[CU] รีวิว(สปอยล์)บรรดาวิชาเลือก by. BPisces

ตอนที่ 14 : Cambodian I : เขมร 1 จึ่งได้รู้ซึ้งว่ามีภาษาที่...ยิ่งกว่าไทย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

CAMBODIAN I ภาษาเขมร 1

รหัส: 2244101


**ข้อมูลจาก เทอม 1 ปีการศึกษา 2561**

ผู้สอน: .ใกล้รุ่ง อามระดิษ




หากอยากเข้าใจว่าคนต่างชาติประสาทเสียกับภาษาไทยยังไง
ก็ลองมาเรียนภาษาเขมรสิคะ
*ยิ้มอ่อน*

 

จำนวนเซค
ที่มักเปิด

1 เซค
เซคละ
40 คนโดยประมาณ

ความยากในการลง

Normal

เทอมที่เปิด

เทอม 1

เทอม 2

Summer

เปิด

-

-

เวลาที่มักจะได้

มักจะเป็น บ่าย (13.00 - 16.00)

สถานที่เรียน

คณะอักษรศาสตร์

มักจะเป็นตึก MCS (มหาจักรีสินรินทร)

อาจารย์ผู้สอน

.ใกล้รุ่ง อามระดิษ

เงื่อนไขวิชา
ที่ต้องเรียนมาก่อน

-

เงื่อนไขคุณสมบัติผู้เรียน

ไม่มี จะปีไหน จะคณะไหนก็ลงได้ค่ะ ตามสบายจ้า

(ป.โท ภาคภาษาไทยยังลงได้อะ คิดดู)

ประเภทกลุ่มวิชา

เมื่อลงทะเบียนวิชานี้แล้วจะนับเป็น

Gen Lang / วิชาเลือกในเอกภาษาไทย (อักษร) / เสรี

อย่างใดอย่างหนึ่ง

การตัดเกรด

อิงกลุ่ม

การสอบ

Midterm

Final

Quiz / สอบย่อยทั่วไป / การบ้าน

มี

มี

มี

 

Q: ยาก-ง่ายยังไงบ้าง?

A: หากใครรู้จักกับดิชั้นเป็นการส่วนตัว ดิชั้นจะบ่นให้ฟังเสมอว่ามันยากประสาทจะกินหลายส่วน แต่เนื่องด้วยนี่เป็นบล็อกสปอยล์วิชาเลือก ดิชั้นก็จะพยายามแจกแจงด้วยใจอันเป็นกลาง ดังต่อไปนี้

ส่วนที่ง่าย

          - ไวยากรณ์: 98% ตรงกับไทย เหมือนยันตำแหน่งการวางคำสร้อยคำสรวง เช่น วลี "อ่านไม่ได้" ก็แปลเป็นเขมรว่า "นิเยียยมินบาน" นิเยียย=อ่าน, มิน=ไม่, บาน=ได้ ก็คือวางตำแหน่งตามนี้ ไม่มีการสลับหน้าหลังเป็น can’t read ใดๆ ไวยากรณ์เขมรเลยง่ายสำหรับคนไทยมากกกกกกกกกกกกกกก ส่วนที่ต่าง 2% จะมีแค่ไม่กี่คำ เช่น คำว่า ง่าย ยาก ปกติเราจะเอาไว้ต่อท้ายใช้มะ แต่อันนี้ต้องเอาไว้หน้าคำกริยา เช่น อ่านง่าย กลายเป็น ง่ายอ่าน แต่ก็มีแค่นี้ เพราะงั้นก็คือเราแทบจะไม่ต้องเรียนไวยากรณ์อะไรเลย คอนเวอร์เซชั่นนี่ก็จะคล่องได้ไวมาก ประมาณว่าแค่นึกคำศัพท์เขมรให้ออก แล้วก็ใช้เซนส์ไทยๆ เอามันต่อกันไปเรื่อยๆ ก็พ่นออกไปได้แบบถูกต้องแล้ว มันดีตรงนี้แหละ

          - สระ: หน้าตาเหมือนกับไทย 80%

          - ศัพท์: ศัพท์บางตัวก็คือคำที่ไทยยืมมาใช้จนคุ้นหน้าคุ้นตาไปแล้ว หลายคำลิ้งค์กับคำไทยแบบมหัศจรรย์มาก เช่น โจว์ล (แปลว่าเข้า) เลยเป็นที่มาของคำว่า กระโจน ในภาษาไทย เนี่ย โลจิกนี้จะช่วยทำให้จำคำได้ไวมาก แล้วพวกคำขั้นกลางซึ่งก็คือคำยืมบาลีสันสกฤต ก็คือคำเดียวกันเลย เช่น ธนาคารรูปเขียนก็คือ ธนาคาร (แต่ออกเสียงว่า ทเนียเกียร์) ทำให้จำศัพท์ได้ไวมาก

          - ตัวเลข: รูปเขียนใช้ตัวเลขไทย เป๊ะ ไม่มีเปลี่ยน

ส่วนที่ยาก

          - พยัญชนะมี 2 ฐาน คือ ฐานเสียง ออ กับ ฐานเสียง โอ ดังนั้น แทนที่จะเป็น กอไก่ only ก็จะมี โกไก่ โผล่มาด้วย

          - สระ จะเปลี่ยนสภาพการออกเสียงไปตามฐานของพยัญชนะ เช่น สระอา >>> กอ + อา = /กา/ แต่ โก + อา = /เกีย/ ปัญหาก็คือ กอ + เอีย = /เกีย/, โก + เอีย = /เกีย/ นั่นหมายความว่า เสียง /เกีย/ มีความเป็นไปได้ว่าจะเขียนได้ทั้งหมด 3 แบบ

(คล้ายๆ ไทยเลยเนอะ เช่น เสียง /กาด/ ก็คือเขียนถอดเสียงได้ทั้ง กาจ กาต กาฏ กาฎ กาด สับสนไปอีก)

          - พยัญชนะตัวสะกด บางตัวออกเสียง บางตัวไม่ออกเสียง หรือเปลี่ยนเสียง เช่น สะกดด้วย ก ร ไม่ออกเสียง สะกดด้วย ส ให้ออกเสียง ฮ

          -  อักษรควบ ไม่ใช่การเอาพยัญชนะมาต่อๆ แต่เป็นอักษรชุดใหม่ที่ต้องจำใหม่ และเอาไปเติมด้านล่างหรือด้านหน้าพยัญชนะหลัก นอกจากนี้ อักษรควบมักถูกใช้เป็นพยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไป เกิดเป็นคำประเภทใหม่ที่เรียกว่า ก้อนคำแห่งความโกลาหล

          ก้อนคำแห่งความโกลาหลนี้มีหน้าตาอย่างไร เอางี้ ให้ดูตามภาพละกัน

 

          แล้วลองคิดดูว่าสถานการณ์จริงอะ มันไม่ใส่สีแยกมาให้อย่างนี้นะคะ มาเป็นพรืดๆๆ ต่อกันหลายๆ คำ คุณก็จะต้องใช้ความเคยชินในการจัดสรรเองว่าคำไหนแม่งอยู่กับพยางค์ไหน และบอกได้เลยว่า งงโคตร

          - ไม่มีวรรณยุกต์ แต่มีเครื่องหมายพิเศษยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เช่น บอนเต๊าะ(รูปร่างเหมือนไม้เอก) ใส่แล้วทำให้กลายเป็นเสียงสั้น แต่ ถ้าอยุ่กับสระบางตัวเช่น สระ อา ทำให้คำนั้นออกเป็นเสียงสระ /อัวะ/ แทน, เครื่องหมายฟันหนู และนกแร้ง ที่ใส่แล้ว ฐานพยัญชนะจะรีเวิร์ส เช่น ใส่บน โกไก่ ก็จะกลายเป็น กอไก่, เครื่องหมายที่ดันหน้าตาเหมือนสระ อุ (ในเขมรมีสระอุ) ก็จะต้องมานั่งระแวงอีกว่านี่มึงคือสระหรือแค่เครื่องหมายพิเศษวะ ฯลฯ

          - ศัพท์เขมรก็มีลักษณะคล้ายไทย คือ ออกเสียงไม่ตรงรูป(แบบไร้หลักการรองรับ)มากมาย เช่น อนก อ่านว่า /เนียะ/ อ ไปไหนไม่รู้….อันนี้มีถ้าใครเรียนภาษาศาสตร์มาก็พอจะหาคำตอบได้ว่า อ๋อ ก็เสียง อ มันเป็นเสียงกึ่งสระ จะเบากว่า เลยโดนเสียง น กลืน แต่ปัญหาคือมันไม่ได้เป็นทุกคำไง บางคำ อ มันก็จะยังอยู่ออกเสียงเต็ม ใครจะทำไม มีปัญหากับกูป่าว?

          เมื่อเป็นเช่นนี้ ความโกลาหลก็จะเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

1. การอ่านตัวเขมรล้วนๆ without คาราโอเกะ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก: ใครในขั้น beginner มันจะสามารถระลึกได้ทันทีวะว่า อ๋อ อีนี่คือ โก+อา ต้องออกเสียงว่า /เกีย/ กว่าจะคิดได้ก็คือนาน หรือไม่ก็เผลอออกเสียงไปแล้วว่า /กา/ ซึ่งผิด  

2. เขียนไม่ถูกสักที: สมมติ ต่อให้เราจำคำนี้ได้นะว่า มันออกเสียงว่า /ซอนทาเกีย/ อี เกีย ในพยางค์สุดท้ายนี่แม่งเกิดจากตัวไหนวะ โก+อา หรือ กอ+เอีย หรือ โก+เอีย วะ???

หรือคำที่ออกเสียงว่า /ซองซา/ อีพยางค์ /ซา/ นี่มัน ซอ+อา หรือ ซอ+อา+ร หรือ ซอ+อา+ร แล้วอี ซอ เนี่ย ใช้อักษรควบ หรือขึ้นพยางค์ใหม่ไปเลยวะ???

ปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้ เมื่อคุณเขียนจนชิน หรือบางคนที่เรียนจีนเรียนญี่ปุ่นมา ก็คือจำเป็นอักษรภาพไปเลย ได้ยินคำนี้มา โอเค กุจำภาพได้แบบนี้ เขียนได้ตามนี้ ไม่มาแยกแล้วว่าใช้พยัญชนะอะไรสระอะไร ฯลฯ ซึ่งมันไม่ค่อยโอเค มันจะรู้สึกหงุดหงิดว่าแบบ นี่มันภาษาที่เป็นอัลฟาเบตป้ะวะ แต่ทำไมกูต้องมาจำเป็นอักษรภาพวะเนี่ย

          - การออกเสียงตัวเลข หากเกินเลข 5 ขึ้นไปใช้ระบบบวกเลข และปัญหานี้จะเกิดขึ้นกับเด็กอักษร (ที่ไม่เคยเจอตัวหฤโหดแบบภาษาฝรั่งเศสมาก่อน) ก็คือ เขามีคำบัญญัติของ 0(ซูน) 1(มวย) 2(ปีร์) 3(เบย) 4(บ็วน) 5(ปรัม) แต่พอจะพูดเลข 6 คุณจะต้องเป็น ปรัมมวย (5+1), 7 ก็จะเป็น ปรัมปีร์ (5+2) …… ก็นะ ถ้าถามเดี่ยวๆ แล้วตอบก็พอคิดได้แหละ แต่คิดดูเถิด มันจะมีบทที่คุณจะต้องอ่านเบอร์โทรศัพท์ที่เลขพาดยาวมาเป็นพรืด กว่าจะอ่านจบคือขาดใจตายก่อนมั้ยล่ะถามใจตัวเองดู

-  ยังไม่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ไหนที่รองรับภาษาเขมรเลย (ไม่ว่าจะ google translate หรือ แอพใดๆ ก็ตาม) ต่อให้ฝืนใช้ มันก็จะแปลออกมามั่วๆ หายนะไปอีก ดังนั้น เวลาเจอศัพท์ที่ไม่รู้ ก็ต้องดั้นด้นพลิกไปพลิกมาในหนังสือเรียน / ไปเปิดพจนานุกรมเก่าๆ หนาๆ (แน่นอนว่าลำบากมากสำหรับเด็กสมัยนี้อะนะ)

          เหมือนจะแสดงความไบแอสมากเกินไปแล้ว ทุกคนใจเย็น คือจะบอกว่า ด้วยความที่ภาษามันก็เป็นภาษาอะ สุดท้ายแล้วถ้าคุณคลุกคลีกับมัน คุณก็จะชินแล้วใช้มันได้คล่องเอง อารมณ์เหมือนภาษาไทยที่คนทั่วโลกบ่นว่ายาก เขียนไม่ถูกสักที แต่ด้วยความที่เราใช้มันทุกวัน เราก็ใช้ถูกเขียนถูกเองในที่สุดนั่นแหละ

          *วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์แพพ*

 

Q: นอกเรื่องนะคะ ดูบ่นสี่บ่นแปดมากขนาดนี้ ทำไมหล่อนไม่ถอนๆ ไปให้มันรู้แล้วรู้รอดเลยล่ะ

A: คำตอบคือ Thanks to อาจารย์ใกล้รุ่งค่ะ

          (ถัดจากนี้เป็นส่วนอวย) อาจารย์เป็นเนียะกรู(ครู)ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยมมาก และเข้าอกเข้าใจความดิ้นรนของผู้เรียนเป็นอย่างดี ตอนสอนก็ใจเย็น ค่อยๆ อธิบายถ่ายทอด ไม่ดุด่าว่าใครโง่(แม้จะโง่กันจริงๆ ก็ตาม) ให้กำลังใจนิสิตอยู่ตลอดเวลา

          ระบบการสอนก็วางมาดีมาก มีการแบ่งสัดส่วนชัดเจนว่า ครึ่งแรกเราจะเรียนทฤษฎีกัน ส่วนครึ่งหลังเราจะเรียนคอนเวอร์เซชั่น จะได้ไม่หลับ สนทนาเป็นภาษาเขมรกันจอยๆ

ข้อสอบก็มักจะอะลุ้มอล่วยให้ เช่น มิดเทอม ถ้ารู้คำเขมรแต่เขียนไม่ถูกจริงๆ ก็อนุญาตให้เขียนเป็นคาราโอเกะไปก่อน ได้คะแนนเหมือนกัน (น้ำตาไหล) แต่ไฟนอลนี่ถ้ายังจะคาราโอเกะอีกก็ขออนุญาตหักครึ่งคะแนนนะคะ / มักแอบใบ้คำตอบไว้ในคำถามข้อถัดไป เช่น แปลคำว่า ทั้งหมด เป็นภาษาเขมร บางคนจำไม่ได้ว่าต้องเขียนยังไง แต่พาร์ทต่อไปเป็น reading ก็มีคำว่า ทั้งหมด ปรากฏอยู่ ให้เอาไปใช้ตอบข้อก่อนได้สวยๆ โดยรวมแล้วทุกคนเลยทำข้อสอบกันได้เกือบหมดล่ะนะ

          ความประทับใจนอกเหนือจากนั้นคือ อ.เป็นคนช่างเม้าท์ ศัพท์บางตัวก็จะอธิบายให้เห็นภาพเลยว่าคำนี้มีที่มายังไง ในไทยใช้ยังไง เป็นอะไรที่ว้าวดี หรือบางทีก็จะเล่าชีวิตในบ้านเมืองเขมร เขามีประวัติศาสตร์ยังไง เขามีขนบธรรมเนียมอะไรบ้าง ฟังเพลินเว่อร์ เรียนทีก็คือครบวงจร ได้ทั้งภาษา ได้ทั้งวัฒนธรรมไปในตัว

อ้อ และอ.แกก็ใส่ใจนิสิตทุกคน ย้ำ ทุกคน สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดคือจำชื่อนิสิตกว่าสี่สิบชีวิตในคลาสได้ทุกคน และจำได้ยันว่า คนนี้เขียนข้อสอบมาแบบนี้ ตอบผิดแบบนี้ ต้องแก้แบบนี้นะ อันนี้คืออะเมซิ่งมากจริงอะไรจริง

          โดยรวมแล้วบรรยากาศในห้องเรียนเลยโอเคมาก (มาไม่โอเคตอนจะสอบนี่แหละ) จะถอนก็รู้สึกผิดกับอาจารย์ เกือบทุกคนเลยกัดฟันสู้ต่อจนจบคลาสได้ในที่สุดล่ะนะ

          (พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าอ.ไม่ดีงามพระรามแปดเบอร์นี้ กุถอนไปนานแล้วโว้ย)

 

Q: แล้วสอบย่อยทั่วไปนี่ทำอะไรบ้าง?

A: Dictation ครั้งละ 20 คำ นั่นเองจ้า และจะก็ทำทุกวีค สิริรวม 12 ครั้งตลอดคลาสนั่นเองงงงงงงงงงง

Dictation ในที่นี้ไม่ต้องจำได้ว่าคำนี้แปลว่าอะไร แค่เขียนตามคำบอกให้ถูกก็พอ และทุกครั้งอ.จะลิสต์มาให้เลยว่า 20 คำของวีคต่อไป ขอเป็น 20 คำนี้นะ โอโห สบายไปอีก แต่อย่างที่ทุกคนได้รับรู้ไปแล้วว่าภาษาเขมรเขียนยากมาก คำนึงถ้าถอดเสียงสดๆ ก็ถอดได้สามสี่แบบ เพราะงั้น ก็จะเป็นภาระของนิสิตที่จำเป็นต้องกลับไปฝึกเขียนคำเป็นมิชชั่นให้ถูก

โดย 12 ครั้ง จะนับแต้มเฉพาะ 10 ครั้งที่ดีที่สุด สมมติว่า คุณได้เต็ม 20 คะแนนครบ 10 ครั้งแล้ว อีก 2 ครั้งที่เหลือจะเทเลยก็ยังได้ เออ เริ่ดตรงนี้นี่แหละ

*คำเตือน* Dictation จะเป็นสิ่งที่ทำตั้งแต่ต้นคาบทุกครั้ง ใครมาสายก็คือครั้งนั้น 0 ไปนะจ๊ะ เรียกได้ว่าเป็นระบบที่วางไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมาเข้าคลาสสายนั่นเองจ้า

//ดีนะที่เรียนคาบบ่าย ถ้าเป็นคาบบเช้าคงขาด Dictation กันกระจุยแล้ว

 

Q: มิดเทอมกับไฟนอล สอบอะไรบ้าง?

A: มิดเทอมมักจะไปถึงแค่ บท 2 ก็จะมีความชิลมาก เพราะปริมาณศัพท์จะมีแค่ประมาณ 50 คำ (เอาเวลาไปจำพยัญชนะ สระ อักษรควบ ก็หมดเวลาแล้ว) นอกจากนี้ยังอะลุ้มอล่วยให้สามารถเขียนคาราโอเกะได้ในกรณีที่จำรูปเขียนที่ถูกต้องไม่ได้จริงๆ ข้อสอบก็จะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ตัวอักษรนี้ในไทยตรงกับตัวอักษรไหนในภาษาเขมร แปลคำไทยเป็นเขมร แปลคำเขมรเป็นไทย ถอดเสียงตัวเลข แปลประโยคสั้นๆ

          นรกที่แท้จริงจะอยู่ที่ไฟนอล คุณจะต้องกวาดตั้งแต่บทแรก ยันบทที่ 8 สิริรวมปริมาณศัพท์ที่ต้องจำจะอยู่ที่ 450 กว่าคำ (ตบกันเลยดีกว่ามะแบบนี้) และกฎอะลุ้มอล่วยจะปรับให้โหดขึ้น ก็คือ ถ้าเขียนคาราโอเกะมาจะให้คะแนนข้อนั้นแค่ 50% และพาร์ทของข้อสอบจะหลากหลายมากขึ้น แปลคำไทยเป็นเขมร แปลคำเขมรเป็นไทย Fill in the blank จับคู่ศัพท์เขมรให้สัมพันธ์กับรูป แพสเสจรีดดิ้ง แปลคอนเวอร์เซชั่นยาวไทยเป็นเขมร แปลคอนเวอร์เซชั่นยาวเขมรเป็นไทย (กรี๊ด) ตบท้ายด้วยการสอบพูด(คุย) ใช่ค่ะ หลังวางข้อสอบเสร็จปุ๊บ อ.ก็จะให้ต่อคิวแล้วสอบพูดต่อในห้องนั้น แต่ไม่ต้องกลัว เป็นเหมือนชวนคุยขรรมๆ มากกว่า เช่น พ่อแม่ทำงานอะไร อายุเท่าไหร่แล้ว มีพี่น้องมั้ย รู้กี่ภาษา และอย่างที่ได้อธิบายไว้ ภาษาเขมรฟังพูดง่ายกว่าอ่านเขียนมาก ก็แค่นึกคำศัพท์เขมรให้ออกแล้วใช้ไวยากรณ์ไทยในการร้อยเรียงก็สามารถสื่อสารได้แล้ว

 

Q: มีการบ้านด้วยจริงดิ?

A: มีค่า เป็นชีทแบบฝึกหัด 8 ชุด ทยอยทำไปเรื่อยๆ ทำวีคนี้ ส่งวีคต่อไป

          //ฉันรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กประถมอีกครั้งยังไงไม่รู้

 

Q: เช็คชื่อมั้ย?

A: ก็มีระบบ Dictation ทุกวีคนี่แหละจ้าที่เป็นตัวเช็ค

 

สรุป

ภาษาเขมรเป็นภาษาที่มีระบบระเบียบ อิงตามหลักภาษาศาสตร์อยู่พอสมควร แต่มักจะเป็นระบบระเบียบที่เห็นแล้วรู้เลยว่าสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับข้อผิดพลาดในจุดต่างๆ จนมันเยอะแยะไปหมด ทำให้กลายเป็นปัญหาตั้งแต่ระดับพื้นฐานคือ คนไม่สามารถอ่านออกเสียงหรือเขียนได้อย่างถูกต้อง

เพราะงั้น ใครคนใดที่มักจะรู้สึกหัวร้อนกับสภาพที่ไม่สามารถอ่านออกเสียง/เขียนให้ถูกต้องได้สักที
(ทั้งๆ ที่มันเป็นภาษาอัลฟาเบต
edok) ก็ไม่แนะนำให้มาลงนะคะ ทรมาน

แต่สำหรับใครที่คิดว่ารับได้ เรียนๆ ไปเดี๋ยวก็ทำได้เอง + ขี้เกียจไปสู้รบกับภาษาอื่นที่จะยากตรงไวยากรณ์มากกว่า และอยากสัมผัสกับความเป็นครูที่แท้ของอ.ใกล้รุ่ง ก็แนะนำให้มาลงค่ะ


เตือนแล้วนะ !!

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น