซิบที่แผ่วเบานั้นทำเอาฉันขนลุกซู่และหน้าแดงหูแดงไปหมดด้วยความเขิน

“ผมจะแปลท่อนหนึ่งให้คุณฟัง...มากับผมเถอะ ผมจะเป็นผู้ชายอย่างที่คุณชอบ”

นี่มันคำล่อลวงหลอกสาวให้หลงติดกับใช่รึเปล่า เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้น ฉันคิดว่าตัวเองหลงติดกับผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว

 



[1] เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอ่างเก็บน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม มีส่วนที่เชื่อมต่อกับทะเล ตรงบริเวณเขื่อนนั้นเป็นสนามหญ้าขนาดกว้างที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาทำกิจกรรมกันได้ ตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน Gardens by the Bay

[2] Marina bay sands เป็นตึกทรงสูง สร้างเป็นรูปไพ่ 3 สำรับเรียงกัน แล้ววางทับด้วยเรืออยู่ด้านบน เป็นโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นการจับมือกันของรัฐบาลสิงคโปร์และทาง Las Vegas Sands Corporation โดยรวมเอาโรงแรมชั้นนำระดับโลกสุดหรูและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำมากมายไว้ในที่เดียวกัน ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Moshe Safdie

[3] Gardens by the Bay เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ เกิดจากการถมทะเลสร้างขึ้นมาทั้งหมด 600 กว่าไร่ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 โซน คือ Bay Center Garden, Bay East Garden และ Bay South Garden ซึ่งโซนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักจะรวมกันอยู่บริเวณ South Garden

[4] Cloud Forest Dome โดมกระจกขนาดใหญ่ที่มีสวนดอกไม้หลากสีสันและต้นไม้นานาพันธุ์ที่สรรหามาจากทั่วทุกมุมโลกปลูกเอาไว้

[5] สิงคโปร์ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) คือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสิงคโปร์ที่เปิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2008 ถือว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 165 เมตร

 



[1] วัดเยว่ไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple) หรือวัดวัคไห่เชงเปียว (Wak Hai Cheng Bio Temple) เป็นวัดลัทธิเต๋าเก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวจีนแต้จิ๋วที่มาจากกว่างโจว เพื่อบูชาเจ้าแม่แห่งท้องทะเลเช่นเดียวกับวัดเทียนฮกเก๋ง ชาวท้องถิ่นนิยมมาสักการะและนำธูปมาถวานเพื่อขอพรอยู่เสมอ ศักดิ์สิทธิ์มากในเรื่องของความรักและคู่ครอง

[2] Charles & Keith เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งขึ้นโดยสองพี่น้องชาวสิงคโปร์

 



[1] TripAdvisor เป็นเว็บไซต์แนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีทั้งข้อมูลโรงแรม ร้านอาหาร โดยอ้างอิงเรทคะแนนจากรีวิวของนักท่องเที่ยว

[2] วัดซินชอคุง (Sin Chor Kung Temple) เป็นวัดขนาดเล็ก สร้างขึ้นโดยพ่อค้าชาวจีนในปี ค.ศ. 1869 เพื่อถวายแด่เทพเจ้าตั่วเป๊กกง (Tua Pek Kung) เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คนแต้จิ๋วนิยมบูชา ชาวจีนย่านไชน่าทาวน์นิยมมาไหว้พระขอพรเป็นจำนวนมาก

[3] วัดเทียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple) เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุชั้นดีจากนานาประเทศ จุดเด่นคือกระเบื้อง เสาแกรนิตลายมังกรจากจีน แผ่นป้ายจากพระหัตถ์ของพระเจ้ากวางชวีแห่งราชวงศ์ชิง ฯลฯ ไม่ใช้ประตูในการเชื่อมต่อเลยแม้แต่ตัวเดียว แต่เดิมเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อตอบแทนเทพธิดาแห่งท้องทะเลมาจู่ ตอนอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ 

 



[1] Maxwell Food Centre คือศูนย์อาหารในย่าน China town ที่มีอาหารขึ้นชื่อและราคาถูก

[2] วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาของประเทศสิงคโปร์ เป็นวัดพุทธที่สำคัญวัดหนึ่ง อยู่ใกล้กับย่านไชน่าทาวน์ เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทันตธาตุ หรือฟันของพระพุทธเจ้า โดยมีรูปแบบทางด้านสถาปัตยกรรมแบบวัดพุทธของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง

[3] ย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown) เป็นย่านขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ต่างๆ รวมทั้งโรงแรมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบราคาประหยัดถึงราคากลางๆ ที่ให้บรรยากาศเหมือนกับอยู่เมืองจีนในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้




มาอัพแล้วววว สำหรับตอนนี้คือยาวมากกกก

รายละเอียดการเที่ยวคือมาเต็มเว่อร์ 55555 

แต่ดีกรีความหวานของคู่นี้ไม่เคยลด โอ๊ยยย อยากเกิดเป็นหนูจันทร์

อยากอวตารร่างสวมวิญญาณเป็นเธอเพราะมีเฮียเหออออ


มามะ ทุกคน เรามาจัดทัวร์ตามรอยเฮียเหอกับหนูจันทร์กันเหอะ

5555 คือแบบก็ไม่คิดว่าตัวเองจะรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์

ที่ไปเที่ยวมาได้เยอะขนาดนี้อ่ะ แต่แบบนี่แค่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้นเองนะ

ท้ายเรื่องยังมีอีกประเทศที่อยากจะนำเสนอ 55555

คิดว่าเขียนมินิรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวแจกพร้อม map ยังได้เลยอ่ะ 



มาอัพเฮียเหอแล้วววว ขอเมนต์กำลังใจโหน่ยยยย ♥




พร้อมไปทัวร์กับเฮียเหอกันยังงงง ตอนนี้อัดแน่นเรื่องเที่ยวว

มามะ มาเก็บข้อมูลกัน เผื่อจะไปตามจันทร์เจ้ากับเฮียเหอเขา ><


SPOILER ALERT

“คุณนี่ร้ายจริงๆ ทำผมกลัวไปหมดเลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #338 ning89nong (@ning89nong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:28
    อร๊ายยยย เฮียน่ารักอ่ะ อยากฟังเพลงด้วยจัง^^
    #338
    1
    • #338-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      21 มกราคม 2562 / 20:42
      =..= เนาะ เสน่ห์ความล่อสาวของเฮีย น่ารักๆ
      #338-1
  2. #327 VadeeArada (@VadeeArada) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 19:09
    ลุงหวาน
    #327
    1
    • #327-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      13 มกราคม 2562 / 21:13
      หวานจนน้ำตาลยังต้องเกรงใจ
      #327-1
  3. #323 jenxnyz (@Galaxy_hzttao) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:15
    โอ้ยยย เฮียเหอทำเขินได้ทุกตอนจริงๆ
    #323
    1
    • #323-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      11 มกราคม 2562 / 21:42
      55555 เฮียเหอคือสุดแล้วจิงงงงง
      #323-1
  4. #322 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:16
    เขินอ่ะ 5555
    #322
    1
    • #322-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      11 มกราคม 2562 / 21:42
      -///- งุ้ยๆ น่ารักเนาะ
      #322-1
  5. #321 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:04

    เฮียโคดจะน่ารักเลยอ่ะ
    #321
    1
    • #321-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      11 มกราคม 2562 / 21:42
      ความน่ารักยังมีอีกเยอะนะบอกเลยยย
      #321-1
  6. #320 jenxnyz (@Galaxy_hzttao) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 08:46
    ไรท์บรรยายได้ยั่วน้ำลายสุดๆอ่ะ
    #320
    1
    • #320-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      7 มกราคม 2562 / 10:46
      หิวแล้ววว ข้าวมันไก่สักจานเถอะ &#128514;&#128514;&#128514;
      #320-1
  7. #319 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:39
    รู้สึกเหมือนเราได้มาเดทกับเฮียเหอเเทนจั่นเจาอ่ะ5555 //ไม่ตบเค้านะจั่นเจา
    #319
    1
    • #319-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      7 มกราคม 2562 / 10:45
      ลักพาตัวเฮียมาเป็นของเรากันเหอะ
      #319-1
  8. #317 VadeeArada (@VadeeArada) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 18:01
    หิวข้าวเลย อยากกินข้าวมันไก่
    #317
    1
    • #317-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      6 มกราคม 2562 / 19:36
      5555 เนาะ ตอนเขียนไรต์ก็หิว
      #317-1
  9. วันที่ 4 มกราคม 2562 / 22:21
    แน๊ะ ยัยไรท์ เธออย่าทำให้เรามีกิเลสอยากไปเซ่!
    #313
    1
    • #313-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      4 มกราคม 2562 / 22:56
      จัดทัวร์ไปด้วยกันเลยดีกว่าา ทัวร์ตามรอยเฮียเหอ 555555
      #313-1
  10. #312 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:21
    อ่าวเฮียจะงัดทีเด็ดอะไรออกมาล่ะทีนี้
    #312
    1
    • #312-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      4 มกราคม 2562 / 22:56
      คงต้องลงทุนหน่อยนะเฮีย รุ่นใหญ่ใจต้องถึง
      #312-1
  11. #311 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:44
    ต้องมีสักวันที่เราจะไปเที่ยวตามรอยเฮียเหอกับจั่นเจา 5555
    #311
    1
    • #311-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 17)
      6 มกราคม 2562 / 19:37
      จัดทัวร์กันเถอะ 5555
      #311-1