[CU] รีวิว(สปอยล์)บรรดาวิชาเลือก by. BPisces

ตอนที่ 15 : Eng Conver Disc : อิ๊งคอนเวอ ขอเชิญเธอมา Speak/Listen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

ENG CONVER DISC

การสนทนาและอภิปรายภาษาอังกฤษ
รหัส 2202208

 

**ข้อมูลจาก เทอม 2 ปีการศึกษา 2561 หลักสูตรปี 2557

ที่ยังมีเงื่อนไขห้ามนิสิตอักษรเอกภาษาอังกฤษลงทะเบียนไม่ว่ากรณีใดๆ**

 

ชื่อเล่น: อิ๊งคอนเวอ



 

จำนวนเซค
ที่มักเปิด

4-5 เซค
เซคละ
15 คนโดยประมาณ

ความยากในการลงทะเบียน

Normal

แต่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป จะกลายเป็น Hard
สำหรับคนที่ไม่ใช่เอกภาษาอังกฤษ

เนื่องด้วยจะต้องกันที่ครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 30 ที่นั่ง)
ให้เด็กอักษร เอกภาษาอังกฤษ

เทอมที่เปิด

เทอม 1

เทอม 2

Summer

เปิด

เปิด

-

เวลาที่มักจะได้

มักเป็นเวลาอังคารบ่าย + พฤหัสบ่าย
(หมายถึง ต้องว่างทั้งพฤหัสบ่ายและอังคารบ่าย เพราะเรียน 2 คลาสต่อวีค)

สถานที่เรียน

คณะอักษรศาสตร์

มักจะเป็นตึก BRK (บรมราชกุมารี)

อาจารย์ผู้สอน

ดิชั้นได้เซค T.Justin Da Silva ค่ะ

เงื่อนไขวิชา
ที่ต้อง
เรียนมาก่อน

2202112 English II (สำหรับเด็กคณะอักษร)

หรือ

5500112 EXP ENG II (สำหรับเด็กที่ไม่ใช่คณะอักษร)

คุณสมบัติผู้เรียน

ปีไหน คณะไหนก็ลงได้ค่ะ แต่ถ้าเด็กเอกภาษาอังกฤษ (รหัส 60,59 ที่หลงเหลืออยู่) ห้ามลงไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่นับเป็นหน่วยกิตเสรีด้วย

ประเภทกลุ่มวิชา

เมื่อลงทะเบียนวิชานี้แล้วจะนับเป็น

“วิชาเอกภาษาอังกฤษ(เฉพาะเด็กรหัส 61 เป็นต้นไป) /
โทภาษาอังกฤษ
/ เสรี”
อย่างใดอย่างหนึ่งจ้ะ

การสอบ

Midterm

Final

Quiz ทั่วไป

Assignment

-

มี

มี

มี

 

Q: การเรียนการสอนเป็นภาษา?

A: All in English! Yep, Thai is prohibited in this class at all. Even in Vocabulary part, your teacher will explain every single word’s meaning in English. (Just think that it’s such a great chance to develop your English skill, isn’t it? LOL) 

 

Q: เรียนอะไรบ้าง?

A: อาจารย์จะให้ทุกคนซื้อหนังสือ(ที่ทางภาคเย็บกระดูกงูเอามาขาย)ไว้ ในหนังสือก็จะแบ่งบทไปตามแต่ละประเด็น Unit 1 Fear, Unit 2 Relationship, Unit 8 Education ไรงี้ ในคลาสก็จะยึดประเด็นตามในหนังสือ เริ่มมาแตกศัพท์ให้ ต่อด้วยลองฝึก listening ต่อด้วยดิสคัสกันเบาๆ talk to your partner จุบจิบๆ ยิ่งบางวีคคือบันเทิงมาก เป็นหัวข้อเรื่องการเดท ก็เกิดกิจกรรม speed date เลยจ้า practical เว่อร์ หาผ.ฝรั่งเป็นแล้ว 55555555555555 นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะสละเวลาให้นิสิตในคลาสขึ้นมาพรีเซ้นท์งาน/นำ discuss ตามที่ได้มอบหมายไว้ใน assignment จ้ะ

 

Q: Assignment ทำอะไรบ้างเหรอคะ?

A: สำหรับเซคดิชั้น มีทั้งหมด 3 งานใหญ่

1. Group Presentation: information (อาจมีการโน้มน้าวใจผสมเข้าไปด้วยก็ได้)

สิ่งที่ดิชั้นเจอคือ ให้จับกลุ่ม 3 คนนำเสนอนวัตกรรมแฟชั่นที่ตนเองจะประดิษฐ์มาขาย หลังพรีเซนท์จบอาจเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ร่วมคลาสถามรายละเอียดเพิ่มเติมพอเป็นกระสัย

2. Group Presentation: persuasion

ให้จับกลุ่ม 3 คน(เอาจริงก็คือกลุ่มเดิมกับงานก่อนหน้า) หาหัวข้ออะไรก็ได้มาโน้มน้าวให้คนในห้องคล้อยตาม เช่น ยกเรื่อง ควรถือว่าการโคลนนิ่งถือว่าไม่ผิดจริยธรรม หลังพรีเซ้นท์จบจะปล่อยให้ทุกคนเสนอความเห็นแย้ง ชี้ช่องโหว่ต่างๆ เราก็จะต้องโชว์ step วาทศิลป์โต้กลับ แก้ต่างให้เขายอมรับความคิดเราในที่สุด

ข้อควรระวังคือ อย่าเลือกเรื่องที่รู้อยู่แล้วว่าทั้งห้องจะคล้อยตามอยู่แล้ว เช่น ควรยกเลิกกฎตัดผมเกรียน/ผมติ่ง คือแกก็รู้กันใช่มะว่าส่วนใหญ่ของคลาสก็เป็นเด็กอักษรที่เป็นพวกยึดถือในเจตจำนงเสรีกันสุดชีวิต ถ้าไม่มีใครแกล้งๆ แอคติ้งถามคำถามค้านขึ้นมา ก็จะปิดมติได้แบบเอกฉันท์สุดๆ ในทันที โอ้มายก้อช อะไรมันจะง่ายดายปานนี้ คะแนนส่วนวาทศิลป์ในการโน้มน้าวใจในสถานการณ์คับขันก็จะอันตราธานจากไปเช่นกันนะคะ เตือนไว้ก่อน

3. Duo Lead Discussion

ให้จับคู่เป็นโฟร์มด กอล์ฟไมค์ นิวจิ๋ว (บางเซคอาจกำหนดว่า ห้ามจับกับคนที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน) งานนี้จะให้คู่ทุกคู่ผลัดกันขึ้นมา Lead Discussion ทุกๆ วันพฤหัสบดีตลอดเทอมถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ อาจารย์จะยกคลาสให้คู่เราหนึ่งคลาสไปเลย เรามีหน้าที่สรรหาเรื่องอะไรที่ดูจะเอามาถกได้มาหย่อนในคลาส (อารมณ์เหมือนเราได้ไปสอนวิชาปรัชญาภาคอินเตอร์หนึ่งวันยังไงยังงั้น) ดังนั้น หัวใจสำคัญก็คือ คุณจะต้องทำยังไงก็ได้ให้เพื่อนร่วมคลาสได้ฉอดในประเด็นที่เราเตรียมมาครบทุกคน (ย้ำว่า ครบทุกคน) ไม่ว่าจะปริ้นท์เอกสารประกอบ ตั้งคำถามปลายเปิด คลิปประกอบ หรือสร้างกิจกรรมเล็กๆ เช่น เคร เราจะดีเบตประเด็นนี้กัน ฯลฯ

 อย่างคู่ดิชั้น เรานำดิสคัสเรื่อง “Sexual Harassment in Songkran day” เริ่มมาก็เอาเลยค่ะ (พูดเป็นอังกฤษนะ) ทุกคนเคยร่วมสงกรานต์ใช่มั้ยคะ แต่ก็มีคนที่จอยไม่จอย ไหนคนจอยยกมือขึ้นหน่อยค่ะ อ้าวคุณคะ ช่วยเล่าหน่อยสิคะว่าชอบทำอะไร เครๆๆ แล้วอีกฝั่งที่ไม่จอยล่ะคะ เล่าสิคะว่าทำไมเบื่อสงกรานต์ ทำไมขี้เกียจออกไปเล่น อ่อๆ จริงค่ะ ใช่ค่ะ ดิชั้นก็เห็นด้วยค่ะว่าส่วนหนึ่งที่ไม่อยากออกไปเล่นน้ำก็เพราะจะโดนลวนลามกันนี่แหละค่ะ ใช่ค่า นี่คือสิ่งที่เราจะถกกันวันนี้ โอเค เรามาดูคลิปประกอบกันนะค้า หลังจากดูคลิปที่ผู้หญิงถูกลวนลามจบ คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ้างค้า ทางนั้นเชิญค่า ทางนี้เชิญค่า อ๋อๆ อืมๆ ใช่เลยค่า ฯลฯ ไหลไปเรื่อยๆ จนครบชั่วโมงนั่นแหละถึงจะจบได้

 

 

Assignment ทั้ง 3 งานของ(กลุ่ม)ดิชั้น


Q: Quiz กี่ครั้ง/ทำอะไรบ้าง?

          Quiz ในที่นี้คือ Vocab and Listening Test โดยจะสอบทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน และ

          - พาร์ท Vocab ก็แค่เลือกคำศัพท์ที่ให้มาไปใส่ประโยคที่มีบริบทเหมาะสม กับช้อยส์ให้เลือก odd one out โดยขอบเขตของคำศัพท์จะยึดตามบทที่เรียน เช่น สอบครั้งที่ 1 ก็จะเป็นศัพท์จาก Unit ต้นๆ เป็นหลัก (ทีชเชอร์จะคอยบอกด้วยว่าให้ไปท่องยูนิตไหนถึงยูนิตไหนมา) ถ้าจดที่ทีชเชอร์อธิบายมาอย่างถูกต้องแล้วท่องไปก็ทำได้อะเอาจริง ไม่ยากเลย

          - พาร์ท Listening ก็จะเปิดเทปเสียงให้ฟัง 2 รอบ แล้วก็ตอบคำถามที่เขาให้มา มีเลือกช้อยส์ข้อนึง มีเลือก T/F (แบบไม่ต้องเขียน evidence) แล้วก็มีเขียนตอบผสมกันไป ซึ่งขอบเขตเนื้อหาของเทปเสียง ก็จะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสิ่งที่เรียนมา เช่น ถ้าเรียนเรื่อง Education ไป เนื้อเรื่องในเทปก็จะเป็นเรื่อง Education ที่มักจะใช้คำศัพท์ในส่วนที่เรียนไปมาจ้อกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็นั่นแหละ บางคำถึงจะรู้แล้ว แต่พอผ่านลำโพงก็คืออู้อี้ๆ ฟังบ่ออก บ่เข้าใจ สู่ขิต ยิ่งสอบบางรอบที่จงใจวางบทให้ตัวละครคุยสัมภาษณ์กันผ่านโทรศัพท์คือความวายป่วงยกกำลังสอง มึงเปลี่ยนค่ายมือถือเหอะกูขอร้อง ถ้าสัญญาณจะหนังไข่หมาขนาดนี้ แต่ใดๆ ก็ล้วนไม่หน้าHeeเท่าเสียงผู้หญิงที่ติดสำเนียงไฮโซเซเลปเรดคาร์เพท มันคือสำเนียงที่แบบ ทำเสียงให้เหมือนเป็ด เหมือนคนเจ็บคอตลอดเวลาแต่ยังอยากกระแดะเม้าท์มอย อยากถามเทอมากเรยค่ะว่าส้นสูงที่เทอใส่อยู่ มันไปติดคอเทออยู่หรอจ๊ะอิหอยหลอด ฟังไม่รู้เรื่องโว้ย อุ๊ปส์ //พูดเลยว่ายากสำหรับดิชั้นมาก

 

Q: Final สอบยังไง?

A: Final วิชานี้สนุกมาก (แต่ก็เครียดมากในเวลาเดียวกัน) โดยจะให้จับคู่ (แต่จะมีกลุ่มนึงที่ได้จับเป็นทรีโอ แพคสามไปสอบเป็นพาวเวอร์พัฟเกิร์ลส์) วิ่งไปที่ห้องพักครูเพื่อจองวันเวลาที่พร้อมเข้าไปสอบพูด และการสอบพูดที่ว่าก็คือ เมื่อคุณทั้งสองคนเข้าไปในห้อง ก็จงจับฉลากหัวข้อขึ้นมา ได้หัวข้อไร ก็ให้เวลากระซิบกระซาบเตรียมตัวกันอีกสักประมาณ 2 นาที พอถึงเวลา ก็เชิญจ้อกันไป 5-7 นาที อย่าได้หยุด ตัวอย่างเช่น คู่ดิชั้นจับได้เรื่อง “Do you think LOVE can bring people to be a bad person?” ก็ต้องเม้าท์กันเรื่องนี้ เห้ย ยูวว่าไง ไอว่างี้ ยูวล่ะ เออเห็นด้วย เออแล้วยูเคยมีประสบการณ์เรื่องความรักที่ไม่ดีมั้ย ก็นะ มันแบบ ฯลฯ เผลอแปบเดียวก็หมดเวลา ทีชเชอร์จะเป็นคนสั่งคัท แล้วก็เชิญกลับบ้านได้ ทีชเชอร์สั่งคัทให้ด็อบบี้แล้ว ด็อบบี้เป็นอิสระ!

          คำถามย่อยจากทางบ้านที่ตามมาก็คือ

          Q: ต้องแอคติ้งสร้างอินโทรให้อลังการมีที่มาที่ไปที่จะลากเข้าหัวข้อมั้ย?

          A: ไม่จำเป็นค่ะ มาถึงก็แค่ Oh Hi I’m ….. I’m ….. Alright, I have an interesting question to ask you. Okay, Do you think LOVE can bring people to be a bad person?” แค่นี้เลย!! ไม่ต้องแสร้งสร้างสตอรี่แอคติ้งขนาดแบบ “อุ๊ยแกร ลองไทม์โนซี เห้ย แกรเป็นไรอะ อ๋อแก ชั้นเพิ่งโดนผู้ชายหักอกมา ความรักมันเชี่ยเนอะมึง ฮือๆ เพราะงั้นแกคิดเหมือนชั้นมั้ยว่ารักทำให้คนกลายเป็นคนเลวได้? แงๆ” อันนี้คือเว่อร์ ออกทะเล โคตรไม่จำเป็น

          Q: ระหว่างเตรียมตัว 2 นาที สามารถจดๆ ยุกยิกๆ เป็นโพยได้มั้ย

          A: ทีชเชอร์ดิชั้นบอกว่าทำได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครทำ คือมันน่าจะจำสิ่งที่เตี๊ยมกันได้กันหมดโดยที่ไม่ต้องจดอะ

          Q: เกณฑ์การประเมิน?

          A: เอาจริงทีชเชอร์ทุกเซคจะบรีฟเด็กกันมาแต่ก่อนอยู่แล้วว่าควรทำยังไงถึงจะชนะใจกรรมการได้ (ใช่ค่า กรรมการที่ตัดสินอาจจะเป็นทีชเชอร์เรา หรือเป็นทีชเชอร์เซคอื่นก็ได้) แต่จะสรุปให้ฟังสั้นๆ ละกันว่า

          - ความเป็นบทสนทนา : อันนี้หมายถึง มันต้องออกมาเป็นบทสนทนาที่มีการโต้ตอบกันจริงๆ ไม่ใช่การสัมภาษณ์ บางคู่ที่เผลอให้คนนึงเป็นคนยิงคำถามตลอด ส่วนอีกคนก็คอยตอบคำถามไปเรื่อยๆ แบบนี้นี่แหละที่เขาเรียกว่าการสัมภาษณ์ ไม่ใช่การสนทนา ผิดพลาดอย่างแรง ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายควรผลัดบทบาทกันเป็นทั้งผู้ตั้งคำถามและผู้ตอบคำถาม เฉลี่ยแอร์ไทม์ให้เท่าๆ กันจะดีที่สุด

- ความไม่เฟค : อย่างที่บอก อย่าแอคติ้งจนเกินไป การแสดงถ้ามันเฟคเขาดูออกค่ะ น้องไม่ใช่เดอะเฟสค่ะ กลับบ้านปั๊ย!!

- ความไม่เลิ่กลั่ก (Eye - contact) : ถ้าใครเรียนละครมาอาจจะได้เวลาใช้ทฤษฎี 4 walls (กำแพงล่องหน) ที่ต้องทำให้ตัวเองเชื่อว่า เรากับคู่เราอยู่ในห้องที่ไม่มีใครมานั่งจ้อง ไม่ต้องอาย จะพูดไรก็ได้ทั้งนั้น และการที่เราสองคนมานั่งคุยกันก็คืออยากมานั่งคุยกันจริงๆ ไม่ได้มีใครบังคับ ไม่ใช่การสอบเล้ย (เชื่อค่ะเชื่อ) มันต้องแบบนี้ค่ะ เพราะงั้นคุณก็ควรที่จะมองคู่สนทนา ส่งอายคอนแทคไปตลอดเวลา ส่วนใครที่เลิ่กลั่กหันไปดูเวลาด้วยฟีลลิ่งว่าเมื่อไหร่จะจบสักที / หันไปสบตาทีชเชอร์กรรมการที่นั่งกอดอกฟังพวกเราจ้ออยู่ ก็จะถือว่าหลุดโฟกัส โดนหักคะแนนไปตามระเบียบค่า

- ความไหลลื่น : พูดไม่ตะกุกตะกัก ไม่เด๊ดแอร์ แต่ไม่ได้โหดถึงขนาดต้องคล่องปรั๊วะห้ามสะดุดเลยประหนึ่งวิญญาณสาวอเมริกันเข้าสิง คุณพูดๆ ไปแล้วลืมคำศัพท์กลางอากาศได้ แต่คุณจะต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการ “I think it’s…. hmm I don’t know how to say.. can you guess what I’m gonna say? (คู่มึง: คำนี้ไงอิควัย) That’s right!!... It’s ‘XXXXX’ Gee, Thanks! Okay Don’t you think it’s so xxxx?” เห็นมะ เราดูอ๊อง แต่อ๊องแบบมีสติปัญญา บทสนทนาจึงจะไหลลื่น ไม่ขาดตอน ไม่ใช่เด๊ดแอร์ตายคาอากาศเป็นปลาทองขาดออกซิเจนไปเลย

- ความเหมาะสมของ Grammar ที่ใช้ : มันคือคำว่า “เหมาะสม” ค่ะ ไม่ถึงขั้นที่ต้อง “ถูกต้อง” เช่น “I enjoy to do this” เอาตามจริงมันผิดไวยากรณ์นะคะ ต้องแก้เป็น “I enjoy doing this” แต่มันก็ยังฟังรู้เรื่อง ไม่ได้เปลี่ยนกาล เปลี่ยนบริบทจนสารเพี้ยน คนฟังขมวดคิ้ว ก็ถือว่ายังใช้ได้ เพราะมันคือการพูดเนอะ ไม่ใช่การเขียนที่จะมานั่ง recheck ได้ ก็จะไม่โดนหักคะแนนค่ะ แต่…. ขั้นที่ผิดแกรมม่าร์ร้ายแรง เช่น เล่าเรื่องในอดีตแต่ดันใช้ present simple ตลอดเวลา “Last week I go shopping with him. It is so fun” อันนี้ทีชเชอร์ไม่เอาไว้นะคะ เพราะการใช้ tense ผิดมันมีผลกระทบต่อข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่กำลังเล่ารุนแรงพอตัว ปล่อยผ่านบ่ได้จ้า หักคะแนนรัวๆ ค่า

- การประยุกต์วลี/ศัพท์ที่สอนไป : ส่วนนี้เป็นคะแนนพิศวาสค่ะ ถ้าเราใช้สิ่งที่เขาอุตส่าห์สอนเรามา เช่น เขาสอนมาว่า เวลาจะเห็นด้วย คุณใช้วลีนี้ ‘Couldn’t agree anymore’ ทีชเชอร์ก็จะแบบ เหย ทับจัยว่ะ สอนไปไม่เสียแรงเปล่า อาจจะได้คะแนนพิศวาสเพิ่มมาด้วยก็ได้ ครุคริอิอิ

 

Q: โอ้โห คือภาษาอังกฤษหนูก็พองูๆ ปลาๆ อะค่ะ หนูจะไหวมั้ยคระถามจริง

A: ถ้าเป็นรุ่นชั้น ชั้นจะบอกว่า ไหวสิยะ เพราะวิชานี้(แต่ก่อน)เป็นวิชาที่ห้ามเด็กเอกอิ๊งลง ลงได้แค่โทอิ๊ง / เจนแลง / เสรีเท่านั้น แต่ละคนที่มาก็จะมีความไม่ค่อยคล่องคล้ายๆ กัน มันเลยไม่เกิดการเปรียบเทียบกันให้จิตตก แถม cheer up ช่วยกันได้แบบ “I feel u bro, cuz my English is just broken like you LOL” บรรยากาศก็เลยจอยมาก ขนาดนี่อิ๊งบ้าๆ บอๆ ยังได้ B มาเชยชมเลย เริ่ดสุด (ถือว่าสูงมากสำหรับคนอย่างชั้นที่ Eng1 Eng2 Eng trans ได้แต่ C+/C มาตลอด)

แต่เท่าที่ได้ยินมา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยน(บังคับ)ให้เด็กเอกอิ๊งลงมาเรียนรวมด้วยกัน คือเหล่าเด็กเอกอิ๊งมันคงไม่เหยียดคนที่ English broken หรอก (ถ้าเหยียดก็คือหล่อนหลุดมาจากละครหรอ) แต่เข้าใจมะว่าเวลาพวกนาง perform มันก็จะออกมา top form จนพวกที่อ่อนกว่าขนลุก แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับตัวเองในใจ ไอ้หยา ทำไมเขาเก่งงี้ แล้วเราจะไปไหวอ่อ ไรงี้อะ

หรือซ้ำร้ายกว่านั้น เนื้อหา/เกณฑ์วัดผลทั้งหมดอาจจะถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้นสมกับที่มีเด็กเอกมาเรียนด้วยกัน เพราะงั้นก็เลยตอบไม่ได้ว่า สำหรับคนที่ไม่ค่อยมั่นใจอิ๊ง จะเรียนไหวมั้ย

เอาเป็นว่า ถ้าใจมันสู้ ยังไงมันก็ไหวแหละ!

 

Q: ที่บอกว่าเรียนรวมกับเอกอิ๊งนี่จริงเหรอคะ เขาจะไม่แยกเซคหน่อยเหรอว่า เซคนี้ Major only เซคนี้ Minor or elective only

A: เรียนรวมก็คือเรียนรวมจ้า ไม่แยกอะไรให้ทั้งนั้นแหละ (อย่างไรก็ตาม รอตรวจสอบตรง "หมายเหตุ" ใน reg chula อีกทีนะคะ แต่คิดว่ายังไง เทอม 1 ปีการศึกษา 2562 นี้ ก็คงไม่แยกเซคแหละ)

 

Q: พี่ เอาจริงคือ หนูกลัวที่จะต้องไปสู้รบปรบมือกับเด็กเอกอิ๊งจริงๆ นะคะ ทำไงดี

A: มันก็เลี่ยงไม่ได้แล้วอะค่ะ ณ จุดนี้ แต่มันก็พอจะมีทางที่เพิ่มโอกาสบรรเทาความโหดร้ายลงนิสนึง นั่นก็คือ หล่อนต้องลงวิชานี้ตอนเทอม 1 เพราะอะไร? ก็เพราะว่าทางเอกภาษาอังกฤษได้เซ็ตระบบว่า เด็กเอกภาษาอังกฤษ (ตั้งแต่รุ่นปีการศึกษา 2561) จะต้องเรียนวิชานี้เป็นวิชาบังคับ โดยจะกระจายออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียนตั้งแต่ ปี 2 เทอม 1 และกลุ่มถัดมารอไปเรียนตอนปี 2 เทอม 2 โดยกลุ่มหลังที่ต้องรอ ให้ไปเรียนวิชา 2202201 ACAD ENG ORAL (ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ) รอ ซึ่งอิวิชาอาแคดที่ว่าเนี่ย มันก็คือ อิ๊งคอนเวอ version upgrade ultimate พิเศษใส่ไข่ ยากกว่าเป็นสิบเท่า (สั่งให้นิสิตจำลองตัวเองเป็นเลขาแกะเทปที่คนเถียงกันเป็นภาษาอังกฤษเซตติ้งบนเฮลิคอปเตอร์สกายนิวส์ น้อง พั่บๆๆๆ คือว่า พั่บๆๆๆๆ เออแบบ พั่บๆๆๆๆ) นั่นหมายความว่าอะไรคะ? หมายความว่า ถ้าหล่อนลงอิ๊งคอนเวอเทอม 2 หล่อนก็จะเจอจังหวะนรก ได้ไปเรียนรวมกับพวกเอกอิ๊งที่เคยเรียนวิชา Acad สุดโหดมาแล้ว ซึ่งสำหรับพวกนาง อิ๊งคอนเวอจะกลายเป็นอะไรที่เอ๊าะแอ๊ะมากเมื่อเทียบกับ Acad โอโห หวานหมู กูก็จัดเต็มสิ ฆ่าได้ฆ่า ใคร(หมายถึงอีพวกโท/เจนแลง/เสรีอย่างพวกหล่อน)ตายช่างมัน ไม่เก็บศพให้เด้อ


สรุปก็คือ ถ้าตารางไม่ชน และไม่อยากปะทะกับร่างอัลติเมทปลดปล่อยสวัสดิกะของพวกเอกอิ๊งแบบเต็มขั้น ก็รีบๆ ลงตั้งแต่เทอม 1 ถือว่าเลวร้ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วล่ะนะ

          anyway ถ้าจังหวะหล่อนโป๊ะเชะ แบบว่าอุตส่าห์ลงเทอม 1 แต่ดันเจอกับเด็กเอกอิ๊งที่มึงพูดคล่องแบบความจริงมึงเป็นฝรั่ง แต่แค่แจ้งเกิดผิดสัญชาติ ยังไงก็ต้องสู้อยู่ดีเด้อ เลี่ยงบ่ได้เด้อ

เออ เอาจริงนะ สุดท้ายแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับตัวหล่อนเองแล้วล่ะว่า จะมัวมานั่งคิดว่า “กรี๊ด ฉันไม่ใช่เอกอิ๊ง ฉันต้องสู้ไม่ได้แน่เลย” หรือว่าจะปรับความคิดพลิกมุมมองให้เป็น “เอาวะ ได้เวลาโชว์ให้เห็นว่าต่อให้ฉันไม่ใช่เอกอิ๊ง ฉันก็จะฟาดๆๆๆ ทัดเทียมเอกอิ๊งอย่างพวกหล่อนให้ดู!!” ถ้าคิดแบบนี้ได้ ยังไงก็เรียนรอดชัวร์ Mind set ล้วนๆ จ้างานนี้

 

Q: โดดได้มั้ย?

A: มีคะแนน Attendance จุกๆ จ้า ถ้าโดดก็สังเวยคะแนนส่วนนี้ไปจ้า

 

Q: ใส่ชุดไปรเวทได้มั้ย?

A: เซคดิชั้น (T.Justin da Silva) ใส่ได้ชิลๆ ไม่มีปัญหา ขนาดวัน quiz หรือ present อะไรก็ยังไปรเวทกันให้พรึ่บ  แต่วันสอบ Final ยังไงก็ต้องชุดนิสิตเนอะ

 

 

ส่วนตัวสัมผัสได้เลยว่า การที่ได้มาเรียนวิชานี้ทำให้เรามั่นใจที่จะใช้ภาษาอังกฤษ (ในระดับ daily life) มากขึ้นจริงๆ นะ แบบว่ารู้สึกเครื่องติด สตาร์ทแล้ว เจอฝรั่งถามทางคือ หันไปสปีคอิงลิชโต้ตอบได้สวยๆ เพราะงั้น ใครที่รู้สึกว่าที่ผ่านมาฉันช่างสปีคอิงลิชงูๆ ปลาๆ เหลือเกิน อยากให้มาเรียนวิชานี้ค่ะ รับรองว่าทักษะพูดพัฒนาจริงๆ มีประโยชน์มากมาย (ส่วนทักษะการฟัง อันนี้ก็แล้วแต่บุญกรรมแต่ละคนเนอะ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น